วันจันทร์, พฤศจิกายน 05, 2555

3 จอก ‘ไทยอีนิวส์’: เราจะฝ่าความ ‘นิ่ง’ ไปด้วยกัน

สื่อมวลชนกระแสหลัก อาจไม่ได้ลิ้มรสการถูกคุกคาม แต่ผมเห็นผู้คนจำนวนมากที่แม้ไม่เรียกตัวเองว่า ‘สื่อมวลชน’ ทว่าผลิตสื่อเข้าถึงมวลชน ต้องหลบซ่อนจากการถูกคุกคาม ปิดบังชื่อและนามเพื่อรักษาเสรีภาพ


โดย ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข
5 พฤศจิกายน 2555











หมายเหตุไทยอีนิวส์:เราได้มีธรรมเนียมเชิญนักเขียนเกียรติยศที่ได้พิจารณาว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดต่อสาธารณะ ที่มีจุดยืนที่เป็นอิสระและไม่อยู่ในวงจรอำนาจทางการเมืองเขียนบทความในวาระครบรอบมาแล้วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ในวาระครบรอบ 6 ปี ก้าวสู่ปีที่7นี้ ไทยอีนิวส์ส่งเทียบเชิญชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บรรณาธิการ เว็บไซต์ประชาไท และผู้ดำเนินรายการWake Up Thailand ทางVoice TV เป็นผู้เขียนบทความเกียรติยศประจำปีนี้


0000

ปี 2555 บ้านเมืองเราปกติดีหรือไร “ผมไม่ทราบ” หรืออันที่จริงการตอบแบบนี้ก็คือ “ทราบว่าไม่ปกติ” ไม่เช่นนั้นคงตอบไปแล้วว่า “ปกติดี”

เอาเป็นว่า ภาวะความไม่แน่นอนนั้นมีอยู่ และการ “ตรึงพื้นที่” ก็เป็นคำตอบที่นักกิจกรรม นักเคลื่อนไหว ผู้สนใจปัญหาความเป็นไปของบ้านเมืองมีให้กับตัวเอง แต่ความไม่แน่นอนที่ “นิ่ง” ในวันนี้และรอการเคลื่อนไหวในอนาคต ย่อมไม่ใช่ภาวะเช่นเดียวกับห้วงเวลา 5-6 ปีก่อนหน้านี้

5-6 ปีที่แล้ว ผมเห็นคนหลายกลุ่ม ดิ้นรนฝ่าข้ามความกลัวที่จะนำเสนอความคิดความเห็น บ้างดิ้นรนไม่ให้เว็บไซต์ถูกปิด บ้างเล่นไล่ตาม ปิดได้ก็เปิดใหม่ได้ ตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา 


สื่อมวลชนกระแสหลัก อาจไม่ได้ลิ้มรสการถูกคุกคาม แต่ผมเห็นผู้คนจำนวนมากที่แม้ไม่เรียกตัวเองว่า ‘สื่อมวลชน’ ทว่าผลิตสื่อเข้าถึงมวลชน ต้องหลบซ่อนจากการถูกคุกคาม ปิดบังชื่อและนามเพื่อรักษาเสรีภาพ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘ไทยอีนิวส์’

6 ขวบปีของไทยอีนิวส์ แม้ไม่ใช่เวลาที่ยาวนานนัก แต่การดำรงอยู่โดยปราศจากรายได้ และมี ‘ราคา’ ที่ต้องจ่ายมากเกินประเมิน ก็ต้องนับว่าเป็น 6 ปีที่ทุกนาทีควรค่าแก่การคารวะเพียงพอแล้ว โดยไม่ต้องสนใจด้วยซ้ำว่า เว็บไซต์แห่งนี้มีจุดยืนและท่าทีอย่างไร

แด่..ความขมที่ผ่านมา ขอคารวะด้วยกาแฟดำสักถ้วย

0 0 0

สำหรับผมแล้ว ไทยอีนิวส์ไม่ใช่สื่อเลือกข้าง พวกเขา...ที่ต่างก็คิดก็เขียน รวมกันอยู่ในไทยอีนิวส์ มีจุดยืนเป็นแม่นมั่นอย่างที่หาได้ยากในสื่อมวลชนทุกสำนัก คือยืนอยู่บนการพิทักษ์อำนาจของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอธิปไตยร่วมกัน ต่อจากนั้น ไทยอีนิวส์ก็วิจารณ์หมด ไม่เลือกหน้าอินทร์หน้าพรหม จะพรรคการเมืองไหน เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ อำมาตย์ ราชการ นักการเมือง เอ็นจีโอ เสื้อหลือง สื่อมวลชน หรือแม้แต่เสื้อแดงอภิสิทธิชน หนักเบาตามแต่ปรากฏการณ์และพฤติกรรม

สำหรับผมแล้ว การเลือกอยู่ตรงกลางระหว่างอำมาตยาธิปไตยกับประชาธิปไตย ไม่ใช่ความเป็นกลาง หากแต่หมายถึงการไร้จุดยืน

นี่ก็อีกหนึ่งจอกน้ำชาร้อนๆ ที่ต้องคารวะ

0 0 0

ไทยอีนิวส์ เกิดขึ้นในยุคสมัยที่ภูมิทัศน์สื่อสารมวลชนเปลี่ยนแปลงไป หรืออาจจะเรียกได้ว่า เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนั้น บทบาทของสื่อสารมวลชนอาชีพลดอิทธิพลลง ขณะที่พื้นที่ของประชาชนคนธรรมดาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นสมัยที่คนธรรมดาอาจจะสื่อสารถึงมวลชนได้มากกว่าสื่อหลักหลายสำนัก

ไทยอีนิวส์เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ยืนยันว่า เสรีภาพในการสื่อสารของมนุษย์สำคัญกว่า หรือมาก่อนเสรีภาพสื่อมวลชนอาชีพที่บางทีหมายถึงการปกป้องอภิสิทธิ์ความเป็นวิชาชีพของตัวเองมากกว่าจะปกป้องเสรีภาพของประชาชน

แน่ล่ะ ไทยอีนิวส์ไม่ได้วางตัวเป็นแนวหน้าผู้ขับเคลื่อนให้รูปโฉมหน้าตาวงการสื่อสารมวลชนไทยเปลี่ยนแปลงไป แต่สำหรับผมแล้ว เรื่องเด่นเรื่องหนึ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นได้จากไทยอีนิวส์ คือการประกอบร่างสร้างส่วนภาพฝันของผมที่จะเห็นสื่อสารมวลชนไทยไปให้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ สิ่งนั้นเกี่ยวพันกับคำว่า “มืออาชีพ”

เรารู้กันดีอยู่ว่า วิชาชีพสื่อมวลชน คือการมีทักษะที่จะรู้ทุกเรื่อง เพื่อใช้มันในการต่อยอด ด้วยมุมมองหลากมิติ หาข่าวให้ลึกขึ้น เหลาคำถามเป็นประเด็นให้คมขึ้น และกลั่นกรองมันออกมาเป็นงานเขียน งานสื่อที่ง่ายต่อการสื่อสาร ง่ายต่อการเข้าถึง ภายใต้ความรับผิดชอบและจริยธรรมวิชาชีพ

แต่ในโลกของความเป็นจริงและในทางปฏิบัติ ความเป็นอภิสิทธิชนของสื่อ กลายเป็นกำแพงใหญ่ขวางกั้นที่ทำให้นักข่าวปีนป่ายไปสู่คำถามที่แหลมคม รอบด้าน หลากมิติไม่ได้ เราจึงมักจะเห็นสื่อวิจารณ์ใครต่อใครด้วยท่าทีสั่งสอนและเทศนา วิจารณ์นักบริหารโดยไม่เคยมีประสบการณ์บริหาร วิจารณ์ผู้ชุมนุมโดยไม่เคยเข้าใจหัวอกคนจน เปล่านะครับ ผมไม่ได้บอกว่าวิจารณ์ไม่ได้ หรือต้องผ่านประสบการณ์นั้นมาก่อนจึงวิจารณ์ได้ หรือเป็นนายกฯก่อน จึงวิจารณ์นายกฯ เป็น ผบ.ทบ.ก่อน จึงค่อยวิจารณ์ ผบ.ทบ. แต่อย่างน้อยเผื่อเหลือเผื่อขาดให้กับเหตุผลที่เราเข้าไม่ถึง ไม่เข้าใจ บางก็ยังดี เพื่อที่จะแปรเปลี่ยนกลายเป็นแรงจูงใจให้เราถาม ถาม และถาม

แม้อาชีพสื่อมวลชนยังเป็นสิ่งจำเป็น ‘สื่อมวลชนอาชีพ’ ก็ยังเป็นเรื่องต้องมีและให้ความเคารพ แต่เราก็อยากเห็น ‘มืออาชีพ’ ที่สื่อสารด้วยตัวเองให้มากขึ้น

โชคดีที่ไทยอีนิวส์ไม่มีนักข่าว หรือต่อให้มีก็เป็นอภิสิทธิชนไม่ได้ แล้วไทยอีนิวส์ก็ไม่เคยประกาศตัวว่าเป็นสำนักข่าวมืออาชีพ แต่เราต่างก็รู้ว่า ที่นี่เป็นเว็บไซต์ที่รวม ‘มืออาชีพ’ แต่ละสาขามาคิดมาเขียนมาสื่อสาร (แม้ไม่มากมาย แต่ก็ทั้งหมดนั่นแหละ)

ไทยอีนิวส์จึงเต็มไปด้วยมุมมองที่แหลมคมแบบคนรู้จริง กระนั้นก็เลือกที่จะเป็นเว็บทัศนะมากกว่าเป็นเว็บข่าว คือไม่พยายามลดทอนลีลา ความอิสระและความเป็นตัวเอง สร้างภาพให้ตัวเองเป็นมืออาชีพเพื่อแลกกับความน่าเชื่อถือเหมือนสื่อทั่วๆ ไป และวางบทบาทความสัมพันธ์กับผู้อ่านเหมือน ‘เพื่อน’ ผู้มีวิจารณญาณ

ประการนี้  แม้ผมเป็นคนไม่ดื่ม แต่เห็นทีต้องคารวะด้วยจอกสุรา

ครบรอบ 6 ปี ก้าวสู่ปีที่ 7 ของไทยอีนิวส์ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้เขียนบทความชิ้นนี้ในวาระนี้

ไม่มีจอกใดๆ ให้ต้องดื่มอีกแล้ว
มีแต่ความมั่นใจ...เราจะฝ่าความ ‘นิ่ง’ ไปด้วยกัน


***********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-ใบตองแห้ง:คานอำนาจสื่อ ( บทความในวาระครบรอบ 5 ปีไทยอีนิวส์)