
ฟ้าเดียวกัน
11 hours ago
·
20 ปีตากใบ คำขอโทษ? กับวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดในสังคมไทย
_____
❝ผมหันกลับไปดูข้างหลัง เห็นเพื่อนผมที่มาด้วยกัน ถูกยิงเข้าที่หน้าผาก จนหงายหลังล้มลง เพื่อนผมคนนี้ไม่ตายทันที เขาพยายามตะเกียกตะกายหลบหนีเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถยนต์ ก็มีทหารคนหนึ่งเข้ามายิงซ้ำ ผมเห็นตอนทหารคนนั้นก้มลงยิง แต่ไม่ได้ดูว่าทหารยิงถูกตรงไหน ยิงเสร็จก็หนีกลับไป เพื่อนผมเป็นศพสุดท้ายที่พบตอน 6 โมงครึ่ง❞
.
❝พอขึ้นไปบนรถ เขาก็ให้นอนคว่ำหน้า คนอื่นขึ้นมา เขาก็ให้นอนคว่ำหน้า ซ้อนกันถึง 4 ชั้น รถที่ผมขึ้นเป็นคันที่ 3 จะเงยหน้าก็ไม่ได้ ถ้าเงยจะถูกตีด้วยด้ามปืน บางครั้งก็ถูกเตะ หรือถูกเหยียบที่หัว ผมก็ถูกโดนเตะด้วยครั้งหนึ่ง
.
คนที่อยู่ข้างบน จะช่วยคนที่อยู่ข้างล่างก็ไม่ได้ พวกเราช่วยเหลือกันไม่ได้เลย ถ้าขยับเขยื้อนนิดหน่อย หรือมีเสียงออกมา เขาจะตีกับกระบอง ด้ามปืน หรือไม่ก็เตะกับรองเท้า… มีอยู่คนหนึ่ง ผมได้ยินเสียงถูกตีด้วยไม้หลายครั้ง ตีแล้วตีอีกจนไม้หัก เขาได้ยินเสียงนิดหนึ่ง เขาก็ตี เขาได้ยินเสียงคนที่ร้องปฏิญาณตนต่อพระผู้เป็นเจ้า เขาก็ตี
.
บางคนร้องครวญครางเพราะเจ็บปวดมาก เขาก็ตี ผมเห็นบางคนถูกเขาตีกับตา บางคนได้ยินเสียงอย่างเดียวก็มี
.
รถคันที่ผมขึ้นไป มีด้วยกันประมาณ 60 คน เป็นรถ 6 ล้อ มีผ้าใบคลุม มีคนตาย 12 คน ส่วนใหญ่เป็นคนที่อยู่ล่างสุด คนที่อยู่ชั้นที่ 2 ก็มี ตายเพราะอ่อนเพลีย ตายเพราะถูกตี ขณะที่ถือศีลอดอยู่ด้วย
.
ตอนที่อยู่บนรถ พวกทหารที่คุมอยู่มีทั้งขู่และตะคอกใส่ ตอนที่เขาได้ยินเรากล่าวคำปฏิญาณออกมา เขาก็จะล้อเลียน ตะโกนว่าตามแบบเยาะเย้ย พวกเขาตะคอกใส่ว่า เป็นเวลาของพวกกูแล้ว ผมจะหันไปดูหน้าพวกเขาไม่ได้เลย รู้แต่ว่าเป็นพวกทหารที่มีผ้าพันคอสีฟ้า เขาบอกว่า พวกมึงยิงกูก่อน กูจึงต้องยิงพวกมึง❞
.
ส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมชุมนุมที่ตากใบ นราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 ตีพิมพ์ใน ฟ้าเดียวกัน ปีที่ 2 ฉบับที่ 4 (ตุลาคม–ธันวาคม 2547) https://sameskybooks.net/wp.../uploads/2004/12/year-2-4.pdf
.
หลังจากที่ฉบับก่อนหน้า (ฟ้าเดียวกัน ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม–กันยายน 2547 https://sameskybooks.net/wp.../uploads/2004/09/year-2-3.pdf) เราเพิ่งรวบรวมรายงาน “คนที่ตายใต้ฟ้าเดียวกัน” จากเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะเมื่อ 28 เมษายน 2547 มาแล้วนี้เอง ในสภาวการณ์ที่ความรุนแรงโดยรัฐถี่กระชั้นและสังคมไทยชาชินกับการเสพข่าว “โจรใต้” สิ่งที่เราพอทำได้ในฐานะคนทำสื่อเล็ก ๆ เวลานั้น คืออุทิศพื้นที่ส่วนหนึ่งของวารสารเล่มนี้เพื่อเป็นสื่อแทนความห่วงใยและทำความเข้าใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
.
แม้วันนี้คดีตากใบจะหมดอายุความโดยไร้ความรับผิด แต่ที่นี่มีคนตายจริง และคนที่ตายล้วนมีใบหน้า #20 ปี เราไม่ลืมตากใบ ชวนอ่าน ฟ้าเดียวกัน ทั้ง 2 ฉบับนี้ที่ครั้งหนึ่งได้ทำหน้าที่บันทึกปากคำ บันทึกชีวิตและใบหน้า “คนที่ตายใต้ฟ้าเดียวกัน” ดังที่ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ผู้ล่วงลับ กล่าวไว้ว่า
.
“ภาพเหล่านี้แม้จะเป็นภาพของคนที่ตาย แต่มิใช่ภาพศพไร้หน้าเกลื่อนกลาดบนถนนที่หนังสือพิมพ์นำมาลงกัน หากเป็นภาพของพวกเขากับเพื่อนฝูง กับครอบครัวในอิริยาบถปกติ ดำเนินชีวิตเหมือนผู้คนทั่วไปในสังคมนี้ ภาพเหล่านี้ล้วนสำคัญ เพราะสังคมไทยจำต้องตระหนักว่า การแสวงหาหนทางการเมืองเพื่อแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ ควรต้องเริ่มต้นจากการพยายามมองให้เห็นว่า ที่ ‘ตายใต้ฟ้าเดียวกัน’ ล้วนเป็นคน”
20 ปีตากใบ คำขอโทษ? กับวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดในสังคมไทย
_____
❝ผมหันกลับไปดูข้างหลัง เห็นเพื่อนผมที่มาด้วยกัน ถูกยิงเข้าที่หน้าผาก จนหงายหลังล้มลง เพื่อนผมคนนี้ไม่ตายทันที เขาพยายามตะเกียกตะกายหลบหนีเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถยนต์ ก็มีทหารคนหนึ่งเข้ามายิงซ้ำ ผมเห็นตอนทหารคนนั้นก้มลงยิง แต่ไม่ได้ดูว่าทหารยิงถูกตรงไหน ยิงเสร็จก็หนีกลับไป เพื่อนผมเป็นศพสุดท้ายที่พบตอน 6 โมงครึ่ง❞
.
❝พอขึ้นไปบนรถ เขาก็ให้นอนคว่ำหน้า คนอื่นขึ้นมา เขาก็ให้นอนคว่ำหน้า ซ้อนกันถึง 4 ชั้น รถที่ผมขึ้นเป็นคันที่ 3 จะเงยหน้าก็ไม่ได้ ถ้าเงยจะถูกตีด้วยด้ามปืน บางครั้งก็ถูกเตะ หรือถูกเหยียบที่หัว ผมก็ถูกโดนเตะด้วยครั้งหนึ่ง
.
คนที่อยู่ข้างบน จะช่วยคนที่อยู่ข้างล่างก็ไม่ได้ พวกเราช่วยเหลือกันไม่ได้เลย ถ้าขยับเขยื้อนนิดหน่อย หรือมีเสียงออกมา เขาจะตีกับกระบอง ด้ามปืน หรือไม่ก็เตะกับรองเท้า… มีอยู่คนหนึ่ง ผมได้ยินเสียงถูกตีด้วยไม้หลายครั้ง ตีแล้วตีอีกจนไม้หัก เขาได้ยินเสียงนิดหนึ่ง เขาก็ตี เขาได้ยินเสียงคนที่ร้องปฏิญาณตนต่อพระผู้เป็นเจ้า เขาก็ตี
.
บางคนร้องครวญครางเพราะเจ็บปวดมาก เขาก็ตี ผมเห็นบางคนถูกเขาตีกับตา บางคนได้ยินเสียงอย่างเดียวก็มี
.
รถคันที่ผมขึ้นไป มีด้วยกันประมาณ 60 คน เป็นรถ 6 ล้อ มีผ้าใบคลุม มีคนตาย 12 คน ส่วนใหญ่เป็นคนที่อยู่ล่างสุด คนที่อยู่ชั้นที่ 2 ก็มี ตายเพราะอ่อนเพลีย ตายเพราะถูกตี ขณะที่ถือศีลอดอยู่ด้วย
.
ตอนที่อยู่บนรถ พวกทหารที่คุมอยู่มีทั้งขู่และตะคอกใส่ ตอนที่เขาได้ยินเรากล่าวคำปฏิญาณออกมา เขาก็จะล้อเลียน ตะโกนว่าตามแบบเยาะเย้ย พวกเขาตะคอกใส่ว่า เป็นเวลาของพวกกูแล้ว ผมจะหันไปดูหน้าพวกเขาไม่ได้เลย รู้แต่ว่าเป็นพวกทหารที่มีผ้าพันคอสีฟ้า เขาบอกว่า พวกมึงยิงกูก่อน กูจึงต้องยิงพวกมึง❞
.
ส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมชุมนุมที่ตากใบ นราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 ตีพิมพ์ใน ฟ้าเดียวกัน ปีที่ 2 ฉบับที่ 4 (ตุลาคม–ธันวาคม 2547) https://sameskybooks.net/wp.../uploads/2004/12/year-2-4.pdf
.
หลังจากที่ฉบับก่อนหน้า (ฟ้าเดียวกัน ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม–กันยายน 2547 https://sameskybooks.net/wp.../uploads/2004/09/year-2-3.pdf) เราเพิ่งรวบรวมรายงาน “คนที่ตายใต้ฟ้าเดียวกัน” จากเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะเมื่อ 28 เมษายน 2547 มาแล้วนี้เอง ในสภาวการณ์ที่ความรุนแรงโดยรัฐถี่กระชั้นและสังคมไทยชาชินกับการเสพข่าว “โจรใต้” สิ่งที่เราพอทำได้ในฐานะคนทำสื่อเล็ก ๆ เวลานั้น คืออุทิศพื้นที่ส่วนหนึ่งของวารสารเล่มนี้เพื่อเป็นสื่อแทนความห่วงใยและทำความเข้าใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
.
แม้วันนี้คดีตากใบจะหมดอายุความโดยไร้ความรับผิด แต่ที่นี่มีคนตายจริง และคนที่ตายล้วนมีใบหน้า #20 ปี เราไม่ลืมตากใบ ชวนอ่าน ฟ้าเดียวกัน ทั้ง 2 ฉบับนี้ที่ครั้งหนึ่งได้ทำหน้าที่บันทึกปากคำ บันทึกชีวิตและใบหน้า “คนที่ตายใต้ฟ้าเดียวกัน” ดังที่ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ผู้ล่วงลับ กล่าวไว้ว่า
.
“ภาพเหล่านี้แม้จะเป็นภาพของคนที่ตาย แต่มิใช่ภาพศพไร้หน้าเกลื่อนกลาดบนถนนที่หนังสือพิมพ์นำมาลงกัน หากเป็นภาพของพวกเขากับเพื่อนฝูง กับครอบครัวในอิริยาบถปกติ ดำเนินชีวิตเหมือนผู้คนทั่วไปในสังคมนี้ ภาพเหล่านี้ล้วนสำคัญ เพราะสังคมไทยจำต้องตระหนักว่า การแสวงหาหนทางการเมืองเพื่อแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ ควรต้องเริ่มต้นจากการพยายามมองให้เห็นว่า ที่ ‘ตายใต้ฟ้าเดียวกัน’ ล้วนเป็นคน”