.jpeg)
พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
Yesterday
·
21. ทำความเข้าใจกับคำถามที่ว่า “ทหารมีไว้ทำไม”
คำถามนี้ไม่ใช่คำถามเชิงเกลียดชัง
ไม่ใช่คำถามของคนไม่รักชาติ
และไม่ใช่คำถามของผู้ไม่เข้าใจ “ความมั่นคง”
แต่เป็นคำถามของประชาชน
ที่อยากรู้ว่า อำนาจที่ใช้งบประมาณของเขา
อาวุธที่ซื้อด้วยภาษีของเขา
และ ชีวิตของชายหญิงในเครื่องแบบ
ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องใครกันแน่
ทหารมีไว้เพื่อ ปกป้องประเทศ
ไม่ใช่เพื่อ ปกครองประเทศ
มีไว้เพื่อยืนอยู่ชายแดน
ไม่ใช่ยืนเหนือรัฐธรรมนูญ
มีไว้เพื่อรับคำสั่งจากรัฐบาลพลเรือน
ไม่ใช่เพื่อ “สั่งสอน” นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง
หากทหารจำเป็นต่อรัฐชาติ
สิ่งที่จำเป็นไม่แพ้กันคือ เส้นแบ่งอำนาจ
เส้นที่บอกว่า
เมื่อใดคือหน้าที่
และเมื่อใดคือการล้ำเส้น
ในประเทศประชาธิปไตย
ทหารคือ เครื่องมือของรัฐ
ไม่ใช่ เจ้าของรัฐ
คือผู้พิทักษ์
ไม่ใช่ผู้ตัดสิน
คือกำลังสำรองในยามวิกฤต
ไม่ใช่ผู้กำหนดอนาคตของสังคม
แต่ในสังคมที่เส้นแบ่งนี้พร่าเลือน
ทหารมักถูกทำให้กลายเป็น “ผู้รู้เหนือประชาชน”
เป็น “ผู้ใหญ่ของประเทศ”
เป็น “คำตอบสุดท้าย”
เมื่อการเมืองไม่เป็นไปตามที่บางกลุ่มต้องการ
คำถาม ทหารมีไว้ทำไม
จึงไม่ใช่คำถามต่อทหารชั้นผู้น้อย
ที่ยืนตากแดด ฝึกหนัก
และอาจไม่เคยมีเสียงในนโยบายระดับบน
แต่เป็นคำถามต่อ โครงสร้างอำนาจ
ที่ทำให้สถาบันหนึ่งของสังคม
สามารถยกเว้นตนเองจากการตรวจสอบ
อ้างความมั่นคงเพื่อหลบเลี่ยงความรับผิด
และใช้ “ความกลัว” เป็นทุนทางการเมือง
ประเทศไม่ได้ล่มสลาย
เพราะมีการเลือกตั้ง
แต่ล่มสลาย
เมื่อเสียงปืนดังแทนเสียงประชาชน
ประเทศไม่ได้อ่อนแอ
เพราะมีการวิพากษ์วิจารณ์
แต่จะอ่อนแอ
เมื่อคำถามถูกทำให้เป็นอาชญากรรม
หากทหารมีไว้เพื่อปกป้องประเทศจริง
การปกป้องที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
คือการ ปกป้องสิทธิของประชาชน
ในการเลือกอนาคตของตนเอง
และหากวันหนึ่ง
คำถามว่า ทหารมีไว้ทำไม
ยังถูกมองว่าเป็นคำถามต้องห้าม
วันนั้นประเทศอาจมี “กองทัพ”
แต่ขาดสิ่งที่เรียกว่า
ความมั่นคงของประชาชน อย่างแท้จริง
เพราะประเทศที่มั่นคง
ไม่ใช่ประเทศที่ไม่มีคำถาม
แต่คือประเทศที่
ไม่ต้องกลัวคำถามอีกต่อไป
https://www.facebook.com/PhichainaBhuket/posts/1398267348422166
