วันจันทร์, กรกฎาคม 08, 2556

ทักษิณมาดู ตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่อยากเป็น เขาใช้ให้ทำอะไร?




โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
8 กรกฎาคม 2556

จริงหรือ ทักษิณไปเป็นที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แล้ว ภาพไม่เกี่ยวกับการเมือง       
ในเทปลับที่เผยแพร่ไปนี้ เสียงของชายที่เชื่อกันว่าอาจจะเป็นทักษิณได้เสนอว่าเขาอยากกลับประเทศ และไม่ต้องระแวงว่าจะกลับมาเล่นการเมือง โดยพูดว่า " นี่ เอาอย่างงี้สิ บอกอย่างงี้สิ วิธีอยากดองผมง่ายนิดเดียว ตั้งผมไปเป็นที่ปรึกษาทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่เป็นองคมนตรี ไม่เป็นอะไรทั้งสิ้น แต่ว่าถ้าถูกหนีบเอาไว้ตรงนั้นน่ะ ให้ Active ทางการเมืองยาก ถ้าถูกหนีบไว้ตรงนั้นน่ะ  เออ...จะใช้ผม ไม่ใช้ผมไม่เป็นไร แต่หนีบไว้ตรงนั้น ให้ทางการเมืองดิ้นยาก ทำให้ต้องไม่กล้าไปไหน ท่านจะปรึกษาก็ได้ ไม่ปรึกษาก็ได้ แต่ว่าถ้าที่ปรึกษาทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เหมือนน้องๆ สายวังเลยนะ มันก็เหมือนทำตัวเป็นคนของเจ้านาย ทำตัวเป็นอย่างอื่นไม่ได้ มันต้องหนีบเลย ล็อกเลย ผมไม่ขอเป็นองคมนตรีอยู่แล้ว เพราะว่า เราชอบเบี้ยว(หัวเราะ)
พอเรื่องจบปุ๊บเนี่ย พอผมกลับบ้าน ก็ประกาศตั้งตรงนี้ไปเลย มันเท่ากับว่าพอประกาศมาปุ๊บนี่ กลายเป็นคนของ เท่ากับในวังเอาไปหนีบไว้แล้ว จบ! ไม่ต้องทำอย่างอื่น แค่เป็นที่ปรึกษาทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มันก็เหมือนโดนหนีบไว้ทางอ้อม เป็นตำแหน่งที่ตั้งขึ้นมากี่ตำแหน่งก็ได้ เงินเดือนไม่ต้องมีก็ได้อยู่แล้ว"


ที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์-นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ที่ปรึกษาของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

สำหรับตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินฯนี้ เว็บไซต์ASTVผู้จัดการเคยนำเสนอข่าว เมื่อ วันที่ 24 เมษายน 2554 ในหัวข้อข่าว สำนักงานทรัพย์สินฯ มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวทหารกล้าพลีชีพ เนื้อหาข่าวมีดังนี้พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 รับมอบเงินจาก นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จากนั้นได้มอบเงิน และกล่าวให้กำลังใจแก่ภรรยาและญาตินายทหารที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่ปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนธม ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ จำนวน 4 นาย คือ จ.ส.อ.วิทยะ สวนชูผล สังกัดกองร้อยทหารพราน 960 จ.ส.อ.บุญรัตน์ สุขจิตต์ สังกัดกองร้อยทหารพราน 2606 อาสาสมัครทหารพรานสมคิด สมศรี สังกัดกองร้อยทหารพราน 2607 และ ส.อ.ประเวช หาราช สังกัดกองร้อยทหารพราน 2606

โอกาสนี้ นายสนธิญาณ ในฐานะตัวแทนสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และประชาชนที่ร่วมบริจาคเงิน กล่าวว่า ขอขอบคุณและตระหนักในบุญคุณของทหารกล้าทุกนาย ที่ทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย ทำให้คนไทยที่อยู่แนวหลัง อยู่อย่างปกติสุข มีความรู้สึกเสียใจต่อความสูญเสียของนายทหารกล้าที่เสียชีวิต ดังนั้นจึงขอมอบเงินให้กับญาติพี่น้อง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อไป



สำนักงานของ TNews ตั้่งอยู่บนอาคารของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และตัวสนธิญาณ ผู้บริหารก็เป็นที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินฯ(บก.ลายจุด:โพสต์ลงเฟซบุ๊ค)


ผู้แทนของสำนักงานทรัพย์สินฯ-นายสนธิญาณ หนูแก้ว ผู้แทนสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ขวาสุด)เมื่อครั้งเป็นตัวแทนสำนักงานทรัพย์สินฯไปร่วมกิจกรรมการกุศลนัดหนึ่ง(ภาพข่าว:positioningmag)


กลางใจอำมาตย์-เมื่อไวๆนี้สนธิญาณให้สัมภาษณ์สื่อว่าเขาเป็นสื่อที่เลือกข้างน้อยที่สุดแล้ว ค่อนข้างจะเป็นกลางมากที่สุด แต่คนไม่ตาบอดก็คงเห็นบทบาททางการเมืองของเขาว่าเป็นอย่างไร
ในซีรีส์"ลากไส้สื่อเหี้ย"เขียนโดยผู้ใช้นาม"รักในหลวงห่วงลูกหลาน"ให้ข้อมูลไว้ว่า สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม(หนูแก้ว) ผู้ก่อตั้งสำนักข่าวINNซึ่งมีบทบาทสกัดไม่ให้ณรงค์ วงศ์วรรณขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ในที่สุดบิ๊กสุต้องเสียสัตย์เพื่อชาติมาเป็น นำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ และเขาต้องตามไปแก้ไขในตอนจบของเหตุการณ์แบบลึกลับ

ทีนี้เพื่อตอบคำถามว่าทำไมชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ เพื่อนผู้พี่ของต้อย ตอนนี้ดูจะออกแนวเหลืองๆ ผมก็เลยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เป็นเรื่องที่ชัชรินทร์เคยบอกคนใกล้ชิดว่าเขาจะเก็บเรื่องนี้ให้ตายไปกับตัว ...

อย่างที่ผมเล่าไปว่าชัชรินทร์ชอบคบคนไม่มีอำนาจ หรือหมดอำนาจแล้ว มันก็มีองค์กรหนึ่งเคยมีอำนาจ ดันมาหมดอำนาจเพราะป่าแตก ก็คือพรรคคอมมิวนิสต์...ชัชรินทร์ก็ไปเอาพิรุณ ฉัตรวณิชกุล กรรมการกลางพรรคฯมาลงสัมภาษณ์ในหนังสือรายสัปดาห์ของเขา พิรุณก็พูดไปหลายเรื่องรวมทั้งเรื่องสมัชชา4พคท.ที่ทำให้ป่าแตก แล้วก็แนวทางการต่อสู้ด้วยอาวุธ

แต่ความซวยมาเยือน ทางการจับพิรุณได้พร้อมกับเมียคืออาจารย์ชล ตอนนั้นตั้งท้องแก่อยู่เป็นที่น่าอนาถมาก ชัชรินทร์ก็ต้องไปนอนคุกด้วย ตรงนี้จะเห็นว่าชัชโดนคุกข้อหาเป็น”แดง” มาวันนี้เสือกออก”เหลือง”นี่คนคงงองู2ตัวแดก

ชัชรินทร์ยังมีความสนิทสนมกับพวกป่าแตกอีกหลาย ในนั้นรวมทั้งคนเขียนหนังสือเรื่อง”จากดอยยาวถึงภูผาจิ”ชื่อนามปากกาจันทนา ฟองทะเล ฟังแล้วออกหญิงแต่แกเป็นผู้ชายนะฮะ แล้วก็ไปทำงานที่มหาลัยรังสิต กลายเป็นมือขวาดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ไป

ในยุครสช.มีการตั้งพรรคสามัคคีธรรมขึ้นพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ เป็นหัวหน้าพรรค ส่วนประธานสภาดร.อาทิตย์ได้เป็น และเป็นหนแรกในรอบหลายสิบปีที่ให้ประธานสภาผู้แทน เป็นประธานรัฐสภา มีสิทธิ์ในการเสนอชื่อทูลเกล้าใครเป็นนายกฯ

ตามคิวก็ต้องเป็นพ่อเลี้ยงณรงค์ แต่พ่อเลี้ยงณรงค์ดันโดนสำนักข่าวINNที่เพิ่งตั้งได้หมาดๆแฉว่าแกค้าผงขาวตราสิงโตคู
่เหยียบลูกโลก จนอเมริกาไม่ให้วีซ่าเข้าประเทศ


สำนักข่าวINNนั้นก่อตั้งโดยเพื่อนผมคือไอ้ต้อย-สนธิญาณ หนูแก้ว(ตอนหลังมาเปลี่ยนเป็นชื่นฤทัยในธรรม เพราะมันชักแก่วัด) ไอ้ต้อยนี่เป็นคนปักษ์ใต้ ตัวดำสะตอพันธุ์แท้ เข้าป่ามาออกมายังไงไม่รู้ เสือกไปสนิทกับอาจารย์จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยาซะงั้น อาจารย์จิรายุก็คือผู้อำนวยการทรัพย์สินฯไง พูดง่ายๆคือคนหาเงินให้ข้างบน

ไอ้ต้อยก็ให้อาจารย์จิรายุหนุนตั้งสำนักข่าวขึ้นมา ส่วนว่าINNไปเล่นพ่อเลี้ยงณรงค์จนชวดเก้าอี้นายกฯ เลยไปจบที่สุจินดา จนบานปลายเป็นพฤษภาทมิฬนี่ถือเป็น”แผนสมคบคิด”กันหรือเปล่า ผมก็ไม่อยากเดา เพราะไม่มีข้อมูลสนับสนุน แต่มันมีความเป็นไปเป็นมาอย่างนี้ ใครจะอยากสงสัยก็เชิญ ผมไม่เกี่ยว

พอเกิดพฤษภาทมิฬ ไอ้ต้อยก็ไปม็อบลุยกันใหญ่วันที่ยิงกันหน้าโรงแรมรอแยล ใครจะหนีก็ช่าง แต่ไม่ใช่ไอ้ต้อย ไอ้นี่บัญชาการลุยแถวหน้าเลยทีเดียว มันบอกมี"พระดี"เลยรอดมาได้

พอพฤษภาทมิฬจบ ในหลวงเรียกเด็กๆเข้าไปหมอบ แล้วฟาดก้นคนละป๊าบให้เลิก แต่ปัญหาไม่จบ เพราะต้องตั้งนายกฯใหม่ พวกพรรคสามัคคีธรรมก็หน้าด้านบอกว่า ก็พวกประท้วงอยากได้นายกฯจากการเลือกตั้งไม่ใช่เหรอ งั้นพวกกูก็ขอใช้สิทธิ์ให้หัวหน้าพรรคคนใหม่คือพล.อ.อ.สมบุญ ระหงส์ เป็นนายกฯ คนก็ยี้กันทั้งประเทศ ขอให้ยุบสภา แต่ตอนนั้นนายกฯก็ไม่มี มันก็ต้องหา หาไม่โดนใจเดี๋ยวมีม็อบภาค2อีก เพราะม็อบยังไม่แตกสนิท ไอ้ตู่จตุพรพาคนหลบไปสมรภูมิม.รามฯอยู่

อันนี้เรื่องของเรื่องเลยมาถึงบทตัวพระออกโรง คือชัชรินทร์นี่รู้จักกับจันทนา ฟองทะเล มือขวาของดร.อาทิตย์ที่เป็นประธานสภา อีกฟากก็สนิทกับไอ้ต้อย มือขวาอาจารย์จิรายุชนิดเป็นพี่น้องรักกันมาก ชัชรินทร์เลยต้องเป็นmatch makerไป

ชัชรินทร์เล่าให้คนใกล้ชิดฟังว่า เขาก็ได้ตัวประธานสภามาอยู่กับเขา แล้วเขาก็ได้ดร.จิรายุพาเข้าวัง ตอนเข้าวังไปนี่ชัชรินทร์ซึ่งเคยถูกจับข้อหาคอมฯก็บอกว่าทึ่งมาก เพราะในห้องทรงงานเต็มไปด้วยเครื่องมือเครื่องไม้ไฮเทค ชนิดที่ว่าแฟ็กซ์นี่เพิ่งมีกันในเมืองไทยตอนนั้น แต่ห้องทรงงานนั้นน่าจะมีอินเตอร์เน็ตใช้กันแล้ว...อย่าลืมว่าเป็นพ.ศ.2535นะ

ขอข้ามเรื่องวงในไป เดี๋ยวผมจะซวยฐานรู้มากแล้วเอามาเผยในที่แจ้ง สรุปก็คือตามที่คนไทยและชาวโลกตกตะลึงกันตอนนั้นคือ แทนที่รถของวังจะนำตราตั้งพระบรมราชโองการไปบ้านพล.อ.อ.สมบุญที่แต่งตัวชุดขาวรออยู่ท่ามกลางสำนักข่าวเพียบ และเสียงคนด่าแม่ทั้งประเทศ ก็ขับเลยไปบ้านนายอานันท์ ปันยารชุน และก็เรียบร้อยโรงเรียนจิตรลดาอย่างที่รู้กัน อานันท์เป็นนายกบร๊ะราชทานรอบ2!

ความสัมพันธ์ของชัชรินทร์กับสนธิญาณก็เหนียวแน่นยาวนานมาป่านนี้ ตอนนี้สนธิญาณก็ตั้งกลุ่มห่าเหวอะไรซักอย่างมั้ง ที่ให้สินบน1ล้านจับไอ้เหลี่ยมนั่นแหละ ส่วนชัชรินทร์ก็มาสัมพันธ์กับพี่เปลว ไทยโพสต์ที่แกเกลียดเหลี่ยมยังกะขี้ด้วย ก็เลยอาจจะเหลืองไปด้วย

คนหนังสือพิมพ์นี่อย่างผมด่าไปหากไม่ขายวิญญาณให้ซาตานเพราะกลายเป็นหมาหิวเงิน ก็อาจขายด้วยเหตุผลพิเศษอื่นๆ อย่างกรณีของชัชรินทร์นี่ไม่รู้ขายไปหรือยัง ก็ลองสดับดู...

และส่วนว่าไอ้ต้อยคัมแบ็คมามีบทบาททางการเมืองหนนี้มันมีมิชชั่นลับ"ระดับสูง"เหมือนตอนพฤษภาทมิฬหรือไม่ ก็คอยดูๆกันไป




ในแวดวงนักข่าวแล้วต้อยมีสายสัมพันธ์แน่นเหนียวกับชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ นอกจากนั้นก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสุนันท์ ศรีจันทรา ที่ตอนนี้จัดรายการทางทีวีวิทยุให้ร้ายฝ่ายเสื้อแดงทุกวัน และมักชวนคนดูคนฟังของสุนันท์ให้เตรียมใช้ความรุนแรงกับคนเสื้อแดง รวมทั้งสนิทสนมกับสำราญ รอดเพชร โฆษกพันธมิตรด้วย

ต้อยยังแนบแน่นกับเอ๋-สมชาย แสวงการ ในยุคทำงานINN ทั้งสองถึงขั้นเปิดผับแถวซอยรางน้ำร่วมกัน ปัจจุบันสมชาย หรือเอ๋ มาเป็นสว.ลากตั้งในกลุ่ม 40 สว.รับใช้อำมาตย์

ขณะที่ในสำนักข่าวINNในปัจจุบันยุคของ"ลุงชาวใต้"ซึ่งเป็นทายาทที่เสี่ยต้อยสร้างไว้ ดูจะได้รับอิทธิพลจากเสี่ยต้อยลูกพี่เก่าไม่น้อย สังเกตจากพาดหัวข่าว หรือข่าวที่ส่งทางSMSมักจะมีธงมีทางที่คอยดิสเครดิสเสื่อแดง ฝ่ายที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย และอิงแอบแนบชิดกับอำมาตย์อยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

สายสัมพันธ์สนธิญาณ+จิรายุ ผอ.สำนักงานทรัพย์สินฯ+บุญชัยอดีตเจ้าของDTAC

ฝนตกขี้หมูไหล คนอะไรมาเจอกัน-ต้อยกับเอ๋-สมชาย แสวงการ(ซ้าย)ยุคทำงานINN ทั้งสองถึงขั้นเปิดผับแถวซอยรางน้ำร่วมกัน ปัจจุบันสมชาย หรือเอ๋ มาเป็นสว.ลากตั้งในกลุ่ม 40 สว.รับใช้อำมาตย์
ต้อย สนธิญาณเล่าให้นิตยสารwho? magazine ฟังถึงชีวิตเขาจากกุ๊ยมาเป็นนักข่าวรวยระดับ100 ล้านในวันนี้ ก็เพราะได้ไปมีความสัมพันธ์กับดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และบุญชัย เบญจรงคกุล อดีตนายใหญ่ยูคอม เจ้าของDTAC คู่แข่งคู่กัดมือถือของทักษิณ ชินวัตร ดังความข้างล่างนี้

สมัยเป็นนักศึกษารั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ชื่อว่าเป็นนักกิจกรรมตัวยง ซึ่งทำให้ ชีวิตเขาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี และการเป็นนักกิจกรรมนี้เองทำให้เขามีโอกาสร่วมงานกับ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และกลายเป็นจุดหักเหที่ทำให้เขาได้มีโอกาส กระโดดเข้าสู่งานชิ้นสำคัญทางด้านสื่อโทรทัศน์และวิทยุ

เส้นทางการก้าวเข้าสู่ชีวิต"นักข่าว"ของสนธิญาณ เริ่มต้นจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 สมัยที่ประชา มาลีนนท์ ลูกชายคนรองของ วิชัย มาลีนนท์ เป็นผู้ควบคุมดูแลงานทางด้านข่าวของสถานี จากนั้นโลดแล่น อยู่บนถนนน้ำหมึก ร่วมกับ ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ ทำหนังสืออาทิตย์วิเคราะห์ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เขาก้าวสู่เส้น ทางธุรกิจวิทยุ จัดตั้งสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น (INN) บุกเบิกการนำเสนอข่าว 24 ชั่วโมง สร้างความฮือฮาให้กับ วงการสื่อด้านวิทยุอย่างมากในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา

จวบจนเมื่อครั้งสำนักงานทรัพย์สินฯ ก้าวเข้าสู่กิจการทางด้าน “สื่อ” ในนามของสยามทีวี แอนด์ เทเลคอมมิวนิเคชั่น เขาได้รับมอบหมายจาก ดร.จิรายุให้เข้ามารับงานชิ้นนี้ ซึ่งมีส่วนร่วมกับทีมของ จุลจิตต์ บุณยเกตุ ในการทำข้อเสนอในการยื่นประมูล จนกระทั่งสามารถคว้างานประมูลมาได้ ทำให้ก้าวกระโดด สู่สยามทีวี และเป็นสื่อประเภทเดียวที่ยังไม่มีโอกาสทำสำเร็จ เพราะมีปัญหาของผู้ถือหุ้นเสียก่อน ทั้งนี้ ในช่วงที่ไอเอ็นเอ็นไปมีสายสัมพันธ์กับมีเดียพลัส ก็เคยมีการตกลงจะผลิตข่าวป้อนให้ไทยสกายทีวีมาแล้ว แต่ความฝันต้องสลายเป็นครั้งที่ 2

ไม่นาน สนธิญาณจึงกลับไปปักหลักใหม่กับไอเอ็นเอ็นอีกครั้ง แม้ว่าคลื่นข่าวของไอเอ็นเอ็นยัง สามารถจับกลุ่มผู้ฟังได้เหมือนเดิม แต่ปัญหาครั้งนี้ไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อน เมื่อต้องมาเจอกับเรื่องเงินลงทุน เพราะสำนักงานทรัพย์สินฯ ก็บอบช้ำ เพราะขาดทุนกับธุรกิจทางด้านสื่อและโทรคมนาคมมาไม่น้อย จึงลดการ ลงทุนในธุรกิจสื่อลงทั้งหมด เขาจึงต้องหาพันธมิตรรายใหม่มาร่วมลงทุนในไอเอ็นเอ็นแทน

และเป็นเวลาเดียวกันที่กลุ่มยูคอมกำลังขยายธุรกิจทางด้านบรอดคาสติง ยูคอมจึงกลายมาเป็น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในไอเอ็นเอ็น ไม่นานปัญหาก็เกิดขึ้นมากมาย ทำให้เขาตัดสินใจออกมาก่อตั้งสถานีวิทยุ BUSINESS RADIO FM 96.5 จากนั้นมาตั้งสำนักข่าว ทีไอเอ็น เรดิโอ ใช้สถานีวิทยุ คลื่นหญิงพลังหญิง และคลื่นหญิงพิทักษ์เมือง จนกระทั่งมาเปิดบริษัทของตัวเองในนาม สำนักข่าว T-NEWs, บริษัท กรีน โพรเท็คท์ จำกัด และเป็นผู้บริหารคลื่นวิทยุ FM101 MHz, 102.5 MHz, 103.5 MHz, 104.5 MHzและดร.จิรายุนั้นเป็นใคร?

นอกจากทำสถานีข่าวดาวเทียมTnewsแล้ว ก็ยังมีบทบาทในการเคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาลหลายกรณี นับจากกลุ่มพิทักษ์สยามที่เชิดเสธ.อ้ายเป็นแกนนำและพังไปแล้ว มาถึงกลุ่มหน้ากากขาวที่สนธิญาณยอมรับว่าเขาสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง(ดูข่าว เวปทนายแม้วแฉเสี่ยต้อยผู้ชักใยม็อบหน้ากากขาว)

ลำพังแค่คำถามและความสงสัยเพียงนี้ ก็กระทบกระเทือนต่อเบื้องสูงแล้ว ดร.จิรายุคิดดีแล้วหรือไรในการให้ม้าใช้ใกล้ชิด-เสี่ยต้อยร้อยล้านรับงานนี้ ...หาคนไกลๆตัวหน่อยถามเสี่ยต้อยดูได้ ประเภทที่เนียนๆไม่โฉ่งฉ่าง ไม่มีบูมเมอแรงระดับนี้

ด้วยความเป็นห่วงดร.จิรายุ และด้วยความอยากร่วมเฝ้าระวังพิทักษ์และปกป้องสถาบันฯ
*****
รู้จักเครือข่ายของเสี่ยต้อยนักข่าวร้อยล้าน:

-สำนักข่าวT-newsสารภาพเป็นคนทำซีดีโจมตีเสื้อแดง-เพื่อไทย

-สนธิญาณ กับบทบาทกลุ่มสยามสามัคคี ที่เคยลงขัน1ล้านจับทักษิณ,ขึ้นคัตเอาต์ต้านเสื้อแดง และฯลฯ

-ไอ้คลั่งสุนันท์ปลุกระดมผ่านสื่อฆ่าหมู่เสื้อแดง พฤติกรรมเลียนแบบวิทยุแห่งความตายรวันดา

-อดีตผู้นำนศ.6ตุลาคลั่งยุปราบเศษมนุษย์เสื้อแดง

-สื่อกระหายเลือดเปลว สีเงิน:ฆ่าเสื้อแดงไม่บาป!..

-ภารกิจลับระดับสูงของปีย์-ดร.สมเกียรติ-พญาไม้-ไพศาล แต่ประชัยเจอตอเบ้อเร่อเลย

-รู้จักหัวโจกสำนักข่าวINN


-ซีรีส์ฮาร์ดคอร์ลากไส้สื่อเห้(18ตอนจบ):กำเนิดและอวสานของมหากาพย์ถลกหนังสื่อเหี้ยมม.ม้าหาย