วันจันทร์, กรกฎาคม 01, 2556

สุรชัย แซ่ด่าน หวังจะได้พระราชทานอภัยโทษพรุ่งนี้



คุณสุรชัยยังเชื่อว่าจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ   โดยแกเชื่อว่าเป็นสัญญาณจากสำนักราชเลขาธิการ  ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์   นอกจากนี้แกยังได้ข่าวจากสถานทูตเกาหลีว่า  พรุ่งนี้จะมีการพระราชทานอภัยโทษลงมา 



วันนี้ผมไปเยี่ยมคุณดารณี  ชาญเชิงศิลปกุล  หรือดา ตอร์ปิโด

จากที่เห็น  ก็อย่างที่คุณหมอเหวงบอก  คือเธอดูสดใสขึ้น   ดูไม่ออกว่ามีอาการเจ็บป่วย   แต่ก็อ่ะนะ...วันนี้ผมไม่ได้ถามอาการเธอ   และถ้าไม่ถามเธอก็ไม่เคยบอก   ถึงเธอจะดูดีขึ้น   แต่การที่ไม่ได้รักษา(ต้องผ่าตัด)   อาการเจ็บป่วยคงยังมีอยู่แน่นอน

เรื่องที่เธออยากพบผมก็คือเรื่อง   การยื่นฎีกา   โดยเธอได้ยื่นคำร้องจากในคุกผ่านโต๊ะคดี(ตามที่เธอเรียก)   ขอขยายเวลาฎีกาไปถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2556 (ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 12 มิถุนายน 2556...ครบกำหนดยื่นฎีกาภายในวันที่ 12 กรกฎาคม 2556)   โดยเหตุผลที่เธออ้างในการขอขยายเวลาฎีกาคือ  ทนายความยังไม่ได้ไปพบเธอ

เรื่องนี้ผมเคยยื่นคำร้องต่อศาลอาญาแล้ว   ขอให้ส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์  แจ้งทนายจำเลยด้วย   แต่ศาลอาญาก็ไม่สนใจ   เบิกตัวดาไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยไม่ได้ส่งหมายแจ้งทนายจำเลยแต่อย่างใด  ตรงนี้ถ้าหากศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องปล่อยตัวดาไปก็คงไม่มีปัญหาอะไร   แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน  จำคุกดา 15 ปีตามศาลชั้นต้น(ศาลอาญา)   การไม่แจ้งทนายจำเลยทราบ   ทนายจำเลยย่อมไม่ทราบการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

สัปดาห์นี้ผมยังไม่มีเวลาไปถ่ายสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์   สัปดาห์หน้าก็ต้องไปอุบล   กลับมาอีกทีก็สิ้นเดือน   คงต้องรอต้นเดือนหน้าค่อยว่ากัน

แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่อยากพูดในวันนี้

การคุยกับดาวันนี้หนักไปทางการเมืองและเรื่องอื่นๆมากกว่าคดี   ประกอบกับผมไปถึงใกล้เที่ยง (ราว 11.30 น.) จึงมีเวลาคุยน้อย   ที่จำได้คือ

ดาฝากแสดงความยินดีกับคุณประชา  ที่ได้เป็นรัฐมนตรีต่อ   และฝากบอกว่า  เธอรอคอยการไปเยี่ยมของคุณประชา 3 ปีแล้ว  ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครช่วยส่งข่าวไปถึง พณฯท่าน หรือเปล่า   ลำพังเสียงของผมคงไม่ดังพอ

นอกจากนี้   บรรดาแกนนำ นปช. ก็ไม่เคยไปเยี่ยมดาเลย   ไม่ว่าจะเป็นคุณณัฐวุฒิ   หรือคุณจตุพร   คงมีเพียง อ.ธิดา เคยไปเยี่ยมเธอ 1 ครั้ง   และคุณหมอเหวงไปเยี่ยม 2 ครั้ง  ครั้งหลังก็อย่างที่คุณหมอเหวงเคยโพสต์บอกไปแล้ว   แต่ละครั้งที่ไปเยี่ยมเธอ  คุณหมอเหวงได้ฝากเงินให้เธอ 2,000 บาท

สิ่งที่เธออยากได้จากรัฐบาลนี้   คือ   เธออยากย้ายไปอยู่เรือนจำหลักสี่   แต่เธอกลับฝากถึง อ.หวาน ให้ช่วยเธอในเรื่องนี้

ส่วนเรื่องการนิรโทษกรรม   มันคงไม่มีหวังจากรัฐบาลนี้อยู่แล้ว(อันนี้ผมพูดเองครับ...ส่วนเธอก็เริ่มรู้เช่นเห็นชาตินักเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยแล้ว)

หลังจากเยี่ยมดา   ทีแรกก็ว่าจะกลับ   แต่แล้วก็นึกได้ว่าไม่ได้มาพบคุณสมยศนานแล้ว   ก็เลยวนรถกลับไป

พอถึงห้องพบทนายของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ   ปรากฏว่าแอร์เสีย   แล้วการก่อสร้างของห้องนี้  ถ้าไม่มีแอร์ก็ดีกว่าเตาอบไม่มาก  ทั้งร้อนและอับ  สงสารก็แต่เจ้าหน้าที่ประจำห้องที่ต้องทนอยู่ทั้งวัน  สัปดาห์ละ 5 วัน

พอยื่นเอกสารขอพบ  เจ้าหน้าที่ทักว่า "คนเดียวหรือ" ได้ยินทีแรกผมก็ไม่คิดอะไร  เขาคงถามไปตามปกติ   แต่ที่เซอร์ไพร้ส์เล็กๆคือ  เขาจำได้ว่าคุณสมยศอยู่แดน 1    พอเอาเอกสารไปให้หัวหนาเขาเซ็นต์ก็ทักเหมือนกันอีก  แต่คราวนี้เขาเรียกคุณสมยศว่าอาจารย์ "อาจารย์สมยศคนเดียวหรือครับ"    อันนี้แปลกใจจริงแล้ว...อาจารย์สมยศ   ได้ยินแล้วก็เลยนึกถึงคุณสุรชัย(เพราะคนเสื้อแดงต่างก็เรียก อ.สุรชัย)   เขาก็ให้กรอกเพิ่มได้   โดยบอกว่า  อยู่แดน 1 เหมือนกัน....รู้ว่าอยู่แดนไหนอีกด้วย!!

เป็นอันว่าได้คุยกับคุณสุรชัยและคุณสมยศพร้อมกัน

เท่าที่เห็น  ทั้งคุณสุรชัยและคุณสมยศต่างก็สบายดี   ไม่เห็นวี่แววความเจ็บป่วย   แต่ผมก็ไม่ได้ถามด้วย

คุณสุรชัยยังเชื่อว่าจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ   โดยแกเชื่อว่าเป็นสัญญาณจากสำนักราชเลขาธิการ  ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์   นอกจากนี้แกยังได้ข่าวจากสถานทูตเกาหลีว่า  พรุ่งนี้จะมีการพระราชทานอภัยโทษลงมา   แต่ยังไม่แน่ว่าเป็นคนเกาหลี   หรือตัวแกเองกับคุณหนุ่มเมืองนนท์

แต่ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้พระราชทานอภัยโทษ   ก็คงเป็นวันที่ 12 สิงหาคมนี้   แกก็เลยอยากให้ผมพูดกับดาให้เปลี่ยนมาขอพระราชทานอภัยโทษแทนการยื่นฎีกา   แต่ผมคุยกับดามาก่อนแล้ว  ก็เลยไม่ได้รับปาก

สรุปก็คือ  คุณสุรชัยอาจได้ออกจากคุกพรุ่งนี้   หรือไม่ก็วันที่ 12 สิงหาคมนี้

สักพักหนึ่งคุณสุรชัยขอตัวเข้าไปก่อน   เลยคุยกับคุณสมยศตามลำพัง

คุณสมยศไม่ได้เชื่อตามที่คุณสุรชัยเชื่อ   แต่เรื่องนี้ก็คงต้องคอยดูกันต่อไปว่าคุณสุรชัยจะได้รับพระราชทานอภัยโทษตามที่แกยื่นเรื่องขอไปหรือเปล่า   แต่อย่างน้อย   หนังสือขอพระราชทานอภัยโทษของคุณสุรชัย  และคุณหนุ่มเมืองนนท์   ก็ไปถึงสำนักราชเลขาธิการแล้ว

ตอนอยู่ลำพัง  ผมได้ถามถึงสุขภาพ   คุณสมยศก็บอกว่าสบายดี   ถามถึงอาหารการกิน   แกบอกว่าต้องสั่งมากิน   กินของเรือนจำไม่ได้   ตอนแรกที่เข้าไปก็กินอาหารเรือนจำถึงได้เป็นเก๊า

อืม...ที่ได้ข่าวว่าคุณสมยศป่วยเป็นเก๊า   เป็นเพราะอาหารของเรือนจำหรือนี่

ถึงแม้ตัวคุณสมยศจะอยู่ในคุก   แต่แกก็เอาแต่พูดถึงขบวนการต่อสู้   แกอยากให้มีกองทุนในการเคลื่อนไหว   เพราะมีหลายกลุ่มที่ติดขัดเรื่องเงินทุนจนไม่สามารถเคลื่อนไหวอะไรได้

คุณสมยศยืนยันถึงการต่อสู้คดี   โดยได้ยื่นอุทธรณ์แล้ว   และได้พูดว่า "อยู่ในคุกมี 3 อย่าง เพี้ยน(บ้า) เบี่ยงเบนทางเพศ  ตาย   เส้นทางนี้อันตราย  แต่เดินไปเพื่อให้วงการเขาได้ต่อสู้กัน"   ในส่วนคดีของแก  คุณสมยศเห็นว่า  การเปลี่ยนคณะผู้พิพากษาโดยเอาคณะอื่นที่ไม่ได้อยู่ในการไต่สวนตั้งแต่ต้น  มาตัดสินคดี   เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง   ผมฟังแกพูดแล้วรู้สึกว่าแกน่าจะเขียนได้ดีกว่าผม  เลยบอกให้แกเขียนเอง

ขอจบด้วย  การย้อนหลังไปที่การเยี่ยมดา

หลังเดินออกมาจากการเยี่ยมดา  นึกได้ถึงป้ายที่ติดไว้หน้าทัณฑสถานหญิงกลางที่สะดุดตาตั้งแต่ตอนเดินเข้าไป  จึงย้อนกลับไปจดมา   ป้ายนั้นมีโลโก้ของราชทัณฑ์มุมซ้ายบน  และมีข้อความว่า "กรมราชทัณฑ์  สร้างงาน  สร้างอาชีพ  แรงงานรับจ้างมากกว่า 200,000 คน"

อืม....นักโทษคือแรงงานที่กรมราชทัณฑ์ใช้ทำงานหารายได้