วันอังคาร, กรกฎาคม 09, 2556

ผู้จัดคนค้นคนห้ามซื้อข้าวสารพิษตกค้างหนูตายใน5นาที วงในโต้ตกเป็นเครื่องมือพวกเสียประโยชน์



โดย ทีมข่า่วไทยอีนิวส์
9 กรกฎาคม 2556

โลกโซเชียลเน็ตเวิร์คมีเรื่องฮ็อตเกิดขึ้นในวันนี้ เมื่อมีการแพร่กระจายข่าวไปตามface book, twitter, lineอ้างว่้า นายสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ  ผู้จัดรายการ พิธีกร นักแสดง ผู้ดำเนินรายการ คนค้นฅน และผู้บริหารในบริษัท ทีวีบูรพา ได้โพสต์ข้อความผ่านหน้าเฟซบุ๊กตัวเอง Suttipong Thamawuit โดยระบุถึงโรงสีข้าวที่กำลังเตรียมส่งข้าวออกจำหน่าย ที่มาจากโรงสีรายใหญ่ในภาคอีสาน และเป็นโรงงานของ ส.ส.เพื่อไทย พร้อมระบุว่ามีสารพิษตกค้าง และสารดังกล่าวไม่สามารถละลายในน้ำได้ แถมทำให้หนูตายใน 5 นาที นอกจากนี้ยังระบุถึงยี่ห้อข้าวที่ไม่ควรซื้อมารับประทานอีกด้วย  สำหรับข้อความทั้งหมดมีดังนี้


แล้วแต่จะพิจารณานะครับ ผมไม่ได้มีประโยชน์ได้เสีย โรงสีข้าวที่กำลังเตรียมส่งข้าวในสต็อกออกจำหน่ายให้กับผู้ผลิตรายใหญ่  // ได้แก่ โรงสีข้าวทรัพย์อนันต์, โรงสีไฟวิญญูยโสธร,  โรงสีทรัพย์สิรินธร  เป็นโรงสีของภาคอีสาน เป็นโรงงานของ... คนจะมีสารพิษตกค้าง เพราะสารตัวนี้ไม่สามารถ ละลายในน้ำได้ หนูตายใน 5 นาที
ห้ามซื้อ ข้าวหอมปทุมธานี ทุกยี่ห้อ ตอนนี้ข้าวถูกจำหน่ายออกในนามข้าวหอมปทุมธานี เนื่องจากคนกลัวข้าวจากอีสาน และ สต็อกต่อไปคือข้าวเสาไห้ ยี่ห้อ เบญจรงค์ ห้ามเด็ดขาด ข้าวตราฉัตร ทุกประเภทห้ามทาน

เรื่องดังกล่าวนับเป็นเรื่องใกล้ตัว และคนโพสต์ฺเรื่องนี้มีชื่อเสียง จึงมีการแพร่กระจายลุกลามไปรวดเร็ว เช่นภาพข้างต้นเผยแพร่ผ่านหน้าเพจv for thailand หรือกลุ่มหน้ากากขาว ต่อมาเว็บไซต์หนังสือพิมพ์แนวหน้่า ได้นำเสนอรายงานข่าวนี้ ยิ่งทำให้มีการแพร่กระจายออกไปรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามเมื่อคลิ้กเข้าไปดูหน้าเพจที่อ้่างว่านายสุทธิพงษ์เป็นคนโพสต์เรื่องนี้คือ https://www.facebook.com/suttipong.thamawuit/posts/514663218607028 ปรากฎว่าถูกลบไปแล้ว ต่อมาในเวลาราว21.00 น.นายสุทธิพงษ์ได้postข้อความต่อไปนี้

เร็วกว่าไฟลามทุ่ง ถึงแม้ผมจะลบไปแล้ว เร็วที่สุดเท่าที่ผมจัดการได้เมื่อเห็นผลของความสะเพร่า ไปไกลเกินกว่าเจตนาแห่งสัมมาทิฐิและกุศลเจตนา อย่าให้และอย่าใช้ผมไปก่อกรรมกับใครเลยนะครับ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าผมสามารถลบความจริงทิ้งได้ และไม่ว่าใครก็ไม่สามารถลบกรรมทั้งดีชั่วทิ้งได้ โดยเฉพาะการกระทำกับชาวนาและข้าวปลาอาหาร
นายสุทธิพงษ์ มีหน้าแฟนเพจในfacebookอีกอัน แต่ไม่มีการpostข้อความดังกล่าว


อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญวงการตรวจสอบสินค้าการเกษตรรายหนึ่งได้ชี้แจงผ่านทางโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คว่า เรื่องที่นายสุทธิพงษ์อ้างถึงนั้นไม่เป็นความจริง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ข้อมูลนี้ไม่จริงครับ สารรมควันเพื่อกำจัดแมลงศัตรูพืชเป็นสารระเหิดออกฤิทธิ์ต่อระบบการหายใจต่อสิ่งมีชีวิต มี 2 ชนิดที่ใช้ในประเทศและทั่วโลก คือ

1.เม็ธทิลโบรไมด์ ออกฤิทธิ์ใน 24 ชม. หมดกลิ่นและสภาพใน 72 ชม.ราคาแพงมากเป็นยานำ้บรรจุถังระบายระเหยเป็นควัน ราคาแพงมาก กก.ละ380บาท ปัจจุบันเป็นสินค้าที่ควบคุมทั้งการจำหน่ายและการใช้ของกองวัตถุมีพิษ ต้องขออนุญาตก่อนใช้ ผลข้างเคียงคือทำลายชั้นบรรยากาศ ทั่วโลกจึงลดปริมาณการใช้ลง แต่เป็นสารที่ไ้ด้ผลมากที่สุด 

2.อีกตัวคืออะลูมิเนี่ยมฟอสไฟด์ หรือฟอสฟิล เป็นชนิดเม็ด ใช้บรรจุุุงผ้าขาวบางแขวนตามกองข้าวห่างกัน3-4เมตรต่อจุด ปริมาณใช้ 1gm/ton ออกฤิทธิ์เต็มที่ใน72ชม.แล้วค่อยระเหยหมดไปภานใน7-10วัน 

ทั้ง2ชนิดไม่มีสารตกค้างใดๆ พอเก็บผ้าคลุมรมยาสัก3วันมอดก็กลับมากินใหม่ แต่ไม่มีผลต่อไข่ของแมลง 

ส่วนที่พบหนูและแมวตายนั้นเพราะมันไปซ่อนตัวในกองสินค้าก่อนการรมยา เมื่อกองสินค้าถูกคลุมผ้่าพลาสติกอย่างหนา และเจ้าหน้าที่ปล่อยยา สัตว์หายใจเข้าไป จึงถูกฤิทธิ์ยาทำลายระบบหายใจ จึงเสียชีวิต 

คุณสมบัติเหมือนกับDDTกำจัดยุงและแมลงแต่แรงกว่าออกฆิทธิ์นานกว่าเท่านั้นเอง และใช้มากว่า50ปีแล้ว 

อนึ่ง ชื่อโรงสีที่เอ่ยมาเป็นโรงสีในเขต อุบลฯ ยโสธร อำนาจเจริ ญและศีรษะเกษ ซึ่งเป็นถิ่นผลิตข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพดีที่สุด และแพงที่สุดของเมืองไทย แต่กรณีที่ผู้แจ้งพบควรจะเป็นเขตภาคกลางและเหนือตอนล่างมากกว่า เพราะพัวพันกับการนำข้าวเก่าในคลังหลวงมาวนจำนำใหม่ และพอมีเรื่องก็นำมาผสมขาย แต่ผู้ผลิตบรรจุุึงขายไม่เล่นด้วย จึงปล่อยข่าวโจมตี ต้องพิจารณาให้ดีมีอะไรสงสัย ถามผมได้ เป็นอาชีพตรวจสอบโดยตรงของผมครับครับ ทุกท่านฟังความจริงจะได้ไม่ต้องกังวลในการบริโภคข้าว



*************

-ดราม่า:หลักฐานไม่ต้อง!คุณธรรมสำคัญกว่า!!