วันพุธ, พฤษภาคม 13, 2569

คำถามที่รอคำตอบ ทางออก มาตรา 112 ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป! เมื่อการเสนอแก้ไข ม.112 ของพรรคก้าวไกลในสภาเป็นคดีความผิด ขณะที่จำเลยในคดี ม.112 แต่ละราย ก็ได้รับโทษรุนแรง ประชาชนถูกดำเนินคดีฐานความผิด ม.112 ก็มีจำนวนมาก “อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”



ปิดหน้าออนไลน์ : ส่องทางออก มาตรา 112 ทำอย่างไรกับผู้ต้องขัง เมื่อเสนอในสภาเป็นความผิด

12.05.26
มติชนออนไลน์

ยังเป็นคดีที่ต้องรอบทสรุป สำหรับกรณี 44 ส.ส.ก้าวไกล ที่ลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ถูก ป.ป.ช.ชงมติ ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา กรณีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งหากศาลฎีการะบุว่ามีความผิด จะมีโทษถึงขั้นปิดฉากเส้นทางการเมือง เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิต

เบื้องต้นศาลฎีการับคำร้อง โดยนัดพิจารณาครั้งแรก 30 มิถุนายน 2569 ส่วน 10 ส.ส.ของพรรคประชาชน ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ยังได้ทำหน้าที่ต่อ จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา

เมื่อย้อนถึงที่มาของคดีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อปี 2564 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล นำชื่อ ส.ส.ในพรรค จำนวน 44 คน ยื่นร่างกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกและสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ทั้งหมด 5 ฉบับ ต่อประธานรัฐสภา

หนึ่งในนั้นคือ ร่างแก้ไข ม.112 ที่มีสาระสำคัญคือ ปรับลดโทษเพื่อให้ได้สัดส่วนกับสภาพความผิด รวมทั้งเสนอให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ร้องทุกข์และเป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่ประชาชนทั่วไป ป้องกันมิให้ผู้อื่นใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ “ฟ้องกลั่นแกล้ง” ผู้เห็นต่าง

อย่างไรก็ตาม พิธาระบุในวันยื่นร่างกฎหมายทั้ง 5 ฉบับ ถึงกรณีแก้ไขอัตราโทษคดี ม.112 ด้วยหวังให้จำเลยในคดีได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรม

แต่สุดท้ายร่างดังกล่าวก็ไม่เคยได้นำเข้าสู่การพิจารณาของสภา เนื่องจากประธานสภาในขณะนั้น ซึ่งก็คือ นายชวน หลีกภัย ไม่ได้นำเข้าสู่วาระการพิจารณาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

จนกระทั่งการเลือกตั้ง 2566 เรื่องของ ม.112 ถูกนำมาพูดถึงอย่างกว้างขวาง ทุกพรรคการเมือง ทุกการดีเบต มีการสอบถามถึงจุดยืนเรื่อง ม.112 ซึ่งก็แบ่งได้เป็น 2 ฝ่ายหลักๆ นั่นก็คือ เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญา และให้คงเอาไว้ตามเดิม และมีอยู่บ้างที่เห็นว่าควรเพิ่มโทษให้กับผู้ฝ่าฝืน

อย่างไรก็ตาม หลังการเลือกตั้ง 2566 ศาลรัฐธรรรมนูญก็มีคำวินิจฉัยเมื่อปี 2567 ที่ระบุว่า การเสนอแก้ไข ม.112 ของพรรคก้าวไกล เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครอง และสั่งให้เลิกกระทำ

ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ 44 ส.ส.ก้าวไกล ต้องเผชิญวิบากกรรมอยู่ในขณะนี้!

ย้อนกลับไปถึงการบังคับใช้ ม.112 และกฎหมายอื่นอีกหลายมาตราเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง โดยอิงจากบันทึกของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่ระบุว่า เริ่มมีการบังคับใช้กฎหมายในลักษณะดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นในปี 2563 โดยมีปรากฏการณ์ดำเนินคดีผู้ชุมนุมบนท้องถนน อย่างเด่นชัด ในเดือนพฤศจิกายน 2563 นับตั้งแต่กลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวตลอดปี’ 63

ข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมมีตั้งแต่ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และองคาพยพ ยุบสภา ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ยกเลิก ม.112 ไปจนถึงปฏิรูปสถาบัน

เป็นเหตุให้ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราที่มีอยู่กับผู้ชุมนุมที่กระทำความผิด

โดยศูนย์ทนายความฯชี้ว่า ประชาชนถูกดำเนินคดีฐานความผิด ม.112 จำนวนมาก “อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” และยังมากกว่า 1,000 คน แม้ปัจจุบันจะมีรัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้งแล้วก็ตาม โดยอัตราโทษของฐานความผิด ม.112 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี สุ่มเสี่ยงกับการใช้อำนาจลิดรอนสิทธิของประชาชนอย่างรุนแรง

ขณะที่จำเลยในคดี ม.112 แต่ละราย ก็ได้รับโทษรุนแรง โดยอ้างอิงข้อมูลศูนย์ทนายความฯที่ระบุถึง “บัสบาส” มงคล ถิระโคตร อดีตพ่อค้าเสื้อผ้าออนไลน์และนักกิจกรรมใน จ.เชียงราย ที่ศาลมีคำพิพากษาว่าเขามีความผิดหลายกระทง ศาลฎีกาลงโทษจำคุก 46 ปี จากเดิมชั้นอุทธณ์ให้จำคุก 50 ปี ปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางเชียงราย

ป้าอัญชัญ-อัญชัญ ปรีเลิศ อดีตผู้ต้องขังคดี ม.112 ซึ่งถูกตัดสินจำคุกรวม 29 ปี 174 เดือน หรือประมาณ 43 ปี 6 เดือน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 27 ส.ค.67 โดยกรณีของป้าอัญชัญนับเป็นผู้ต้องขังหญิงทางการเมืองที่มีอายุมากที่สุด ถูกคุมขังยาวนานที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา

นี่ยังไม่เอ่ยถึงหลายคดี ม.112 ที่จำเลย ทั้งแกนนำ นักกิจกรรม และประชาชนทั่วไป ไม่ได้รับสิทธิปล่อยตัวระหว่างการพิจารณาคดี แม้จะปรากฏข่าวอย่างต่อเนื่องว่าทนายความยื่นขอประกันตัว เสนอเงื่อนไขติดกำไล EM แล้วก็ตาม

หรือกระทั่งกรณีของ บุ้ง เนติพร กลุ่มทะลุวัง เสียชีวิตระหว่างอยู่ในความควบคุมของกรมราชทัณฑ์เมื่อปี 2567 ที่เพิ่งไต่สวนการตายเสร็จสิ้น ศาลนัดอ่านคำสั่งของศาลจังหวัดธัญบุรี วันที่ 15 ก.ค.นี้ ซึ่งจะแสดงรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเธอ

ส่งผลให้แกนนำบางส่วนตัดสินใจย้ายไปเริ่มชีวิตใหม่ในต่างประเทศ ด้วยมองว่าถูกจำกัดเสรีภาพ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมไทย และอีกหลายรายที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีในหลายปีให้หลัง หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองปี 2563-2564

แน่นอนว่า ผลคำพิพากษาจะเป็นอย่างไร ทุกฝ่ายก็ต้องเคารพ

เพียงแต่คำถามที่เกิดขึ้นในสังคมก็คือ เรื่อง ม.112 ที่กลายเป็นหัวข้อพูดคุยกันมาตลอด 6-7 ปีที่ผ่านมา มีคนถูกดำเนินคดีร่วมพันคน มีคนติดคุกอยู่อีกหลายสิบปีนั้น จะหาทางออกกับเรื่องเหล่านี้อย่างไร

เพราะไม่ใช่แค่นักการเมือง ที่ต้องเผชิญกับเรื่องราวดังกล่าว ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบ หากไม่นำเรื่องนี้ออกมาพูดถึงกันอย่างจริงจัง

อนาคตของประเทศ อนาคตของประชาชน โดยเฉพาะคนวัยหนุ่มสาวที่ควรเป็นพลังของประเทศ จะเป็นอย่างไร และไปสิ้นสุดที่ตรงไหน

ยังเป็นคำถามที่รอคำตอบ ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป!

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.matichon.co.th/politics/news_5714916