วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 09, 2555

เปิดคลิปจัญไรไฟไหม้บิ๊กเหล่-เอกยุทธจัดฉากเจ็บ ติ่งแมงสาบตัวเมียสุดต่ำมั่วข่าวเริงสวาทโฟร์ซีซั่นส์


ฤกษ์หามยามซวย-ขุนทหารใหญ่นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปทำพิธีที่วัดอ้อน้อย นครปฐม ซึ่งมีนัยทางการเมืองว่าอาจสุมหัวสมคบคิดเอาฤกษ์เอาชัยก่อการรัฐประหาร แต่ดูเหมือนฟ้าดินไม่เป็นใจ เพราะเกิดเหตุไฟไหม้เตาหลอมพระในพิธีขึ้น เคราะห์ดีไม่มีใครตายซักคน (คลิกชมคลิปนาทีระเบิด ไฟท่วม เกิดโกลาหล ที่สื่อต่างๆทำเป็นเฉย ไม่เคยนำไปออกอากาศ ด้านบนนี้)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
9 กุมภาพันธ์ 2555

เอกยุทธอ้างโดนคนทักษิณทำร้ายขณะไปดักยิ่งลักษณ์ แต่สุดท้ายโอละพ่อโดนแฉจัดฉาก ติ่ง รองโฆษกปชป.สุดต่ำฉวยโอกาสให้ร้ายเรื่องเริงสวาทในโรงแรมโฟร์ซีซันส์
อย่ารังแก..-เอกยุทธ อัญชัญบุตร โพสต์รูปโดนทำร้ายลงเฟซบุ๊๋ค โดยอ้า่งว่า เหตุเกิดหลังไปดักพบนายกฯยิ่งลักษณ์ พร้อมกล่าวหาฝ่ายรัฐบาลว่า เขาเจอการกระทำแบบเถื่ือนๆ

ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลและเป็นโจทย์เก่ากับเอกยุทธกรณีที่เขาเคยดูถูกสตรีภาคเหนือ และเปรียบเปรยว่ายิ่งลักษณ์คู่ควรแค่อาชีพโสเภณี ไม่เหมาะมาเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทย พากันโพสต์ตามเฟซบุ๊คว่า ก็สมควรโดนเอาคืนมั่ง!...

นี่คือประเทศไทยในเ้ดือนแห่งความรัก พ.ศ.2555 เพราะว่าเราฝืนรักกันไม่ไหว

อย่างไรก็ดี ไทยอีนิวส์เห็นว่า การฝืนรักกันไม่ไหว แต่ถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือกันแบบนี้ ก็สมควรประณาม ไม่ว่าฝ่ายไหนจะลงมือ และฝ่ายไหนจะถูกกระทำก็ตามที

อย่างไรก็ตามเพื่อความกระจ่าง เรื่องพรรค์นี้ต้องแสดงพยานหลักฐาน ทางโรงแรมโฟร์ซีซันส์ก็น่าจะหาคลิปหลักฐานจากกล้องวงจรปิดได้ไม่ยาก นำมาเปิดเผยเลยว่า ใครเป็นคนทำร้ายเอกยุทธ เพื่อลงโทษผู้กระทำผิด(หากมีเหตุการณ์นี้ตามที่เอกยุทธกล่าวหา)

เพราะลำพังการกล่าวหาว่าเป็นคนใกล้ชิดทักษิณทำ แล้วถ่ายรูปโชว์ทางเฟซบุ๊คนั้นง่ายไปหน่อย และอาจเป็นการตีหัวเข้าบ้านได้เช่นกัน เพราะพฤติการณ์ที่ผ่านมาของเอกยุทธ อดไม่ได้ที่จะต้องทำให้ถามหาหลักฐาน

ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า เวลา 15.45 น. วันเดียวกัน ที่บน.6 ก่อนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะขึ้นเครื่องเดินทางไปร่วมงานศิษย์เก่าที่โรงเรียนยุพราช จ.เชียงใหม่ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่นายเอกยุทธ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ถูกทำร้ายร่างกายที่ร้านกาแฟ ภายในโรงแรมโฟร์ซีซั่น ภายหลังที่พบกับนายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีหันมามองผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้างง ๆ และเมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่าตกลงได้เจอกับนายเอกยุทธหรือเปล่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แต่อมยิ้ม แต่ไม่ตอบคำถามใด ๆ และเดินเข้าห้องรับรองของท่าอากาศ บน.6 ขณะที่ พ.ต.ท.วทัญญู วิทยผโลทัย เจ้าหน้าที่รักษารักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง

เว็บไซต์ go6 ได้รายงานข่าวนี้ โดยตั้งข้อสังเกตไว้น่าสนใจว่า

หลังจากการพูดในเฟซบุ๊ค แหล่งข่าววงในได้ให้ข้อสังเกตว่า การเขียนของเอกยุทธนั้น มีลักษณะ "กำกวม" และเมื่อสอบถามข้อเท็จจริงปรากฏว่า

1. ในวันเกิดเหตุ นายเอกยุทธอ้างว่า "หลังจากเจอนายกฯ" ให้คนเข้าใจผิดว่า นายเอกยุทธ พบ นายกฯ แต่ความจริง นายเอกยุทธไปทานกาแฟโรงแรมเดียวกับที่นายกฯไปธุระ โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกัน และไม่ได้เห็นหน้าซึ่งกันเลย

2. นายเอกยุทธอ้าง "หลังเดินออกไปไม่นาน" เหมือนจงใจบอกว่า เกิดเหตุการณ์โดยคำสั่งหรือจงใจ แต่ความจริงก็คือ เหตุเกิด "หลังจากนายกฯ ออกไปแล้วจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนายกฯ และไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับทีมงานนายกฯ

3. นายเอกยุทธอ้าง "โดนบุกประชิดตัวขณะทานกาแฟอยู่กับผู้ใหญ แล้วชกต่อย" ข้อเท็จจริงคือ ขณะเกิดเหตุนั้น อยู่ในโรงแรมระดับห้าดาว ใครคิดจะชกใครโดยไม่มีมูลเหตุเลย ก็ผิดปกติ และบอกว่า "การ์ดมาชาร์จ" ทำนองการ์ดโรงแรมมาคุมตัว แต่คุณเอกยุทธทำไมไม่บอกว่า "คุณเอกยุทธ มีบอร์ดี้การ์ดอยู่ข้างตัวด้วย" และ ทำไมคุณเอกยุทธ ไม่บอกว่า "อะไรเป็นมูลเหตุให้เกิดการชกต่อยกลางโรงแรม" อยู่ดีๆ คนเราจะเดินมาชกกันเลยไม่ใช่ แต่คุณเอกยุทธ ไปทำอะไรไว้ พูดอะไรไว้ก่อนหรือเปล่า จนกลายเป็นวิวาทะลุกลาม

4. นักธุรกิจคนที่นั่งทานกาแฟกับคุณเอกยุทธ เป็นพยานปากเอก "ทำไมไม่ระบุชื่อนักธุรกิจท่านนั้นมาเป็นพยานช่วย" คนจะได้เชื่อคุณเอกยุทธมากขึ้น

5. คุณเอกยุทธบอกว่า "วิ่งหนีเข้าไปในซอยหลังโรงแรมเล็กๆ" มันตลกเหมือนหนังมากไปใหมครับ ระดับคุณเอกยุทธนะครับ ไม่ใช่นักเลงเยาวราช ที่วิ่งหนีตำรวจ?

ดังนั้น หากคุณเอกยุทธจะพูด "ควรพูดให้จบว่าก่อนเกิดเหตุ ไปทำอะไร พูดอะไรกับใคร หรือไม่จนเป็นมุลเหตุวิวาท" และไม่ใช่ พาดพิงนายกรัฐมนตรี โดยอาศัยแค่ "บังเอิญไปทานกาแฟโรงแรมเดียวกัน โดยไม่ได้เจอหน้ากันเลย"

ติ่งสวมบทแมลงสาบตัวเมียให้ร้ายชู้รักเริงสวาท โฟร์ซีซั่นส์


ขณะเดียวกันนางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊คว่า

ว๊ายยยยๆๆ ข่่าวอื่นตกไปหมดเลย ทั้งสภา ทำเนียบ ทุกสำนักหยุด!! เมาท์แต่เรื่อง"ชู้รักเริงสวาท ณ โฟร์ซีซั่น"

โดยไม่ได้อธิบายอะไรต่อ แต่มีคนมาร่วมแจมโดยโพสต์ลิ้งค์ข่าวนายเอกยุทธ์จากเว็บไซต์ASTVผู้จัดการ หัวข้อข่าว “เอกยุทธ” แถลงมือตื้บซี้ “แม้ว” ทำร้าย จี้รัฐหาตัวใน 1 วัน ซึ่งมีเนื้อข่าวบางตอนว่า

เมื่อเวลา 16.00 น. นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์ และเจ้าของเว็บไซต์ ไทยอินไซเดอร์ เปิดแถลงข่าวภายหลังระบุถูกทำร้ายร่างกายที่ร้านกาแฟ โรงแรมโฟร์ซีซันส์ หลังพบกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า หลังจากเกิดปัญหาเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังเจอนายกฯ ในเวลาประมาณ 14.00 น.และกลับออกมาในเวลาประมาณ 16.00 น.ซึ่งไม่ทราบว่ามาด้วยสาเหตุอะไรหรือเป็นการส่วนตัว ทั้งนี้ จากที่ตรวจสอบตารางการทำงานนายกฯเมื่อวานนี้ พบว่า เวลาดังกล่าวถูกแจ้งว่าเป็นภารกิจส่วนตัว

นายเอกยุทธ กล่าวด้วยว่า สถานที่ดีๆ มีมากมาย ซึ่งนายกฯจะสามารถปิดห้องอาหารที่ไหนก็ได้

ความเห็นของไทยอีนิวส์:ในท้ายข่าวได้มีผู้เขียนข้อความไปทำนองกล่าวร้ายในทางชู้สาว ด้วยการกล่าวหาว่านายกฯแอบไปมีความสัมพันธ์กับบอดี้การ์ด ซึ่งเป็นปกติของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ที่มีอคติเกลียดชังนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจเป็นเหตุให้นางสาวมัลลิกานำไปขยายความใส่ร้ายแบบกำกวมและตีหัวเข้าบ้าน แต่มีคนหนึ่งใช้ิชื่อว่า"รู้จริง"เฉลยว่า นายกฯมีนัดหมายกับนายเศรษฐา ทวีสิน บิ๊กบอส บมจ.แสนสิริ

งัดวงจรปิดแฉกลับเอกยุทธ"จัดฉาก"หวังผลการเมือง

ไทยรัฐออนไลน์ เสนอข่าวว่า "อนุสรณ์" รองโฆษกรัฐ เผยตรวจกล้องวงจรปิดโฟร์ซีซั่นแล้ว พบภาพเอกยุทธและบอดี้การด์ถือปืน เชื่อจัดฉากโยงประเด็นการเมืองด้านนายกฯ เต้นสั่ง "เฉลิม-บิ๊กตร." สางปมเบื้องหลังแจงความจริงต่อสังคม...

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 9 ก.พ. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายเอกยุทธ อัญชันบุตร แถลงข่าวโวยถูก รปภ.นายกรัฐมนตรีชกเบ้าตาว่า เรื่องนี้นายกฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และจะได้มีการอธิบายข้อเท็จจริงต่อสังคมในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีเงื่อนงำแน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดดูภาพจากกล้องซีซีทีวีของโรงแรมโฟร์ซีซั่นแล้ว พบว่ามีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ด้านนอกทำหน้าที่ชี้เป้า และมีผู้ชายอีกคนหนึ่งวิ่งเข้าไปชกนายเอกยุทธจากนั้นก็วิ่งหนีไป โดยที่นายเอกยุทธนั้นมีบอดี้การ์ดถือปืนอยู่ด้วย แต่ไม่ยิง

จะเห็นเจตนาชัดเจนว่าเป็นความพยายามที่นายเอกยุทธจะสื่อสารกับสังคมโดยพยายามเชื่อมโยง 2 ประเด็น คือพยายามเชื่อมโยงไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพราะได้กล่าวอ้างถึงคนสนิทของอดีตนายกฯ และ 2 พยายามเปิดประเด็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้นไปพบเพื่อพูดคุยธุรกิจกับใคร ซึ่งถ้าดูเฉพาะตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ แล้ว ท่านเป็นนายกฯ จะเดินทางไปที่ไหนก็ได้ในประเทศนี้ และการที่นายกฯ จะไปที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าจะแอบไปเจรจาธุรกิจ ก็หลบไปคุยในต่างประเทศก็ได้ ดังนั้นนายกฯ ไม่ได้มีอะไรแฝงเร้นแน่นอน

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีเงื่อนงำน่าสงสัยว่าจะเป็นการจัดฉาก โดยนายเอกยุทธพยายามติดตามความเคลื่อนไหวของนายกฯ ตลอดเวลา และหวังผลทางการเมืองทุกครั้ง เมื่อมีโอกาส หรือถ้าไม่จัดฉากนายเอกยุทธก็ต้องรู้ตัวเองอยู่แล้วว่ามีศัตรูแน่นอน เพราะมีบอดี้การ์ดเตรียมพร้อมอาวุธครบมือตลอดเวลา ทั้งนี้ยืนยันได้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับนายกฯ เลย และรัฐบาลจะได้เร่งทำความกระจ่างเรื่องนี้ออกมาเพื่อนำข้อเท็จจริงชี้แจงต่อสังคมต่อไป.