วันศุกร์, พฤษภาคม 03, 2556

พระราชInstagramทูลกระหม่อมทรงพระฮ็อตทะลุแสน กับปรากฎการณ์น่ารักจุงเบยเพคะ สไตล์ไทย ๆ

ทรงพระฮ็อต-Instagramของทูลกระหม่้อมหญิงอุบลรัตน์ มีพสกนิกรชาวไทยตามชื่นชมพระบารมีทะลุหลักแสนแล้ว



โดย จุฑาพร โฉมงาม

ดิฉันได้มีโอกาสอ่านคอลัมน์สองคอลัมน์ผ่านทางเว็ปไซต์ไทยอีนิวส์ ที่นำภาพของคุณอุบลรัตน์* หรือที่คนไทยหลาย ๆ คนได้รู้จักเธอ และเรียกเธอติดปากในชื่อของ ทูลกระหม่อมบ้าง ทูลหม่อมหญิงบ้าง ฟ้าหญิงองค์ใหญ่บ้าง ไรบ้าง มาลงเมื่อเร็ว ๆ นี้ 

ดิฉันก็อดสังเวชใจไม่ได้

ที่ว่าสังเวชใจในที่นี้ จริง ๆ ก็ไม่ใช่เป็นเพราะกริยาท่าทาง และพฤติกรรมแปลก ๆ ของคุณอุบลรัตน์ดังที่เห็นในภาพต่าง ๆ ผ่านทางหน้าอินสตาแกรมของเธอเท่าไรหรอก แต่ที่สังเวชใจมากกว่าก็คือความเห็นและความคิด (or lack thereof) ของเหล่าบรรดาสลิ่มสาวกที่เข้ามากรี๊ดกร๊าด คลั่งไคล้ หลงใหล เชิดชูบูชาราวกับว่าเป็น “เซ่เล็ป” ระดับโลกเลยทีเดียว 

และความสังเวชใจของดิฉันก็ไม่ได้เกิดมาจากความอิจฉาริษยาที่ไม่ได้มี “แควนขับ” เยอะเท่ากับคุณอุบลรัตน์ แต่อย่างใด ทว่าความสังเวชใจของดิฉันเกิดจากความเวทนาและความห่วงใยในอนาคตของประเทศไทย หากประชาชนคนรุ่นใหม่ของประเทศเป็นแบบนี้กันส่วนใหญ่

เมื่อสังเกตข้อความที่โพสต์ในอินสตาแกรมจากบรรดา “แควนขับ” ทั้งหลายแล้ว ดิฉันก็พอประมาณการณ์ขอแยกจำพวกของ “แควนขับ” เหล่านี้ออกเป็นสองแบบ

แบบแรก: แบบพวกไม่รู้ประสีประสา พิจารณาอะไรไม่เป็น หรือไม่ใส่ใจที่จะคิด จะวิเคราะห์ จะพิจารณาอะไรสักอย่าง สักแต่ว่าคลั่งกระแส คลั่งไคล้ หลงใหลใคร ๆ ก็ได้ที่พวกเขาคิดว่าเป็น “เซ่เล็ป” 

“แควนขับ” พวกนี้จะไม่ดูอะไรมากไปกว่า ความสวย ความงาม ความหล่อ ความเท่ห์ ความสาว ความหนุ่ม ความรวย ความดัง ของพวก “เซ่เล็ป” ไม่ว่า “เซ่เล็ป” จะรวยจริงหรือรวยปลอม จะดังจริงหรือดังเทียม

“แควนขับ” พวกนี้น่าสงสารมาก และทำให้ประเทศไทยเป็นที่น่าสงสารมากขึ้นไปอีก เพราะพวกเขาไม่ยอมที่จะพิจารณาเลยว่าคุณอุบลรัตน์เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันที่...ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ (อย่าว่าแต่ตรวจสอบเลย วิพากษ์วิจารณ์ยังไม่ได้เลย ชมได้อย่างเดียว อย่างที่พวก ๆ “แควนขับ” ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง อย่างทุกวี่ทุกวันนี้)

“แควนขับ” เหล่านี้จะไม่เคยคิด หรือไม่กล้าที่จะคิดตั้งคำถามว่า การที่คุณอุบลรัตน์ไปเที่ยวโน่น เที่ยวนี่ ตามสถานที่ต่าง ๆ ไปทำอะไร ใช้เงินจากไหน และการเที่ยวแบบที่คุณอุบลรัตน์ทำอยู่ทุกวันนี้ ดิฉันขอบอกได้คำเดียวว่า ไม่ใช่การเที่ยวแบบถูก ๆ หรือแบบซำเหมาแน่ ๆ 

ไม่มีใครสงสัยว่า กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า แบรนด์ดัง ๆ อย่าง Chanel หรือ Hermes ที่ใบละเหยียบแสน หรืออาจจะเป็นล้าน เสื้อผ้าตัวละเป็นหมื่น ๆ รองเท้าคู่ละเป็นหมื่นเป็นแสน นี่ยังไม่นับอาหารอร่อย ๆ หรู ๆ ตามภัตรคารต่าง ๆ อีกนะ (อ้อ ที่คุณอุบลรัตน์ทานเครปน่ะ ดิฉันไม่นับค่ะ) คุณอุบลรัตน์ซื้อหามาบริโภคได้อย่างไร “พอเพียง” หรือไม่

คุณอุบลรัตน์เอาเงินมาจากไหน คุณอุบลรัตน์ทำการทำงานอะไรถึงมีรายได้มากมายขนาดนี้ หรือว่าการเป็นดารา เป็นนางแบบ เป็นเจ้าของนิตยสารแฟชั่น เป็นเจ้าของธุรกิจผลิตรายการและภาพยนตร์ มันเป็นการทำรายได้ให้อย่างมหาศาล

ต่อให้เป็นแบบนั้นจริง เงินลงทุนที่คุณอุบลรัตน์นำมาทำธุรกิจนั้น มีที่มาที่ไปอย่างไร 

หากเราตั้งคำถามกับเหล่า “แควนขับ” พวกนี้ คนที่ช่างคิด ช่างถาม ช่างสงสัย อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ก็จะโดนสวนกลับ (ดีไม่ดีอาจจะโดน “เก้าอี้”) ประมาณว่า แล้วมันเรื่องอะไรของเธอ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของ “พระองค์ท่าน”

หากมาถามดิฉัน ดิฉันก็จะตอบกลับไปว่า ที่ถามที่สงสัยก็เพราะ มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของ “พระองค์ท่าน” น่ะสิ คุณอุบลรัตน์เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันที่..ที่เรียนไปแล้ว

นอกจากนี้คุณอุบลรัตน์ยังทำตัวเป็นบุคคลสาธารณะอีกต่างหาก ซึ่งจะเห็นได้จากการผันตัวเองมาเป็นนักแสดง นักร้อง นักเต้น (แร้งเต้นกา) และมีผลงานออกสู่สาธารณชนและมีผู้ติดตามผลงานเป็นจำนวนมาก

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาหากจะมีใครตั้งคำถามและมีข้อสงสัยในพฤติกรรมของคุณอุบลรัตน์ในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ออกสู่สายตาของสาธารณชนหรือเกี่ยวข้องกับสาธารณชน

นอกจากนี้ การที่ใครหลายคนจะมองพฤติกรรมของคุณอุบลรัตน์ว่าเป็นเรื่อง “ส่วนตัว” ก็เป็นความผิดอย่างมหันต์ เพราะถ้าสังเกต จะเห็นได้จากหน้าอินสตาแกรมของคุณอุบลรัตน์เอง หรือจากข่าวต่าง ๆ ของคุณอุบลรัตน์ตามหน้าหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ต่าง ๆ ว่าเวลาคุณอุบลรัตน์ไปไหนก็จะมีคณะผู้ติดตาม คณะผู้ต้อนรับ ซึ่งก็จะไม่พ้นข้าราชบริพารและข้าราชการ ที่มีเงินเดือนและรายได้มาจากภาษีของประชาชน อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ กันอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น

ในบางครั้ง คุณอุบลรัตน์ยังโพสต์รูปของข้าราชการเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศอีกหลายรูปในอินสตาแกรมของเธอ และยังมีเจ้าหน้าที่กระทรวง ฯ มาร่วมวงสนทนาในอินสตาแกรมของเธออีกต่างหาก

ดิฉันไม่คิดว่า บรรดาข้าราชการเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศที่คอยติดตามให้บริการเธอไปในที่ต่าง ๆ จะไปใน “ฐานะเพื่อน” หรือไปท่องเที่ยวกับเธอนอกเวลาราชการ ดังนั้นการติดตามเธอไปในที่ต่าง ๆ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการ “ทำงาน” ของพวกเขา แทนที่พวกเขาจะนำเวลามาให้บริการประชาชนที่มาขอรับบริการและติดต่อทำกิจธุระต่าง ๆ ที่สถานฑูตหรือสถานกงศุล พวกเขากลับจะต้องใช้เวลาเหล่านี้ไปนำเที่ยวและให้บริการคุณอุบลรัตน์ในสถานที่ต่าง ๆ ตามใจชอบของเธอ โดยมีประชาชนผู้เสียภาษีอย่างพวกเรา เป็นสปอนเซอร์ เป็นผู้จ่ายเงินเดือนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่พวกนี้

เมื่อพูดถึงเจ้าหน้าที่เหล่านี้แล้ว ดิฉันก็ขอกลับเข้ามาพูดต่อถึง “แควนขับ” ของคุณอุบลรัตน์แบบที่สองเลยแล้วกัน

แบบที่สอง: แบบที่ทราบดีว่าอะไรเป็นอะไร ทราบว่าตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างไร แต่ต้องการที่จะเกาะกระแส “เซ่เล็ป” เพื่อนำไปเป็นทุนสร้างเสริม “บารมี” และฐานะหน้าตาทางสังคมให้แก่ตนเอง “แควนขับ” กลุ่มนี้ ก็จะยินดี ฮาเล เฮโลสาระพา ไปกับ “แควนขับ” กลุ่มแรกด้วย มิหนำ “แควนขับ” แบบนี้ก็มักจะมีหน้าอินสตาแกรมเป็นของตัวเอง คอยแท๊ก คอยเม้นท์ ในหน้าอินสตาแกรมของเหล่าบรรดา “เซ่เล็ป” อยู่บ่อย ๆ และก็มักจะชอบโชว์รูปถ่ายของตัวเองกับบรรดา “เซ่เล็ป” พวกนี้ เพื่อที่จะแสดงว่าตนนั้นมีความ “สนิทชิดเชื้อ” กับบรรดา “เซ่เล็ป” เป็นอย่างดี

ตัวอย่างของ “แควนขับ” แบบที่สองของคุณอุบลรัตน์นี้ เราจะเห็นได้จากบรรดาข้าราชบริพารและคณะผู้ติดตาม รวมถึงข้าราชการเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศบางคนด้วย

“แควนขับ” พวกนี้น่ากลัวค่ะ เพราะพวกเขาพร้อมทุกเมื่อ ที่จะร่วมสร้้างกระแสให้แก่คุณอุบลรัตน์ด้วย เรียกได้ว่า การมีอยู่ของฝ่ายหนึ่ง ก็ช่วยให้อีกฝ่ายหนึ่งมีอยู่ได้เช่นกัน อย่างที่ศัพท์ทางชีววิทยาเขาเรียกว่า ความสัมพันธ์แบบ symbiosis

โดยที่พวกเขาจะไม่ใส่ใจเลยว่า พฤติกรรมและวิถีการดำเนินชีวิต หรือ “ไลฟ์สไตล์” ของคุณอุบลรัตน์นั้น มีที่มาที่ไปอย่างไร ประชาชนจะต้องเสียภาษีไปเท่าไรเพื่อตอบสนองความต้องการของเหล่าบรรดา “เซ่เล็ป” พวกนี้ ขอแต่เพียงให้บรรดาเหล่า “เซ่เล็ป” อย่างคุณอุบลรัตน์มีอยู่ได้ พวกเขาก็อิ่มใจและสุขใจแล้ว เพราะนั่นก็หมายถึงการมีอยู่ของพวกเขาในแบบ “ไลฟ์สไตล์” ที่พวกเขาอยากจะมี อยากจะเป็น

ดิฉันได้แยกประเภท “แควนขับ” ของคุณอุบลรัตน์พอเป็นสังเขปไปแล้ว ตอนนี้ดิฉันขอกล่าวถึงเรื่องซีเรียสที่เกี่ยวข้องหน่อยแล้วกัน

นั่นคือเรื่องของเหตุการณ์ก่อการร้ายวางระเบิดในนครบอสตัน สหรัฐอเมริกา และการฆาตกรรมสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจของสถาบันเทคโนโลยีแห่งมลรัฐแมสซาจูเซท (MIT) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนขวัญและยังความเศร้าสลดเสียใจให้แก่ประชาชนชาวอเมริกัน และชาวต่างประเทศที่อาศัยหรือท่องเที่ยวอยู่ในนครบอสตันและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอย่างมาก รวมไปถึงผู้คนทั่วประเทศสหรัฐอีกด้วย ท่านผู้อ่านอาจจะติดใจว่า แล้วเรื่องดังกล่าวมันมาเกี่ยวข้องกับบทความนี้ได้อย่างไร คำตอบของดิฉันก็คือ เกี่ยวข้อง อย่างมากด้วย

นั่นคือจากการติดตามข่าวสารต่าง ๆ รวมถึงหน้าอินสตาแกรมของคุณอุบลรัตน์ ดิฉันไม่พบเห็นข่าว ข้อความ หรือสัญญาณใด ๆ จากคุณอุบลรัตน์เอง หรือจากทีมงานของเธอ ที่จะบ่งบอกให้ทราบได้เลยว่า คุณอุบลรัตน์จะรู้สึกรู้สาถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

ไม่แม้แต่จะเป็นการโพสต์รูปภาพ แปะลิงค์ไปยังข่าวดังกล่าว เป็นการแสดงความเสียใจและห่วงใยต่อผู้ประสบเหตุและครอบครัว รวมถึงผู้คนที่อยู่ในนครบอสตัน แต่สิ่งที่คุณอุบลรัตน์ทำคือ โพสต์ภาพเต้น (แร้งเต้นกา) และอากัปกิริยาท่าทางยงโย่ยงหยกของเธอ ผ่านทางหน้าอินสตาแกรม พร้อมมีข้อความประกอบแปลก ๆ เขียนด้วยศัพท์แสง “วัยโจ๋” 

ในสามัญสำนึกของสาธุชนและวิญญูชน คุณอุบลรัตน์ควรจะเป็นหนึ่งในบุคคลแรก ๆ ด้วยซ้ำที่ส่งสาส์นแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในฐานะที่เธอเองก็เคยเป็นหนึ่งในประชาชนที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นสิบ ๆ ปีก่อน

นอกจากนี้ในช่วงชีวิตหนึ่งของเธอ คุณอุบลรัตน์เองก็เคยอาศัยอยู่ในนครบอสตัน-เคมบริดจ์ และยังได้มีโอกาสเรียนระดับปริญญาตรี ที่สถาบัน MIT เป็นเวลาถึงสี่ปีด้วยกัน

ยิ่งไปกว่านั้นลูกสาวคนโตของคุณอุบลรัตน์ (คุณพลอยไพลิน เจนเซ่น) ก็ยังได้รับการศึกษาระดับปริญญาโท ที่สถาบัน MIT แห่งนี้อีกด้วย

แต่สิ่งที่ออกมาจากกระบอกเสียงของคุณอุบลรัตน์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวคือ ...ความเงียบ ... เงียบสงัด ... 

สาส์นรูปแบบเดียวที่คุณอุบลรัตน์ส่งออกมายัง “แควนขับ” ของเธอผ่านทางหน้าอินสตาแกรมคือ ภาพส่วนตัวในอากัปกิริยาแบบยงโย่ยงหยกต่าง ๆ พร้อมข้อความแปลก ๆ อย่าง “ออกสื่อได้ไม่อายใคร” หรือ “บินได้ตรูบินไปแล้ว” ...

ดังนั้นเมื่อเรา ๆ ท่าน ๆ พิจารณาให้ถ้วนถี่ มันเป็นเหมาะสมแล้วกระนั้นหรือ มันสมควรแล้วกระนั้นหรือ ที่สาธุชนและวิญญูชนซี่งเป็นผู้ที่มีความสัตย์จริง ความคิด ความอ่าน อันสมเหตุสมผล ควรจะมากรี๊ดกร๊าด วี๊ดว๊าย กับภาพและข้อความต่าง ๆ ที่คุณอุบลรัตน์นำมาลงผ่านหน้าอินสตาแกรมของเธอ

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ดิฉันอดที่จะประหวั่นพรั่นพรึง และห่วงใยในอนาคตของประเทศไทยไม่ได้ เพราะดูเหมือนว่าประเทศไทยจะมีสาธุชนและวิญญูชนน้อยลงทุกวัน คนที่เหลืออยู่ส่วนมาก ก็คงจะเป็นแค่สาธุชนและวิญญูชนแต่ลมปาก

หมายเหตุ

*เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดีได้ทรงประกาศลาออกจากฐานันดรศักดิ์และทรงสละพระอิศริยยศ เมื่อปี 1972 มาเป็นสามัญชน เพื่อไปแต่งงานกับคุณปีเตอร์ แลดด เจนเซ่น ชายชาวอเมริกัน จากนั้นได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น คุณอุบลรัตน์ (จูลี่) เจนเซ่น จนกระทั่งได้หย่าขาดกับคุณปีเตอร์และเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อปี 2001

แม้ว่าในปัจจุบัน คุณอุบลรัตน์ได้อาศัยอยู่ในเมืองไทยอย่างถาวร และได้รับพระราชทานพระอิศรยยศ “ทูลกระหม่อมหญิง” จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่เธอยังเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ ทว่าตราบใดที่ยังไม่มีการสถาปนาฐานันดรศักดิ์และพระอิศริยยศให้คืนกลับเป็น “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า” อย่างในอดีต

ดิฉันจึงขอเรียนว่า การเรียกเธอด้วยคำว่า “คุณอุบลรัตน์” เป็นการเรียกชื่อสามัญชนที่สุภาพและถูกต้องสมควรแล้ว