วันจันทร์, พฤษภาคม 11, 2569

‘รามคำแหง ๕๓’ เหตุการณ์ที่อาจเป็นอีกจุดด่างหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองประชาธิปไตยไทยๆ บางคนเอาไปเปรียบเทียบกับ ‘๖ ตุลา’ บ้างว่าผู้ถูกกระทำหาเรื่องเอง

รามคำแหง ๕๓เหตุการณ์ที่อาจเป็นอีกจุดด่างหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองประชาธิปไตยไทยๆ บางคนเอาไปเปรียบเทียบกับ ๖ ตุลาบ้างว่าผู้ถูกกระทำหาเรื่องเอง แต่ถ้าอ่านข่าว เรื่องเล่าเช้านี้จะได้ความว่า

“มวลชนชาวมุสลิมรวมตัวเดือด ภายในซอยรามคำแหง 53 หลังพบ LGBTQ รายหนึ่งแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ไลฟ์วิจารณ์คัมภีร์อัลกุรอาน ก่อนจบลงด้วยดี คู่กรณีรับผิด ยอมโกนผมและโพสต์ขอโทษ” ทว่าในสื่อสังคม มีทั้ง

“ใครใจแข็งก็ไปดูคลิปเต็มที่เพจต้นเรื่อง มีทั้งคนบอกให้ตบทีละคน ให้ตัดไข่ ให้เลิกเป็นกะเทย มีคนตะโกนคำว่าตายออกมาได้หน้าตาเฉยตอนที่เขาพูดว่าต้องรอตำรวจมาเพราะถ้าให้ออกมาตอนนี้ไม่รู้จะได้เข้าโรงพยาบาลไหน”

เห็นภาพในคลิปน่ากลัวอยู่ มีบางคอมเม้นต์บอก “อยู่เฉยๆก็ไม่โดนหรอกมั้งคะ ไปยั่วยุให้เกิดความโมโห หาเรื่องใส่ตัวเอง เรื่องศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ก็รู้อยู่แล้ว” แต่ความกดดันในชุมชน อาจเป็นเหตุให้ชายเพศสภาพผู้เคราะห์ร้ายแสดงออกในทางยั่วยุ

ยังคง “ไลฟ์สดล้อเลียนและวิจารณ์คัมภีร์อัลกุรอาน” จนมวลชนอิสลามนับร้อยยกขบวนไปถึงที่พัก จน “ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง ต้องเข้าควบคุมสถานการณ์และพาตัวชายคนดังกล่าวออกจากจุดเกิดเหตุ” แล้วเป็นตัวกลางเปิดเจรจาสองฝ่าย

ใช้เวลาคุยกันไม่ลงตัวอยู่ ๓ ชั่วโมง ลงเอยชายเพศสภาพยอมให้กร้อนผมโกนหัว ถูกบังคับให้ปฏิญานตนยอมรับศาสนาอิสลาม และโพสต์ข้อความขอโทษต่อชาวมุสลิม นัยว่าเขาเองเป็นมุสลิมตามสถานะครอบครัวอยู่แล้ว ซึ่งก็มีคนแสดงความเห็นใจ

“การบังคับโกนหัวหรือการประจานในที่สาธารณะ เป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมประชาธิปไตยที่ต้องอยู่ร่วมกันอย่างมีนิติธรรม” โพสต์ของ Wara Chanmanee ชี้เหตุและผล

“มุสลิมเราโปรดใจเย็น ๆ การเผยแพร่หลักการศาสนาตามแบบฉบับของท่านรอซูล ท่านทำอย่างสันติและเป็นมิตร ท่านรอซูลไม่ลากใครมานั่งประจาน เอาดาบตั้งบนบ่า และบังคับให้เขากล่าวชาฮาดะห์ (คำปฏิญาณตน)” Farain Niyomdecha ว่า

“หลักสิทธิมนุษยชน ในวันที่มาตรฐานของสังคมไทยและสังคมโลกเดินมาไกลจากรัฐจารีต การยินยอมให้บุคคลมีสิทธิเหนือเนื้อตัวร่างกายของตนเอง นับเป็นหลักการสิทธิมนุษยชนที่เป็นพื้นฐาน (ชอบไม่ชอบเป็นอีกเรื่อง เพราะสังคมเราไม่ได้มีแค่มุสลิม)”

(https://www.facebook.com/farain.niyomdacha/posts/E61YcnXa, https://www.facebook.com/sippapacha.fund/posts/25BZCmc2T และ https://x.com/MorningNewsTV3/status/2053661989990474064)