
Beauty Investor
10 hours ago
·
สัญญาณมรณะทางเศรษฐกิจ! เมื่อกราฟ Bond Yield กำลังบอกว่าไทยกำลังก้าวสู่ Lost Decade ของแท้ภาพกราฟที่คุณเห็นอยู่นี้ไม่ใช่แค่ความผันผวนของตัวเลขในตลาดทุน แต่มันคือ "เสียงไซเรนเตือนภัย" ที่ดังที่สุดในรอบทศวรรษ
วินาทีที่เส้นสีขาวซึ่งสะท้อนผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB 10Y) ดีดตัวขึ้นมาแตะ 2.248% พุ่งแซงหน้าเส้นสีเหลืองของพันธบัตรรัฐบาลไทยที่ร่วงลงไปอยู่ที่ 1.857% อย่างน่าใจหาย นี่คือปรากฏการณ์ Yield Reversal ที่โลกต้องจารึก เพราะมันกำลังบอกว่าไทยกำลังตกที่นั่งลำบากยิ่งกว่าต้นตำรับภาวะเงินฝืดอย่างญี่ปุ่นเสียอีก
นี่คือจุดเปลี่ยนที่น่าหวาดวิตกที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย เพราะมันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเรากำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ Lost Decade หรือทศวรรษที่สูญหาย แต่เป็นเวอร์ชันที่ "โหดร้าย" และ "มืดมน" กว่าสิ่งที่ญี่ปุ่นเคยเจอหลายเท่าตัว
หากเราลองลอกเปลือกตัวเลขเหล่านี้ออกดู จะพบความจริงที่เจ็บปวดซึ่งซ่อนอยู่ในโครงสร้างที่กำลังผุพังของเราเอง
คำพิพากษาจากตลาดโลก: เมื่อ "ไทย" หมดเสน่ห์ในสายตานักลงทุนในโลกของการเงิน ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว (Bond Yield) คือดัชนีชี้วัด "ความหวัง" และ "การเติบโต" การที่ Yield ของไทยไหลลงต่ำกว่าญี่ปุ่นในปี 2026 คือการประกาศกร้าวจากนักลงทุนทั่วโลกว่า พวกเขาไม่เชื่อมั่นในอนาคตของไทยอีกต่อไป
ตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ Yield ที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินคือภาพสะท้อนของภาวะ Secular Stagnation หรือการหยุดชะงักทางเศรษฐกิจในระยะยาว ตลาดมองข้ามช็อตไปอีก 10 ปีข้างหน้าแล้วว่าไทยจะเจอกับเงินเฟ้อที่ต่ำจนน่ากลัวและการเติบโตที่เชื่องช้าเหมือนเต่าคลาน
ความแตกต่างที่น่าขนลุกคือ ญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่ภาวะนี้ในวันที่เขาเป็นมหาอำนาจผู้มั่งคั่งมีเงินถุงเงินถังสะสมไว้มหาศาล แต่ไทยเรากำลังเดินเข้าสู่หลุมดำนี้ในขณะที่ยังติดอยู่ใน Middle Income Trap หรือกับดักรายได้ปานกลาง เรายังไม่ทันจะรวย แต่เรากลับกำลังจะ "หยุดหายใจ" ทางเศรษฐกิจไปเสียก่อน
นี่คือสถานการณ์ "แก่ก่อนรวย" ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้
ระเบิดเวลาประชากรและหนี้: ความเปราะบางที่ญี่ปุ่นยังต้องชิดซ้ายทำไมเราถึงกล้าบอกว่าไทยจะอาการหนักกว่าญี่ปุ่น? คำตอบอยู่ที่ "โครงสร้างประชากร" และ "ภาระหนี้" ค่ะ
เราเหมือนญี่ปุ่นตรงที่เป็น Super-Aged Society แต่ความเร็วในการเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทยนั้นแรงและเร็วราวกับรถไฟเหาะที่ขาดเบรก แรงงานวัยหนุ่มสาวหายไปจากระบบเร็วกว่าที่ญี่ปุ่นเคยเผชิญ ทำให้เครื่องยนต์ GDP ของเราขาดเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง
แต่หมัดฮุกที่ทำให้ไทยน็อกได้เลยคือ "หนี้" ค่ะ
ในยุคทศวรรษที่หายไปของญี่ปุ่น หนี้ส่วนใหญ่คือหนี้องค์กรและหนี้รัฐบาลที่ถือโดยคนในประเทศ ความมั่งคั่งยังคงหมุนเวียนอยู่ข้างใน แต่ไทยในปัจจุบันกลับแบก "หนี้ครัวเรือน" ที่สูงลิ่วทะลุเพดาน เมื่อคนรุ่นใหม่ถูกจองจำด้วยหนี้ และคนรุ่นเก่าแก่ตัวลงโดยไม่มีเงินออม แรงขับเคลื่อนจากการบริโภคภายในประเทศที่เป็นหัวใจหลักจึงเหือดแห้งหายไปโดยสิ้นเชิง
อุตสาหกรรมที่กำลังตาย: เราไม่มี "ดาบ" ไว้สู้ในสมรภูมิใหม่หากย้อนกลับไปดูญี่ปุ่น แม้เขาจะสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้เกาหลีใต้หรือจีน แต่เขายังมีเทคโนโลยีขั้นสูง มีแบรนด์ที่เป็นเจ้าโลก และมีนวัตกรรมที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้ แต่หันมาดูไทย... อุตสาหกรรมหลักของเรายังคงติดหล่มอยู่กับโลกยุคเก่า เรายังพึ่งพาการรับจ้างผลิต (OEM) และอุตสาหกรรมที่กำลังจะกลายเป็นวัตถุโบราณ เช่น รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปหรือฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์
ในขณะที่โลกหมุนไปสู่ยุค EV และ AI อย่างบ้าคลั่ง ไทยกลับปรับตัวช้าจนน่าตกใจ เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (FDI) ที่เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่กลับไหลออกไปหาเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียที่เนื้อหอมกว่า มีแรงงานหนุ่มสาวมากกว่า
กราฟ Yield ที่ดิ่งลงของไทยจึงเป็นการตะโกนบอกเราว่า "ไทยกำลังขาด New S-Curve" เราไม่มีเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่จะมาลากเราออกจากวิกฤตนี้ ในขณะที่เครื่องยนต์ตัวเก่ากำลังดับลงทีละตัว
กับดักนโยบายการเงิน: วงจรลบที่ยากจะถอนตัวการที่เส้นสีขาวของญี่ปุ่นดีดตัวขึ้นได้ สะท้อนว่าเขาสามารถปลุกเงินเฟ้อให้ฟื้นคืนชีพและเริ่มปฏิรูปโครงสร้างจนตลาดกลับมาให้ความสนใจ แต่เส้นสีเหลืองของไทยที่ดิ่งลงสะท้อนว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอาจไม่มีทางเลือก นอกจากต้องกดดอกเบี้ยไว้ให้ต่ำเป็นประวัติการณ์เพื่อพยุงซากปรักหักพังของหนี้และประคองเศรษฐกิจที่ซบเซา
แต่ดอกเบี้ยต่ำนานๆ คือยาพิษ ค่ะ มันจะสร้าง Zombie Companies หรือบริษัทที่ไม่มีความสามารถในการทำกำไรแต่ยังรอดอยู่ได้ด้วยเงินกู้ราคาถูก ทำให้ทรัพยากรของประเทศไม่ถูกนำไปใช้ในที่ที่ควรจะเป็น ผลิตภาพ (Productivity) ของประเทศจึงไม่เพิ่มขึ้น
ทำให้เรากำลังเสี่ยงที่จะเดินตามรอยความผิดพลาดของญี่ปุ่นในอดีตแบบ Step-by-Step แต่ในสภาวะที่ร่างกายเราอ่อนแอกว่าเขามาก
บทสรุปที่ไม่มีใครอยากฟัง: นี่คือ "คำพิพากษา" ไม่ใช่แค่กราฟภาพกราฟ Bond Yield นี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งชี้ว่าไทยไม่ได้แค่กำลังเจอ "ทางตัน" แต่เรากำลังเผชิญกับการถดถอยเชิงโครงสร้างที่อาจจะกู้คืนไม่ได้ในระยะเวลาอันสั้น
ปัญหาของเราไม่ใช่แค่ฟองสบู่แตกแล้วรอวันฟื้น แต่เป็นภาวะ "หมดแรงขับเคลื่อน" ในทุกมิติ ทั้งตัวเลขประชากร หนี้สิน และเทคโนโลยี
ถ้าเรายังไม่ยอมรับความจริงและเริ่มผ่าตัดโครงสร้างเศรษฐกิจขนานใหญ่ตั้งแต่วินาทีนี้ กราฟที่เห็นอยู่นี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่เรียกว่าทศวรรษที่สาบสูญของไทยที่อาจจะยาวนานและเจ็บปวดกว่าที่ใครจะคาดคิด...
สัญญาณเตือนภัยดังขนาดนี้แล้ว เรายังจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินกันอีกหรือคะ? 8 ก.พ. ไปเลือกอนาคตประเทศกันค่ะ
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1502650835196408&set=a.538033111658190