วันจันทร์, ธันวาคม 01, 2568

44,000 หลังคาเรือน คือจำนวนบ้านที่ “เปิดรับน้ำ” (เขื่อนชั่วคราวจากรัฐ) เพื่อให้พื้นที่เศรษฐกิจ “ไม่เปียกแม้แต่หยดเดียว” เมื่อเขื่อนใหญ่ต้องปล่อยน้ำ น้ำไม่ได้ไหลไปไหนไกล แต่มาจบที่ “บ้านคน” พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท ที่ต้องท่วมก่อน เพื่อให้เมืองรอด


โอกาส Chance
November 27
·
44,000 หลังคาเรือน คือจำนวนบ้านที่ “เปิดรับน้ำ”
เพื่อให้พื้นที่เศรษฐกิจ “ไม่เปียกแม้แต่หยดเดียว”
เมื่อเขื่อนใหญ่ต้องปล่อยน้ำ น้ำไม่ได้ไหลไปไหนไกล
แต่มาจบที่ “บ้านคน”

ในจำนวนนี้
พระนครศรีอยุธยา แบกไว้ 31,000 ครัวเรือน
สุพรรณบุรี 11,182 ครัวเรือน
อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท รวมอีกกว่า 2,000 ครัวเรือน
ที่ต้องท่วมก่อน เพื่อให้เมืองรอด

ไม่มีงบเวนคืน ไม่มีแผนโยกย้าย
ไม่มีแม้แต่สัญญาว่าปีหน้า...จะไม่ท่วมอีก
มีเพียง “การยอมรับสภาพ” ว่าบ้านตัวเองคือเขื่อนจำเป็น
ที่รัฐไม่เคยสร้าง แต่ใช้จริงทุกปี

มันคือความจำยอมที่ยืดยาวนานกว่า 10 ปี
แลกกับความมั่นคงของเศรษฐกิจภาพใหญ่
ที่พวกเขา...ไม่มีส่วนได้ แต่ต้องเสียทุกปี

https://www.facebook.com/photo/?fbid=122172988334526092&set=a.122101337642526092



โอกาส Chance
November 25
·
ประเทศไทยมี “แผนแม่บทบริหารจัดการน้ำ 20 ปี” ตั้งแต่ปี 2561
รัฐบาลเคยบอกว่า…จะลงทุนกว่า 1.7 ล้านล้านบาท
เพื่อสร้างแนวผันน้ำ แก้มลิง เขื่อน และระบบจัดเก็บน้ำในเมือง

แต่ผ่านมา 7 ปี หลายโครงการยังอยู่แค่ใน “เอกสาร”
บางที่เพิ่งเริ่มศึกษา บางที่ยังรออนุมัติงบประมาณ

ไม่รู้ว่าแต่ละโครงการจะเริ่มเมื่อไหร่
ไม่มีวันที่สร้างเสร็จ
มีแค่เป้าหมาย “เสร็จภายในปี 2580”

และถ้า 7 ปีแรกยังไม่เริ่มเดินหน้า… ก็ยิ่งน่าถามว่า
แผนนี้จะไปถึงเส้นชัยทันได้จริงหรือ?

7 ปีที่ผ่านไป…ประชาชนยังต้องจัดการน้ำกันเองทุกฤดูฝน
ใช้กระสอบทรายแทนเขื่อน
ใช้วันเวลาชีวิตแทนระบบป้องกัน
ในขณะที่แผน…ยังอยู่ในกองกระดาษ

https://www.facebook.com/photo?fbid=122172717110526092&set=a.122101337642526092



ขอยกนิ้วให้เธอ #อิหยังเดสก๊ะ แม่ก็ยังคงเป็นแม่​... อายูมิ ฮามาซากิร้องเพลงบนเวทีเพียงลำพังบนเวทีที่ไร้คนดูจนครบทุกเพลง หลังคอนเสิร์ตที่จีนถูกยกเลิก


Eak SummerSnow
9 hours ago
·
ข่าวสั้น #อิหยังเดสก๊ะ
แม่ก็ยังคงเป็นแม่​... อายูมิ ฮามาซากิร้องเพลงบนเวทีเพียงลำพังบนเวทีที่ไร้คนดูจนครบทุกเพลง หลังคอนเสิร์ตที่จีนถูกยกเลิก
.
ก็หลังจากเมื่อวันก่อนเป็นข่าวดราม่ากันไปเมื่อคอนเสิร์ตของศิลปินตัวแม่ของญี่ปุ่นอย่างอายูมิ ฮามาซากิ ที่จะจัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ประเทศจีนถูกยกเลิกอย่างกระทันหัน สาเหตุแม้จะไม่ได้มีการระบุอย่างแน่ชัด แต่มองจากดาวอังคารลงมาก็รู้ว่ามาจากความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงนี้ของพี่จีนกับญี่ปุ่น ซึ่งอายูมิก็ออกมาขอโทษต่อแฟนๆ และให้ความเห็นกับเรื่องนี้เพียงแค่ว่า เธอไม่อยากจะแทรกแซงในเรื่องที่เธอไม่มีความรู้เกี่ยวกับมัน ก็คือไม่ขอยุ่งเรื่องการเมืองนั่นแหละ
.
แต่หลังจากนั้นก็มีภาพหลุดออกมาเป็นข่าวลือว่าเธอร้องเพลงต่อไปบนเวทีที่ไม่มีผู้คนหลังคอนเสิร์ตถูกยกเลิกไป มีคนบอกว่าได้ยินเสียงของเธอดังออกมาเบาๆ จากสถานที่จัดคอนเสิร์ตในวันนั้น และข่าวนี้ก็ถูกคอนเฟิร์มหลังจากอายูมิได้ลง IG สตอรี่เรื่องนี้ด้วยตัวเองหลังจากนั้น และเพิ่มเติมข้อความว่าเธอขึ้นร้องตั้งแต่เพลงแรกจนถึงอังกอร์ ทำหน้าที่ของเธออย่างสมบูรณ์แบบเพื่อแฟนของเธอว่า 14,000 คน โดยมีการคาดกันว่าเธอจะส่งมอบบันทึกการแสดงแบบไร้คนดูในวันนั้นให้กับแฟนๆ ของเธอที่ไม่สามารถรับชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ได้นั่นเอง
.
//ไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะเป็นอย่างไร
แต่ศิลปินก็ยังยืนหยัดต่อสู้ในแบบของตัวเองด้วยศิลปะทางดนตรี
.
ภาพและข่าวจาก
livedoornews
IG a you
See less
— feeling hopeful in Minato, Tokyo, Japan.

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1399876808171001&set=a.378835943608431
.....


[Trending News] Ayumi Hamasaki's Shanghai concert canceled at the last minute! Footage of her "so...

Nov 29, 2025 

Japanese pop diva Ayumi Hamasaki was scheduled to perform in Shanghai, but the day before the show was abruptly canceled due to "force majeure," widely believed to be related to the recent anti-Japanese sentiment in China. Her team spent five days setting up the stage, only to be abruptly notified of the cancellation that morning. However, Hamasaki did not leave; instead, she took to the stage in the empty stadium as planned, performing a complete "one-woman concert" and recording the entire event, intending to release it later as a gift to her fans. The footage, once released, evoked feelings of injustice and emotion from many fans.

https://www.youtube.com/watch?v=P-jRPP7TUao


📌น้ำท่วมอยุธยายังหนักแช่นานกว่า 4 เดือน ท่วม 13 อำเภอ กว่า 72,440 ครัวเรือน โรงเรียนเร่งล้างบางส่วนเปิดเรียนจันทร์นี้

https://www.facebook.com/tonayutthayanews/posts/1472258414727365

ต้น อยุธยา ข่าวสาร ฅนอยุธยา 
12 hours ago
·
น้ำท่วมอยุธยายังหนักแช่นานกว่า 4 เดือน ท่วม 13 อำเภอ กว่า 72,440 ครัวเรือน โรงเรียนเร่งล้างบางส่วนเปิดเรียนจันทร์นี้
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำในพื้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากที่ เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท แม้มีการปรับรถการระบายน้ำลง แต่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย ยังคงท่วมสูง ประชาชนยังอาศัยริมถนน ระดับน้ำลดหลายโรงเรียนเริ่มล้างทำความสะอาดเตรียมเปิดเรียนจันทร์นี้
น้ำท่วมส่งผลให้ตอนนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม 13 อำเภอ 160 ตำบล 1,017 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนสูงถึง 72,440 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 20 ราย
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มี 16 อำเภอ ยังถูกน้ำท่วม 13 อำเภอได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอบางปะหัน อำเภอบางซ้าย อำเภอบ้านแพรก อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอมหาราช อำเภอนครหลวง และอำเภอวังน้อย ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนยังคงได้รับผลกระทบหนักโดยในพื้นที่ริมแม่น้ำ
ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ไปยัง โรงเรียนประชากรรังสฤษฏ์ ในพื้นที่ ตำบลบางหลวง อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระดับน้ำเริ่มลดลงมาบ้างแล้วกว่า 1 เมตร ทำตัวอาคารที่อยู่สูงระดับน้ำเริ่มลงสามารถทำการล้างทำความสะอาดอาคารเรียนเรียนผู้อำนวยการและครู ต่างเร่งทำความสะอาด เพื่อเตรียมเปิดเรียน ในวันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่จะถึงนี้หลังหยุดยาวน้ำท่วม
พบคุณครูต่างเร่งทำความสะอาดอาคาร ทาสีโต๊ะนักเรียน ทาสีอาคารที่น้ำท่วม เพื่อกลบรอยคราบน้ำ ส่วนอาคารที่อยู่ริมแม่น้ำน้อย ยังคงถูกน้ำท่วมสูงรวมถึงชาวบ้าน 2 ริมฝั่งแม่น้ำยังคงได้รับผลกระทบน้ำท่วม ถนนหนทางยังถูกน้ำตัดขาด ต้องจอดรถบนถนน เข้าออกใช้เรือ เป็นหลัก ท่วมนานกว่า 4 เดือน บางจุดท่วมมาแล้ว 5 เดือน
นาย จักรกฤษณ์ ครูชำนาญการ กำลังทาสีทับรอยน้ำท่วมอาคาร เปิดเผยว่า น้ำพึ่งลดลงเยอะเมื่อสัปดาห์นี้ ทางโรงเรียนก็ได้เร่งบูรณะซ่อมแซม ทาสี เก็บกวาดทำความสะอาด เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนที่จะมาเรียนวันจันทร์นี้ จะเริ่มเปิด ป.1 - ป.6
ส่วนอาคารด้านล่าง ต้องรอให้น้ำลงจนหมดก่อน ถึงจะดำเนินการทำความสะอาดได้ คุณครูนักเรียนก็จะช่วยกันร่วมถึงทางชุมชนผู้ใหญ่บ้านกำนัน ก็จะมาช่วยกันล้าง ตอนนี้ท่วมสูงกว่า 2 เมตร ซึ่งเป็นอาคารติดริมน้ำ ความรู้สึกน้ำท่วมปีนี้ ท่วมหนัก เข้าใจว่าน้ำท่วม แต่ปีนี้น้ำท่วมนานและหนัก จนกระทบถึงชาวบ้าน นักเรียน ชุมชนเป็นวงกว้าง ก็ต้องช่วยเหลือกัน ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ คาดการณ์น่าจะกลับเข้าสู่ปกติหลังปีใหม่
ทั้งนี้น้ำท่วม ชาวบ้านในหลายชุมชน วัด และโรงเรียน อีกหลายแห่งยังคงต้องปิดเพราะระดับน้ำยังคงล้นตลิ่งเข้าท่วมสูงอยู่แม้จะลดลงไปบ้าง แต่การเดินทางยังกระทบ น้ำท่วมถนนท่วมโรงเรียนและวัดอีกหลายแห่งยังคงอยู่อย่างยากลำบาก


คนใต้รักใครรักจริง ก็คงจะจริง และความรักทำให้คนตาบอดก็น่าจะไม่เกินจริง คลิปฝากความหวังกับ คนภาคใต้ อย่า ...คิดแบบเดิมๆ ...ทำแบบเดิมๆ ...เลือกแบบเดิมๆ


Suwagee Klampaiboon
6 hours ago
·
"คนใต้รักใครรักจริง" ก็คงจะจริง และความรักทำให้คนตาบอดก็น่าจะไม่เกินจริง
หลาย 10 ปีผ่านไปด้ามขวานแดนสะตอก็ยังอยู่ภายใต้อิทธิพลการพรรคเมืองเดิม
...คิดแบบเดิมๆ
...ทำแบบเดิมๆ
...เลือกแบบเดิมๆ
ก็คงยากจะร้องหาความเปลี่ยนแปลง
..ถ้าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ไม่ได้เกิดที่หาดใหญ่ที่เดิม ก็คงพอเข้าใจ
แต่พื้นที่เสี่ยงที่เดิม ที่เกิดเหตุการณ์เดิมๆ ด้วยปัญหาเดิม และ นักการเมืองพื้นที่คนเดิมๆ
คนปกติจะคิดได้ แต่ถ้าไม่คิดอาจเพราะ "ความรักบังตา ประชาธิปัตย์รักล้นใจ"

https://www.facebook.com/photo?fbid=10161308699096841&set=a.10152051646016841






@dreamteamth ฉันฝากความหวังกับ คนภาคใต้อีก 32.25% ที่ยังเลือกใครไม่ได้ ขอให้ทุกคนนเลือกให้ดี ฝากความหวังให้คนรุ่นใหม่ ได้ใช้ความสามารถพัฒนาประเทศเราสักที อย่าเห็นแก่เงินไม่กี่บาท #เลือกตั้ง69 #พรรคประชาชน ##สสพรรคประชาชน ♬ เสียงต้นฉบับ - Dream team Thailand



https://www.tiktok.com/@dreamteamth/video/7578365400694492424



คิดอย่างไรกันที่ชาวอยุธยาจะต้องแบกน้ำ กลายเป็นผู้ประสบภัย #น้ำท่วม ประจำทุกปี เพื่อให้แหล่งเศรษฐกิจสำคัญในกรุงเทพฯ ไม่ท่วม มันไม่แฟร์สำหรับชาวอยุธยาอยู่แล้ว แต่วิธีแก้ไขและช่วยเหลือชาวอยุธยาที่ถูกน้ำท่วมประจำคือ…?






https://x.com/Thai_Talk/status/1995057654541267215


 

https://www.youtube.com/shorts/rULjMYj9_cM


เกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนน้ำท่วมหาดใหญ่ เหตุใดไม่มีการเตรียมรับมือน้ำท่วมดีพอ



เกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนน้ำท่วมหาดใหญ่ เหตุใดไม่มีการเตรียมรับมือน้ำท่วมดีพอ

วศินี พบูประภาพ
ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว

"ผมเสียใจมากจริง ๆ ครับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ มันเป็นภัยพิบัติที่ไม่เคยมีมาก่อนในหาดใหญ่ ผมกราบขอโทษทุกคน ญาติพี่น้องทุกคน ผู้เสียชีวิตครับ" นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ "นายกฯ แป้น" นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่กล่าวในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ระบุว่าขอรับผิดชอบเหตุน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจพิเศษหาดใหญ่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. เป็นต้นมาด้วยตนเอง

เหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ระลอกนี้เริ่มขึ้นในวันที่ 21 พ.ย. 2568 ก่อนจะเริ่มท่วมสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 พ.ย. ในวันที่ 25 พ.ย. สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากภาพดาวเทียมชี้ว่าน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่หาดใหญ่นั้นสูงเกิน 3 เมตร หลังน้ำเริ่มลดและสถานการณ์เริ่มคลี่คลายในวันที่ 28 พ.ย. พบรายงานผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ตัวเลขล่าสุดของวันที่ 29 พ.ย. ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ยืนยันผู้เสียชีวิตจากเหตุอุกทกภัยในเขตจังหวัดสงขลา รวม 126 ราย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ก็กล่าวขอโทษประชาชนที่ได้รับผลกระทบในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ตึกไทยคู่ฟ้าในวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมาเช่นกัน

"เจอใครก็ขอโทษที่รัฐบาลไม่สามารถดูแลปกป้องให้พวกเขามีความปลอดภัยได้ เรื่องที่มาของปัญหายังไงรัฐบาลก็มีความบกพร่อง ยังไงผมก็ยอมรับ เมื่อมีคนตาย เมื่อมีคนสูญเสีย อยู่บ้านไม่ได้ มันก็ความผิดนายกฯ นั่นแหละ" นายกฯ กล่าว

บีบีซีไทยสำรวจย้อนดูปฏิบัติการแจ้งเตือนภัย ตั้งแต่ขั้นตอนของการพยากรณ์ การประสานวางแผน การตัดสินใจครั้งต่าง ๆ ไปจนถึงคำสั่งอพยพในวันที่ 24 พ.ย. เพื่อประเมินว่าหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการพยากรณ์ปริมาณฝนและประเมินความเสี่ยงน้ำท่วม ประเมินสถานการณ์ผิดพลาดจนนำไปสู่การตัดสินใจสั่งอพยพและรับมือกับสถานการณ์อย่างล่าช้าเกินไปหรือไม่

ระยะที่ 1 : เตรียมตัวรับน้ำฝน

ย้อนไปในช่วงก่อนเกิดน้ำท่วมใหญ่ บีบีซีไทยพบหน่วยงานราชการอย่างน้อยสองแห่งได้คาดการณ์และประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้าว่าอาจเกิดฝนตกหนักบริเวณ จ.สงขลา ในช่วงวันที่ 17 พ.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยา

กรมอุตุนิยมวิทยา เริ่มออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. โดยระบุว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ พร้อมคลื่นลมแรงในอ่าวไทย ซึ่งจะมีผลกระทบไปจนถึงวันที่ 23 พ.ย. 2568 โดยเน้นย้ำให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่ม พร้อมทั้งแนะนำให้เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19-23 พ.ย. ประกาศชื่อเดียวกันนี้ยังถูกเผยแพร่ทุก ๆ วันละ 2 ครั้ง รวมทั้งหมด 23 ฉบับ โดยฉบับสุดท้ายเผยแพร่ในวันที่ 26 พ.ย.

สุรพงษ์ สารปะ ผอ.กองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่าข้อมูลพยากรณ์อากาศทั้งหมดที่มีการประกาศนี้ได้ถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ซึ่งรับผิดชอบด้านการบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้ง และ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งทำหน้าที่แจ้งเตือนภัย โดย ปภ. จะนำประกาศนี้ไปดำเนินการต่อ

ผอ.กองพยากรณ์อากาศยอมรับว่าตนทราบถึงเสียงวิจารณ์เรื่องการสื่อสารแบบ "โมโนโทน" ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งทำให้ประชาชนไม่สามารถทราบได้ว่าภัยที่กำลังจะมามีความรุนแรงเพียงใด อย่างไรก็ดี เขาชี้ถึงข้อจำกัดด้านอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจในการเตือนภัยกับกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมระบุว่าอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากำลังดำเนินการปรับปรุงการสื่อสารของหน่วยงาน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

บีบีซีไทยพบว่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้โพสต์ข้อความแจ้งเตือนผ่านเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของหน่วยงานตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. 2568 ให้พื้นที่ 11 จังหวัดภาคใต้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ช่วงวันที่ 17-22 พ.ย. โดยระบุพื้นที่จังหวัดสงขลาทุกอำเภอเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย หลังจากนั้นมาข้อความเดียวกันนี้ถูกประกาศอีกรอบหนึ่งในวันที่ 16 พ.ย.

ด้านสำนักงาน ปภ.จังหวัดสงขลา รับทราบถึงความเสี่ยงว่าอาจเกิดภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน โดยเฟซบุ๊กของสำนักงาน ปภ. จังหวัดสงขลา ในช่วงวันที่ 17-20 พ.ย. เต็มไปด้วยภาพแสดงการประชุมเตรียมการเหตุอุทกภัยที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ยกตัวอย่างเช่นในวันที่ 17 พ.ย. นายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ได้ลงพื้นที่สำรวจและประเมินพื้นที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำใน ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา และได้มอบหมายให้นายสาโรจน์ สุวรรณเจริญ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ สำนักงาน ปภ. จังหวัดสงขลา ร่วมประชุมคณะทำงานด้านวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ เพื่อการเตือนอุทกภัยเมืองหาดใหญ่

ก่อนที่ต่อมาในวันที่ 18 พ.ย. สำนักงาน ปภ. จังหวัดสงขลาจะมีการประชุมกับรองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งเป็นประธานการประชุมด้วย Zoom Meeting เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะ

ขณะที่ในวันที่ 19 พ.ย. มีการร่วมประชุมคณะทำงานด้านวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์น้ำนำโดยผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศ โดยประชุมร่วมกับ "หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง"

การเตรียมการของเทศบาลนครหาดใหญ่

เทศบาลนครหาดใหญ่สื่อสารว่าพื้นที่อำเภอหาดใหญ่จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. หลังจากนั้นเป็นต้นมาเพจเฟซบุ๊กของเทศบาลนครหาดใหญ่ก็เริ่มมีการสื่อสารข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประเมินความเสี่ยงรายวัน เช่น ข้อมูลสถานการณ์น้ำด้วยข้อมูลที่รวบรวมจากศูนย์อุทกวิทยาชลประทานภาคใต้ โครงการชลประทานสงขลา และส่วนช่างสุขาภิบาล สำนักช่างเทศบาลนครหาดใหญ่ และกราฟฟิกพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก

วันที่ 16 พ.ย. ช่องทางติ๊กตอกของเทศบาลนครหาดใหญ่เผยแพร่คลิปวิดีโอ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของระบบระบายน้ำ 3 จุด

"รอบที่แล้วน้ำสูง 2-3 เมตร เพราะเราไม่มีเครื่องสูบน้ำตัวนี้ เที่ยวนี้เรามาวางเครื่องสูบน้ำตัวนี้ไว้เพื่อช่วยคนริมถนนเพชรเกษมตรงนี้ซึ่งน้ำท่วมตลอดเกือบทุกปี และเที่ยวนี้เราไม่ต้องการให้ท่วมลึก" เขากล่าว


ณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ "นายกฯ แป้น" ตรวจสถานีสูบน้ำวันที่ 16 พ.ย.

ระยะที่ 2 : แจ้งเตือนภัยระดับสีเหลือง แต่มั่นใจรับน้ำไหว

ต่อมาในช่วงวันที่ 19-20 พ.ย. นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ยังคงยืนยันความมั่นใจต่อระบบรับน้ำที่เทศบาลนครหาดใหญ่ได้เตรียมการไว้

ถ้อยคำ "เอาอยู่นะครับ เรายังเอาอยู่ ไว้ใจเทศบาลนครหาดใหญ่นะครับ" ของนายกฯ แป้น ที่ถูกส่งต่อทั่วอินเทอร์เน็ตในเวลาต่อมา มีที่มาจากคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ในวันที่ 19 พ.ย. ซึ่งถูกบันทึกระหว่างที่นายกเทศมนตรีตรวจพื้นที่ปลายคลองเตยในเวลา 3 ทุ่มคืนนั้น

ในขณะนั้น ข้อมูลจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกรายงานสภาวะอากาศช่วงเช้าระบุว่าในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่มีฝนตกเฉลี่ยเพียง 4 มิลลิเมตร และข้อมูลร่วมจากศูนย์อุทกวิทยาชลประทานภาคใต้ โครงการชลประทานสงขลา และส่วนช่างสุขาภิบาล สำนักช่างเทศบาลนครหาดใหญ่ ระดับน้ำทุกสถานียังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าระดับเตือนภัย

ต่อมาในวันที่ 20 พ.ย. นายกเทศมนตรียังคงแสดงความมั่นใจว่าจะรับมือกับสถานการณ์น้ำได้ แม้ว่าจะมีฝนตกหนักโดยเฉลี่ยสูงถึง 196 มิลลิเมตรในคืนที่ผ่านมา โดยรายงานระดับน้ำจากศูนย์อุทกวิทยาชลประทานภาคใต้ โครงการชลประทานสงขลา และส่วนช่างสุขาภิบาล สำนักช่างเทศบาลนครหาดใหญ่ในช่วงเช้าเวลา 07.00 น. ระบุว่า "ระดับน้ำทุกสถานีต่ำกว่าระดับเตือนภัย" และในช่วงบ่าย 15.34 น. เทศบาลนครหาดใหญ่ยังคงประกาศว่า "สภาวะน้ำปกติ"

ในวันดังกล่าว นายกฯ แป้น ยังคงยืนยันว่า "สภาพน้ำลดลงไปเยอะนะครับ ยังรับได้อีกมากมายนะครับ ไม่ต้องกลัวครับ" พร้อมทั้งมีการรายงานการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด มีการโพสต์คลิปวิดีโอการลอกคลองเรดาร์ ตลอดจนการเตรียมกระสอบทราย เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ไม่ได้มีเพียงนายกเทศมนตรีเมืองหาดใหญ่เท่านั้นที่ไม่ได้แสดงออกว่าภัยพิบัตที่กำลังจะเกิดจะมีความรุนแรงอย่างมาก

บีบีซีไทยพบรายงานการแจ้งข่าวแจ้งเตือนสาธารณภัย (Early Warning) ของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย แจ้งเตือนพื้นที่บางอำเภอในจังหวัดสงขลา รวมถึง อ.หาดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. ทว่าปรากฏระดับการแจ้งเตือนอยู่ในระดับสีเหลืองหรือระดับ "เตรียมพร้อมรับสถานการณ์" เท่านั้น

ในวันเดียวกันนี้ยังมีการแจ้งเตือนด้วยระบบเซลล์บรอดคาสต์ติ้ง (cell broadcasting) ในบริเวณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นครั้งแรก ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วง 5.00 น. ของวันที่ 20 พ.ย. มีเนื้อหาเป็นการแจ้งเตือนเฝ้าระวังน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม



ระยะที่ 3 : ยกธงแดง วิกฤตวันที่ 21 พ.ย.

วันที่ 21 พ.ย. 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการรับมือน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ของเทศบาลนครหาดใหญ่

ตั้งแต่เวลา 7.02 น. ถึง 16.57 น. เทศบาลนครหาดใหญ่โพสต์ข้อความประชาสัมพันธ์ผ่านทางเฟซบุ๊กกว่า 15 ครั้ง รายงานสดสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ต่าง ๆ เช่น คลองอู่ตะเภา, สะพานข้างที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่, ศาลาลุงทอง, และสะพานจันทร์วิโรจน์ เป็นต้น โดยรายงานระบุสถานการณ์นํ้าปกติ (ธงเขียว) และการจราจรสามารถสัญจรได้ตามปกติ

จนกระทั่งเวลาราว 17.16 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ได้ส่งการแจ้งเตือน cell broadcast ในเขต อ.หาดใหญ่ อีกครั้ง โดยเป็นครั้งแรกที่ปรากฏข้อความระบุให้ประชาชนเตรียมสิ่งของจำเป็น หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง หากจำเป็นให้อพยพไปยังศูนย์พักพิงฯ

สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วหลัง 18.00 น.

หลังมี cell broadcast แจ้งเตือนไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ก็มีรายงานว่าถนนกาญจนวนิช หาดใหญ่-สงขลา เส้นขาเข้าหาดใหญ่ ถูกท่วมจนไม่สามารถสัญจรได้

ต่อมาเวลา 19.55 น. นายกฯ แป้นยอมรับผ่านการรายงานสดระหว่างตรวจดูการควบคุมน้ำที่สะพานจันทร์วิโรจน์ โดยระบุว่า "ตอนนี้ยังปลอดภัยอยู่นะครับ แต่ต้องยอมรับว่าฝนตกอยู่ที่หาดใหญ่อย่างเดียวเลยนะครับ สะเดาไม่ตก ตกที่หาดใหญ่ คอหงส์ตลอดเวลา 4–5 ชั่วโมงแล้วนะครับ" เขาเสริมต่อมาว่า "ไม่คิดว่าจะขนาดนี้นะครับ"

หลังตรวจดูสถานการณ์น้ำเสร็จสิ้น นายกเทศมนตรีกลับเข้าวอร์รูมประชุมสถานการณ์อีกครั้ง

ระหว่างการประชุมสถานการณ์ เวลาราว 20.35 น. ปภ. ส่งข้อความผ่านระบบ cell broadcast ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ข้อความระบุว่า "มีฝนตกแช่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา" ครั้้งนี้เป็นการแจ้งเตือนในระดับรุนแรง ให้ประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่วม โดยให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถไปที่สูง เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง หากจำเป็นให้อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวใกล้บ้าน

แม้ ปภ. จะแจ้งเตือนดังนั้นไปแล้ว ทว่า เวลาในเวลา 20.59 น. นายกเทศมนตรีกลับมาสื่อสารผ่านการรายงานสดทางเฟซบุ๊ก ด้วยข้อความที่ไม่สอดคล้องกัน เขาประกาศในเวลานั้นว่าเทศบาลนครหาดใหญ่ตัดสินใจประกาศเพียงยกธงเหลือง

แผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย เทศบาลนครหาดใหญ่ ประจำปี พ.ศ. 2568 ที่จัดทำโดยเทศบาลนครหาดใหญ่เอง ระบุว่า สัญญาณสีเหลือง หมายถึง ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งน้อยกว่า 1.50 เมตร และให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด การประกาศของเทศบาลนครหาดใหญ่นี้จึงมีท่าทีเบากว่าการสื่อสารของ ปภ. ในขณะนั้น

ในการรายงานสดครั้งเดียวกัน นายกเทศมนตรีกล่าวเสริมอีกว่า "รออีก 2 ชั่วโมงนะครับ ฝนก็จะผ่านเราไปแล้ว อดทนด้วยกันนะครับ ตอนนี้ก็ประกาศธงเหลืองไปก่อนเพื่อความปลอดภัย ท่านรับฟังจากเทศบาลนครได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ เราจะอยู่ไปด้วยกัน ระวังไปด้วยกันครับคืนนี้"

อย่างไรก็ดี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลารายงานในเวลาไล่เลี่ยกัน ว่าถนนขาเข้าอ.หาดใหญ่ บริเวณ อ.บางกล่ำ ได้ทรุดขาดแล้ว และกว่าชั่วโมงต่อมาสถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น

ในที่สุด เวลา 22.12 น. เทศบาลนครหาดใหญ่ประกาศยกระดับสถานการณ์เป็นสัญลักษณ์ "ธงแดง" โดยครอบคลุมพื้นที่ 65 ชุมชนในเขตนครเมืองหาดใหญ่

"น้ำ[ฝน]มันตกหนักจริง ๆ ที่คอหงส์และนาหม่อม ซึ่งแทบจะไม่รู้จะทำอย่างไร แช่มา 5–6 ชั่วโมงแล้วนะครับ [ฝน]ก็ยังไม่ผ่านเลย ยังแช่อยู่ตรงนี้ไม่วิ่งไปไหนเลยนะครับ ปริมาณน้ำเกือบ 300 มม. ตอนนี้น้ำ[ฝน]ที่ตกนะครับ เยอะจริง ๆ ไม่เคยเยอะเช่นนี้มาก่อนเลย" นายกฯ แป้น กล่าว

เขาอธิบายต่อว่า "น้ำตรงนี้จะต้องผ่านลงคลองอู่ตะเภา เราก็จะทำเป็นน้ำหลากซึ่งอาจจะต้องท่วมบ้านเรือนบ้าง ขอเป็นประกาศธงแดงนะครับตอนนี้... ท่านขนย้ายของขึ้นพื้นที่สูงด่วนเลยครับ"

ทั้งนี้ สัญลักษณ์ธงแดงใช้เพื่อแจ้งเตือนว่าจะเกิดน้ำท่วมภายใน 6-30 ชั่วโมงข้างหน้า เพื่อให้ประชาชนอพยพเคลื่อนย้ายสิ่งของและเตรียมเข้าอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

อย่างไรก็ดี รายงานจากสำนักงานประชาสัมพันธ์สงขลาในคืนนั้นชี้ว่า น้ำเริ่มเพิ่มระดับสูงขึ้นตั้งแต่เวลาราว 22.48 น.

เป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่มีการประกาศ "ธงแดงไซเรน" ซึ่งเป็นการประกาศแจ้งเตือนเร่งด่วนระดับสูงสุดตามแนวปฏิบัติในพื้นที่หาดใหญ่แต่อย่างใด


ตัดสินใจผิด หรือได้รับข้อมูลไม่เพียงพอ

ดร.เสาวรัจ รัตนคำฟู ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่าหาดใหญ่เป็นพื้นที่น้ำท่วมบ่อยครั้งและประชาชนเชื่อมั่นในระบบการแจ้งเตือนของเทศบาลนครหาดใหญ่ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ได้รับผลกระทบหนักโดยปัญหาอยู่ที่การแจ้งเตือนจากเทศบาลที่ช้าเกินไป

"ต้องย้อนไปที่ว่าข้อมูลที่เขาได้เป็นยังไง ถ้าข้อมูลเขามันบอกชัดมากว่ามันอันตรายแล้ว แต่ด้วยอะไรก็แล้วแต่ หากเป็นการใช้การที่ตัวเองประเมินหรือคาดการณ์ไม่ดี ก็แปลว่าเขาตัดสินใจผิด แต่ถ้าเกิดข้อมูลมันแย่ มันก็อาจจะทำให้เขาคิดไปอย่างนั้นได้" ดร.เสาวรัจ กล่าว

ย้อนกลับไปในช่วงการประกาศธงแดงคืนวันที่ 21 พ.ย. นายกฯ แป้น ยอมรับว่า "รอแจ้งเตือนจากชุดของ ม.อ. และชุดจังหวัดไม่ทัน" และต้องตัดสินใจเอง

จากงานวิจัยของ TDRI พบว่า "ชุด ม.อ." หรือชุดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หมายถึงศูนย์วิจัยภัยพิบัติทางธรรมชาติภาคใต้ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานหลักในกลไกอย่างไม่เป็นทางการของท้องถิ่นหาดใหญ๋

ดร.เสาวรัจ ตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาความต่อเนื่องในการทำงานของหน่วยงาน โดยกล่าวว่า "จากที่เราเคยคุยก็คือเขาได้งบประมาณแบบกระท่อนกระแท่น มันทำให้ทำงานได้ไม่ต่อเนื่อง แต่ไม่รู้ว่าอันนี้มีผลกับเรื่องที่เกิดปัจจุบันหรือเปล่า"

บีบีซีไทยติดต่อศูนย์วิจัยภัยพิบัติทางธรรมชาติภาคใต้ ได้รับข้อความตอบกลับว่า ผู้อำนวยการของศูนย์ฯ ประสบภัยน้ำท่วมทำให้ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้

อย่างไรก็ดี เหตุการณ์การยกธงแดงในวันที่น้ำมาแล้ว 21 พ.ย. ยังไม่ใช่การตัดสินใจสำคัญที่นำไปสู่ความสูญเสียจากปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นหลังจากนั้น เนื่องจากปริมาณน้ำในพื้นที่หาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือน้ำที่เดินทางมาจาก อ.สะเดา ในกลางดึกในวันที่ 23 พ.ย.

ระยะที่ 4 : น้ำเริ่มท่วมสูง แต่ยังไม่มีคำสั่งอพยพ

บีบีซีไทยพบว่าเหตุการณ์หลังการยกธงแดงครั้งแรก สู่ภัยพิบัติอีกระลอกในช่วงวันที่ 23-24 พ.ย. เต็มไปด้วยความสับสน

แม้รุ่งเช้าวันที่ 21 พ.ย. จะยังคงมีสถานะ "ธงแดง" และยังมีการประกาศธงแดงเพิ่มเติม ในเวลา 8.00 น. ขยายเขตครอบคลุมพื้นที่ในเทศบาลนครหาดใหญ่จำนวน 103 ชุมชน ระบุให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อพยพเคลื่อนย้ายสิ่งของและเตรียมเข้าอยู่ในที่ปลอดภัย ทว่าการสื่อสารของเทศบาลนครหาดใหญ่กลับคลายความเร่งด่วนลง สังเกตได้จากโพสต์ที่เกิดขึ้นผ่านเฟซบุ๊กโพสต์ในช่วงเช้าเป็นการสื่อสารการกระจายข้าวกล่องไปยังพื้นที่ประสบภัยและศูนย์อพยพ นอกจากการรายงานสถานการณ์น้ำและสภาพภูมิอากาศผ่านกราฟฟิกตามปกติแล้ว ก็ไม่มีการกล่าวถึงการอพยพเพิ่มเติมแต่อย่างใด

บีบีซีไทยตั้งข้อสังเกตว่านายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่อาจมีความเข้าใจว่าอำนาจการสั่งการไม่ได้อยู่ที่ตนอีกต่อไป เขากล่าวถึงเหตุการณ์ช่วงวันที่ 22 พ.ย. ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอว่า "พอธงแดงเริ่มนี่ก็ต้องเป็นอำนาจผู้ว่าฯ กับท่านแม่ทัพแล้วครับ"

อย่างไรก็ดี ศิรินันต์ สุวรรณโมลี นักวิชาการอิสระด้านภัยพิบัติ ชี้ว่าในขณะนั้นอำนาจการบริหารสถานการณ์ยังเป็นของนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่อยู่ด้วยเช่นกัน

บีบีซีไทยยังพบอีกว่าแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเทศบาลนครหาดใหญ่ระบุอำนาจการอพยพไว้ในลักษณะซ้ำซ้อน กล่าวคือ
  • ในหัวข้อ "การอพยพ" ระบุว่าอำนาจการอพยพเป็นของผู้มีอำนาจตามมาตรา 28 ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ซึ่งหมายถึง "ผู้บัญชาการเหตุการณ์" หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการจังหวัด และนายกเทศมนตรีเป็นผู้อำนวยการท้องถิ่น
  • ขณะที่ในส่วนของ "ขั้นตอนการอพยพ" นั้น กลับระบุว่านายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ต้องเป็นผู้ตัดสินใจในฐานะผู้อำนวยการท้องถิ่น
อย่างไรก็ดี ในพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ก็มีการระบุเช่นกันว่า เมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยในท้องถิ่นใด ผู้อำนวยการท้องถิ่นมีหน้าที่แจ้งให้ผู้อำนวยการอำเภอ (นายอำเภอ) และผู้อำนวยการจังหวัดทราบทันที โดยผู้อำนวยการอำเภอและผู้อำนวยการจังหวัดมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้อำนวยการท้องถิ่น

"หมายความว่าถ้านายกเทศมนตรีไม่ประกาศ ผู้ว่า[ราชการจังหวัด]สามารถเข้าแทรกแซงได้เลย" รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิตยืนยันกับบีบีซีไทย

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้แก่ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู เพิ่งเริ่มปฏิบัติงานเป็นผู้ว่าราชการประจำจังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนการยกธงแดงในวันที่ 21 พ.ย. เพียงไม่ถึง 10 วัน

อย่างไรก็ดี ตลอดทั้งวันที่ 22 พ.ย. หลังยกธงแดง ไม่มีการสื่อสารถึงความเร่งด่วนเพื่อให้เกิดการอพยพเพิ่มเติมจากทั้งส่วนท้องถิ่น ส่วนอำเภอ หรือส่วนจังหวัดแต่อย่างใด

ทั้งนี้ กรมการปกครองออกหนังสือระบุว่าไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับ นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอ อ.หาดใหญ่ ได้อีกเลยหลังปรากฏว่าได้อยู่ในพื้นที่ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2568 จึงมีคำสั่งให้ นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา ออกจากราชการไว้ก่อนในวันที่ 26 พ.ย.

ระยะที่ 5 : นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ครั้งแรก 22 พ.ย.

ในช่วงที่ยังไม่ปรากฏผู้ใช้อำนาจการสั่งการหลักในพื้นที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่หาดใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดสงขลาตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 22 พ.ย.

อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีเชื่อว่าสถานการณ์ขณะนั้นกำลังคลี่คลายลง โดยนายกรัฐมนตรีเผยกับผู้สื่อข่าวในวันที่ 25 พ.ย. ว่า "ตอนที่ไปลงพื้นที่เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา เขาบอกว่าฝนจะหยุดแล้วเป็นช่วงฝนท้าย ๆ แต่มันก็กลับมาอีก ตรงนี้เขาเรียกพยากรณ์อากาศ ตอนนี้เราเน้นเรื่องการรับมือให้การช่วยเหลือประชาชนและเป้าหมายตอนนี้ การช่วยเหลือ ช่วยชีวิตและสร้างความปลอดภัย ให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยให้มากที่สุดก่อน"

ด้าน นายกฯ แป้น ยอมรับในภายหลังว่าตนเป็นผู้ให้ข้อมูลดังกล่าวเอง

"วันนั้นผมบอกว่าอีก 2-3 วันเนี่ย ถ้าน้ำจากสะเดาไม่เยอะ มันอาจจะคลี่คลาย" นายกฯ แป้น กล่าวในรายการกรรมการข่าวคุยนอกจอ "ผมบอกว่าถ้าฝนไม่ตกเนี่ย มันก็จะค่อย ๆ คลี่คลายไป แต่ถ้าฝนตกหนัก ก็ให้เฝ้าระวังครับ"

หลังการลงพื้นที่ครั้งนั้น ไม่ได้มีการประกาศมอบหมายผู้มีอำนาจสั่งการใดเพิ่มเติม ขณะที่นายกรัฐมนตรีเพียงแต่ได้ประกาศเร่งระบายน้ำและการเยียวยา พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะเร่งพิจารณาอนุมัติเงินเยียวยา 9,000 บาทต่อครัวเรือน


นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่หาดใหญ่ในวันที่ 22 พ.ย.

มีข้อมูลแล้วว่าน้ำจะสูง แต่สื่อสารไม่ถึงผู้รับ


แม้นายกรัฐมนตรีและนายกเทศมนตรีหาดใหญ่ในขณะนั้นจะเชื่อว่าน้ำจะลด แต่ข้อมูลน้ำและสภาพอากาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบ่งชี้ตรงกันว่าฝนจะตกหนักในพื้นที่ อ.สะเดา และจะส่งผลต่อปริมาณน้ำใน อ.หาดใหญ่ ให้ท่วมยิ่งขึ้นไปอีก

คำถามที่สำคัญคือข้อมูลเหล่านี้ถูกสื่อสารต่อหน่วยงานราชการอื่นหรือไม่

ผศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม ระบุกับสำนักข่าว The Active ว่า สทนช. ไม่ได้มีการเรียกประชุมประเมินสถานการณ์น้ำฝนล่วงหน้า ทั้งนี้เป็นเพราะองค์กรอยู่ในช่วงรอยต่อ โดย นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อดีตเลขาธิการ สทนช. เกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 1 พ.ย. แม้จะมีการแต่งตั้ง นายดนุชา พิชยนันท์ เป็นเลขาธิการ สทนช. คนใหม่ แต่เขาก็เพิ่งถูกโยกย้ายกลับไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำให้ สทนช. อยู่ในช่วงสุญญากาศ โดยในขณะนี้ สทนช. มี นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. รักษาการแทน

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง ยืนยันกับบีบีซีไทยว่า สทนช. ประสานส่งข้อมูลด้านน้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

"เราอยู่ในวอร์รูมด้วยตลอดเวลา แล้วก็ให้ข้อมูลแลกเปลี่ยนกันหมด มีการวิเคราะห์ข้อมูล ส่งเป็น ลักษณะเป็นเหมือน Thailand Alert อย่างเช่น ระดับน้ำ [ในวันที่ 23 พ.ย.] จะสูงเกินกว่าที่เคยท่วมช่วงวันที่ 22 อีก 1 เมตร ก็ถูกแจ้งไป[ยังหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง]"

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน cell broadcast ตลอดวันที่ 22 พ.ย. โดยเตือนว่า น้ำคลองอู่ตะเภาจากด้านเหนือจะไหลลงมาเพิ่ม ทำให้ระดับน้ำที่ท่วมอยู่แล้วในเทศบาลจะสูงขึ้นอีกในเวลาประมาณ 17:00–18:00 น. และให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง

ก่อนถึงช่วงเวลาวิกฤต วันที่ 23 พ.ย. ทิศทางของการสื่อสารจากท้องถิ่นและหน่วยงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยังคงเป็นการรายงานสถานการณ์การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี และการดำเนินการการกระจายความช่วยเหลือผ่านการบรรเทาทุกข์

ดร. เสาวรัจชี้ว่าปรากฏการณ์การสื่อสารที่ไม่สอดคล้องกันนี้สะท้อนลักษณ์ "centralised but fragmented" หรือ "รวมศูนย์แต่กระจัดกระจาย" กล่าวคือแม้ว่าจะมีข้อมูลชุดเดียวกันและการบริหารจัดการที่รวมศูนย์ แต่การประสานงานระหว่างหน่วยงานยังไม่เป็นเอกภาพ ทั้งในระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับประเทศ ซึ่งต่างฝ่ายต่างดำเนินการโดยขาดการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

"ระดับท้องถิ่นก็ต่างคนต่างทำ จังหวัดก็ต่างคนต่างทำ ระดับประเทศก็ทำนองเดียวกัน... กรมอุตุฯ สื่อไปแบบหนึ่ง ระดับเทศบาลก็สื่อไปอีกแบบหนึ่ง" นักวิจัยจาก TDRI กล่าว

ขณะที่ ศิรินันท์ เชื่อว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงคือการที่การสื่อสารความเสี่ยงไปไม่ถึงประชาชน "[การเตือนภัย]ต้องทำให้คนรู้ว่าต้องจัดการตัวเองแบบใด เช่น ประเมินตัวเองได้ว่าบ้านเราน้ำ 3 เมตรแน่ แต่ละครอบครัวรู้ว่าต้องจัดการตัวเองยังไง แล้วก็มีโครงสร้างพื้นฐาน คือถ้ามีศูนย์พักพิง มีเรือจะไปรับ มีน้ำ มีข้าว"

ขณะที่เธอชี้ว่า ปภ. "ล้มเหลว" ในการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงความเสี่ยงของตนผ่านระบบแจ้งเตือน ในเวลาเดียวกันเธอก็ยอมรับว่าการสร้างองค์ความรู้ในการประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองในหมู่ประชาชนต้องอาศัยโครงสร้างการฝึกอบรมที่ร่วมกันระหว่างรัฐบาลส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นในระยะยาว


ระดับน้ำในวันที่ 24 พ.ย. สูงจนถึงชั้น 2 ของบ้านเรือนจำนวนมากใน อ.หาดใหญ่

ส่วนกลางจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการส่วนหน้า 3 วันหลังเกิดเหตุ

เทศบาลนครหาดใหญ่เปลี่ยนท่วงทำนองการสื่อสารในช่วงเช้าของวันที่ 24 พ.ย. โดยโพสต์ข้อความว่า "เตือน! หาดใหญ่ระดับน้ำสูงขึ้นอีก" เนื่องจากน้ำเหนือไหลเข้าประตูหน้าควน อย่างไรก็ดี ขณะนั้นระดับน้ำในคลองอู่ตะเภาที่บ้านบางศาลาทะลุถึง 1.74 เมตร เหนือตลิ่งแล้ว นับว่าระดับน้ำเพิ่มขึ้นถึง 79 เซนติเมตรในเวลาเพียง 8 ชั่วโมง

ตลอดทั้งช่วงเช้าของวันดังกล่าว (24 พ.ย.) เทศบาลนครหาดใหญ่เริ่มมีการสื่อสารกับประชาชนให้ "ดูแลตนเอง"

"สถานการณ์น้ำหาดใหญ่ ตอนนี้อยู่ในสภาวะวิกฤต ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองให้ดีที่สุด" เทศบาลนครหาดใหญ่ประกาศ ณ เวลา 09.35 น.

ในวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง นายธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) ขณะเดียวกันก็ได้มอบหมายให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (ส่วนหน้า) จังหวัดสงขลา ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการส่วนหน้าสำหรับการช่วยเหลือประชาชนในภาคใต้ตอนล่าง 5 จังหวัด (สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส)

อย่างไรก็ดี การตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้านี้เองทำให้มีการประชุมศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ณ กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นำโดย พล.ต.กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานประชุมศูนย์บัญชาการ

หลังการประชุมดังกล่าว นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ตัดสินใจประกาศอพยพ โดยสั่งการให้อพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทั้งหมดไปยังศูนย์พักพิงอย่างเร่งด่วน

นับเป็นครั้งแรกที่มีการระบุโดยเน้นย้ำว่า "การอพยพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด"

คำสั่งนี้มาหลังจากที่ได้มีการยกธงแดงในวันที่ 21 พ.ย. เป็นเวลาสามวัน ขณะนั้น บางพื้นที่ใน อ.หาดใหญ่ ได้มีน้ำท่วมสูงมากกว่าการท่วมในครั้งแรกแล้ว

ในการลงพื้นที่วันที่ 28 พ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่อเหตุการณ์นี้ว่า "คนรับผิดชอบเหตุการณ์ทั้งหมดคือตัวของผมเองครับ"

ขณะที่ล่าสุด (29 พ.ย.) ประชาชนชาวหาดใหญ่โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "หาเพื่อนร่วมอุดมการณ์" เพื่อประท้วงเรียกร้องให้ "นายกฯ แป้น" ลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่

"[การบริหารจัดการน้ำครั้งนี้]ล้มเหลวและไม่น่าให้อภัย" ผศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า กล่าวในตอนหนึ่งระหว่างการสัมภาษณ์กับสำนักข่าว TODAY

"ยังไม่ได้จบลูกนี้ นี่เพิ่งเข้าหน้าฝนของภาคใต้ ธ.ค. ยังมีอีก การจัดการต้องเข้าที่เข้าทางได้แล้ว" เธอระบุ

https://www.bbc.com/thai/articles/ce3wn7rxkpno



หน่วยงานด้านชลประทานควรดูคลิปนี้ หยุดทำลายป่าริมน้ำที่เป็น river corridor ด้วยการขุดลอก River corridor หรือบริเวณป่าชายน้ำ เป็นบริเวณที่รองรับน้ำท่วม และเป็นแหล่งอาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์น้ำ รวมถึงเป็นจุด recharged น้ำให้ลงไปเก็บสะสมใต้ดินด้วย

https://www.facebook.com/watch/?v=709491543503226

Zhiling Wei
June 1, 2022
·
หน่วยงานด้านชลประทานควรดูคลิปนี้
หยุดทำลายป่าริมน้ำที่เป็น river corridor ด้วยการขุดลอก
River corridor หรือบริเวณป่าชายน้ำ เป็นบริเวณที่รองรับน้ำท่วม และเป็นแหล่งอาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์น้ำ รวมถึงเป็นจุด recharged น้ำให้ลงไปเก็บสะสมใต้ดินด้วย การเร่งขุดลอกพื้นที่คลอง จึงมีแต่โทษ ไม่มีคุณใด ๆ แต่น่าเศร้าใจที่คนในสังคมบ้านเรายังคงเห็นกงจักรเป็นดอกบัว จำนวนมาก โดยเฉพาะหน่วยงานที่ดูแลและจัดการทรัพยากรน้ำ ยังเอาต้นแบบคลองที่ไหลผ่านเมืองอย่างคลองชองกเยชอน ไปทำในพื้นที่ชนบทอีกด้วย
ที่น่าเป็นห่วงมากเพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนิเวศวิทยา รวมถึงความสำคัญของทรัพยากรชีวภาพ ที่สำคัญกิจกรรมที่ว่าไม่ได้ช่วยให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเลย เหมือนเราเอาเงินภาษีของเรามาจ้างให้คนมาทำลายทรัพยากรธรรมชาติให้เสียหายโดยไม่เกิดประโยชน์อะไร ลองดูคลิปให้เข้าใจนะครับ มันเสียหายทั้งด้านกายภาพและชีวภาพไปพร้อม ๆ กัน
https://m.youtube.com/watch?v=fFaqgB0-GEA


DES COURS D'EAU EN PLEINE FORME

https://www.youtube.com/watch?v=fFaqgB0-GEA

7 years ago

https://www.youtube.com/watch?v=fFaqgB0-GEA


จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลบุรีรัมย์ เรื่อง: ขอให้ทบทวนการแต่งตั้งเลขาธิการ สทนช. และเร่งปรับปรุงกติกาการประกาศภัยพิบัติของ ปภ. ให้ทันสมัย จาก: ผู้ประสบอุทกภัยคนหนึ่งในปีนี้


ศศิน เฉลิมลาภ
15 hours ago
·
#ร่างจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลบุรีรัมย์

เรื่อง: ขอให้ทบทวนการแต่งตั้งเลขาธิการ สทนช. และเร่งปรับปรุงกติกาการประกาศภัยพิบัติของ ปภ. ให้ทันสมัย

เรียน รัฐบาลบุรีรัมย์
โดยเฉพาะท่าน รองนายกรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล

ด้วยความเคารพอย่างสูง ผมขอส่งสารฉบับนี้ในฐานะประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ที่พอจะมีความรู้ความเข้าใจปัญหาการจัดการน้ำของประเทศไทยอยู่บ้าง โดยเชื่อว่ารัฐบาลปัจจุบันยังมีโอกาส “ปิดจุดอ่อนเชิงระบบ” ที่แก้ได้ทันทีและมีผลต่อชีวิตผู้คนนับล้าน

1) ขอให้ทบทวนการนำคนนอกวงการน้ำ มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สทนช.
ตำแหน่งนี้เป็น “หัวใจของการบูรณาการข้อมูลและบัญชาการน้ำระดับประเทศ” ต้องการประสบการณ์จริงมากกว่าการบริหารทั่วไป
ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับบทเรียนอย่างหนักจาก
การประเมินสถานการณ์ช้า
การสื่อสารระหว่างหน่วยงานที่สะดุด
การกลัวผิดจนไม่กล้าประกาศเตือนภัย
การขาดความเข้าใจเชิงระบบระหว่างน้ำหลาก–น้ำล้นตลิ่ง–น้ำทุ่ง
หากแต่งตั้งคนนอกวงการน้ำเข้ามา จะยิ่งซ้ำเติมรอยร้าวนี้ และกระทบต่อความเชื่อมั่นของเจ้าหน้าที่ภาคสนามทั่วประเทศ
โดยเฉพาะช่วงที่พายุและฝนสุดขั้วกำลังกลายเป็นปกติใหม่
ผมขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณา ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเชิงระบบ เป็นหลักเกณฑ์สำคัญที่สุด
และขอให้ คณะรัฐมนตรีออกหลักคุณสมบัติของผู้จะเป็นเลขาธิการ สทนช. อย่างเป็นทางการ เช่น
มีประสบการณ์ด้านบริหารจัดการน้ำอย่างน้อย 20 ปี
เคยรับผิดชอบข้อมูลน้ำ/บัญชาการน้ำระดับประเทศ
เข้าใจโครงสร้าง สทนช.–ชป.–กรมอุตุ–ปภ.–ชลประทานจังหวัด
ผ่านการทำงานร่วมกับพื้นที่จริง ไม่ใช่งานเอกสารอย่างเดียว
นี่ไม่ใช่การคัดค้านตัวบุคคล แต่เป็นการขอให้รัฐบาล “ใช้ตำแหน่งนี้ขับเคลื่อนประเทศ” ไม่ใช่ “ตอบแทนทางการเมือง”

2) ขอให้แก้ไขระเบียบของ ปภ. เพื่อให้อำนาจประกาศภัยพิบัติ ‘ก่อนภัยเกิด’
นี่คือจุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่ทำให้ประเทศไทยแพ้ภัยธรรมชาติตั้งแต่ยังไม่เริ่มปฏิบัติการ
ระเบียบปัจจุบันกำหนดให้ “ต้องเกิดเหตุแล้ว” จึงประกาศภัยได้
ซึ่งขัดกับหลักสากลของระบบ Early Warning System ทั้งหมด
ประเทศที่จัดการน้ำดี เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม ล้วนให้รัฐประกาศเตือนภัยล่วงหน้าได้ตามข้อมูลคาดการณ์แบบ Nowcast และ Forecast เพื่อให้:
ชาวบ้านรู้ตัวก่อน
ผู้ว่าราชการจังหวัดเริ่มเตรียมแผนเคลื่อนย้าย
ปภ. กระจายทรัพยากรล่วงหน้าได้
กรมอุตุ–สสน.–ชป. มี command ที่ชัดเจนร่วมกัน
ปัจจุบัน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (อนุทิน) มีอำนาจ “แก้ระเบียบนี้ได้ทันที” โดยไม่ต้องแก้กฎหมาย
การทำให้ไทยประกาศภัยก่อนภัยมา จะเป็น “ผลงานระดับประเทศ” และช่วยชีวิตประชาชนจริงในฤดูพายุทุกปี

3) นี่คือโอกาสที่รัฐบาลบุรีรัมย์จะแสดง ‘ภาวะผู้นำเชิงนโยบาย’
วันนี้ประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงตำแหน่งที่ลงตัวทางการเมือง
แต่ต้องการ “ระบบจัดการน้ำที่ทันสมัย ปลอดภัย และกล้ารับผิดชอบ”
รัฐบาลสามารถส่งสัญญาณเชิงนำได้ทันทีด้วย 3 ข้อ:
เลือกเลขาธิการ สทนช. ที่เหมาะสมจริง
แก้ระเบียบ ปภ. เพื่อประกาศภัยล่วงหน้าได้
ออกเกณฑ์คุณสมบัติผู้บริหารน้ำระดับประเทศแบบโปร่งใส
ทั้งสามเรื่องนี้ “ไม่ขัดการเมือง”
และจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งเจ้าหน้าที่–ผู้ว่าราชการจังหวัด–ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสายหลักทั่วประเทศ

ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ด้วยเจตนารมณ์เดียว คือ ไม่อยากเห็นประชาชนสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินแบบเดิมอีก
หากรัฐบาลกล้าทำ 2–3 เรื่องนี้ ประเทศไทยจะยกระดับการจัดการภัยพิบัติได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มแม้แต่บาทเดียว

ด้วยความเคารพ

ผู้ประสบอุทกภัยคนหนึ่งในปีนี้
 
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2032888437252293&set=a.107382446469578




พักงานหาดใหญ่แป๊ป The Show Must Go On ชวนดูบรรยากาศงาน Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 วันนี้ (30 พฤศจิกายน 2568)



พระราชินี ทรงกดแตรปล่อยตัวนักวิ่ง ฮาล์ฟมาราธอน และทรงวิ่ง ร่วมกับ เอเลียด คิปโชเก้

29 พ.ย. 68
Thai PBS

วันนี้ (30 พ.ย.2568) เวลา 02.10 น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมวิ่งในการแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ในรายการ วิ่งผ่าเมือง ซีซั่น 8 "อะเมซิ่งไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก" ครั้งที่ 8 ประจำปี 2568 Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เขตปทุมวัน และท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

การนี้ทรงพระดำเนินไปยังจุดปล่อยตัว ทรงกดแตรลมปล่อยตัวนักวิ่ง ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.10 กม. และ ทรงวิ่งประเภทระยะฮาล์ฟมาราธอน ร่วมกับ นายเอเลียด คิปโชเก้ ตำนานนักวิ่งมาราธอนหนึ่งเดียวของโลก โดยมีนักวิ่งจากทั่วโลกสมัครเข้าร่วมวิ่งอีกจำนวน 50,000 คน จัดโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย และไทยแลนด์ไตรลีก



โดยทรงใช้เส้นทางวิ่งจาก ณ ถนนพญาไท ฝั่งตะวันตก ด้านหน้า MBK CENTER ถึงแยกสามย่าน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระรามที่ 4 ถึงแยกอังรีดูนังค์ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนอังรีดูนังต์ ถึงแยกเฉลิมเผ่า เลี้ยวขวาเข้าถนนพระรามที่ 1 ทรงวิ่งฝั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ถึงแยกราชประสงค์ เลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำริ ฝั่งราชกรีฑาสโมสร ถึงสามแยกราชดำริ ตัดถนนสารสิน ตัดช้ายวิ่งเลียบสวนลุมพินี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระรามที่ 4 ทรงวิ่งตรงเลียบฝั่งสวนลุมพินี เลี้ยวซ้ายที่แยกวิทยุ (สะพานไทย-เบลเยี่ยม) ทรงวิ่งตรงเลี้ยวซ้ายที่แยกสารสิน วิ่งเลียบฝั่งสวนลุมพินี

ถึงสามแยกราชดำริ เลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำริ (ฝั่งโรงแรมเอราวัณ) ถึงแยกราชประสงค์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระรามที่ 1 วิ่งเลียบฝั่งเซ็นทรัลเวิลด์ ถึงแยกปทุมวัน เลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไท ทรงวิ่งเลียบฝั่งโรงแรมเอเชีย ถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชวิถี ขึ้นสะพานต่างระดับ ข้ามแยกตึกชัย ลงสะพานถึงแยกอุภัยเจษฎทิศ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสวรรคโลก



ถึงแยกยมราช เลี้ยวขวาเข้าถนพิษณุโลก วิ่งผ่านแยกสะพานขมัยมรุเชฐ ถึงแยกสวนมิสกวัน เลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำเนินนอก ทรงกลับตัวหน้ากองทัพภาคที่ 1 ทรงวิ่งย้อนกลับบนถนนราชดำเนินนอก วิ่งผ่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เลี้ยวข้ายเข้าถนนดินสอ ผ่านลานคนเมือง เสาชิงช้า เลี้ยวขวา ถนนบำรุงเมือง เข้าถนนกัลยาณไมตรี เลี้ยวขวาเข้าถนนสนามไชย ถึงป้อมเผด็จดัสกร

แล้วทรงเลี้ยวซ้ายเข้าถนนหน้าพระลาน กลับตัวหน้าป้อมขันธ์ ฝั่งสนามหลวงเข้าถนนราชดำเนินใน ก่อนทรงเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นชัย ณ บริเวณท้องสนามหลวง รวมระยะทาง 21.10 กิโลเมตร



https://www.thaipbs.or.th/news/content/358979
.....

https://www.facebook.com/thematterco/posts/pfbid02EdhXLM3nHfYjop2ZTxDcZywCDiPLPWTfV1yBT4wxZzKrbpxukR7i9nMj1UDN8iZvl

The MATTER
20 hours ago
·
PHOTO ALBUM: บรรยากาศ ATM 2025 มหกรรมกีฬาครั้งใหญ่ของกรุงเทพฯ นักวิ่ง-กองเชียร์คึกคัก
.
ชวนดูบรรยากาศงาน Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 วันนี้ (30 พฤศจิกายน 2568) ซึ่งเริ่มปล่อยตัวกันตั้งแต่ 02.00 น. ที่ผ่านมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ทั้งนักวิ่ง กองเชียร์ หลั่งไหลกันเข้ามาเตรียมตัวกันตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืน โดยไฮไลท์ที่พิเศษในปีนี้ก็ยังคงเป็น เอเลียด คิปโชเก้ ตำนานนักวิ่งมาราธอนระดับโลกที่จะมาร่วมวิ่งในรายการนี้ด้วย
.
โดยจุดปล่อยตัวของนักวิ่งระยะ 42.195 กม. และ 21.1 กม. อยู่บริเวณหน้า MBK Center และจะไปจบที่ท้องสนามหลวง ถนนราชดำเนิน ขณะที่นักวิ่งระยะ 10 กม. และ 4.5 กม. จะปล่อยตัวหน้าศาลฎีกา ท้องสนามหลวงและจบที่สนามหลวงเช่นกัน
.
Photographer: Asadawut Boonlitsak


หมายเหตุประเพทไทย ชวนสำรวจรากเหง้า “นักโทษทางการเมือง” ในสังคมไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมตั้งคำถามว่าเราจะเข้าใจความยุติธรรมได้อย่างไร ในประเทศที่ยังมีผู้ต้องขังเพราะความคิดและการแสดงออกทางการเมือง


ประวัติศาสตร์นักโทษการเมืองไทย | หมายเหตุประเพทไทย EP.603 (LIVE)

Prachatai

Streamed live 7 hours ago

หมายเหตุประเพทไทย Live เย็นวันอาทิตย์นี้ ชวนสำรวจรากเหง้า “นักโทษทางการเมือง” ในสังคมไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมตั้งคำถามว่าเราจะเข้าใจความยุติธรรมได้อย่างไร ในประเทศที่ยังมีผู้ต้องขังเพราะความคิดและการแสดงออกทางการเมือง โดยจนถึงปัจจุบันตัวเลขนักโทษและผู้ถูกดำเนินคดีเพราะการแสดงออกทางการเมืองก็ยังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในคดีมาตรา 112 ซึ่งถูกใช้ในระยะหลังอย่างแพร่หลาย หลายคดีไม่ได้รับสิทธิประกันตัว กระทบต่อชีวิต การศึกษา ครอบครัว เสรีภาพขั้นพื้นฐาน และจะไม่ได้รับผลนิรโทษกรรมตามร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่ปัจจุบันอยู่ในชั้นวุฒิสภา เนื้อหาพูดถึงพัฒนาการเชิงประวัติศาสตร์ของนักโทษการเมืองไทย จากยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่ยังไม่มีการแบ่งแยกคดีการเมือง, กรณี เทียนวรรณ และ ร.ศ.130, คดีฝ่ายซ้ายยุคสงครามเย็น, การจับกุมหลัง 6 ตุลาคม 2519, การปราบคอมมิวนิสต์–ขบวนการนักศึกษา, จนถึงคดีร่วมสมัย เช่น ไผ่ จตุภัทร์, เจ้าสาวหมาป่า และคดี 112 ในยุคปัจจุบันกว่า 284 คดี พร้อมชวนอ่านงานศึกษาสำคัญ เช่น รัฐราชทัณฑ์: อำนาจการลงทัณฑ์ในยุคสมัยใหม่ โดย ศรัญญู เทพสงเคราะห์ และ The Carceral Kingdom: Political Prisoners and History in Thailand โดย Tyrell Haberkorn

https://www.youtube.com/watch?v=2fczfmG3DrQ



#ยืนหยุดทรราชw149 29 พฤศจิกายน คุณมีชัย หนึ่งใน 55 นักโทษการเมือง ขนาดอยู่ในคุกยังห่วงคนข้างนอก “เมื่อสอบถามว่า เขาอยากจะฝากอะไรถึงคนข้างนอกหรือไม่ มีชัยบอกว่า อยากให้ดูแลสุขภาพเพราะช่วงนี้อากาศหนาวแล้ว คิดถึงทุกคนที่ทำงาน เพื่อสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาค ซึ่งเป็นเรื่องสากล"

https://www.facebook.com/watch/?v=1360113465579675

https://www.facebook.com/wetheequalcitizen/posts/pfbid0ZQxnLDKB7qSMnJcFfi4TXFqXmyuU3922zKix2pWKRjkrq1Y3BhE91DHURSnDLNa3l

We, The People 
6 hours ago
·
#ยืนหยุดทรราชw149
29 พฤศจิกายน 2568
“เมื่อสอบถามว่า เขาอยากจะฝากอะไรถึงคนข้างนอกหรือไม่ มีชัยบอกว่า อยากให้ดูแลสุขภาพเพราะช่วงนี้อากาศหนาวแล้ว คิดถึงทุกคนที่ทำงาน เพื่อสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาค ซึ่งเป็นเรื่องสากล
.
เขาอยากย้ำว่ามนุษยธรรมอยู่เหนือกฎหมาย สิทธิมนุษยชนใหญ่สุด กฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือ ถูกแล้วที่เราให้ความสำคัญกับความเสมอภาคและเสรีภาพมากที่สุด”
มีชัยเป็นหนึ่งใน 55 นักโทษการเมืองในขณะนี้
#ปล่อยเพื่อนเรา
#ยกเลิก112
#เอกชัยต้องได้รักษา


https://www.facebook.com/watch/?v=1360113465579675
https://www.facebook.com/wetheequalcitizen/posts/pfbid0ZQxnLDKB7qSMnJcFfi4TXFqXmyuU3922zKix2pWKRjkrq1Y3BhE91DHURSnDLNa3l