
Thapanee Eadsrichai
Yesterday
·
จากที่เจอมา ภาพนี้เลวทราม ต่ำช้าที่สุด
โพสต์นี้ เพจ Truth of the day โพสต์เมื่อ 5 ชม.ที่แล้ว
หรือเมื่อประมาณ 18.00 น.วันที่ 13 พ.ค.69
หลัวจบเวทีเสวนา IO
แล้วเด้งมาตอนเราเปิดเฟสบุ๊ก 23.00 น.
เราเห็นก็ตกใจมากๆ ทำใจอยู่พักใหญ่
คิดว่าจะแชร์ดีไหม ถ้าแชร์มันยิ่งได้ใจ
แต่รับไม่ได้มากๆกับการกระทำแบบนี้
เราเห็นภาพนี้แล้วรับไม่ได้
ถ้าเราทำข่าวไม่ดี เราก็ทบทวนแก้ไขทำให้ดี
แต่การคุกคาม เหยียดเพศแบบนี้ เลวทรามจริง
นี่คือความเลวร้ายของขบวนการ IO
สำหรับ เพจ Truth of the day
เป็นหนึ่งใน 10 เพจ ที่เราฟ้องเมื่อ 18 เม.ย.69
ผ่านมาเกือบ 1 เดือน ตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบแล้วว่าไม่มีตัวตน และ เฟสบุ๊ก กำลังตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของบัญชี แต่เฟสบุ๊กยังไม่ดำเนินการใดๆ
ปล่อยให้มีการผลิตซ้ำ
ขอเถอะ ใครเห็นอย่าแชร์ แล้วช่วยรีพอร์ตด้วย
และแพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบ
กับการปล่อยให้มีการทำเพจใส่ร้ายแบบนี้
เราเอาภาพมาลงแบบที่เขาทำจริง
เพื่อแสดงให้เห็น ว่า เขาทำอะไรกับเราบ้าง
และเราคงไม่ยอมถูกกระทำอีกต่อไป
เราจะสู้จริงๆ และไม่ยอมแพ้
แม้จะถูกโจมตี ซ้ำๆเรื่อย ๆ เราจะสู้
เพราะ เราเชื่อว่า ถ้าไม่สู้
จะมีคนตกเป็นเหยื่อ แบบเราอีกไม่รู้จบ
https://www.facebook.com/photo/?fbid=27432613512998533&set=a.442646002421983
.....

The Reporters
Yesterday
·
SEMINARS: ‘ฐปณีย์’ เปิดใจตกเป็นเหยื่อ IO ชี้วิวัฒนาการน่ากลัว หวัง ‘ฆ่าทางวิชาชีพ’ ห่วงป้ายสีหนุนแบ่งแยกดินแดนซ้ำเติมไฟใต้ จี้หยุดใช้รัฐสร้างความเกลียดชัง อย่าปล่อยให้คนทำลอยนวลพ้นผิด
วันนี้ (13 พ.ค. 69) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดงานเสวนา “IO ความจริง ผลกระทบ ความรับผิดชอบ และมาตรการแก้ไข เมื่อข้อมูลถูกใช้เป็นอาวุธ และสิทธิมนุษยชนกลายเป็นเป้าหมายของการโจมตี” ร่วมเสวนาโดยนางสาวฐปณีย์ เอียดศรีไชย, นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการด้านธุรกิจและการเงิน, นางสาวนารีลักษณ์ แพไชยภูมิ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม, นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และนายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อสมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
นางสาวฐปณีย์กล่าวว่าวันนี้ตนเองคงมาในฐานะผู้เสียหาย โดยตั้งแต่การทำงานเรื่องคดีของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส. พรรคประชาชาติ ที่ถูกลอบยิง มาจนถึงการสัมภาษณ์แม่ทัพภาคที่ 4 จนกลายเป็นข้อความที่ด่าทอมากมาย จึงตั้งคำถามแรกว่าทำไมถึงเชื่อว่าการถูกด่าด้วยเพจเหล่านี้เป็นไอโอ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ตั้งแต่การทำข่าวโรฮิงญา เรายังไม่รู้ว่าคือไอโอ แต่มาศึกษาจากข้อความที่ระบุว่าโรฮิงแยมที่มีหลายเพจ หลายข้อความที่ถูกส่งต่อไปมา จนเพิ่งมาทราบว่าเป็นไอโอหรือปฏิบัติการข่าวสารที่ถูกทำจากรัฐ จนมาถึงการทำรัฐประหารจึงทราบว่าหากทำข่าวด้านความมั่นคงก็จะโดนอะไรแบบนี้ จนมาถึงปี 2563 ในการชุมนุมก็จะโดนหาว่าล้มเจ้า นักข่าวสามกีบ หรือ 2 ปีที่แล้วจากการหมดอายุความของคดีตากใบเราก็โดนอีก เรื่องอุยกูร์ก็โดน ซึ่งมีจากทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายกองทัพ จึงเชื่อว่าครั้งนี้ก็มาจากปฏิบัติการไอโอ ทำให้เรามีผลกระทบทางด้านจิตใจมาก และวิวัฒนาการของไอโอถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยย้อนไปตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ที่สัมภาษณ์แม่ทัพภาคที่ 4 ทุกอย่างกลับมาถูกโจมตีที่เราว่าเราเป็นสาเหตุ และขยายไปกระทบถึงปัญหาในสามจังหวัดชายแดนใต้ การกล่าวหาว่าเราเป็นนักข่าวบีอาร์เอ็น เป็นโจรใต้ และไม่ใช่เราที่โดนคนเดียว แต่คนที่เคยทำกิจกรรมร่วมกับเรา นายมูฮำหมัดอาลาดี เด็งนิ ก็โดนกล่าวหาว่าเป็นเจ้าเมืองปาตานี เจ้าชายบูดู ใครที่เชื่อมโยงกับตนเองก็ถูกกล่าวหา และยังมีการกล่าวหาว่าเราสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน ข้อความเหล่านั้นถูกขยายไปมากจนขยับไปถึงว่าเราสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน เราทำข่าวสามจังหวัดมาต่อเนื่องโดนไอโอมาตลอด เราจะรู้และเราจะมีลิสต์ของตัวเองเพจไหนบ้างที่เป็นไอโอที่เราคุ้นเคย แต่ครั้งนี้มีไอโอจากเพจอื่นด้วย และถูกพัฒนาไปเป็นเรื่องของคนที่อยู่นอกพื้นที่ มีอินฟลูเอนเซอร์ที่มีตัวตนนำไปขยาย มีสื่อสำนักข่าวไปออกข่าวต่อ ทำให้พัฒนาการของข่าวปลอมหรือข่าวที่บิดเบือนใส่ร้ายเราเป็นเรื่องจริง
นางสาวฐปณีย์ยังกล่าวขอบคุณสมาคมนักข่าวที่ออกแถลงการณ์ออกมา ส่วนตัวเราไม่อยากปล่อยผ่านก็มีการยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเพราะกระทบสันติภาพชายแดนใต้แต่กลับกลายเป็นว่าหลังยื่นหนังสือข้อความไอโอเพิ่มมากขึ้น จนวันที่ 18 เมษายน จึงปรึกษาตำรวจไซเบอร์ ได้คำแนะนำให้แจ้งความหมิ่นประมาท จะได้มีกระบวนการต่อไป และตนเองส่งอีเมลไปยังเฟซบุ๊ก ได้รับการติดต่อกลับมา เราก็ส่งข้อมูลที่ให้ตรวจสอบ และผ่านมา 1 เดือน เขายืนยันกลับมาได้ว่า 1 เพจที่มีตัวตน แต่อีก 9 เพจไม่มีตัวตน ต้องรอเฟซบุ๊กตรวจสอบ และเพจเหล่านั้นก็ยังโจมตีเราอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดก็เอาเราไปแขวนเรื่องสภาพจิตใจอีก ทั้งนี้ยังได้มีการยื่นไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนด้วย
นางสาวฐปณีย์ยังกล่าวถึงเรื่องสภาพจิตใจว่ารอบนี้เราค่อนข้างกังวล เพราะเรื่องที่ถูกกระจายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เราถูกลดความน่าเชื่อถือของการเป็นนักข่าว ถูกดิสเครดิต กลัวว่าจะไม่ได้ทำข่าวแบบที่เราเคยทำ ให้เราเกิดความไม่น่าเชื่อถือ คุณค่าของเราหายไป กังวลว่าเราจะเป็นนักข่าวต่อได้ไหม และยังกระทบในส่วนอื่น ๆ ด้วย เรามีสำนักข่าว กระทบความเชื่อมั่นของสำนักข่าวและกระทบด้านจิตใจตนเอง เมื่อเห็นปริมาณเยอะขึ้นไปกระทบคนอื่นด้วย จนกลายเป็นว่าเราไปพบนักจิตวิทยา เรามีคนที่มีตัวตนจริง ๆ มาถามเราว่าเราสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนเหรอ เราก็ตอบไปว่าเราทำข่าว ไม่ได้มีอะไร แต่เขากลับตอบว่าอย่าไปสนับสนุนเชียวนะ ไม่งั้นจะไม่เอาไว้ จึงรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวเองแล้ว แต่เป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าตัวเราแล้ว จึงต้องไปพบนักจิตวิทยาเพื่อหาทางจัดการตัวเอง เพราะกระทบร้ายแรงและรุนแรงในครั้งนี้ เราไม่ควรปล่อยผ่านปฏิบัติการไอโอให้เกิดขึ้นและไปเกิดกับคนอื่น ๆ ด้วย
เมื่อถามถึงพัฒนาการของไอโอตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วมาถึงตอนนี้ถือว่าก้าวกระโดดมาหรือไม่ นางสาวฐปณีย์กล่าวว่าปัจจุบันมีการใช้เอไอทำเป็นบทสนทนา บทสัมภาษณ์ ทำให้คนเชื่อได้ง่าย ทั้งการแสดงละคร บทละคร ไม่ใช่แค่ไอโอพุ่งเป้าที่ดิสเครดิตอย่างเดียว แต่คือการทำลายหรือฆ่าเราในทางวิชาชีพ เพราะมุ่งเป้าโจมตีชัดเจน มันร้ายแรงมาก เราเห็นโครงสร้างที่ทำแบบสมบูรณ์แบบขึ้นในระบบ จึงอยากให้มีการศึกษาจริงจัง เปิดออกมาให้เห็นชัดเจนว่ามีปฏิบัติการนี้ โดยมีตัวละครชัดเจนมาก อยากให้ไปศึกษาดู เริ่มต้นจากเพจไม่มีตัวตนจนไปถึงเพจที่มีตัวตน
สำหรับการพูดคุยครั้งนี้ ตนเองอยากให้สังคมได้เห็นว่าไอโอมีจริง และถูกใช้มาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น และตั้งแต่เหตุการณ์ไทย-กัมพูชา ทำให้เห็นว่ารัฐอาจประสบความสำเร็จในการไอโอเรื่องสงคราม แต่กรณีของตนเอง อยากย้ำว่าไม่ใช่แค่กรณีของตัวเอง แต่อาจเกิดขึ้นกับทุกคน การสร้างความเกลียดชัง ทำร้ายป้ายสี ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อาจเกิดกับทุกคน ทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก ตนเองก็ห่วงที่สุดคือเรื่องสามจังหวัดชายแดนใต้ ไม่อยากให้เรื่องนี้ถูกขยับไปเรื่องการแตกแยกอีก ไม่อยากให้ปล่อยผ่านกรณีการใช้ไอโอจนเกิดการลอยนวลพ้นผิด หรือยอมรับว่ากระบวนการนี้ถูกต้องจากค่านิยมเรื่องชาติจนกลายเป็นวิธีการที่รัฐนำมาใช้กับประชาชน
ส่วนคนที่มาแสดงความคิดเห็นจริง ๆ นั้น เราต้องกลับมาทบทวนว่าจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไร คงต้องเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ เริ่มนับหนึ่งใหม่ และพิสูจน์ว่าเรื่องที่ทำเป็นอย่างไร และสิ่งที่ตนเองแม้จิตใจจะแย่แต่จะยังเป็นนักข่าว ไม่เป็นอย่างอื่น จะพยายามกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองให้ได้เร็วที่สุด ดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตามต้องหยุดยั้งกระบวนการเหล่านี้ให้ได้ ควรมีการตรวจสอบ ทำรายงานออกมาและไปคุยกับแพลตฟอร์ม เพื่อเรียกร้องให้มีความรับผิดชอบด้วย
ภาพ: ธนทิพย์ เล้าสุทธิพงศ์
https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/1362048509450514

The Reporters
Yesterday
·
SEMINARS: ‘ฐปณีย์’ เปิดใจตกเป็นเหยื่อ IO ชี้วิวัฒนาการน่ากลัว หวัง ‘ฆ่าทางวิชาชีพ’ ห่วงป้ายสีหนุนแบ่งแยกดินแดนซ้ำเติมไฟใต้ จี้หยุดใช้รัฐสร้างความเกลียดชัง อย่าปล่อยให้คนทำลอยนวลพ้นผิด
วันนี้ (13 พ.ค. 69) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดงานเสวนา “IO ความจริง ผลกระทบ ความรับผิดชอบ และมาตรการแก้ไข เมื่อข้อมูลถูกใช้เป็นอาวุธ และสิทธิมนุษยชนกลายเป็นเป้าหมายของการโจมตี” ร่วมเสวนาโดยนางสาวฐปณีย์ เอียดศรีไชย, นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการด้านธุรกิจและการเงิน, นางสาวนารีลักษณ์ แพไชยภูมิ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม, นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และนายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อสมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
นางสาวฐปณีย์กล่าวว่าวันนี้ตนเองคงมาในฐานะผู้เสียหาย โดยตั้งแต่การทำงานเรื่องคดีของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส. พรรคประชาชาติ ที่ถูกลอบยิง มาจนถึงการสัมภาษณ์แม่ทัพภาคที่ 4 จนกลายเป็นข้อความที่ด่าทอมากมาย จึงตั้งคำถามแรกว่าทำไมถึงเชื่อว่าการถูกด่าด้วยเพจเหล่านี้เป็นไอโอ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ตั้งแต่การทำข่าวโรฮิงญา เรายังไม่รู้ว่าคือไอโอ แต่มาศึกษาจากข้อความที่ระบุว่าโรฮิงแยมที่มีหลายเพจ หลายข้อความที่ถูกส่งต่อไปมา จนเพิ่งมาทราบว่าเป็นไอโอหรือปฏิบัติการข่าวสารที่ถูกทำจากรัฐ จนมาถึงการทำรัฐประหารจึงทราบว่าหากทำข่าวด้านความมั่นคงก็จะโดนอะไรแบบนี้ จนมาถึงปี 2563 ในการชุมนุมก็จะโดนหาว่าล้มเจ้า นักข่าวสามกีบ หรือ 2 ปีที่แล้วจากการหมดอายุความของคดีตากใบเราก็โดนอีก เรื่องอุยกูร์ก็โดน ซึ่งมีจากทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายกองทัพ จึงเชื่อว่าครั้งนี้ก็มาจากปฏิบัติการไอโอ ทำให้เรามีผลกระทบทางด้านจิตใจมาก และวิวัฒนาการของไอโอถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยย้อนไปตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ที่สัมภาษณ์แม่ทัพภาคที่ 4 ทุกอย่างกลับมาถูกโจมตีที่เราว่าเราเป็นสาเหตุ และขยายไปกระทบถึงปัญหาในสามจังหวัดชายแดนใต้ การกล่าวหาว่าเราเป็นนักข่าวบีอาร์เอ็น เป็นโจรใต้ และไม่ใช่เราที่โดนคนเดียว แต่คนที่เคยทำกิจกรรมร่วมกับเรา นายมูฮำหมัดอาลาดี เด็งนิ ก็โดนกล่าวหาว่าเป็นเจ้าเมืองปาตานี เจ้าชายบูดู ใครที่เชื่อมโยงกับตนเองก็ถูกกล่าวหา และยังมีการกล่าวหาว่าเราสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน ข้อความเหล่านั้นถูกขยายไปมากจนขยับไปถึงว่าเราสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน เราทำข่าวสามจังหวัดมาต่อเนื่องโดนไอโอมาตลอด เราจะรู้และเราจะมีลิสต์ของตัวเองเพจไหนบ้างที่เป็นไอโอที่เราคุ้นเคย แต่ครั้งนี้มีไอโอจากเพจอื่นด้วย และถูกพัฒนาไปเป็นเรื่องของคนที่อยู่นอกพื้นที่ มีอินฟลูเอนเซอร์ที่มีตัวตนนำไปขยาย มีสื่อสำนักข่าวไปออกข่าวต่อ ทำให้พัฒนาการของข่าวปลอมหรือข่าวที่บิดเบือนใส่ร้ายเราเป็นเรื่องจริง
นางสาวฐปณีย์ยังกล่าวขอบคุณสมาคมนักข่าวที่ออกแถลงการณ์ออกมา ส่วนตัวเราไม่อยากปล่อยผ่านก็มีการยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเพราะกระทบสันติภาพชายแดนใต้แต่กลับกลายเป็นว่าหลังยื่นหนังสือข้อความไอโอเพิ่มมากขึ้น จนวันที่ 18 เมษายน จึงปรึกษาตำรวจไซเบอร์ ได้คำแนะนำให้แจ้งความหมิ่นประมาท จะได้มีกระบวนการต่อไป และตนเองส่งอีเมลไปยังเฟซบุ๊ก ได้รับการติดต่อกลับมา เราก็ส่งข้อมูลที่ให้ตรวจสอบ และผ่านมา 1 เดือน เขายืนยันกลับมาได้ว่า 1 เพจที่มีตัวตน แต่อีก 9 เพจไม่มีตัวตน ต้องรอเฟซบุ๊กตรวจสอบ และเพจเหล่านั้นก็ยังโจมตีเราอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดก็เอาเราไปแขวนเรื่องสภาพจิตใจอีก ทั้งนี้ยังได้มีการยื่นไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนด้วย
นางสาวฐปณีย์ยังกล่าวถึงเรื่องสภาพจิตใจว่ารอบนี้เราค่อนข้างกังวล เพราะเรื่องที่ถูกกระจายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เราถูกลดความน่าเชื่อถือของการเป็นนักข่าว ถูกดิสเครดิต กลัวว่าจะไม่ได้ทำข่าวแบบที่เราเคยทำ ให้เราเกิดความไม่น่าเชื่อถือ คุณค่าของเราหายไป กังวลว่าเราจะเป็นนักข่าวต่อได้ไหม และยังกระทบในส่วนอื่น ๆ ด้วย เรามีสำนักข่าว กระทบความเชื่อมั่นของสำนักข่าวและกระทบด้านจิตใจตนเอง เมื่อเห็นปริมาณเยอะขึ้นไปกระทบคนอื่นด้วย จนกลายเป็นว่าเราไปพบนักจิตวิทยา เรามีคนที่มีตัวตนจริง ๆ มาถามเราว่าเราสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนเหรอ เราก็ตอบไปว่าเราทำข่าว ไม่ได้มีอะไร แต่เขากลับตอบว่าอย่าไปสนับสนุนเชียวนะ ไม่งั้นจะไม่เอาไว้ จึงรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวเองแล้ว แต่เป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าตัวเราแล้ว จึงต้องไปพบนักจิตวิทยาเพื่อหาทางจัดการตัวเอง เพราะกระทบร้ายแรงและรุนแรงในครั้งนี้ เราไม่ควรปล่อยผ่านปฏิบัติการไอโอให้เกิดขึ้นและไปเกิดกับคนอื่น ๆ ด้วย
เมื่อถามถึงพัฒนาการของไอโอตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วมาถึงตอนนี้ถือว่าก้าวกระโดดมาหรือไม่ นางสาวฐปณีย์กล่าวว่าปัจจุบันมีการใช้เอไอทำเป็นบทสนทนา บทสัมภาษณ์ ทำให้คนเชื่อได้ง่าย ทั้งการแสดงละคร บทละคร ไม่ใช่แค่ไอโอพุ่งเป้าที่ดิสเครดิตอย่างเดียว แต่คือการทำลายหรือฆ่าเราในทางวิชาชีพ เพราะมุ่งเป้าโจมตีชัดเจน มันร้ายแรงมาก เราเห็นโครงสร้างที่ทำแบบสมบูรณ์แบบขึ้นในระบบ จึงอยากให้มีการศึกษาจริงจัง เปิดออกมาให้เห็นชัดเจนว่ามีปฏิบัติการนี้ โดยมีตัวละครชัดเจนมาก อยากให้ไปศึกษาดู เริ่มต้นจากเพจไม่มีตัวตนจนไปถึงเพจที่มีตัวตน
สำหรับการพูดคุยครั้งนี้ ตนเองอยากให้สังคมได้เห็นว่าไอโอมีจริง และถูกใช้มาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น และตั้งแต่เหตุการณ์ไทย-กัมพูชา ทำให้เห็นว่ารัฐอาจประสบความสำเร็จในการไอโอเรื่องสงคราม แต่กรณีของตนเอง อยากย้ำว่าไม่ใช่แค่กรณีของตัวเอง แต่อาจเกิดขึ้นกับทุกคน การสร้างความเกลียดชัง ทำร้ายป้ายสี ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อาจเกิดกับทุกคน ทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยก ตนเองก็ห่วงที่สุดคือเรื่องสามจังหวัดชายแดนใต้ ไม่อยากให้เรื่องนี้ถูกขยับไปเรื่องการแตกแยกอีก ไม่อยากให้ปล่อยผ่านกรณีการใช้ไอโอจนเกิดการลอยนวลพ้นผิด หรือยอมรับว่ากระบวนการนี้ถูกต้องจากค่านิยมเรื่องชาติจนกลายเป็นวิธีการที่รัฐนำมาใช้กับประชาชน
ส่วนคนที่มาแสดงความคิดเห็นจริง ๆ นั้น เราต้องกลับมาทบทวนว่าจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไร คงต้องเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ เริ่มนับหนึ่งใหม่ และพิสูจน์ว่าเรื่องที่ทำเป็นอย่างไร และสิ่งที่ตนเองแม้จิตใจจะแย่แต่จะยังเป็นนักข่าว ไม่เป็นอย่างอื่น จะพยายามกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองให้ได้เร็วที่สุด ดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตามต้องหยุดยั้งกระบวนการเหล่านี้ให้ได้ ควรมีการตรวจสอบ ทำรายงานออกมาและไปคุยกับแพลตฟอร์ม เพื่อเรียกร้องให้มีความรับผิดชอบด้วย
ภาพ: ธนทิพย์ เล้าสุทธิพงศ์
https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/1362048509450514