Time and again threats and shows of force fail to work quite as expected for Donald Trump, leaving his officials unable to hide their puzzlement https://t.co/NUUW9qhRF2
— The Economist (@TheEconomist) March 18, 2026
บทความจาก The Economist สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึก "งงงวย" ที่เพิ่มมากขึ้นภายในรัฐบาลทรัมป์ เนื่องจากกลยุทธ์หลักของรัฐบาล—การใช้การข่มขู่ขั้นรุนแรงและการแสดงแสนยานุภาพอย่างฉับพลัน—กลับพบกับการต่อต้านที่ไม่คาดคิดหรือส่งผลให้ต้องถอยร่นทางยุทธวิธีอยู่เสมอ
ภายในเดือนมีนาคม 2026 ตัวอย่างที่โดดเด่นหลายประการได้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบนี้ ซึ่งการ "เขย่าโต๊ะ" ของรัฐบาลนำไปสู่ภาวะชะงักงันทางการทูตและเศรษฐกิจ แทนที่จะเป็นชัยชนะอย่างรวดเร็วตามที่สัญญาไว้ในตอนแรก
ความ "งงงวย" ของการใช้กำลัง: ตัวอย่างสำคัญ
ปฏิบัติการ Epic Fury และอิหร่าน: การโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ของรัฐบาลต่อโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์และทางทหารของอิหร่านมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ระบอบการปกครองล่มสลายหรือบังคับให้ยอมจำนนโดยสิ้นเชิง แต่กลับนำไปสู่ "หมอกแห่งสงคราม" ที่ดึงพันธมิตรในภูมิภาคเข้ามาเกี่ยวข้องและคุกคามอุปทานน้ำมันทั่วโลกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ต่างงุนงงที่แม้จะมีกำลังทางทหารเหนือกว่าอย่างมาก แต่กลับไม่สามารถ "ปลุกระดมการก่อจลาจล" หรือบังคับให้เรือสินค้าเพิกเฉยต่อภัยคุกคามจากโดรนของอิหร่านได้
ความขัดแย้งเรื่องกรีนแลนด์: ในช่วงต้นปี 2026 ข้อเรียกร้องเรื่อง "สิทธิ กรรมสิทธิ์ และความเป็นเจ้าของ" ในกรีนแลนด์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการข่มขู่เรื่องภาษีและการแตกแยกในพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก จบลงด้วยสิ่งที่ The Economist อธิบายว่าเป็น "การถอยอย่างประนีประนอม" ที่ดาวอส ความงงงวยในที่นี้เกิดจากข้อเท็จจริงที่ว่าเดนมาร์กและพันธมิตรยุโรปไม่ได้ยอมจำนนต่อแรงกดดัน แต่กลับท้าทายรัฐบาล ทำให้เกิด "การถอยทางยุทธวิธี" ไปสู่กรอบการเจรจาที่ไม่ชัดเจน
ทฤษฎี "TACO": ตลาดและนักวิเคราะห์ระหว่างประเทศได้นำคำย่อ TACO (Trump Always Chickens Out) มาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ คำนี้ได้รับความนิยมหลังจากที่ภาษีและการข่มขู่ต่อ 14 ประเทศใน "วันปลดปล่อย" ถูกเลื่อนออกไปหรือถอนกลับซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อความผันผวนของตลาดพุ่งสูงขึ้น ความคับข้องใจภายในของฝ่ายบริหารนั้นเห็นได้ชัดเจน ขณะที่พวกเขากำลังดิ้นรนเพื่อรักษา "ทฤษฎีคนบ้า" ทางการทูตเอาไว้ ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามเริ่มคำนวณจุดที่สหรัฐฯ จะเปลี่ยนท่าทีได้อย่างแม่นยำแล้ว
ข้อจำกัดของแบบจำลอง "นักเลง"
นิตยสาร The Economist โต้แย้งว่า การที่ฝ่ายบริหารพึ่งพาการบีบบังคับของรัฐเหนือหลักเกณฑ์ของตลาดนั้น กำลังชนเข้ากับกำแพงแห่งการพึ่งพาซึ่งกันและกัน
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: ผู้ผลิตในประเทศ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นฐานสนับสนุนของสงครามการค้า กำลังฟ้องร้องรัฐบาลเพื่อขอคืนภาษีศุลกากรมากกว่า 130 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากต้นทุนเหล็กและชิ้นส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นบีบกำไรของพวกเขา
อุปสรรคทางกฎหมาย: คำตัดสินของศาลฎีกาในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ระบุว่าภาษี "ฉุกเฉิน" บางประเภทขัดต่อรัฐธรรมนูญ ได้ทำให้รัฐบาลสูญเสียเครื่องมือสำคัญในการดำเนินการฝ่ายเดียว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องดิ้นรนหาเหตุผลทางกฎหมายใหม่เพื่อสนับสนุนนโยบายการค้าของตน
หมายเหตุ: "ความสับสน" ที่กล่าวถึงในบทความ หมายถึง ความไม่สอดคล้องกันระหว่างความเชื่อของรัฐบาลที่ว่าอเมริกากุมอำนาจทั้งหมดไว้ กับความเป็นจริงที่ว่าทั้งพันธมิตรและคู่แข่งต่างก็หาวิธีที่จะ "กำหนดราคา" ให้กับการยกระดับความขัดแย้งของอเมริกาได้