วันอังคาร, พฤษภาคม 31, 2554

รายงานพิเศษ:22 พฤษภาคม 2554 รำลึกพฤษภามหาโหด ณ หน้าหอไอเฟล ประเทศฝรั่งเศส


ข้าพเจ้าเห็นความรักมากมายที่คนเสื้อแดงยุโรปมีให้กับทักษิณ และโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะส่งผ่านความรักนั้นมายังยิ่งลักษณ์ น้องสาวทักษิณเช่นกัน ข้าพเจ้าได้แต่หวังว่าทั้งทักษิณ ยิ่งลักษณ์ รวมทั้งว่าที่ สส. และแกนนำพรรคเพื่อไทยจะรักพวกเขาได้แม้เพียงครึ่งหนึ่งของความรักที่คนเสื้อแดงไกลบ้านเหล่านี้ได้มอบให้กับพวกเขา

ความฝันอันยิ่งใหญ่ของทุกคนที่นี่คือ ต้องการร่วมต่อสู้เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นไปจากอำนาจที่อยุติธรรมและสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง พร้อมกับนโยบายสวัสดิการสังคมที่ดีเช่นเดียวกับที่พวกเขาได้รับในหลายประเทศในยุโรป

โดย จรรยา ยิ้มประเสริฐ

31 พฤษภาคม 2554

ที่มา Time Up Thailand


22 พฤษภาคม 2554 เครือข่ายนปช. ยุโรป นัดรวมตัวหน้าหอไอเฟล ฝรั่งเศส เพื่อร่วมรำลึกครบรอบเหตุการณ์สังหารโหดประชาชน ณ ศูนย์กลางย่านการค้า กลางเมื­องหลวงกรุงเทพฯ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553

หลังจากกลับจากฝรั่งเศสข้าพเจ้าต้องช่วยเพื่อนทำนิทรรศการศิลปะที่เมือง Turku ที่ได้รับเลือกจากสหภาพยุโรปให้เป็นเมืองศูนย์กลางวัฒนธรรมยุโรปประจำปี 2554 ที่มีกำหนดเปิดงานในวันที่ 28 พฤษภาคม จึงทำให้การเขียนถ่ายทอดเรื่องราวกิจกรรมรำลึกพฤษภาเลือด 2553 ของกลุ่ม นปช. ยุโรป ต้องล่าช้าไปด้วย ต้องขออภัยพี่ๆ น้องๆ นปช, ยุโรปและแดงยุโรป ทุกคนมา ณ ที่นี้ด้วย

ต่อไปนี้เป็นบันทึกประสบการณ์การเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่ม นปช. ยุโรประหว่างวันที่ 21-24 พฤษภาคม 2554





การเดินทางเพื่อมาทำความรู้จักกับ นปช. ยุโรป

นับตั้งแต่ออกเดินทางจากฟินแลนด์ในช่วงบ่ายของวันที่ 21 พฤษภาคม ข้าพเจ้าได้รับไมตรีจิตรและมิตรภาพจากคนแปลกหน้าและคนที่เพิ่งรู้จักกัน ครั้งแรกตลอดการเดินทางครั้งนี้ โดยเฉพาะเมื่อต้องลงเครื่องกลางดึก ณ มหานครปารีสที่กว้างใหญ่ พร้อมกับความหวาดวิตกว่าจะเดินทางไปบ้านพี่มนูญ มิ่งชัย ประธานกลุ่ม นปช. ยุโรป ที่พวกเราที่มาจากต่างแดนจะไปพักกันที่นั่นได้อย่างไร โชคดียิ่งนักที่คนหนุ่มสาวฝรั่งเศสที่มารับเพื่อนซึ่งเป็นนักเรียนแลก เปลี่ยนชาวอัฟริกาใต้ที่เดินทางมาเที่ยวบินเดียวกัน ได้เผื่อแผ่น้ำใจมายังข้าพเจ้า และอาสาขับรถมาส่งข้าพเจ้าถึงบ้านพี่มนูญอย่างปลอดภัย

บ้านพี่มนูญคืนนั้นคึกคัก เต็มไปด้วยคนเสื้อแดงจากฝรั่งเศสที่มาให้การต้อนรับและนำอาหารมาเลี้ยงดูคณะ จากเยอรมัน ซึ่งเป็นทีมประสานงานหลักระหว่างคนเสื้อแดงยุโรป ที่ขับรถมาจากแฟรงเฟิร์ตกันตั้งแต่เช้า และเผื่อแผ่มายังข้าพเจ้าด้วย

“นี่แหล่ะบรรยากาศการรวมตัวของพวกเราที่ยุโรป อยู่กันแบบราชประสงค์ กินนอนด้วยกันแบบนี้ ใครมีอะไรก็เอามาแบ่งปันกัน ไม่มีการพักโรงแรมหรูหรือกินอยู่อย่างหรูหราหรอก” เมย์ เยอรมันหรือแดงแจ๊ด บอกกับข้าพเจ้า

ในแฟลตสวัสดิการของรัฐบาลฝรั่งเศสที่จัดสร้างให้ผู้มีรายได้น้อยได้เช่า พักอาศัยในเมืองปารีสที่ค่าเช่าบ้านแพงหูฉี่ ที่แม้จะไม่กว้างขวางมากนัก แต่ก็สามารถจัดสรรพื้นที่รองรับทั้งเพื่อนจากแดนไกล และเพื่อนฝูงจากปารีสที่มาต้อนรับรวมกันกว่าสิบคน หลายคนมาพร้อมอาหารเพื่อมาแบ่งปันและรับประทานร่วมกัน

ทั้งนี้พี่มนูญและพี่ดาว เป็นพี่ที่แสนใจดีของทุกคนไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม นปช. ยุโรป หรือคนไทยที่เดือดร้อนในฝรั่งเศสและมาขอความช่วยเหลือ

คอมพิวเตอร์หลายตัวเปิดออนไลน์เพื่อติดตามข่าวสารของคนเสื้อแดงจาก ประเทศไทย หรือใช้คุยออนไลน์ระหว่างคนเสื้อแดงยุโรป บ้างครั้งดีเจทอมมี่ของเราที่นั่งเฝ้าหน้าจอคอมฯ เพื่อฟังคำปราศรัยต่างๆ ก็จะสลับเปิดเพลงคนเสื้อแดง ให้หลายคนได้ร้องประสานเสียงร่วมไปกับเพลงเป็นระยะๆ พร้อมกับปรมมือโห่ฮิ้วเมื่อฟังคำปราศรัยถูกใจ

บรรยากาศยามเที่ยงคืนที่ฝรั่งเศสของแฟลตกลางเมืองแห่งนี้จึงกลายเป็นช่วงเวลาค่ำคืนแห่งการต่อสู้บนท้องถนนกรุงเทพฯ ไปได้เช่นกัน

นอกจากนี้บนโต๊ะก็ยังเต็มไปด้วยอาหารนานาชนิดที่เสิร์ฟกันตลอดคืน ทั้งข้าวปั้นญี่ปุ่นหน้าต่างๆ ปลาดิบ เป็ดอบ และปลาทอด เป็นต้น ฯลฯ

จากการบอกเล่าของแดงแจ๊ด สภาพเหล่านี้คือบรรยากาศของการรวมตัวของชาวเสื้อแดงที่ยุโรป เมื่อจัดประชุมที่ไหน พวกเขาจะไปพักกันตามบ้านแกนนำหรือที่วัดไทย นอนเรียงกันเป็นตับ มีอะไรก็ทำกินกัน แบ่งกันกิน ไม่มีการนอนโรงแรมหรู ทุกคนเสีย­­สละค่าจ้าง เวลาพักผ่อนวันหยุด มาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเพื่อร่วมต่อสู้และติดตามประชาธิปไตยเมืองไทย ด้วยความคิดว่า “เราสู้เพื่อลูกหลานและเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของคนไทย"

­­พวกเราสาวๆ จากแดนไกล นอนเรียงรายกันในห้องนอนเจ้าบ้านที่ยกให้แขกนอน และก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ห้องนอนนี้ถูกยกให้กับผู้มาเยือน มันเกือบจะกลายเป็นห้องนอนของผู้มาเยือนที่มีมาต่อเนื่องนับตั้งแต่การรวม กลุ่มคนเสื้อแดงในฝรั่งเศสเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ที่รู้สึกสุดทนกับภาพการสังหารประชาชนอย่างโหดร้ายที่ราชประสงค์

พี่มนูญ ในฐานะประธาน นปช. ได้ดำเนินการจดทะเบียน นปช. ยุโรปที่ประเทศฝรั่งเศส และได้รับใบทะเบียนเรียบร้อยแล้วเมื่อเร็วๆ นี้

22 พฤษภาคม - วันอาทิตย์สีแดงหน้าหอไอเฟล

รุ่งเช้า ข้าพเจ้าตื่นมาพบแดงแจ๊ดนั่งหน้าคอมพิวเตอร์คุยสไกด์ออนไลน์กับแกนนำนปช. ยุโรปในหลายประเทศ และคุยกับอาจารย์ธิดา แกนนำนปช. ซึ่งเป็นการพูดคุยสื่อสารระหว่างแกนนำประเทศต่างๆ ในยุโรปและกับแกนนำ นปช. และแกนนำที่ลี้ภัยหลายคน เป็นไปแทบจะเรียกได้ว่ากิจวัตรประจำวัน หรือเป็นการพูดคุยรายวันกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้พวกเขาจะเช็คข่าวจากสื่อข่าวอิสระออนไลน์ทั้งหลาย โดยเฉพาะไทยอีนิวส์ ซึ่งถือเป็นสื่อกลางแห่งการติดตามความเคลื่อนไหวทางเมืองไทยของแกนนำ นปช. ยุโรป

เนื่องจากทุกคนทำงานกันวันละกว่า 10 หรือ 12 ชั่วโมง โดยเฉพาะกุ๊กนี้ทำงานตั้งแต่ 10 โมงเช้ากว่าจะเลิกก็ดึกดื่นเที่ยงคืน หลายคนจึงไม่มีเวลามากนัก กลับมาถึงที่พักก็เหน็ดเหนื่อยกันมากแล้ว ส่วนใหญ่จึงเลือกเสพสื่อเสียง หรือดูคลิปวีดีโอและอ่านข่าวสั้นๆ มากกว่าการอ่านบทวิเคราะห์ยาวๆ และหลายคนมีปัญหาทางสายตา ทำให้การอ่านจากจอคอมพิวเตอร์ที่ไม่สะดวกนัก

ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวเท็จและข่าวจริงมากมายจากเมืองไทยจึงถูกถ่ายทอดสู่คนไทยในยุโรปอย่าง ฉับไว ด้วยระบบการสื่อสารทางอินเทอร์เนตเช่นนี้

เนื่องจากแกนนำ นปช.ยุโรป โดยเฉพาะแดงแจ๊ด เพิ่งถูกโจมตีจากนักพูดไซเบอร์อย่างหนักว่าไม่ใช่แกนนำคนเสื้อแดงที่ยุโรป หรือ นปช. ยุโรป อย่างแท้จริง อันเกี่ยวเนื่องผูกพันมากับกระแสกดดันต่างๆ จากความขัดแย้งระหว่างเสื้อแดงหลายขั้วแนวคิดและแนวทาง ที่แผ่วงกว้างมาถึงยุโรปด้วยเช่นกัน จนเกิดการวิจารณ์พาดพิงกันไปมาในโลกไซเบอร์ ที่ไม่รู้ว่าต้นตอมาจากไหน จริงหรือไม่จริง และที่ยุโรปเริ่มกระแสแรงมากขึ้นของการแบ่งขั้ว “แดงวิชาการ” กับ “แดงรากหญ้า” ซึ่งส่งผลให้ “แดงรากหญ้า” ที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันจากแกนนำหลายคน ทั้งหญิงและชาย ที่มาได้ดิบได้ดีจากการทำงานอย่างหนักในหลายประเทศในยุโรป ที่ต่างก็ลงแรง ลงกำลังทรัพย์ และกำลังใจไปไม่น้อยตลอดสองปีที่ผ่านมา รู้สึกเจ็บปวดกับการวิจารณ์เหล่านี้ และพวกเขาไม่พอใจและก็รู้สึกอ่อนไหวไปกับบรรยากาศแห่งการถูกแบ่งชนชั้นมาก พอดู

การพูดคุยในเช้าวันที่ 22 พฤษภาคมที่แฟลตชานเมืองปารีส จึงเต็มไปด้วยการแสดงความไม่พอใจต่อการพูดโจมตีกลุ่ม นปช. แดงยุโรป ที่พวกเขาบอกว่าไม่เป็นความจริงและได้ข้อมูลไปผิดๆ

เมื่อได้พูดคุยกับหลายคนมากขึ้น ข้าพเจ้าก็ได้รับทราบถึงความอึดอัดและไม่พอใจนิดๆ ของแกนนำยุโรปบางคน ต่อการเสนอตัวของแกนนำผลัดถิ่นเพื่อเข้ามาเป็นแกนนำในหมู่คนเสื้อแดงยุโรป ซึ่งขัดแย้งกับสภาพการจัดตั้งในรูปแบบของพวกเขาซึ่งมีแกนนำในแต่ละประเทศ อยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงได้ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็น นปช. ยุโรป เป็นคนรากหญ้า และจัดระบบการประสานงานระหว่างกัน โดยมีลักษณะการทำงานแบบ ไม่มีใครนำใคร กิจกรรมขึ้นอยู่กับความสามารถและความสะดวกในการจัดของแต่ละประเทศ

ด้วยประการฉะนี้ แกนนำและแนวร่วมหลายคน จึงรู้สึกอ่อนไหว และไม่ค่อยวางใจนักกับนักวิชาการ และคนแปลกหน้า และกลายเป็นหวาดระแวงกันไปจนถึงขั้นที่ว่า คนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางนปช. ต้องเป็นคนที่ขายตัวให้กับอำมาตย์แล้วแน่ๆ แม้ว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นอดีตแกนนำ นปช. ก็ตามที

วิถีการตีขลุมเหมารวมว่า “ถ้าไม่เห็นด้วยกับพวกเรา นปช. ก็ต้องขายตัวให้กับอำมาตย์” หรือ “เราไม่รู้ว่านายเขาเป็นใคร ไม่รู้ว่าเขาแปรพักตร์ไปเข้ากับอำมาตย์หรือเปล่า” จึงเป็นคอมเมนต์ที่ข้าพเจ้าได้ยินหลายครั้งจากชาว นปช.ยุโรป

“นปช. และแกนนำแดงยุโรปก็ถูกกล่าวหาว่ารับเงินทักษิณ ซึ่งทุกคนก็ยืนยันว่าไม่จริง พวกเราจึงไม่ควรไปเหมารวมว่าคนที่คิดต่างจะต้องเป็นพวกรับเงินอำมาตย์ เท่านั้น เพราะนี่เป็นประเด็นที่ นปช. เองก็ถูกโจมตีไม่ใช่เหรอ?” ข้าพเจ้าท้วงติงไปบ้างเช่นกัน

กระนั้นก็ตาม น้ำใจไมตรีและมิตรภาพของคนไทยในยุโรปก็ยังคงเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย ต่างก็ต้อนรับขับสู้และดูแลเพื่อนมิตรจากแดนไกลโดยไม่ขาดตกบกพร่อง

รำลึกหนึ่งปีการสังหารหมู่ประชาชน พฤษภาคม 2553

เวลาเที่ยงของวันที่ 22 พฤษภาคม พวกเราก็ทยอยออกเดินทางไปเตรียมงานที่หน้าหอไอเฟล บางคนไปกับรถขนของ หลายคนก็เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน โดยมีอติเทพ​หรือโอ หนุ่มลำปางอารมณ์ดี ที่มาตำส้มตำ และทำต้มยำกุ้งรสแซ่บให้พวกเราทาน และเป็นผู้นำทางพวกเราไปยังหอไอเฟล

หลายคนคงยังจำข่าวคู่รักไทย-เขมรที่จัดงานหมั้นเพื่อส่งเสริมสันติภาพไทยเขมร ท่ามกลางการพยายามยุยงของกลุ่มพันธมิตรให้ทั้งสองประเทศทำสงคราม ชายหนุ่มคนนั้นก็คือโอนี่แหล่ะค่ะ

โอเป็นอดีตครูหนุ่มจากลำปาง ตัดสินใจเดินทางมาเสี่ยงโชคที่ฝรั่งเศสตั้งแต่ประมาณปี 2530 จนตอนนี้เกือบทั้งครอบครัวของโอต่างก็เดินทางมาทำงานทีฝรั่งเศสกับเกือบหมด แล้ว ตัวโอเองก็ได้พบรักกับดาวี สาวเขมรขวัญใจชาวเสื้อแดงยุโรป และได้จัดงานหมั้น “Make Love Not War” ท่ามกลางบรรยากาศสงครามชายแดนไทยเขมร อันลือลั่นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554 งานแต่งงานของโอและดาวีจะจัดขึ้นวันที่ 29 พฤษภาคม 2554 ซึ่งเจ้าสาวบอกว่าได้สั่งตัดชุดแต่งงานสีแดงที่ส่งตรงมาจากเขมรกันเลยทีเดียว

โอเป็นกำลังหลักคนหนึ่งที่ขยันขันแข็งในการช่วยงาน นปช. แดงยุโรปและสมาคมรวมใจไทยในฝรั่งเศส ส่วนดาวีคู่หมั้นโอที่พูดไทยได้อย่างฉะฉาน แม้จะเป็นคนเขมรเธอก็ลงมาร่วมสู้กับคนเสื้อแดงอย่างแข็งขันจนกลายเป็นที่ ขวัญใจคนเสื้อแดงยุโรปไปด้วย เธอบอกว่า "พี่โอบอกหนูว่าเราสู้เพื่อลูกหลาน หนูก็ว่าถ้าสู้เพื่อลูกหลาน หนูสู้ด้วย"

เรามาถึงลานกว้างหน้าหอไอเฟลก่อนบ่ายสองโมงเล็กน้อย มีตำรวจสองคนที่ทำหน้าที่ดูความเรียบร้อยมายืนรอพวกเราอยู่ก่อนแล้ว และถามหาใบอนุญาตจัดงานทันที

“วันนี้คนอาจจะไม่มากนักเพราะมีคอนเสิร์ต ไผ่ พงศธร ที่ปารีสในเวลาเดียวกันกับงานของเรา ซึ่งเตรียมงานและขายบัตรไว้ล่วงหน้าก่อนที่พวกเราจะวางแผนจัดงานนี้ มันเลยซ้อนกัน และพวกเราหลายคนก็ซื้อตั๋วคอนเสิร์ตเอาไว้แล้ว” โอ และเพื่อนชาวเสื้อแดงฝรั่งเศสบอกพวกเราให้เตรียมใจไว้ล่วงหน้าว่าอาจจะไม่มีคนมากนักวันนี้

พวกเราเองก็ใจตุ้มๆ ต่อมๆ ไปด้วยเช่นกันว่าจะมีคนมาร่วมงานรำลึกกันมากน้อยแค่ไหน

หลังบ่ายสองไม่นาน คนไทยใส่เสื้อแดงทยอยเดินทางมาสมทบมากขึ้นเรื่อยๆ ป้ายต่างๆ ที่เตรียมไปจากเยอรมันและทำในฝรั่งเศสทยอยนำออกมาแจกจ่ายให้กับทุกคนไปถือ ยืนเกาะกลุ่มกันตรงจุดที่เห็นหอไอเฟลเด่นตระหง่าน

การเปิดงานก็เริ่มขึ้นแล้ว โดยผู้อาวุโสชาวไทยที่อยู่ฝรั่งเศสมานานทั้งที่ปรึกษาสมาคม และประธานสมาคมทยอยกล่าวปราศรัย ส่วนใหญ่เป็นการปราศรัยเป็นภาษาไทย และมีนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นแวะเวียนเข้ามาถ่ายรูปเป็นระยะๆ บางคนข้าพเจ้าก็เข้าไปอธิบายให้ฟังว่าพวกเรามาทำอะไรกัน เธอคนหนึ่งบอกว่าไม่เห็นข่าวคนเสื้อแดงในหน้าหนังสือพิมพ์ของฝรั่งเศสเลย และคิดว่าน่าจะมีการประชาสัมพันธ์กับนักข่าวกันมากกว่านี้

พอถึงช่วงเวลาประมาณบ่ายสามกลุ่มพวกเราก็ไม่ใช่กลุ่มเรียกร้อง ประชาธิปไตยให้กับประเทศบ้านเกิดเพียงกลุ่มเดียวที่มาใช้หอไอเฟลเป็น สัญลักษณ์ส่งเสียงเรียกร้องประชาธิปไตยให้กับประเทศบ้านเกิดเมืองนอน ชาวโมรอคโคกว่า 30 คนพร้อมป้ายภาษาอาหรับกับภาษาฝรั่งเศสก็มาใช้พื้นที่ตรงกลางลาน เพื่อประท้วงระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในโมรอคโค และเรียกร้องประชาธิปไตยเช่นกัน

ข้าพเจ้าเดินเข้าไปทักทายแกนนำชาวโมรอคโค และสอบถามสาเหตุที่มาประท้วงวันนี้ จึงได้ทราบว่าพวกเขาก็มาต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย แกนนำชาวโมรอคโคบอกว่า “เราต้องการการเปลี่ยนแปลง”

เราจับมือประสานและให้กำลังใจกันและกัน และรู้ว่าในขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เราจำเป็นจะต้องสมานฉันท์ระหว่างกัน

ประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังจากตะโกนคำขวัญเรียกร้องประชาธิปไตย กลุ่มโมรอคโคได้เคลื่อนขบวนออกเดินไปตามท้องถนน หลังจากนั้นก็มีกลุ่มจากเอเชียใต้มาใช้พื้นที่บริเวณหอไอเฟลประท้วงอีกกลุ่ม หนึ่งเช่นกัน แต่ไม่ใช่เรื่องประชาธิปไตย เท่าที่อ่านป้ายประท้วงน่าจะเป็นเรื่องเสรีภาพทางศาสนา

กลับมาที่กลุ่มคนเสื้อแดง พอประมาณบ่ายสี่ พวกเราก็กลายเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในที่นั่น คาดว่าจะมีประมาณ 150 คนได้ แดงแจ๊ดเริ่มนำตะโกนเรียกร้อง "เราต้องการประชาธิปไตย อภิสิทธิ์ออกไป และเพื่อไทยเบอร์หนึ่ง ฯลฯ"

ทอมมี่กับเพื่อนชาวเสื้อแดงฝรั่งเศส ใส่ชุดนักโทษจำลอง ที่ถูกล่ามโซ่ตรวน เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีนักโทษการเมืองและนักโทษคดีหมิ่นฯ

ตะโกนกันพอสมควรก็ได้เวลาถ่ายรูปหมู่และเต้นรำกันนิดหน่อยก่อนจะต้องยุติการ ประท้วงในเวลา 5 โมงเย็นตรงเปะตามเวลาที่ขอไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เคร่งครัดมากและมายืน กำกับเวลาพวกเราให้ยุติตรงเวลากันทีเดียว แต่ตำรวจก็ไม่มีท่าทีคุกคามอะไร

หลังจากยุติการชุมนุม หลายคนก็ควักข้าวเหนียว ไก่อบ และกุ้งเต้นมาแจกจ่ายแบ่งปันกันทาน เป็นบรรยากาศการประท้วงของคนไทยจริงๆ ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนท้องก็ไม่เคยหิว และมีการพกพาอาหารมาแบ่งปันกันทาน


พวกเราพากันเดินทางกลับไปบ้านพี่มนูญเพื่อไปพูดคุยกันต่อ และทานอาหารค่ำรวมกันก่อนที่ทีมเยอรมันจะต้องขับรถกว่า 6 ชั่วโมงกลับไปยังแฟรงเฟิร์ต

อาหารค่ำนี้ปรุงด้วยแม่ครัวและพ่อครัวมือหนึ่งหลายคน จึงเอร็ดอร่อย แซบหลายถูกใจหลายคน และบรรยากาศการพูดคุยก็เป็นไปอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งถึงเวลาแห่งการร่ำลากับกลุ่มแดงแจ๊ด พี่น้ำปิง พี่แห้งและทอมมี่

หลังจากทีมจากเยอรมันเดินทางกลับไปแล้ว พวกเรายังคงพูดคุยกันต่อจนดึก ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ปัญหาแรงงานไทยในฝรั่งเศสเยอะมากจากการพูดคุยกับพี่ๆ เหล่านี้ ที่มีทั้งอดีตแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวจากลำปางที่เจ๊งจากวิกฤติการเมืองรัฐประหารปี 2549 จนตัดสินใจมาฝรั่งเศสพร้อมกับสามี หมอนวดแผนโบราณมือทองขวัญใจทุกคนที่คิวจองตัวยาวเหยียด โอและดาวีที่เป็นที่รักของทุกคน และก็พี่ที่มาทำงานตัดเย็บเสื้อผ้าและงานบ้านที่ฝรั่งเศส รวมทั้งคนไทยลาวที่มาเป็นตำรวจอยู่ที่ฝรั่งเศสกว่ายี่สิบปี

เราจำเป็นต้องสร้างวุฒิภาวะในขบวนการคนเสื้อแดง

เวลาสี่วันแห่งการทำความรู้จักกับ นปช. ยุโรปและชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในฝรั่งเศส ข้าพเจ้าได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับชีวิตคนไทยในยุโรป และได้เข้าใจความมุ่งมั่นของพวกเขาที่ต้องการมีส่วนร่วมหรือช่วยอะไรได้บ้าง จากแดนไกล เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง เป็นความมุ่งมั่นที่ไม่ได้ผูกโยงประโยชน์ส่วนตัว และทุกคนได้เสียสละกันมากตลอดสองปีที่ผ่านมา ทั้งรวบรวมเงินทองส่งไปช่วยเหลือการต่อสู้ในเมืองไทย และออกค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดกิจกรรมที่ยุโรป รวมทั้งดูแลนักสู้จากเมืองไทยที่แวะเวียนมากันอย่างไม่ขาดสาย

ในสภาวะที่พวกเขาจำนวนไม่น้อยคือคนที่อยู่ฐานล่างสุดของค่าแรงขั้นต่ำที่ ยุโรป แต่โชคดีที่มีสวัสดิการหลายตัวคุ้มครองทำให้สภาพความเป็นอยู่ที่นี่ไม่ได้ ลำบากมากนัก

ประเด็นปัญหาจึงเป็นเรื่องของการไม่สามารถแยกแยะข้อมูล และสามารถใช้วิจารณญาณและสติปัญญาอย่างรอบด้าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะในสภาพการเมืองไทยที่วุ่นวายมาหลายปีนับตั้งแต่ปลายปี 2548 เอาเข้าจริงแม้แต่คนที่อยู่ในเมืองไทยที่แม้จะอยู่ใกล้กับแหล่งข้อมูลตรงก็ ไม่สามารถแยกแยะได้แล้วว่าอะไรจริง อะไรเท็จ และมันก็ไม่ใช่เป็นปัญหาที่เกิดเฉพาะจากคนรากหญ้าเท่านั้น แต่เป็นการขาดวุฒิภาวะมาตั้งแต่ชนชั้นสูง พวกอำมาตย์และขั้วอำนาจนำในสังคไทย ที่นำพาบ้านเมืองบอบช้ำกันมาหลายปี

มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชาว “แดงรากหญ้า” เองก็ประสบปัญหาเรื่องการไม่ไว้วางใจใครง่ายๆ รวมทั้งไม่รู้ว่าใครเป็นใคร และมักจะเหมารวมว่า “ถ้าไม่ใช่พวกเรา ก็ต้องเป็นพวกอำมาตย์” ซึ่งเป็นโรคติดแห่งความหวาดระแวงที่แผ่ซ่านมาจากเมืองไทยมาสู่พวกเขาด้วยเช่นกัน

ข้าพเจ้าไม่ได้รู้สึกว่าปัญหาเหล่านี้ี่เป็นปัญหากับเฉพาะ นปช. ยุโรป เพราะทุกขบวนการก็มีความขัดแย้งกันอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าแกนนำแต่ละกลุ่มจะหนักแน่น และพยายามขับเคลื่อนมวลชนและแนวนโยบายอย่างมีสติและเหตุผลเพื่อบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร ปัญหาจึงไม่ใช่เรื่องที่ว่ามัน “มีความขัดแย้ง หรือแตกแนวคิดเป็นหลายกลุ่ม หลายขั้ว” แต่ปัญหาคือแนวคิดที่ว่า “ทุกกลุ่มต้องสลายแนวคิดแล้วมาเดินร่วมกันในจุดยืนของ นปช, ซึ่งประกาศชัดว่าหนุนและปฏิบัติตามแนวนโยบายจองพรรคเพื่อไทยเท่านั้น”

บางคนพยายามบอกทำนองว่า “สื่อต้องมีสติมากที่สุด จะมาให้เราเป็นฝ่ายใช้วิจารณญาณไม่ได้”

ข้าพเจ้าแย้งว่า “ทุกคนต้องมีวิจาณญาณให้มากที่สุด ในการแยกแยะระหว่างปัจเจกกับอุดมการณ์รวม ให้ได้ ให้สื่อทำอย่างเดียวไม่ได้ เพราะสื่อนี่แหล่ะที่หลายครั้งเป็นตัวต้องการเห็นประเด็นความขัดแย้งเพื่อไป สร้างสีสันข่าว”

มันเป็นสภาวะแห่ง “การไร้วุฒิภาวะและความสำนึกร่วม” ซึ่งเป็นปัญหาไปทั่วทั้งสังคมไทยในยามนี้ และเป็นหนึ่งในต้นตอปัญหาของทุกขบวนการทางสังคม ที่มักติดกับการจ้องจับผิดตัวบุคคลมากกว่า “การแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” และการมุ่งหน้าแก้ปัญหาการเมืองและภาวะไร้ซึ่งจุดยืนและวุฒิภาวะเหล่านี้ไปให้หมดไปจากสังคมไทยเสียที

ข้าพเจ้าเห็นความรักมากมายที่คนเสื้อแดงยุโรปมีให้กับทักษิณ และโดยไม่รังเลแม้แต่น้อยที่จะส่งผ่านความรักนั้นมายังยิ่งลักษณ์ น้องสาวทักษิณเช่นกัน ข้าพเจ้าได้แต่หวังว่าทั้งทักษิณ ยิ่งลักษณ์ รวมทั้งว่าที่ สส. และแกนนำพรรคเพื่อไทยจะรักพวกเขาได้แม้เพียงครึ่งหนึ่งของความรักที่คนเสื้อ แดงไกลบ้านเหล่านี้ได้มอบให้กับพวกเขา

ความฝันอันยิ่งใหญ่ของทุกคนที่นี่คือ ต้องการร่วมต่อสู้เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นไปจากอำนาจที่อยุติธรรมและสร้าง ประชาธิปไตยที่แท้จริง พร้อมกับนโยบายสวัสดิการสังคมที่ดีเช่นเดียวกับที่พวกเขาได้รับในหลายประเทศ ในยุโรป

คนอีสานและคนเหนือที่ฝรั่งเศส


ข้าพเจ้าอยู่ฝรั่งเศสต่ออีกสองวันเพื่อทำความรู้จักกับคนไทยทีฝรั่งเศส และพบเจอกับเพื่อนฝูง จากการพูดคุยกับพี่มนูญและพี่น้องคนไทยหลังจากนั้น ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เรื่องปัญหาคนไทยในฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น และก็เป็นข้อมูลที่น่าตกใจมากเช่นกันว่ามีคนไทยที่อยู่อย่างถูกกฎหมายที่ฝรั่งเศสเพียงประมาณแปดพันคน แต่ที่อยู่เกินวีซ่า (บางคนกว่ายี่สิบปี) มีร่วมสี่หมื่นคน

หลังจากการลุกขึ้นสู้ของคนเสื้อแดง พี่มนูญจึงเริ่มหันมาสนใจการเมืองไทย และตั้งสมาคมรวมใจไทยที่ฝรั่งเศษเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2553

“พวกเรารวมตัวกันจัดตั้งสมาคมรวมใจไทยที่ฝรั่งเศส เพื่อเป็นที่รวมของคนเสื้อแดงและช่วยเหลือคนเสื้อแดงและคนไทยที่มีปัญหาที่ ฝรั่งเศส” พี่มนูญเล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของการรวมตัว และจดทะเบียนสมาคม “รวมใจไทยในฝรั่งเศส” เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว

“ตอนนี้เรามีสมาชิกประมาณสองร้อยกว่าคน และก็ดำเนินการช่วยเหลือสมาชิกที่ต้องทำเรื่องขอสถานภาพที่ถูกกฎหมายที ฝรั่งเศส รวมทั้งหาครูอาสาสมัครมาสอนภาษาฝรั่งเศสให้กับสมาชิกและผู้สนใจ”

มีคนไทยที่ฝรั่งเศสประมาณ 50,000 คน ร่วมสี่หมื่นคนเดินทางเข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวแล้วหนีวีซ่า ส่วนใหญ่คือคนอีสาน และคนเหนือ เป็นคนรากหญ้า ขาวไร่ชาวนาที่เดินทางมาตายเอาดาบหน้าที่ฝรั่งเศสตั้งแต่ช่วงปี 2526 และหลังเหตุการณ์จากความวุ่นวายการเมืองในปี 2548-2549 พวกเขามาเป็นแรงงานเย็บผ้า แม่บ้านและดูแลเด็ก ก่อสร้าง พ่อครัวและพนักงานร้านอาหารไทย จีน ญี่ปุ่นที่ปารีส พวกเขาที่ไม่มีวีซ่าทำงานอย่างถูกต้องต้องอยู่อย่างหลบซ่อน ถูกโกงค่าแรง หรือไม่ได้รับค่าแรงตามกฎหมาย

พี่มนูญเป็นกุ๊กในร้านอาหารจีนที่มีชื่อกลางย่านชอง เอลิเซ่ และเป็นคนที่อยู่มานาน จึงเป็นที่รู้จักในหมู่คนไทย และเป็นพี่เลี้ยงคนสำคัญในการให้คำแนะนำและช่วยเหลือเพื่อนฝูงในกระบวนการ ดำเนินเรื่องวีซ่าและใบอนุญาตอยู่อาศัยในฝรั่งเศส และได้รับเลือกเป็นประธานสมาคมรวมใจใทยฝรั่งเศส และประธาน นปช. ยุโรป

คนไทยจำนวนไม่น้อยที่อยู่เกินวีซ่า นี่เกินกันยาวนานโดยไม่ได้กลับบ้าน เป็นสิบปี ยี่สิบปี ที่ไม่เคยกลับเมืองไทยเพราะกลัวว่าเมื่อออกไปแล้ว จะเดินทางเข้าฝรั่งเศสอีกไม่ได้ พ่อตาย แม่ตายก็ไม่ได้กลับไปเผาศพ

พี่มนูญเดินทางเข้าฝรั่งเศสในปี 2528 กว่าจะทำเรื่องขอสถานภาพผู้พักอาศัยได้สำเร็จ ซึ่งสามารถทำเรื่องขอได้หลังจากอยู่ในประเทศฝรั่งเศสมากกว่าสิบปีขึ้นไป ก็ทำให้ได้เดินทางกลับเมืองไทยครั้งแรกในปี 2550 เป็นเวลาถึง 21 ปี

พี่มนูญ ชายวัยกลางคน ที่ผ่านความเจ็บปวด และความยากลำบากมายาวนานหลายปี ในยามที่ข้าพเจ้าได้พบและทำความรู้จักจึงเป็นพี่ชายที่อ่อนน้อมถ่อมตน สุขุม และมีใจที่ต้องการจะช่วยเหลือคนไทยที่เผชิญปัญหาเช่นเดียวกับพี่มนูญและพี่ ดาว ภรรยาพี่มนูญ ที่เป็นอีกหนึ่งกำลังที่สำคัญในหมู่คนเสื้อแดงที่ฝรั่งเศส

พี่น้อย ที่มาฝรั่งเศสในช่วงปี 2526 หรือ 2527 เพื่อมาทำงานเย็บผ้า เล่าว่าในช่วงแรกๆ นี่สุดโหด นั่งเย็บผ้ากันในห้องใต้ดิน ไม่ได้ออกไปไหน เพราะนายจ้างและพวกเรากลัวถูกตำรวจจับ ต้องฉี่ในขวดใส่น้ำดื่ม ตอนนี้พี่น้อยทำงานเป็นกุ๊ก และมีสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้น และเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของคนเสื้อแดงฝรั่งเศส

เรื่องของพี่มณี (นามสมมุติ) ทำให้ข้าพเจ้าเศร้าลึกในหัวใจ พี่มณีเดินทางมาฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2545 โดยจ่ายค่าหัวคิว 250,000 บาท เพื่อมาทำงานแม่บ้านและเลี้ยงเด็ก เนื่องจากต้องอยู่อย่างไร้วีซ่าทำงาน พี่มณีโดยกดค่าแรง บางครั้งก็ถูกโกงค่าแรง ทำให้พี่มณีต้องใช้เวลาสามปีแรกไปกับการหาเงินเพื่อส่งไปไถ่ถอนโฉนดที่ดิน ของแม่ ที่เอาไปค้ำประกันเงินกู้ออกมาจ่ายค่านายหน้า

พี่มณีได้รับเงินเดือนเพียงเดือนละ 350 ยูโร ซึ่งพี่ก็ออกมาหานายจ้างใหม่ที่ให้ค่าแรงเพิ่มขึ้นบ้าง เป็น 500 ยูโร และปัจจุบันตกงานอีกครั้งหนึ่งและร่อนเร่ไปทำงานบ้านชั่วคราวให้กับบ้านโน้น บ้านนี้ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ของที่มีเพียงน้อยนิดก็ฝากไว้กับบ้านเพื่อน

หลังจากไถ่ถอนที่นาให้แม่แล้ว เงินทองพี่มณีก็ถูกใช้ซื้อรถปิ๊กอัพให้น้องชายวิ่งขายของ และก็ส่งเสียลูกเรียน พี่มณีไม่รู้ว่าทางบ้างจะตระหนักถึงความยากลำบากของชีวิตที่ฝรั่งเศสหรือไม่ และเมื่อกลับไทยแล้วน้องชายหรือลูกที่พี่มณีส่งเสียเลี้ยงดูจะเลี้ยงดูพี่ มณีหรือไม่?

พี่มณีคืออีกหนึ่งหญิงไทยใจกล้าหาญแห่งดินแดนอีสานที่แห้งแล้งและห่างไกล งบประมาณ ที่เดินทางไปขายแรงงานยังต่างแดนเพื่อชีวิตครอบครัว เป็นต่อเนื่องมานานหลายศตวรรษ เป็นผู้หญิงที่นักรบไซเบอร์ปากเปราะเอาไปด่าเล่นสนุกปากว่าพวก "กะหรี่" ก็ไม่ใช่เพราะ "จิ๋มและแรงกาย" ของผู้หญิงไทยจำนวนมากหรอกหรือที่นำพาประเทศไทยรอดวิกฤติเศรษฐกิจมาครั้ง แล้ว ครั้งเล่า นับตั้งแต่สงครามเย็น

นี่คือสาเหตุว่าทำไมคนไทยที่ต่างแดนจึงออกมาร่วมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพราะพวกเขาก็ไม่อยากใช้ชีวิตที่อดสู อยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ในต่างแดน ทุกคนรักบ้านเกิดและก็อยากกลับบ้านเกิดที่มีนโยบายดูแลสวัสดิการประชาชนเช่น ที่ประเทศต่างๆ ในยุโรปมีให้กับประชาชนของพวกเขา และนี่ก็คือความหวังของพวกเขาในการเลือกพรรคเพื่อไทยว่าจะ "สร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง"

แม้ในขณะที่เขียนบันทึกนี้ นัยน์ตาเศร้าและใบหน้าที่หม่นหมองของพี่มณียังตรึงตราอยู่ในความรู้สึกของข้าพเจ้า

หมายเหตุ

ก่อนเดินทางออกจากฝรั่งเศส ข้าพเจ้าแนะนำผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์เพื่อคนงานในอุตสาหกรรมตัดเย็บ เสื้อผ้า (Clean Clothes Campaign) ที่รู้จักกันมาหลายปีให้รู้จักกับพี่มนูญ เพื่อที่จะได้ช่วยประสานความช่วยเหลือคนงานไทยในฟรั่งเศสได้บ้าง

ตอนต่อไป สัมภาษณ์ “แกนนำ นปช. ยุโรป และ Thai Red EU"



********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:แดงสหภาพยุโรปรวมพลหอไอเฟลสานเจตนารมณ์วีรชน ขานรับกระแสฟีเวอร์ไพร่อินเตอร์กาเบอร์1

1เดือนผ่านไปสมยศไม่ได้ประกันตัว 112คุกคามประชาชน!


โดย นักข่าวอิสระ
31 พฤษภาคม 2554


เมื่อวานนี้( 30 พฤษภาคม 2554)เนื่องในวันครบรอบหนึ่งเดือนการคุมขังนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้มีกลุ่มพี่น้องเสื้อแดงและสมาชิกกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ได้ร่วมกันวางดอกไม้รำลึกถึงคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ถูกจับกุมในข้อหา 112 และปล่อยนกพับสีแดงเป็นเครื่องหมายเพื่อแสดงถึงสิทธิ เสรีภาพ ของความเป็นมนุษย์ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ได้สิทธิในการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีเนื่องจากคดียังไม่มีคำพิพากษา ย่อมถือว่าผู้ถูกกล่าวหาย่อมเป็นผู้บริสุทธิ์และต้องได้รับสิทธิในการประกันตัว


สืบเนื่องมาจากกรณีที่คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข ถูกจับกุมที่ด่านชายแดน-กัมพูชา ขณะพานักท่องเที่ยวทัวร์ประเทศกัมพูชาซึ่งเป็นธุรกิจที่คุณสมยศ ได้ดำเนินมาเป็นครั้งที่ 5 แล้ว โดยการที่ถูกจับกุมครั้งนี้เป็นการเข้า-ออก ช่องทางตามปกติของผู้ผ่านแดนทั่วไป แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่นำไปอ้างว่าจะทำการหลบหนีออกนอกประเทศทั้งที่มีการเดินทางเข้า-ออกโดยปกติมาหลายครั้งแล้ว

ซึ่งคงจะมองเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เนื่่องจากคุณสมยศ ได้เคลื่อนไหวต่อต้านความเป็นธรรมที่เกิดจากอำนาจรัฐมาโดยตลอด อีกทั้งอำนาจรัฐเองอยังกล่าวอ้างว่ากลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เคลื่อนไหวภายใต้การกำกับของพรรคเพื่อไทยและ นปช. ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เคลื่อนไหวต่อต้านความไม่เป็นธรรม มาตั้งแต่สมัยยังไม่มี นปช.และพรรคเพื่อไทยถือกำเนิดขึ้นเสียด้วยซ้ำ

นายทรงชัย วิมลภัตรานนท์ ประธานกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ได้กล่าวถึงเรื่่องนี้ว่าจะต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับคุณสมยศ และผู้ถูกกล่าวหาทุกคนที่ไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด โดยเริ่มแรกก็จะมีการชุมนุมหน้าเรือนจำทุกวันในช่วงเย็นเพื่อเรียกร้องเรื่องสิทธิการประกันตัว และการแยกขังนักโทษการเมืองกับนักโทษทั่วไป เพื่อความปลอดภัย เพราะผู้ถูกกล่าวหานั้นยังถือว่้าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ อีกทั้งคุณสมยศ และคุณสุรชัย มีโรคประจำตัวควรได้รับการดูแลเยี่ยงมนุษย์ปุถุชนพึงกระทำ

*****

สนับสนุนกิจกรรมนักข่าวอิสระได้ที่ บ/ช ธนาคารไทยพานิชย์ เลขที่ 102-242846-8 (ออมทรัพย์) ชื่อ บ/ช ปัญญา (กิจจา)

แดงสหภาพยุโรปรวมพลหอไอเฟลสานเจตนารมณ์วีรชน ขานรับกระแสฟีเวอร์ไพร่อินเตอร์กาเบอร์1


โดย ประชาสัมพันธ์ UDD THAI OF EU
31 พฤษภาคม 2554

UDD THAI OF EUROPE (แดงสหภาพยุโรป) จัดกิจกรรมรำลึก 1 ปีราชประสงค์ ที่หอไอเฟล กลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้

โดยในงานนี้นอกจากการรำลึกถึงวีรชนแล้ว ได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำเสื้อแดงคุณจตุพร พรหมพันธุ์ คุณนิสิต สินธุไพร รวมทั้งผู้ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย แล้วถูกรัฐบาลใส่ร้ายยัดเยียดข้อหาถูกจองจำมาเป็นเวลากว่า 1 ปี

ในงานมีกิจกรรมล้อเลียนการเมือง และรณรงค์เลือกตั้งสำหรับคนไทยที่มีถิ่นพำนักในต่างปะเทศ ให้ความรู้เรื่อง วิธีการเลือกตั้งแก่คนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ และรณรงค์ให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญของไทย ที่อนุญาตให้มีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

ในงานนี้มีพี่น้องเสื้อแดงในยุโรปจากหลายประเทศเข้าร่วมกว่าสองร้อยคน มีชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก


ชมภาพกิจกรรมทั้งหมดได้ที่ http://www.thairedeu.com/wp/?p=416



*****
เรื่องเกี่ยวเนื่อง

-'ลิเบีย ตูนีเซีย อียิปต์ ไทยแลนด์'!กระหึ่มแดนจิงโจ้


-ไพร่ยุโรปเลือกเบอร์1เตือนอำมาตย์เลิกฝืนมติ

-ถ้าเพื่อไทยชนะ เราต้องสร้างกระแสไปทั่วโลก โดยออกมาฉลองชัยชนะกันให้ทั่ว

อริสมันต์เปิดใจ:ทำไมผมไม่ลงเลือกตั้ง

มีการสั่งการให้ทีมสไนเปอร์ลอบสังหารผมพร้อมกับเสธ.แดง โชคดีที่เราแยกกันจากก่อนเกิดเหตุไม่ถึงสิบนาที ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้ผมไม่ต้องการที่จะเป็นต้นเหตุของปัญหาทางการเมืองในรอบใหม่ ผมทราบมาว่ามีความพยายามที่จะสร้างสถานการณ์ เพื่อจะล้มการเลือกตั้ง โดยหาเหตุความวุ่นวายทางการเมืองจากกรณีที่ผมจะออกมาปรากฏตัวในวันสมัครรับเลือกตั้ง โดยใช้ระเบิดก่อเหตุตามที่ต่าง ๆ เผาบ้านเรือนและทุบร้านค้าในย่านราชประสงค์แล้วโยนความผิดให้กับคนเสื้อแดง

โดย อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง


กราบเรียนพ่อแม่พี่น้องเสื้อแดงทุกท่าน

ขอชี้แจงกรณีที่ผมตัดสินใจไม่ไปลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นอย่างที่นายอภิสิทธิ์กล่าวหาว่าผมขาดคุณสมบัติ นายอภิสิทธิ์โกหก ผมมีคุณสมบัติครบทุกประการ ไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองแต่อย่างใด

การไม่ลงสมัครคือการต่อสู้อย่างหนึ่ง และเพื่อน ๆ ที่ลงสมัครก็ได้ต่อสู้อีกทางหนึ่ง การเสียสละกับการต่อสู้เป็นของคู่กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

มีคนที่เสียสละชีวิตในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจำนวนมากคือวีรชน การเสียสละไม่เป็น ส.ส.สมัยเดียวทำไมจะสละไม่ได้

ผมไม่ต้องการเอกสิทธิ์คุ้มครอง เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด การสละสิทธิ์ครั้งนี้เพื่อชัยชนะของประชาธิปไตย ผมทราบมาว่ามีความพยายามที่จะสร้างสถานการณ์ เพื่อจะล้มการเลือกตั้ง โดยหาเหตุความวุ่นวายทางการเมืองจากกรณีที่ผมจะออกมาปรากฏตัวในวันสมัครรับเลือกตั้ง มีการเตรียมกำลังทหารแต่งกายเป็นคนเสื้อแดงปะปนมากับชาวบ้านจะสร้างสถานการณ์ใช้ความรุนแรง โดยใช้ระเบิดก่อเหตุตามที่ต่าง ๆ เผาบ้านเรือนและทุบร้านค้าในย่านราชประสงค์แล้วโยนความผิดให้กับคนเสื้อแดง

เพื่อทำลายภาพลักษณ์ของคนเสื้อแดงทำลายคะแนนเสียงพรรคเพื่อไทย หากเหตุการณ์บานปลายก็สร้างความชอบธรรมในการดำเนินการใน เรื่องอื่น ๆ ต่อไป เช่น ไล่ล่า ปราบปรามอย่างรุนแรงเหมือนที่ผ่านมา เพื่อที่จะไม่ให้มีการเลือกตั้ง ต่อจากนั้นทหารจะเข้ามาควบคุมสถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติโดยพวกอำมาตย์

และทำการกวาดล้างคนเสื้อแดงอีกครั้งหนึ่ง ผมคิดไต่ตรองแล้วว่าการที่ไม่ได้เป็นผู้แทนฯไม่ใช่สาระสำคัญของชีวิตผม แต่ที่เป็นสาระสำคัญของชีวิตผมคือชัยชนะของประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ต่างหาก ที่ผ่านมาผมก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดหลายครั้ง เพราะการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายเอาชีวิตเข้าแลก ถูกรัฐบาลสั่งจับตายที่โรงแรมในกรุงเทพฯ

ตำรวจใช้อาวุธสงคราม กระหน่ำยิ่งเข้าไปในห้องพัก ทั้งที่รู้ว่าผมอยู่ข้างใน ผนังห้องพรุนไปด้วยรอยกระสุนปืน เป้าหมายคือเอาชีวิต ผมรอดมาได้ถือว่ายังมีบุญ แต่ความพยายามของรัฐบาลไม่จบเท่านั้นได้สั่งการให้ทีมสไนเปอร์ ลอบสังหารผมพร้อมกับเสธ.แดง โชคดีที่เราแยกกันจากก่อนเกิดเหตุไม่ถึงสิบนาที เสธ.แดงจึงรับเคราะห์จบชีวิตด้วยฝีมือสไนเปอร์ตามบัญชาของรัฐบาล

ผม ต้องหลบหนีจากการไล่ล่าอย่างป่าเถื่อนของกองทัพ ต้องพลัดพรากจากลูกและภรรยา ทิ้งความสุขความอบอุ่นทิ้งทุกอย่างที่บ้านกรุงเทพฯ มาอยู่ยังที่ไม่สามารถเปิดเผยตัวได้ จากชีวิตที่สุขสะดวกสบายก็ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพราะผมไม่ยอมแพ้ให้พวกอำมาตย์ทรราชที่ฆ่าคนบริสุทธิ์มากมาย ไม่ยอมที่จะให้จับกุมคุมขัง ผมยอมไม่ได้ที่ต้องสูญสิ้นอิสรภาพแม้แต่นาทีเดียว

ตราบที่ฆาตกรยังไม่ถูกดำเนินคดี คนที่ฆ่าประชาชนเพื่อตัวเองจะได้เป็นใหญ่ในการเข้าสู่อำนาจไปบริหารประเทศนั้น มันช่างสุดชั่วแต่ทำไมมันยังอยู่ได้ แล้วคนที่ต่อสู้เพื่อส่วนรวมสู้เพื่อประชาธิปไตยประเทศชาติประชาชนกับต้องถูกฆ่าถูกจองจำ ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน พี่น้องเสื้อแดงของเราต้องการเพียงให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ตั้งแต่วันแรกของการเรียกร้อง

แต่พวกอำมาตย์ก็สร้างเรื่องขึ้นมากล่าวหาว่าพวกเสื้อแดงจะล้มสถาบัน เอาสถาบันมาอ้าง หาเหตุฆ่าพี่น้องรากหญ้า สั่งทหารล้อมปราบประชาชนเสียชีวิตเกลื่อนถนน บาดเจ็บเป็นพันคน ด้วยอาวุธสงคราม แถมยังยัดเยียดข้อหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายซ้ำอีก ต่อจากนั้นก็พยายามทำให้ประชาชนเข้าใจว่า ผู้สั่งการสังหารหมู่ประชาชนเป็นคำสั่งจากเบื้องบน

ทำให้เกิดการเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นแผนการที่ชั่วร้ายของการเมืองฝ่ายอำมาตย์ เพราะกลัวความผิดกลัวการขึ้นศาลกลัวความจริงที่จะถูกเปิดเผย กลัวการสูญเสียอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมือง การเลือกตั้งครั้งนี้ อำมาตย์วางแผนไว้หลายชั้น ตั้งแต่เริ่มคือโกงด้วยเทคนิคทุกอย่างจนชนะ มีการข่มขู่ทำร้ายฝั่งตรงข้าม

ใช้ กกต. ให้ใบเหลืองใบแดง ตุลาการจะตัดสินยุบพรรคอีก สุดท้ายอาจจะปฏิวัติรัฐประหาร หากแผนการข้างต้นล้มเหลว มันไม่กลัวที่จะเกิดเหตุความรุนแรง มันจะทำทุกวิถีทาง ส่วนผมต้องป้องกันทุกทางเหมือนกัน ไม่ต้องการที่จะเป็นต้นเหตุของปัญหาทางการเมืองในรอบใหม่ ไม่ต้องการทำลายบรรยากาศการปรองดอง

และไม่ต้องการทำลายบรรยากาศการเลือกตั้งที่กำลังดำเนินไปด้วยดี ผมต้องการเห็นประชาชนไปลงคะแนนอย่างสงบเรียบร้อย สำหรับพี่ที่รักทุกคนเราต้องอดทนอดกลั้น อย่าได้กระทำการใด ๆ ที่จะเป็นช่องทางให้พวกมารใช้โอกาสนี้ล้มการเลือกตั้ง เบียงเบนความตั้งใจของประชาชน เราอดทนรอเพื่อชัยชนะ ประเทศของเราจะได้มีความยุติธรรมที่เสมอภาคมีประชาธิปไตยที่แท้จริงเหมือนกับประเทศที่พัฒนาแล้ว

วันนี้พี่น้องถอยหนึ่งก้าวเพื่อคอยชัยชนะในวันพรุ่งนี้ การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านอย่างสันติจากระบอบ เผด็จการอำมาตย์มาเป็นประชาธิปไตย แม้มันไม่ได้ดั่งใจทั้งหมด มันก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ถือว่าเป็นการเริ่มต้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อสะสมชัยชนะ สะสมกำลัง สะสมปัญญาดีกว่าที่จะดันทุรังต่อสู้ไปอย่างไร้จุดหมายปลายทาง

การเสียสละบางอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เป็นสิ่งที่คุ้มค่า เป็นสิ่งจำเป็นที่สมควรทำ บางครั้งการได้มาซึ่งชัยชนะก็ไม่จำเป็นต้องจำกัดว่าใครเป็นผู้ทำให้ได้ชัยชนะ ไม่จำเป็นว่าจะต้องชนะด้วยมือของเราเสมอไป หากแต่เพียงว่าชัยชนะนั้นมากจากการเสียสละของเราก็เท่ากับได้มีส่วนร่วมในชัยชนะนั้นแล้ว ขอให้ชัยชนะนั้นเป็นของประชาชนก็เพียงพอ เพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างสันติของ ประเทศชาติ ประชาชน ประชาธิปไตย

เพราะฉะนั้นการกระทำใด ๆ อันจะก่อให้เกิดกับความเสียต่อการเลือกตั้งขอให้ทุกคน ลด ละ เลิก เอากำลังของทุกคนไปช่วยดูแลป้องกันการโกงการทุตจริตเลือกตั้งจะเป็นประโยชน์กว่า ถ้าหากเราสามารถป้องกันการโกงได้ เราจะฉลองชัยพร้อมกันทั้งประเทศ คืนวันแห่งความสุขจะกลับมาอีกครั้งด้วยพลังปัญญาของประชาชน ผมขอให้พี่น้องทุกคนได้โปรดช่วยประคองสถานการณ์จากนี้ไปจนกว่าการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น

หากพรรคเพื่อไทยชนะแล้วไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ตามเจตนารมณ์ของประชาชน วันนั้นผมจะขอกำลังจากพี่น้องที่เป็นทหารตำรวจผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย(แตงโม มะเขือเทศ) รวมทั้งพี่น้องประชาชนทั้งประเทศลุกขึ้นสู้ ตามแนวทางเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง

ด้วยความเคารพอย่างสูง

อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง

จดหมายน้อยโรเบิร์ตถึงเทพเทือก

สำนักงานกฎหมายผมรวมรวมข้อมูลของการกระทำหลายอย่างของพรรคท่านและกองทัพที่ใช้บั่นทอนเจตจำนงของประชาชน เราแนะนำให้ท่านอย่าเดินซ้ำรอยประวัติการใช้ความรุนแรงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และกดขี่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างเผด็จการของพรรคท่าน เราแนะนำให้ท่านร่วมมือตามบทบาทของท่าน โดยให้ยุติกิจกรรมในพรรคของท่านที่เคลื่อนไหวร่วมกันทหาร โดยใช้กองทัพเพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจครอบงำการเมืองอย่างผิดกฎหมาย

ที่มา เวบไซต์โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม



จดหมายเปิดผนึกถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ

เรียน รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ

ตามที่สื่อมวลชนไทยรายงาน เราได้รับทราบมาว่าเมื่อไม่นานมานี้ ท่านได้ข่มขู่ผมในฐานะที่ผมเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของสมาชิกฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองในประเทศไทย และมันไม่ใช่แค่เพียงข่มขู่จะดำเนินคดีกับผม แต่ยังมีคำขู่แบบไม่เฉพาะเจาะจงว่าวันหนึ่งผมต้อง “เจอ”

หากพิจารณาการกระทำก่อนหน้านี้ของสมาชิกรัฐบาลท่านและตัวท่านเอง ผมมีเหตุผลอย่างดีที่จะแสดงออกถึงความกังวลใจเป็นพิเศษในเรื่องการใช้กระบวนการกฎหมายป้ายสีผม การกระทำเหล่านี้เข้าใจได้ว่า เป็นวิธีการข่มขวัญที่รัฐบาลคุณใช้จัดการกับผู้วิพากษ์วิจารณ์ชาวต่างชาติ รวมถึงการจับกุมพลเมืองสหรัฐฯ และรังควาญนักวิชาการต่างชาติเมื่อไม่นานมานี้ด้วย

ผมเกรงว่าคำขู่ของท่านจะถูกเปิดโปงต่อกลุ่มคนที่ติดตามผลงานของเรามาตลอด การวิจารณ์และเรียกร้องให้ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์รับผิดต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่การโจมตีประเทศไทยหรือสถาบันต่างๆของประเทศ หากมันเป็นการโจมตีประเทศไทยจริง ไม่ใช่เพียงตัวแทนกฎหมายของเราควรจะถูกท้าทายเท่านั้น แต่องค์กรระหว่างประเทศอย่าง ฮิวแมนไรท์วอซซ์ และคณะกรรมาธิการนักกฎหมาย (Commission of Jurists) ที่เน้นย้ำให้เห็นถึงการทำลายสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลท่านควรจะถูกท้าทายด้วยเช่นกัน

เราทำงานใกล้ชิดร่วมกับกลุ่มนักกฎหมายไทยมาตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อประกันว่าการดำเนินงานของเราจะมีความสอดคล้องกับกฎหมายของไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ และเรายังคงทำเช่นนั้น ทั้งยังให้ความสนใจกับรายละเอียดและเคารพกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด

ทีมงานและพยานทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเรารวบรวมและเผยแพร่หลักฐานอาชญากรรมของรัฐบาลท่าน ในทางกลับกัน เรายังรอให้รัฐบาลท่านแสดงหลักฐานพิสูจน์ข้อกล่าวหาต่อบุคคลที่ขัดขืนการปกครองของคุณ

การสร้างสภาพแวดล้อมอันเป็นปรปักษ์ต่อที่ปรึกษากฎหมายของฝ่ายตรงข้ามในการทำงาน ที่สำคัญเพื่อสนับสนุนระบบนิติรัฐเป็นสิ่งที่ทำลายประเทศไทย คำขู่ของท่านและรัฐบาลท่านเกี่ยวกับการคุกคามทางการเมือง มีส่วนทำให้ชื่อเสียงของประเทศไทยแย่ลงในสายตาของประชาคมโลก

การกระทำของท่านและพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้ศาลยุติธรรมเป็นเครื่องมือกดขี่ฝ่ายตรงข้ามและปกปิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องได้ถูกเปิดโปงแล้วทั้งในประเทศและนอกประเทศ

ในวันที่ 2 มิถุนายน ศาลจะไต่สวนแกนนำเสื้อแดง 17 คน และหลายคนกลัวว่าสิ่งที่แย่ที่สุดจะเกิดขึ้น: นั้นคือเรื่องพรรคประชาธิปัตย์จะใช้วิธีการแบบเผด็จการและไม่ชอบด้วยกฎหมายคุมขังแกนนำฝ่ายตรงข้ามเหล่านี้ด้วยข้อหาจอมปลอม ซึ่งจะกระทบกับความชอบธรรมและความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะมาถึง เพื่อให้เข้าใจในบริบทที่กว้างหว่า ผมขอเชิญทุกท่านให้อ่านคำขู่ของท่านต่อผม ร่วมกับคำแถลงการณ์ร่วมของผมกับแกนนำเสื้อแดง นางธิดา ถาวรเศรษฐ

ความพยายามของท่านและรัฐบาลท่านที่จะกดขี่และทำให้คนเสื้อแดงท้อแท้นั้นไม่เป็นที่ประสบความสำเร็จ ประชาชนชาวไทยสมควรได้รับการเลือกตั้งที่อิสระและยุติธรรม สำนักงานกฎหมายผมรวมรวมข้อมูลของการกระทำหลายอย่างของพรรคท่านและกองทัพที่ใช้บั่นทอนเจตจำนงของประชาชน เราแนะนำให้ท่านอย่าเดินซ้ำรอยประวัติการใช้ความรุนแรงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และกดขี่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างเผด็จการของพรรคท่าน เราแนะนำให้ท่านร่วมมือตามบทบาทของท่าน โดยให้ยุติกิจกรรมในพรรคของท่านที่เคลื่อนไหวร่วมกันทหาร โดยใช้กองทัพเพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจครอบงำการเมืองอย่างผิดกฎหมาย

ในวันสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ผมแนะนำให้ท่านประพฤติตัวด้วยความเอื้ออารีและมีศักดิ์ศรี เพื่อให้สมกับตำแหน่งในระดับสูงของท่าน

โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง

-จวกยับ‘โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม’ทำลายชาติ ‘เทือก’ลั่นเอากิ้งกือลงท่อด่าขึ้นไอ้


-ร้องศาลอาญาระหว่างประเทศฉบับใหม่ ใช้ผลสอบฮิวแมนไรต์ว็อท์ชชี้ชัด'ทหารฆ่า'ลากคอฆาตกรชดใช้

หลุมพราง “ผังล้มเจ้า”

น้ำตาจรเข้-ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีDSIน้ำตาคลอ หลังจัดฉากให้ลูกน้องในDSIมอบดอกไม้ให้กำลังใจ โต้กระแสข่าวโดนลูกน้องล่าชื่อขับไล่ฐานทำตัวรับใบสั่งทำงานรับใช้นักการเมือง ทำลายฝ่ายปฏิปักษ์ นี่ถ้าวันไหนโดนจับขังคุกตีตรวนโทษฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ท่าทางต้องหาปี๊บหลายใบมาใส่น้ำตา

โดย หรี่ฟุน
31 พฤษภาคม 2554

สื่ออินเตอร์เน็ต / เว็บไซต์ นปช.ยูเอสเอ / องค์กรเสื้อแดงระหว่างประเทศ หรือ Red Shirt International Organization / สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์ความจริงวันนี้ Thai Red News, Voice of Thaksin รวมถึงวิทยุชุมชน

ทุกท่านให้จำรายชื่อที่ผมเกริ่นไว้น่ะครับ แล้วตามผมมา ผมจะเปิดปากท่อ ที่ ศูนย์อับเฉา กับกรมสอบสวนคดีปั้นน้ำเป็นตัว วางแผนขุด “หลุมพราง” วางล่อไว้ เพื่อให้บรรดาบุคคลที่มีรายชื่อตาม “ผังล้มเจ้า” หลวมตัวเดินเข้ามาตกหลุม

ประเด็นแรก ถามว่า ทำไม โฆษกไก่อู ที่อยู่ดีๆต้องดันทะลึ่งออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีล้มเจ้า ในห้วงระยะเวลาใกล้การเลือกตั้ง และเรื่องที่ออกมาพูดมันก็ดันทะลึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ที่โฆษกไก่อูเคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อตอนกำลังบ้าอยู่ในศูนย์อับเฉา กับการแถลงต่อศาลเพื่อไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท หลังจากวางแผนร่วมกับจำเลยที่ 1 (มาร์ค) กับจำเลยที่ 2 (เทพเทือก) กันอย่างดีในการโยนขี้ให้กับธาริต DSI ตามคำให้สัมภาษณ์ของทั้งสองตัว ดังนี้ครับ

เริ่มต้นจากการให้สัมภาษณ์ขณะมีอำนาจของ โฆษกไก่อู

วันที่ 26 เมษายน 2553 เวลา 18.30 น. ณ แหล่งสมาคมนายทหาร กองพลทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษก ศอฉ.ได้แถลงข่าวประจำวัน ดังต่อไปนี้

เป็นความพยายามที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อส่งผลกดดันต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ กลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงเองก็บอกว่าพยายามจะยกระดับการชุมนุม ซึ่งโดยปกติผิดกฎหมายอยู่แล้วไปสู่การก่อการร้าย อย่างที่เห็นเป็นการซ่องสุมอาวุธกันเป็นจำนวนมาก แล้วก็พยายามที่จะผูกโยงเรื่องราวต่าง ๆ โดยใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จมุ่งโจมตีสถาบันเบื้องสูง อันเป็นที่รักเคารพของคนไทยทุกคน

มีการดำเนินการกันแบบเป็นระบบ ผ่านทางกลุ่มบุคคลทั้งที่เป็นแกนนำหลัก แกนนำรอง ซึ่งผู้ที่คุ้นชื่อมีคดีติดตัว บางคนก็อยู่ในระหว่างการพิจารณาว่าจะมีคดีหรือไม่ ก็หนีไปก่อน เช่น ดา ตอร์ปิโด สุชาติ นาคบางไทร จักรภพ เพ็ญแข ชูพงษ์ ถี่ถ้วน ที่เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่ามีพฤติกรรมอย่างไร ไม่ว่าจะผ่านทาง สื่ออินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ นปช.ยูเอสเอ องค์กรเสื้อแดงระหว่างประเทศ หรือ Red Shirt International Organization สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์ความจริงวันนี้ Thai Red News, Voice of Thaksin รวมถึงวิทยุชุมชนต่างๆ คนรักแท็กซี่ของนายชินวัฒน์ หาบุญพาด เหล่านี้คือสื่อสีแดงที่ให้ข้อมูลข่าวสารในลักษณะที่หมิ่นเหม่ และจาบจ้วงต่อสถาบันเบื้องสูงอันเป็นที่รักเคารพของคนไทยอยู่ตลอดเวลา

การโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีลักษณะเป็นเครือข่ายเชื่อมโยง มีลำดับขั้นทั้งระดับบงการ ปฏิบัติการ และแนวร่วม จะปรากฏทั้งในลักษณะการเผยแพร่โดยตรง เช่น การให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติ การปราศรัย การเผยแพร่บทความและใบปลิว และการเผยแพร่ทางอินเทอร์เนต เช่นการทำเว็บไซต์ คลิปวิดีโอ อีเมล์ และสื่อออนไลน์อื่นๆ โดยขณะนี้ได้ตรวจสอบผู้ต้องสงสัยว่าจะกระทำผิดในช่วงปี 2549 – 2553 ทั้งในเชิงการข่าว ด้านเทคโนโลยี และการเงินผ่านทางชุดปฏิบัติการ โดยถ้ามีพฤติกรรมเป็นกระบวนการ ทางคณะกรรมการก็จะรับมาดำเนินการเป็นคดีพิเศษ


โดยในการแถลงข่าว พ.อ.สรรเสริญ ได้แจกแผนผังให้กับผู้สื่อข่าวด้วย โดยแผนผังที่ พ.อ.สรรเสริญแจก มีลักษณะเป็นแผนที่ความคิด (Mind Map) แบบที่ครูในโรงเรียนประถม และมัธยมใช้สอนนักเรียนเพื่อลำดับความสัมพันธ์เชื่อมโยงของเรื่องต่างๆ ในการเรียน

โดยในแผนผังของ พ.อ.สรรเสริญ นอกจากมีการเขียนรายชื่อนักการเมือง แกนนำคนเสื้อแดง เชื่อมโยงกับ นปช. ว่าจาบจ้วงสถาบันฯ แล้ว ยังมีการกล่าวหาว่านายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ถือเป็นผู้นำทางความคิดของขบวนการผ่านการแสดงความเห็นในเว็บไซต์สนทนาอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่งด้วย

ข้อมูลอันเป็นเท็จล่าสุดคือเรื่องของท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีฆะระ รองราชเลขาธิการ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ท่านผู้หญิงฯ เป็นผู้ถวายงานรับใช้ใกล้ชิด มีหน้าที่ที่จะนำพระมหาเมตตา พระมหากรุณาธิคุณมาสู่พี่น้องปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ไม่แบ่งสีไม่แบ่งฝ่าย ซึ่งการทำงานของ ศอฉ. ที่ผ่านมาก็เป็นการประสานงานกันอย่างแน่นแฟ้น ระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องชี้นำจากกลุ่มบุคคลใด หรือจากบุคคลใด การใส่ร้ายโจมตีท่านผู้หญิงจรุงจิตต์นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นข้อมูลอันเป็นเท็จทั้งสิ้น และเป็นสิ่งที่ไม่บังควร ซึ่งทางแกนนำ นปช. ก็พยายามที่จะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาสร้างความสับสนให้กับสังคม บิดเบือนข้อเท็จจริง มุ่งที่จะโจมตีไปยังท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ หรือหลายคนอาจจะมีความคิดว่า มีวัตถุประสงค์อื่นใดที่สูงไปกว่านี้

การให้สัมภาษณ์เมื่อหมดอำนาจ

วันที่ 22 มี.ค. 2554 ศาลอาญา นัดพร้อมเพื่อประนอมข้อพิพาท หรือนัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลดำเนินการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทแล้ว จำเลยที่ 3 (ไก่อู) แถลงว่า

ประการที่หนึ่ง ศอฉ. ในขณะนั้นเชื่อมั่นว่ามีขบวนการจ้องจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จริง

ประการที่สอง ในช่วงเวลานั้น มีข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเตอร์เน็ตกล่าวหาในลักษณะทำนองว่า ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ โทรศัพท์มาสั่งการ ศอฉ. อยู่ตลอดเวลา ให้ดำเนินการนานับประการกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งมิได้เป็นความจริง ศอฉ. มีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงข้อมูลข่าวสารให้สังคมได้รับทราบความจริงเป็นเช่นไร นอกจากนั้นแล้ว ศอฉ. ได้ขยายความลงไปเพราะว่าทางราชการมีหน่วยงานทางด้านความมั่นคง ที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้จัดตั้งขึ้น โดยมีหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงก็มีการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของขบวนการที่จ้องจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอดจึงนำข้อมูลทั้งหลายเหล่านี้มาประกอบ เพื่อใช้ในการชี้แจงทำความเข้าใจกับสังคม

ประการที่สาม ในช่วงเวลา เช้าของวันเกิดเหตุข้าฯได้แถลงข่าวให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ว่าไม่เป็นความจริงตามข้อมูลที่พยายามกล่าวหาใส่ร้ายท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ โดยแถลงกำกับตอบไปด้วยว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการล้มเจ้านั้น ในขณะนั้นมีคุณดาตอร์ปิโดกับคุณจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งทั้ง 2 คนนี้มีหมายจับแล้ว ในช่วงเวลาเย็นเกิดจากการประชุมในช่วงบ่ายของศอฉ. ได้มีมติของศอฉ. ที่ต้องการจะให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารแก่สังคมเป็นลายลักษณ์อักษรอีกทางหนึ่ง เพื่อให้สังคมพิจารณา

“ ข้าฯ ได้รับมอบหมายให้นำเอกสารเหล่านั้นไปแจกแก่สื่อมวลชน ซึ่งเอกสารที่ไปแจกนั้น ศอฉ. มิได้หมายความว่าผู้ที่มีชื่อในเอกสารเป็นผู้เกี่ยวข้องในฐานะอยู่ในขบวนการ ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในลักษณะต่างๆ ซึ่งให้สังคมพิจารณาและวินิจฉัยเอาเอง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่ในเอกสารว่าแต่ละคนเกี่ยวข้องกันในฐานะอะไร เช่น เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันในฐานะผู้ทำธุรกิจร่วมกันอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมิได้แถลงเลยว่า บุคคลทั้งปวงเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นผู้อยู่ในขบวนการ และมิได้ให้หมายความเช่นนั้น

“ แต่หลังจากนั้นมีสื่อมวลชนนำเรื่อง ราวต่างๆ เหล่านี้ไปขยายผล ขยายความ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในแผนผังดังกล่าว ทำให้ได้รับความเสียหายจากมุมมองของสังคม เพราะเป็นเรื่องที่สังคมจะต้องตัดสิน ส่วนผู้ที่ได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจะฟ้องร้องกับผู้ที่นำไปขยายความใน ทางที่ผิดจากเจตนารมณ์ของศอฉ. ก็สุดแล้วแต่บุคคลเหล่านั้นจะพิจารณา”

การให้สัมภาษณ์ของนาย ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี ดีเอสไอ และ กรรมการ ศอฉ. ในขณะนั้น,10 ก.ค.2553

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และ คณะกรรมการ ศอฉ.เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีเกี่ยวกับการกระทำที่เป็นภัยของรัฐ โดยมุ่งร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือ คดีล้มเจ้า ว่าหลังจากที่ปฏิบัติการออกเป็น 9 ชุด ร่วมทำงาน 18 หน่วยงาน ตนเองได้ตั้งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าชุดทั้ง 9 เพื่อสะดวกในการประสานงานสั่งการ ซึ่งชุดปฏิบัติการทั้ง 9 ได้เริ่มสืบสวนสอบสวน โดยอาศัยแนวจากแผนผังรายชื่อของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. ทั้งนี้ เตรียมประสาน ศอฉ. เพื่อให้ข้อมูลในกรอบรายชื่อดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้ โดยแต่ละชุดปฏิบัติงานจะมีการประชุมร่วมกัน เพื่อสอบถามความคืบหน้าทุกๆ สัปดาห์ เพื่อรายงานต่อที่ประชุมใหญ่คดีล้มเจ้า ที่จะมีการประชุมร่วมกันเดือนละครั้ง

การให้สัมภาษณ์ในฐานะ อธิบดี ดีเอสไอ

วันที่ 26 พ.ค.54 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้แจงการดำเนินคดีล้มเจ้า หลัง พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ให้การต่อศาลในคดีที่ถูกฟ้องหมิ่นประมาท โดยระบุแผนผังล้มเจ้าเป็นแค่ข้อมูลการเชื่อมโยง ไม่ได้บอกว่าใครล้มเจ้า ว่า ดีเอสไอดำเนินคดีล้มเจ้า เนื่องจากทาง ศอฉ.เสนอให้เป็นคดีพิเศษ จากนั้น คณะกรรมการ กคพ.พิจารณาแล้ว และมีมติรับไว้เป็นคดีพิเศษ ดีเอสไอจึงเรียกให้ ศอฉ.ส่งคนมาชี้แจงเรื่องแผนผังล้มเจ้าที่ ศอฉ.ได้จัดทำขึ้น โดยทาง ศอฉ.ก็ได้ชี้แจง และได้อธิบายถึงความเชื่อมโยงตามแผนผัง มีการยืนยันตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง จากนั้นดีเอสไอได้ตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดี

"ขอยืนยันว่าข้อมูลนี้จัดทำโดยฝ่ายความมั่นคง และดีเอสไอได้ดำเนินการไปแล้วหลายคดี ล่าสุดก็เป็นคดีล้มเจ้า ที่เรานัดผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 2 มิ.ย.นี้" นายธาริตกล่าว

อธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า การที่ พ.อ.สรรเสริญถูกฟ้องหมิ่นประมาท หลังจากนำข้อมูลมาเปิดเผย น่าจะเข้าใจว่า พ.อ.สรรเสริญไม่ใช่พนักงานสอบสวน เมื่อนำแผนผังดังกล่าวไปเผยแพร่ ก็ส่งผลอาจทำให้ถูกฟ้องหมิ่นประมาทได้

"สำหรับดีเอสไอที่นำแผน ผังดังกล่าวมาแถลงนั้น สามารถกระทำได้ เนื่องจากเป็นพนักงานสอบสวนคดีนี้โดยตรง เป็นการพูดทางคดี จึงไม่ผิดแต่อย่างใด ส่วนผู้ที่มีรายชื่อในแผนผังล้มเจ้าจะมีความเกี่ยวข้อง เข้าข่ายมากน้อยแค่ไหน หรือเกี่ยวพันกันทั้งหมดหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการสอบสวนต่อไป"

ส่วนกรณีพ.อ.สรรเสริญ ระบุว่า รายชื่อตามผังของศอฉ.ไม่ได้ระบุถึงพฤติกรรม แต่ระบุถึงความเกี่ยวข้องระหว่างกลุ่มคนต่างๆ นั้น นายธาริตกล่าวว่าพ.อ.สรรสริญมีสถานะเป็นเพียงโฆษก ศอฉ. ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการให้ข้อมูลชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดี แต่ดีเอสไอหรือเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงที่มีหน้าที่โดยตรงสามารถให้ข้อมูลได้ และสื่อมวลชนที่นำข้อมูลไปเผยแพร่ต่อก็ไม่มีความผิดเช่นกัน

ประเด็นที่สอง ที่ผมบอกว่าให้ทุกท่านจำรายชื่อที่เกริ่นไว้ คือ สื่ออินเตอร์เน็ต / เว็บไซต์ นปช.ยูเอสเอ / องค์กรเสื้อแดงระหว่างประเทศ หรือ Red Shirt International Organization / สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์ความจริงวันนี้ Thai Red News, Voice of Thaksin รวมถึงวิทยุชุมชน ก็เพราะเหตุว่า ดีเอสไอ มันได้รวบรวมหลักฐานไว้มากพอสมควร หลักฐานแต่ละอย่างค่อนข้างสมบูรณ์

ที่ว่าสมบูรณ์ ก็เพราะปัจจุบันอุปกรณ์ทันสมัย ระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย เจ้า ดีเอสไอ มีค่อนข้างพร้อมและมีประสิทธิภาพกว่าหน่วยข่าวด้านความมั่นคงอื่นๆ การดักฟังทางโทรศัพท์แล้วบันทึกเทป การเก็บรวบรวมหลักฐานทางเว๊ป ทางวิทยุ ทางสื่อสิ่งพิมพ์ ที่สำคัญการสร้างพยานทั้งจริงและเท็จ ในรูปแบบ การให้สินบน การข่มขู่คุกคาม ล้วนเป็นหลักฐานสำคัญที่พอจะดำเนินคดีกับบุคคลและเครือข่ายตามผังล้มเจ้าได้อย่างสบายสบาย เจ้าธาริต มันถึงได้ทำท่าแอ๊คอ๊ร์าตอยู่ทุกวันนี้ เว้นแต่บุคคลที่ไม่มีพฤติกรรม หรือพลั้งเผลอไปพูดไปแสดงความคิดเห็น ไปวิเคราะห์ เกี่ยวกับสถาบัน ก็รอดตัวไป อย่างเช่นอาจารย์ สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

ดังนั้น บุคคลที่มีรายชื่อตามผังล้มเจ้า ที่ไม่มีพฤติกรรมอย่างที่ผมพูดถึง ทุกท่านสามารถฟ้องศาลแบบอาจารย์สุธาชัย ได้เลย ดูซิว่า ไอ้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และ จำเลยที่ 3 มันจะแถลงต่อศาลอย่างไร

แต่ควรฟ้องพวกมันหลังวันที่ 3 ก.ค.54 เพราะตอนนั้น จำเลยที่ 1 (มาร์ค) จำเลยที่ 2 (เทพเทือก) มันจะได้เป็นจำเลยตัวจริง เสียงจริง เสียที เอาให้หนักเลย ครับ อาจารย์สุธาชัย ฟ้องเรียกค่าตกใจตอนแรกเพียง 3 แสนกว่าบาทเท่านั้น พวกท่านหลายควรเรียกแม่งงง ให้หงายท้องไปเลย ส่วนจำเลยที่ 3 ที่ทำงานเก่งมาก ให้มันไปอยู่จังหวัดชายแดนใต้ซ่ะ จะได้โดนระเบิดยัดปากซ่ะบ้าง

พอพูดถึงไอ้ไก่อู ก็พบความกวนโอ๊ยยของมันอีกเรื่อง ครับ

(26 พ.ค.54) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาแถลงถึงกรณีที่ศาลมีคำสั่งถอนฟ้องตนเองในข้อหาหมิ่นประมาท ที่ไปพูดถึงนายสุธาชัย อยู่ในขบวนการล้มเจ้า ซึ่งเกิดจากการที่ตนเองไปขอให้ถอนฟ้องและเป็นฝ่ายขอยอมความนั้น ไม่เป็นความจริง และขอยืนยันว่าการออกมาชี้แจงครั้งนี้เป็นการพูดในฐานะส่วนตัวเพราะถูกพาดพิง จาก อ.สุธาชัย โดยไม่อยากอธิบายความให้มากนัก เพราะช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งอาจถูกบางฝ่ายนำประเด็นไปเกี่ยวข้องกับการเมือง

อยากกราบวิงวอนขอเชิญอาจารย์สุธาชัย ออกมาแถลงข่าวเล่าความจริงให้สังคมไทยได้รับทราบหน่อยครับ อย่าปล่อยให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่หลงตัวเองนึกว่าเป็น ผบ.ทบ. มาท้าทายเลยครับ

ไก่อูเอ๋ย อย่าเก่งแต่ในรูเลยลูก อย่าลืมตน ลูกยังมีพ่อมีแม่มีพี่มีน้องมีเมีย มีอนาคต อย่าบ้าไปกับสิ่งที่ไม่จิรังเลยลูก จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ ทำตัวเป็นทหารที่ดีของประชาชนดีกว่าลูก ลูกจะได้นอนตายตาหลับน่ะลูกน่ะ.........

วันจันทร์, พฤษภาคม 30, 2554

ดิอีโคโนมิสต์: ทักษิณจากแดนไกล

โดย The Economist
แปลไทย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 พฤษภาคม 2554



สำหรับคนที่ให้ความสนใจต่อฟุตบอลอังกฤษมากกว่าการเมืองไทย, ทักษิณ ชินวัตร อาจจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดในฐานะอดีตเจ้าของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ เขาบริหารงานสโมสรหนึ่งฤดูกาล ทุ่มเงินซื้อตัวนักเตะใหม่ๆ แล้วก็ขายสโมสรออกไปในปี 2008 แก่ครอบครัวผู้ปกครองในกรุงอาบูดาบีผู้ซึ่งได้อัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมากที่ได้มาจากธุรกิจน้ำมัน ผลลัพธ์ต่อการลงทุนของเขาได้ปรากฏขึ้นในฤดูกาลที่แล้วด้วยถ้วยชัยชนะของสโมสรต่อฟุตบอลเอฟเอคัพ ซึ่งนับเป็นถ้วยรางวัลที่ได้รับครั้งแรกในหลายทศวรรษที่ผ่านมา และรวมไปถึงการเป็นที่สามในตารางพรีเมียร์ลีค

คุณทักษิณ, เศรษฐีโทรคมนาคมผู้ผันตัวเองเข้าสู่การเมือง, เป็นคนรวย. แต่ท่านชีคแห่งอาบูดาบีรวยกว่า เขาเล่าเรื่องตลกว่าพวกเขาไม่เพียงแต่มีเงินถุง แต่ยังมีเงินหลายๆถุงอีกด้วย มันเป็นข้อเท็จจริงที่ว่าการทำทีมฟุตบอลให้ติดอันดับในยุโรปต้องใช้เงินจำนวนมาก ทักษิณได้ยืนยันว่าเขาไม่อยู่ในฐานะนั้นอีกต่อไป แม้ว่าเขาเคยจะเป็น ปัญหาทางกฏหมายที่มีต่อตัวเขาในไทยก็ยิ่งซ้ำเติมเมื่อศาลของประเทศได้อายัดเงินเขาเมื่อปีที่แล้วกว่า 1.3 พันล้านดอลล่าร์

ตอนนี้คุณทักษิณได้กลับมาจับเกมที่สวยงามน้อยกว่าเกมฟุตบอล นั่นคือการเมืองไทย เขาแทงข้างพรรคการเมืองที่นำโดยน้องสาวของเขาว่าจะชนะการเลือกตั้งในวันที่สามกรกฎาคม และเป็นการทำแต้มอีกครั้งต่อพวกอำมาตย์ไทยที่พยายามอย่างล้มเหลวในการจบอาชีพของเขา ในวิลล่าหรูหราในดูไบ คุณทักษิณได้ต้อนรับแขกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมไปถึงนักข่าวของท่านผู้อ่าน ซึ่งได้ไปพบปะกับเขาเมื่อเร็วๆนี้เพื่อรับประทานน้ำชาและสนทนาร่วมกัน

คุณทักษิณรู้สึกสบายใจกับการเลือกตั้ง เขาทำนายว่าพรรคเพื่อไทยของเขาจะสามารถได้เก้าอี้ถึง 270 จากทั้งหมด 500 ที่นั่งในสภาและจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลหน้า โพลความคิดเห็นหลายแห่งได้ชี้ว่าจะไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งสามารถก้าวข้ามการเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้ ผู้ชนะอย่างไรเสียก็ต้องจัดตั้งรัฐบาลร่วม แต่มันก็เป็นเรื่องที่ชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถท้าทายพรรคประชาธิปัตย์นำโดยนายกฯอภิสิทธิ์ ผู้ซึ่งถูกจัดตั้งรัฐบาลโดยความช่วยเหลือของกองทัพ

นับตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ได้เรียกให้มีการเลือกตั้งเมื่อเดือนที่แล้ว คนไทยจำนวนมากได้คาดการณ์ต่างๆนาๆว่าพวกอำมาตย์จะดึงปลั๊กทำลายกระบวนการทั้งหมดนี้หรือไม่ เพื่อที่จะขัดขวางไม่ให้พรรคของทักษิณเข้ากุมอำนาจ พวกชาตินิยมขวาจัด(และยังต่อต้านทักษิณ)ชาวเสื้อเหลืองได้เรียกร้องให้มีการพักการมีประชาธิปไตยและจัดตั้งรัฐบาลเพื่อราชวงศ์ และเมื่อถูกถามโดยนักข่าวของเราต่อบรรดานายพลสายเหยี่ยวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการรัฐประหาร นายพลเหล่านั้นก็ตอบปฏิเสธ แต่ก็ปฏิเสธเหมือนๆกับที่เคยเป็นก่อนการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณปี2006

คุณทักษิณดูเหมือนจะไม่เป็นเดือดเป็นร้อนกับเรื่องดังกล่าว และยืนยันว่า การเลือกตั้งจะเดินหน้าต่อไป และคนขี้โกงจะต้องระวังตัว "ถ้าคุณจะโกงการเลือกตั้ง ประชาชนจะทราบ" เขากล่าวเตือน เขาต้องการให้พรรคเพื่อไทยส่งเทียบเชิญไปยังพรรคเล็กๆเพื่อที่จะจัดรัฐบาลร่วม แม้ถ้ามีกรณีที่จำนวนส.ส.ของพรรคเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว พวกเขาเหล่านั้นจะเปรียบเหมือนไม้เฟิรน์ในแจกันที่จะทำให้ตัวดอกไม้ดูสวยงามมากขึ้น เขากล่าว

สำหรับบรรดานายพลฝ่ายขวา ชัยชนะของกลุ่มคุณทักษิณจะเป็นเรื่องที่น่าปวดเกล้าสำหรับพวกเขา บรรดาผู้สนับสนุนเสื้อแดงได้สาบานที่จะจัดการกับบรรดาคนที่ได้สั่งการให้มีการสลายการชุมนุมเมื่อปีที่แล้วต่อกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง พรรคเพื่อไทยก็ต้องการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ได้ร่างขึ้นภายใต้กฏเหล็กของพวกทหาร ถ้าจะมีใครสงสัยเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องระหว่างพรรคและคนที่ดูไบแล้วละก็ขอให้พิจารณาคำขวัญที่กำลังรณรงค์กันอยู่คือ "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ"

ยังไม่จบ เพื่อไทยยังได้สัญญาที่จะนำคุณทักษิณกลับบ้าน เร็วๆนี้เขาได้บอกกับผู้สนับสนุนของเขาว่าเขาจะกลับบ้านได้ในราวเดือนพฤศจิกายน 2011 เขาได้ยืนยันอีกครั้งว่านี่เป็นเป้าหมายของเขา "เมื่อผมพูดออกไป ผมหมายความอย่างนั้นจริงๆ" เขากล่าว ขณะนี้,แม้ว่า,เขาจะเป็นผู้ต้องหาหนีคดีจากระบอบตุลาการไทย เขาเดินทางด้วยพาสปอร์ตที่ออกโดยรัฐบาลมอนเตรนิโกร ไม่ใช่ของไทย โทษจำคุกสองปีจากข้อหาคอร์รัปชั่นก็ยังรอเขาอยู่ในไทย

ดังนั้นพรรคจึงได้เสนอการนิรโทษกรรมต่อบรรดาผู้ที่มีส่วนร่วมในปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นเร็วๆนี้ ซึ่งรวมไปถึงอย่างไม่ต้องสงสัย ผู้นำทางจิตวิญญาณ คุณทักษิณ "ถ้าคุณต้องการที่จะปรองดองจริงๆ คุณจะต้องลืมอดีตและมองไปข้างหน้า" เขากล่าว

มันง่ายที่จะพูดมากกว่าทำ อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นที่รักและเกลียดชังโดยจำนวนคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งพอๆกัน กระบวนการปรองดองเป็นฮาร์ดเซลในซีโร่ซัมเกมของการเมืองไทย บางทีเรื่องดังกล่าวนี้มันยากกว่าเยอะต่อการที่จะนำทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้เป็นแชมเปี้ยนของพรีเมียร์ลีค

ร้องปลดเจิมศักดิ์พ้นช่อง11เหตุใช้สื่อรัฐโจมตีเพื่อไทยใส่ร้ายเสื้อแดง ตะแบงหาเสียงช่วยประชาธิปัตย์


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 พฤษภาคม 2554

หมายเหตุไทยอีนิวส์:ลุ่มคนเสื้อแดงล้านนา ได้ส่งแถลงการณ์ถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายรัฐมนตรี (นายองอาจ คล้ามไพบูลย์) และ ผอ.สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ผ่าน ผอ.ศูนย์ประชาสัมพันธ์ภาคเหนือ เรื่อง ขอให้ยกเลิกรายการที่ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เป็นผู้ดำเนินรายการทั้งหมด ดังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วันนี้( 30พ.ค.)กลุ่มคนเสื้อแดง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วย แดงเชียงใหม่ แดงเชียงราย แดงพะเยา แดงลำปาง แดงลำพูน แดงแพร่ แดงน่าน และแดงแม่ฮ่องสอน ได้มาร่วมปรึกษาหารือกันในหลายๆเรื่อง

1.รวมตัวกันเป็นกลุ่มเสื้อแดงเสรีชนรักประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ ไม่มีพรรคการเมือง มีแต่คนที่มีใจรักความยุติธรรมมารวมตัวกันเท่านั้น ในนาม "กลุ่มเสื้อแดงล้านนา"

2.เราจะดำเนินกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการอำนาจมืดต่อไป ทั้งการออกเวทีสัญจร และจัดสัมมนาวิชาการให้มวลชน ตราบที่เราเห็นว่าประเทศชาติของเรายังไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

3.กิจกรรมที่เราจะดำเนินการนั้นจะเป็นการทำงานต่อเนื่องจากที่เราเคยช่วยกันทำตลอดมา งบประมาณการทำงานทุกบาททุกสตางค์มาจากพวกเรากันเองประชาชนทุกหมู่เหล่าช่วยกันบริจาค

และเนื่องด้วยการมารวมตัวกันของพี่น้องหลายจังหวัดในครั้งนี้ เรามีความคิดเห็นร่วมกัน ในเรื่องที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 หรือ ช่องหอยม่วง NBT ให้ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ดำเนินรายการสร้างความแตกแยก เจตนาใส่ร้ายป้ายสี ต่อกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างไม่เป็นธรรม ขาดซึ่งสามัญสำนึกในการสร้างความสามัคคีและความสงบสุขในช่วงการเลือกตั้ง

งานแรกของการรวมตัวกันของกลุ่มเสื้อแดงล้านนาจึงเป็นการขับไล่นายเจิมศักดิ์ ให้ยุติการทำรายการทุกกรณีก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง วันนี้เราจึงได้ทำหนังสือถึงนาย องอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายรัฐมนตรี ผู้ดูแลช่อง 11 และ ผอ.ช่อง 11 ให้ยกเลิกรายการของนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง โดยทันทีตามแถลงการณ์ และวันที่ 1 ที่จะถึงนี้หากยังไม่มีมาตรการอะไรออกมา เราจะมาทวงถามกันอีกครั้ง

..........

ในสถานการณ์ของประเทศไทยซึ่งเข้าสู่การเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 กลุ่มคนเสื้อแดงล้านนา ซึ่งเป็นองค์กรเสื้อแดงอิสระที่มิได้สังกัดพรรคการเมืองใด ต้องการเห็นความยุติธรรมและความสงบสุข ภายในประเทศ ซึ่งจะมาจากประชาชนอันเป็นพลังบริสุทธิ์ออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงอย่างอิสระ ตามแนวทางระบอบประชาธิปไตย

กลุ่มคนเสื้อแดงล้านนา ขอประกาศเจตนารมณ์ ว่าเราจะดำเนินการตามแนวทางส่งเสริมให้ได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง สร้างความยุติธรรมในการเลือกตั้ง และต่อต้านอำนาจนอกระบบที่ใช้อำนาจแทรกแซงการเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งอย่างถึงที่สุด

ตามแนวทางนี้เราขอให้ สื่อมวลชนทุกแขนง ไม่ว่าจะของเอกชน หรือของรัฐได้เสนอข่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้ประชาชนได้รับทราบอย่างเป็นกลาง แต่ปรากฏหลักฐานอันเป็นที่ชัดเจนในขณะนี้ว่า สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ NBT ช่อง 11 ได้ให้ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ดำเนินรายการ หาเสียงให้แก่พรรคการเมืองหนึ่ง และโจมตีอีกพรรคการเมืองหนึ่ง ด้วยการใช้เล่ห์เพทุบายในการอธิบายความ โดยสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน ป้ายสีให้ร้ายต่อองค์กรประชาธิปไตยคนเสื้อแดง ซึ่งก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในทางการเลือกตั้ง อันเป็นการกระทำของสถานีวิทยุโทรทัศน์ของรัฐ อย่างไม่เป็นธรรมในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในขณะนี้

เพื่อให้ เกิดความยุติธรรมและให้การเลือกตั้งเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย จึงขอให้ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ NBT ช่อง 11 ยกเลิกรายการ ที่นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เป็นผู้ดำเนินรายการทั้งหมดโดยทันที

ทั้งนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงล้านนา จะเดินทางมาติดตามการดำเนินการของช่อง 11 ในเรื่องที่แจ้งให้ทราบในครั้งนี้ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2554 เวลา 15.00 น. ณ.ศูนย์ประชาสัมพันธ์ภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง



กลุ่มคนเสื้อแดงล้านนา

วันที่ 30 พฤษภาคม 2554

'ลิเบีย ตูนีเซีย อียิปต์ ไทยแลนด์'!กระหึ่มแดนจิงโจ้

โดย Thai Red Australia
30 พฤษภาคม 2554

ไทยเรดออสเตรเลีย ผนึกกำลังหลายประเทศ ต่อสู้เผด็จการ

เมื่อวันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กลุ่มประชาธิปไตยไทยออสเตรเลีย หรือ Thai red Australia ได้ไปร่วมงาน Culture of Resistance Green Left Weekly " A tribute to the revolutions in the Middle East, Africa and Latin America " , Ukrainian Assoc Hall, 59 Joseph St, Lidcombe ซึ่งเป็นงานระดมทุน และเป็นการจัดงานเพื่อความร่วมมือกันของประเทศต่างๆ ที่ต้องการปลดปล่อยประเทศตนให้พ้นจากอำนาจเผด็จการ อย่างเช่น ซีเรีย ลิเบีย อิหร่าน ปาเลสไตน์ ตูนีเซีย อียิปต์ และอีกหลายประเทศในตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา





ภายในงาน ทางกลุ่มพลังประชาธิปไตยไทยออสเตรเลีย ยังได้จัดบอร์ด แสดงถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชนไทย ตั้งแต่คศ.1932 (พ.ศ.2475) จนถึง ปัจจุบัน อย่างเช่นเหตุการณ์ 14ตุลา 6ตุลา พฤษภาทมิฬ รวมไปถึงเหตุการณ์10เมษา และ19พฤษภาของปีที่แล้วด้วย ซึ่งประเทศต่างๆ ที่อยู่ในสถานการณ์ใกล้เคียงกัน ได้ให้ความสนใจ และพร้อมให้การสนับสนุนการต่อสู้ของประชาชนไทยอย่างเต็มที่

พร้อมงานนี้ ได้มีการลงชื่อ เพื่อให้ยกเลิก กฎหมายมาตรา 112 ที่เป็นกฎหมายริดรอนสิทธิมนุษยชน และเป็นกฎหมาย ข่มขู่คุกคามฝ่ายตรงข้าม เป็นปัญหาของประเทศ อยู่ทุกวันนี้

เชิญชมวีดีโอจากงาน


******
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:ไพร่ยุโรปเลือกเบอร์1เตือนอำมาตย์เลิกฝืนมติ

แหม่..ทำเข้าไปได้!เอาหญ้ายัดปากป้ายอภิสิทธิ์


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา เฟซบุ๊คMkrab Wansri


เฟซบุ๊คของผู้ใช้ชื่อMkrab Wansriได้ลงภาพมีการทำลายป้ายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์หลายแบบ ทั้งกรีดแผ่นป้ายนำภาพถ่ายส่วนหัวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออก ขณะที่บางป้ายเจาะช่องตรงปากแล้วนำหญ้ามายัดใส่ปาก

เป็นห่วงพื้นฐานทางจริยธรรมคนไทยบางกลุ่ม ค่อนข้างต่ำ ซึ่งจะทำให้บ้านเมืองมีปัญหาไม่จบสิ้นครับ การเคารพกติกา การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง การมีน้ำใจนักกีฬาคือรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ยังต้องรณรงค์ปลูกฝังกันต่อไป

พร้อมกันนั้นได้เปิดเผยที่มาของภาพว่า ภาพที่เห็นปรากฎอยู่ที่อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีเพื่อนส่งมาให้

ก่อนหน้านี้รายการเรื่องเล่าเช้านี้ทางช่อง 3 ของสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา นำเสนอข่าวว่าที่กาฬสินธุ์มีการนำหญ้ายัดปากป้ายนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย


ป้ายหาเสียง ปชป. ที่ จ.น่าน ถูกทุบ กรีดเละ



ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า สนามเลือกตั้งน่านดุ ป้ายหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ โดนมือดี ทุบ-กรีด พ่นสีข้อความทับแผ่นป้ายผลงานและนโยบาย พังเละ

หลังการมีการ สมัคร ส.ส.จังหวัดน่าน เสร็จสิ้นแล้ว ส่งผลให้บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง เริ่มกลับมาคึกคัก และมีสีสันขึ้นอย่างชัดเจน ป้ายหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ เริ่มทยอยขึ้นในถนนสายต่างๆ ทั้งสายหลักและตามหมู่บ้านชุมชนต่างๆ

อย่างไรก็ตาม แผ่นป้ายผลงานและนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีรูปนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งติดตั้งไว้ตั้งแต่สะพานพัฒนาภาคเหนือ เริ่มจากบ้านแสงดาว หมู่ 2 ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน ยาวตลอดเส้นทางสายน่าน-แม่จริม ไปจนถึงบริเวณบ้านน้ำใส หมู่ 5 ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน จำนวนกว่า 25 แผ่นป้าย ได้ถูกทำลายเสียหาย โดยใช้มีดกรีดบริเวณรูปนายอภิสิทธิ์ จนเป็นรู บางป้ายก็ถูกกรีดขาดจนเหลือครึ่งเดียว

นอกจากนี้บางป้ายยังถูกพังล้มระเนระนาด ที่หนักคือ สีพ่นข้อความ ทับแผ่นป้ายผลงานและนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 54 ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ไม่มีผู้แทน หรือว่าที่ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ จ.น่าน เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด

โดยขณะนี้ทาง พล.ต.ต.ฉลองชัย บุรีรัตน์ ผบก.ภ.จ.น่าน ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ภูเพียง เร่งเก็บข้อมูล สืบสวน เพื่อทำบันทึกหลักฐาน แต่ยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดได้

ด้านนายคำรณ ลำพูน ผู้สมัครเลือกตั้ง สส. ในระบบบัญชีรายชื่อ และในฐานะที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ สาขาน่าน เปิดเผยว่าขณะนี้ ได้รับรายงานว่าป้ายหาเสียงพรรคถูกทำลาย แล้ว โดยป้ายหาเสียง ดังกล่าวนี้ เป็นป้ายนโยบายพรรคจากส่วนกลางซึ่งส่งให้กับทีมงานดำเนินการติดตั้งจึงไม่ทราบในเรื่องจำนวนป้าย และการติดตั้งทั่วทั้งจังหวัดน่าน

โดยตนเอง จะได้มอบหมายให้ทางศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์สาขาน่าน เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวกับการทำลายทรัพย์สิน

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 29, 2554

เจาะลึกข้อมูลเรื่องเว็บ “ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง”

เมื่อลองค้นหาข้อมูล “เชิงลึก” ในเว็บ “ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง” เรื่องกฏหมาย 112 ซึ่งเป็นปัญหายักษ์ใหญ่ในไทย หรือข้อมูลเกี่ยวกับการฆ่าประชาชนมือเปล่าที่ราชประสงค์และผ่านฟ้า หรือข้อมูลเรื่องงบลับของทหาร หรือการโกงกินในโครงการหลวง หรือการโกหกของ ศอฉ. หรือการโกงกินของนักการเมืองประชาธิปัตย์ ท่านจะไม่พบอะไรทั้งสิ้น แต่ปรากฏว่ามีการ “เปิดโปง” เรื่อง คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
29 พฤษภาคม 2554

วันนี้ สุชาดา จักรพิสุทธิ์ อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร สารคดี และกรรมการบริหารสำนักข่าวประชาธรรม ประกาศเปิดตัวเว็บไซท์ “ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง” ซึ่งอ้างตัวเป็น “อีกทางเลือกข่าวเชิงลึก” สำหรับคนไทย และเน้นการเปิดโปงคอรรับชั่น

แต่ก่อนที่ท่านจะหลงคิดว่าอันนี้เป็นเวH[ทางเลือกจริงๆ กรุณาพิจารณา “ข้อมูลเชิงลึก” ดังต่อไปนี้

1. “ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง” ได้รับเงินทุนทั้งหมดจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐบาลไทย ที่ได้ทุนจากการเก็บภาษีของรัฐไทย เอ็นจีโอไทยชอบขอเงินจากองค์กรนี้

2. เมื่อลองค้นหาข้อมูล “เชิงลึก” ในเว็บ “ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง” เรื่องกฏหมาย 112 ซึ่งเป็นปัญหายักษ์ใหญ่ในไทย หรือข้อมูลเกี่ยวกับการฆ่าประชาชนมือเปล่าที่ราชประสงค์และผ่านฟ้า หรือข้อมูลเรื่องงบลับของทหาร หรือการโกงกินในโครงการหลวง หรือการโกหกของ ศอฉ. หรือการโกงกินของนักการเมืองประชาธิปัตย์ ท่านจะไม่พบอะไรทั้งสิ้น แต่ปรากฏว่ามีการ “เปิดโปง” เรื่อง คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

3. ในเว็บ “ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง” มีลิงค์สู่เวH[แนวร่วม เช่น กกต. สำนักงานปราบปรามการคอร์รับชั่น สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย องค์กรนักข่าวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ฯลฯ ซึ่งในยุคนี้แต่ละองค์กรมีกลิ่นอายของความเป็นเหลือง

4. องค์กรหนึ่งที่ “ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง” ลิงค์ด้วยที่น่าสนใจมากคือ โครงการศูนย์ติดตามประชาธิปไตยไทย (Thailand Democracy Watch) ของคณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มี ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา เป็นผู้ก่อตั้ง

ท่านคงจำ ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา ได้ เขาเป็น “สลิ่ม” ที่อ้างตัวเป็นกลาง ที่ไปจัดงานชูป้ายวิจารณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่สวนลุมพีนี และจุฬาฯ เป็นมหาวิทยาลัยที่นำหนังสือ A Coup for the Rich ของผมไปให้ตำรวจ เพื่อสืบสวนคดี 112

5. อีกองค์กรที่ “ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง” ลิงค์ด้วยคือ SIU (Siam Intelligence Unit) ซึ่งร่วมกับ ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา (มาอีกแล้ว!!) ในการก่อตั้ง “เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย” ซึ่งมี คณะกรรมการกำกับทิศทาง ที่ประกอบไปด้วยคนอย่าง วีระ สมความคิด (พันธมิตรฯที่พยายามก่อสงครามกับประเทศเขมร) นพ.มงคล ณ สงขลา (อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลเผด็จการทหารของ คมช.) และ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง คนทำสื่อฝ่ายเสื้อเหลือง

สรุปแล้ว “ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง” ดูเหมือนเป็นสื่อของอำมาตย์ในคราบของเอ็นจีโอ ที่เปิดตัวในยุคหาเสียงเลือกตั้ง
****
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-สัมภาษณ์ "สุชาดา" ผอ.สำนักข่าวเจาะแห่งใหม่ ทะลวงข้อมูลคอรัปชั่น

ไพร่ยุโรปเลือกเบอร์1เตือนอำมาตย์เลิกฝืนมติ


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
29 พฤษภาคม 2554

คนไทยในต่างประเทศตื่นตัวขานรับกระแสการเลือกตั้ง ไปพร้อมกับการรณรงค์ยกเลิกมาตรา 112 ทั้งนี้จากรายงานของอาจารย์จรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และแกนนำนปช.ที่อยู่ระหว่างลี้ภัยการเมืองในยุโรป เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ได้ไปพบปะกับกลุ่มเสื้อแดงดอร์มูน เยอรมนี เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมือง และการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

ผู้ร่วมงานได้นำป้าย และเสื้อรณรงค์ยกเลิกมาตรา๑๑๒ ในประมวลกฎหมายอาญา งานนี้มีนายจักรภพ เพ็ญแข อดีต ส.ส.สุนัย จุลพงศธร อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และคุณดารุณี กฤตบุญญาลัย ได้สกายส์เข้ามาร่วมกับที่ประชุมด้วย

งานนี้คุณอริสมันต์ได้ร้องเพลงใหม่ ชื่อเพลงทักษิณ และเพลงยิ่งลักษ์ ด้วย บรรยากาศคึกคัก

อาจารย์จรัลกล่าวถึงบทบาทของเขาในช่วงนี้ว่า ได้พยายามให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ ๓ กรกฎาคม แก่บุคคลและองค์การประชาธิปไตยในประเทศต่างๆ โดยเมื่อวันอังคารที่แล้วได้พบกับ M. Bernard Saugey สมาชิก และเลขาธิการวุฒิสภา ฝรั่งเศส ซึ่งM.Saugey ต้องการรับทราบว่า ทำอย่างไรวิกฤตการณ์ทางการเมืองไทยจึงจะคลี่คลายลง ซึ่งผมแจ้งไปว่า หากชนชั้นปกครองยอมรับเจตจำนงและเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนไทย ปล่อยให้พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง ซึ่งแน่นอนว่าคงเป็นพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล สถานการณ์ก็น่าจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น"

กระแสตื่นตัวของไพร่เสื้อแดงในต่างประเทศ


ไพร่อังกฤษกับยุโรปเลือกเบอร์1 http://www.internetfreedom.us/thread-25560.html

แถลงการณ์จากคุก:กรณีจับชาวบ้าน-นักศึกษาต้านกฟผ.สร้างเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านที่นาในอุดรธานี



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
29 พฤษภาคม 2554

นายณัฐวุฒิ พรมภักดี ศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนและสันติภาพอีสาน (ศสส.) หนึ่งในกลุ่มนักศึกษาและชาวบ้าน 15 คนที่ถูกจับกุมกรณีคัดค้านการก่อสร้างเสา และแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง (ขนาด 500 กิโลโวลต์ (kv.) น้ำพอง2-อุดรธานี3) ได้เขียนแถลงการณ์จาก “ คุก ” ณ สถานกักขังเสรีภาพและความถูกต้อง สถานีตำรวจภูธรอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรอุดรธานี ลงในเฟซบุ๊ค ดังต่อไปนี้

พวกเราจะขอยืนหยัดต่อสู้เพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรม และให้เกิดความเท่าเทียม จากกรณีปัญหาการละเมิดสิทธิชุมชนที่การไฟฟ้าฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดำเนินการสร้างโครงข่ายระบบไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น้ำพอง2-อุดรธานี3 พาดผ่านที่พื้นที่ทำกินของชาวบ้านในจังหวัดอุดรธานี จึงนำมาซึ่งการรวมกลุ่มกันของชาวบ้านในนาม คณะกรรมการชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง (คชส.) เพื่อคัดค้านการดำเนินโครงการดังกล่าวของ กฟผ.

ด้วยเพราะหวั่นเกรงต่อผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเสียสิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อีกทั้ง กลุ่มชาวบ้านได้เล็งเห็นว่าการดำเนินการของ กฟผ. ไม่ชอบธรรม และมีพฤติกรรมการละเมิดสิทธิชาวบ้าน เสมอมา

ดังปรากฏมาแล้ว เช่น กรณีการบังคับขู่เข็ญเพื่อเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และตัดโค่นต้นไม้ของนางจันทร์เพ็ญ ที่จ.ร้อยเอ็ด เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเธอและครอบครัวมาตราบจนทุกวันนี้ และเหตุการณ์ล่าสุด ก็คือ การเข้าไปเหยียบย่ำ และทำลายแปลงนาของชาวบ้านที่อ.ภาชี จ.อยุธยา อย่างไม่มีความละอายต่อบาป และไม่สำนึกถึงบุญคุณของข้าวที่ได้หล่อเลี้ยงพวกเขาให้ได้เติบใหญ่มา

ถึงแม้ชาวบ้านจะวิงวอน ร้องขอแล้ว อย่างไรก็ดี เสียงท้วงติงจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสาธารณชน ว่าจะเกิดปัญหาการละเมิดสิทธิ์ หากว่า กฟผ.จะดื้อดึงลงไปดำเนินการในวันที่ 27 พ.ค.นี้ และขอให้ชะลอการดำเนินการเพื่อรอผลคำตัดสินของศาลปกครองเสียก่อน แต่ก็ไม่เป็นผล จึงนำมาซึ่งเหตุการณ์อัปยศในครานี้

ที่บ้านเหล่ากล้วย หมู่ 3 ต.เสอเพลอ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่ กฟผ.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 200 นาย ได้ร่วมกันละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ด้วยการใช้กำลังข่มขู่ บังคับ และทำร้ายร่างกายก่อนเข้าจับกุมชาวบ้านและนักศึกษาที่มีจำนวนไม่ถึง 20 คน พร้อมยึดกล้องบันทึกภาพและลบภาพถ่ายทั้งหมดทิ้ง เพื่อทำลายหลักฐานอันเป็นพฤติกรรมป่าเถื่อนของพวกเขา ก่อนนำมาฝากขัง และยัดเยียด ข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ขัดขวางการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ กฟผ. ในการสำรวจและวางรากฐานเสาไฟฟ้า ทั้งที่ในความจริงกลุ่มชาวบ้านและนักศึกษาได้ร่วมกันปกป้องสิทธิชุมชนท้องถิ่น ตามรัฐธรรมนูญโดยการร่วมกันชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

พวกเราในนามเครือข่ายนักศึกษาคนรุ่นใหม่เเละประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาและประชาชนที่ได้ร่วมกันทำกิจกรรม และปฏิบัติการร่วมกับกลุ่มชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการโครงการของรัฐและนายทุนตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

จากข้อเท็จจริงที่พวกเราได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์ และถูกเจ้าหน้าที่ กฟผ.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำ เฉกเช่นเดรัจฉาน จึงมีข้อเรียกร้องและมีข้อเสนอต่อสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้

ประการแรก พวกเราขอประณามพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ กฟผ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมกันปล้นทรัพยากรของชุมชนท้องถิ่น อย่างไร้ยางอายต่อกลุ่มเด็ก เยาวชน และคนแก่เฒ่า ที่ร่วมกันออกมาปกป้องสิทธิชุมชนท้องถิ่น

ประการที่สอง พวกเราขอเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน มาดำเนินการทางด้านกฎหมายต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่ กฟผ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำการต่อกลุ่มชาวบ้านและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ถูกกระทำในครั้งนี้

ประการที่สาม พวกเราขอเชิญชวนและเรียกร้อง ให้คนรุ่นใหม่ คนหนุ่มสาว และบุคคลสาธารณะทุกกลุ่มองค์กร มาร่วมกันในภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ของกลุ่มชาวบ้าน เพื่อการปกป้องสิทธิชุมชนท้องถิ่น

ประการสุดท้าย พวกเราขอประกาศก้อง กังวาน ต่อความอยุติธรรม ที่หน่วยงานภาครัฐและกลุ่มทุน กระทำต่อชุมชนและสังคม ว่าพวกเราจะขอยืนหยัดต่อสู้เพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรมและให้เกิดความเท่าเทียม ณ บัดนี้ และตลอดไป

ด้วยจิตคารวะ
27 พฤษภาคม 2554

เครือข่ายนักศึกษาคนรุ่นใหม่เเละประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม
- กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน)
- กลุ่มอาศรมบ่มเพาะแนวความคิดและจิตวิญญาณ
- ชมรมนักศึกษาเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- กลุ่มนกกระจอก
- กลุ่ม Friend For Activity (FAN)
- กลุ่มไทยอิปูตาเย
- กลุ่มคนรุ่นใหม่ภาคอีสาน
- กลุ่มสื่อชุมชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม อุดรธานี
- กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี

นักกิจกรรมออกแถลงการณ์คัดค้านโครงการข่ายไฟฟ้าอุดรธานี-น้ำพอง จี้ปล่อยตัวชาวบ้าน-นศ.

ประชาไท รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 54 ที่ผ่านมาศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาชน ออกแถลงการณ์ร่วมคัดค้านโครงการข่ายไฟฟ้าอุดรธานี-น้ำพอง ร่วมแสดงจุดยืนให้ปล่อยตัวชาวบ้านและนักศึกษา 15 คน โดยไม่มีเงื่อนไขโดยมีรายละเอียดดังนี้

แถลงการณ์ศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาชน:ร่วมคัดค้านโครงการข่ายไฟฟ้าอุดรธานี-น้ำพอง ร่วมแสดงจุดยืนให้ปล่อยตัวชาวบ้านและนักศึกษา 15 คน โดยไม่มีเงื่อนไข!!!

วันที่ 27 พฤษภาคม 2554

สืบเนื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้นำเจ้าหน้าที่ กฟผ. ตำรวจและฝ่ายปกครอง จังหวัดอุดรธานี เข้าสลายการชุมนุมชาวบ้านในนามคณะกรรมการชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากแนวสาย ส่งไฟฟ้าแรงสูง(คชส.)จ.อุดรธานี จับกุมชาวบ้านและนักศึกษาที่คัดค้านโครงการข่ายไฟฟ้าน้ำพอง-อุดรธานี จำนวน 15 คน ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2554

ศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาชน (ศปช.) ซึ่งประกอบไปด้วยเครือข่ายแรงงาน เกษตรกร นิสิตนักศึกษาเยาวชน ขอแสดงจุดยืนในการคัดค้านโครงการก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าฯ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้

ประการแรก การดำเนินโครงการละเมิดสิทธิประชาชนอย่างร้ายแรง

จากการดำเนินโครงการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้เกิดความขัดแย้งและการละเมิดสิทธิประชาชนจากโครงการก่อสร้างแนวสายส่ง ไฟฟ้าในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดน่าน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันที่ 5 พฤษภาคม และวันที่ 18 พฤษภาคม 2554 เจ้าหน้าที่ กฟผ. ได้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองเข้ารื้อถอนทำลายทรัพย์สินชาว บ้านโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน พฤติกรรมดังกล่าวแสดงถึงเจตนาในการยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้าและความรุนแรง และเป็นการทำลายทรัพย์สินของประชาชน

ประการที่สอง เร่งรัดดำเนินการโครงการโดยไม่รอการพิจารณาของศาล

ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง จ.อุดรธานี ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองจังหวัดขอนแก่นเมื่อ พ.ศ.2551 และยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาว่าการดำเนินโครงการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ในขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง แต่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเร่งรัดดำเนินการโครงการฯ เพื่อบีบให้ประชาชนยินยอมหรือมัดมือชกประชาชน หากผลการพิจารณาของศาลระบุว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

ศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาชน จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมลงชื่อคัดค้านการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมของ หน่วยงานรัฐและ กฟผ. และร่วมลงชื่อให้กำลังใจต่อผู้บริสุทธิ์ทั้ง 15 คน โดยมีจุดยืนร่วมกันดังนี้

1. ปล่อยตัวชาวบ้านและนักศึกษา 15 คน โดยไม่มีเงื่อนไข !!!

2. ยุติการดำเนินการโครงการไว้ก่อน เนื่องจากโครงการได้ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความรุนแรง การละเมิดสิทธิประชาชน และการทำลายทรัพย์สินของประชาชน

3. เจ้าหน้าที่ กฟผ. ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ยุติการกระทำการใดๆ อันจะก่อให้เกิดลักษณะเผชิญหน้า ข่มขู่ ยั่วยุ ต่อชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง จ.อุดรธานี

ด้วยจิตคารวะ

องค์กรร่วมลงชื่อองค์กร

1. ศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาชน (ศปช.)
2. ชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ
3. ศูนย์ประสานงานเยาวชนสังคมนิยม-ประชาธิปไตย (YPD)
4. กลุ่มเพื่อนประชาชน (FOP)
5. กลุ่มลูกชาวบ้าน (ม.บูรพา)
6. กลุ่มสะพานสูง (ม.ธรรมศาสตร์)
7. ซุ้มลาดยาว (ม.รามคำแหง)
8. ครอบครัวนักกิจกรรมภาคใต้
9. คนรุ่นใหม่ภาคอีสาน
10. คนรุ่นใหม่ภาคกลาง
11. กลุ่ม FAN
12. เครือข่ายนักศึกษาเพื่อสังคม
13. เครือข่ายนักศึกษาเฝ้าระวังและติดตามผลกระทบเหมืองแร่แห่งประเทศไทย


ลงชื่อบุคคล

1.Dechawat Kajonnetiyut
2.กันต์ แสงทอง นักศึกษาปริญญาโท รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
3.จิตตินันท์ สุขโน ประธานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย
4.จิตรา คชเดช ที่ปรึกษา/เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่แงประเทศไทย
5.ชัยวัฒน์ ตรีวิทยา
6.ชาติชาย แกดำ
7.ชุตินาถ ชุนวิมลศิริ
8.ณัฐพงศ์ พงศ์เสาวภาคย์
9.ณัฐพงษ์ ราชมี
10.ณัฐพล ไทยสะเทือน
11.เดชาวัต ขจรเนติยุทธ
12.เทวฤทธิ์ มณีฉาย
13.เทิดพันธุ์ พวงเพ็ชร
14.ธนิสสร มณีรักษ์ คณะรัฐศาสตร์ รามคำแหง
15.นครินทร์ วิศิษฎ์สิน
16.นิรุทธ์ ธรรมธิ จ.เชียงใหม่
17.ประดิษฐ์ ลีลานิมิต
18.ประสิทธิ์ชัย มากพิณ
19.ปราบ เลาหะโรจนพันธ์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์
20.ปฤณ เทพนรินทร์ครับ
21.พัชรี อังกูรทัศนียรัตน์
22.ภมร ภูผิวผา จ.อุดรธานี
23.ไม้หนึ่ง ก.กุนที
24.รัฐกานต์ ขำเขียว
25.รัฐพล เจริญพงษ์
26.ฤทัยชนก สิมมะระ นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
27.วรภัทร วีรพัฒนคุปต์ กองบรรณาธิการนิตยสาร Democrazy
28.วันเพ็ญ ก้อนคำมงคล ไชยบุญแก้ว นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
29.วินัย ผลเจริญ อาจารย์ประจำวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
30.วิภา มัจฉาชาติ กลุ่มคนงาน Try Arm
31.สุกัญญา ใสงาม
32.สุธัมมะ ธรรมศักดิ์
33.อธิปัตย์ จันทร์ใส รัฐศาสตร์ มศว
34.อนุธีร์ เดชเทวพร อดีตเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2552-2553
35.อานนท์ ชวาลาวัณย์ ประชาชน
36.การันตี ดีเป็นแก้ว นักศึกษา ม.วลัยลักษณ์

ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถร่วมลงชื่อได้ที่ http://www.facebook.com/event.php?eid=176358792417359


ในวันเดียวกัน (27 พ.ค.54) เครือข่ายนักศึกษากลุ่มต่างๆ ได้ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ต่อกรณีการจับกุมกลุ่มชาวบ้านและนักศึกษา โดยระบุให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยต่อการกระทำของ กฟผ.และหน่วยงานภาครัฐ ดำเนินการทั้งทางตรง ทางอ้อมหรือในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อประท้วงในการกระทำดังกล่าว


แถลงการณ์ต่อกรณีการทำร้ายร่างกายและจับกุมตัวพี่น้องชาวบ้านและกลุ่มนักศึกษา ที่ทำการประท้วงการก่อสร้าง
ระบบโครงการข่ายไฟฟ้า ๕๐๐ กิโลโวลต์ น้ำพอง ๒-อุดรธานี ๓ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พาดผ่านบ้านเรือนและที่ดินทำกินของประชาชน

สถานการณ์ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 5 และวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้นำเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าตำรวจและฝ่ายปกครอง เข้าไปรื้อถอน ทำลายทรัพย์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการฯ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดิน

วันที่ 25 พฤษภาคม 2554 นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านที่ดินและป่า แถลงข่าวกรณีการกระทำดังกล่าวว่า ถือเป็นการยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้ และมีข้อเสนอต่อการแก้ไขปัญหาดังนี้

1. ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ยุติการดำเนินการใดๆ อันจะทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้ร้องหรือทรัพย์สินของผู้ร้อง จนกว่าคดีในศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญจะถึงที่สุด รวมทั้งยุติการนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองกระทำการใดๆ ในลักษณะเผชิญหน้า ยั่วยุกับกลุ่มผู้ร้อง เพื่อลดความขัดแย้งและความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้

2. ขอให้ศาลปกครอง ควรพิจารณามาตรการคุ้มครองชั่วคราวให้กับประชาชนผู้เดือดร้อน

3. กฎหมายดังกล่าวนอกจากจะสร้างความเดือดร้อนให้กับกลุ่มประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีแล้ว ยังมีประชาชนในอีกหลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในลักษณะดังกล่าว หากศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญไม่เร่งพิจารณาคดีความให้เป็นที่ยุติ การดำเนินงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในลักษณะดังกล่าวจะกลายเป็นการขยายความขัดแย้งจากโครงการก่อสร้างแนวสายส่งไฟฟ้าให้ลุกลามไปในอีกหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดน่าน จังหวัดอยุธยา เป็นต้น

สถานการณ์ล่าสุด

วันที่ 27 พฤษภาคม 54 ปรากฏว่าทาง กฟผ. ไม่ได้ปฏิบัติตามและละเลยต่อข้อเสนอ จากแถลงการณ์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านที่ดินและป่านำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมแล้วกว่า 100 นาย เข้าพื้นที่เพื่อเดินหน้าก่อสร้างระบบโครงการข่ายไฟฟ้า ๕๐๐ กิโลโวลต์ ต่อไป

ในขณะที่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบและกลุ่มนักศึกษาที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการ ได้ทำการประท้วง โดยการนั่งในพื้นที่ที่ดินทำกินของตนเองเพื่อยืนยันสิทธิของตนเอง จนเป็นเหตุให้เกิดการเผชิญหน้ากัน นำไปสู่การนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุม จนได้รับบาดเจ็บ และนำตัวผู้ชุมนุมไปกักขังที่สถานีตำรวจ

การดำเนินการดังกล่าวของ กฟผ. เป็นการไม่คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน และละเมิดสิทธิด้านข้อมูลข่าวสารและสิทธิชุมชน นอกจากนั้นยังพบว่ามีการเปลี่ยนแนวสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยให้พ้นที่ดินและบ้านเรือนตามอำเภอใจ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ซึ่งถือเป็นการเลือกปฏิบัติและสร้างความไม่เป็นธรรมแก่กลุ่มประชาชนที่เดือดร้อน รวมทั้งไม่รอการพิจารณาของศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางพี่น้องชาวบ้าน ได้ทำการยื่นฟ้องตั้งแต่ปี 2551

ทั้งหมดนี้ แสดงถึงการใช้อำนาจ จากภาครัฐที่ไม่เป็นธรรม อย่างต่อเนื่อง เราขอเรียกร้อง

1.ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัวชาวบ้านและนักศึกษาทั้งหมด

2.กฟผ.ต้องดำเนินการตามข้อเสนอ จากแถลงการณ์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านที่ดินและป่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2554

3.ให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยต่อการกระทำทั้งหมดของ กฟผ. หรือหมดความหวังต่อการเรียกร้องใดๆ จากภาครัฐดำเนินการปฏิบัติการในด้านใดๆก็ตาม ที่ส่งผลทั้งทางตรงหรือทางอ้อมหรือในเชิงสัญลักษณ์ ต่อการทำลายความชอบธรรมในการใช้อำนาจของ กฟผ. เพื่อประท้วงในการกระทำดังกล่าว

เพื่อสิทธิของผู้ถูกกดขี่
27 พฤษภาคม 2554

องค์กรร่วมลงชื่อ

1. ชุมชนนักกิจกรรมภาคเหนือ
2. ครอบครัวนักกิจกรรมภาคใต้
3. คนรุ่นใหม่ภาคอีสาน
4. คนรุ่นใหม่ภาคกลาง
5. กลุ่ม FAN
6. เครือข่ายนักศึกษาเพื่อสังคม (ภาคใต้)
7. เครือข่ายนักศึกษาเฝ้าระวังและติดตามผลกระทบเหมืองแร่แห่งประเทศไทย
8. กลุ่มแสงดาว มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
9. กลุ่มนกกระจอก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
10. ชมรมนักศึกษาเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัย ขอนแก่น
11. กลุ่มเผยแพร่กฎหมายสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคม (ดาวดิน) มหาวิทยาลัยขอนแก่น
12. กลุ่มระบายฝัน
13. กลุ่มลูกชาวบ้าน (ม.บูรพา)
14. กลุ่มสะพานสูง (ม.ธรรมศาสตร์)
15. ซุ้มลาดยาว (ม.รามคำแหง)

ที่นี่ความจริงจาก2อาจารย์สาว:กลโกงเลือกตั้ง


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา Asia Update TV

รายการที่นี่ความจริง ตอนวันที่ 23 และ 24 พฤษภาคม ทางโทรทัศน์ Asia Update-DNN ดำเนินรายการโดย 2 นักวิชาการสาวหัวใจประชาธิปไตย ผศ.ดร.สุดา รังกุพันธ์ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อาจารย์หวาน) และ รศ.สุดสงวน สุธีสร อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อาจารย์ตุ้ม)

ส่วน ผศ.ดร.จารุพรรณ กุลดิลก อาจารย์พิเศษคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (อาจารย์จา)งดดำเนินรายการ เนื่องจากลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

รายการที่นี่ความจริงวันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม:สารพัดกลโกงเลือกตั้ง








มีผลโพลล์ต่าง ๆ ออกมาก่อนการเลือกตั้ง เป็นการพยายามชี้นำให้ประชาชนคิดไปในทางเดียวกับผลโพลล์ แต่การสำรวจในแต่ละโพลล์นั้นสำรวจแค่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง และมักมีการใช้วิธีการเลือกกลุ่มผู้ตอบและตั้งคำถามเพื่อให้ได้ผลที่ต้องการ จึงไม่สมควรจะเชื่อมากนัก

ในกรุงเทพฯ ผู้ว่ากทม.จากพรรคประชาธิปัตย์ได้นำทหารเข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัยในการเลือกตั้ง แม้จะอ้างเรื่องผู้ก่อการร้ายในสายบินลาเด็น แต่ก็น่าสงสัยว่าอาจมีวาระซ่อนเร้นบางประการอยู่

ขณะเดียวกัน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ มือร่างรัฐธรรมนูญคณะรัฐประหาร ออกมาแสดงความไม่พอใจการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.จังหวัด ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนในจังหวัด กลับเห็นด้วยกับความเห็นที่ว่าต้องให้ตุลาการคัดเลือกกกต. จังหวัด ทั้ง ๆ ที่ปัจจุบันอำนาจตุลาการก็เป็นที่สงสัยในความเป็นธรรมอยู่แล้ว อีกทั้งยังอาจมีความรู้แต่เพียงเรื่องกฎหมาย ต่างจากผู้คนธรรมดาที่รู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับจังหวัดของตน

แม้องค์กรอันเฟรล หรือองค์กรเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรีได้เข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งในประเทศไทย ซึ่งอาจารย์โคทม อารยาจะเป็นผู้พาไปสังเกตการณ์ อย่างไรก็ตามอาจจะมีการเล่นตุกติก พาอันเฟรลไปดูจุดที่ไม่มีการโกงเลือกตั้ง ขณะที่มีการใช้ทหารเข้ามาคุมการเลือกตั้งในสถานที่อย่างในกรุงเทพฯ

ขณะเดียวกัน ทหารของกอ.รมน.ก็ได้มีการเข้าทำร้ายประชาชนและเผากุฏิพระในบุรีรัมย์ โดยอ้างเรื่องจัดการที่ดิน ทั้ง ๆ ที่ในประเทศไทยก็มีหน่วยงานอย่างกรมที่ดินอยู่แล้ว เป็นการแสดงให้เห็นว่าในประเทศไทยทหารได้เข้ากุมอำนาจโดยเบ็ดเสร็จแล้วและไม่สนใจในสวัสดิภาพของประชาชนแต่อย่างใด


รายการที่นี่ความจริง วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม:จับตากลโกงเลือกตั้ง









ระเบียบการเลือกตั้ง:เฝ้าระวังกลโกง

เริ่มตั้งแต่การเลือกสส. แบบบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์ ที่ทุก ๆ คะแนนมีความหมายมาก และไม่ควรมองข้าม ประมาทเห็นว่าได้แน่นอนหรือไม่เลือกเพราะเหตุผลใด ๆ ก็ตาม และการเลือกตั้งล่วงหน้า ที่แม้จะมีการลดเวลาเหลือวันเดียว และให้ลงทะเบียน แต่ก็ยังคงส่อแววว่าจะมีการทุจริต เช่นการเปลี่ยนบัตรเลือกตั้งระหว่างรอถึงเวลานับ

การที่บริษัทบังคับให้พนักงานเลือกตั้งล่วงหน้า การที่หน่วยราชการขนคนมาเลือกตั้งล่วงหน้า เช่นเดียวกับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ที่อาจจะโกงกลับมาโดยการเปลี่ยนบัตร ซึ่งทั้งหมดนี้ประชาชนและข้าราชการก็ต้องร่วมตรวจสอบการทุจริต

สำหรับการหาเสียงนั้น การหาเสียงด้วยวิธีอย่างการติดป้ายหาเสียงมีกฎกำหนดไว้แล้วโดยกกต. ทั้งปริมาณและขนาด ซึ่งการที่ประชาชนจะไปช่วยทางพรรคที่ตนสนับสนุนก็เป็นการไม่ควร เพราะหากช่วยไปแล้วผิดกฎหมายเลือกตั้งอาจจะเป็นผลเสียต่อพรรค

นอกจากนี้ วิดีโอที่กกต.จัดทำขึ้นเพื่อเตือนการทำผิดในการเลือกตั้ง กลับเลือกใช้คนใส่เสื้อแดงเล่นเป็นฝ่ายผู้กระทำความผิด และคนใส่เสื้อเหลืองเป็นฝ่ายจับ ซึ่งเป็นการสื่อความหมายบางอย่างได้ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ควรโดยฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐเอง

นอกจากนี้ยังมีกฎเล็ก ๆ น้อยๆ อีกหลายข้อเช่นห้ามเอกชนขนคนไปเลือกตั้ง ห้ามพนันผลการเลือกตั้ง ห้ามฉีกบัตร แจกเอกสารได้แต่ห้ามวางให้หยิบเอง ห้ามใช้กลไกของรัฐหาเสียง เป็นต้น ซึ่งประชาชนทุกคนก็สมควรจะทำความเข้าใจ และนอกจากจะคอยระวังไม่ล่วงละเมิดแล้ว ยังต้องเฝ้าดูหากผู้อื่นกระทำผิดและตักเตือนหรือบันทึกหลักฐานที่สามารถใช้ยืนยันความผิดได้ เพื่อป้องกันทั้งตัวเองและพรรคของตนเองและสกัดกลโกงของพรรคตรงข้าม