วันอาทิตย์, มีนาคม 26, 2560

เทพเมือกแถลงไรก็ได้ ปู้ดดด ต๊ะ อิดสะหละ แถลงอะไรก็ได้ แต่... เมื่อเช้านี้ เหตุการณ์เมื่อเช้านี้ (25 มีค.60) สมคิด เชื้อคง ได้แต่แถลงเรื่องพิมพ์หนังสือว่าด้วยปัญหาข้าว ว่า....





เทพเมือกแถลงไรก็ได้ ปู้ดดด ต๊ะ อิดสะหละ แถลงอะไรก็ได้
แต่... เมื่อเช้านี้
เหตุการณ์เมื่อเช้านี้ (25 มีค.60)
สมคิด เชื้อคง ได้แต่แถลงเรื่องพิมพ์หนังสือว่าด้วยปัญหาข้าว ว่า....
ผมและเพื่อนอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยได้จัดงานแถลงข่าว หนังสือที่ช่วยกันเขียน ชื่อ "ทำ ลาย จำ นำ ข้าว... แต่ ฆ่า ชาว นา" ที่ร้านอาหาร "พลอยนารี" สวนรถไฟ จตุจักร กทม.

ปรากฎตั้งแต่ 9.00 น.มีตำรวจ,ทหาร จำนวนมาก ห้ามจัดงานนี้ ผมไปถึงราวๆ 9.30 น. ได้เจรจาพูดคุยกับทางตำรวจ (สน.บางซื่อ) ก็บอกพวกเราขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 พูดคุยกันถึง 10.10 น. ก็ตกลงยกเลิกการจัดงาน

งานนี้พวกเราก็บอกนักข่าวตามความจริงที่เห็น สุดท้ายก็เลี้ยงข้าวปลาอาหารที่สั่งไว้ โดยไม่มีพวกเราอยู่ด้วย

หนังสือเล่มนี้ยังไงพวกเราก็ต้องขาย..ไม่งั้นเราต้องเป็นหนี้โรงพิมพ์ เริ่มขาย 29 มีค.60 ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และมีขายร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ ราคาเล่มละ 250 บาท ความหนา 444 หน้า พิมพ์สี่สี สวยงามครับ

หนังสือ..แค่บอกความจริง เรื่องข้าว ที่ชาวนาปลูก..ขัดอารมณ์ความรู้สึกใครผมก็ไม่รู้?

ที่มา 









บ้านไม่มีแล้ว!! แผ่นดินของพ่อ แต่วันนี้เจ้าหน้าที่รัฐเป็นใหญ่ ประชาชนน้ำตาไหล มองดูบ้านถูกทุบกับตา





บ้านไม่มีแล้ว!! แผ่นดินของพ่อ แต่วันนี้เจ้าหน้าที่รัฐเป็นใหญ่ ประชาชนน้ำตาไหล มองดูบ้านถูกทุบกับตา


23 มีนาคม 2017
ที่มา Best RDnews.com


เมื่อวานนี้ 21 มีนาคม 2560 เฟซบุ๊กของคุณ มนตรี น้ำดื่มทิพย์เมืองทอง ได้ติดตามเรื่องราวของชาวบ้าน บ้านคำผักแพรว ต.ซับสีทอง อ.เมืองจ.ชัยภูมิ ที่ตอนนี้พื้นที่ถูกระบุเป็นเขตอุทยาน โดยระบุว่า …

“ประเทศไทยอยู่อยากขึ้นทุกวันแล้วคับ ชาวบ้านเขาอยู่มานานกว่าพวกคุณที่มาทำหน้าที่อีกคับ …ไม่เห็นใจกันบ้างหรือถ้าเขาไปทำแบบนี้กับบ้านคุณคุณจะคิดยังไง
รื่อบ้านปลูกป่า แล้วให้นายทุนมาซื้อ นี้ไม่ใช้ความคิดแต่มีนเรื่องจิง สู้ต่อไปคับ พี่ น้อง ซับสีทอง
(🔫ป่าไม้🔫ชัยภูมิ💣💣) แชร์ต่อคับเพื่อหาที่อยู่ให้พวกเขากัน”




“แผ่นดินของพ่อเรา แต่ประชาชนอยู่ไม่ใด้
ประชาชนเป็นรอง เจ้าหน้าที่เป็นใหญ่
เแล้วจะให้เอาหัวไปนอนใหนคืนนี้”




ไอ้สัตย์ เต่าตายเป็นข่าวทั้งเมือง แต่คนไม่มีที่อยู่ ไม่มีข่าวออก



“บ้านที่คุณสร้างขึ้นมา เราคิดจะอยู่กันจนวันตาย
แต่… เราต้องกลับมารื้อบ้านที่เราสร้างมากับน้ำแรงของเราเอง
พวกคุณคิดกันบ้างไหมคับที่มาทำแบบนี้กับชาวบ้าน”




และในวันนี้ 22 มีนาคม 2560 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Jariya Chuajan-ad ได้ออกมาแชร์เรื่องราวของชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องถูกทุบบ้านและไร้ที่อยู่ โดยระบุข้อความไว้ว่า …

“สงสารช่าวบ้าน ต้องมาทนดูภาพบ้านตัวเองอยู่มานานโดนทุบ”



และโพสต์ต่ออีกว่า ..

“วันนี้ขอสละเวลาโพสช่วยพี่น้องทางบ้านทนดูไม่ไหวจริงๆ เรื่องมีอยู่ว่าชาวบ้านหมู่บ้านคำผักแพรว ต.ซับสีทอง อ.เมืองจ.ชัยภูมิ โดนศาลตัดสินสั่งทุบบ้าน แถมชาวบ้านโดนคดี ซึ่งที่ตรงนี้ชาวบ้านอยู่มาหลายสิบปีแล้ว พื้นที่ไม่ได้เป็นป่าเลย เขาหัวโลนแต่ก่อนยังไม่ระบุเป็นเขตอุทยาน อยู่ต่อมารุ่นลูกหลาน ตอนนี้ชาวบ้านไม่มีที่อยู่ พ่อจ๋าก็วิ่งเต้นช่วยชาวบ้านจนเคลียด ทำไรมากก็โดนคนมีอำนาจมาเตือน ทำได้เพียงหาเต้นมากลางให้เป็นที่อยู่ชั่วคราวให้ชาวบ้านและะ พาพี่น้องไปเรียกร้องที่ศาลากลางจังหวัด😢 


ตอนนี้ เด็กคนแก่ มาอยู่รวมกัน ที่เต้นกลางให้ ฝนตกพายุเข้าจะอยู่กันยังไง

ทำไมต้องมาทำร้าย ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำขอเพีงที่อยู่เล็กๆ แค่ให้เค้าได้ซุกหัวนอน รับจ้างหากินไปวันๆ ต้องมาเห็นบ้านตัวเอง หาเงินสร้างกว่าจะได้โดนทับไปต่อหน้าต่อตา เป็นใครก็ใจสลาย วัดที่พึ่งทางใจของหมู่บ้านก็โดนยึด หลอกให้ชาวบ้านเซ็นเอกสารยินยอม ว่าถ้าเซ็นแล้วจะหาที่อยู่ใหม่ให้ พอเซ็นก็ทุบเลย แถวโดนคดีจิตใจทำด้วยอะไร
เพื่อนๆเห็นโพสนี่ช่วยกันแชร์ ช่วงนี้จะเข้าหน้าฝนแล้ว ฝนตกมาจะอยู่กันยังไง ไม่มีแม้เงินจะจ้างรถขนของใครมีข้าวสารอาหารแห้งรึอยากบริจาคขออนุญาติใส่เป็นที่อยู่ 👉อบต.ซับสีทอง ต.ซับสีทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ 36000 ตอนนี้ยังไม่มีเลขบัญชีกลาง ถ้าได้เลขจะมาลงใหม่นะค่ะ ไม่อยากเห็นหมู่บ้านเพื่อนบ้านต้องเป็นแบบนี้ช่วยกันคนละเล็กละน้อยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ 😢😢😢😢”




และทางเพจดังอย่างเพจ YouLike(คลิปเด็ด) ก้ได้ออกมาแชร์เรื่องราวนี้ด้วยเช่นกัน





ภาพ



































คงเจ็บปวดน่าดู ถ้าต้องมองเห็น “บ้าน” ที่เราอยู่มาตั้งแต่ไหนแต่ไร บ้านของบรรพบุรุษต้องถูกทุบไปต่อหน้า ต่อตา …

ที่มา FB: มนตรี น้ำดื่มทิพย์เมืองทอง, Jariya Chuajan-ad , YouLike (คลิปเด็ด)


โพลล์มองรัฐบาล "ถังแตก" เร่งรีดภาษี



PAULA BRONSTEIN/GETTY IMAGES

โพลล์มองรัฐบาล "ถังแตก" เร่งรีดภาษี


25 มีนาคม 2017
ที่มา BBC Thai

โพลล์ระบุว่า ประชาชนมองนายกฯ เปรยขึ้น VAT เพราะรัฐบาล "ถังแตก" เชื่อ สตง.บี้เก็บภาษี 60 นักการเมืองย้อนหลัง เป็นเกมการเมือง

ในเดือน มี.ค. ของทุกปี จะเป็นเดือนแห่งการจ่ายเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยสำหรับปี 2560 มีตัวแทนจากภาครัฐออกมาพูดเรื่องภาษีต่างกรรมต่างวาระ ทั้งกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปรยเรื่องการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 8% หรือกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ออกมาเรียกร้องให้กรมสรรพากรเร่งจัดเก็บภาษีทั้งจากการขายหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือภาษีขายหุ้นชินคอร์ป จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นเงินกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท และให้ตรวจสอบภาษีของนักการเมือง จำนวน 60 คน ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ย้อนหลัง

ไม่รวมถึงกรณี ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 มี.ค. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญคือให้เก็บภาษีจากที่ดินรกร้างไม่ได้ใช้ทำประโยชน์ในอัตรา 2% และเก็บเพิ่ม 0.5% ในทุกสามปีแต่ไม่เกิน 5%

วันนี้ (25 มี.ค.) สำนักจัดทำโพลล์สองแห่งได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกรณีดังกล่าว โดยสวนดุสิตโพลของ ม.สวนดุสิต ได้สอบถามความเห็นประชาชน ในหัวข้อ "การเรียกเก็บภาษีของรัฐบาล ณ วันนี้" จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,134 คน จากทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 20-24 มี.ค. ถึงข่าวเกี่ยวกับการเก็บภาษ๊ดังกล่าว โดยส่วนใหญ่ 64.81% ระบุว่า ข่าวการขึ้นภาษี VAT เป็นข่าวเกี่ยวกับภาษีที่สนใจมากที่สุด เพราะมองว่ากระทบต่อชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคต้องรับภาระเพิ่มขึ้น อยากรู้ข้อมูลข้อเท็จจริง ฯลฯ

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 46.83% ยังเชื่อว่า ข่าวเกี่ยวกับภาษีในปัจจุบัน มีความเชื่อมโยงกับกระแสข่าวว่ารัฐบาล "ถังแตก" เพราะการเก็บภาษีจะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่ม รัฐบาลจำเป็นต้องใช้งบในโครงการต่างๆ ฯลฯ ขณะที่ส่วนน้อย 17.98% ระบุว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้อง ส่วน 35.19% ระบุว่า ไม่แน่ใจ

ด้านกรุงเทพโพลล์ ม.กรุงเทพ ได้สอบถามความเห็นประชาชน ในหัวข้อ "การตรวจสอบภาษีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ใครผิด ใครถูก" จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,216 คน ซึ่งเป็นประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปจากทั่วประเทศ โดย 20.5% มองว่า การเรียกเก็บภาษีนักการเมือง จำนวน 60 คน ในอดีตรัฐบาลสองชุด เป็นเกมการเมือง แต่ส่วนใหญ่ 61.4% เชื่อว่า กรณีนี้จะไม่กระทบกับโรดแมปสร้างความปรองดองที่รัฐบาลชุดปัจจุบันเดินหน้าอยู่

...
เรื่องเกี่ยวเนื่อง

วิษณุเผยวิธีเก็บภาษีทักษิณ 1.6 หมื่นล้าน
เรืองไกรยื่นสรรพากรตรวจสอบ "ภาษี" ประวิตรแล้ว
ทักษิณพร้อมตั้งทีมทนายสู้คดีหากถูกเรียกเก็บภาษีขายหุ้นชินคอร์ป


แจ้งข้อหา ม.112-พ.ร.บ.คอมฯ “แกนนำนปช.สุรินทร์” เหตุส่งข้อความทาง “ไลน์” ตั้งแต่ก.ค.59



กลุ่มผู้ต้องหา 9 คน ขณะถูกนำตัวมาที่กองบังคับการปราบปราม

แจ้งข้อหา ม.112-พ.ร.บ.คอมฯ “แกนนำนปช.สุรินทร์” เหตุส่งข้อความทาง “ไลน์” ตั้งแต่ก.ค.59


By TLHR
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
มีนาคม 24, 2017

จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจควบคุมตัว 9 บุคคล จาก 7 จังหวัด ที่ถูกระบุว่าอยู่ในเครือข่ายของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋” พร้อมกับตรวจค้นพบอาวุธปืนและยุทธภัณฑ์ต่างๆ จากหลายจุดดังกล่าวเมื่อวันที่ 18 มี.ค.60 ก่อนเจ้าหน้าที่ระบุว่าได้นำตัวทั้ง 9 คน ไปควบคุมภายในมณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อทำการสอบสวนเป็นเวลา 7 วัน

จากนั้น วันที่ 20 มี.ค.60 พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อศาลอาญา เพื่อขออนุมัติหมายจับนายวุฒิพงศ์ กับพวกรวม 6 คน ในหลายข้อหา อาทิ ครอบครองยุทธภัณฑ์ อาวุธสงคราม, ครอบครองยาเสพติด, อั้งยี่ และซ่องโจร โดยการขอออกหมายจับดังกล่าวเกิดขึ้นโดยผู้ต้องหาหลายคนอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ทหารอยู่แล้ว

ในวันนี้ (24 มี.ค.60) พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมาย ของคสช. และพ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คสช. พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ได้ควบคุมตัว 9 ผู้ต้องหา มายังกองบังคับการปราบปราม พร้อมนำของกลางมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่กองปราบฯ ด้วย จากนั้นได้มีการให้แพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจตรวจร่างกายของผู้ต้องหา มีการแสดงหมายจับของผู้ต้องหาแต่ละราย จากนั้นจึงมีการแถลงข่าว และเปิดให้สื่อมวลชนซักถาม แต่ไม่ได้มีกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาที่กองปราบฯ แต่อย่างใด

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้กับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาในคดีก่อการร้าย สอบปากคำเบื้องต้น และพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา ประกอบสำนวนที่ดีเอสไอรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ระบุว่าอาวุธของกลางที่พบบางส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในช่วงสถานการณ์การชุมนุมเมื่อปี 2553 ซึ่งเป็นอำนาจของดีเอสไอในการดำเนินคดี

ฝ่ายกม.คสช.แจ้งความ 112-พ.ร.บ.คอมฯ แกนนำนปช.สุรินทร์ เหตุส่งข้อความทางไลน์

ขณะเดียวกัน ในกรณีนายสุริยศักดิ์ ฉัตรพิทักษ์กุล นอกจากถูกแจ้งข้อกล่าวหาก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในปี 2553 อันเป็นคดีในอำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ทาง พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง รองผู้กำกับกองกำกับการ 3 จากกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้เดินทางมาที่ดีเอสไอ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) ต่อเขาด้วย

ตามบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา ระบุว่าเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2559 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มบุคคลมีพฤติการณ์ส่งข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งมีเนื้อหาหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยสืบทราบว่าหนึ่งในนั้น มีผู้ต้องหาซึ่งเป็นประธานนปช.จังหวัดสุรินทร์ และเป็นกลุ่มนปช. ในเครือข่ายของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำกลุ่มนปช. จังหวัดปทุมธานี กับพวก รวมอยู่ด้วย มีการส่งข้อความติดต่อพูดคุยกันทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ชื่อกลุ่มไลน์ “คนนอกกะลา” โดยผู้ต้องหาใช้ชื่อโปรไฟล์ว่า “Suriyasak” และใช้รูปโปรไฟล์ของตนเอง

บันทึกแจ้งข้อหาระบุต่อว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อความการสนทนาพูดคุยและการส่งภาพในกลุ่มไลน์ พบว่าเมื่อวันที่ 13 ก.ค.2559 เวลา 19.35 น. ผู้ต้องหาได้ส่งข้อความพูดคุยกับสมาชิกในกลุ่มไลน์คนหนึ่ง มีข้อความที่เข้าข่ายเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามมาตรา 112 ผู้กล่าวหาคือ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง จึงได้ทำการจัดเก็บและรวบรวมข้อความการสนทนาของผู้ต้องหา และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

อีกทั้ง การกระทำตามที่กล่าวหาในคดีนี้ ยังเกิดขึ้นก่อนการประกาศใช้คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 55/2559 ลงวันที่ 12 ก.ย.2559 ที่ให้คดีบางประเภทที่มีประกาศคสช.ให้อยู่ในอำนาจศาลทหาร ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่คำสั่งฉบับนี้ใช้บังคับ ไปอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลยุติธรรม ทำให้เจ้าหน้าที่ระบุว่าคดีนี้จึงยังอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหารอยู่ จึงได้มีการขอหมายจับคดีนี้จากศาลทหาร และศาลทหารกรุงเทพได้อนุมัติหมายจับที่ 10/2560 ลงวันที่ 17 มี.ค.60 อันเป็นวันก่อนหน้าที่นายสุริยศักดิ์จะโดนจับกุมหนึ่งวัน

เผยเหตุการณ์ขณะจับกุม-เพื่อนเยี่ยมไม่ได้ขณะถูกคุมตัวในมทบ.11

สำหรับนายสุริยศักดิ์ อายุ 49 ปี ประกอบอาชีพเปิดร้านขายของในจังหวัดสุรินทร์ มีบทบาทเป็นแกนนำกลุ่มนปช.ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ผู้เห็นเหตุการณ์การจับกุม เปิดเผยกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนว่าเมื่อวันที่ 18 มี.ค.60 เวลาประมาณ 06.00 น. ได้มีรถตู้ 2 คัน รถตำรวจ 1 คัน และรถฟอร์จูนเนอร์อีก 2 คัน ขับเข้าไปในซอยบ้านของนายสุริยศักดิ์ ก่อนจะเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารในเครื่องแบบจากหลายหน่วย ทั้งหน่วยจากกรุงเทพฯ และหน่วยในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ รวมมากกว่า 10 นาย บางนายถือปืนยาวมาด้วย พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกอย่างน้อย 5 นาย สนธิกำลังกันเข้าจับกุม โดยทราบว่ามีการแสดงหมายจับ และการเข้าตรวจค้นบ้าน ก่อนมีการนำตัวนายสุริยศักดิ์ออกไป

ต่อมาวันที่ 19 มี.ค. ได้มีเพื่อนของนายสุริยศักดิ์เดินทางไปที่มณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อขอเข้าเยี่ยม โดยได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ทหารว่านายสุริยศักดิ์ถูกคุมตัวอยู่ภายใน มทบ.11 โดยจะควบคุมตัว 7 วัน แต่ปฏิเสธไม่ให้เพื่อนเข้าเยี่ยม

ก่อนที่ในวันที่ 20 มี.ค. เพื่อนของสุริยศักดิ์ จะเดินทางไปที่มทบ.11 อีกครั้ง และได้พบกับรองผู้บัญชาการมทบ.11 จึงได้แจ้งถึงความเป็นห่วงในความเป็นอยู่และความปลอดภัยจากญาติของนายสุริยศักดิ์ ทางรองผบ.ได้ระบุว่าเนื่องจากเป็นช่วงของการสอบสวน ญาติจึงไม่สามารถเข้าพบได้ในขณะนี้ ต่อมาทางรองผบ.มทบ.11 ได้ให้เจ้าหน้าที่ส่งรูปห้องที่สุริยศักดิ์ถูกควบคุมตัวอยู่มาให้เพื่อนคนดังกล่าวดูทางไลน์ ก่อนให้สุริยศักดิ์พูดผ่านโทรศัพท์ของรอง ผบ. แจ้งเพื่อนว่าเขายังอยู่สบายดี แต่ไม่ได้ให้เข้าเยี่ยมใดๆ หลังจากนั้น

เพื่อนของสุริยศักดิ์ยังเปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ก่อนหน้าการถูกจับกุม สุริยศักดิ์ยังได้รับเชิญจากทางจังหวัดให้ไปร่วมในเวทีระดมความคิดเห็นเรื่องการปรองดองที่ศาลากลาง โดยเขาได้ร่วมแสดงความคิดเห็นส่วนหนึ่งในการประชุมด้วยว่าหากยังมีการใช้กฎหมายในลักษณะสองมาตรฐานในสังคมต่อไป การปรองดองก็คงจะเกิดขึ้นได้ยาก

เบื้องต้นในการสอบปากคำสุริยศักดิ์ในคดีมาตรา 112 ของเจ้าหน้าที่ในวันนี้ ได้มีทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวไปขออำนาจศาลในการฝากขังในวันพรุ่งนี้ต่อไป (25 มี.ค.)

สลิ่มเห็นยัง... “ประวิตร” ยอมรับที่ตั้งกาสิโนไม่อยู่ในเขมร แต่แถให้ใช้คำ “พื้นที่อ้างสิทธิ“-“วีระ” โต้ คือ “พื้นที่ทับซ้อน” นั่นแหละ ! พร้อมชวนคนไทยผู้สนใจอยากทราบความจริง ลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ความจริง




“ประวิตร” ยอมรับที่ตั้งกาสิโนไม่อยู่ในเขมร แต่แถให้ใช้คำ “พื้นที่อ้างสิทธิ“-“วีระ” โต้ คือ “พื้นที่ทับซ้อน” นั่นแหละ !


ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
24 มีนาคม 2560

“วีระ” ลั่น “ประวิตร” ยอมรับเอง บ่อนกาสิโนตั้งอยู่บนพื้นที่ยังไม่ปักปันเขตแดน แต่แถให้ใช้คำว่า “พื้นที่อ้างสิทธิ” เย้ยก็คือ “พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน” นั่นแหละ ซัดยังไม่ชัดเป็นของใครแต่กลับยกให้กัมพูชา เท่ากับ “ขายชาติ” แล้ว พร้อมท้า “วินธัย” ลงพื้นที่ด่านช่องสายตะกู 29 มี.ค. นี้ พิสูจน์เลยว่าตั้งอยู่ที่ไหนกันแน่

วันนี้ (24 มี.ค.) นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “Veera Somkwamkid” เชิญชวน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สื่อมวลชน และผู้ที่สนใจ ลงพื้นที่ด่านช่องสายตะกู เพื่อพิสูจน์ว่าบ่อนกาสิโน ก่อสร้างบนพื้นที่ของกัมพูชา หรือพื้นที่ทับซ้อนกันแน่

มีรายละเอียดว่า “ประกาศผ่านสาธารณะ ขอเชิญสื่อมวลชนทุกแขนง พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกของ คสช. และคนไทยผู้สนใจอยากทราบความจริง ลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ความจริงกรณีบ่อนกาสิโนที่ด่านช่องสายตะกู ก่อสร้างอยู่บนพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน หรือบนพื้นที่ของกัมพูชา และก่อสร้างอยู่หลังแนวเขต 130 เมตร (ที่คุณวินธัยอ้างว่าทั้งไทยและกัมพูชาได้กันพื้นที่ออกไปฝ่ายละ 130 เมตร) จริงหรือไม่?

ขอเชิญพบกัน ณ ด่านช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ในวันพุธที่ 29 มีนาคม 2560 เวลา 10.00 น. สำหรับ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกของ คสช. ในเมื่อคุณยืนยันว่า รัฐบาล คสช. มีเอกสารของทางราชการที่ถูกต้อง ขอให้คุณวินธัยนำเอกสารของทางราชการที่คุณอ้างว่าถูกต้อง ขอให้นำมายืนยันกับเอกสารที่ฝ่ายประชาชนมี เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับพื้นที่จริงก็จะทราบความจริงทั้งหมด จะได้หมดข้อสงสัย ว่า มีการกันพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนไว้ 130 เมตร จริงหรือไม่? และไม่มีการก่อสร้างใดๆ ในพื้นที่ที่มีการกันเอาไว้ จริงหรือไม่ ?

ที่สำคัญที่สุด จะได้พิสูจน์ว่าบ่อนกาสิโนดังกล่าวได้ก่อสร้างอยู่ในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน หรือในพื้นที่ของกัมพูชา จริงหรือไม่? นอกจากนี้ ขอให้อธิบดีกรมอุทยานฯนำหลักฐานการประกาศยกเลิกพื้นที่ 200 ไร่ ในเขตอุทยานแห่งชาติตาพระยา เพื่อให้เทศบาลจันทบเพชรนำมาใช้ก่อสร้างตลาดจุดผ่อนปรนการค้าขาย ด่านช่องสายตะกู หากมีหลักฐานมาแสดงยืนยันได้จริง อธิบดีกรมอุทยานฯจะได้พ้นจากความผิด ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เดี๋ยวก็รู้ระหว่าง วีระ สมความคิด หรือ พ.อ.วินธัย สุวารี ใครกันแน่ที่นำความเท็จมา เผยแพร่ต่อสาธารณะ ทำให้รัฐและประชาชนได้รับความเสียหาย

ปล. ขอให้ช่วยกันแชร์ไปให้มากที่สุดด้วยครับ สื่อมวลชนที่สนใจลงพื้นที่ ประสานโดยตรงที่ 096 225 5854” นายวีระ ระบุ




โดยก่อนหน้านี้ นายวีระ ยังได้ตอบโต้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรณีที่กล่าวว่าพื้นที่ตั้งบ่อนกาสิโน ต้องรอปักปันเขตแดน ขออย่าเรียกพื้นที่ทับซ้อน เพราะตอนนี้เป็นแค่พื้นที่อ้างสิทธิ

โดย นายวีระ ระบุว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเองว่า “บ่อนกาสิโนที่ก่อสร้าง ก็เป็นพื้นที่ของกัมพูชา เพราะยังไม่ชัดเจนเรื่องพื้นที่ ก็อ้างสิทธิกันไป นายวีระ ก็ไปอ้างสิทธิว่าเป็นของไทย

ก็ต้องตกลงกัน เพราะความชัดเจนยังไม่มี แต่เรื่องนี้มีคณะกรรมการปักปันเขตแดนอยู่แล้วต้องรอให้ปักปันให้ชัดก่อน ฉะนั้น อย่าไปเรียกว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน ขณะนี้ยังเป็นพื้นที่อ้างสิทธิ ต่างคนต่างอ้างสิทธิ ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร”

พล.อ.ประวิตร ยอมรับเองนะว่า กรณีบ่อนกาสิโนที่ด่านช่องสายตะกู อยู่ในบริเวณที่ยังปักปันไม่เสร็จ ขณะนี้ยังเป็นพื้นที่อ้างสิทธิ ต่างคนต่างอ้างสิทธิ (มันก็อ้างสิทธิทับซ้อนกันนั่นแหละ จึงเรียกกันว่า พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน ดังนั้น ไม่ต้องตะแบง ไม่ต้องแถกันอีก ต่อไป)

ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใครและคุณประวิตร ยืนยันว่า บ่อนกาสิโนก่อสร้างบนพื้นที่ของกัมพูชาได้อย่างไร? คุณก็บอกเองว่ายังไม่มีการปักปันเขตแดนให้ชัดเจน แล้วไปยืนยันว่า เป็นพื้นที่ของกัมพูชาได้อย่างไร? ยืนยันอย่างนี้ในอนาคต หากต้องมีการฟ้องคดีต่อฟ้องศาลโลก เราก็แพ้เขาอีกนะซิ อย่างนี้ทำให้เชื่อว่าเข้าข่ายเอาแผ่นดินไทย ไปยกให้กัมพูชา (ขายชาติ) แล้วนะ

พ.อ.วินธัย โฆษกของ คสช. ก็ไม่ต้องออกมาเถียงผมอีกนะ ว่า บ่อนกาสิโนไม่ได้ก่อสร้างบนพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร ออกมายืนยันเองว่า ขณะนี้ยังเป็นพื้นที่อ้างสิทธิ ต่างคนต่างอ้างสิทธิ (ความหมายก็คือ พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนนั่นแหละ)” นายวีระ ระบุ       




แต่ละลมที่ออกมา ... ล่าสุด... นายกฯ ชี้ หลักคิดแย่ๆทำให้ประเทศพัฒนาช้า ลั่น รบ.นี้ ต้องการให้ทุกคนคิดเป็นทั้งหมด




นายกฯ ชี้ หลักคิดแย่ๆทำให้ประเทศพัฒนาช้า ลั่น รบ.นี้ ต้องการให้ทุกคนคิดเป็นทั้งหมด
http://www.matichon.co.th/news/506799

.....

ความเห็นชาวเน็ต

คิดเป็นคือคิดเหมือนท่าน....
คิดไม่เป็นคือคิดไม่เหมือนท่าน....
ใช่ป่ะ

ขั้นแรกเลย ต้องเปิดโอกาศให้คนเขาพูด!

ขายปลาเค็มที่ตลาดน้ำข้างทำเนียบ
ทำรองเท้าแตะออกสู่ตลาดโลก
ฯลฯ
แบบนี้คิดเป็นใช่ป่ะ.....

หลักคิดดีๆแบบลูง...พี่หม่ายังกระโจนข้ามหัวไปแร่ะ

มึงช่วยบอกตัวเองและพรรคพวกก่อนดีไหม เพราะแต่ละคนกำลังทำประเทศฉิบหาย ในทุกๆด้านทั้งเศรษฐกิจ ความยุติธรรม การพัฒนาทุกอย่าง เรื่องจริง

เหลือมึงคนเดียวกับขี้ข้ามึงที่ต้องทำตามมึงนั้นแหละที่ยังคิดไม่เป็นประชาชนเขาไปใหนต่อใหนแล้ว


ฟังยังเรื่อง ม.44 กับการกดดันจากต่างชาติ และเรื่องอื่น ๆ จากการสัมภาษณ์พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร



https://www.facebook.com/OnMeFC/videos/1908588136037954/


วันเสาร์, มีนาคม 25, 2560

คุณธรรมแท้ กับ เทียม... รมว.มหาดไทยฝรั่งเศสประกาศลาออก หลังสื่อแฉจ้างลูกสาวตัวเองทำงานให้กับรัฐบาล ... แล้วไทยละ...





รมว.มหาดไทยฝรั่งเศสประกาศลาออก หลังสื่อแฉจ้างลูกสาวตัวเองทำงานให้กับรัฐบาล / Emploi familial : le ministre de l'Intérieur Bruno Le Roux démissionne

Une démission express ce mardi 21 mars. Il est 18 heures quand Bruno Le Roux s'exprime pour la dernière fois en tant que ministre de l'Intérieur. Elle fait suite aux révélations de l'émission "Quotidien" sur l'emploi de ses deux filles comme collaboratrices à l'Assemblée nationale.

นายบรูโน เลอ รู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ววานนี้ หลังจากที่สื่อตีข่าวว่า เขาได้ใช้เงินของทางราชการว่าจ้างลูกสาวทั้ง 2 คนของตัวเองเข้ามาทำงานให้กับรัฐบาล

ด้านสำนักประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ออกแถลงการณ์ว่า สาเหตุที่นายเลอ รู เลือกลาออกจากตำแหน่งนั้น ก็เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง และไม่ต้องการให้เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล

ทั้งนี้ นายแมทเทียส เฟคล์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยแทนนายเลอ รู

การประกาศลาออกของรมว.มหาดไทยรายนี้มีขึ้น หลังจากที่มีการสืบสวนพบว่า เขาเคยใช้งบประมาณของรัฐว่าจ้างลูกสาวทั้ง 2 คนของตัวเองมาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในรัฐสภา ทั้งที่ลูกสาวของเขายังอยู่ในวัยเรียนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ข่าวฉาวของนายเลอ รู อาจซ้ำเติมให้คะแนนความนิยมของนายเบอนัวต์ อาร์มง ตัวแทนจากพรรคสังคมนิยมตกต่ำลงไปกว่าเดิม เนื่องจากในปัจจุบัน นายอาร์มงต้องเผชิญกับความท้าทายและกระแสวิตกที่ว่า การบริหารตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาโดยรัฐบาลของนายออลลองด์ ซึ่งมาจากพรรคเดียวกันได้ฝากผลงานไว้ไม่ค่อยดีนัก

Source : http://mobile.francetvinfo.fr/politique/affaire/affaire-bruno-le-roux/emploi-familial-le-ministre-de-l-interieur-bruno-le-roux-demissionne_2109144.html#xtref=https://www.google.fr/
http://www.ryt9.com/s/iq37/2621112


Allô la France ที่นี่ฝรั่งเศส

.....

เปิดชื่อ! สนช.กว่าครึ่งร้อยตั้ง“เมีย-ลูก-ญาติ”ช่วยงาน-เงินเดือน 1.5-2 หมื่น

https://www.isranews.org/investigative/investigate-news/item/36824-sapa_901_01.html
ข่าวจาก สำนักข่าวอิศรา วันที่ 27 กพ. 2558

การเก็บเงินภาษีที่ละม้ายคล้ายการยึดทรัพย์





รู้หละ ทำไมสรรพากรไม่ตะแบงดันจะเก็บภาษีย้อนหลังชินคอร์ปให้ได้ เหมือนที่ สตง. กระสันต์ และ ปชป. ช่วยดัน

สรรพากรเขารู้กันกับสรรพสามิต ต้องฟังอธิบดีสรรพสามิตพูดวันนี้ (๒๕ มีนา) จึงถึงบางอ้อ ว่า “การเก็บภาษีในช่วง ๖ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๖๐ เกินกว่าเป้า ๑,๐๐๐ ล้านบาท

เฉพาะในเดือน มี.ค. เพียงเดือนเดียวก็จัดเก็บรายได้เกินกว่าเป้าหมายแล้ว ๔,๐๐๐ ล้านบาท เพราะการบริโภคเบียร์และเครื่องดื่มต่างๆ ขยายตัวตามฤดูกาล”


(http://www.posttoday.com/biz/gov/486853)

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ แจ้งว่ากฎหมายสรรพสามิตใหม่ประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อ ๒๐ มีนา และจะมีผลบังคับตอนกลางเดือนกันยานี้ “เป็นการรวบรวมกฎหมาย ๗ ฉบับเข้าไว้ด้วยกัน” ว่าด้วยพิกัดอัตราทั้งยาสูบและสุรา รวมทั้งการจัดสรรเงิน ‘ภาษีบาป’ สรรพสามิตทั้งสองอย่าง

ทั่นอธิบดีชี้แจงด้วยว่าอัตราภาษีใหม่กำหนดเพดานไว้สูงล่วงหน้าสำหรับอีก ๒๐ ปีข้างหน้า แต่ว่าอัตราจริงที่ใช้ในปัจจุบันจะเป็นไปตามกฎหมายลูกที่จะต้องออกใหม่อีก ๘๐ ฉบับ แต่ข้อสำคัญ

“จะอ้างอิงจากภาระภาษีที่จัดเก็บอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ”

(http://money.sanook.com/472489/)

นานๆ จะได้ยินคนของรัฐบาล คสช. พูดเข้าหู ถูกคอสักครั้งอย่างนี้ แม้จะบอกว่า ภาษีบุหรี่จัดเก็บในอัตราเดิมซึ่งสูงสุดอยู่แล้วที่ ๙๐% ส่วน “กรณีสินค้าสุรา ใช้ราคาขายส่งช่วงสุดท้าย เป็นราคาขายปลีกแนะนำ”

และกำหนดเวลาในการประเมินภาษีที่ให้ไว้สองปีก็คงเดิม แต่เพิ่มเติมเป็นขยายได้อีก ๓ ปี รวมเป็น ๕ ปี

อย่างนี้เรียกว่าภาษีก้าวหน้าได้มั้ง ต่างกับ สตง. จี้แล้วจี้อีกจะให้สรรพากรเก็บย้อนหลังภาษีชินคอร์ปให้ได้ ครั้นเมื่อสรรพากรไม่ยอมเต้นตาม ก็หันไปไล่บี้นักการเมืองบ้าง อ้างว่ามี ๖๐ คนน่าจะร่ำรวยผิดปกติต้องเรียกมาขอดภาษี




นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร พาซื่อทำหนังสือถาม ปปช.ก่อน ปรากฏว่า ปปช.ตอบกลับมา ไม่มีสักคนใน ๖๐ คนที่ร่ำรวยผิดปกติ ถ้าจะหาเรื่องให้ได้ก็มีแค่ ๑๑ คนพอเข้าข่าย สตง. ถึงได้เงียบไป คงเพราะไม่เข้าเป้า

(http://thaipublica.org/2017/03/oag-5/…)

หากแต่ตัวแทนจองล้างยังไม่หมด วานนี้ (๒๕ มีนา) อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ เอาบ้าง เตะตัดแข้งฝ่ายตรงข้ามตามถนัด อ้าง

“หลักฐานใหม่ที่เป็นคำพิพากษาและคำสั่งศาลถึง ๓ ศาล คือ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง




ที่ระบุว่าการเรียกเก็บเงินภาษีตามประมวลรัษฎากรจากการขายหุ้นนั้น ต้องเก็บแยกจากกรณีการยึดอายัดทรัพย์ ซึ่งถือเป็นคนละส่วนกันกับ ศาลภาษีอากรกลาง และศาลอาญา...

ชี้กรมสรรพากรสามารถเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปได้ ยันเป็นเงินคนละส่วนกับยึดทรัพย์”

(http://www.posttoday.com/politic/486793)

เอ้า สงสัยจะมาผิดวันเสียละมัง บางเรื่องอาจดีกว่าไม่มาถ้ามาช้า แต่นี่ไม่แค่ย้อนหลัง แต่ว่า ‘ล้าหลัง’ ค้างเติ่งเลยละ กระซิบให้หากกลัวจะตกขบวนละก็ต้องเล่นให้ถูกเรื่อง

ตอนนี้ต้องเล่นคาดเข้มขัดนิรภัย แล้วถ่ายคลิปเอง เหมือนลุงตู่




จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการขององค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ออกแแถลงการณ์ในนามองค์การฯ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ใส่ร้าย ที่โยง องค์การเสรีไทยฯ ให้เป็นองค์การผู้ก่อการร้าย และยืนยันถึง เป้าหมายและการดำเนินงานขององค์การฯที่แท้จริง















แถลงการณ์นี้ไทยอีนิวส์ได้รับผ่านอีเมล์



ooo

องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

แถลงการ์ณเรื่องจุดยืนและการเคลื่อนไหวขององค์การฯ

ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้ฝ่ายปฏิบัติการจิตวิทยา หรือฝ่ายไอโอ ของหน่วยทหารออกข่าวประสานกันตามเครือข่ายที่จัดตั้งไว้ เพื่อสร้างสถานการณ์ รวบบุคคลที่เห็นต่างทางการเมืองทุกคนทุกกล่มเข้าด้วยกัน โดยป้ายสีว่า เป็นผู้ก่อการร้าย สร้างความไม่สงบให้กับประเทศไทย ดังที่ปรากฏชัดในปัจจุบันนี้นั้น

องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ที่ถูกใส่ร้ายป้ายสี โยง
องค์การเสรีไทยฯ ให้เป็นองค์การผู้ก่อการร้าย และขอยืนยันความจริงต่าง ๆ เกี่ยวกับเป่าหมายและการดำเนินงานขององค์การฯ ดังต่อไปนี้

ปฐมบทของการก่อตั้งองค์การเสรีไทยฯ เป็นเพราะเราไม่ยอมรับอำนาจของคณะรัฐประหารที่ได้มาจากการสร้างสถานการณ์ปั่นปวนทางการเมืองโดยกลุ่มบุคคลในเครือข่ายเผด็จการไทย เรายืนยันที่จะต่อสู้เรียกร้องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกอย่างเสรีตามระบอบการปกครองตามหลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริงการที่ คสช. ออกคำสั่งต่าง ๆ หลังการยึดอำนาจ และยังเลวร้ายหนักขึ้นในวันนี้ จนถึงกับมีการอ้างกฎหมายรัฐธรรมนญมาตรา ๔๔ ที่อุปโลกน์ให้หัวหน้า คสช. มีอำนาจล้นแผ่นดิน สามารถส่งให้กำจัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอยางกว้างขวางและไร้วงจำกัดนั้น เป็นสิ่งที่เราไม่ยอมรับมาโดยตลอด และจะขอต่อต้านจนกว่าจะมีการยกเลิกการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แล้วให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมเสมอภาคกันและอยู่ร่วมกันบนหลักนิติรัฐและการเคารพสิทธิมนษยชนอย่างมีภราดรภาพได้

อนึ่ง ขอประกาศว่า องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ได้ยึดมั่นและต่อสู้ เพื่อบรรลุ
วัตถุประสงค์สำคัญ ๆ ดังนี้

๑. รัฐบาลไทยจะต้องเคารพสิทธิมนุษยชนทั้งโดยพฤตินัยและนิตินัย ตามข้อผูกพันทุกเรื่องที่รัฐไทยได้ลงนามรับพันธสัญญาไว้กับองค์การสหประชาชาติ

๒. รัฐไทยต้องถูกสถาปนาให้ใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่แท้จริง อันเป็นการปกครองที่
อำนาจเป็นของประชาชน ใช้โดยตัวแทนที่ได้รับฉันทานุมติจากปวงชน และทำเพื่อพิทักษ์ รักษา และอำนวยประโยชน์แก่ปวงชนทุกกลุ่มในชาติ โดยประกันสิทธิและเสรีภาพของทุกคน บนความเสมอภาค การเคารพกฎหมาย และการเคารพเสียงข้างมากของปวงชน

๓. องค์การเสรีไทยฯ สนับสนุนระบบคุณธรรม และต่อต้านระบบอุปถัมภ์ที่ใช้การแต่งตั้งแทนการเลือกตั้งและใช้กฎหมู่หรือ “อภินิหารทางกฎหมาย” แทนระบบนิติรัฐ-นิติธรรม กล่าวคือ ระบอบเผด็จการไทยวันนี้ ใช้ระบบอุปถัมภ์แต่งตั้งคนของเครือข่ายเผด็จการขึ้นใช้อำนาจของปวงชน แทนระบบคุณธรรม ที่ส่งเสริมคนดีมีความรู้และความสามารถให้ได้มีโอกาสบริหารประเทศชาติ เพื่อประโยชน์ของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง

๔. รัฐบาลจากการรัฐประหาร จะต้องยกเลิกการใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ ซึ่งไปละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ระบุไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration for Human Rights) เกือบทุกมาตรา ในจำนวน ๓๐ มาตราที่องค์การสหประชาชาติประกันไว้ โดยการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ป่าเถื่อนถึงขั้นสังหารหมู่ประชาชนผู้ต่อต้านระบอบเผด็จการ ได้เกิดขึ้นซ้ำซาก นับแต่เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๕ เมษายน-พฤษภาคม ๒๕๕๓ และวันนี้การจ้องกดขี่ ข่มขู่ และใช้ความรุนแรงรูปแบบต่าง ๆ ต่อประชาชน กำลังจะกลับมาและจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่ากลัวยิ่ง

๕. รัฐบาลเผด็จการทหาร จะต้องเร่งคืนอำนาจให้แก่ปวงชนชาวไทย โดยการจัดให้มีการเลือกตั้งอย่าง
บริสุทธิ์ยุติธรรมโดยเร็วที่สุด เพื่อไมให้ความขัดแย้งและเสียหายต่อประเทศชาติบานปลายจนยากจะแก้ไขโดยสันติ ทั้งนี้ ในฐานะองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนที่ไมแสวงกำไร องค์การเสรีไทยฯ ได้ยึดหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเป็นเป้าหมายและวิธีการ โดยถือสันติวิธี ใช้ความรู้และความจริง ตลอดจนอาศัยการรวมตัวกันของคนไทยทั่วโลก บนความชอบธรรมของเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่ถูกรัฐบาลเถื่อนปล้นอำนาจและผลประโยชน์ โดยเราถือว่า เมื่อปวงชนในประเทศไม่สามารถใช้กำลังหรือความรุนแรงต่อต้านเผด็จการที่ยึดอำนาจได้เบ็ดเสร็จ เราก็ต้องอดทนและให้โอกาสผู้ถืออำนาจรัฐทำงานจนถึงที่สุด และใช้นโยบายโลกล้อมประเทศและการให้ความรู้กับพี่น้องร่วมชาติมาโดยตลอด และหวังว่า ทุกฝ่ายจะร่วมมือกันในฐานะพี่น้องร่วมชาติ ในการนำพาประเทศพ้นจากความขัดแย้งอันถึงจุดใกล้วิกฤตินี้โดยเร็ว ก่อนที่จะสายเกินไป

(นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ)

เลขาธิการ องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย
แถลง ณ วันที่ ๒๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

Resist and Resist : ขอแสดงความยินดีกับชาวอเมริกันผู้ที่ยังต้องการสวัสดิการสุขภาพที่ก้าวหน้าเช่น ObamaCare ทรัมป์ปลดปลั๊กบิลล์ที่จะทดแทน เพราะไม่มีเสียงโหวตพอที่จะผ่านในสภาผู้แทน - Trump pulls the plug on the GOP plan to repeal ObamaCare




https://www.youtube.com/watch?v=IPGDovkePYM

Trump pulls the plug on the GOP plan to repeal ObamaCare

Fox News

Published on Mar 24, 2017

Speaker Ryan went to the White House to brief the president on the status of the bill with the House Speaker telling him he didn't have the votes; Mike Emanuel reports for 'Special Report'



คำถามถึงศาลไทย ศาลยอมรับกระบวนการจับกุมเช่นนี้ได้อย่างไร จับคนเข้าค่ายทหาร สอบสวนแล้วค่อยมาขอหมายศาล





คำถามถึงศาลไทย

ทหารนำ 9 ผู้ต้องหาเครือข่ายโกตี๋ มอบให้ตำรวจ เจ้าตัวปฏิเสธเตรียมลอบสังหารนายก

https://prachatai.com/journal/2017/03/70732

รัฐบาลทหารหลอกชาวโลก เลิกใช้ศาลทหาร ขึ้นศาลพลเรือน แต่ใช้อำนาจ ม.44 จับกุมโดยไม่ต้องขอหมายค้นหมายจับตาม ป.วิอาญา จับคนเข้าค่ายทหาร สอบสวนแล้วค่อยมาขอหมายศาล ศาลยอมรับกระบวนการจับกุมเช่นนี้ได้อย่างไร

ดูข่าวผู้จัดการยิ่งชัดนะครับ แม้พาดหัวเข้าข้างทหารสุดๆ แต่เนื้อข่าวอธิบายกระบวนการชัดเจน จับ 18 มีนาคม ขอหมายจับเรื่องอาวุธ 21 มีนาคม ขอหมายจับอั้งยี่ 23 มีนาคม (บางคนตอนค้นไม่พบอาวุธ ก็ยังโดนข้อหาที่ 2 อั้งยี่)

http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9600000030271

ผู้ต้องหารายหนึ่งคือ วันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ โวยว่าอาวุธที่ยึดได้จากเขามีแค่บีบีกัน และปืนอีก 2 กระบอกจากบ้านเมีย เป็นปืนถูกกฎหมาย

วันที่จับก็มีข่าวชัดเจน

"เป้าที่ 7 จับกุม นายวันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ เมื่อเวลา 06.00 น. จนท.ทหาร และ ตร. เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 119/116 (หมู่บ้านสวัสดิการศูนย์การทหารราบ) หมู่ 9 ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นที่พักของ นายวันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ อายุ 56 ปี เครือข่ายบุคคลเป็นภัยต่อความมั่นคง ภายในบ้านพบ นายวันไชยชนะ พักอาศัยอยู่กับ นางษุศรา สง่าเพ็ชร (ภรรยา) และ มารดา (มารดานางษุศรา) ผลการตรวจค้นพบ 1. สิ่งเทียมอาวุธปืน (บีบีกัน) จำนวน 8 กระบอก 2. แม็กกาซีน (บีบีกัน) จำนวน 25 ซอง 3. อาวุธปืนลูกซอง ขนาด เบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก 4. ปืนพกสั้น ยี่ห้อกล็อก ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก 5. ซองปืนพกสั้น จำนวน 3 ซอง 6. เครื่องกระสุนปืน ขนาด เบอร์ 12 จำนวน 29 นัด 7. เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 26 นัด 8. เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 มม. 50 นัด"

http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9600000027834

แต่พอตั้งข้อหาบอกว่า

"นายวันไชยชนะ ครุฑไชยันต์ อายุ 55 ปี ชาว จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 722/60 ลง 21 มี.ค. 2560 ความผิดฐาน มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครอง และหมายจับเลขที่ 746/60 ลง 23 มี.ค. 2560 ความผิดฐานซ่องโจร"

ผู้ต้องหาคนอื่นๆ บางรายค้นไม่พบอะไรเลย แต่โดนอั้งยี่ซ่องโจร

3. นางปาลิดา เรืองสุวรรณ อายุ 61 ปี ชาว จ.สกลนคร ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 745/60 ลง 23 มี.ค. 2560 ความผิดฐานซ่องโจร

7. จ.ส.อ.ธนโชติ วงศ์จันทร์ชมภู อายุ 56 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 749/60 ลง 23 มี.ค. 2560 ความผิดฐานซ่องโจร

6. นายอุดมชัย นพสวัสดิ์ อายุ 60 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 721/60 ลง 21 มี.ค. 2560 ความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และหมายจับเลขที่ 748/60 ลง 23 มี.ค. 2560 ความผิดฐานซ่องโจร

รายนี้คือคนที่ว่าซื้อรถต่อมาจากนายธีรชัย ข่าวตอนค้นวันที่ 18 ไม่เจออะไรเลย (ไม่มีกระทั่งบัตร นปช.) แต่เจอยาบ้า 1 ถุงซุกใต้เบาะ

8. ว่าที่ ร.ต.สุริยศักดิ์ ฉัตรพิทักษ์กุล อายุ 49 ปี ชาว จ.สุรินทร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 750/60 ลง 23 มี.ค. 2560 ความผิดฐานซ่องโจร และหมายจับเลขที่ 10/2560 ลง 17 มี.ค. 2560 ความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ ตาม ม.112 และนำเข้าข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (ออกโดยศาลทหารกรุงเทพ)

คนนี้ตามข่าวคือ มีหมายจับ 112 พรบ.คอมพ์ ตั้งแต่วันที่ 17 แล้วไปจับมาพร้อม "เครือข่ายโกตี๋" ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า



Atukkit Sawangsuk


ยุทธศาสตร์ 20 ปีของ คสช ช้างในห้องที่ไม่มีใครอยากมองเห็น (การปลดความขัดแย้ง) - The Thai junta’s 20-year plan omits the most urgent item (It claims to crave national reconciliation while continuing to persecute political opponents)





ช้างในห้องที่ไม่มีใครอยากมองเห็น An elephant in the room

ยุทธศาสตร์ 20 ปีของ คสช


ดิ อีโคโนมิสต์ รายงานว่าคสช.ได้ทำการรัฐประหารมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2014 และ บริหารบ้านเมืองเกือบ 3 ปีแล้ว
ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเกิดการเลือกตั้งขึ้นในไทยเมื่อไร

คสช.เพิ่งนำเสนอและอธิบายแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ต่อนักการทูตและผู้สื่อข่าวต่างชาติ ซึ่ง แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดต่อๆไปต้องปฏิบัติตามแนวทาง
ที่คสช.วางไว้อย่างเคร่งครัด เป็นสัญญาณว่าทหารจะยัง
ไม่ถอนตัวจากอำนาจการบริหารประเทศไปไหน

แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ
กำหนดว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอนาคตต้องดำเนินโยบาย
ภายใต้การควบคุมดูแลของ คณะกรรมมาธิการที่แต่งตั้งโดยกองทัพ และผู้นำเหล่าทัพที่นั่งอยู่ในวุฒิสภา ซึ่งมีอำนาจเข้ามาแทรกแซง
การบริหารประเทศทันที หากพบว่านักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง
ดำเนินนโยบายของตัวเองที่ผิดจากที่รัฐบาลคสช.กำหนดแนวทางไว้

ไทยเคยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงที่สุดในภูมิภาค
แต่หลายปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตกลับตกลงอย่างเห็นได้
จนธนาคารโลกรายงานในเดือนที่ผ่านมาว่า กัมพูชา, มาเลเซีย
และเวียดนามดึงดูดนักลงทุนได้มากกว่า
โดยที่ผ่านมา เศรษฐกิจของไทยถูกควบคุมโดยบริษัทขนาดใหญ่
เพียงไม่กี่แห่ง ขณะที่รัฐบาลก็ทุ่มงบประมาณเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจแค่เฉพาะในกรุงเทพ และเมืองใหญ่ๆ
ทำให้คุณภาพชีวิตระหว่างคนเมืองและต่างจังหวัดมีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น

รัฐบาลคสช.รู้ปัญหาข้อนี้ดี แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาช่องว่าง
ระหว่างคนรวยและคนจนได้

สภาพเศรษฐกิจในยุครัฐบาลคสช.จึงอยู่ในสภาพตกต่ำฝืดเคือง
ค่าครองชีพพุ่งสูง ทำให้รายรับของประชาชนไม่พอกับรายจ่าย

ส่วนสภาพการเมืองก็อยู่ในสภาวะที่เรียกได้ว่าไม่เป็นประชาธิปไตย
และไร้เสถียรภาพ จากการที่รัฐบาลคสช.ไล่จับฝ่ายตรงข้าม
ทางการเมือง และผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลคสช.
ให้เห็นเป็นรายวัน

แม้เดือนมกราคมที่ผ่านมา รัฐบาลคสช.ได้เชิญกลุ่มการเมืองฝ่ายต่างๆ รวมทั้งสมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมการประชุมเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง

แต่ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าแผนการปรองดองของรัฐบาลคสช.
จะประสบความสำเร็จได้อย่างไร ในเมื่อยังคงมีการไล่ล่าจับกุม
ผู้ใกล้ชิดและให้การสนับสนุน ดร. ทักษิณ ชินวัตร อยู่อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้กรมสรรพากรขยายเวลาเรียกเก็บภาษี
จาก ดร. ทักษิณ ชินวัตร จากการขายหุ้นชินคอร์ปเป็นเงินกว่า 12,000 ล้านบาทก่อนคดีจะขาดอายุความในวันที่ 31 มีนาคมนี้
หากไม่ดำเนินการและปล่อยให้คดีหมดอายุความ ผู้เกี่ยวข้อง
และกรมสรรพากร อาจมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ปัญหาการสร้างความปรองดองในไทยนั้น เกิดจากความเข้าใจผิด
ที่กองทัพไทยเชื่อมั่นว่าตัวเองทำหน้าที่เป็นเหมือนกรรมการ
ยุติความขัดแย้ง ด้วยการก่อรัฐประหารหลายสิบครั้งในช่วงศตวรรษ
ที่ผ่านมาเพื่อปกป้องประเทศชาติ

แต่ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งของอาการป่วยไข้ที่ไทย
กำลังเผชิญ

ที่มา FB

Narin Sanguansap


ooo



Generals’ disarray

The Thai junta’s 20-year plan omits the most urgent item

It claims to crave national reconciliation while continuing to persecute political opponents





Mar 23rd 2017
Source: The Economist

WHEN its tanks rolled into Bangkok in 2014—ousting an elected government that had been paralysed by protests—Thailand’s ruling junta promised that democracy would be back in a jiffy. Three years on, there is still no sign of the promised polls. Instead, in mid-March, the generals treated diplomats and foreign journalists to a briefing on their “20-Year National Strategy”, a programme which, they insist, all future governments will be legally obliged to follow. It is only the latest indication that the men in uniform are here to stay.

The junta’s right to impose its master plan on Thailand is enshrined in its new constitution, which it rammed though in a referendum last year after banning campaigners from criticising the text. That document allows for fresh elections, which, after multiple postponements, are now expected in 2018. But it also empowers a junta-stacked senate and several unusual committees to baby-sit incoming governments—which includes giving these bodies the right to intervene should elected politicians choose to pursue their own policies instead of sticking to the generals’ preordained plan.

Spin doctors had previously stated, to general mystification, that the national strategy would encompass “six areas, six primary strategies and four supporting strategies”. The latest explanation was similarly vapid: a clutch of admirable but vague aspirations, such as improving the competitiveness of the economy and promoting equality of opportunity, flecked with trendy phrases such as “green economy” and “human capital”. The small print is to be filled out by committees, supposedly after public consultations. Cynics speculate that the details will be left woolly on purpose, to make it easier for the army to justify meddling whenever it likes.

Arthritic tiger

Everyone agrees that Thailand could do with a long-term plan. Once one of South-East Asia’s economic stars, it has grown more slowly than all of its large neighbours for years. In a report released earlier this month the World Bank warned that Cambodia, Malaysia and Vietnam looked more competitive. Well-connected tycoons dominate business; many schools outside the biggest cities are woeful. For years governments have splurged the largest part of their budget on the lucky residents of Bangkok and its industrial exurbs, helping to keep citizens in the outer provinces poor.

Insiders say the junta is more aware of these problems than the antics of Prayuth Chan-ocha, its cartoonish leader (pictured, at centre, in khaki), suggest. So far it has propped up growth through tax cuts, transfers and temporary incentives to boost consumer spending. But it looks incapable of instigating the contentious reforms that a 20-year plan should entail. It has been successful at squelching opposition in Thailand’s rural heartland, but remains beholden to a narrow urban clique determined to preserve its privileges. It introduced an inheritance tax in 2015, but only after greatly diluting the original proposal; a plan to tax land is crawling along.

Moreover, the junta’s schemes increasingly appear hostage to the whims of Thailand’s new monarch, King Vajiralongkorn, whose motives remain uncertain. He has already wrong-footed the generals twice: first, by choosing not to accede to the throne for a month after his father’s death last October; second, by ordering changes to sections of the junta’s constitution that lightly limited the palace’s ill-defined powers. (Those redrafts are now awaiting the king’s approval, one of several ways in which bigwigs have continued to tinker with the charter even though the electorate is supposed to have signed off on it.)

Lately the king has been purging and promoting court officials. Perhaps 20 people have left his service; cryptic notes in the Royal Gazette say they were dismissed for foibles including “procrastination” and “arrogance”; one “lacked enthusiasm”. In February the palace announced that Jumpol Manmai, a senior aide, had been sacked for “extremely evil behaviour”. He was later photographed with his head shaven, once a common punishment for Thais who offended the sovereign.

Some have taken this episode as a sign that the army and the palace are in fact rubbing along: Mr Jumpol was once thought close to Thaksin Shinawatra, a former prime minister whom the generals and their backers abhor. But the junta may well worry that the king will seek to use an annual army reshuffle, due in September, to shake up their ranks too.

The only way to secure Thailand’s next two decades is to defuse the quarrel that lies at the heart of its political strife: a sporadically violent class war that has pitted well-off urbanites, royals and soldiers against the sometimes bumbling governments that the more numerous rural voters elect when they have a chance. In January the generals announced that a “reconciliation panel” will hold hearings with some politicians, including members of Mr Thaksin’s party, Pheu Thai, which they have twice booted from power. The process is said to have started at the king’s initiative. The idea is that participants will eventually sign a new “social contract”.

But it is hard to see what such talks can achieve when the junta is still hounding Mr Thaksin and his supporters. Yingluck Shinawatra, another former prime minister who is Mr Thaksin’s sister, is still undergoing a slow trial for negligence while in office; this month the government said that a newly discovered “miracle of law” would allow it to claim 12bn baht ($360m) in taxes from Mr Thaksin, who now lives in self-imposed exile, despite the expiry of the relevant statute of limitations. Meanwhile the military insists that it is not an actor in Thailand’s politics, but a referee, and therefore need not take part in the reconciliation it is stewarding. In a remarkable feat of blindness, the soldiers still seem to believe that the dozen or so coups they have launched since the 1930s amount to a noble defence of the kingdom—and not the single biggest cause of its malaise.

สิงคโปร์ขยายถนนใช้วิธีย้ายต้นไม้ใหญ่แบบนี้ ประเทศไทยเรา น่าเอาเป็นแบบอย่างนะ




https://www.facebook.com/Nongkondeesrisahmon/videos/1864103693863098/


ฝันไปเถอะคับว่าประเทศไทยจะย้ายต้นไม้ โค่นอย่างเดียว
ชอบไปดูงานต่างประเทศแต่ไม่ทำตามที่ไปดูมา

ความเห็นจากโพสต์




คำสอนพุทธอิสระ : ก็ทำได้นี่นา....





ได้ฟังเรื่องที่พุทธะอิสระคุยกับผอ.พศ.พงศ์พร แล้วตัวเองตั้งกล้องอัดคลิปไว้แต่ไม่ได้บอกอีกฝ่าย ก็น่าเกลียดมากแล้วนะครับ

แถมในคลิปก็แนะนำโน่นนั่นนี่ เพราะอยากเหลือเกินที่จะให้คนนอกมาเป็นเจ้าอาวาสวัดที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย

ไม่รู้นิสัยเผือกของพุทธะอิสระมาจากไหนนะครับ ทั้งที่ตนเองก็ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่อะไร
และในคลิปก็ยังสอนด้วยว่า ห้ามเอาพระที่อยู่ใต้อาณัติของลูกพี่ ขึ้นมาปกครอง ง่าย ๆ คือ ไม่ให้เอาลูกวัดพระธรรมกายมาเป็นเจ้าอาวาสนั่นแหละครับ แต่มาดูพฤติกรรมของพุทธะอิสระเอานะครับ เพราะเรื่องที่อิสระห้าม อิสระก็ทำมาแล้วทั้งนั้น

เช่น อ้างว่าห้ามให้ลูกวัดพระธรรมกายขึ้นมาดูแลวัด
เมื่อก่อนพุทธะอิสระหลังถูกข้อครหาว่าโกงพรรษา ก็เอาลูกวัดขึ้นเป็นเจ้าอาวาส

อ้างว่าเอาคนที่เคยอยู่ในอาณัติขึ้นมาตรวจสอบลูกพี่เก่าไม่ได้
เมื่อก่อนที่พุทธะอิสระถูกโจทก์เรื่องอาบัติปาราชิก ก็ให้พระที่วัดตนเองตรวจอาบัติ

อ้างว่าถ้าผู้พิพากษาสนิทกับจำเลยก็ไม่น่าเชื่อถือ
แต่ตนเองที่ถูกคดีกบฎ ก็เป็นที่ปรึกษากับ DSI

สรุปที่พุทธะอิสระพูด มันย้อนเข้าตัวเองหมดเลย

น้องแสนดี
24 มีนาคม พ.ศ. 2560



......

คลิป facebook https://goo.gl/OmcQcC

ภาพ facebook https://goo.gl/7l6bZO

twitter https://goo.gl/fz42mf

line https://goo.gl/u6lRuo

youtube https://youtu.be/HaWzPIhUpjQ

#พุทธะอิสระ
#สุวิทย์
#พงศ์พร
#DSI
#ตอแหล
#น้องแสนดี

อ้างอิง

พุทธะอิสระให้สัมภาษณ์กับนักข่าว 22 มีค 60
https://www.facebook.com/buddha.isara/posts/10155070121633446

พุทธะอิสระคุยสั่งงานแนะนำกับผอ.พศ. 20 มีค 60
https://www.facebook.com/buddha.isara/posts/10155063630158446

พุทธะอิสระ ๓๐ มิ.ย. ๕๙ ประชุมคณะสงฆ์วัดอ้อน้อย พิจารณาอาบัติปาราชิกตนเอง
https://www.youtube.com/watch?v=JyPCHbJN7rA

พุทธะอิสระยื่นดีเอสไอเร่งรัด คดีตนเอง
https://www.youtube.com/watch?v=fOSocbjYKzs

.....


.....