สิ่งที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ บอกว่าเป็น “วิกฤตของรัฐบาล” อนุทินเอง ที่ทำให้น้ำมันแพง น้ำมันขาดแคลนหน้าปั๊มนั่นคือ ‘หลังม่าน’ ที่บังตาผู้ออกเสียงให้พรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทยจนได้ตั้งรัฐบาล แล้วการบริหารล้มเหลวไม่เป็นท่า
ไม่ต้องฟังแต่พรรคที่รักษาผลประโยชน์ของ ‘ประชาชน’ แทบจะทุกกระเบียดนิ้วมาวิจารณ์ก็ได้ แค่คนที่เป็นประธานยุทธศาสตร์ของพรรคอกหักอย่าง ‘กล้าธรรม’ แจงปรากฏการณ์ทัวร์ลงรัฐบาลจากทุกสารทิศ เรื่องที่ “รัฐบาลทำตัวเหมือนเซลล์ขายน้ำมันของกลุ่มทุน”
นอกจาก “ไม่มีความรับผิดชอบ” ต่อปัญหา แล้วยัง “ลักหลับขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก ๖ บาท ซ้ำเติมวิกฤติพลังงานเข้าไปอีก” มิหนำซ้ำ รมว.คมนาคม ควบรองนายกฯ พิพัฒน์ รัชกิจประการ ยังมั่นหน้าว่า “ไม่รู้ก่อนจริงๆ ว่าน้ำมันจะขึ้น ๖ บาท”
ใช่สิ “สังคมบอกเอาพ่อค้าน้ำมันมาบริหารได้ยังไง...วันนี้พูดอะไรเขาก็หาว่าผมโกหกอยู่แล้ว...จะไปร้องไห้ที่ไหนก็ไม่ได้ เขาหาว่าเป็นคอนฟลิกซ์ เพราะถือหุ้น PTG” แน่ละ ถึงได้โดนนักการเมืองตัวเป้ง อย่าง มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ขับไล่
พร้อมด้วย ทนายอั๋น บุรีรัมย์ (ภัทรพงศ์ ศุภักษร) คนดังอีสาน ร่วมกัน “บุกทำเนียบฯ จี้ อนุทิน ชาญวีรกูล ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี” แม้แต่ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ซึ่งตอนเข้ามาร่วมงานอนุทินใหม่ๆ ได้ฉายา “เพชรยอดมงกุฎ” และ “ซูเปอร์จี”
เดี๋ยวนี้ตัดเกรดเหลือแค่ “โซฟาเกรดเอ (คำของประทีป คงสิบ) ที่อยู่ผิดที่ผิดทาง แทนที่จะอยู่ในห้องรับแขก ในบ้านที่สะอาด บรรยากาศดี กลับเลือกไปอยู่ในห้องน้ำปั๊มน้ำมัน ที่เจ้าของไม่ยอมจ้างคนทำความสะอาดประจำ” เพราะ “ติดหล่มการเมืองไปแล้ว”
แม้เธอจะพร่ำว่า “น้ำมันในสต็อคยังมีเยอะ” แต่ไม่มีใครเชื่อน้ำยาเสียแล้ว เสียงก่นว่ามาแทนที่ แม้กระทั่งเพจของพรรคภูมิใจไทยยังต้องปิดคอมเม้นต์เป็นพัลวัน อ้างเหตุเกี่ยวกับ “แสดงความเห็นด้วยข้อความสุภาพ” ส่วนหนึ่งมาจากพวกคนที่ “เลือกมากับมือ” นั่นเอง
(https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/posts/m6M8av9, https://www.facebook.com/tawan.ten/posts/WNKq63P8 และ https://www.facebook.com/khaosod/posts/w7g1Fibzbp7)
