
กระจ่าง - The Enlightener
8 hours ago
·
ทุกครั้งที่มีการถกเถียงกันเรื่องของการแก้ รธน.60
.
นอกจากเรื่องของการแก้/ไม่แก้ แล้วนั้น ยังคงมีอีกประเด็นที่เป็นที่กล่าวถึง นั่นคือ การแก้ในหมวด 1 และ หมวด 2
.
โดยหมวด 1 คือ “บททั่วไป” และ หมวด 2 คือ “พระมหากษัตริย์”
.
.
.
แม้จะเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายหลายคนมองว่า “ละเอียดอ่อน” ทำให้การไปแตะหรือแก้ไขใน 2 หมวดดังกล่าว ดูจะเป็นเรื่องที่กระทบต่อความรู้สึก
.
อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจก่อนว่า รธน. คือ ข้อตกลงหรือกติกา ที่ “รัฐ” ในฐานะผู้มีอำนาจ จะมีต่อ “ประชาชน” ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตามความหมายของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
.
ซึ่งต้องมีการกำหนดขอบเขตของการใช้อำนาจต่างๆ ให้ครบถ้วน ชัดเจน
.
ดังนั้น การแก้ไขหรือเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสภาวการณ์ในปัจจุบัน ก็ไม่น่าจะเป็นอะไรที่กระทำไม่ได้
.
.
.
อีกทั้งใน รธน.60 เองนั้น ทั้งหมวด 1 และหมวด 2 ก็ได้มาจากการปรับเปลี่ยนแก้ไขเพิ่มเติมของเดิมเช่นกัน
.
เพียงแต่ รธน.50 ไม่ได้ถูกแก้ตามขั้นตอน แต่ถูกยกเลิกโดยคณะรัฐประหาร อีกทั้งในบางมาตรา ก็ถูกแก้ไขหลังจากที่มีการทำประชามติมาแล้วด้วย
.
ทางเพจขอนำรายละเอียดในส่วนที่มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมในหมวด 1 และหมวด 2 จาก รธน.50 จนกลายมาเป็น รธน.60 ฉบับประชามติ และฉบับที่ประกาศใช้ในปัจจุบันนี้ ให้ชาวกระจ่างได้ทราบกัน
.
อนึ่ง ในส่วนที่ไม่มีการแก้ไขอะไร หรือเพิ่มเติมแก้ไขคำเล็กๆน้อยๆ ทางเพจขออนุญาตละไว้ โดยจะแสดงเฉพาะมาตราที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
.
............................................
.
หมวด 1 บททั่วไป
.
“มาตรา 3 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
.
รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม”
.
มีการปรับเปลี่ยนจาก รธน.50 ม.3 วรรค 2 โดยเพิ่ม “เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม” ต่อท้ายเข้าไป
.
.
“มาตรา 4 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง
.
ปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน”
.
เป็นการรวมเอา รธน.50 ม.4 กับ ม.5 มาไว้ด้วยกัน
.
.
“มาตรา 5 รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้
.
เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
.
เป็นการรวมเอา รธน.50 ม.6 กับ ม.7 มาไว้ด้วยกัน
.
และในฉบับประชามติ จะมีเพิ่มวรรค 3-6 ไว้ว่า “เมื่อมีกรณีตามวรรคสองเกิดขึ้น ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญจัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานองค์กรอิสระเพื่อวินิจฉัย
.
ในการร่วมประชุมตามวรรคสาม ให้ที่ประชุมเลือกกันเอง ให้คนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแต่ละคราว ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งใด ให้ที่ประชุมร่วมประกอบด้วยผู้ดำรงตำแหน่งเท่าที่มีอยู่
.
การวินิจฉัยของที่ประชุมร่วมให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงชี้ขาด
.
คำวินิจฉัยของที่ประชุมร่วมให้ถือเป็นที่สุด และผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ”
.
ซึ่งถูกตัดออกไปหลังจากทำประชามติ โดยเปิดช่องการตีความ “ประเพณีการปกครอง” ไว้เช่นเดิม
.
.
.
หมวด 2 พระมหากษัตริย์
.
“มาตรา 9 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะสถาปนาและถอดถอนฐานันดรศักดิ์ และพระราชทานและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์”
.
เป็นการรวมเอา รธน.50 ม.11 กับ ม.192 มาไว้ด้วยกัน
.
.
“มาตรา 12 องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง หรือข้าราชการเว้นแต่การเป็นข้าราชการในพระองค์ในตำแหน่งองคมนตรี และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใด ๆ”
.
มีการปรับเปลี่ยนและเพิ่มข้อความจาก รธน.50 ม.14 ได้แก่
.
จาก “กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ” เป็น “หรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น”
.
จาก “ตุลาการศาลปกครอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน” เป็น “ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ”
.
จาก “ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ” เป็น “ข้าราชการเว้นแต่การเป็นข้าราชการในพระองค์ในตำแหน่งองคมนตรี” ซึ่งในส่วนนี้ถูกเพิ่มขึ้นมาจากฉบับประชามติ
.
.
“มาตรา 15 การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการในพระองค์พ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
.
การจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกา”
.
มีการเพิ่มวรรค 2 ขึ้นมา จากที่ รธน.50 ม.17 และตัด “และสมุหราชองครักษ์” ในฉบับประชามติออก
.
.
“มาตรา 16 ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะขึ้น ให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และในกรณีที่ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ”
.
มีการปรับเปลี่ยนจาก รธน.50 ม.18 และฉบับประชามติ โดยเพิ่มในส่วนของการตั้งหลายคนเป็นคณะ และจะตั้งหรือไม่ก็ได้
.
.
“มาตรา 17 ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา 16 หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น แต่ต่อมาคณะองคมนตรีพิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นสมควรแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และไม่อาจกราบบังคมทูลให้ทรงแต่งตั้งได้ทันการ ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะ ตามลำดับที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมกำหนดไว้ก่อนแล้ว ให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แล้วแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อประกาศในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ แต่งตั้งผู้นั้นขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์”
.
มีการปรับเปลี่ยนจาก รธน.50 ม.19 และฉบับประชามติ โดยเพิ่มการพิจารณาขององคมนตรีและการตั้งหลายคนเป็นคณะเข้ามา แต่ตัดการต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาออก
.
รวมถึงมีการตัดจาก รธน.50 ม.19 วรรค 2 “ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาในการให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง” ออกไป
.
.
“มาตรา 19 ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา 16 หรือมาตรา 17 ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมรัฐสภาด้วยถ้อยคํา ดังต่อไปนี้
.
“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ (พระปรมาภิไธย) และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
.
ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งเคยได้รับการแต่งตั้งและปฏิญาณตนมาแล้ว ไม่ต้องปฏิญาณตนอีก”
.
มีการปรับเปลี่ยนจาก รธน.50 ม.21 โดยตัดวรรค 2 “ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาตามมาตรานี้” ออก
.
และเพิ่มวรรค 2 ขึ้นมา จากฉบับประชามติ
.
.
“มาตรา 20 ภายใต้บังคับมาตรา 21 การสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467
.
การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ เมื่อมีพระราชดำริประการใด ให้คณะองคมนตรีจัดทำร่างกฎมณเฑียรบาลแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลเดิมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระราชวินิจฉัย เมื่อทรงเห็นชอบและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ให้ประธานองคมนตรีดำเนินการแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้รัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้”
.
มีการปรับเปลี่ยนจาก รธน.50 ม.22 โดยตัดวรรค 3 “ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาในการรับทราบตามวรรคสอง” ออกไป
.
.
“มาตรา 21 ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ
.
ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะองคมนตรีเสนอพระนามผู้สืบราชสันตติวงศ์ตามมาตรา 20 ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อรัฐสภาเพื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ในการนี้ จะเสนอพระนามพระราชธิดาก็ได้ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไปแล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ”
.
มีการปรับเปลี่ยนจาก รธน.50 ม.23 โดยตัดวรรค 3 “ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาในการรับทราบตามวรรคหนึ่งหรือให้ความเห็นชอบตามวรรคสอง” ออกไป
.
.
“มาตรา 24 การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กระทำต่อพระรัชทายาทซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว หรือต่อผู้แทนพระองค์ก็ได้
.
ในระหว่างที่ยังมิได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตามวรรคหนึ่ง จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ซึ่งต้องถวายสัตย์ปฏิญาณปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนก็ได้”
.
เป็นมาตราที่เพิ่มเข้ามาใหม่
.
.
.
ทั้งนี้ การแก้ รธน.60 นั้น ไม่สามารถแก้เพื่อ “เปลี่ยนแปลงการปกครอง” หรือ “เปลี่ยนรูปแบบของรัฐ” ได้ ตาม...
.
“มาตรา 255 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได”
.
และสามารถตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้ โดยกลไกศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 256 (9)
.
ดังนั้น ถ้าจะ “เปลี่ยนแปลงการปกครอง” หรือ “เปลี่ยนรูปแบบของรัฐ” นั้น มีอยู่สถานเดียว คือ การทำการปฏิวัติโดยใช้กองกำลัง ฉีก รธน.60 ทิ้งไป แล้วเปลี่ยนรูปแบบการปกครอง/รูปแบบของรัฐขึ้นมาใหม่ พร้อมกับร่าง รธน. ใหม่ขึ้นมา
.
ซึ่งเรื่องดังกล่าวแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย และผู้ที่มีศักยภาพในการกระทำเรื่องดังกล่าว คงจะมีแต่กองทัพเท่านั้น ซึ่งเชื่อได้ว่าคงไม่ทำเรื่องนี้เป็นแน่แท้
.
............................................
.
จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าทั้งหมวด 1 และหมวด 2 มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจากทั้ง รธน.50 รวมไปถึง รธน.60 ฉบับประชามติมาโดยตลอด
.
แล้วถ้าจะต้องแก้ คงไม่สามารถล้มล้างการปกครองอะไรได้
.
อย่างไรก็ตาม คงต้องขึ้นอยู่กับว่ารัฐสภา ทั้งในส่วนของ ส.ส. และ ส.ว. จะมองเห็นเรื่องนี้ และตัดสินใจไปในทิศทางใด
.
แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น คงต้องผ่านด่านแก้/ไม่แก้ รธน.60 ไปให้ได้เสียก่อน
.
#กระจ่าง
.
ปล. โพสต์นี้ ทำมาแล้วหลายครั้ง และการรีโพสต์ครั้งสุดท้าย คือ 23 มิ.ย. 64 เกือบ 5 ปีแล้ว ไม่ได้ปรับ wordings เลย แต่ยังใช้ได้อยู่แฮะ
.
ที่มา :
.
รัฐธรรมนูญ 60
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF
.
เปรีบยเทียบ รธน.40 50 60
https://www.ombudsman.go.th/.../compare%20constitution.pdf
.
รัฐธรรมนูญฉบับประชามติ VS ฉบับประกาศใช้หลังพระราชกระแสรับสั่ง
https://ilaw.or.th/node/4475
https://www.facebook.com/photo?fbid=1455511505942880&set=a.509244880569552