วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 15, 2558

เห็นเขาเม้าท์กันบนโซเชียลมีเดีย ว่าทั่นผู้นำต้องเรียกผบ.ทบ.คนใหม่ ไปคุยด่วนบนทำเนียบ เรื่องเกี่ยวกับกิจการทัพฟ้าอ๊ะป่าว ความเก่าครั้งจัดซื้อฝูงบินกริปเปน ๑๒ ลำจากสวีเด็น




เห็นเขาเม้าท์กันบนโซเชียลมีเดียเมื่อวันก่อน ว่าทั่นผู้นำต้องเรียกผบ.ทบ.คนใหม่ ไปคุยด่วนบนทำเนียบ

อันเนื่องมาแต่เช้าวันนั้น พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ให้โอวาทกำลังพลค่อนข้างกร้าว

“ขอกำลังพลทุกคนอย่าอยู่ในสังคมหูเบา ขอให้ทุกคนวิเคราะห์ ไตร่ตรองอย่างมีสติ และรับทราบข่าวต่างๆอย่างมีสติ และขอให้ทุกคนเชื่อมั่นผู้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้น ว่าจะนำพาหน่วยไปด้วยความมีเกียรติ ศักดิ์ศรี...


ปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ ในกองทัพมีทั้งคนเลว คนดี คนไม่ดี

ปัญหาคือ คนไม่ดีไม่รู้ว่าตัวเองทำไม่ดี ก็ขอให้คนที่ปฏิบัติดีมีคุณธรรมได้ช่วยกันตักเตือนให้กลับตัวเป็นคนดี”

ไม่รู้ว่าเรื่องที่ต้องคุยกันด่วนเป็น damage control เกี่ยวกับกิจการทัพฟ้าอ๊ะป่าว ความเก่าครั้งจัดซื้อฝูงบินกริปเปน ๑๒ ลำจากสวีเด็น เมื่อปี ๒๕๕๑ สมัยรัฐบาลขิงแก่

เนื่องจากเมื่อวานมีการยื่นฟ้องร้ององค์การคลังอาวุธป้องกันประเทศแห่งสวีเด็น (FMV) โดยสมาคมสันติภาพและการเจรจาต่อรองของสวีเด็น (SPAS) เพื่อให้ตำรวจสอบสวนความไม่ชอบมาพากลของโครงการจำหน่ายเครื่องบินขับไล่แบบ Jas 39 Gripen ให้กับประเทศไทย

นางแอนนา เอ็ค ประธานสมาคม SPAS ทำการแจ้งความต่อตำรวจเมื่อ ๑๓ ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากมีรายงานเปิดเผยความไม่ชอบมาพากลโดย Black Spot Project เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ว่า

“เจ้าหน้าที่ไทย ๓๗ คนได้รับทุนไปเรียน ณ มหาวิทยาลัยสวีเด็น โดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงซื้อขายฝูงบินขับไล่ ‘จ๊าส กริปเปน’

ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ องค์การเอฟเอ็มวีได้ลงนามสัญญาขอซื้อเครื่องบินจ๊าส กริปเปน ๖ ลำ กับระบบเรดาร์ ERIEYE หนึ่งชุด ถึงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ ก็ลงนามขายเครื่องบินแบบเดียวกันอีก ๖ ลำ พร้อมระบบเรดาร์อีกหนึ่งชุด”

(http://www.svenskafreds.se/spas-reports-fmv-for-suspected-b…)

หน่วยงานจับคอรัปชั่นของสถาบันต่อต้านคอรัปชั่นแห่งชาติเผยว่า หากปรากฏมีสายใยเชื่อมโยงกันระหว่างการให้ทุนการศึกษากับการจัดซื้อฝูงบินขับไล่ของกองทัพอากาศไทย ก็จะเป็นความผิดฐานติดสินบน นางแอนนาเรียกร้องให้มีการสอบสวนกรณีนี้โดยทางการสวีเด็น

รายงานของโครงการแบล้งสป็อตยังเปิดเผยด้วยว่า สถานทูตสวีเด็นในกรุงเทพฯ พยายามหลีกเลี่ยงไม่เอ่ยถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยเพื่อให้การขายฝูงบินขับไล่ราบรื่น

“ข้อเท็จจริงที่ว่าเอกสารการจัดขายฝูงบินขับไล่ถูกจัดให้เป็นเอกสารลับ และมีการลบหมายเลขประจำเครื่อง (serial numbers) ถือได้ว่าเป็นการคุกคามต่อระบอบประชาธิปไตยตรงๆ เลยทีเดียว”

หากองค์การเอฟเอ็มวีประสบความสำเร็จในคดีที่แจ้งความแล้วนี้ ความมัวหมองของคณะทหารที่ปกครองประเทศไทยอยู่ขณะนี้ก็จะยิ่งเลวร้ายไปกันใหญ่

เมื่อนับรวมกับการทุจริตจัดซื้อเครื่องมือตรวจระเบิด จีที-๒๐๐ และการซื้อเรือเหาะ คณะทหารไทยก็จะกลายเป็นพวกฉ้อราษฎร์บังหลวงตัวร้ายยิ่งกว่าที่แล้วๆ มา

เพราะโกงกินไม่ยิ่งหย่อนกว่านักการเมืองที่ตนก่นด่ากล่าวหาว่า “ติดสันดานโกงบ้านโกงเมือง” นั่นแล