สรุปสั้นๆ พายุน้ำแข็งกำลังไค่ระดับแล้วพาพรรคไปอยู่ในจุดที่พีคเหมือนปี66หรืออาจจะพีคมากกว่าก็ได้🔥🔥 pic.twitter.com/gzCooqLNzg
— we need democracy (@P_23_10) January 28, 2026
ดร.สติธรระบุชัดเจนว่าที่จริงแล้วกลุ่มผู้ประกันตนคือฐานเสียงของพรรคประชาชนอยู่แล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นมนุษย์เงินเดือน ทั้งจากกลุ่มคนใช้แรงงาน (Blue Collar) พนักงานออฟฟิศ (White Collar) ไปจนถึงคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน (First Jobber) ซึ่งเป็นฐานเสียงที่ "มีการเติมตัวมันเองอยู่ตลอดเวลา" ตามแนวโน้มการประกอบอาชีพของผู้คน ซึ่งสุดท้ายแล้วคนทำงานส่วนใหญ่ต้องเข้าสู่ระบบประกันสังคมตามธรรมชาติและระบบแรงงาน
นักวิชาการจากจุฬาฯ บอกว่าประเด็นประกันสังคมอาจช่วยดึงดูดกลุ่มผู้ประกันตนซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เคยเลือกพรรคก้าวไกลเมื่อปี 2566 แต่ในช่วงที่ผ่านมาอาจจะเริ่มลังเลหรือเปลี่ยนใจไปมองพรรคอื่น เช่น พรรคประชาธิปัตย์ ให้กลับมาเลือกพรรคประชาชนได้อีกครั้ง
"แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นว่าจะไปเอาคนที่ไม่เคยโหวตกลับมา อันนั้นต้องไปลุ้นฝั่งที่เคยโหวตเพื่อไทยแล้วตอนนี้ยังไม่เปลี่ยนใจ"
ดร.สติธรกล่าวต่อว่าการดึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล มาช่วยเดินทางหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ประกอบกับกระแสประกันสังคมที่กำลังเกิดขึ้นอาจช่วยให้พรรคส้มพลิกเกมการเลือกตั้งได้ โดยเฉพาะในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 1 ก.พ. นี้ เนื่องจากคนที่ไปเลือกตั้งล่วงหน้าส่วนใหญ่แล้วเป็นชนชั้นแรงงาน เป็นพนักงานบริษัท ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ในกลุ่มผู้ประกันตน
"พอได้ประกันสังคมเหมือนมันมีทางไป มีประเด็นที่เล่นแล้วคนโอเค เห็นตรงกัน ก่อนหน้านี้พรรคหาเสียงมาทั้งในแง่นโยบาย ตัวบุคคล จุดยืน หลายเรื่องที่เสนอไปไม่ใช่แค่คนอื่นด่าเพราะแม้แต่คนกันเองก็ยังเห็นไม่ตรงกัน แต่รอบนี้พอไปประกันสังคม คนมันเห็นตรงกัน และสำหรับคนวงนอกพรรคออกไปหน่อย พวกที่เป็นโหวตเตอร์ เค้าก็จะรู้สึกว่า เออ..มันต้องไอ้พรรคนี้แหละ เรื่องนี้มันถึงจะได้เรื่อง"
อย่างไรก็ดี ดร.สติธรมองว่าเป็นเรื่องยากที่พรรคอื่น ๆ จะหันมาปักหมุดประเด็นปฏิรูปกองทุนประกันสังคมเพื่อดึงโหวตเตอร์ไว้
"พวกเขา (หมายถึงพรรคประชาชน) ทำเรื่องแรงงาน สวัสดิการ จนเป็นซิกเนเจอร์ (ลายเซ็น) ของเขา และในระบบประกันสังคม เขาก็มีตัวแทนไปนั่งอยู่ในบอร์ด รู้เช่นเห็นชาติ มีข้อมูลวงใน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ พูดยังก็น่าเชื่อถือ คนอื่นมาเคลมตามก็คือ copy (คัดลอก) ถ้าเป็นเรื่องนี้คนอื่นจะมาเกทับเนี่ย มันยาก" นักวิเคราะห์จากจุฬาฯ กล่าวกับบีบีซีไทย
แม้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่นิยามว่าตนเองเป็นรอยัลลิสต์ (royalist) หรือผู้นิยมกษัตริย์ ออกมาแสดงความเห็นว่าตนเองจะโหวตให้พรรคส้มในครั้งนี้ เนื่องจากมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้สิทธิรักษาพยาบาลจากระบบประกันสังคม และไม่พอใจที่กองทุนฯ นำเงินไปลงทุนในโครงการที่เต็มไปด้วยคำถาม
แต่ ดร.สติธร มองว่ากระแสประกันสังคมในรอบนี้จะไม่สามารถซื้อใจผู้ประกันตนที่เป็นรอยัลลิสต์หรือมีอุดมการณ์ชาตินิยมได้ทุกราย เพราะคนกลุ่มส่วนใหญ่มีจุดยืนชัดเจนว่าไม่เอาพรรคประชาชน และไม่ว่าจะ "ขายอย่างไร เขาก็ไม่เอา"
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์จากจุฬาฯ เห็นว่าหากพรรคประชาชนต้องการประคองกระแสนิยมจากประกันสังคมไปให้ถึงวันที่ 8 ก.พ. ทางพรรคก็ต้องหลีกเลี่ยงข้อเสนอที่ทะลุเพดานมากเกินไป แต่ต้องพยายามเชื่อมโยงนโยบายนี้กับความรู้สึกที่ว่าพรรคมีโอกาสชนะเป็นที่ 1 และได้เป็นรัฐบาลเพื่อเปลี่ยนระบบได้จริง
"ไม่ใช่เลือกไป แล้วเป็นเพียงฝ่ายค้านที่ทำอะไรไม่ได้" เขากล่าวกับบีบีซีไทย
ที่มา บีบีซีไทย
https://www.bbc.com/thai/articles/cdjnpy2vx4go
"สติธร" วิเคราะห์สมรภูมิ 3 สี "ส้ม-น้ำเงิน-แดง" | เลือกตั้ง 2569 | เข้มข่าวเย็น | 28 ม.ค. 69
PPTV HD 36
Jan 28, 2026
“ดร.สติธร” วิเคราะห์สมรภูมิ 3 สี "ส้ม-น้ำเงิน" เบียดเก้าอี้เบอร์ 1 ด้าน "แดง" เป็นตัวแปรชี้ชะตา เชื่อกระแสประกันสังคม-หมอสุภัทร ดึงฐานเสียงส้มเดิมที่เคยผิดหวังกลับมา
https://www.youtube.com/watch?v=tvXFyXVJa7w