วันเสาร์, สิงหาคม 30, 2568

‘ค่ำคืนเขายืนเดียวดาย’ เงินเดือนทหารชั้นผู้น้อย เมื่อชาติราคาแพงแต่ค่าแรงราคาถูก


The Isaan Record
12 hours ago
·
หากมองในมุมของความเป็นรัฐชาติ กองกำลังทหารมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่จะรักษาไว้ซึ่งอธิปไตย แต่ก็เช่นกัน หากมองเรื่องนี้ในระนาบเดียวกันเรากลับมีคำถามว่า หากทหารสำคัญ เช่นนั้นพวกเขาต้องได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม โดยเฉพาะในระดับทหารชั้นผู้น้อยที่คอยเป็นเบี้ยของความขัดแย้ง
อ่าน: ‘ค่ำคืนเขายืนเดียวดาย’ สำรวจเงินเดือนทหารชั้นผู้น้อย เมื่อชาติราคาแพงแต่ค่าแรงราคาถูก https://theisaanrecord.co/2025/06/13/soldiers-salaries/
---
เรื่อง: พงศธร​ณ์​ ตัน​เจริญ
.....

‘ค่ำคืนเขายืนเดียวดาย’ สำรวจเงินเดือนทหารชั้นผู้น้อย เมื่อชาติราคาแพงแต่ค่าแรงราคาถูก


ภาพ: กองทัพบก Royal Thai Army

มิถุนายน 13, 2025
Isaan Record

กระทรวงกลาโหมถือเป็น 1 ใน 5 กระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงที่สุด โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กระทรวงกลาโหมได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวน 200,923,780,500 บาท นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมยังมีกำลังพลจำนวนมากถึง 381,381 คน (ยังไม่นับรวมบุคลากรในสถาบันป้องกันประเทศ) โดยมีกำลังคนด้านการทหารแบ่งออกเป็น 3 ระดับ​ ​คือ 1.ระดับสัญญาบัตร 70,030 คน 2.ระดับชั้นประทวน 162,921 คน ​และ 3.ทหารกองประจำการ 148,430 คน

จากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ณ ขณะนี้ ทำให้ทั้งรัฐบาลสองประเทศได้มีคำสั่งให้นำกำลังทหารเข้ามาประจำการในพื้นที่ชายแดนกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมาผู้คนในสังคมไทยจำนวนมากต่างให้ความสนใจไปยังทหาร โดยเหล่าผู้มีชื่อเสียงจำนวนหนึ่งได้ออกมาเคลื่อนไหวระดมทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็น รับบริจาคยางรถยนต์เก่าเพื่อทำบังเกอร์ บริจาคเงิน ส่งเสบียงให้กับทหารที่ประจำการชายแดน และแสดงการสนับสนุนเหล่าทหารหาญกับการทำหน้าที่ปกป้องประเทศ

หากมองในมุมของความเป็นรัฐชาติ กองกำลังทหารมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดที่จะรักษาไว้ซึ่งอธิปไตย แต่ก็เช่นกัน หากมองเรื่องนี้ในระนาบเดียวกันเรากลับมีคำถามว่า หากทหารสำคัญ เช่นนั้นพวกเขาต้องได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม โดยเฉพาะในระดับทหารชั้นผู้น้อยที่คอยเป็นเบี้ยของความขัดแย้ง

หน่วยงานและกองกำลังประจำชายแดนไทย

พื้นที่ชายแดนทางบกของประเทศไทยมีความยาว 5,671 กิโลเมตร โดยหน่วยงานทางทหารเป็นกำลังหลักในการรักษาอธิปไตย ป้องกันประเทศ และดูแลชายแดนไทย ซึ่งแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ภาค คือ กองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 กองทัพภาคที่ 3 และกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งมีกำลังพลและยุทโธปกรณ์พร้อมสนับสนุนภารกิจชายแดนในพื้นที่ความรับผิดชอบ

สำหรับการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนได้มีการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจที่เกิดจากการประกอบกำลังจากหลายส่วนเข้าด้วยกัน นั่นคือ กองกำลังป้องกันชายแดน เป็นหน่วยงานหลักที่ประจำการตามแนวชายแดน โดยมีการจัดกองกำลังต่างๆ ตามแต่ละภูมิภาคที่รับผิดชอบ ดังนี้

1. กองกำลังสุรนารี รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง)

2. กองกำลังบูรพา รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา (ภาคตะวันออก)

3. กองกำลังสุรสีห์ รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา (ภาคตะวันตก)

4. กองกำลังผาเมือง รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา (ภาคเหนือ)

5. กองกำลังนเรศวร รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา (ภาคเหนือ)

6. กองกำลังเทพสตรี รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย (ภาคใต้)

7. กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา (จังหวัดจันทบุรีและตราด)

หน่วยงานกึ่งทหารที่สนับสนุนการปฏิบัติงานป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน คือ ทหารพราน และกองอาสารักษาดินแดน อีกทั้งยังมีหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยตามแนวลำน้ำโขง ซึ่งเป็นชายแดนติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)

นอกจากนี้หน่วยงานตำรวจเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่เข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนด้วยเช่นกัน โดยหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง คือ ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ปฏิบัติงานตามแนวชายแดนแทนการใช้กำลังทหาร อันเนื่องมาจากสนธิสัญญากรุงเจนีวาระหว่างไทยกับฝรั่งเศสกำหนดห้ามไม่ให้มีกำลังทหารในระยะ 25 กิโลเมตรจากแนวชายแดน ซึ่งบทบาทหน้าที่หลักมุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบเข้าเมือง ยาเสพติด และภัยคุกคามอื่นๆ ในพื้นที่ชายแดน


ภาพ: กองพันมณฑลทหารบกที่ 23

เงินเดือนของทหาร

ทุกเดือนเมษายนของทุกปี เป็นห้วงเวลาที่เหล่าบรรดาชายไทยที่มีอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ ต้องไปเข้ารับการตรวจเลือก (การเข้าเกณฑ์ทหาร) โดยข้อมูลจากการรายงานข่าวของ สถานีวิทยุกระจายเสียงหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ระบุว่า สถิติการตรวจเลือกทหารในปี 2568 มีทหารกองเกินเข้ารับการตรวจเลือกจำนวน 429,175 คน ขณะที่มียอดความต้องการทหารกองประจำการ จำนวน 88,255 นาย ระหว่างการตรวจเลือกทหารมีผู้ที่สมัครใจเข้ากองประจำการ 46,623 นาย หรือคิดเป็นร้อยละ 52.83 ของความต้องการทหารกองประจำการ

จากข้อมูลสถิติการตรวจเลือกทหารข้างต้น ทำให้เราพบว่ากองทัพไทยยังคงมีความต้องการทหารกองประจำการในอัตราที่สูงมาก แม้ว่าจะมีผู้ที่สมัครใจเข้าเป็นทหารกองประจำการมากกว่าครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากสำรวจเงินเดือน และสวัสดิการรั้วของชาติแล้วจะพบว่าสิ่งที่พวกเขาได้รับนั้นกลับถูกตั้งคำถามว่าได้ไม่คุ้มเสีย โดยเฉพาะหากเทียบกับเวลาที่ต้องสูญเสียไป ทั้งยังไม่นับรวมกับความเสี่ยงภัยที่ต้องเผชิญ


คู่มือการตรวจสอบการเบิกจายเงินเดือน และเบี้ยเลี้ยงของทหารกองประจำการ โดย สำนักงานตรวจสอบภายในทหารกองบัญชาการกองทัพไทย (ภาพ: สำนักงานตรวจสอบภายในทหาร)

เงินเดือน เบี้ยเลี้ยงและเงินค่าครองชีพของทหารเกณฑ์ที่พึงได้รับ รวมทั้งหมดเป็นเงิน 10,000 บาท โดยยังไม่ได้หักค่าประกอบเลี้ยง และเงินส่วนตัวทหารฝาก นั่นเท่ากับว่าพวกเขาได้รับค่าตอบแทนที่มากเกินกว่าค่าแรงขั้นต่ำเพียงเล็กน้อย อีกทั้งรายได้เหล่านี้มิได้คงที่แบบนี้ทุกเดือน

บทความ สูญเสียไปเท่าไหร่แล้วกับคำว่า ‘เกณฑ์ทหาร’ เรื่องโดย สรวิศ มา เผยแพร่เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2566 ได้สะท้อนให้เห็นถึงต้นทุนแฝงของระบบการเกณฑ์ทหารในประเทศไทย โดยเฉพาะในแง่ของค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับผู้ที่จับได้ใบแดง

จากข้อมูลในบทความ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้านค่าเสียโอกาสทางอาชีพมากที่สุดคือกลุ่มวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ ปวช. ซึ่งเสียไปราว 540,000 แสนบาท ขณะที่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดคือผู้ที่มีวุฒิการศึกษาระดับประถมหรือต่ำกว่า ซึ่งมีค่าเสียโอกาสราว 220,000 บาท

สำหรับกลุ่มวุฒิการศึกษาระดับมัธยมต้น และกลุ่มที่จบปริญญาตรีหรือ ปวส. หากจับได้ใบแดง จะมีค่าเสียโอกาสใกล้เคียงกันคือประมาณ 260,000 บาท อย่างไรก็ตาม แม้ค่าเสียโอกาสจะใกล้เคียงกัน แต่ต้นทุนด้านเวลากลับแตกต่าง โดยกลุ่มที่จบต่ำกว่าระดับอุดมศึกษาจะต้องรับราชการทหารเป็นระยะเวลานานถึง 2 ปี ในขณะที่กลุ่มที่มีวุฒิระดับอุดมศึกษาใช้เวลารับราชการเพียง 1 ปี

แม้ว่ากลุ่มวุฒิการศึกษาระดับมัธยมต้นและกลุ่มวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือ ปวส. จะมีค่าเสียโอกาสที่ไม่ต่างกัน ซึ่งก็คือประมาณ 260,000 แสนบาท อย่างไรก็ดี ต้นทุนด้านเวลาของทั้ง 2 กลุ่มก็มีไม่เท่ากัน เพราะกลุ่มที่มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่าระดับอุดมศึกษาจะต้องรับใช้ชาตินานถึง 2 ปี

นอกจากทหารเกณฑ์ที่เป็นกำลังหลักของกองทัพแล้ว ยังมีทหารพรานอาสา และอาสาสมัครรักษาดินแดน ซึ่งถือเป็นเสาหลักที่สำคัญในการปกป้องอธิปไตยของประเทศตลอดแนวชายแดนไทย โดยจากการสำรวจพบว่า กองกำลังกึ่งทหารทั้งสองหน่วยงานต่างประสบปัญหาในแง่ของรายได้เช่นกัน

ข้อมูลจาก ระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทนอย่างอื่น และสิทธิประโยชน์ของอาสาสมัครทหารพราน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 และระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทน เงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวและเงินช่วยเหลือ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2557 ระบุว่าทหารพรานอาสา ชั้น 1 กับอาสาสมัครรักษาดินแดน ลำดับขั้น 1 จะได้รับค่าตอบแทน โดยแบ่งออกเป็นเงินเดือนพื้นฐาน 4,870 บาท และเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว 5,130 บาท รวมเป็นเงินรายรับโดยประมาณ 10,000  บาท


ภาพ: เฟซบุ๊กเพจ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดชัยภูมิ ที่ 1

ส่วนอัตราเงินเดือนของตำรวจตะเวนชายแดน และหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเป็นไปตาม พระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 กับ พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ 10 ) พ.ศ. 2558 และตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2566 มีมติเห็นชอบแนวทางการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกวุฒิการศึกษา ส่งผลให้มีการปรับเงินเดือนทหารเพื่อให้สอดคล้องกับการปรับขึ้นเงินเดือนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ

สำหรับตำรวจ ชั้นประทวน 1 จะได้รับเงินเดือนพื้นฐาน 8,610– 21,980 บาท ต่อเดือน ขณะที่ทหารเรือ หากมีวุฒิ ปวส. หรือเทียบเท่า ที่ได้รับบรรจุหลัง 1 พฤษภาคม พ.ศ.2568 (ซึ่งรวมถึงจ่าทหารเรือใหม่ในขั้น พ.1) จะได้รับเงินเดือนเริ่มต้น 13,820-15,290 บาท

https://theisaanrecord.co/2025/06/13/soldiers-salaries/