พรรคประชาชนสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย เพราะมีเนื้อหาตรงกันอย่างน้อย ๒ อย่าง คือให้การได้มาซึ่ง สสร.จัดให้ประชาชนมีส่วนร่วม กับไม่เพิ่มสิทธิพิเศษแก่ สว. แต่พรรคประชาชนเองจะยื่น ๒ ร่าง ซึ่งมีเนื้อหาต่างกันแค่ประเด็นเดียว
“เหตุที่ต้องเสนอสองร่างคือ ต้องยอมรับขีดจํากัดทางการเมืองที่เราอยู่ภายใต้คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างได้โดยตรง” เท้ง ณัฐพงษ์ และไอติม พริษฐ์ แถลงกรณีที่เดอะ โพลิติคส์ ของมติชนเรียกว่า “ดีลข้ามขั้ว”
หากแต่ ‘ขีดจำกัด’ ที่ว่าเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนไม่เห็นด้วย เพราะในร่างเดิมที่พรรคเคยเสนอไว้ก่อนจะมีการยุบสภา ให้ประชาชนเลือก สสร.โดยตรง ซึ่งตรงกับหลักการประชาธิปไตย คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๖๔ ก็เคยยอมรับว่าเป็นเช่นนั้น
เหตุผลที่อธิบายหลักการนี้ได้ดีที่สุดมาจาก รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงวลี “ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจสูงสุดในการตีความกฎหมาย และคำวินิจฉัยของศาลผูกพันทุกองค์กรของรัฐ” ก็จริง ทว่าจะตีความว่าผูกพันถึงประชาชนด้วยได้หรือ
อจ.ประภาสชี้ว่า ประชาชนมีอำนาจ ‘สถาปนารัฐธรรมนูญ’ อันเป็นอำนาจการเป็นผู้สร้าง รธน. ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่ควรใช้อำนาจของตน “ปิดกั้นช่องทางที่ประชาชนจะใช้อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ” เหมือนกับสำนวนที่ว่า
“ผู้พิพากษาตีความกฎหมาย ไม่ใช่สร้างกฎหมาย” มิฉะนั้น “ถ้าคำวินิจฉัยของศาลผูกพันแม้แต่กระบวนการที่ประชาชนจะสร้างกติกาของตัวเอง เราก็ไม่ได้อยู่ในระบอบที่อำนาจสูงสุดเป็นของปวงชนอีกต่อไป แต่เป็นระบอบที่อำนาจสูงสุดอยู่ที่ศาล”
อจ.ประภาสบอกด้วยว่า “แม้ในหลายประเทศจะมีแนวคิดว่าการใช้อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญยังต้องเคารพหลักพื้นฐานบางประการของระบอบประชาธิปไตย แต่ก็ไม่ควรตีความไปจนถึงขั้นตัดขาดประชาชนออกจากกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่”
อย่างที่ศาล รธน.ทะลุกลางปล้องไว้ในคำวินิจฉัย (เรื่องการจัดทำประชามติ ๓ ครั้ง) อย่างไม่มีเหตุไม่มีผลอันใดกำกับ แม้กระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่ได้อธิบายให้กระจ่าง
(ลายแทงจาก เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=100044666283411)
