
Wiroj Lakkhanaadisorn - วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
Yesterday
·
[ แก้ปัญหาการเหมารวมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ที่ดีที่สุด คือการมีวาระ และใช้การเลือกตั้งของชาวบ้าน เป็นการประเมิน ]
.........................
กรณีการพูดเหมารวมว่า “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านมีส่วนพัวพันกับยาเสพติด” ของคุณภัณฑิล น่วมเจิม เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ และสมควรต้องมีการขอโทษ รวมถึงควรมีมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีการพูดเหมารวมในลักษณะเช่นนี้อีก
.
แต่คำว่า “ไม่ควรเหมารวม” นั้น ต้องพิจารณาให้ครอบคลุมทั้งสองด้านด้วย กล่าวคือ หากเราให้อภัยในความผิดพลาดของคุณภัณฑิล และพิจารณาถึงเจตนาที่ดีของคุณภัณฑิล ก็ต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า ในสังคมเรามีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จำนวนหนึ่งที่ประพฤติตนเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เอารัดเอาเปรียบ และกอบโกยผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของลูกบ้าน รวมถึงมีบางส่วนที่เข้าไปพัวพันหรือเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งยาเสพติด คุกคามแม้กระทั่งเพื่อนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านด้วยกัน คงจะไม่มีใครรับรองได้หรอกนะครับว่า กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านดีทุกคน หรือไม่มีปัญหาเลยสักคน
ในขณะเดียวกัน ก็มีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านอีกจำนวนมากที่เสียสละ ทำงานอย่างแข็งขันในโครงการชุมชนล้อมรักษ์ ซึ่งเป็นโครงการป้องกันยาเสพติดในระดับชุมชน ท่ามกลางการถูกข่มขู่ และตกเป็นเป้าหมายจากมาเฟียค้ายาเสพติดในพื้นที่
.
ด้วยระบบการเลือกตั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในปัจจุบัน เมื่อใครได้รับเลือกตั้งแล้ว ก็จะดำรงตำแหน่งไปจนถึงอายุ 60 ปี ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่เคยมีวาระ 5 ปี ดังนั้น หากชุมชนใดมีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านที่กระตือรือร้น พร้อมเสียสละเพื่อลูกบ้าน ชุมชนนั้นก็ถือว่าโชคดี
.
แต่หากชุมชนใดมีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านที่ขาดความกระตือรือร้น หรือแย่ไปกว่านั้น คือประพฤติตนเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ก็จะกลายเป็นความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของประชาชนในพื้นที่นั้น โดยที่ไม่มีกลไกใด ที่ประชาชนจะสามารถเลือกตั้งใหม่ เพื่อเปลี่ยนตัวกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านได้เลย ทำได้เพียงรอให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านคนนั้นอายุ 60 ปี
.
ดังนั้น เพื่อไม่ให้สังคมต้องเหมารวมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทั้งที่ดี และไม่ดี ผมคิดว่าตำแหน่งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านควรต้องมีวาระ เพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้านได้เลือกและได้ประเมินผู้ใหญ่บ้านของตนเป็นระยะๆ ส่วนระยะเวลาของวาระ นั้นสามารถพิจารณาให้เหมาะสมได้ อาจเป็น 5 ปีตามเดิม หรือ 6 ปี หรือมากกว่านั้น (
Note: ก่อนรัฐประหารปี 2549 กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านมีวาระ 5 ปี นะครับ)
.
หากกำนันและผู้ใหญ่บ้านมีวาระ ประชาชนก็จะกลายเป็นกลไกสำคัญในการประเมินกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ คนที่ไม่ดี หรือไม่เหมาะสม ก็จะถูกชาวบ้านคัดกรองออกไป ส่วนคนที่ดี พร้อมเสียสละ และตั้งใจทำงานเพื่อชาวบ้าน ก็จะได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่อไป
ท้ายที่สุด ผลประโยชน์สูงสุดก็จะเกิดขึ้นกับประชาชน
[ แก้ปัญหาการเหมารวมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ที่ดีที่สุด คือการมีวาระ และใช้การเลือกตั้งของชาวบ้าน เป็นการประเมิน ]
.........................
กรณีการพูดเหมารวมว่า “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านมีส่วนพัวพันกับยาเสพติด” ของคุณภัณฑิล น่วมเจิม เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ และสมควรต้องมีการขอโทษ รวมถึงควรมีมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีการพูดเหมารวมในลักษณะเช่นนี้อีก.
แต่คำว่า “ไม่ควรเหมารวม” นั้น ต้องพิจารณาให้ครอบคลุมทั้งสองด้านด้วย กล่าวคือ หากเราให้อภัยในความผิดพลาดของคุณภัณฑิล และพิจารณาถึงเจตนาที่ดีของคุณภัณฑิล ก็ต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า ในสังคมเรามีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จำนวนหนึ่งที่ประพฤติตนเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เอารัดเอาเปรียบ และกอบโกยผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของลูกบ้าน รวมถึงมีบางส่วนที่เข้าไปพัวพันหรือเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งยาเสพติด คุกคามแม้กระทั่งเพื่อนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านด้วยกัน คงจะไม่มีใครรับรองได้หรอกนะครับว่า กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านดีทุกคน หรือไม่มีปัญหาเลยสักคน
ในขณะเดียวกัน ก็มีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านอีกจำนวนมากที่เสียสละ ทำงานอย่างแข็งขันในโครงการชุมชนล้อมรักษ์ ซึ่งเป็นโครงการป้องกันยาเสพติดในระดับชุมชน ท่ามกลางการถูกข่มขู่ และตกเป็นเป้าหมายจากมาเฟียค้ายาเสพติดในพื้นที่.
ด้วยระบบการเลือกตั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในปัจจุบัน เมื่อใครได้รับเลือกตั้งแล้ว ก็จะดำรงตำแหน่งไปจนถึงอายุ 60 ปี ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่เคยมีวาระ 5 ปี ดังนั้น หากชุมชนใดมีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านที่กระตือรือร้น พร้อมเสียสละเพื่อลูกบ้าน ชุมชนนั้นก็ถือว่าโชคดี.
แต่หากชุมชนใดมีกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านที่ขาดความกระตือรือร้น หรือแย่ไปกว่านั้น คือประพฤติตนเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ก็จะกลายเป็นความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของประชาชนในพื้นที่นั้น โดยที่ไม่มีกลไกใด ที่ประชาชนจะสามารถเลือกตั้งใหม่ เพื่อเปลี่ยนตัวกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านได้เลย ทำได้เพียงรอให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านคนนั้นอายุ 60 ปี.
ดังนั้น เพื่อไม่ให้สังคมต้องเหมารวมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทั้งที่ดี และไม่ดี ผมคิดว่าตำแหน่งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านควรต้องมีวาระ เพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้านได้เลือกและได้ประเมินผู้ใหญ่บ้านของตนเป็นระยะๆ ส่วนระยะเวลาของวาระ นั้นสามารถพิจารณาให้เหมาะสมได้ อาจเป็น 5 ปีตามเดิม หรือ 6 ปี หรือมากกว่านั้น (
Note: ก่อนรัฐประหารปี 2549 กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านมีวาระ 5 ปี นะครับ).
หากกำนันและผู้ใหญ่บ้านมีวาระ ประชาชนก็จะกลายเป็นกลไกสำคัญในการประเมินกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ คนที่ไม่ดี หรือไม่เหมาะสม ก็จะถูกชาวบ้านคัดกรองออกไป ส่วนคนที่ดี พร้อมเสียสละ และตั้งใจทำงานเพื่อชาวบ้าน ก็จะได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่อไปท้ายที่สุด ผลประโยชน์สูงสุดก็จะเกิดขึ้นกับประชาชน
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1487634299819786&set=a.424755022774391
...
Puangthong Pawakapan
นี่คือมรดกของการรัฐประหารของ คมช. ปี 2549 - ล้มเลิกการเลือกตั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทันทีด้วยอาวุธ ทั้งๆ ที่เป็นประเด็นที่ภาคประชาชนต่อสู้กันมาเป็นทศวรรษ
ถ้าไม่ใช่เพราะกำนันผู้ใหญ่บ้านคือแขนขาทางการเมืองของผู้มีอำนาจในเมืองหลวงแล้ว พวกเขาก็คงไม่สนใจเรื่องนี้หรอก