Prinya Thaewanarumitkul
Yesterday
·
[ โครงการทำงานไถ่ตัวเองออกจากคุก: วันนี้ออกมาแล้ว 4 คน และเริ่มทำงานแล้วครับ ]
หลังจากที่ผมเมื่อวานไปจ่ายค่าปรับ 98,500 บาทให้ผู้ต้องขัง 4 คนที่ติดคุกเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ วันนี้เวลา 10 โมงเช้าผมก็ได้ไปรับทั้ง 4 คนออกมาจากสถานกักขังกลางปทุมธานี พร้อมกับได้รับ “ใบบริสุทธิ์” เป็นหลักฐานว่าพ้นโทษ (โทษปรับ) เรียบร้อยแล้วครับ
พอออกมาได้แล้วผมและทีมงานก็ได้พาทั้ง 4 คนไปที่ทำงานเลยครับ ซึ่งมี 3 หน่วยงานที่ผมขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ คือ โครงการตั้งต้นดี สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (ขอขอบคุณคุณธนะชัย สุนทรเวช Thanachai Sundaravej แม่งานคนสำคัญ) มูลนิธิกระจกเงา (หนูหริ่ง สมบัติ บุญงามอนงค์ ขอขอบคุณจากใจ) และสำนักงานบริหารทรัพย์สินและการกีฬา (ขอขอบคุณท่าน ผอ. Yanyong Akrajindanon ด้วยความซาบซึ้ง) โดยทั้ง 4 คนจะไม่ได้ทำงานเพียงแค่คืนค่าปรับให้เท่านั้น แต่จะทำงานยาวๆ ไปเลย งานนี้จึงไม่ใช่แค่ไถ่ตัวออกมา แต่คือการหางานให้เค้าทำไปพร้อมกัน ขอขอบคุณ สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี ด้วยที่สนับสนุนโครงการนี้ครับ
สำหรับในส่วนของค่าปรับที่ผมจ่ายให้เพื่อไถ่ตัวเค้าออกมานั้น เมื่อทั้ง 4 คนทำงานครบค่าปรับแล้ว ทั้ง 3 หน่วยงานก็จะคืนเงินค่าปรับให้ผม แล้วผมก็จะนำไปไถ่ตัวผู้ที่ติดคุกเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับคนต่อๆ ไป โดยจะได้ชักชวนผู้คนตั้งเป็นกองทุนไถ่ตัวเองออกจากคุกอย่างจริงจังต่อไป เพื่อช่วยคนที่ติดคุกเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับออกมาจากคุกให้ได้มากที่สุดครับ
หลายคนโดยเฉพาะสื่อมวลชนถามผมว่า “ถ้าเค้าทำงานไม่ครบจะทำอย่างไร อาจารย์ไม่กลัวเค้าหนีเหรอ” ขอเรียนว่าก็เพราะคำถามนี้แหละครับผมถึงต้องเริ่มด้วยเงินตัวเองก่อน เพราะจะทำให้ผมตอบได้ว่า “ไม่เป็นไรเงินผมเองครับ“
แต่ผมเชื่อมั่นว่าเขาจะทำงานจนครบ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การไถ่ตัวแต่เป็นการหางานให้เค้า และเค้ารู้ดีว่าเงินที่เค้าทำงานคืนมาคือเงินที่จะช่วยเพื่อนๆ เค้าที่ประสบชะตากรรมเดียวกันได้มีโอกาสทำงานไถ่ตัวเองเช่นเดียวกับเค้าต่อไปครับ
ที่สำคัญถ้าวันนี้ท่านได้มาเห็นภาพในวันนี้เช่นเดียวกับที่ผมเห็น คำถามนั้นอาจจะไม่มีเลยครับ คุณแม่ที่มารอรับลูกสาวยกมือไหว้ผมแล้วก็ร้องไห้ ”ขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยลูกสาวหนูค่ะ ..“ จนผมถึงกับน้ำตาซึมไปด้วย
พอถึงเวลาที่ผมพาทั้ง 4 คนออกมา คุณแม่ก็กอดกันร้องไห้กับลูกสาว พ่อแม่พี่น้องที่มารับก็ตื้นตันกอดกันกลม ทุกคนดีใจที่คนในครอบครัวเค้าได้ออกมาจากคุก ..
มนุษย์ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สิ่งนี้ทำให้เราเป็นมนุษย์ และทำให้เรายังมีความหวังในสังคมอยู่เสมอ ขอบคุณทุกๆ ท่านที่ให้กำลังใจ สังคมไทยดีขึ้นด้วยมือเราได้จริงๆ ครับ
·
[ โครงการทำงานไถ่ตัวเองออกจากคุก: วันนี้ออกมาแล้ว 4 คน และเริ่มทำงานแล้วครับ ]
หลังจากที่ผมเมื่อวานไปจ่ายค่าปรับ 98,500 บาทให้ผู้ต้องขัง 4 คนที่ติดคุกเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ วันนี้เวลา 10 โมงเช้าผมก็ได้ไปรับทั้ง 4 คนออกมาจากสถานกักขังกลางปทุมธานี พร้อมกับได้รับ “ใบบริสุทธิ์” เป็นหลักฐานว่าพ้นโทษ (โทษปรับ) เรียบร้อยแล้วครับ
พอออกมาได้แล้วผมและทีมงานก็ได้พาทั้ง 4 คนไปที่ทำงานเลยครับ ซึ่งมี 3 หน่วยงานที่ผมขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ คือ โครงการตั้งต้นดี สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (ขอขอบคุณคุณธนะชัย สุนทรเวช Thanachai Sundaravej แม่งานคนสำคัญ) มูลนิธิกระจกเงา (หนูหริ่ง สมบัติ บุญงามอนงค์ ขอขอบคุณจากใจ) และสำนักงานบริหารทรัพย์สินและการกีฬา (ขอขอบคุณท่าน ผอ. Yanyong Akrajindanon ด้วยความซาบซึ้ง) โดยทั้ง 4 คนจะไม่ได้ทำงานเพียงแค่คืนค่าปรับให้เท่านั้น แต่จะทำงานยาวๆ ไปเลย งานนี้จึงไม่ใช่แค่ไถ่ตัวออกมา แต่คือการหางานให้เค้าทำไปพร้อมกัน ขอขอบคุณ สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี ด้วยที่สนับสนุนโครงการนี้ครับ
สำหรับในส่วนของค่าปรับที่ผมจ่ายให้เพื่อไถ่ตัวเค้าออกมานั้น เมื่อทั้ง 4 คนทำงานครบค่าปรับแล้ว ทั้ง 3 หน่วยงานก็จะคืนเงินค่าปรับให้ผม แล้วผมก็จะนำไปไถ่ตัวผู้ที่ติดคุกเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับคนต่อๆ ไป โดยจะได้ชักชวนผู้คนตั้งเป็นกองทุนไถ่ตัวเองออกจากคุกอย่างจริงจังต่อไป เพื่อช่วยคนที่ติดคุกเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับออกมาจากคุกให้ได้มากที่สุดครับ
หลายคนโดยเฉพาะสื่อมวลชนถามผมว่า “ถ้าเค้าทำงานไม่ครบจะทำอย่างไร อาจารย์ไม่กลัวเค้าหนีเหรอ” ขอเรียนว่าก็เพราะคำถามนี้แหละครับผมถึงต้องเริ่มด้วยเงินตัวเองก่อน เพราะจะทำให้ผมตอบได้ว่า “ไม่เป็นไรเงินผมเองครับ“
แต่ผมเชื่อมั่นว่าเขาจะทำงานจนครบ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การไถ่ตัวแต่เป็นการหางานให้เค้า และเค้ารู้ดีว่าเงินที่เค้าทำงานคืนมาคือเงินที่จะช่วยเพื่อนๆ เค้าที่ประสบชะตากรรมเดียวกันได้มีโอกาสทำงานไถ่ตัวเองเช่นเดียวกับเค้าต่อไปครับ
ที่สำคัญถ้าวันนี้ท่านได้มาเห็นภาพในวันนี้เช่นเดียวกับที่ผมเห็น คำถามนั้นอาจจะไม่มีเลยครับ คุณแม่ที่มารอรับลูกสาวยกมือไหว้ผมแล้วก็ร้องไห้ ”ขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยลูกสาวหนูค่ะ ..“ จนผมถึงกับน้ำตาซึมไปด้วย
พอถึงเวลาที่ผมพาทั้ง 4 คนออกมา คุณแม่ก็กอดกันร้องไห้กับลูกสาว พ่อแม่พี่น้องที่มารับก็ตื้นตันกอดกันกลม ทุกคนดีใจที่คนในครอบครัวเค้าได้ออกมาจากคุก ..
มนุษย์ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สิ่งนี้ทำให้เราเป็นมนุษย์ และทำให้เรายังมีความหวังในสังคมอยู่เสมอ ขอบคุณทุกๆ ท่านที่ให้กำลังใจ สังคมไทยดีขึ้นด้วยมือเราได้จริงๆ ครับ