“ประเทศไทยกำลังจะเป็น SLAPP STATE” นรเศรษฐ์ นาหนองตูม เขียนบนหน้าทวิตเตอร์เมื่อเย็นวาน (๑๔ เมษา) ต่อกรณีที่อธิบดีกรมการปกครองแจ้งความอดีต กกต.‘สมชัย’ กับนักวิชาการไอทีอีกสองคน ข้อหานำลงข้อความเท็จ
มันเป็นนิสัยเสียของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลอนุทิน ๒.๐ ไปแล้ว ที่ใช้นิติสงครามอย่างอ่อน ไล่ปิดปากประชาชน ‘สแล้ป’ มันคือ “การฟ้องเพื่อให้คนหยุดพูด ไม่ใช่ฟ้องเพื่อชนะ แต่ฟ้องเพื่อให้เหนื่อย ให้เสียเวลา ให้เสียเงิน และที่สำคัญ…ให้กลัว”
เรื่องมาจากผู้ถูกฟ้องทั้งสาม “ถาม” (ถามนะถาม) กรมการปกครองว่า “ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๕๓ ล้านรายชื่อรั่วไหลหรือไม่” ทนายสิทธิมนุษยชนแนะด้วยว่า “ถ้าเป็นประเทศประชาธิปไตยแบบอารยะ มันควรจะถูกตอบด้วยข้อเท็จจริง” ใช่ไหม
เขาท้าวความไปยังคดีที่กรรมการเลือกตั้งฟ้องประชาชน ๖ คน ที่ไปตรวจสอบการเลือกตั้งชลบุรี เขต ๑ เมื่อต้นปี ทั้งกรณีนั้นและกรณีนั้นฝ่ายรัฐหาว่าประชาชน ‘หมิ่นประมาท’ บวกข้อหาข้อความเท็จตาม พรบ.คอมพิวเตอร์เข้าไปด้วยให้หนักชิบ
ทีมันหนักหนาสากรรจ์ เขาว่ามันสร้างบรรยากาศของความหวาดกลัว ที่จะใช้สิทธิในการพูดแสดงความคิดเห็น “คนจะเริ่ม ‘คิดก่อนพูด’ แล้วจากคิดก่อนพูด จะกลายเป็น ‘ไม่พูดดีกว่า’ สังคมแบบนี้ ไม่ได้เงียบเพราะไม่มีปัญหา
แต่เงียบเพราะไม่มีใครกล้าพูดถึงปัญหา” นรเศรษฐ์บอกด้วยว่า “ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเข้มแข็งเวลามีข้อสงสัยเรื่องข้อมูลขนาดใหญ่แบบนี้ รัฐจะรีบทำ ๓ อย่าง หนึ่ง ตรวจสอบ สอง เปิดเผย สาม อธิบาย” แต่นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ กลับฟ้องปิดปาก
แม้ยอมรับว่ามีข้อมูลรั่วไหลจริง แต่อ้างว่าเป็น “ความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง” ไม่มีการรับผิดชอบในขอบข่ายของผู้จัดทำและเก็บรักษา เป็นการผลักความผิดไปให้กับผู้ชี้เบาะแส ตักเตือน อย่างดื้อๆ ด้านๆ เสียงั้น
(https://x.com/thestandardth/status/2044009467457446232 และ https://x.com/SenateNorasate/status/2044009195201233300)
