
SpringNews
12 hours ago
·
เมื่อต่างชาติไม่ได้มาแค่ 'เที่ยวไทย' แต่มาเพื่อ 'สร้างโลกใหม่' ที่รัฐไทยยังเดินตามหลัง?
.
การที่ต่างชาติเข้ามาปักหลักในหลายพื้นที่ของไทย อาจจะดูเหมือนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหรือดึงรายได้เข้าประเทศ แต่ในอีกมุมหนึ่ง เราพบว่าพวกเขากำลังสร้าง 'โลกใหม่' ที่มีภาษา วัฒนธรรม โบสถ์ และสถานรับเลี้ยงเด็กของตัวเอง จนบางพื้นที่กลายเป็น 'Safe Zone นอกระบบ' ที่กฎหมายไทยเข้าไม่ถึงหรือเข้าถึงช้ามาก
.
[ กางแผนที่ 'ไทยแลนด์' ต่างชาติขอจอง? ]
.
• เกาะพะงัน (สุราษฎร์ฯ): บุกจับเนิร์สเซอรีเถื่อน พบเด็กอิสราเอลอายุ 2-12 ปี มากถึง 89 คน พร้อมครูเถื่อนนานาชาติ 9 ราย ทั้งไทย อิหร่าน อเมริกา แอฟริกาใต้ และฝรั่งเศส
.
• อ.ปาย (แม่ฮ่องสอน): หมุดหมายยอดฮิตของชาวยิวอิสราเอลและทหารเกณฑ์ปลดประจำการที่มาพักใจจากสงคราม มีการสร้างโบสถ์ยิวและรวมกลุ่มเป็นชุมชน
.
• ภูเก็ต: ชาวรัสเซียเข้ามายึดพื้นที่หนาแน่นหลังสงครามรัสเซีย-ยูเครน จนเกิดปัญหาแย่งงานคนในพื้นที่
.
• พัทยา & ศรีราชา: จากเดิมที่มีแต่ยุโรปเกษียณ ตอนนี้มี 'อินเดีย' เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนศรีราชากลายเป็น 'ลิตเติ้ลโอซาก้า' เพราะชาวญี่ปุ่นอยู่กันเป็นครอบครัวหนาแน่น
.
• จันทบุรี: ชุมชนแอฟริกัน (มาลี, กานา, โซมาเลีย) กว่า 1,000 คน ปักหลักทำธุรกิจเพชรพลอยและสร้างครอบครัว
.
• กรุงเทพฯ: จีน (ห้วยขวาง), อาหรับ (นานา), อินเดีย (พาหุรัด), แอฟริกัน (บางรัก) และเมียนมา (บางแค-สมุทรสาคร) อยู่มายาวนานจนแทบจะกลายเป็นเมืองย่อมๆ บางรายทำธุรกิจจะขึ้นแท่นเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว
.
เมื่อ 'ต่างชาติ' เข้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนใหญ่ นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐไทยว่า จะจัดการอย่างไร ไม่ให้พื้นที่เหล่านี้กลายเป็นปัญหาสั่นคลอนความมั่นคงของชาติในระยะยาว
.
#SPRiNG #SPRiNGInfographic #คนต่างชาติอพยพ #เกาะพะงัน #อิสราเอล
.
ติดตามข่าวสารที่จะจุดประกายความคิด ให้ความหวังกับผู้คนและสังคม ได้ที่สำนักข่าว SPRiNG
...
SpringNews
คนต่างชาติอยู่พื้นที่ไหนในไทยบ้าง >> https://www.springnews.co.th/news/infographic/856178
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1429049165922965&set=a.352652053562687
.....
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Gemini
ประเด็นที่คนไทยกำลังพูดถึงกันมากในขณะนี้ ไม่ใช่แค่เรื่อง "Nomad" หรือ "Expat" ทั่วไป แต่คือการที่ชาวต่างชาติกลุ่มใหม่ไม่ได้มองไทยเป็นแค่สถานตากอากาศ แต่ใช้ไทยเป็น "Sandbox" ในการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจและสังคมของตัวเองขึ้นมา ในขณะที่โครงสร้างรัฐและกฎหมายไทยอาจจะยังปรับตัวไม่ทัน
นี่คือภาพสะท้อนของปรากฏการณ์ "สร้างโลกใหม่" ที่กำลังเกิดขึ้นครับ:
1. จากนักท่องเที่ยวสู่ "Digital State"
เราเห็นการรวมตัวของกลุ่ม Tech Nomad และผู้ประกอบการด้าน AI หรือ Web3 ที่เข้ามาปักหลักในย่านอย่างเชียงใหม่หรือเกาะพะงัน พวกเขาไม่ได้แค่มาเช่าที่พัก แต่กำลังสร้าง Co-living/Co-working Space ที่มีระบบจัดการตัวเอง มีเครือข่ายธุรกิจระดับโลก และใช้สกุลเงินดิจิทัลในการแลกเปลี่ยนภายในกลุ่ม
ความเหลื่อมล้ำของกฎหมาย: ในขณะที่รัฐยังพยายามทำความเข้าใจเรื่องภาษีคริปโตหรือวีซ่าทำงานที่ซับซ้อน แต่กลุ่มคนเหล่านี้ข้ามผ่านพรมแดนทางกายภาพไปสู่การทำงานบน Cloud 100% แล้ว
2. "Capital Invasion" ในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม
กรณีที่เห็นได้ชัดคือ "ทุนจีน" ในอุตสาหกรรมเกษตร (เช่น ล้งมะพร้าวน้ำหอม หรือทุเรียน) ที่ไม่ได้เข้ามาแค่ซื้อขาย แต่เข้ามาควบคุม Supply Chain ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
รัฐเดินตามหลัง: กฎหมายนอมินีหรือการควบคุมการถือครองที่ดินยังมีความลักลั่น ทำให้ทุนต่างชาติสามารถ "สร้างโลก" ของการค้าที่เบ็ดเสร็จ จนเกษตรกรไทยอาจกลายเป็นเพียง "แรงงานในที่ดินตัวเอง"
3. การเกิด "Enclave Economy" (เศรษฐกิจพื้นที่ปิด)
ในบางพื้นที่ เราเห็นการเติบโตของชุมชนต่างชาติที่เข้มแข็งมากจนแทบไม่ต้องพึ่งพาบริการจากรัฐไทย หรือแม้แต่การปฏิสัมพันธ์กับท้องถิ่น
มีระบบโรงเรียนนานาชาติเฉพาะกลุ่ม
มีบริการทางการแพทย์ระดับ Hi-end ที่รองรับเฉพาะชาวต่างชาติ
มีการใช้ App Platform ต่างประเทศในการสั่งอาหารหรือเรียกรถที่เงินไหลออกไปต่างประเทศทันที
4. ความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)
ไทยกลายเป็นสมรภูมิของ "Soft Power" และ "Hard Infrastructure" ระหว่างขั้วอำนาจใหญ่ ทั้งทุนจากจีนที่รุกคืบผ่านเส้นทางสายไหม (BRI) และกลุ่มตะวันตกที่เข้ามาในคราบของ Tech Company
จุดที่รัฐไทยยังช้า: คือการนิยาม "ความมั่นคง" แบบใหม่ รัฐยังติดอยู่กับการรักษาอำนาจในระบบเดิม แต่ความมั่นคงยุคใหม่คือเรื่องของ Data Sovereignty (อธิปไตยข้อมูล) และ Energy Security ซึ่งทุนต่างชาติเข้ามายึดหัวหาดไปล่วงหน้าแล้ว
บทสรุป: รัฐไทยต้องเปลี่ยนบทบาท?
หากรัฐไทยยังมองชาวต่างชาติผ่านเลนส์ของ "รายได้จากการท่องเที่ยว" เพียงอย่างเดียว เราจะพลาดการรับมือกับ "โครงสร้างสังคมคู่ขนาน" ที่กำลังเกิดขึ้น
สิ่งที่รัฐต้องเร่งทำคือ:
Regulatory Guillotine: ตัดกฎหมายที่ล้าสมัย เพื่อดึงกิจกรรมใต้ดิน (ที่ต่างชาติทำอยู่แล้ว) ขึ้นมาบนดินให้ตรวจสอบได้
Infrastructure Branding: ไม่ใช่แค่สร้างถนน แต่ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพลังงานสะอาดที่ทันโลก
Local Protectionism 2.0: ไม่ใช่การปิดกั้น แต่คือการเพิ่มแต้มต่อให้คนไทยสามารถแข่งขันหรือ "ร่วมสร้าง" ไปกับโลกใหม่นั้นได้