วันเสาร์, มีนาคม 31, 2555

เก็บตกภาพขำขัน: Fail.in.th - มากันทั้งคณะ


by ครูพี่เอ็ม (ข้อสอบคอมฯ ม.ต้น ที่โรงเรียนครับ)
ที่มา เว็บไซต์ Fail

เก็บตกภาพขำขัน: เมื่อ"หมอตุลย์"นัดชุมนุมใหญ่! สาวกตอบว่า...?

1.

2.



ที่มา คุณ APTU / ประชาทอล์ค

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เก็บตกภาพขำขัน: ม๊อบหมอตุลย์ 24 มี.ค.`

- ภาพม๊อบสลิ่มเมื่อเย็นวันที่ 31 มี.ค.55 โดย ห่านจิก

มาร์คจำเสื่อม-หริโชคแถแค่สมัครประธานนักเรียนอังกฤษ งัดหลักฐานทนโท่แฉมัดแน่นฆาตกร91ศพ

ชัดเจนอย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่านายอภิสิทธิ์เป็นพลเมืองอังกฤษอย่าง “ แข็งขัน” เขารับรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เกือบ  30ปี และโกหกอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่นั้น

อภิสิทธิ์บอกว่าจำไม่ได้ว่าเคยมีชื่อในทะเบียนบ้านผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่อังกฤษ ส่วนศิริโชคแถว่าแค่เคยลงสมัครประธานนักเรียน งั้นไปดูกันเอกสาร 3 ฉบับด้านล่างนี้ เผื่อจะหายความจำเสื่อม แล้วเลิกแถซะที

เอกสารระบุชื่อนายมาร์ค เวชชาชีวะ กับนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในอังกฤษปี 2527-2528 (สะกดชื่อถูก คือ VEJJAJIVA,MARK A. หรือ อภิสิทธิ์ มาร์ค เวชชาชีวะ)

เอกสารระบุชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปี2529 ระบุชื่อนายมาร์ค วาชชาชีวะ(สะกดเพี้ยนเป็นVAJJAJIVA , MARK A. )

เอกสารระบุชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปี2529 ระบุชื่อนายมาร์ค เวย์ชาชีวะ(สะกดเพี้ยน เป็น VEYYAYIVA, MARK A.)

ตอนผมเรียนหนังสือที่ประเทศอังกฤษ หากผมอยากได้ประโยชน์จากการเป็นคนอังกฤษ ผมไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน แต่ผมก็แสดงตนตั้งแต่ตอนนั้นว่าผมเป็นนักเรียนต่างชาติ คุณแพ่คุณม่อ คุณพ่อคุณแม่ผมก็เป็นออกค่าใช้จ่าย

เว็บไซต์ นปช.นิวส์ http://uddred.blogspot.ca/2012/03/blog-post_2596.html ได้นำหลักฐานจากนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความนชป.ที่ระบุว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในประเทศอังกฤษ เพราะเขาเป็นคนอังกฤษมานำแสดง ซึ่งนี่จะเป็นหนทางสำคัญในการนำคนผู้นี้ขึ้นศาลอาชญากรระหว่างประเทศ ฐานสั่งการสังหารหมู่ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม 10 เมษา-19 พฤษภา 53

นชป.นิวส์รายงานว่า หลักฐานแสดงให้เห็นว่านายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ได้ถูกขึ้นทะเบียนว่าเป็นผู้มี สิทธิ์เลือกตั้ง (การเลือกตั้งทั่วไป การเลือกตั้งท้องถิ่นและอื่นๆ) ในเขตวิทยาลัยเซ็นต์จอห์น มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ใน พ.ศ. 2527-28, 2529-2530, 2530 หลักฐานทั้งหมดแสดงว่าพวกเขาลงคะแนนเลือกตั้งได้ปีไหน วันไหน เขตไหน

สภาเทศบาลเมืองออกซ์ฟอร์ด ซึ่งเป็นผู้จัดทำรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งบอกเราว่าวิทยาลัยจะเป็นผู้ส่ง ชื่อนักเรียนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมาให้ และคุณจะมีสิทธิ์เลือกตั้งต่อเมื่อคุณถือสัญชาติอังกฤษ ไอริช หรือสัญชาติจากประเทศอาณานิคมของอังกฤษ สภายังบอกว่าพวกเขาต้องทำการตรวจสอบรอบที่สองกับทางมหาลัยเพื่อจะได้แน่ใจ ว่าคนนั้นมีสิทธิ์เลือกตั้งจริงๆ นั้นหมายความว่านายอภิสิทธิ์และนายกรณ์สมัครเข้าเรียนโดยใช้สัญชาติอังกฤษ ดังนั้นชื่อของพวกเขาจึงอยู่ในรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

เมื่อเช้าวันที่ 30 มีนาคมนี้ ทนายโรเบิร์ตได้โทรถามวิทยาลัยว่า ทางวิทยาลัยจะทราบได้อย่างไรว่าใครมีสิทธิ์เลือกตั้ง เขาบอกว่าในต้นเทอมการศึกษาทุกครั้ง สภาเทศบาลออกว์ฟอร์ดจะขอให้ทางวิทยาลัยส่งรายชื่อนักศึกษาที่มีสิทธิ์เลือก ตั้งไปให้สภา เราถามว่าจะรู้ได้ยังงัยว่าใครมีสิทธิ์เลือกตั้ง ทางวิทยาลัยตอบว่า จากสัญชาติที่ระบุในใบสมัครเรียนของนักศึกษา เราถามต่อว่านักเรียนต้องส่งไบเกิดให้ทางวิทยาลัยดูเพื่อยืนยันว่านักศึกษา ถือสัญชาติอังกฤษจริงใช่หรือไม่ ทางวิทยาลัยตอบว่าใช่

มาร์คอ้างจำไม่ได้-หริโชคแถเคยแค่สมัครประธานนักเรียน


เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์สั้นๆ กรณีนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความคนเสื้อแดง ระบุมีหลักฐานว่า นายอภิสิทธิ์ใช้สิทธิเลือกตั้งที่อังกฤษเพราะมีสัญชาติอังกฤษ และสามารถนำกรณีนี้ยื่นเรื่องความรุนแรงทางการเมืองเข้าสู่ศาลโลกได้ ว่าไม่ทราบ จำไม่ได้

ด้านนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา ปชป. คนใกล้ชิด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ตนรู้จักนายอภิสิทธิ์ที่เป็นนักการเมืองก็ไม่เคยไปใช้สิทธิที่อังกฤษ หากนายโรเบิร์ต มีข้อมูลก็สามารถไปยื่นต่อศาลโลก แล้วก็ว่าไปตามข้อเท็จจริง ว่าศาลโลกจะมีขอบเขตอำนาจในการที่จะเอานายอภิสิทธิ์ไปขึ้นศาลโลกหรือไม่


   “เอกสารที่นายโรเบิร์ตพูดถึงคืออะไร ผมก็ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร และไม่รู้ว่าเรื่องการใช้สิทธิเลือกตั้งหมายถึงอะไร เพราะถ้าถามว่า นายอภิสิทธิ์เคยสมัครเป็นประธานนักเรียน ก็ต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ผมไม่รู้ว่าคำว่าสิทธิเลือกตั้งของนายอัมสเตอร์ดัมสะท้อนให้เห็นว่าไปใช้สิทธิระดับไหน ถามว่าคุณอภิสิทธิ์เคยลงเลือกตั้งสมัครเป็นประธานนักเรียนหรือไม่ ก็เคย ก็ไม่ได้หมายว่ามีสัญญชาติอังกฤษ และผมคิดว่าตัวคุณอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้กลัวการขึ้นศาลโลกอยู่แล้ว เพียงแต่นายอัมสเตอร์ดัม พยายามสร้างเงื่อนไข สร้างเรื่องมาโดยตลอด รอมาตั้งนานแล้วก็ไม่เห็นทำเสียที"




นายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ถูกขึ้นทะเบียนให้มีสิทธิ์เลือกตั้งของอังกฤษในฐานะพลเมือง

ดูหลักฐานทะเบียนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่มีรายชื่อนายอภิสิทธิ์และนายการณ์ได้ที่นี่
เว็บไซต์โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม รายงานว่า เราวิจัยประเด็นเรื่องการถือสองสัญชาติ (ของนายอภิสิทธิ์และนายกรณ์) อย่างต่อเนื่อง เพราะประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับคำร้องศาลอาญาระหว่างประเทศของเรา และจะมีการยื่นเอกสารนี้และตีพิมพ์ประเด็นนี้ในไม่ช้า ในการทำงาน เราได้เปิดโปงหลักฐานชัดเจนที่ระบุว่าอดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย นายมาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้อ้างการใช้สิทธิ์ในฐานะพลเมืองอังกฤษ เพราะปรากฎหลักฐานชื่อของเขาลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นเวลาสามปีเต็มในขณะที่เขาศึกษาในประเทศสหราชอาณาจักรตามเอกสารข้างล่าง
หลักฐานชิ้นนี้ขัดกับคำแถลงการณ์ต่อสาธารณชนเกี่ยวกับประเด็นเรื่องสัญชาติของนายอภิสิทธิ์หลายครั้ง และโดยเฉพาะคำยืนยันอันแน่วแน่ของเขาที่ว่า “เขา” ศึกษาที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในฐานะนักเรียนไทย นายอภิสิทธิ์และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนายกรณ์ จติกวณิชถูกลงทำเบียนว่าเป็นผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในเขตวิทยาลัยเซ็นต์จอห์น มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2526  ทำให้เขามีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจากวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2527 ถึงวันที่ 15กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528  และมีรายชื่อในทำเบียนเลือกตั้งอีกครั้งในพ.ศ. 2529 และพ.ศ. 2530
สภาเทศบาลเมืองออกซ์ฟอร์ดซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดทำ “รายชื่อเลือกตั้ง” หรือ “ทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ได้แจ้งกับเราว่าวิทยาลัยเป็นผู้ส่งรายชื่อของนักเรียนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมาให้ทางสภา นักเรียนจะมีสิทธิ์เลือกตั้งเมื่อถือสัญชาติอังกฤษ ไอริช และประเทศอดีตอาณานิคมของอังกฤษ สภาเทศบาลยังแจ้งเราว่าพวกเขาต้องทำการตรวจสอบถึงสองครั้งกับทางวิทยาลัยหากพวกเขาไม่แน่ใจว่านักเรียนบางรายมีสิทธิ์เลือกตั้งจริงหรือไม่ตามที่วิทยาลัยระบุ หรือหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองของผู้ลงคะแนนเสียง นั้นหมายความว่านายอภิสิทธิ์ (และนายกรณ์) ลงทำเบียนเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดโดยใช้สัญชาติอังกฤษ และวิทยาลัยเซ็นต์จอห์นซึ่งเป็นที่อยู่ทางการของนายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นทะเบียนนายอภิสิทธิ์ว่าเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
วิทยาลัยเซ็นต์จอห์นยังยืนยันว่ากระบวนการนี้บอกเราว่าในช่วงเริ่มแรกของปีการศึกษาในแต่ละปี (ปลายเดือนกันยายนของทุกปี) ทางสภาเทศบาลเมืองออกซ์ฟอร์ดจะขอให้วิทยาลัยเซ็นต์จอห์นส่งรายชื่อนักศึกษาที่มีสิทธิ์เลือกตั้งไปให้สภาเทศบาล วิทยาลัยสรุปว่าใครมีสิทธิ์เลือกตั้งโดยพิจารณาจากสัญชาติที่นักศึกษาระบุในการลงทะเบียนเรียน ดังนั้นนักศึกษาจึงจำเป็นต้องพิสูจน์ว่าตนเองถือสัญชาติอังกฤษ ไอริช และประเทศอดีตอาณานิคมของอังกฤษเมื่อสมัครลงทะเบียนเรียน นั้นหมายถึงว่านายอภิสิทธิ์ได้ระบุว่าตนเองเป็นพลเมืองอังกฤษโดยเจตนาและแข็งขันเมื่อเขาลงทะเบียนเรียนที่วิทยาลัยเซ็นต์จอห์น มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในปี  2526
ชัดเจนอย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่านายอภิสิทธิ์เป็นพลเมืองอังกฤษอย่าง “ แข็งขัน” เขารับรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เกือบ  30ปี และโกหกอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่นั้น นายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ถูกขึ้นทำเบียนให้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในประเทศสหราชอาณาจักรในฐานะพลเมือง

โศกสลดที่ภาคใต้: บื้มยะลา 3 ลูกซ้อน และถังก๊าซระเบิดที่หาดใหญ่ เสียชีวิตหลายคน และบาดเจ็บจำนวนมาก


31 มีนาคม 2555


มติชนรายงานข่าวด่วนวันนี้ถึงเหตุการบึ้มสองจุดที่ภาคใต้ ทั้ง "คาร์บอมบ์"กลางเมืองยะลา 3 ลูกซ้อน ล่าสุดตายแล้ว 8 ศพ เจ็บอีก 69 ราย บ้าน-รถเสียหายยับ และ ด่วน!ถังก๊าซระเบิดในศูนย์การค้าโรงแรมลี การ์เด้น พลาซ่า ใจกลางเมืองหาดใหญ่ เจ็บนับร้อย พบศพแล้ว1

มติชนลงรายละเอียดข่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม เมื่อเวลา 11.50 น. ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นจำนวน 2 ครั้ง ที่ถนนสายรวมมิตร เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา ภายหลังได้รับแจ้ง จึงแจ้งให้ พันตำรวจเอก กฤษฎา แก้วจันดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา รับทราบ พร้อมประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทันที

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณสี่แยกจงรักษ์ ถนนรวมมิตร หน้าร้านรุ่งเรือง เจ้าหน้าที่พบซากรถยนต์หลายคันกำลังถูกเพลิงลุกไหม้ รวมทั้งฝั่งตรงข้ามหน้าร้านนำฮั้วจั่น ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ พบซากรถยนต์จำนวนหลายคันที่เพลิงกำลังลุกไหม้ รวมทั้งอาคารตรงจุดเกิดเหตุเกิดเพลิงลุกไหม้ จึงได้ประสานระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลนครยะลาเข้าฉีดน้ำระงับ เพลิง เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้พยายามช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ติดอยู่ในร้านค้าที่เกิด เหตุระเบิดนำส่งโรงพยาบาลยะลา

ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันดับเพลิงไฟที่กำลังลุกไหม้ตัวรถและตัว อาคารตรงจุดเกิดเหตุ ได้เกิดระเบิดลูกที่ 3 ขึ้นมา บริเวณหน้าร้านค้าสะดวกซื้อ ถนนรวมมิตร ห่างจากจุดแรกประมาณ 20 เมตร แรงระเบิดทำให้ร้านค้าสะดวกซื้อ สาขาถนนรวมมิตร ได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมทั้งอาคารบ้านเรือนด้านข้างร้านที่เป็นอาคารไม้พังเสียหาย 5-6 คูหา นอกจากนั้นแรงระเบิดยังทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ใกล้บริเวณดัง กล่าวพังเสียหายจำนวนหลายคัน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้นำรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ซึ่งบรรจุระเบิด มาจอดที่ใกล้สี่แยกจงรักษ์และอีก 2 คันยังไม่ทราบยี่ห้อมาจอด ก่อนจุดชนวนระเบิดขึ้นพร้อมกัน 2 คัน และในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมสถานการณ์ คนร้ายก็ได้จุดชนวนระเบิดขึ้นเป็นลูกที่ 3 ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ โดยมีรายงานจากโรงพยาบาลยะลาแจ้งว่า สำหรับยอดของผู้เสียชีวิตล่าสุด 8 ราย และบาดเจ็บ 69 ราย

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ในบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุแล้ว เพื่อค้นหาคนร้ายที่นำรถบรรจุระเบิดมาจอดแล้ว

0 0 0 0 0

และมติชนรายงานว่า


เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 31 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการแจ้งเกิดเสียงระเบิดบริเวณภายในศูนย์การค้าโรงแรม ลี การ์เด้น พลาซ่า โฮเต็ล ใจกลางย่านธุรกิจ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเกิดจากถังก๊าซระเบิด หรือการลอบก่อเหตุร้าย โดยขณะเกิดเหตุทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชน ที่กำลังจับจ่ายซื้อสินค้าวิ่งหนีกันชุลมุน ทรัพย์สินมีเสื้อผ้า โทรศัพท์ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ขณะที่หน่วยกู้ซีพและพยาบาลได้ฉีดน้ำเพื่อลดควันและกลิ่นก๊าซ เพื่อรีบช่วยเหลือคนเจ็บส่ง รพ.หาดใหญ่ รพ.มอ.และรพ.มิตรภาพ เป็นการด่วน เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บจากการแย่งกันหนีควันไฟออกจากโรงแรมกว่า 100 คน

จักรภพหลุดแล้วคดีหมิ่นเบื้องสูง มาตรา 112

ภาพ: มติชน
31 มีนาคม 2555
เป็นสิ่งที่ชอบแล้ว ทีมข่าวไทยอีนิวส์ ขอร่วมแสดงความยินดีกับคุณจักรภพ เพ็ญแข และก็หวังว่ามาตรฐานการตัดสินนี้จะครอบคลุมไปยังคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข และคุณจีรนุช เปรมชัยพร และนักโทษคดีมาตรา 112 ทุกคน

ที่มา มติชนออนไลน์รายงาน "อัยการ สั่งไม่ฟ้อง"จักรภพ เพ็ญแข" หมิ่นเบื้องสูง มาตรา 112"
ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวถึงกรณีที่อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คดีหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไปเมื่อเดือนกันยายน 2554 กรณีเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2550 นายจักรภพกล่าวบรรยายพิเศษเป็นภาษาอังกฤษที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่ง ประเทศไทย ว่า คดีนี้เป็นความรับผิดชอบของนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อดีตอธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา ส่วนตนเข้ามารับตำแหน่งภายหลังจึงไม่ทราบรายละเอียดสำนวนของคดีนี้ทั้งหมด เพียงแต่รับรู้ว่าอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว ขณะนี้สำนวนและความเห็นส่งไปให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร) เพื่อพิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งกับความเห็นของอัยการหรือไม่ และตนมีหนังสือตอบกลับ พ.ต.ท.วัฒนศักดิ์ มุ่งการดี ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษคดีนี้ แจ้งผลการพิจารณาของอัยการตามที่ พ.ต.ท.วัฒนศักดิ์ส่งหนังสือติดตามความคืบหน้าของคดีมาเท่านั้น


นายกายสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.วัฒนศักดิ์ระบุว่าคดีนี้มีหลักฐานเพียงพอแต่อัยการกลับสั่งไม่ฟ้อง อาจจะมีประเด็นการเมืองเนื่องจากนายจักรภพเป็นหนึ่งในแกนนำเสื้อแดงที่ สนับสนุนรัฐบาลปัจจุบัน ว่าเป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวของ พ.ต.ท.วัฒนศักดิ์ แต่คดีต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ส่วนที่ พ.ต.ท.วัฒนศักดิ์ขอให้เปิดเผยสำนวนคดีนั้น เนื่องจากตนพ้นออกจากตำแหน่งมาหลายเดือนแล้ว ต้องปรึกษาผู้ใหญ่เนื่องจากต้องมีขั้นตอนการดำเนินการ การออกมาวิจารณ์คดี ควรรอผลการตัดสินเสร็จก่อน ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของคดีอยู่

เปิดหลักฐานชัดมัดคอฆาตกรมาร์คขึ้นศาลอาชญากรระหว่างประเทศ ชดใช้หนี้เลือดสังหารหมู่91ศพ


อภิสิทธิ์บอกว่าจำไม่ได้ว่าเคยมีชื่อในทะเบียนบ้านผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่อังกฤษ ส่วนศิริโชคแถว่าแค่เคยลงสมัครประธานนักเรียน งั้นไปดูกันเอกสาร 3 ฉบับด้านล่างนี้ เผื่อจะหายความจำเสื่อม แล้วเลิกแถซะที

เอกสารระบุชื่อนายมาร์ค เวชชาชีวะ กับนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในอังกฤษปี 2527-2528 (สะกดชื่อถูก คือ VEJJAJIVA,MARK A. หรือ อภิสิทธิ์ มาร์ค เวชชาชีวะ)

เอกสารระบุชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปี2529 ระบุชื่อนายมาร์ค วาชชาชีวะ(สะกดเพี้ยนเป็นVAJJAJIVA , MARK A. )

เอกสารระบุชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปี2529 ระบุชื่อนายมาร์ค เวย์ชาชีวะ(สะกดเพี้ยน เป็น VEYYAYIVA, MARK A.)
ตอนผมเรียนหนังสือที่ประเทศอังกฤษ หากผมอยากได้ประโยชน์จากการเป็นคนอังกฤษ ผมไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน แต่ผมก็แสดงตนตั้งแต่ตอนนั้นว่าผมเป็นนักเรียนต่างชาติ คุณแพ่คุณม่อ คุณพ่อคุณแม่ผมก็เป็นออกค่าใช้จ่าย

เว็บไซต์ นปช.นิวส์ http://uddred.blogspot.ca/2012/03/blog-post_2596.html ได้นำหลักฐานจากนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความนชป.ที่ระบุว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในประเทศอังกฤษ เพราะเขาเป็นคนอังกฤษมานำแสดง ซึ่งนี่จะเป็นหนทางสำคัญในการนำคนผู้นี้ขึ้นศาลอาชญากรระหว่างประเทศ ฐานสั่งการสังหารหมู่ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม 10 เมษา-19 พฤษภา 53

นชป.นิวส์รายงานว่า หลักฐานแสดงให้เห็นว่านายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ได้ถูกขึ้นทะเบียนว่าเป็นผู้มี สิทธิ์เลือกตั้ง (การเลือกตั้งทั่วไป การเลือกตั้งท้องถิ่นและอื่นๆ) ในเขตวิทยาลัยเซ็นต์จอห์น มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ใน พ.ศ. 2527-28, 2529-2530, 2530 หลักฐานทั้งหมดแสดงว่าพวกเขาลงคะแนนเลือกตั้งได้ปีไหน วันไหน เขตไหน

สภาเทศบาลเมืองออกซ์ฟอร์ด ซึ่งเป็นผู้จัดทำรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งบอกเราว่าวิทยาลัยจะเป็นผู้ส่ง ชื่อนักเรียนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมาให้ และคุณจะมีสิทธิ์เลือกตั้งต่อเมื่อคุณถือสัญชาติอังกฤษ ไอริช หรือสัญชาติจากประเทศอาณานิคมของอังกฤษ สภายังบอกว่าพวกเขาต้องทำการตรวจสอบรอบที่สองกับทางมหาลัยเพื่อจะได้แน่ใจ ว่าคนนั้นมีสิทธิ์เลือกตั้งจริงๆ นั้นหมายความว่านายอภิสิทธิ์และนายกรณ์สมัครเข้าเรียนโดยใช้สัญชาติอังกฤษ ดังนั้นชื่อของพวกเขาจึงอยู่ในรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

เมื่อเช้าวันที่ 30 มีนาคมนี้ ทนายโรเบิร์ตได้โทรถามวิทยาลัยว่า ทางวิทยาลัยจะทราบได้อย่างไรว่าใครมีสิทธิ์เลือกตั้ง เขาบอกว่าในต้นเทอมการศึกษาทุกครั้ง สภาเทศบาลออกว์ฟอร์ดจะขอให้ทางวิทยาลัยส่งรายชื่อนักศึกษาที่มีสิทธิ์เลือก ตั้งไปให้สภา เราถามว่าจะรู้ได้ยังงัยว่าใครมีสิทธิ์เลือกตั้ง ทางวิทยาลัยตอบว่า จากสัญชาติที่ระบุในใบสมัครเรียนของนักศึกษา เราถามต่อว่านักเรียนต้องส่งไบเกิดให้ทางวิทยาลัยดูเพื่อยืนยันว่านักศึกษา ถือสัญชาติอังกฤษจริงใช่หรือไม่ ทางวิทยาลัยตอบว่าใช่


นายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ถูกขึ้นทะเบียนให้มีสิทธิ์เลือกตั้งของอังกฤษในฐานะพลเมือง

ชัดเจนอย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่านายอภิสิทธิ์เป็นพลเมืองอังกฤษอย่าง “ แข็งขัน” เขารับรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เกือบ  30ปี และโกหกอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่นั้น

ดูหลักฐานทะเบียนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่มีรายชื่อนายอภิสิทธิ์และนายการณ์ได้ที่นี่
เว็บไซต์โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม รายงานว่า เราวิจัยประเด็นเรื่องการถือสองสัญชาติ (ของนายอภิสิทธิ์และนายกรณ์) อย่างต่อเนื่อง เพราะประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับคำร้องศาลอาญาระหว่างประเทศของเรา และจะมีการยื่นเอกสารนี้และตีพิมพ์ประเด็นนี้ในไม่ช้า ในการทำงาน เราได้เปิดโปงหลักฐานชัดเจนที่ระบุว่าอดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย นายมาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้อ้างการใช้สิทธิ์ในฐานะพลเมืองอังกฤษ เพราะปรากฎหลักฐานชื่อของเขาลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นเวลาสามปีเต็มในขณะที่เขาศึกษาในประเทศสหราชอาณาจักรตามเอกสารข้างล่าง
หลักฐานชิ้นนี้ขัดกับคำแถลงการณ์ต่อสาธารณชนเกี่ยวกับประเด็นเรื่องสัญชาติของนายอภิสิทธิ์หลายครั้ง และโดยเฉพาะคำยืนยันอันแน่วแน่ของเขาที่ว่า “เขา” ศึกษาที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในฐานะนักเรียนไทย นายอภิสิทธิ์และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนายกรณ์ จติกวณิชถูกลงทำเบียนว่าเป็นผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในเขตวิทยาลัยเซ็นต์จอห์น มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2526  ทำให้เขามีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจากวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2527 ถึงวันที่ 15กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528  และมีรายชื่อในทำเบียนเลือกตั้งอีกครั้งในพ.ศ. 2529 และพ.ศ. 2530
สภาเทศบาลเมืองออกซ์ฟอร์ดซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดทำ “รายชื่อเลือกตั้ง” หรือ “ทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ได้แจ้งกับเราว่าวิทยาลัยเป็นผู้ส่งรายชื่อของนักเรียนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมาให้ทางสภา นักเรียนจะมีสิทธิ์เลือกตั้งเมื่อถือสัญชาติอังกฤษ ไอริช และประเทศอดีตอาณานิคมของอังกฤษ สภาเทศบาลยังแจ้งเราว่าพวกเขาต้องทำการตรวจสอบถึงสองครั้งกับทางวิทยาลัยหากพวกเขาไม่แน่ใจว่านักเรียนบางรายมีสิทธิ์เลือกตั้งจริงหรือไม่ตามที่วิทยาลัยระบุ หรือหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นพลเมืองของผู้ลงคะแนนเสียง นั้นหมายความว่านายอภิสิทธิ์ (และนายกรณ์) ลงทำเบียนเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดโดยใช้สัญชาติอังกฤษ และวิทยาลัยเซ็นต์จอห์นซึ่งเป็นที่อยู่ทางการของนายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นทะเบียนนายอภิสิทธิ์ว่าเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
วิทยาลัยเซ็นต์จอห์นยังยืนยันว่ากระบวนการนี้บอกเราว่าในช่วงเริ่มแรกของปีการศึกษาในแต่ละปี (ปลายเดือนกันยายนของทุกปี) ทางสภาเทศบาลเมืองออกซ์ฟอร์ดจะขอให้วิทยาลัยเซ็นต์จอห์นส่งรายชื่อนักศึกษาที่มีสิทธิ์เลือกตั้งไปให้สภาเทศบาล วิทยาลัยสรุปว่าใครมีสิทธิ์เลือกตั้งโดยพิจารณาจากสัญชาติที่นักศึกษาระบุในการลงทะเบียนเรียน ดังนั้นนักศึกษาจึงจำเป็นต้องพิสูจน์ว่าตนเองถือสัญชาติอังกฤษ ไอริช และประเทศอดีตอาณานิคมของอังกฤษเมื่อสมัครลงทะเบียนเรียน นั้นหมายถึงว่านายอภิสิทธิ์ได้ระบุว่าตนเองเป็นพลเมืองอังกฤษโดยเจตนาและแข็งขันเมื่อเขาลงทะเบียนเรียนที่วิทยาลัยเซ็นต์จอห์น มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในปี  2526
ชัดเจนอย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่านายอภิสิทธิ์เป็นพลเมืองอังกฤษอย่าง “ แข็งขัน” เขารับรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เกือบ  30ปี และโกหกอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่นั้น นายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ถูกขึ้นทำเบียนให้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในประเทศสหราชอาณาจักรในฐานะพลเมือง

มาร์คอ้างจำไม่ได้-หริโชคแถเคยแค่สมัครประธานนักเรียน


เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์สั้นๆ กรณีนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความคนเสื้อแดง ระบุมีหลักฐานว่า นายอภิสิทธิ์ใช้สิทธิเลือกตั้งที่อังกฤษเพราะมีสัญชาติอังกฤษ และสามารถนำกรณีนี้ยื่นเรื่องความรุนแรงทางการเมืองเข้าสู่ศาลโลกได้ ว่าไม่ทราบ จำไม่ได้

ด้านนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา ปชป. คนใกล้ชิด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ตนรู้จักนายอภิสิทธิ์ที่เป็นนักการเมืองก็ไม่เคยไปใช้สิทธิที่อังกฤษ หากนายโรเบิร์ต มีข้อมูลก็สามารถไปยื่นต่อศาลโลก แล้วก็ว่าไปตามข้อเท็จจริง ว่าศาลโลกจะมีขอบเขตอำนาจในการที่จะเอานายอภิสิทธิ์ไปขึ้นศาลโลกหรือไม่


   “เอกสารที่นายโรเบิร์ตพูดถึงคืออะไร ผมก็ไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร และไม่รู้ว่าเรื่องการใช้สิทธิเลือกตั้งหมายถึงอะไร เพราะถ้าถามว่า นายอภิสิทธิ์เคยสมัครเป็นประธานนักเรียน ก็ต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ผมไม่รู้ว่าคำว่าสิทธิเลือกตั้งของนายอัมสเตอร์ดัมสะท้อนให้เห็นว่าไปใช้สิทธิระดับไหน ถามว่าคุณอภิสิทธิ์เคยลงเลือกตั้งสมัครเป็นประธานนักเรียนหรือไม่ ก็เคย ก็ไม่ได้หมายว่ามีสัญญชาติอังกฤษ และผมคิดว่าตัวคุณอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้กลัวการขึ้นศาลโลกอยู่แล้ว เพียงแต่นายอัมสเตอร์ดัม พยายามสร้างเงื่อนไข สร้างเรื่องมาโดยตลอด รอมาตั้งนานแล้วก็ไม่เห็นทำเสียที"

*************

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

ชิบหายแล้วมาร์ค!หลักฐานมัดคอมีสิทธิ์เลือกตั้งอังกฤษ3หน หนีไม่พ้นศาลอาชญากรระหว่างประเทศ






อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัยเป็นนักเรียนในอังกฤษ นอกจากเกิดที่อังกฤษ เขายังเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งถึง 3 หนในประเทศนั้นด้วย นี่จึงเป็นหลักฐานเพียงพอที่จะส่งตัวขึ้นศาลอาชญากรระหว่างประเทศ


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 มีนาคม 2555

วันนี้ น.พ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดง กล่าวว่า มีข่าวดีมาบอก เนื่องจากใกล้ถึงวันที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะได้ขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ เพราะศาลรับพิจารณานำนายอภิสิทธิ์ขึ้นพิจารณาคดีที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ ตั้งแต่มีการยื่นเรื่องไปจนถึงวันนี้ ไม่มีการโยนเอกสารลงตะกร้า แต่ส่งหนังสือมายังนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความคนเสื้อแดง รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่านายอภิสิทธิ์มีสัญชาติอังกฤษ มีฐานะเป็นพลเมืองอังกฤษ เป็นการแสดงให้เห็นว่าศาลอาญาระหว่างประเทสสนใจและต้องการนำเรื่องของนาย อภิสิทธิ์พิจารณาคดี

“ โดยนายโรเบิร์ตได้มีหลักฐานยืนยันว่านายอภิสิทธิ์เป็นคนอังกฤษ หลักฐานสำคัญก็คือสิทธิการเลือกตั้งของนายอภิสิทธิ์ และยังพบอีกว่าในทะเบียนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งของอังกฤษ วิทยาลัยเซนจอห์น มหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด ส่งชื่อนายอภิสิทธิ์ในฐานะที่เป็นผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในอังกฤษปีใน ช่วงพ.ศ.2526 – 2529 ทำให้นายอภิสิทธิ์มีสถานภาพเป็นพลเมืองอังกฤษเต็มรูปแบบ ซึ่งนายโรเบิร์ตได้นำมาจากทะเบียนราษฎรของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในประเทศ อังกฤษ”นพ.เหวง กล่าว

เว็บไซต์นปช.นิวส์ อ้าง รายงานการสืบสวนของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความนปช.ที่อยู่ระหว่างยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)โดยจะดำเนินคดีในฐานะอภิสิทธิ์เป็นชาวอังกฤษ ได้พบหลักฐานว่าอภิสิทธิ์มีชื่อในฐานะัผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในอังกฤษถึง 3 ครั้ง ซึ่งเป็นการมัดแน่นว่าเขาคือชาวอังกฤษ ที่ต้องโดนดำเนินคดีในICC

ทนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมแสดงหลักฐานว่า ชื่อของอภิสิทธฺ์ปรากฎชื่อเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 3 ครั้ง นี่เป็นบัญชีรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะลงคะแนนเสียงในสหราชอาณาจักร ซึ่งในทศวรรษที่ 1980 ครอบคลุมทั้งชาวอังกฤษ, ชาวไอริช และชาวสหราชอาณาจักร นี่หมายความอภิสิทธิ์ได้ปรับระดับสถานะของเขาอย่างเต็มที่ในฐานะชาวอังกฤษ

บุคคลแต่ละคนถูกลงในทะเบียนโดยที่อยู่ของพวกเขา อภิสิทธิ์ถูกลงทะเบียนตามที่อยู่วิทยาลัยของเขา, เซนต์จอห์น (บนถนน เซนต์ กิลส์) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยอ็อซฟอร์ด นี่หมายความว่าเขาถูกลงทะเบียนในสถานะนักศึกษาอังกฤษตามมหาวิทยาลัย โดยมีต้นตอมาจากมหาวิทยาลัยที่เขาลงทะเบียน มหาวิทยาลัยได้ส่งชื่อของผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะลงคะแนนเสียงเหล่านี้ให้กับ คณะกรรมการท้องถิ่นซึ่งบรรจุชื่อของพวกเขาในสมุดลงทะเบียน

ปีที่ 1 ที่อภิสิทธิ์มีชื่ออยู่ในทะเบียนคือ พ.ศ. 2527/28 (นี่เป็นปีที่เขามีสิทธิลงคะแนนเสียง), ซึ่งวันที่มีคุณสมบัติในการลงทะเบียนคือ 10 ตุลาคม 2526 (นี่เป็นวันสุดท้ายที่ชื่อของอภิสิทธิ์สามารถเพิ่มเข้าไปในบัญชีรายชื่อ), ที่เมืองอ็อซฟอร์ดในหน่วยเลือกตั้งที่เรียกว่า HA

ปีที่ 2 คือ พ.ศ. 2529 โดยวันที่มีคุณสมบัติในการลงทะเบียนคือ 10 ตุลาคม 2527 ที่เมืองอ็อซฟอร์ดในหน่วยเลือกตั้งที่เรียกว่า HA โดยนามสกุลของอภิสิทธิ์ถูกสะกดผิดเพี้ยนไป

ปีที่ 3 คือ พ.ศ. 2529/30 โดยวันที่มีคุณสมบัติในการลงทะเบียนคือ 10 ตุลาคม 2527 ที่เมืองอ็อซฟอร์ดในหน่วยเลือกตั้งที่เรียกว่า HA โดยนามสกุลของอภิสิทธิ์ถูกสะกดเพี้ยนไปอีกครั้ง

นี่ไม่ได้เพียงหมายความว่า เขามีสิทธิลงคะแนนเสียงเท่านั้น แต่เขายังยังมีคุณสมบัติถือสัญชาติอังกฤษโดยที่มหาวิทยาลัยของเขาจัดการลง ทะเบียนเขาเป็นชาวอังกฤษ

ทั้งนี้ไทยไม่ได้ลงนามในสนธิสัญญากรุงโรมของICC ทำให้ไม่สามารถดำเนินคดีฐานอาชญากรระหว่างประเทศได้ แต่อังกฤษเป็นสมาชิก ICC ทนายโรเบิร์ตจึงดำเนินคดีฟ้องร้องอภิสิทธิ์ในฐานะเป็นชาวอังกฤษ


***********
อ่านเรื่องเกี่ยวเนื่องโดยไทยอีนิวส์:

10 ‘Smoking Guns’ that Tied Abhisit-Suthep to Crime/10หลักฐานมัดแน่นมาร์ค-เทือกชดใช้หนี้เลือด


บ่าย วันนี้(9ธ.ค.)ระหว่างที่รถของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขับเข้ามาในกองบัญชาการตำรวจนครบาล มีกลุ่มผู้ชุมนุมสวมชุดดำมารออยู่ ราว 20 คน นำโดย"เจ๊ดา แดงเดือด"ดารุณี กฤตบุญญาลัย พร้อมตะโกนประณาม"ไอ้ฆาตกร91ศพ" (ภาพ:สีหน้าชัดๆของอภิสิทธิ์ที่บชน.วันนี้)

นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ บอกว่าน่าเอน็จอนาถใจ และไม่เข้าใจว่าเหตุใดกลุ่มคนเหล่านี้ถึงมีพฤติกรรมเช่นนั้น ทั้งที่พรรคเพื่อไทยที่พวกเขาสนับสนุนได้เป็นรัฐบาลแล้ว ทำไมยังตามรังควานพวกตนอีก

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ให้การกับตำรวจโดย ปฏิเสธไม่ได้สั่งสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง เขาเพียงแต่ดูภาพรวมนโยบาย การปฏิบัติการเป็นอำนาจของนายสุเทพ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศอฉ. และผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น พร้อมทั้งนำภาพถ่ายชายชุดดำให้ตำรวจว่ามีส่วนสังหารผู้ชุมนุม



From the documents, eye-witnesses, and reports; is it safe to say that Mark-and-Tuek, were the perpetrators and should be responsible for their crimes?

Is it too much to ask for their arrests and prosecutions? What kind of justice would they receive--- the same as the Red Shirt Arisman Pongruangrong who was denied bail for afraid of fleeing, or something special for the elites?

By Thai E-News
December 9 2011
อ่านพากษ์ภาษาไทย 10 หลักฐานเอกสารมัดแน่นมาร์ค-เทือกชดใช้หนี้เลือดวีรชน

On this December 8-9, former Prime Minister Abhisit Vejjajiva, leader of the Democrat Party, and his then deputy PM Suthep Thaugsuban said they would meet the police investigators on their roles in the death of the 16 Red Shirt protesters during the April-May 2010.

Since both of them were not remorseful, and further accused the current government of ‘Payback politics’

Thaienews would like to present the evidence to our readers’ consideration, that this is NOT ‘about payback politics’, but a crime, a massacre, that both of them have to face the consequences.

They were not witnesses of the crime, but perpetrators of the crime.

1. The following document is the Internal ‘Top Secret’ government document that both Suthep Thaugsuban and Colonel Sansern Kaewkamnerd acknowledged that it was genuine.




The essence of the document is that it showed Abhisit Vejjajiva, the Prime Minister at the time, was the one who issued the order through Suthep Thaugsuban with acknowledgement from the Army Chief, ordering the military to disperse the protesters, which resulted in 92 deaths, over 2,000 injuries, and more than 400 protesters arrested.

2. The following is the ‘Lessons Learned’ document from the military ‘Information operation’, which really a ‘Misinformation operation’, accusing the Red Shirt demonstrators as ‘terrorists’. This misinformation operation laid groundwork for ‘license to kill’ and created an environment for the people to be more amenable to the military actions.

AW-SP-69-81

The essence of this document is that it showed the effectiveness of the ‘Information operation’. Through coordinated operations of the government and the military, many Thais were brainwashed into supportive of the military actions. With Thai media constantly showing the burning images of Central World department store, Siam Theater amongst others, had created impression that the Red shirts were criminal, arsonists, and deserved to die.

3. The following is the ‘Lessons Learned’ document from the ‘Tighten the Cordon operation’ used in dispersing the protesters.


Lesson 7
The essence of this document is that it was clear from the start among the military apparatus that the government had plan to use the military force to pressure the United Front of Democracy against Dictatorship (UDD). They used the military to cordon off the site to pressure the protesters to end the occupation, not to bring back negotiation. On 12 May, then Prime Minister Abhisit, while in the meeting of the Centre for the Resolution of the Emergency Situation (CRES), ordered the military to activate the plan.

This ‘Tighten the Cordon operation’ is a military ‘battle’ plan against the protesters which employed heavy military machineries such as tanks, live ammunitions, and snipers to cordon off the protest site preventing people from going in or out.

4. The following document listed the names of the military commanders involved in the operations on 10 April-19 May 2010.








The essence of the document is that it showed place and time of the military personnel who involved in the operations. It also listed the names and places of protesters killed from the operations, which can be used to implicate those involved.

5. The following is the document from the Truth for Reconciliation Commission of Thailand (TRCT), which Abhisit commissioned. As part of its missions, the TRCT was to investigate and determine the truth about the violence that occurred during April-May 2010. It founded that at least 13 protester deaths were from the military actions.


รายงานความคืบหน้า คอป ครั้งที่ 1

The essence of the report is that at least 13 protester deaths were from the government actions. The report did not mention the so-called ‘Men in Black’ were responsible for any protesters’ death during 10 April-19 May 2010. Investigations into these deaths either by the police or the Department of Special Investigation (DSI) were tainted with political interference, no attempts to bring those responsible to justice. The report did not support any amnesty plan.


6. From the Wongsak Sawasdipanich’s Interview on Suthep’s shotguns request


The Matichon-Weekly issued number 1618 dated 19-25 August 2011 had a report on Wongsak’s refusal to order the provincial governors to turnovers the 300 shotguns to Suthep.

Wongsak said that Suthep phoned him and asked him to turnover 300 shotgun rifles to CRES, but he refused because it was beyond his authority.

He expressed disagreement with using force to settle conflicts no matter what ‘color of shirts’ you are. The conflict should be settled through dialog, not under barrel of a gun. This perhaps made him got transferred from director-general of the Provincial Administration. He later got his old job back.


7. TRCT unveiled charges against Red Shirts were ‘Inflated’



Somchai Hom-laor, chairman of the TRCT’s fact finding subcommittee, said many charges filed against Red Shirts had been inflated and now 53 Red Shirts faced accusations of arson and terrorism, carrying a maximum penalty of death.

He also said police investigators and public prosecutors admitted to being pressured by the Abhisit Vejjajiva government’s policy makers to inflate charges and they had ended up filing ‘indiscriminate’ charges against the Red Shirts demonstrators.

“The feeling of the [Red Shirts] demonstrators is that they are victims of a one-sided judicial process while state officers who have committed crimes to a greater or lesser extent are not being put through the judicial process.” Somchai said according to the Nation.

8. DSI had the policy that ‘came from the top’ to blame the Red Shirts as much as possible.



In the BBC documentary, Thailand – Justice Under Fire, reported a conversation with anonymous DSI official who stated that:

“The DSI has policy to blame the Red Shirts as much as possible. If the perpetrators could not be found, blame the Red Shirts. If you could not find who fired the shot, you have to assume that the Red Shirts and their supporters did it. This order was from the chief of the DSI”.


9. Col Sansern claimed the order to use force came from Mark and Tuek


On 15 November 2011, Col Sansern Kaewkamnerd, spokesperson of the Centre for the Resolution of the Emergency Situation (CRES), said during the police investigations into the bloody crackdown of the protesters during April-May 2010 that CRES came into existence through the executive order of then Prime Minister Abhisit Vejjajiva, while Suthep Thaugsuban as deputy prime minister and CRES chairman.

He stated that the military will not be able to use force in dispersing the Red Shirts without having order from CRES which got its order from Abhisit and Suthep.

10. Suthep admitted at Rachaprasong that he was the one who issued the order.

During the July-3-election rally at Rachaprasong, Suthep Thaugsuban admitted that he ordered everything; “Mark had nothing to do with it”, he was quoted as saying.


I ordered everything I am responsible

..

From the above documents, eye-witnesses, and reports; is it safe to say that Mark-and-Tuek, were the perpetrators and should be responsible for their crimes?

Is it too much to ask for their arrests and prosecutions? What kind of justice would they receive--- the same as the Red Shirt Arisman Pongruangrong who was denied bail for afraid of fleeing, or something special for the elites?


วันศุกร์, มีนาคม 30, 2555

ชิบหายแล้วมาร์ค!หลักฐานมัดคอมีสิทธิ์เลือกตั้งอังกฤษ3หน หนีไม่พ้นศาลอาชญากรระหว่างประเทศ


อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัยเป็นนักเรียนในอังกฤษ นอกจากเกิดที่อังกฤษ เขายังเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งถึง 3 หนในประเทศนั้นด้วย นี่จึงเป็นหลักฐานเพียงพอที่จะส่งตัวขึ้นศาลอาชญากรระหว่างประเทศ

อภิสิทธิ์บอกว่าจำไม่ได้ว่าเคยมีชื่อในทะเบียนบ้านผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่อังกฤษ ส่วนศิริโชคแถว่าแค่เคยลงสมัครประธานนักเรียน งั้นไปดูกันเอกสาร 3 ฉบับด้านล่างนี้ เผื่อจะหายความจำเสื่อม แล้วเลิกแถซะที

เอกสารระบุชื่อนายมาร์ค เวชชาชีวะ กับนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในอังกฤษปี 2527-2528 (สะกดชื่อถูก คือ VEJJAJIVA,MARK A. หรือ อภิสิทธิ์ มาร์ค เวชชาชีวะ)

เอกสารระบุชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปี2529 ระบุชื่อนายมาร์ค วาชชาชีวะ(สะกดเพี้ยนเป็นVAJJAJIVA , MARK A. )

เอกสารระบุชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปี2529 ระบุชื่อนายมาร์ค เวย์ชาชีวะ(สะกดเพี้ยน เป็น VEYYAYIVA, MARK A.)


ตอนผมเรียนหนังสือที่ประเทศอังกฤษ หากผมอยากได้ประโยชน์จากการเป็นคนอังกฤษ ผมไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน แต่ผมก็แสดงตนตั้งแต่ตอนนั้นว่าผมเป็นนักเรียนต่างชาติ คุณแพ่คุณม่อ คุณพ่อคุณแม่ผมก็เป็นออกค่าใช้จ่าย-อภิสิทธิ์



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 มีนาคม 2555


วันนี้ น.พ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดง กล่าวว่า มีข่าวดีมาบอก เนื่องจากใกล้ถึงวันที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะได้ขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ เพราะศาลรับพิจารณานำนายอภิสิทธิ์ขึ้นพิจารณาคดีที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ ตั้งแต่มีการยื่นเรื่องไปจนถึงวันนี้ ไม่มีการโยนเอกสารลงตะกร้า แต่ส่งหนังสือมายังนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความคนเสื้อแดง รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่านายอภิสิทธิ์มีสัญชาติอังกฤษ มีฐานะเป็นพลเมืองอังกฤษ เป็นการแสดงให้เห็นว่าศาลอาญาระหว่างประเทสสนใจและต้องการนำเรื่องของนายอภิสิทธิ์พิจารณาคดี


“ โดยนายโรเบิร์ตได้มีหลักฐานยืนยันว่านายอภิสิทธิ์เป็นคนอังกฤษ หลักฐานสำคัญก็คือสิทธิการเลือกตั้งของนายอภิสิทธิ์ และยังพบอีกว่าในทะเบียนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งของอังกฤษ วิทยาลัยเซนจอห์น มหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด ส่งชื่อนายอภิสิทธิ์ในฐานะที่เป็นผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในอังกฤษปีในช่วงพ.ศ.2526 – 2529 ทำให้นายอภิสิทธิ์มีสถานภาพเป็นพลเมืองอังกฤษเต็มรูปแบบ ซึ่งนายโรเบิร์ตได้นำมาจากทะเบียนราษฎรของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในประเทศอังกฤษ”นพ.เหวง กล่าว

เว็บไซต์นปช.นิวส์ อ้างรายงานการสืบสวนของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความนปช.ที่อยู่ระหว่างยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)โดยจะดำเนินคดีในฐานะอภิสิทธิ์เป็นชาวอังกฤษ ได้พบหลักฐานว่าอภิสิทธิ์มีชื่อในฐานะัผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในอังกฤษถึง 3 ครั้ง ซึ่งเป็นการมัดแน่นว่าเขาคือชาวอังกฤษ ที่ต้องโดนดำเนินคดีในICC

ทนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมแสดงหลักฐานว่า ชื่อของอภิสิทธฺ์ปรากฎชื่อเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 3 ครั้ง นี่เป็นบัญชีรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะลงคะแนนเสียงในสหราชอาณาจักร ซึ่งในทศวรรษที่ 1980 ครอบคลุมทั้งชาวอังกฤษ, ชาวไอริช และชาวสหราชอาณาจักร นี่หมายความอภิสิทธิ์ได้ปรับระดับสถานะของเขาอย่างเต็มที่ในฐานะชาวอังกฤษ

บุคคลแต่ละคนถูกลงในทะเบียนโดยที่อยู่ของพวกเขา อภิสิทธิ์ถูกลงทะเบียนตามที่อยู่วิทยาลัยของเขา, เซนต์จอห์น (บนถนน เซนต์ กิลส์) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยอ็อซฟอร์ด นี่หมายความว่าเขาถูกลงทะเบียนในสถานะนักศึกษาอังกฤษตามมหาวิทยาลัย โดยมีต้นตอมาจากมหาวิทยาลัยที่เขาลงทะเบียน มหาวิทยาลัยได้ส่งชื่อของผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะลงคะแนนเสียงเหล่านี้ให้กับคณะกรรมการท้องถิ่นซึ่งบรรจุชื่อของพวกเขาในสมุดลงทะเบียน

ปีที่ 1 ที่อภิสิทธิ์มีชื่ออยู่ในทะเบียนคือ พ.ศ. 2527/28 (นี่เป็นปีที่เขามีสิทธิลงคะแนนเสียง), ซึ่งวันที่มีคุณสมบัติในการลงทะเบียนคือ 10 ตุลาคม 2526 (นี่เป็นวันสุดท้ายที่ชื่อของอภิสิทธิ์สามารถเพิ่มเข้าไปในบัญชีรายชื่อ), ที่เมืองอ็อซฟอร์ดในหน่วยเลือกตั้งที่เรียกว่า HA

ปีที่ 2 คือ พ.ศ. 2529 โดยวันที่มีคุณสมบัติในการลงทะเบียนคือ 10 ตุลาคม 2527 ที่เมืองอ็อซฟอร์ดในหน่วยเลือกตั้งที่เรียกว่า HA โดยนามสกุลของอภิสิทธิ์ถูกสะกดผิดเพี้ยนไป

ปีที่ 3 คือ พ.ศ. 2529/30 โดยวันที่มีคุณสมบัติในการลงทะเบียนคือ 10 ตุลาคม 2527 ที่เมืองอ็อซฟอร์ดในหน่วยเลือกตั้งที่เรียกว่า HA โดยนามสกุลของอภิสิทธิ์ถูกสะกดเพี้ยนไปอีกครั้ง

นี่ไม่ได้เพียงหมายความว่า เขามีสิทธิลงคะแนนเสียงเท่านั้น แต่เขายังยังมีคุณสมบัติถือสัญชาติอังกฤษโดยที่มหาวิทยาลัยของเขาจัดการลงทะเบียนเขาเป็นชาวอังกฤษ

ทั้งนี้ไทยไม่ได้ลงนามในสนธิสัญญากรุงโรมของICC ทำให้ไม่สามารถดำเนินคดีฐานอาชญากรระหว่างประเทศได้ แต่อังกฤษเป็นสมาชิก ICC ทนายโรเบิร์ตจึงดำเนินคดีฟ้องร้องอภิสิทธิ์ในฐานะเป็นชาวอังกฤษ


***********
อ่านเรื่องเกี่ยวเนื่องโดยไทยอีนิวส์:

10 ‘Smoking Guns’ that Tied Abhisit-Suthep to Crime/10หลักฐานมัดแน่นมาร์ค-เทือกชดใช้หนี้เลือด


บ่าย วันนี้(9ธ.ค.)ระหว่างที่รถของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขับเข้ามาในกองบัญชาการตำรวจนครบาล มีกลุ่มผู้ชุมนุมสวมชุดดำมารออยู่ ราว 20 คน นำโดย"เจ๊ดา แดงเดือด"ดารุณี กฤตบุญญาลัย พร้อมตะโกนประณาม"ไอ้ฆาตกร91ศพ" (ภาพ:สีหน้าชัดๆของอภิสิทธิ์ที่บชน.วันนี้)

นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ บอกว่าน่าเอน็จอนาถใจ และไม่เข้าใจว่าเหตุใดกลุ่มคนเหล่านี้ถึงมีพฤติกรรมเช่นนั้น ทั้งที่พรรคเพื่อไทยที่พวกเขาสนับสนุนได้เป็นรัฐบาลแล้ว ทำไมยังตามรังควานพวกตนอีก

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ให้การกับตำรวจโดย ปฏิเสธไม่ได้สั่งสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง เขาเพียงแต่ดูภาพรวมนโยบาย การปฏิบัติการเป็นอำนาจของนายสุเทพ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศอฉ. และผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น พร้อมทั้งนำภาพถ่ายชายชุดดำให้ตำรวจว่ามีส่วนสังหารผู้ชุมนุม



From the documents, eye-witnesses, and reports; is it safe to say that Mark-and-Tuek, were the perpetrators and should be responsible for their crimes?

Is it too much to ask for their arrests and prosecutions? What kind of justice would they receive--- the same as the Red Shirt Arisman Pongruangrong who was denied bail for afraid of fleeing, or something special for the elites?


By Thai E-News
December 9 2011
อ่านพากษ์ภาษาไทย 10 หลักฐานเอกสารมัดแน่นมาร์ค-เทือกชดใช้หนี้เลือดวีรชน

On this December 8-9, former Prime Minister Abhisit Vejjajiva, leader of the Democrat Party, and his then deputy PM Suthep Thaugsuban said they would meet the police investigators on their roles in the death of the 16 Red Shirt protesters during the April-May 2010.

Since both of them were not remorseful, and further accused the current government of ‘Payback politics’

Thaienews would like to present the evidence to our readers’ consideration, that this is NOT ‘about payback politics’, but a crime, a massacre, that both of them have to face the consequences.

They were not witnesses of the crime, but perpetrators of the crime.

1. The following document is the Internal ‘Top Secret’ government document that both Suthep Thaugsuban and Colonel Sansern Kaewkamnerd acknowledged that it was genuine.




The essence of the document is that it showed Abhisit Vejjajiva, the Prime Minister at the time, was the one who issued the order through Suthep Thaugsuban with acknowledgement from the Army Chief, ordering the military to disperse the protesters, which resulted in 92 deaths, over 2,000 injuries, and more than 400 protesters arrested.

2. The following is the ‘Lessons Learned’ document from the military ‘Information operation’, which really a ‘Misinformation operation’, accusing the Red Shirt demonstrators as ‘terrorists’. This misinformation operation laid groundwork for ‘license to kill’ and created an environment for the people to be more amenable to the military actions.

AW-SP-69-81

The essence of this document is that it showed the effectiveness of the ‘Information operation’. Through coordinated operations of the government and the military, many Thais were brainwashed into supportive of the military actions. With Thai media constantly showing the burning images of Central World department store, Siam Theater amongst others, had created impression that the Red shirts were criminal, arsonists, and deserved to die.

3. The following is the ‘Lessons Learned’ document from the ‘Tighten the Cordon operation’ used in dispersing the protesters.


Lesson 7
The essence of this document is that it was clear from the start among the military apparatus that the government had plan to use the military force to pressure the United Front of Democracy against Dictatorship (UDD). They used the military to cordon off the site to pressure the protesters to end the occupation, not to bring back negotiation. On 12 May, then Prime Minister Abhisit, while in the meeting of the Centre for the Resolution of the Emergency Situation (CRES), ordered the military to activate the plan.

This ‘Tighten the Cordon operation’ is a military ‘battle’ plan against the protesters which employed heavy military machineries such as tanks, live ammunitions, and snipers to cordon off the protest site preventing people from going in or out.

4. The following document listed the names of the military commanders involved in the operations on 10 April-19 May 2010.








The essence of the document is that it showed place and time of the military personnel who involved in the operations. It also listed the names and places of protesters killed from the operations, which can be used to implicate those involved.

5. The following is the document from the Truth for Reconciliation Commission of Thailand (TRCT), which Abhisit commissioned. As part of its missions, the TRCT was to investigate and determine the truth about the violence that occurred during April-May 2010. It founded that at least 13 protester deaths were from the military actions.


รายงานความคืบหน้า คอป ครั้งที่ 1

The essence of the report is that at least 13 protester deaths were from the government actions. The report did not mention the so-called ‘Men in Black’ were responsible for any protesters’ death during 10 April-19 May 2010. Investigations into these deaths either by the police or the Department of Special Investigation (DSI) were tainted with political interference, no attempts to bring those responsible to justice. The report did not support any amnesty plan.


6. From the Wongsak Sawasdipanich’s Interview on Suthep’s shotguns request


The Matichon-Weekly issued number 1618 dated 19-25 August 2011 had a report on Wongsak’s refusal to order the provincial governors to turnovers the 300 shotguns to Suthep.

Wongsak said that Suthep phoned him and asked him to turnover 300 shotgun rifles to CRES, but he refused because it was beyond his authority.

He expressed disagreement with using force to settle conflicts no matter what ‘color of shirts’ you are. The conflict should be settled through dialog, not under barrel of a gun. This perhaps made him got transferred from director-general of the Provincial Administration. He later got his old job back.


7. TRCT unveiled charges against Red Shirts were ‘Inflated’



Somchai Hom-laor, chairman of the TRCT’s fact finding subcommittee, said many charges filed against Red Shirts had been inflated and now 53 Red Shirts faced accusations of arson and terrorism, carrying a maximum penalty of death.

He also said police investigators and public prosecutors admitted to being pressured by the Abhisit Vejjajiva government’s policy makers to inflate charges and they had ended up filing ‘indiscriminate’ charges against the Red Shirts demonstrators.

“The feeling of the [Red Shirts] demonstrators is that they are victims of a one-sided judicial process while state officers who have committed crimes to a greater or lesser extent are not being put through the judicial process.” Somchai said according to the Nation.

8. DSI had the policy that ‘came from the top’ to blame the Red Shirts as much as possible.



In the BBC documentary, Thailand – Justice Under Fire, reported a conversation with anonymous DSI official who stated that:

“The DSI has policy to blame the Red Shirts as much as possible. If the perpetrators could not be found, blame the Red Shirts. If you could not find who fired the shot, you have to assume that the Red Shirts and their supporters did it. This order was from the chief of the DSI”.


9. Col Sansern claimed the order to use force came from Mark and Tuek


On 15 November 2011, Col Sansern Kaewkamnerd, spokesperson of the Centre for the Resolution of the Emergency Situation (CRES), said during the police investigations into the bloody crackdown of the protesters during April-May 2010 that CRES came into existence through the executive order of then Prime Minister Abhisit Vejjajiva, while Suthep Thaugsuban as deputy prime minister and CRES chairman.

He stated that the military will not be able to use force in dispersing the Red Shirts without having order from CRES which got its order from Abhisit and Suthep.

10. Suthep admitted at Rachaprasong that he was the one who issued the order.

During the July-3-election rally at Rachaprasong, Suthep Thaugsuban admitted that he ordered everything; “Mark had nothing to do with it”, he was quoted as saying.


I ordered everything I am responsible

..

From the above documents, eye-witnesses, and reports; is it safe to say that Mark-and-Tuek, were the perpetrators and should be responsible for their crimes?

Is it too much to ask for their arrests and prosecutions? What kind of justice would they receive--- the same as the Red Shirt Arisman Pongruangrong who was denied bail for afraid of fleeing, or something special for the elites?

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:เราไม่ลืม10เมษา53


อ่านบทสัมภาษณ์นักเขียนต้องห้าม เปิดตัวหนังสือต้องอ่าน ผ่าลึกการเมืองไทยผ่านปรากฏการณ์"แรงงานอุ้มชาติ" (คลิ้กอ่านสัมภาษณ์)

โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
เมษายน 2555

ส่งข่าวคราวกิจกรรมความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตยได้ที่อีเมล์ thaienews99@googlegroups.com
หนังสือต้องอ่านโดยนักเขียนต้องห้าม-จรรยา ยิ้มประเสริฐ นักกิจกรรมแรงงานที่อยู่ระหว่างลี้ภัยการเมืองพิกลพิการในต่างประเทศเขียนหนังสือ"ต้องอ่าน"ผ่าลึกประเทศไทยผ่านมิติด้านแรงงาน ท่านสามารถสนับสนุนนักสู้ที่อุทิศตัวเพื่อการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยให้อยู่ได้อย่างยืนหยัด สั่งซื้อได้แล้ววันนี้ โดยโอนจ่ายผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาบิ๊กซีรามอินทรา เลขที่864-2-07040-2 ชื่อบัญชี ประเวศ ประภานุกูล จำนวน 330 บาท(หนังสือราคา300 บวกค่าจัดส่ง30บาท)
วีรกรรมวีระประชาชน 10 เมษา 53 จักตราตรึงในใจมหาชนผู้รักประชาธิปไตย และยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่ในใจตลอดกาล

* 31 มีนาคม :กลัวเสรีภาพ

ห้องประชุมฝ้ายคำ อาคารคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

บทสนทนาว่าด้วยอาการหวาดกลัวต่อการมีสิทธิเสรีภาพสมบูรณ์อันเป็นสากลของปวงชนชาวไท
ระหว่าง

- ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล นักนิติศาสตร์ผู้เสนอหลักวิชาอันสั่นคลอนอำนาจ จากคณะนิติราษฎร์
- อานนท์ นำภา ทนายความผู้ใช้กฎหมายภาคปฏิบัติ จากสำนักกฎหมายราษฎรประสงค์
- สุดา รังกุพันธ์ นักวิชาการผู้ประกาศตนเดินเส้นทางสายรณรงค์ จาก ครก.112


เวลา 13.00น. - 16.00 น. วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2555
ณ ห้องประชุมฝ้ายคำ อาคารคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

(โปรดพกสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของท่านมาด้วยหากต้องการลงชื่อสนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 ตามข้อเสนอของนิติราษฎร์)

https://www.facebook.com/events/119844728139495/



อาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2555:กวีราษฎร์ครั้งที่ ๒ งาน ศิลปะ บทกวี ดนตรี ปาฐกาถา 
ชมคลิปงานกวีราษฎร์ฉบับสมบูรณ์ คลิกที่นี่
สี่โมงเย็น ถึง สองทุ่ม  ณ อนุสรณ์ 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว

ปาฐกถา -
 "กรณีกฎหมายปรองดอง กับ ม.112" ดร.อนุสรณ์ อุณโณ

  "............" ทองธัช เทพารักษ์  ( * ยังไม่ได้แจ้งหัวข้อ*)

" สิทธิการประกันตัว กับ ผู้ต้องหา ม.112" ประวิตร โรจนพฤกษ์

" จากคุกที่มองไม่เห็นถึงฆาตกรมือเปื้อนเลือด" วิภา ดาวมณี

 "นักโทษการเมือง ผลพวงจากรัฐประหาร" บัส เทวฤทธ์ มณีฉาย

 ".............." ไท ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข  ( * ยังไม่ได้แจ้งหัวข้อ*) 

 "โอบกอดอุดมการณ์ปฏิวัติ-อภิวัน์ปฏิรูปความเป็นธรรม" อ้น ชัยนรินทร์  กุหลาบอ่ำ

บทกวีโดย -
อนุสรณ์ ติปยานนท์ รางชาง มโนมัย อโลชา เวียงพงศ์ คาล รีอัล กานต์ ณ กานท์ prim red อานนท์ นำภา วฒน น้ำเอกเหล็กกล้า ฯลฯ

ดนตรีโดย
- ฮาเมอร์ ซาลวาลา กิตติเดช บัวศรี กานต์ ทัศนภักดิ์ อู๋ เสรีชน

ละครโดย -
กลุ่มประกายไฟการละคร

performance art โดย
- กลุ่ม B-Floor Theatre

ศิลปะโดย
- "ราวตากศิลปะ ขยะไพร่ "ทองธัช เทพารักษ์ "Gray red shirt" กานต์ ทัศนภักดิ์ "เขาวาดคุกด้วยปืน เราลบด้วยแปรง" จำปา

หมู่บ้านเสื้อแดงโกอินเตอร์ เจ๊ดาแดงเดือดทัวร์คอนเสิร์ตเปิดกระหึ่มที่L.A. CHICAGO อเมริกา คิวหน้า 1 กับ 7 เมษาฯที่TEXAS SANFRANก่อนGO AROUND THE WORLD

c
Chicago
 
L.A.
คิวต่อไป TEXAS ที่ร้าน FU LU SU Thaifood Restaurant 2487 Cartwright Road Missouri City, TX 77459 Tel: 281-499-5343 วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2555 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป 

  San Francisco Hotel Milano 55 5th street San Francisco, CA 94103 Tel: 415-543-8555 วันเสาร์ที่ 7 เมษายน 2555 ตั้งแต่เวลา 20 น. เป็นต้นไป
6 เมษายน ชุมชุมวงเวียนใหญ่

6 เมษายน 2325 รัฐประหาร ประหารชีวิตสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช -6 เมษายน 2555 ชุมนุมรำลึก 230 ปีพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

*เสาร์ ที่ 7 เมษายน 2555 :ต้านรัฐประหาร เปลี่ยนผ่านรัฐธรรมนูญ เปิดหมู่บ้านเสื้อแดง


พี่น้องไทยเสื้อแดงในอเมริกาจัดงานเลี้ยงส่งตัวแทนมาเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงในประเทศไทย


ในที่สุดก็ได้เวลา วัน น. เวลา น. ที่ชัดเจน และลงตัว

ขอเชิญร่วมงาน พิธีเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงที่อำเภอ กมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ 10 ตำบล 110 หมู่บ้าน

สถานที่จัดงาน
ณ.สนามโรงเรียน ปากน้ำราษร์บำรุง หมู่ที่ 12 ตำบล กมลาไสย อำเภอ กมลาไสย จังหวัด กาฬสินธุ์

วัน และ เวลาวัน เสาร์ ที่ 7 เมษายน 2555 งานเริ่ม เวลา 3:00 pm.ถึง12:00 am. (บ่ายสามโมงถึงเที่ยงคืน)

บรรยากาศในงาน

พบกับแกนนำเสื้อแดงในภาคอีสาน นำโดย ดร. สุทิน คลังแสง อ.นิสิต สินธุไพรและ สส.พรรคเพิ่อไทย ท่าน อ. เวียง วรเชษฐ์

แกนนำเสื้อแดงในพื้นที่ คุณ นำโดย อ้วน สุรสังข์ ( อ้วน ปากน้ำ )

แกนนำจากสหรัฐอเมริกา คุณ รำไพ จันทะพาหะ (นิดหน่อย ซานดีเอโก)

แขกรับเชิญพิเศษ ประธาน กรรมาธิการ ต่างประเทศ สส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่าน สส.ดร. สนัย จุลพงษ์ธร

เปิดตัว แกนนำหมู่บ้านเสื้อแดง และรับมอบ ธงประจำหมู่บ้าน กว่า 100 หมู่บ้าน

สนุกกับเสียงเพลงประชาธิปไตย แบบ ร้องเอง ฟังเอง และ นักร้องรับเชิญ มากมาย

ฮวมกินข้าวแลงนำกันแบบบ้านเฮา ๆ ในบรรยากาศเสื้อแดง ๆ ฮักแพงกัน

(ไผมีปลาเอาปลา ไผมีเข่า เอาเข่ามา ไผมีไก่เอาไก่มา มีปลาแดกปลาล่าขนมาฮ่วมกัน มีบักหุง เอา บักหอยเอามา ฮ่วมกินนำกัน)

งานนี้ คนที่มีหัวใจรักในประชาธิปไตย รักในความถูกต้อง และมีหัวใจสีแดง แรงสุด ๆ ไม่ควรพลาด

คณะแกนนำจัดงาน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้เห็นพี่น้องเสื้อแดง ทั้งบ้านใกล้ อำเภอไกล จังหวัดใกล้เคียง ต่างให้ใจ ให้ความร่วมมือ เข้ามีส่วนร่วมในงานนี้เป็นอย่างดี
พบกันที่ อำเภอ กมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ 

ติดต่อสอบถามรายละเอียด เพิ่มได้ที่

กมลาไสย อ้วน ปากน้ำ 0833530744
เมกา นิดหน่อย             (619) 549-2515      

และที่ สถานีวิทยุ อีสาน อัพเดท จังหวัดกาฬสินธุ์ ในรายการ "ส่งใจข้ามแดน" เวลา บ่าย โมง ถึงบ่าย โมง จันทร์ ถึง ศุกร์

โดย ดีเจ อ้อย ดีเจหน่อย โทร             043 814664      


*7 เมษายนงานสงกรานต์และันิทรรศการรักษาสภาพแวดล้อม


ดร.พิทยา พุกกะมาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเรียนเชิญท่านและครอบครัวไปร่วมงานสงกรานต์ในวันเสาร์ที่ ๗ เมษายน เวลาระหว่าง ๑๐.๐๐ น. ถึง ๑๕.๓๐ น. ที่โรงเรียนทานสัมฤทธิ์  ซอยทานสัมฤทธิ์  ถนนติวานนท์ ๓๘ 






*10 เมษายน รำลึกวีรชน 10 เมษา 53



นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. แถลงว่า  ในวันที่ 10 เม.ย.ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น.  นปช.จะมีการจัดงานทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์ 30 รูป เพื่อเป็นการรำลึกถึงวีรชนที่เสียชีวิตในบริเวณดังกล่าว โดยจะมีจัดเวทีที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทย์  


ทั้งนี้คิดว่าจะไม่กระทบต่อการจัดงานพระราชพิธีถวายเพลิงพระศพฯ ส่วนการแต่งงานของคนที่จะมาร่วมในงานนั้น ก็อาจจะมีทั้งเสื้อสีแดงหรือสีดำผสมกันไป เพราะเราคิดว่าตั้งแต่สมัยก่อนก็ไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อสีดำเข้ามาร่วมพิธีไว้ทุกข์เพราะการใส่ชุดดำไว้ทุกข์เพิ่งเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 6 และเป็นประเพณีของเจ้านาย ซึ่งไพร่ทั่วไปไม่มีโอกาสไว้ทุกข์ และไพร่ในสมัยก่อนก็ไม่มีเสื้อผ้าจะใส่ 


ดังนั้นเราจึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไรซึ่งเราจะไม่มีเวทีปราศรัยหรืองานรื่นเริงใดๆ  นอกจากนี้ในวันที่ 19 พ.ค. นปช. จะจัดงานครบรอบ 2 ปี  เหตุการณ์ล้อมปราบประชาชนที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ซึ่งจะมีทั้งการทำบุญและเปิดเวที่ปราศัย และจะมีการเชิญผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมจนทุพลภาพให้มาร่วมงานดังกล่าวด้วย โดยงานจะเริ่มตั้งแต่ช่วงสายไปจนถึง 03.00 น. ของวันที่ 20 พ.ค.  ทั้งนี้การที่เรายังยืนยันว่าจะจัดงานก็เพราะว่าฆาตรกรยังลอยหน้าคนฆ่ายังลอยนวล 

**13-15 เมษาฯทัวร์รดน้ำดำหัวทักษิณกับเรดทัวร์

ขอเรียนเชิญ เที่ยวชมสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก และรดน้ำ ดำหัว นายกทักษิณ เฉพาะญาติมิตรเสื้อแดงเท่านั้นค่ะ

ทัวร์สีแดงสู่ประชาคมอาเซี่ยน ครั้งที่ 2 โปรแกรม 3 วัน 2 คืน 13-14-15 เมษายน 2555 กรุงเทพ-อรัญประเทศ –เสียมราฐ- นครวัด –นครธม –กรุงเทพ ขึ้นรถ กรุงเทพ โทร 084-975-8844 ตา , 083-364-5699 อภินันท์
E-mail=redtour999@gmail.co



ข้างบนเป็นของเรดทัวร์ ส่วนท่านที่จะไปลาวติดต่อ087-9345926 ส่วนด้านล่างนี่เป็นอีกคณะทางบ้านโป่ง ราชบุรี

คนเสื้อแดงVip. ทัวร์ทริปพิเศษรดน้ำดำหัวคนพิเศษ.... เสียมเรียบ-มรดกโลก นครธม นครวัด โตนเลสาบ  14-15-16 เมษายน 2555 นำทัวร์โดย แดงบ้านโป่งร่วมกับ บริษัท เอทีชลบุรีทัวร์ จำกัด
14 เม.ย.  02.00น.( ตี 2 คืนวันที่ 13 ) รถVip.2ชั้นออก3จุด   จุดที่ 1. หน้าเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จุดที่ 2. หน้าแมคโดนันล์ อนุเสาวรีย์ ปชต. จุดที่ 3. หน้าหอนาฬิกาตลาดอ่างทอง   07.30น. ถึงโรงเกลือพักทำธุระส่วนตัวหาอาหารรองท้อง08.00น. ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองช่องทาง VIP   08.30-9.00น. ออกเดินทางมุ่งตรงสู่จังหวัดเสียมเรียบเมืองมรดกโลก(โดยรถโค้ชปรับอากาศโรงแรม)    11.00น.ถึงที่พักหรู 4-5 ดาว City AngkorHotel หรือ SmillingAngkor หรือ AngkorHolidayทานอาหารกลางวัน      (พิธีการรดน้ำดำหัวเล่นน้ำสงกรานต์กับท่านนายกฯในดวงใจอาจกำหนดในช่วงเวลานี้)    ….00น.    พาชมโตนเลสาบล่องเรือกลางทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดแห่งเอเชียอาคเนย์ (หรือสลับกับเช้า15เม.ย.)18.00.    รับอาหารค่ำที่ภัตตาคาร ชมการแสดงพื้นเมือง ต่อด้วยเยี่ยมชมตลาดช๊อปปิ้งยามค่ำNight Market   
15 เม.ย. 7.00น. อาหารเช้าที่ รร.   8.00น.      .........(เตรียมสำหรับโปรแกรมพิเศษหรืออาจสลับกับกำหนดการไปล่องเรือโตนเลสาบ).........  11.30น.   อาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร.   12.30น.    ชมมรดกโลก นครธม นครวัด ปราสาทตาพรม บันทายศรี (เสียค่าบัตรชมเพิ่ม700บาท)     17.30น.    พาช๊อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง Old Market.   18.30น. ทานอาหารภัตตาคาร – ตามอัธยาศัย
 16 เม.ย. 8.00น.ทานอาหารเช้าที่รร.     9.00น.เช็คเอ๊าท์รร.นำท่านสรงน้ำพระ พระคู่เมือง พระองค์เจก-พระองค์จอม                   แล้วไปชมศึกษาอนุสรณ์เตือนใจการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง  12.00น.  ทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร แล้วเดินทางกลับปอยเปต  15.00น.  ถึงคาสิโนสวรรค์ของนักเสี่ยงโชค ตามอัธยาศัย หรือจะผ่านด่านก่อนไปช็อปตลาดโรงเกลือ   17.00น. ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง18.00น.พร้อมกันขึ้นรถหน้าธ.กสิกร เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ     22.00น.  ส่งถึงจุดรับวันที่เดินทางมา    
พิเศษเฉพาะคนเสื้อแดงที่คิดถึงคนแดนไกลเท่านั้น..5,200 บาท เด็กไม่เกิน 7ขวบไปฟรี(ไม่รวมบัตรเข้าชมมรดกโลก)  ติดต่อด่วนจำกัดจำนวน บริบูรณ์ บ้านโป่ง 0818907921 – คุณวรรณะ กทม.0841347873 – อ.อ๊อดอ่างทอง0851786678  จองชำระก่อน2,500บาท โอนเงินไปที่ ธ.กสิกรสาขาบ้านโป่ง เลขที่ บ/ช. 144-262-3720  ออมทรัพย์  Fax.ใบโอน+หน้าพาสปอรต์ไปที่  032221853



OVERLAND TOUR ANGKOR WAT
ราชประสงค์ – เสียมเรียบ – นครธม นครวัด ( 13-15 เมษายน 2555 )

นครวัด–นครธม-บันทายสรี-ตาพรม-นมัสการพระศักดิ์สิทธิ์-ทะเลสาป
วัน 1               ราชประสงค์ – เสียมเรียบ ( L/D)                                                                                                                 .
13 เมษายน 2555
00.00 น.         ออกเดินทางจากราชประสงค์ (หน้าเซ็นทรัลเวิลด์) รถบัสปรับอากาศ 
                        แวะรับประทานอาหารเช้า อรัญประเทศ
08.00น.     ถึงชายแดนไทย-กัมพูชา เจ้าหน้าที่และไกด์รอรับคณะ
                        หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองทั้งไทยและกัมพูชาแล้วเดินทางสู่เสียมเรียบ
12.00 น.         รับประทานอาหารกลางวัน ภัตตาคารทอลเลสาป (บุฟเฟท์) 


13.30 น.         เดินทางไปชม โตนเลสาป ทะเลน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียโดยมีประชาชนเชื้อชาติเวียตนามและเขมรได้อาศัยอยู่ในทะเลสาป
                        เชิญท่านนมัสการพระศักดิ์สิทธิ์พระคู่บ้านคู่เมืองเสียมเรียบ“องค์เจกองค์จอม” ขอโชคขอพรเพื่อความสำเร็จในการประกอบอาชีพการงาน ชมฝูงค้างคาวแม่ไก่จำนวนมากที่มาพักอาศัยอยู่บริเวณนั้น เหมือนประหนึ่งเป็นบ้าน
17.00 น.         นำท่านเข้าสู่ที่พักเช็คอิน ณ โรงแรมที่พัก  รับเครื่องดื่มต้อนรับเย็นๆพักผ่อนให้คลายเหนื่อย
18.30 น.         รับประทานอาหารค่ำ พร้อมชมการแสดงพื้นเมือง ภัตตาคารอังกอร์มอนเด   (บุฟเฟท์) 
20.30 น.         นำท่านเข้าสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศรัย

วัน 2               เสียมเรียบ- นครวัด–นครธม-บันทายสรี  (B/L/D)                                                                       .
14 เมษายน 2555
06.00 น.         อาหารเช้าในโรงแรม
08.00      ชมปราสาทบันทายสรี (BanteaySrei) ตัวปราสาทสร้างในแนวราบเป็นปราสาทหลังเล็กๆกลุ่มหนึ่งสร้างด้วยหินทราย สีชมพูแกะสลักภาพนูนต่ำอย่างงดงามมาก ชาวเขมรเรียกว่า "บันเตย์เสรย" แปลว่า "ป้อมแห่งสตรี" ถ้าแปลตามภาษาสันสกฤตซึ่ง "ศรี" แปลว่า ความดีงามแล้วก็อาจจะแปลได้ว่า "ป้อมที่สวยงาม"               
     
ชม ปราสาทตาพรหม สร้างในปี พ.ศ.1729 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่ออุทิศถวายแด่พระราชมารดาเป็นวันในพุทธศาสนาที่มีขนาดใหญ่โตมากกว่าสนามหลวงของไทย ตั้งอยู่กลางป่าและมีแมกไม้ขึ้นปกคลุม

                        ชมกลุ่มปราสาทนครธมเริ่มจากสะพานนาคราช ซึ่งด้านหนึ่งเป็นศิลาสลักเป็นรูปเทวดากำลัง ฉุดนาค ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นรูปอสูรซึ่งมีขนาดใหญ่มากกว่า 5 เท่าคนจริงรวมกันถึง 108 ตน เป็นสะพานที่กษัตริย์เขมรใช้เป็นทางเสด็จผ่านเข้าออกเมืองนครธมของพระเจ้าชัยวรมันที่7  นำชม ประตูเมืองที่มียอดเป็นรูปพระโพธิสัตว์หันพระพักตร์ไปทั้ง 4 ทิศที่วิจิตรพิศดารกว่าในประตูเมือง ในประเทศต่างๆที่ท่านเคยพบมาจากนั้นชมปราสาทบายนซึ่งเป็นศูนย์กลางของอังกอร์ธมหรือ นครธมเป็นสุดยอดของปราสาทเขมรในยุคเสื่อมคือในรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่7ยอดปราสาท ขนาดยักษ์ทุกหลังจะแกะเป็นเทวพักตร์4หน้าหันออกไปทอดพระเนตรความเป็นไปและทุกข์สุข ของประชาชนทั้ง 4 ทิศ                       
                       
                        ชมกลุ่มปราสาทนครธมเริ่มจากสะพานนาคราช ซึ่งด้านหนึ่งเป็นศิลาสลักเป็นรูปเทวดากำลัง ฉุดนาค ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นรูปอสูรซึ่งมีขนาดใหญ่มากกว่า 5 เท่าคนจริงรวมกันถึง 108 ตน เป็นสะพานที่กษัตริย์เขมรใช้เป็นทางเสด็จผ่านเข้าออกเมืองนครธมของพระเจ้าชัยวรมันที่7  นำชม ประตูเมืองที่มียอดเป็นรูปพระโพธิสัตว์หันพระพักตร์ไปทั้ง 4 ทิศที่วิจิตรพิศดารกว่าในประตูเมือง ในประเทศต่างๆที่ท่านเคยพบมาจากนั้นชมปราสาทบายนซึ่งเป็นศูนย์กลางของอังกอร์ธมหรือ นครธมเป็นสุดยอดของปราสาทเขมรในยุคเสื่อมคือในรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่7ยอดปราสาท ขนาดยักษ์ทุกหลังจะแกะเป็นเทวพักตร์4หน้าหันออกไปทอดพระเนตรความเป็นไปและทุกข์สุข ของประชาชนทั้ง 4 ทิศ

12.00 น.         อาหารกลางวัน  ณ  ภัตตาคารเฮงบายจ๊ก (บุฟเฟท์) 

13.00 น.         นำท่านเดินทางสู่ปราสาทนครวัด ปราสาทหินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งเป็น ปราสาทที่ยิ่งใหญ่ งดงามอลังการตระการตาและได้รับการขนานนามให้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์1ใน 7 ของโลก สร้างโดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ตาม ความเชื่อของศาสนาฮินดู ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันตก มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดพื้นที่กว้าง 1,500 เมตรและยาว 1,300 เมตร มีคูน้ำขนาดกว้าง 190 เมตร ยาวด้านละ 1,900 เมตรล้อมรอบ เชื่อกันว่า การก่อสร้างใช้ช่างวิศวกรควบคุมการก่อสร้าง 500 คน ส่วนแรงงานใช้ถึง 1,000,000 คน พร้อมทั้งให้ช้างลากหิน 5,000 เชือก และใช้แพบรรทุก หินจากพนมกุเลน (อยู่ห่างจากเสียมเรียบ 65 กม.) โดยล่องมาทางลำน้ำเสียมเรียบถึง 7,000 แพ ประมาณกันว่าใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 37 ปี ชมภาพการกวนเกษียรสมุทร เพื่อให้ได้น้ำอมฤตซึ่งมีขนาดใหญ่มากและมีความยาวถึง 49 เมตร และภาพจำหลักนูนต่ำที่สะดุดตาที่สุดอีกกลุ่มคือภาพเทพอัปสรหรือนางอัปสรา จำนวนถึง 1,635 นาง สลักอยู่บนฝาผนังระเบียงและ โคปุระทุกชั้น ซึ่งแต่ละนางมีลักษณะการแต่งกายและเครื่องประดับที่แตกต่างกัน ว่ากันว่าถ้าจำแนกทรงผม จะได้ ถึง 36 ทรงผม และชมนางอัปสราที่มีลักษณะแปลกๆ อาทิอัปสรายิ้มเห็นฟัน อัปสราเผยอลิ้น 2 แฉกอัปสราทรงผมเซล่ามูน  อัปสราใส่กางเกงขาสั้น

18.00 น.     เข้าที่พัก  อาหารเย็นในโรงแรม หรือ ห้องอาหารที่จัดให้ พร้อมปาร์ตี้ สังสรรค์ สนุกกับคาราโอเกะ
                               
วัน 3               เสียมเรียบ-ชายแดน  (B/L/-)                                                                                                            .
15 เมษายน 2555
เช้า                  รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม อิสระตามอัธยาศัย
08.00 .         ร่วมพิธีรดน้ำดำหัว อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร (รอการยืนยันสถานที่และเวลาจากกัมพูชา)
12.00 น.         อาหารกลางวัน ภัตตาคารทะเลแม่โขง (บุฟเฟท์)  อิ่มหนำสำราญแล้ว เดินทางสู่ชายแดน
15.00 น.         เดินทางถึงชายแดน และ กลับประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ

ค่าเดินทาง 6,900 บาท (หกพันเก้าร้อยบาทถ้วน)    โปรแกรมนี้รวม  
                               1. ค่าพาหนะตลอดการเดินทางโดยรถปรับอากาศ
                                2. ค่าโรงแรมที่พัก พร้อมอาหาร( อาหารเช้า 2 มื้อ อาหารกลางวัน 3 มื้อ ดินเนอร์ 2 มื้อ)
                                3. ค่าเข้าชมโบราณสถาน 1 วัน พร้อมบริการรถตุ๊ก ตุ๊ก ชมนครธม และ ปราสาทตาพรม
                                4. มัคคุเทศก์ท้องถิ่น บรรยายภาษาไทย
                                5. น้ำดื่ม พร้อมผ้าเย็นตลอดรายการ
                                6. พนักงานบริการ คอยให้ความช่วยเหลือ และดูแลตลอดรายการ
                                7. ค่าเรือล่องทะเลสาบ
                                8.ค่าผ่านแดน วี ไอ พีทั้งไทย และ เขมร
                                9.ผ้าขาวม้าคล้องคอ ป้ายคล้องคอ
                                10.ของว่าง และ ลูกอม
                                11.เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม (เฉพาะวัน)
                                12. คาราโอเกะสำหรับหมู่คณะ หรือ งานปาร์ตี้สังสรรค์
                                13.ประกันการเดินทาง วงเงินคุ้มครองไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

หมายเหตุ :     1. ภาพประกอบมาจากกิจกรรมเส้นทางสีแดงเพื่อสันติภาพ ที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา เมื่อ 6 กพ.2555
                        2. โปรแกรมการจัดทัวร์ โดยบริษัท อังกอร์ อาเซียน ฮอลิเดย์ ซึ่งเป็นบริษัททัวร์ชั้นนำของคนไทยในเสียมเรียบ
                        3. กลุ่มเส้นทางสีแดงอำนวยความสะดวกในการประชาสัมพันธ์
                        4. กรุณาเตรียมพาสปอร์ทก่อนการเดินทาง

สำรองที่นั่งด่วน  สอบถาม 081-5836964 ( ทุกวันถึงเที่ยงคืน )