วันพุธ, พฤศจิกายน 16, 2559

โปร่งใส แต่ไม่เปิดเผย - ปปช. ปฏิเสธคำร้องขอข้อมูลมติบอร์ดฯ 9ต่อ0 ยุติไต่สวน "โครงการอุทยานราชภักดิ์"





ที่มา Thai Publica
14 พฤศจิกายน 2016

จากกรณีนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ไต่สวน พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ พล.อ. ศิริชัย ดิษฐกุล ขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตในโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์นั้น ต่อมา พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559 คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงได้สรุปผลการไต่สวนข้อร้องเรียนดังกล่าวเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายหลังการพิจารณาหลักฐานทั้งหมดที่กองทัพบกและกระทรวงกลาโหมส่งให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ รวมทั้งคำให้การของพยานบุคคลแล้ว ปรากฏว่าไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ตามข้อร้องเรียน ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมี มติ 9 ต่อ 0 ยุติการไต่สวนโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์

ผู้สื่อข่าวไทยพับลิก้าใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ขอคัดสำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 6 กันยายน 2559 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติ 9 ต่อ 0 ยุติการไต่สวนโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ตามระเบียบคณะกรรมการป.ป.ช. ว่าด้วยการจัดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าตรวจดูเหตุผลของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติวินิจฉัยว่า ข้อกล่าวหาใดไม่มีมูล

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 นายวณิชย์ ศุภวณิชย์สกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทำหนังสือตีตราลับเลขที่ ปช 0002/2752 แจ้งผลการขอข้อมูลข่าวสารต่อผู้สื่อข่าวว่า “เรื่องดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติไม่รับเรื่องไว้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นการดำเนินการในชั้นแสวงหาข้อเท็จจริงเท่านั้น มิใช่เป็นกรณีการดำเนินการในชั้นไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติวินิจฉัยว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป ซึ่งกรณีดังกล่าวป.ป.ช.จะต้องจัดให้บุคคลทั่วไปสามารถตรวจดูเหตุผลที่มีมติของคณะกรรมการป.ป.ช.ได้ ตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม….สำนักงาน ป.ป.ช. จึงไม่อนุญาตให้คัดสำเนารายงานการประชุมและเอกสารประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้นำไปเสนอข่าวได้”

อนึ่งก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เพื่อขอให้ป.ป.ช.เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2559 โดยได้ไปติดต่อประชาสัมพันธ์ อาคาร 1 สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ ซึ่งด้านหน้ามีป้ายเขียนว่า “ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร” จึงเข้าไปสอบถามและขอแลกบัตรเพื่อยื่นคำร้องต่อศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ไม่ทราบว่าศูนย์ข้อมูลข่าวสารสังกัดหน่วยงานใดใน ป.ป.ช. ผู้สื่อข่าวจึงเปิดเว็บไซต์ ป.ป.ช. ให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ดู ว่าศูนย์บริการวิชาการอยู่ที่ชั้น 3 อาคารสถาบันป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์

เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จึงติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร และให้ผู้สื่อข่าวแลกบัตร เพื่อไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร อาคารสถาบันฯ สัญญา ธรรมศักดิ์ ซึ่งอยู่ด้านหลังของสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อผู้สื่อข่าวเดินไปถึงอาคารสถาบันฯ สัญญา ธรรมศักดิ์ ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคาร เพื่อขอพบเจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ห้ามบุคคลภายนอกขึ้นไปชั้น 3 เนื่องจากปิดซ่อมบำรุงทั้งชั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการวิชาการ

ผู้สื่อข่าวรอที่ด้านหน้าอาคารสถาบันฯ สัญญา ธรรมศักดิ์ ประมาณ 1 ชั่วโมง มีเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บริการวิชาการลงมาแจ้งผู้สื่อข่าวว่าเจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารไปอบรมที่อาคาร 1 ต้องรอหลัง 4 โมงเย็น ผู้สื่อข่าวเดินกลับไปที่ประชาสัมพันธ์ อาคาร 1 เนื่องจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่ให้ขึ้นอาคาร และเจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารไปอบรม

เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จึงประสานงานไปที่ศูนย์บริการวิชาการ และให้ผู้สื่อข่าวเดินกลับไปที่อาคารสถาบันฯ สัญญา ธรรมศักดิ์ อีกครั้ง รอสักครู่ใหญ่ก็มีเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการวิชาการลงมาชี้แจงว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรใหม่ โดยให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเข้าไปรวมอยู่กับศูนย์ประมวลข้อมูลสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งห้องทำงานอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ อาคาร 1

เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการวิชาการ ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ประมวลข้อมูลสำนักงาน ป.ป.ช. และให้ผู้สื่อข่าวเดินกลับไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ อาคาร 1 เพื่อเข้าไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ประมวลข้อมูลสำนักงาน ป.ป.ช.





เมื่อผู้สื่อข่าวได้เข้าพบหัวหน้าศูนย์ประมวลข้อมูลข่าวสาร สำนักงาน ป.ป.ช. จึงได้แจ้งวัตถุประสงค์ของการเดินทางมาที่สำนักงาน ป.ป.ช. ว่ามาใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ขอคัดสำเนาและรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 6 กันยายน 2559 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติ 9 ต่อ 0 ยุติการไต่สวน โครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ อีกทั้งระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการจัดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าตรวจดูเหตุผลของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติวินิจฉัยว่า ข้อกล่าวหาใดไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหานั้นเป็นอันตกไป พ.ศ. 2558 เพื่อนำไปประกอบการรายงานข่าว

หัวหน้าศูนย์ประมวลข้อมูลข่าวสาร สำนักงาน ป.ป.ช. สั่งให้เจ้าหน้าที่นำแบบคำขอข้อมูล ให้ผู้สื่อข่าวกรอกข้อมูลตามระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังกล่าว โดยขอคัดสำเนาและรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 6 กันยายน 2559 กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติ 9 ต่อ 0 ยุติการไต่สวน โครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณา ยื่นต่อหัวหน้าศูนย์ประมวลข้อมูลข่าวสาร สำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2559






นอกจากการยื่นขอข้อมูลข่าวสารที่สำนักงาน ป.ป.ช. แล้ว ผู้สื่อข่าวไทยพับลิก้าได้ยื่นคำร้องขอข้อมูลข่าวสารต่อกระทรวงกลาโหมและกองทัพบก ภายหลังจากที่ พล.ต. ยุทธนินทร์ บุนนาค กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ทำหนังสือแจ้ง สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้าว่า “ตามที่ผู้สื่อข่าวได้มายื่นคำร้องขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ “คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์” (พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นประธานคณะกรรมการ) และรายชื่อโครงการ คู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ผ่านศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2558 นั้น คณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้แนะนำให้ผู้สื่อข่าวไปยื่นคำร้องขอข้อมูลดังกล่าวนี้จากศูนย์ข้อมูลข่าวสารของกระทรวงกลาโหมและศูนย์ข้อมูลข่าวสารของกองทัพบกโดยตรง ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 กำหนดให้ผู้ยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามมาตรา 11 ถึงแม้ว่าข้อมูลข่าวสารที่ขอจะอยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานส่วนกลาง หรือสาขาของหน่วยงานแห่งนั้น หรือจะอยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นก็ตาม ให้หน่วยงานของรัฐที่รับคำขอให้คำแนะนำ เพื่อไปยื่นคำขอต่อหน่วยงานของรัฐที่ควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารนั้นได้

โดยเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2559 ผู้สื่อข่าวได้ใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารกระทรวงกลาโหม ขอคัดสำเนา “รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง โครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์” ที่มี พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นประธานคณะกรรมการ และวันที่ 27 ตุลาคม 2559 ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของกองทัพบกผ่านสำนักงานเลขานุการกองทัพบก เพื่อขอข้อมูลรายชื่อโครงการ คู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ตามคำแนะนำของ พล.ต. ยุทธนินทร์ บุนนาค กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

.....

เป็นคนดีมันดีแบบนี้นี่เอง ไม่ถูกตรวจสอบ
มิตรสหายท่านหนึ่ง