วันศุกร์, กรกฎาคม 12, 2556

พระฮุบที่คลินิกพม่าอพยพล้างหนี้มาเฟียส่อลอยนวล

ไม่มีคำตอบจากพระกิตติศักดิ์-ทีมข่าวไทยอีนิวส์ได้ขอคำชี้แจงข่าวอื้อฉาวที่เกิดขึ้นกับพระกิตติศักดิ์ กิตฺติโสภโณ ซึ่งเจ้าตัวเข้ามาอ่านและรับทราบเรื่องราวข่าวที่พาดพิงถึงตั้งแต่เวลา12.06น.เมื่อวานนี้ แต่ไม่มีการชี้แจงใดๆ
******

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
12 กรกฎาคม 2556

กรณีพิพาทคลินิกแม่ตาว ที่พระกิตติศักดิ์ กิตติสุภโณ นำที่ดินไปขายให้กับนายตำรวจสภอ.ฝาง เชียงใหม่ ทำท่าว่าน่าจะตามเอาเงินคืนไม่ได้ กลุ่มผู้สนับสนุนกิจการของคลินิกของแพทย์หญิงพม่าพลัดถิ่้น จะต้องระดมทุนใหม่ ทั้งนี้จากการเขียนผ่านfacebookของ
กรณีฮุบที่ดินแม่ตาวสรุปว่า

1. คนที่ได้เงินไป 2.7 ล้านยอมรับว่าเอาเงินไปใช้หนี้นอกระบบและในระบบหมดแล้ว เหลือเงินในบัญชีหมื่นกว่าบาท

2. แหล่งข่าวของผมแจ้งว่า สามปีที่ผ่านมา (54-56) ไม่เคยมีการเรียกประชุมกรรมการมูลนิธิเลยแม่แต่ครั้งเดียว รายงานการประชุมที่มีมติให้ขายที่ดินสองแปลง ทำขึ้นมาเอง

3. เรื่องการฟ้องคดี จากการตรวจสอบเบื้องต้น หมอซินทียและคลินิกแม่ตาว และมูลนิธิสุวรรณนิมิต ไม่ต้องการเป็นโจทก์ฟ้อง ไม่ต้องการเอาพิมเสนมาแลกกับเกลือ เขาต้องการทำแต่งานบริการ

4. เรื่องการฟ้องคดี (ต่อ) ความเป็นไปได้คือกรรมการมูลนิธิที่ไม่เห็นชอบพับพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ต้องการติดร่างแห “นิติกรรมอำพราง” ครั้งนี้ ควรดำเนินการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิและยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง

5. คนที่เอาเงินไปใช้บอกว่า ยินดีเจรจา ขอเวลา 5 ปีเพื่อชำระหนี้คืน (เขาบอกว่า “ถือว่ายืมเงินไปใช้ก็แล้วกัน”) ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเจรจาอย่างไร เพราะดูจาก records การชำระหนี้ที่ผ่านมา ทำให้คนหลายคนเชื่อว่าแทงหนี้สูญได้เลย

6. ทางออก คนที่เห็นใจแม่ตาว ช่วยกันสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนเพื่อซื้อที่ดินคืนให้กับคลินิกครับ เบื้องต้น พระไพศาล วิสาโล และอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ รับจะเป็นแกนนำระดมทุนครับ ราละเอียดจะประกาศต่อไป


ทางด้านแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกรณีนี้ เปิดเผยว่า เขาสงสัยว่าเรื่องนี้อาจไม่ใช่การขายที่ดินปกติ มีข้อมูลที่น่าเชื่อว่า อาจเป็นกา่รโอนที่ดินเพื่อหักล้างหนี้ เพราะหากขายไป2.7ล้านบาท ก็ควรเหลือเงินมาคืนเมื่อถูกทวงถาม แต่เงินในบัญชีเมตตาธรรมรักษ์เหลือติดบัญชีอยู่เพียง1หมื่นบาทเท่านั้น
เขากล่าวเปิดเผยว่า  การขายที่ดินที่คลินิกแม่ตาวนั้น  ทำในนามของมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ ไม่ได้ทำในนามของพระกิตติศักดิ์ ซึ่งพระฯในฐานะประธานมูลนิธิไม่เคยมีการเรียกประชุมกรรมการเลยอาจจะถึงสองปี

ทราบว่าอาจารย์ชัยพันธุ์ ประภาสะวัต ซึ่งเป็นรองประธานมูลนิธิฯไม่รู้เรื่องการขายที่สองแปลงนี้เลย ไม่เคยมีการประชุม  มีแต่เอาหน้าสุดท้ายของรายงานการประชุม(ที่พระเขียนขึ้นเอง โดยน่าจะอ้างเป็นมติกรรมการว่าให้ขาย)เอามาให้อาจารย์ชัยพันธุ์เซ็น  ก่อนเรื่องจะแดงขึ้น หลังจากอาจารย์ชัยพันธุ์ทราบข่าว ก็ได้โทรศัพท์ไปต่อว่าพระกิตติศักดิ์"

ล่าสุดเมื่อวัีนที่10ก.ค. พระกิตติศักดิ์ได้ติดต่อเจรจากับคู่กรณี ตั้งเงื่อนไข 2 ข้อคือ ข้อแรก จะขอเจรจาสามฝ่าย คือตัวเอง คุณหมอซินเธีย และมูลนิธิสุวรรณนิมิต(นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน์  เป็นประธาน) โดยไม่ให้ใครมาเกี่ยวข้อง  และข้อ2. จะขอหาทางออกเป็นทำนองว่ามูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ขอยืมโฉนดไปจำนอง  และจะหาเงินมาใช้คืนภายใน 5 ปี ซึ่งคู่กรณีได้ปฏิเสธข้อเสนอของพระกิตติศักดิ์
 
มนุษย์เกิดมาก็มาแต่ตัว ตายไปก็เอาอะไรติดตัวไปไม่ได้ อย่ายึดถือมั่น กับสิ่งสมมุติทั้งหลาย ปล่อยวาง หัวเราะวันละ 10 ครั้ง ทานอาหารให้อร่อย นอนหลับให้สบาย ก็พอแล้ว

ส่วนว่าืทำไมพระกิตติศักดิ์ไม่จ่ายคืน หากขายและได้เงินจากพ.ต.ท.ชลเทพ ใหม่ไชย นายตำรวจ สภอ.ฝาง เชียงใหม่ จำนวน2.7ล้านบาท นั้น มีข้อน่าสงสัยว่า พระกิตติศักดิ์"อาจจะ"เป็นหนี้นายตำรวจผู้นี้ หรือเป็นหนี้คนอื่นๆมาเยอะ จึงเป็นการขายแบบใช้หนี้ คืออาจเหลือเป็นเงินค่าที่จริงแค่นิดเดียว เหมือนเอาที่ดินไปแลก

ทำไมผมจึงสงสัยเช่นนี้ เพราะเมื่อราว 16 หรือ17 ตุลาคม 2555 พระกิตติศักดิ์เคยเรียกร้องเอาเงินจากตัวแทน/ผู้ประสานงานของคุณหมอซินเธีย โดยนัดพบสองต่อสองที่ร้านกาแฟในตึกของร้านหนังสือสุริวงศ์บุคเซนเตอร์ ถนนศรีดอนไชย เชียงใหม่  บอกให้เอาเงินมาให้ 2 ล้านบาท ภายในสองวัน เพราะเอาโฉนดไปจำนองไว้กับมาเฟียท้องถิ่น”  หากไม่ได้เงิน ที่ดิน 2 แปลงดังกล่าวจะหลุดไป ทางคลินิกแม่ตาวตกใจมากไม่ทราบจะทำอย่างไร  แถมในช่วงเวลาใกล้กัน มีชายแปลกหน้าเข้าไปที่คลินิกแม่ตาว ที่แม่สอด จังหวัดตาก ไปดุกิจการไปดูที่  ซึ่งไม่แน่ว่า เป็นมาเฟียคนดังกล่าวไปเองด้วยหรือไม่  
     
พระกิตติศักดิ์ มีปัญหาเรื่องกู้หนี้ยืมสินคนใกล้ชิดแล้วเบี้ยวไม่ยอมใช้หนี้เป็นที่รู้กัน
  ขนาดอาจารย์ชัยพันธุ์ ข้างต้นยังโดน  และน่าจะยังไม่ได้คืน

แหล่งข่าวกล่าวว่า เขาคิดว่าพระฯใช้เงินมากผิดปรกดิ เป็นหนี้หยิบยืมผู้อื่น จนไม่ทราบจะหาวิธีไหนมาใช้หนี้ จึงต้องเอาที่ไปขาย  มีคนบอกว่าไปเป็นหนี้ค่าก่อสร้างจากร้านค้า และพระชอบจัดทัวร์พาพระสังฆาธิการผู้ใหญ่แถวนั้นไปประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่พระกิตติศักดิ์ให้เหตุผลว่าต้องใช้เงินมากในการว่าจ้างคนดูแลสวน แต่การว่าจ้างแรงงานพม่า ก็น่าสงสัยว่าทำไมมากขนาดต้องเกิดปัญหาการเงินตามมา

ผมเองอยากทราบว่าเรื่องนี้ พระสังฆาธิการเป็นลำดับขั้น เช่นเจ้าคณะตำบลเวียง  เจ้าคณะอำเภอฝาง และเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่จะว่าอย่างไร? ในฐานะผู้ปกครองของพระกิตติศักดิ์  

ไทยอีนิวส์ได้ขอคำชี้แจงจากพระกิตติศักดิ์ในประเด็นต่างๆที่ถูกพาดพิงถึง แต่ไม่มีคำตอบใดๆ โดยทีมข่าวไทยอีนิวส์ได้ขอคำชี้แจงข่าวอื้อฉาวที่เกิดขึ้นกับพระกิตติศักดิ์ กิตฺติโสภโณ ไปทางกล่องข้อความface bookของพระกิตติศักดิ์ Phra Kittisak Kittisobhano  ซึ่งเจ้าตัวเข้ามาอ่านแล้ว แต่ไม่มีการชี้แจงใดๆ

*******

เรื่องสืบเนื่อง:

เปิดปมลึกเสกที่ดินคลินิคพม่าพลัดถิ่นให้ตำรวจ ข้อเสนอที่ถูกปฏิเสธเพราะเหตุพฤติการณ์พระกิตติศักดิ์