
Puangthong Pawakapan
11 hours ago
·
เราเข้าใจว่างานที่ศึกษาการซื้อสิทธิ์ขายเสียงที่บูมในช่วงทศวรรษ 2550 ไม่ได้บอกว่าไม่มีการใช้เงิน แต่เขาบอกว่าใช้เงินอย่าเดียว อาจไม่เพียงพอให้ชาวบ้านตัดสินใจเลือก เพราะชาวบ้านจำนวนมากจะพิจารณานโยบายของนัก/พรรคการเมืองควบคู่ไปด้วย เช่น มีคนซื้อเสียง 3 พรรค ชาวบ้านมักจะเลือกพรรคที่มีนโยบายที่ดี กระนั้น เท่าที่ได้ยินจากคนในท้องถิ่น แม้แต่พรรคที่มีนโยบายที่ดีชาวบ้านชอบ ชาวบ้านก็ยังอยากได้ “สินน้ำใจ” เล็กๆ น้อยๆ ในช่วงเลือกตั้งด้วย
นโยบายสำคัญ แต่การทำงานท้องถิ่นของนักการเมืองก็สำคัญด้วย ต้องสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับท้องถิ่นให้แข็งแรง ต้องโผล่ไปให้ชาวบ้านเห็นหน้าบ่อยๆ ต้องช่วยแก้ปัญหาขี้ฟันยันเรือรบในพื้นที่ด้วย ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ ต่อให้ทุ่มเงินซื้อเสียงตอนเลือกตั้ง ก็ไม่ชนะ นี่เป็นระบบอุปถัมภ์ในท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับนโยบายของพรรคมากขึ้น เขาไม่ได้บอกว่าระบบอุปถัมภ์หายไปนะ
ข้างต้นคือคำอธิบายว่าทำไมพรรคการเมืองของทักษิณจึงชนะเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่หลายปีมานี้ก็มีงานวิจัยใหม่ออกมาด้วย เช่น งานของอาจารย์เวียงรัฐ เนติโพธิ์ เรื่อง ‘อุปถัมภ์ค้ำใคร: การเลือกตั้งไทยกับประชาธิปไตยก้าวถอยหลัง’ ชี้ให้เห็นว่ารัฐประหาร คสช. ได้พยายามทำให้ประชาธิปไตยท้องถิ่นและการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงอย่างไร ใช้อำนาจกดดันให้นักการเมืองท้องถิ่นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบความสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับอำนาจ คสช. อย่างไร เช่น
- เล่นงานด้วยคดีความ บังคับให้ย้ายไปอยู่พรรค 2 ลุง
- สั่งระงับการเลือกตั้งท้องถิ่น (ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาล, อบต. อบจ.), ดึงอำนาจท้องถิ่นเข้าสู่ส่วนกลาง, ใช้กลไกราชการสั่งการท้องถิ่น
- เล่นงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อทำให้มันไร้ประสิทธิภาพ (เช่น ใช้ สตง.ตรวจสอบ อปท.ด้วยเรื่องขี้หมา), กดดันนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม, โยกย้ายผู้ว่าฯ ฯลฯ
- ส่งผลให้ประชาธิปไตยท้องถิ่นถอยหลังไปสู่ยุคเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลอีกครั้ง โดยมี คสช. เป็นเจ้าพ่อใหญ่
- คสช. ดึงทุนผูกขาดระดับชาติผ่านนโยบายประชารัฐไทยนิยม เปิดช่องให้ทุนผูกขาดระดับชาติเข้าครอบงำทุนท้องถิ่น
อาจารย์เวียงรัฐสรุปว่าระบอบ คสช. ทำให้การเมืองท้องถิ่นย้อนกลับไปสู่ยุคที่เจ้าพ่อและผู้มีอิทธิพลมีอำนาจครอบงำ
นอกจากงานวิจัยของอาจารย์เวียงรัฐ 10 ปีมานี้ พวกเราก็คงเห็นได้ไม่ยากว่าระบอบ คสช. ใช้นักการเมืองเทาๆ เพื่อต่อสู้ในระบอบรัฐสภาอย่างไรบ้าง เกือบ 10 ปีภายใต้ คสช. นักการเมืองแบบไหนที่งอกเงยเป็นดอกเห็ด เข้าคุมการเมืองท้องถิ่น คุมกระทรวงต่างๆ เต็มไปด้วยการคอรัปชั่น โดยคนเหล่านี้ไม่เคยถูกลงโทษจากองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเลย ไม่ว่าจะเป็นศาลรธน. ศาลอาญา ปปช. กกต. ฯลฯ ในทางตรงกันข้าม พรรค/นักการเมืองฝั่งตรงข้าม คสช. กลับถูกลงโทษกันครั้งแล้วครั้งเล่า จนไม่สามารถผลักดันนโยบายได้จริง
แม้ว่าจะมีเลือกตั้ง 66, 68 แต่พรรคเพื่อไทยที่เคยมีนโยบายเศรษฐกิจที่ดี สัญญาว่าจะปฏิรูปการเมือง-กองทัพ แต่เมื่อได้อำนาจ เพื่อความอยู่รอดของพรรค ก็ต้องละทิ้งนโยบายที่จะท้าทายอำนาจของชนชั้นนำและทุนผูกขาด เขาทำได้แค่เสนอนโยบายเป็นโครงการๆ เท่านั้น เช่น แจกเงินหมื่น, เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์
สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ “บริบทการเมือง” ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงแตกต่างไปจากช่วงทศวรรษ 2550 อย่างมาก
ระบอบคสช.รู้ดีว่าอะไรทำให้พรรคเพื่อไทยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง เขาจึงทำทุกทางเพื่อควบคุมการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติให้อยู่หมัด วิธีการหลายอย่างยังถูกเอาใช้ทำหมันตัดตอนอนาคตใหม่/ก้าวไกล/ประชาชน พร้อมๆ ไปกับเลี้ยงนักการเมืองสีเทาให้คอยรับใช้เขา ปล่อยให้พวกนี้เติบโตอิ่มหนำสำราญตราบเท่าที่ไม่แตะต้องอำนาจของเขา - เลือดเย็นจริงๆ
เลือกตั้งครั้งนี้ มีใครกล้าปฏิเสธบ้างว่าไม่มีการใช้เงินขนาดหนัก?
การบอกว่ามีการใช้เงิน ไม่ได้แปลว่าดูถูกคนชนบทว่าโง่ จน เจ็บเสมอไป แต่ต้องอธิบายควบคู่ไปกับสภาพการเมือง และโดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนเผชิญในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาด้วย แม่ค้าในตลาดนัดแถวบ้านเราบอกว่าจะเลือก ภจท. เพราะอยากได้คนละครึ่ง – สภาวะที่การค้าขายเงียบเหงามาหลายปี โครงการแบบนี้จับต้องได้มากกว่า ช่วยชีวิตเขาได้เร็วกว่า ซึ่งเขาก็คงหวังว่ารัฐบาล ภจท. จะมีอะไรเช่นนี้ออกมาเรื่อยๆ ในทางตรงกันข้าม เขาอาจจะไม่เห็นว่าเขาจะได้อะไรจากการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ หรือต่อให้เห็น ก็อาจจะไม่เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นได้ก็ได้ ... โธ่ คนมีการศึกษามากมายก็ยังไม่เห็นและไม่เชื่อเลย
แม้แต่การทำงานของ กกต.ในท้องถิ่น ที่เต็มไปด้วยความไม่ชอบมาพากล ก็ชี้ให้เห็นว่าฝ่ายอนุรักษ์นิยมสามารถควบคุมกลไกระดับท้องถิ่นได้อย่างน่ากลัวมาก
ในฐานะนักวิชาการ เราต้องกล้าพูดถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และทำหน้าที่อธิบายว่าเพราะอะไร เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา
อย่าเพิ่งเหมารวมว่าคนพูดเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง คือคนที่ดูถูกประชาชน การ romanticize ประชาชนว่าจะต้องถูกเสมอ สวยงามเสมอ วิเคราะห์วิจารณ์ไม่ได้ต่างหาก คือปัญหาอีกแบบ
https://www.facebook.com/puangthong.r.pawakapan/posts/26183335447957200
เสวนา “อุปถัมภ์ค้ำใคร: การเลือกตั้งไทยกับประชาธิปไตยก้าวถอยหลัง” : Matichon TV
Streamed live on May 4, 2022
เสวนา “อุปถัมภ์ค้ำใคร: การเลือกตั้งไทยกับประชาธิปไตยก้าวถอยหลัง” …เสวนาประเด็นสุดเข้มข้นที่จะพาทุกคนมองลอดหลังม่านการเมืองไทยในยุคเปลี่ยน(ไม่)ผ่าน ถกประเด็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ อย่างรอบด้าน ผ่านการทำความเข้าใจแบบแผนของเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นทางการซึ่งถูกมองข้ามเสมอมาอย่าง "ความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์"
… .
วิทยากร: เวียงรัฐ เนติโพธิ์
ดำเนินรายการโดย ประจักษ์ ก้องกีรติ
https://www.youtube.com/watch?v=NgiB4Tp3lOM
https://www.youtube.com/watch?v=NgiB4Tp3lOM