วันเสาร์, เมษายน 11, 2569

Politico สำรวจความคิดเห็นจากยุโรป พบว่า แม้ว่ายุโรปยังคงพึ่งพาประเทศสหรัฐอเมริกาในด้านการทหารและเศรษฐกิจเพื่อความมั่นคง แต่ชาวยุโรปเห็นว่า สหรัฐฯเป็นภัยคุกคามมากกว่าพันธมิตร

ข้อค้นพบหลัก: สหรัฐฯ ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามมากกว่าพันธมิตร

ผลการสำรวจซึ่งจัดทำโดย Cluster17 ให้แก่ Politico และ beBartlet ในเดือนมีนาคม 2026 เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในความคิดเห็นของสาธารณชนในยุโรป โดยใน 6 ประเทศหลักของสหภาพยุโรป (เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เบลเยียม และโปแลนด์) ขณะนี้สหรัฐอเมริกาถูกมองว่าเป็น "ภัยคุกคาม" มากกว่าที่จะเป็น "พันธมิตรที่ใกล้ชิด"

ภาพรวมตัวเลข: มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 12% จากทั้ง 6 ประเทศนี้เท่านั้นที่มองว่าสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิด ในทางกลับกัน มีถึง 36% ที่มองว่าสหรัฐฯ เป็นภัยคุกคาม

การเปรียบเทียบกับจีน: ในขณะที่สหรัฐฯ ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามโดยคนกลุ่ม 36% แต่จีนถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามโดยคนกลุ่ม 29% ซึ่งหมายความว่าในสายตาของชาวยุโรปจำนวนมาก ในขณะนี้รัฐบาลวอชิงตันกลับเป็นผู้ที่สร้างความเสี่ยงได้มากกว่ารัฐบาลปักกิ่ง

รายละเอียดแยกตามรายประเทศ

มุมมองที่มีต่อสหรัฐฯ ในฐานะภัยคุกคามนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ:

สเปน: เป็นประเทศที่มีมุมมองเชิงวิพากษ์ต่อสหรัฐฯ มากที่สุด โดย 51% มองว่ารัฐบาลวอชิงตันเป็นความเสี่ยง

อิตาลี: 46% มองว่าสหรัฐฯ เป็นภัยคุกคาม

เบลเยียม: 42% มองว่าสหรัฐฯ เป็นภัยคุกคาม

ฝรั่งเศส: 37% มองว่าสหรัฐฯ เป็นภัยคุกคาม

เยอรมนี: 30% มองว่าสหรัฐฯ เป็นภัยคุกคาม

โปแลนด์: เป็นกรณีที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน โดยมีชาวโปแลนด์เพียง 13% เท่านั้นที่มองว่าสหรัฐฯ เป็นความเสี่ยง ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะผู้ค้ำประกันความมั่นคงเพื่อรับมือกับรัสเซีย ทั้งนี้ ในกรณีของทั้งฝรั่งเศสและโปแลนด์ จีนยังคงถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงกว่าเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ

บริบท: รัสเซียและความมั่นคง

แม้จะมีความระแวดระวังต่อสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น แต่รัสเซียยังคงเป็นประเด็นความกังวลหลักสำหรับชาวยุโรป โดย 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่ารัสเซียเป็น "ศัตรูที่ชัดเจน"

ปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้

บทความนี้ระบุว่าการที่มุมมองเหล่านี้มีความแข็งกร้าวขึ้น เป็นผลมาจากนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งรวมถึงประเด็นต่างๆ ดังนี้:

ความกังขาต่อ NATO: การตั้งคำถามเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของรัฐบาลวอชิงตันที่มีต่อพันธมิตร และการขู่ว่าจะถอนตัวออกจาก NATO

การดำเนินการฝ่ายเดียว: การขู่ที่จะ "ผนวกดินแดน" ในกรณีของกรีนแลนด์และแคนาดา รวมถึงการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศพันธมิตรในยุโรป ความขัดแย้งกับอิหร่าน: สงครามกับอิหร่านที่ประเทศในยุโรปปฏิเสธที่จะเข้าร่วม ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งภายในความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก

แรงกดดันทางเศรษฐกิจ: การข่มขู่จากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ (เช่น รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โค รูบิโอ) ที่จะทบทวนสมาชิกภาพนาโต หรือตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศต่างๆ เช่น สเปน ที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ

สรุป

ผลสำรวจชี้ให้เห็นถึง "ความขัดแย้งที่ลึกซึ้งขึ้น" ในการเมืองยุโรป: ในขณะที่ทวีปยุโรปยังคงพึ่งพาสหรัฐฯ ทางด้านการทหารและเศรษฐกิจเพื่อความมั่นคง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อรัสเซีย) ประชาชนกลับมองว่าผู้ปกป้องเป็นภัยคุกคามมากกว่าพันธมิตร





https://x.com/POLITICOEurope/status/2042215768578781665