Two particular moves by the Trump administration will not only harm Americans, but risk weakening the country’s influence on the world stage https://t.co/mrRF1ID0VR
— The Economist (@TheEconomist) February 7, 2026
สรุปและแปลจาก Google AI
บทความจาก The Economist ระบุว่ามี 2 การดำเนินการหลัก ของรัฐบาลทรัมป์ที่ไม่เพียงแต่จะส่งผลเสียต่อชาวอเมริกันเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงที่จะทำให้สิทธิพลเมืองและอิทธิพลของสหรัฐฯ ในเวทีโลกอ่อนแอลง โดยมีสรุปสาระสำคัญดังนี้ครับ:
สรุปประเด็นสำคัญ (Summary)
- การใช้มาตรการภาษีศุลกากร (Tariffs) เป็นเครื่องมือทางการเมือง: การขู่และบังคับใช้กำแพงภาษีในวงกว้าง ไม่เพียงแต่กับศัตรูแต่รวมถึงพันธมิตรด้วย (เช่น แคนาดา และยุโรป) ส่งผลให้ราคาสินค้าในสหรัฐฯ สูงขึ้น (เงินเฟ้อ) และทำลายความเชื่อมั่นของคู่ค้าทั่วโลก
- การแทรกแซงความเป็นอิสระของสถาบันหลัก: โดยเฉพาะความพยายามในการควบคุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างข้าราชการประจำให้กลายเป็นตำแหน่งที่เน้นความจงรักภักดีทางการเมือง ซึ่งทำลายความน่าเชื่อถือและความมั่นคงของสถาบันที่เคยเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจและการทูตสหรัฐฯ
ฉบับแปลภาษาไทย (Thai Translation)
หัวข้อ: สองความเคลื่อนไหวของรัฐบาลทรัมป์ที่จะทำร้ายชาวอเมริกันและบั่นทอนอิทธิพลของประเทศในระดับสากล
บทความวิเคราะห์ว่า นโยบายของรัฐบาลทรัมป์ในสองด้านหลักกำลังสร้างความเสี่ยงต่ออนาคตของสหรัฐฯ:
ประการแรก การใช้กำแพงภาษีแบบครอบจักรวาล: การที่ทรัมป์มองว่าอำนาจทางเศรษฐกิจเป็นเพียง "เครื่องมือในการแลกเปลี่ยน" (Transactional power) และนำมาใช้กดดันประเทศต่างๆ ทำให้ระบบห่วงโซ่อุปทานโลกปั่นป่วน ผลที่ตามมาคือชาวอเมริกันต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น และทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นพันธมิตรที่คาดเดาไม่ได้
ประการที่สอง การทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันทางนโยบาย: การโจมตีความเป็นอิสระของธนาคารกลาง (Fed) และการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญโดยเน้น "ความจงรักภักดี" มากกว่า "ความเชี่ยวชาญ" ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของค่าเงินดอลลาร์และระบบราชการของอเมริกาเสื่อมถอยลง
บทสรุป: การหันหลังให้กับการเป็นผู้นำในระเบียบโลกที่อาศัยกฎกติกา (Rules-based order) และหันไปใช้การทูตแบบตัวใครตัวมัน (Solo act) กำลังทำให้สหรัฐฯ โดดเดี่ยวตัวเองในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ซึ่งสุดท้ายแล้วจะส่งผลให้อิทธิพลของอเมริกาลดน้อยถอยลงในที่สุด