เสียงก่นลั่น วิกฤตอุทกภัยหาดใหญ่ครั้งนี้ชี้ถึงความ “ไม่มืออาชีพ” ในการบริหารจัดการแก้ไขสถานการณ์ของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ถึงขั้นมีเสียงเรียกร้องให้ลาออกได้แล้ว แม้จะมาจากคู่แค้น คนทั่วไปก็รับฟัง ไม่มีใครกล้าเถียง
อีกวันสองวันจะมีโพลเช็คเรทติ้งตามกันออกมา แต่บางสื่อไปคว้าเอามาเผยไว้ก่อนแล้ว ไม่เกินคาด รัฐบาลคะแนนตกไปอย่างน้อยๆ ๑ แต้ม จากสวนดุสิตโพลที่จะออกมาในวันอาทิตย์นี้ (๓๐ พฤศจิกา) ข่าว NationTV ไปถาม ผอ.
ดร.พรพรรณ บัวทอง บอกว่า “แน่นอน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่รัฐบาลภูมิใจไทยจะเสียคะแนนนิยม...เท่าที่ดูผลสำรวจอย่างไม่เป็นทางการ...คะแนนที่ประชาชนเคยให้รัฐบาลอนุทิน ๔.๐๗ เมื่อเดือนตุลาคม” ขณะนี้เหลือแค่ ๓ กว่าๆ
ทางด้านนิด้าโพล อาทิตย์ที่จะถึงนี้เหมือนกัน ผลสำรวจรายภาคสำหรับภาคใต้กำลังจะออกมา เพียงแต่ว่าเป็นการสำรวจช่วง ๑๘-๒๔ พฤศจิกา “คือช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม จนถึงเกิดเหตุแล้วแต่ยังไม่วิกฤต” ฉะนั้นคงไม่สะท้อนอารมณ์บูดของประชากรสักเท่าไร
ประเด็นที่ทำให้ต้องเช็คเรทติ้งกันทันใด มาจากคนในรัฐบาลทำเสียเอง เช่น รัฐมนตรีหนุ่ม ‘ภราดร’ ปิดไมค์หนีคำถามนักข่าว จี้ให้ยอมรับว่าผลกระทบจากน้ำท่วมหนักมาก ระดับ ‘ข้าวเกรียบ’ หาย เพราะความด้อยประสิทธิภาพของรัฐบาล
กับอีกเรื่องที่ ‘ผู้กองแป้ง’ ธรรมนัส มีปัญหาปะทะคารมกับจิตอาสา ‘เปิ้ล นาคร’ และทหาร กลางพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งเป็นข้อมูลสำหรับการสำรวจครั้งต่อไป และ ผอ.สุวิชา เป้าอารีย์ ของนิด้าโพลเชื่อว่า สะเทือนต่อพรรคภูมิใจไทยแน่ๆ
ขนาด ผอ.คาดการณ์ว่า ความฝันของภูมิใจไทย จะกวาด สส.ภาคใต้ได้ถึง ๓๐ ที่นั่ง จากทั้งภาคราว ๖๐ ที่นั่งนั้น น่าจะลำบาก ได้ฝันค้างเสียแล้ว ถ้าหากการฟื้นฟู เยียวยา ไม่ได้ดีโด่ง “หาที่เปรียบมิได้” จนทำให้ชาวบ้านร้องว้าว
สำหรับ ผอ.เนชั่นโพล ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ดูจะเอาใจช่วยนายกฯ หนู อยู่ไม่น้อย เขาว่าคะแนนตกน่ะตกแน่ แต่เพียงระยะสั้น เพราะ “นักการเมืองจะรู้วิธีในการทอดเวลาออกไป และสร้างประเด็นกระแสใหม่เข้ามาทดแทน”
เขาแนะให้เพิ่มนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอีกสัก ๒-๓ อย่าง ชั้นเชิงตบตาไง สร้างเรื่องใหม่มากลบเกลื่อนปัญหาเก่า หรือไม่ก็กลับไปปั่นของเก่าที่ยังไม่มอดให้ปะทุใหม่ และให้จับตาพิพาทชายแดนเขมรอาจกลับมา