วันพฤหัสบดี, มกราคม 08, 2569

กลุ่มสิทธิมนุษยชนเผยเหตุประท้วงครั้งล่าสุดในอิหร่าน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 36 ราย

คลิปวิดีโอแสดงเหตุการณ์ตำรวจปราบจลาจลยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุมที่ตลาดแกรนด์ บาซาร์ในกรุงเตหะราน

เดวิด กริตเทน
7 มกราคม 2026

องค์กรสิทธิมนุษยชนเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 36 รายจากเหตุประท้วงในอิหร่านตลอดช่วง 10 วันที่ผ่านมา

สำนักข่าวนักกิจกรรมสิทธิมนุษยชน (Human Rights Activists News Agency : HRANA) ซึ่งตั้งอยู่นอกประเทศอิหร่านรายงานว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วดังกล่าว แบ่งเป็นผู้ประท้วง 34 รายและอีก 2 คนเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายความมั่นคง

ทางการอิหร่านยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ แต่ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเสียชีวิต 3 นาย ขณะที่บีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียยืนยันการเสียชีวิตและระบุตัวตนได้แล้ว 20 ราย

สำนักข่าว HRANA รายงานเพิ่มเติมว่า มีผู้ประท้วงได้รับบาดเจ็บมากกว่า 60 ราย และถูกจับกุม 2,076 ราย ระหว่างเหตุความไม่สงบ ซึ่งมีสาเหตุมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ และลุกลามไปแล้วใน 27 จังหวัดจากทั้งหมด 31 จังหวัด ของอิหร่าน

สื่อกึ่งรัฐของอิหร่านรายงานในเวลาค่ำของวันอังคารที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นว่า กลุ่มที่ทางการเรียกว่า "ผู้ก่อความวุ่นวาย" ในเมืองมาเลกชาฮี (Malekshahi ) จังหวัดอิลาม (Ilam) ทางตะวันตกของประเทศ ได้ยิงตำรวจหนึ่งนายเสียชีวิต ในพื้นที่ที่เกิดการประท้วงอย่างกว้างขวางและมีการปราบปรามอย่างรุนแรงโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ยังมีภาพเหตุการณ์ที่เผยให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยิงแก๊สน้ำตาระหว่างการปะทะกับผู้ประท้วงที่ตะโกนคำขวัญต่อต้านผู้นำศาสนาของอิหร่านที่ตลาดแกรนด์บาซาร์ในกรุงเตหะรานด้วย

การประท้วงเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2025 หลังจากร้านค้าหลายแห่งออกมาแสดงความไม่พอใจ เพราะค่าเงินอิหร่านร่วงลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐในตลาดเสรี โดยค่าเงินเรียลของอิหร่านตกลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบปี ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งถึง 40% เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเข้ามาซ้ำเติมเศรษฐกิจที่แต่เดิมอ่อนแอจากการบริหารจัดการผิดพลาดและการทุจริตอยู่ก่อนหน้า

ไม่นานหลังจากนั้น นักศึกษามหาวิทยาลัยก็เข้าร่วมการประท้วง และเหตุการณ์จึงเริ่มลุกลามไปยังเมืองอื่น ๆ

เมื่อวันศุกร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่จะใช้มาตรการแทรกแซงหากเจ้าหน้าที่อิหร่านสังหารผู้ประท้วงที่ชุมนุมอย่างสันติ โดยเขากล่าวว่า "เราล็อกกระสุนและขึ้นลำพร้อมยิงแล้ว และพร้อมปฏิบัติการทันที"

วันถัดมา อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านซึ่งมีอำนาจสูงสุดในประเทศ ระบุว่า "จะต้องมีการจัดการผู้ก่อความวุ่นวาย" และยืนยันว่าจะไม่ "ยอมจำนนต่อศัตรู"

ขณะที่หัวหน้าฝ่ายตุลาการอย่าง โกลามโฮเซน โมห์เซนี เอเจอี กล่าวย้ำเมื่อวันจันทร์ว่า ทางการจะรับฟังผู้ที่ "มีความกังวลเรื่องปากท้องโดยสุจริต" แต่จะไม่ผ่อนปรนต่อ "ผู้ก่อความวุ่นวาย"

ด้านสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกประจำตัวเลขาธิการสหประชาชาติกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาตินั้น "รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อรายงานการสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บจากการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ประท้วง" และ "เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเพิ่มเติม"

เขากล่าวเสริมว่า "ทุกคนต้องได้รับอนุญาตให้ประท้วงอย่างสันติและแสดงความไม่พอใจของตน"

บีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียได้รับคลิปวิดีโอจากการประท้วงเมื่อวันอังคารที่ตลาดแกรนด์บาซาร์ในกรุงเตหะรานมา ในคลิปแสดงให้เห็นฝูงชนจำนวนมากรวมตัวกันบนถนนที่มีหลังคา พร้อมตะโกนว่า "ตายเสียเถิดเผด็จการ" ซึ่งหมายถึงอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี

ต่อมา ภาพแสดงผู้ประท้วงวิ่งหนีจากกลุ่มควันแก๊สน้ำตา พร้อมตะโกนว่า "ไร้ศักดิ์ศรี" ใส่ตำรวจปราบจลาจลที่อยู่ใกล้ ๆ ภาพจากหลังคาอาคารข้างเคียงแสดงให้เห็นฝูงชนวิ่งหนีออกจากบาซาร์ ขณะที่มีการระดมยิงแก๊สน้ำตาเพิ่มมาอีก

สำนักข่าวฟาร์ส ซึ่งเป็นสื่อกึ่งรัฐของอิหร่านซึ่งมักมีจุดยืนแข็งกร้าวได้รายงานว่ามีการรวมตัวประปรายที่เน้นเรื่องราคาสินค้าเพิ่มขึ้นรอบตลาดบาซาร์ และตำรวจได้สลายฝูงชนไปตามตรอกใกล้เคียง

คลิปวิดีโออื่นจากกรุงเตหะรานแสดงให้เห็นการชุมนุมที่ตลาดยาฟต์อาบาดทางตอนใต้ และที่ศูนย์การค้าคาเตอร์พิลลาร์ทางตะวันตกเฉียงใต้ รวมถึงผู้ประท้วงที่รวมตัวกันที่แยกอาซารี

ช่วงเย็นของวันนั้น ปรากฏภาพฝูงชนจำนวนมากเคลื่อนตัวผ่านเมืองอับดานัน จังหวัดอีลาม ซึ่งบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียได้ตรวจสอบยืนยันภาพดังกล่าวแล้ว

ในคลิปหนึ่งแสดงภาพกลุ่มตำรวจที่ยืนอยู่บนหลังคากำลังโบกมือให้ประชาชนที่เรียกร้องการสนับสนุน อีกคลิปแสดงให้เห็นผู้ประท้วงฉีกถุงข้าวสารและโยนข้าวขึ้นไปในอากาศ

ในเวลาเดียวกัน สำนักข่าวฟาร์สรายงานว่ามีตำรวจถูก "กระสุนของผู้ก่อความวุ่นวายยิงใส่โดยตรง" ระหว่างการปะทะในเขตมาเลกชาฮี จังหวัดอิลาม ซึ่งอยู่ห่างไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 80 กิโลเมตร และรายงานว่าตำรวจรายดังกล่าวเสียชีวิต

คลิปจากมาเลกชาฮีที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นภาพเหตุไฟไหม้ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง และชายหลายคนกำลังฉลองข้างกองเพลิงที่มาจากการเผาเฟอร์นิเจอร์ เอกสาร และยางรถยนต์


เมื่อคืนวันอังคารมีการประท้วงครั้งใหญ่ในเมืองอับดานันทางตะวันตกของประเทศ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมายังปรากฏภาพวิดีโอจากเมืองอิลาม ซึ่งเป็นเมืองที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเคิร์ด โดยในคลิปวิดีโอดังกล่าว ปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงบุกเข้าไปในโรงพยาบาลอิมามโคเมนี ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักกิจกรรมระบุว่ามีผู้ประท้วงที่บาดเจ็บหลบอยู่ภายใน คลิปดังกล่าวก่อกระแสความไม่พอใจอย่างกว้างขวาง

ต่อมาในวันจันทร์ที่ผ่านมา สำนักงานของประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ระบุว่าประธานาธิบดีได้สั่งให้กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อสอบสวนเหตุความไม่สงบในจังหวัดอิลามแล้ว

ด้านแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ได้รับข้อมูลว่า หน่วยพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามและกองกำลังพิเศษของตำรวจ "ใช้ปืนลูกซองและยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปในบริเวณโรงพยาบาล ทุบกระจกประตูเพื่อเข้าไป และทำร้ายผู้ที่อยู่ข้างใน รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์"

องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งนี้ยังเตือนว่า "การโจมตีของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอิหร่าน...ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าทางการอิหร่านพร้อมจะไปไกลเพียงใดเพื่อปราบปรามความเห็นต่าง"

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเอ็กซ์ที่เป็นภาษาเปอร์เซียระบุว่า การบุกโรงพยาบาลครั้งนี้เป็น "อาชญากรรมต่อมนุษยชาติอย่างชัดเจน"

กลุ่มเฮงกาว (Hengaw) ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชนเคิร์ด ระบุว่าผู้ประท้วงที่รักษาตัวในโรงพยาบาลได้รับบาดเจ็บจากการที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงยิงใส่การชุมนุมนอกอาคารราชการในเขตมาเลกชาฮีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

กลุ่มนี้ยังระบุว่ามีผู้ประท้วงเสียชีวิต 5 รายในเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงนายพลเกษียณ ขณะที่สื่อกึ่งทางการรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 3 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ความมั่นคงหนึ่งนาย หลัง "ผู้ก่อความวุ่นวาย" พยายามบุกเข้าไปในสถานที่ของฝ่ายความมั่นคง

กลุ่มสิทธิมนุษยชนเคิร์ดกลุ่มดังกล่าวยังระบุว่า จนถึงขณะนี้ องค์กรได้ยืนยันการเสียชีวิตของอย่างน้อย 27 รายระหว่างการประท้วง ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 5 ราย

ด้านองค์กรสิทธิมนุษยชนอิหร่าน (Iran Human Rights) ซึ่งตั้งอยู่ในนอร์เวย์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่สังหารผู้ประท้วงอย่างน้อย 27 คน รวมถึงเด็ก 5 ราย ใน 8 จังหวัด

มาห์มูด อามิรี-โมกาดดัม ผู้อำนวยการองค์กรสิทธิมนุษยชนอิหร่าน ระบุว่า "สาธารณรัฐอิสลามมีประวัติการปราบปรามนองเลือดและสังหารหมู่ผู้ประท้วงในเหตุการณ์ลุกฮือที่ผ่านมา ขณะนี้ระบอบการปกครองมีความไม่มั่นคงมากกว่าที่เคย และกังวลอย่างจริงจังต่อการอยู่รอด จึงมีความกังวลว่าการปราบปรามครั้งนี้อาจรุนแรงและกว้างขวางยิ่งกว่าครั้งก่อน"

การประท้วงครั้งนี้ถือว่ากว้างขวางที่สุดนับตั้งแต่การลุกฮือในปี 2022 ซึ่งเกิดจากการเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวของมาห์ซา อามินี หญิงชาวเคิร์ดที่ถูกตำรวจศีลธรรมจับกุมในข้อหาสวมฮิญาบอย่างไม่เหมาะสม

ตามรายงานของกลุ่มสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ รายงานว่าการประท้วงดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 550 คน และประชาชนมากกว่า 20,000 คน ถูกจับกุมจากการปราบปรามอย่างรุนแรงโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง

https://www.facebook.com/watch/?v=885987881038328
https://www.bbc.com/thai/articles/cd7zdyd8prdo