วันเสาร์, มีนาคม 07, 2569

การเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นการเลือกตั้งที่ถูกมองว่า “สกปรก” ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย สฤณี อาชวานันทกุล เขียนบทความสรุป 4 ประเด็นความผิดปกติทางคณิตศาสตร์ในการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งที่ตรวสอบพบ


iLaw
March 4
·
การเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นการเลือกตั้งที่ถูกมองว่า “สกปรก” ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย ดังสะท้อนจากเสียงทักท้วงและคำถามมากมายจากประชาชนตั้งแต่คืนวันเลือกตั้ง ผ่านมาสามสัปดาห์เสียงประท้วงยังไม่จางหาย ตั้งแต่เรื่องการซื้อเสียงก่อนวันเลือกตั้ง การนับคะแนนผิดและรวมคะแนนผิดขนาดที่ไม่น่าใช่ความผิดพลาดส่วนบุคคล หรือ human error การงุบงิบนับคะแนนอย่างไม่เปิดเผย การห้ามไม่ให้ประชาชนถ่ายรูปกระดานนับคะแนน ตัวเลขจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่เท่ากับจำนวนบัตรที่ใช้ไป หรือ “บัตรเขย่ง” และความแตกต่างระหว่างคะแนนส.ส. แบบแบ่งเขต กับ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ทั้งที่ทุกคนได้รับและได้หย่อนบัตรสองใบพร้อมกัน

ยังไม่นับประเด็นที่ถูกเปิดโปงว่า มีการใส่บาร์โค้ดบนบัตรซึ่งทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

ปัญหาที่ใหญ่ไม่แพ้พิรุธและความผิดปกติต่างๆ ของการเลือกตั้งก็คือ แทนที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะทยอยตอบคำถามประชาชนอย่างใจเย็นและกระจ่าง เปิดคะแนนดิบและข้อมูลต่างๆ ที่ประชาชนเรียกร้องด้วยความข้องใจ ให้สมกับที่เป็น “องค์กรอิสระ” แต่ กกต. กลับตัดสินใจ “ปิดเว็บไซต์” ที่แสดงผลคะแนนแบบไม่ครบถ้วนของตัวเอง และดำเนินคดีกับประชาชนที่ออกมาตรวจสอบความผิดปกติของการเลือกตั้ง

สฤณี อาชวานันทกุล เขียนบทความสรุป 4 ประเด็นความผิดปกติทางคณิตศาสตร์ในการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งที่ตรวสอบพบ

1. กรณี “บัตรเขย่ง” คะแนนจากบัตรสส. เขต กับสส. บัญชีรายชื่อในเขตเดียวกันไม่เท่ากัน และไม่ได้กระจายตัวแบบสุ่ม แต่พิสูจน์ในทางคณิตศาสตร์พบว่า เขตที่ภูมิใจไทยชนะมีอัตราการเขย่งสูงสุด

2. จำนวนผู้มาใช้สิทธิใน 3 เขต ได้แก่ บุรีรัมย์ เขต 2, ขอนแก่น เขต 6 และ นนทบุรี เขต 8 จำนวนผู้มาใช้สิทธิตอนนับ 94% สูงกว่า ตอนนับ 100% ซึ่งเป็นไปไม่ได้ แสดงว่าสามเขตนี้รายงานคะแนน 94% สูงเกินจริง หรือ กกต. ปรับลดคะแนน 100% ให้ต่ำเกินจริง

3. เมื่อเปรียบเทียบ ผลคะแนน 94% ไม่เป็นทางการ กับ 100% ไม่เป็นทางการ จะพบว่า มีมากถึง 26 เขตทั่วประเทศ ที่ตัวเลขตอนรายงานผลคะแนนไป 94% สูงกว่าตอนรายงานผลคะแนน 100% ซึ่งเป็นไปไม่ได้ทางคณิตศาสตร์

4. เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. บัญชีรายชื่อ กับ จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต ตัวเลขแรกสูงกว่าตัวเลขหลังจำนวน 3 ราย หรือถ้านับเป็นจำนวน “บัตรหาย” ที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วแต่กลับไม่มีคะแนนที่ถูกนับ ก็เท่ากับ 123 + 30 หรือ 153 ใบ เลยทีเดียว ซึ่งไร้คำอธิบายใดๆ จาก กกต.

อ่านต่อเต็มๆ ได้ทาง https://www.ilaw.or.th/articles/57264

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1345502244290058&set=a.625664036273886