วันพฤหัสบดี, มีนาคม 31, 2554

กองทัพไทยเป็นของใคร ? งบของใคร?


มีความผิดปกติเป็นอย่างมาก ในเดือนมีนาคมนี้ ที่มีแต่เรื่องการจัดตั้งหน่วยกำลังทางทหารค่อนข้างถี่ รวบรัดผิดสังเกต ดูลุกลี้ลุกลนเหมือนคนโดนยาสั่ง



โดย ปาแด งา มูกอ
31 มีนาคม 2554

มีความผิดปกติเป็นอย่างมาก ในเดือนมีนาคมนี้ ที่มีแต่เรื่องการจัดตั้งหน่วยกำลังทางทหารค่อนข้างถี่ รวบรัดผิดสังเกต ดูลุกลี้ลุกลนเหมือนคนโดนยาสั่ง ยังไงชอบกล

ผมจะลำดับคำพูด ของการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารประเทศแต่ละคนก่อนน่ะครับ แล้วจึงค่อยวิเคราะห์ความผิดสังเกตให้ท่านผู้อ่านได้เห็นกันชัดๆว่า แต่ละคนมันพูดอะไรของมัน ดูลุกลี้ลุกลนเหมือนคนโดนยาสั่ง จริงๆ

เริ่มต้นศักราชแห่งปีการผลาญงบประมาณ


วันที่ 6 ม.ค.2554 พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านให้ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. นำทหารม้าจากทั่วประเทศ เข้าขอพรปีใหม่ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ โดย พล.อ.เปรม สวมเสื้อสีส้ม เป็นสีประจำวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันเกิด (26ส.ค.) ปัจจุบัน พลเอก เปรม อายุ 91 ปี

พล.อ.ทรงกิตติ เปิดเผยว่า พล.อ.เปรม บอกกับทหารม้า ให้มีความรักสามัคคี รวมกันเป็นหนึ่ง เพื่อดูแลชาติบ้านเมืองและปกป้องสถาบัน สำหรับพล.อ. เปรม เป็นนายทหารเหล่าม้า ซึ่งเป็นที่รักเคารพของทหารม้า จนพร้อมกันตั้งฉายาเรียกว่า "ป๋า"

ส่วนการจัดตั้งกองพลทหารม้าที่ 3 ตามแนวคิดของ พล.อ.เปรมนั้น พลเอกทรงกิตติ กล่าวว่า ทางกองทัพบกได้มีการจัดโครงสร้าง หรือการเตรียมกำลัง เราต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เราไม่ได้หมายถึงจะต้องเป็นกองพลทหารม้าที่ 3 (พล.ม.3) หรือกองพลทหารราบ หน่วยบิน หรือกองเรืออะไรต่างๆ แต่เรามองในภาพรวม ดูถึงความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ และภัยคุกคามในโอกาสต่างๆ ทุกอย่างไม่สามารถหยุดนิ่งได้ จะต้องมีการเคลื่อนไหว และปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมของแต่ละสถานการณ์

แหล่งข่าวในกลาโหม กล่าวว่า การตั้งกองพลทหารม้าที่ 3 ที่ จ.ขอนแก่น ได้ผ่านการพิจารณา และอนุมัติของสภากลาโหม ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ขณะนี้รอการนำเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยงบประมาณผูกพันปีแรก 1 พันล้านบาท จากโครงการระยะยาว 10 ปี ทั้งหมด 7 หมื่นล้านบาท แต่หากไม่มีงบประมาณ ก็ให้ชะลอการซื้อรถถังไว้ก่อน

วันที่ 2 มีนาคม 2554 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติงบลับ กว่า 2.3 พันล้านบาท (สังเกตคำว่า 2.3 พันล้านบาทน่ะครับ) เพื่อดำเนินการจัดตั้ง กองพลทหารราบที่ 7 (พล.ร.7) จ.เชียงใหม่ และกองพลทหารม้าที่ 3 (พล.ม.3) จ.ขอนแก่น ว่า กระทรวงกลาโหมได้เสนอ ครม.เรื่องความจำเป็นที่จะตั้งกองพลใหม่ขึ้นมาดูแลพื้นที่ความมั่นคงทางภาคเหนือและภาคอีสาน 2 กองพล โดยมีเหตุผลความจำเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ และการตั้งกองพลก็ต้องใช้เวลาจึงเริ่มปีนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การจัดตั้งกองพลทหารม้าที่ 3 (พล.ม.3) จ.ขอนแก่น เป็นเพียงความต้องการของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเพียงคนเดียวที่จะใช้ชื่อตัวเอง ทั้งที่มีกองพลทหารม้าที่มีอยู่เดิม 2 แห่ง ก็ยังบรรจุอัตรากำลังพลไม่เต็ม นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องขออภัย พอลงรายละเอียดเรื่องนี้ตนตอบไม่ได้ ต้องถามทาง รมว.กลาโหม

ต้องขออภัย พอลงรายละเอียดเรื่องนี้ตน (เทพเทือก) ตอบไม่ได้ หรือไม่กล้าตอบ

**********


วิเคราะห์บทสัมภาษณ์

นี่ไงครับหลักฐานระดับ “ลับที่สุด” ที่เทพเทือกไม่กล้าตอบ ขืนตอบมีหวังโดนบูทนาบหน้าแน่ๆ

วันที่ 17 มีนาคม 2554 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลุกขึ้นชี้แจง ในสภา กรณีถูกพาดพิง เรื่องการจัดตั้งกองพลทหารราบที่ 7 และกองพลทหารม้าที่ 3 ว่าใช้เวลาการจัดตั้งทั้งสิ้น 3 ปี แต่ใช้งบประมาณเพียง 2,000 ล้านบาท (สังเกตคำว่า 2,000 ล้านบาทน่ะครับ)ไม่ใช่ 70,000 ล้านบาท ตามที่เข้าใจกันก่อนหน้านี้

ส่วนการจัดตั้ง พล.ร.7 นั้น ก็ใช้งบประมาณเพียง 9,000 ล้านบาท (สังเกตคำว่า 9,000 ล้านบาทน่ะครับ)ไม่ใช่ 10,000 ล้านบาท ซึ่งการจัดตั้งกองพลเหล่านี้ ต้องผ่านการตรวจสอบจากสภากลาโหม อยู่แล้ว

วิเคราะห์บทสัมภาษณ์

งบประมาณของการก่อตั้งทั้งสองกองพล ระหว่างคำพูดของเทพเทือก รองนายกฝ่าย ค.ม.ที่ว่า
“เพื่อดำเนินการจัดตั้ง กองพลทหารราบที่ 7 (พล.ร.7) จ.เชียงใหม่ และกองพลทหารม้าที่ 3 (พล.ม.3) จ.ขอนแก่น 2.3 พันล้าน”
และคำพูดของ พล.อ.ประวิตร รมว.ก.ห. ที่ลุกขึ้นชี้แจงในสภา ว่า
“งบจัดตั้ง พล.ม.3 ใช้งบเพียง 2,000 ล้านบาท ส่วนงบจัดตั้ง พล.ร.7 ใช้งบเพียง 9,000 ล้านบาท”


สรุปแล้วทั้งสองกองพล มันก็เท่ากับใช้งบเพียง 1.1 หมื่นล้านบาท แล้วอีก 1.2 หมื่นล้านบาท มันไปซุกอยู่ที่ไหนว่ะ หือ รองนายกฝ่าย ค.ม. และ รมว.ก.ห.

แต่ที่แน่ๆ งบประมาณเฉพาะของ กองพลทหารม้าที่ 3 กองพลเดียวที่ใช้งบผูกพันปีแรก 1 พันล้านบาท จากโครงการระยะยาว 10 ปี ทั้งหมด 7 หมื่นล้านบาท แต่เพราะประเทศไทยตอนนี้เงินมันไม่มี หมดหน้าตักแล้ว “ก็ให้ชะลอการซื้อรถถังไว้ก่อน” นี่ล่ะครับเจ้าตัวสำคัญ เจ้ารถถังนี่แหล่ะครับ ที่ทำให้งบในการจัดตั้ง กองพลทหารม้าที่ 3 เหลือเพียง 2,000 ล้านบาท แต่ยังไงเสีย ตูก็จะหาเรื่องตั้ง กองพลทหาราบที่ 7 ขึ้นมาเพื่อเอางบอีก 9,000 ล้านบาท ใครจะทำไม กองพลนี้ป๋าไม่เกี่ยว

ความวัวยังไม่ทันหายเหม็น ความควายก็เข้ามาแทรก กองพลใหม่อาณาจักรภาคใต้ ความหวังของใคร? เทพเทือก,ผบ.ทบ.โดนยาสั่งจากใคร?


ผมขออธิบายถึงความเป็นมาของ กองพลทหารราบที่ 15 ( พล.ร.15 ) ให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบก่อนน่ะครับ

ในยุคสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ครม.ในสมัยนั้นได้มีมติเห็นชอบในการจัดตั้ง กองพลทหารราบที่ 15 (พล.ร.15) โดยใช้ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นที่ตั้งหลัก

ทั้งนี้ไม่ใช่การจัดตั้งกองพลขึ้นใหม่ แต่เป็นการโอนย้ายกองพลทหารราบที่ 16 อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ไปอยู่แทน โดยใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินการโครงการเป็นเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2548-2551 โดยที่ประชุม ครม. ได้ให้ทางกระทรวงกลาโหมไปหารือกับสำนักงบประมาณ เพื่อปรับลดงบประมาณที่จัดตั้งอีกครั้งหนึ่ง

ในส่วนของกำลังพลที่โอนย้ายไปอยู่กองพล ที่จัดตั้งขึ้นใหม่คิดเป็นร้อยละ 35 ของกำลังพลในหน่วยเดิม มียศ ร.อ.ขึ้นไป ในส่วนของกำลังพลหลักชั้นประทวนตั้งแต่ร้อยโทลงไปจนถึงทหารเกณฑ์

ทาง ครม.ได้อนุมัติอัตรากำลังพลใหม่รวม 12,000 นาย ภายในระยะเวลา 4 ปี สำหรับกองพลทหารราบที่ 15 นี้มีการจัดแบ่งเป็น 3 กองพันทหารราบเบาประจำใน จ.ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส มีนายทหารยศ พล.ต.เป็น ผบ.พล.ร.15

อยู่ภายใต้การดูแลสั่งการของ ผอ.กอ.สสส.จชต.ในแต่ละกองพันจะประกอบไปด้วย 3 กองร้อยหลัก คือ กองร้อยทหารเสนารักษ์ กองร้อยทหารช่างพัฒนา และกองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยา ทั้งนี้ ทหารในกองพลทหารราบที่ 15 ยังมีขีดความสามารถในการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนด้วย

ประวัติ กองพลทหารราบที่ 15 (พล.ร.15) ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย

กองพลพัฒนาและพิทักษ์ทรัพยากร

๑. นามค่ายและสถานที่ตั้ง
๑.๑ นามค่าย : “ ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ”
๑.๒ สถานที่ตั้ง : เลขที่ ๘ ถ.เพชรเกษม (กม.ที่ ๒๓๙ – ๒๔๒) ต.หนองแก อ.หัวหิน จว.ประจวบคีรีขันธ์

๒. หน่วยทหารที่ตั้งอยู่ในค่าย

๒.๑ บก.และร้อยบก.พล.พท. โดยแปรสภาพมาจาก บก. และ ร้อย.บก.พล.ร.๑๖
๒.๒ กรม พท.๑ โดยแปรสภาพมาจาก ร.๑๖๑
๒.๓ กรม พท.๑ พัน.๑ โดยแปรสภาพมาจาก ร.๑๖๑ พัน.๑
๒.๔ กรม พท.๑ พัน.๒ เป็นหน่วยจัดตั้งขึ้นใหม่
๒.๕ กรม พท.๒ โดยแปรสภาพมาจาก ร.๑๖๒
๒.๖ กรม พท.๒ พัน.๑ โดยแปรสภาพมาจาก ร.๑๖๒ พัน.๑
๒.๗ กรม พท.๒ พัน.๒ เป็นหน่วยจัดตั้งขึ้นใหม่

๓. ประวัติความเป็นมาของการจัดตั้ง

เดิมเป็นหน่วยกองพลทหารราบที่ ๑๖ ซึ่งได้จัดตั้งตามคำสั่ง ทบ. ที่ ๑๐๒/๒๔ เมื่อ ๒๙ มิ.ย.๒๔ โดยเป็นหน่วยทหารกองหนุนในระดับกองพลเพื่อเป็นกำลังเสริมตามแผนเผชิญเหตุ ซึ่งได้บรรจุกำลังประจำการ ๓๐% และบรรจุกำลัง สำรอง ๗๐% เมื่อเริ่มจัดตั้งมีที่ตั้งชั่วคราวอยู่ในศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จว.ประจวบคีรีขันธ์ และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้ย้ายจากที่ตั้งชั่วคราวมาเข้าที่ตั้งปกติถาวร ณ บริเวณตรงข้ามสวนสนประดิพัทธ์ ต.หนองแก อ.หัวหิน จว.ประจวบคีรีขันธ์

ต่อมาได้มีมติคณะรัฐมนตรี ให้ กองทัพบก ดำเนินการจัดตั้งหน่วยทหารเพื่อแก้ไขสถานการณ์ ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รับผิดชอบการปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายใน และให้ความปลอดภัยแก่ประชาชน โดยน้อมนำแนวทางพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๓ ประการ คือ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาเป็นแนวทางในการดำเนินการ โดยให้ กองพลทหารราบที่ ๑๖ เป็นฐานในการจัดตั้ง /แปรสภาพหน่วย และให้ใช้ชื่อหน่วยว่า “กองพลพัฒนาและพิทักษ์ทรัพยากร” เมื่อ วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ตามคำสั่ง ทบ. ลับ-เฉพาะ ที่ ๒๓/๔๘ ลง ๒๔ มี.ค. ๔๘

ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ได้รับพระราชทานนามค่าย เมื่อวันที่ ๙ พ.ย. ๒๕๓๕ โดยประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานนามค่ายทหาร ใน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๑๕๒ ลง ๑ ธ.ค. ๓๕ หน้า ๑๓๕๔๒

ประวัติความเป็นมาของนามค่ายได้มาจากพระวีรกรรมของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย พระผู้สืบเชื้อสายจากราชวงศ์สุโขทัย พระอัครมเหสีคู่พระทัยในสนามยุทธหัตถีของ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ซึ่งทรงเป็นกษัตราธิราช พระองค์ที่ ๑๒ ของราชวงศ์สุพรรณภูมิ แห่งแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา ด้วยพระวีรกรรมแห่งสมเด็จพระศรีสุริโยทัย คราวทำศึกกับพม่า เมื่อ วันอาทิตย์ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๔ ปีวอก พุทธศักราช ๒๐๙๑ ที่ทรงคชาธารตามเสด็จ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิออกศึก โดยทรงเครื่องพิชัยยุทธเป็นชาย ในระหว่างการชนช้างของ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับพระเจ้าแปร แห่งพม่า ช้างของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสียเชิงแก่ช้างพระเจ้าแปรทำให้ตกอยู่ในอันตราย เห็นดังนั้น สมเด็จพระสุริโยทัย จึงทรงขับช้างเข้าช่วย และเสียทีถูกพระแสงของ้าวของพระเจ้าแปรสิ้นพระชนม์

ด้วยพระวีรกรรมดังกล่าว แสดงออกถึงความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ในการอาสาศึก จนสิ้นพระชนม์ ซึ่งถือเป็นแบบอย่างของเหล่าทหาร ดังนั้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ แด่พระองค์ท่าน ในฐานะวีรกษัตรี กอปรกับในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นปีมหามงคล เนื่องในวโรกาสครบรอบสิริพระชนมพรรษา ๕ รอบ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงได้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทาน นามค่ายว่า “ ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ”

หมายเหตุ สำหรับ นขต. พล.พท. ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จว.ประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วย

- กรม พท. ๓ โดยแปรสภาพมาจาก ร.๑๖๓
- กรม พท. ๓ พัน ๑ โดยแปรสภาพมาจาก ร.๑๖๓ พัน ๑
- กรม พท. ๓ พัน ๒ เป็นหน่วยจัดตั้งขึ้นใหม่

พล.ร.๑๕

ประวัติหน่วย

“พล.ร.๑๕ ” ถือกำเนิดจากการเปลี่ยนนามหน่วย “กองพลพัฒนาและพิทักษ์ทรัพยากร” เป็น “ กองพลทหารราบที่ ๑๕ ” ตามคำสั่ง กองทัพบก (เฉพาะ) ลับมาก ที่ ๑๘/๕๐ ลง๑๔ มี.ค.๕๐ เรื่องการเปลี่ยนนามหน่วย พล.พท. และ นขต.พล.พท. โดยให้เปลี่ยนนามหน่วย และเครื่องหมายสังกัด จากเดิม พล.พท. เป็น “ พล.ร.๑๕ ” และใช้ อจย. ๗ - ๒๑ เป็นอัตราการจัดอาวุธยุทโธปกรณ์

ที่ตั้งหน่วย

ที่ตั้งปกติชั่วคราว : ค่ายเด็จพระสุริโยทัย ต.หนองแก อ.หัวหิน จว. ประจวบคีรีขันธ์
ที่ตั้งปกติถาวร : ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จว. ปัตตานี
ภารกิจของหน่วย : พัฒนาประเทศ ปฏิบัติการรบรักษาความมั่นคงภายในและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่
การปฏิบัติที่สำคัญ : จัดตั้ง กองกำลังศรีสุนทร ปฏิบัติงานในพื้นที่ จชต.ห้วงตั้งแต่ ต.ค.๔๘ จนจบภารกิจใน ก.ย.๕๐
เกียรติประวัติของหน่วย :
วันสถาปนาหน่วย : วันที่ ๑ เม.ย. วันสถาปนาหน่วย พล.ร.๑๕

เมื่อท่านผู้อ่านได้รับทราบประวัติความเป็นมาของกองพลนี้แล้ว ทีนี้ก็มาช่วยกันวิเคราะห์กันว่า ในเมื่อปัจจุบัน การปฏิบัติงานของ กองพลทหารราบที่ 17 ที่อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้บวก 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ก็เป็นไปโดยปกติ อู้บ้าง ขยันบ้าง ขัดขากันเองบ้าง แล้วอยู่ๆวันดีคืนดีก็มาอ้างถึงความจำเป็นที่จะต้องตั้งกองพลนี้ ในพื้นที่ชายแดนใต้ให้ได้ มันอะไรกันหนักหนาที่ต้องร้อนรนให้มันเสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคม พุทธศักราช 2554 ให้จงได้

ประเด็นนี้มันมีที่มาที่ไปครับ

ประเด็นที่ 1 มีการตั้งคำถามจากนักรบชายแดนใต้ว่า กองพลทหารราบที่ 15 จะเป็นกองพลที่ต้องดูแลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน คือการก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำไมจึงมีความเร่งด่วนต่ำกว่า กองพลทหารม้าที่ 3 ?

ประเด็นนี้น่าจะเป็นการต่อต้าน “เจ้าของความฝัน พล.ม.3” โดยตรง เพราะกำลังพลส่วนใหญ่ของ พล.ร.15 ไม่ใช่คนใต้ทั้งหมด ดังนั้นกำลังพลเหล่านี้จึงไม่เข้าใจ “เจ้าของความฝัน” เท่าใดนัก

ประเด็นที่ 2 ปัจจุบัน กองพลทหารราบที่15 จะมีที่ตั้งถาวรอยู่ที่ ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ส่วนบริเวณค่ายอิงคยุทธบริหารเป็นที่ตั้งชั่วคราวไปก่อนจนกว่าที่ตั้งถาวรที่ปัตตานีจะเสร็จ ที่พอจะทราบก็มีโรงเรียนนายสิบมาซุ่มดูพื้นที่ กับ หน่วยรักษาพระองค์ พื้นที่กว้างขวางมากครับ

เดิมพื้นที่นี้มี บก.พล.ร.16 กรม ร.161 พัน1 กรม ร.162 พัน1 และมีศูนย์วิวัฒพลเมือง วันนี้ไม่คึกคักเหมือนเก่าเงียบเหงาเพราะบุคคลากรส่วนใหญ่ลงไปปฎิบัติหน้าที่ 3 จชต.กันเกือบหมด

ปัญหาที่จะตามมาหลังจากย้ายไปอยู่ที่ตั้งถาวรกันแล้ว ก็คือเรื่องการย้ายสำมะโนครัวของครอบครัว กำลังพลส่วนใหญ่ที่อยู่ตามบ้านพักต่างๆซึ่งจะต้องย้ายตามสามีไปด้วยวิถีชีวิตที่จะต้องเปลี่ยน

พักหลังๆที่ได้ทราบข่าวมาว่าแนวหลังค่อนข้างดูหดหู่บางครอบครัวก็แตกแยกเพราะหัวหน้าครอบครัวไปอยู่ที่ 3 จชต. ตั้งแต่ปี 48 ไม่ได้เปลี่ยนผลัดเหมือนหน่วยอื่น ไม่มีกำลังพลหมุนเวียนทำให้เกิดปัญหาครอบครัวตามมา โยกกำลังพลกันสนุกเลยละครับ

ยกตัวอย่าง สิบเอก สุเทพ. ตำแหน่งนายสิบยานยนต์ พัน1 อยู่ไปได้3เดือน โยกไปเป็นหน่วยข่าว จากหน่วยข่าวโยกไปเติมกำลังให้ พัน 2 ที่จัดตั้งใหม่ให้ครบ อจย.เป็นตำแหน่ง หัวหน้าชุดยิง จากนั้นโยกไปอยู่ โครงการพระราชดำริ จากนั้นโยกไปอยู่สาย กร.พัน2 จากนั้นโยกกลับอยู่ พัน1 ตำแหน่งหัวหน้าชุดยิง จากนั้นพอ พัน3 จัดตั้งโยกไปอยู่ พัน3 อีกตำแหน่ง เห็นแล้วเหนื่อยแทนเลยครับ นี้ยกตัวอย่างแค่ นายสิบที่ชื่อสุเทพ คนเดียวนะครับ ส่วนนายทหารไม่ต้องพูดถึงเละยิ่งกว่านี้หลายเท่า

ทีนี้เราก็จะมาดูถึงการตั้ง กองพลทหารราบที่ 15 ทางภาคใต้ ว่ามันลุกลี้ลุกลนกันยังไง

วันที่ 8 มีนาคม 2554 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขา สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งกองพลทหารราบที่ 15 ( พล.ร.15) เมื่อไหร่จะแล้วเสร็จจะได้ไม่ต้องสับเปลี่ยนกำลัง นายถวิลกล่าวว่า มันไม่ง่าย เป็นเรื่องเร่งด่วน สำหรับการผลิตกำลังพลก็ต้องหมุนเวียนไปก่อน การแต่งตั้งกองพลทหารราบที่ 15 มันต้องใช้เวลา

เมื่อถามด้วยว่า 7 ปีที่ผ่านมาทำไมถึงล่าช้า นายถวิลกล่าวว่า เรื่องสถานการณ์ภาคใต้มันเป็นสถานการณ์ใหม่ มันเปลี่ยนจาก 30-40 ปีที่แล้ว ไม่ใช่การต่อสู้ของคอมมิวนิสต์แล้ว แต่บางอย่างอาจจะนำมาใช้ได้ บางอย่างพัฒนาขึ้นมาใหม่ เจ้าหน้าที่กำลังพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ขึ้นมา จึงจำเป็นต้องหมุนเวียนกำลังพล

วิเคราะห์บทสัมภาษณ์


สำหรับท่านถวิล เปลี่ยนศรี เลขา สมช.ท่านนี้ ท่านน่าจะเป็นสมภารเจ้าวัดเสียมากกว่า เพราะท่านมุสาไม่เป็น มีอะไรก็พูดตรงๆไม่อ้อมค้อม แต่ผมขอฟันธงว่า คำพูดของท่านมันเบาเหมือนปุยนุ่น หรือลูกโป่งฟองสบู่ที่เด็กๆชอบเป่าเล่น ถึงแม้จะพูดตามความเป็นจริงก็ตาม อย่างเช่นเรื่อง “ผังล้มเจ้า” ที่ดันไปพูดความจริงเสียหมดว่า ผังล้มเจ้า เป็นความผิดพลาด เป็นตราบาปของ ศอฉ. อ้าวแล้วท่านในฐานะ เลขาศูนย์อับเฉา ท่านมิต้องมีตราบาปติดตัวไปจนตายเหมือนกับคนอื่นเขาหรอกหรือ ท่านถวิล

แผนผัง “ล้มเจ้า” (ฉบับอิ๊กคิวซัง) เป็นแค่การวิเคราะห์เชื่อมโยงบุคคล ที่ฝ่ายยุทธการปัญญาอ่อน ที่มือซนได้ขีดเขียนเล่นในขณะนั่งถ่ายทุกข์เท่านั้นเอง

วันที่ 22 มี.ค. 2554 ที่ทำเนียบรัฐบาลนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประเด็นหนึ่งที่ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่อง การตั้งกองพลทหารราบที่ 15 ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายเทพเทือกได้ตอบอย่างฉะฉานว่า
“...ความคืบหน้าในการตั้งกองพลทหารราบที่ 15 ต้องใช้เวลานานหน่อย แต่ขณะนี้ดำเนินการไปได้มากแล้ว และจะพยายามเร่งรัดให้เร็วที่สุด…”


วิเคราะห์บทสัมภาษณ์

มาอีหรอบเดียวกันกับการตั้ง กองพลทหารม้าที่ 3 และ กองพลทหารราบที่ 7 ที่ว่า “กระทรวงกลาโหมได้เสนอ ครม.เรื่องความจำเป็นที่จะตั้งกองพลใหม่ขึ้นมาดูแลพื้นที่ความมั่นคงทางภาคเหนือและภาคอีสาน 2 กองพล โดยมีเหตุผลความจำเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ และการตั้งกองพลก็ต้องใช้เวลา จึงเริ่มปีนี้ ” แนวเดียวกันเลยไอ้คำว่า “ใช้เวลานานหน่อย” กับคำว่า “ต้องใช้เวลา”

แต่ดันเสือกร้อนรนรีบตั้งหาพระแสงอะไร เจ้าเทพเทือก ประชาชนเขาสงสัย

วันที่ 23 มี.ค. 2554 ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เปิดงาน "ประธานชมรมทำดีมีอาชีพ และประธานสภาสันติสุขตำบล พบผู้บริหารระดับสูง" 290 ตำบล ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการช่วยแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

พล. อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การแก้ปัญหาภาคใต้ต้องลดปัญหาภัยแทรกซ้อน ทั้งกลุ่มอิทธิพลค้าของเถื่อน ทำผิดกฎหมาย ซึ่งแพร่กระจายในหลายหมู่บ้าน ตนกำชับไม่ให้เจ้าหน้าที่ทำผิดกฎหมาย หากผิดต้องถูกลงโทษ และผู้ที่กระทำความผิดต้องได้รับการดูแลอย่างยุติธรรม เจ้าหน้าที่จะไม่ใช้มาตรการรุนแรงใดๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่ผู้ก่อความไม่สงบจะมีอาวุธ

เหตุการณ์ทั้งกรือเซะ ตากใบ เป็นเรื่องที่เราไม่สบายใจ ขณะนี้เรื่องทั้งหมดอยู่ในกระบวนการยุติธรรม (พลาดอีกเรื่องหนึ่งแล้วเจอไมค์ไม่ได้จริงๆ เรื่องนี้มีปมที่ลึกมากๆครับท่านผู้อ่าน คราวหน้าผมจะนำมาขยายความให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกันต่อไปว่า ทำไม? ไกรศักดิ์ “ซ้ายผับ”กับปณิธาณ “เลียไข่” จึงพยายามที่จะขุดเหตุการณ์ทั้งสองขึ้นมา เพื่อหวังผลอะไร ? ท่านผู้อ่านคงจะเริ่มอ่านเกมส์ออกแล้วล่ะสิ )

ประชาชนและรัฐต้องช่วยกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ยอมรับว่าการดูแลรักษาความปลอดภัยตอนนี้ยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะพื้นที่กว้างไกล แต่ก็น่ายินดีที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น ส่วนที่มีคนบอกว่า บางโครงการที่ลงไปในหมู่บ้านประชาชนไม่ต้องการ ยืนยันว่าทุกโครงการผ่านสภาตำบล ถ้าต้องการให้บ้านเมืองไปได้ต้องช่วยกันแก้ปัญหา อย่าให้ร้ายทะเลาะกัน

จาก นั้นพล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประชาชนในพื้นที่อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ไม่เห็นด้วยที่ทหารจะย้ายฐานออกจากพื้นที่ว่า ให้แม่ทัพภาคที่ 4 พิจารณาทบทวนว่า ระยะยาวจะทำอย่างไรให้ดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัยทั้งหมด และให้ประชาชนมีความมั่นใจ ขณะนี้เรามี พล.ร.15 (กองพลทหารราบที่ 15)ซึ่งจะดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัยทั้งหมด แต่จะต้องปรับพื้นที่รับผิดชอบให้เหมาะสมขึ้น หรือบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยเก่ากับหน่วยใหม่ ซึ่งคงต้องพิจารณาอีกครั้งโดยให้แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้ตัดสินใจ ทั้งนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพอใจของประชาชน ต้องรอติดตามผลต่อไป

ห่างกันแค่ 1 วัน มันมาอีกแล้ว!!!

ผบ.ทบ.เร่งสร้างความพร้อม กองพลทหารราบที่ 15 คุมจังหวัดชายแดนใต้ รับภารกิจดับไฟใต้เบ็ดเสร็จหน่วยงานเดียว

วันที่ 25 มีนาคม 2554 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ ผบ.ทย. ได้สัมภาษณ์ถึงการสร้างความพร้อมให้กับกองพลทหารราบที่ 15 (พล.ร. 15) เพื่อให้เข้ามารับผิดชอบพื้นที่ทั้งหมดในอนาคต ว่า ดำเนินการตามระยะเวลา อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยังไม่เรียบร้อยถึงขั้นมีการใช้ความรุนแรง พล.ร. 15 ยังรับผิดชอบหน่วยเดียวไม่ไหว เนื่องจากมีเพียงกองพลเดียว จึงยังจำเป็นต้องให้กำลังพลจากหน่วยอื่น ๆ เข้ามาเสริมการทำงาน

แต่เมื่อใดที่สถานการณ์เรียบร้อยก็ต้องค่อย ๆ ลดทหารจากส่วนอื่นลงไป ซึ่งเรื่องนี้กองทัพบกมีแผนอยู่แล้ว และเกิดกรณีประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องการให้ พล.ร.15 เข้ามาดูแลเพราะต้องการให้หน่วยเดิมดูแลต่อไป ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะต่อไปพล.ร. 15 ต้องรับผิดชอบทั้งหมด

และในเดือนเมษายนนี้จะเริ่มปรับพื้นที่ใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ การจัดอัตรากำลังยังเท่าเดิม ตรงไหนปกติแล้ว เราก็จะผ่องถ่ายไปให้ พล.ร. 15 เขารับไป ประชาชนต้องเข้าใจ ต้องไว้ใจ เพราะพล.ร. 15 เขาไม่ไปไหน เขาอยู่ในพื้นที่ คนอาจไม่เข้าใจคิดว่าทำไมอยู่แป๊บเดียวก็เปลี่ยน แต่ความจริงเขาไปหลายรอบแล้ว ก่อนไปก็ต้องอบรมตั้ง 6-7 เดือน เรื่องระเบียบวินัย วัฒนธรรม ศาสนา แต่จะให้รู้ทุกอย่างคงเป็นไปไม่ได้ แต่เรารู้ว่าอะไรที่เราไปทำแล้วไม่ผิดเขา

ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ประเมินผลการทำงานของแต่ละเหล่าทัพที่เข้าไปเสริมการทำงานในพื้นที่มาตลอด และพบว่าดีขึ้นกว่าเดิม ในส่วนใดที่เขาใช้อาวุธเราก็ต้องใช้อาวุธก็ใช้ แต่ถ้าเขาไม่ใช้อาวุธ เราก็ใช้กฎหมายการสร้างความเข้าใจ ซึ่งทำมาตลอด

วิเคราะห์บทสัมภาษณ์

นี่ไงครับที่ผมบอกว่า การตั้งหน่วยกำลังทางทหารระดับ กองพลในเดือน มีนาคม นี้มันดูลุกลี้ลุกลนเหมือนคนโดนยาสั่ง ยังไงชอบกล!!!

ท้ายนี้ได้ข่าว โคตรลับ มาว่า ได้มีการเตรียมขอโปรดเกล้า ชื่อค่าย ของ กองพลทหารราบที่ 15 ว่า “ค่ายพญาตานี” ครับผม

พสกนิกรปลื้ม"ลูกหมี"สุนัขทรงเลี้ยงฟ้าหญิงเล็ก คิดถึง"คุณต่งต๊ง"ที่เคยใส่เพชร150ล้านเดินแฟชั่นโชว์



(ภาพล่าง)สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงอุ้ม "ลูกหมี" สุนัขทรงเลี้ยง ขณะพระราชทานสัมภาษณ์พิเศษรายการ "วู้ดดี้เกิดมาคุย" (ภาพบน)"คุณต่งต๊ง"สุนัขทรงเลี้ยงเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณฯ เมื่อครั้งงานแฟชั่น ชุดคริสต์มาส ด็อก ขึ้นเวทีในชุดคลุมซานตาคลอสสีแดง ประดับเพชร 150 ล้าน

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 มีนาคม 2554

พสกนิกรต่างปลาบปลื้มปิติเป็นล้นพ้นในการที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงอุ้ม "ลูกหมี" สุนัขทรงเลี้ยง พระราชทานสัมภาษณ์พิเศษรายการ "วู้ดดี้เกิดมาคุย" เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา (อ่าน :กระทู้เฉลิมไทย พันทิปซาบซึ้ง ฟ้าหญิงทรงขอความเป็นธรรมให้แก่พระเจ้าอยู่หัวกับราชินี)

อย่างไรก็ดีพสกนิกรผู้จงรักภักดีจำนวนไม่น้อย ก็หวนนึกถึง"คุณต่งต๊ง"สุนัขทรงเลี้ยงอีก 1 สุนัขของเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ไม่ได้ โดยในกระดานสนทนาประชาทอล์กพสกนิกรก็อยากทราบข่าวคราวคุณต่งต๊งกันมาก

ทั้งนี้หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2552 นำเสนอข่าวพาดหัวเรื่อง "คุณต่งต๊ง"สุนัขทรงเลี้ยง-ใส่เพชร150ล. ฟ้าหญิงเล็ก ให้เปิดตัว เดินแฟชั่น โดยมีรายละเอียดข่าวดังนี้

ฮือฮา "คุณต่งต๊ง" สุนัขทรงเลี้ยงเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณฯ เปิดตัวครั้งแรกในงานแฟชั่น ชุดคริสต์มาส ด็อก ขึ้นเวทีในชุดคลุมซานตาคลอสสีแดง ประดับเพชร 150 ล้าน ต่อด้วยการแสดงความสามารถต่อหน้าประชา ชนจำนวนมาก เผยเป็นพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟ เวอร์ เพศผู้ อายุ 4 ปี ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ

ฮือฮาเปิดตัว"คุณต่งต๊ง" สุนัขทรงเลี้ยงเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณฯ เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 11 ธ.ค.ภายในงาน "ที คัพ ด็อก 2009 แอท เซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า" ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระมหา กรุณาธิคุณ พระราชทานสุนัขทรงเลี้ยง "คุณต่งต๊ง" พันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เพศผู้ อายุ 4 ปี มาร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในชุดคริสต์มาส ด็อก พร้อมทั้งร่วมโชว์ความสามารถ ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากรอชื่นชมความสวยงามและความสามารถของสุนัขทรงเลี้ยง "คุณต่งต๊ง"

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกก.ผจก. ใหญ่ สายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า กล่าวบนเวทีถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า จากกระแสนิยม การเลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็กในปัจจุบัน การจัดงานครั้งนี้จึงมุ่งหวังเป็นสื่อกลางให้ผู้รักสุนัขพันธุ์เล็กมีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้การดูแลสุนัข ระหว่างผู้เลี้ยงด้วยกันเอง รวมถึงผู้เชี่ยวชาญ และสัตวแพทย์

จากนั้นมีการเดินแฟชั่นโชว์ ซึ่งเป็นไฮไลต์ของงาน โดย 3 ดาราสาวสวยเซ็กซี่ ซาร่า มาลากุล เลน, หมิง-ชาลิสา บุญครองทรัพย์ และไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา อุ้มสุนัขพันธุ์เล็ก ชิวาว่า เดินแฟชั่น ปิดท้ายด้วยการเดินแบบชุด ฟินาเร่ โดย"คุณต่งต๊ง" สุนัขทรงเลี้ยงของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในชุดคลุมแบบซานตาคลอส สีแดง ประดับเพชร 100 กว่ากะรัต มูลค่าเกือบ 150 ล้านบาท เป็นเพชรสีขาว 300 กว่าเม็ด เพชรเม็ดใหญ่ 1 เม็ดหนัก 8 กะรัต และเพชร สีเหลืองอีก 7 เม็ดๆ ละ 1 กะรัตกว่า

นอกจากเดินแฟชั่นโชว์แล้ว "คุณต่งต๊ง"ยังแสดงความสามารถ ด้วยการทำตามคำสั่งครูฝึก ทั้งยืนสองขา คาบตะกร้าเดิน สร้างความตื่นเต้นประทับใจให้กับประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมงาน หลายคนใช้กล้องและโทรศัพท์ถ่ายภาพ"คุณต่งต๊ง"ตลอดการแสดง โดยสุนัขทรงเลี้ยงของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ไม่ได้แสดงอาการตื่นแต่อย่างใด

ภายหลังเสร็จสิ้นการแสดง ทางผู้จัดงานนำภาพการเดินแฟชั่นโชว์ของ"คุณต่งต๊ง" 1 ภาพ มาจัดประมูลเพื่อนำรายได้มอบให้กับสถาบัน วิจัยโรคมะเร็ง โดยภาพดังกล่าวจะเปิดประมูลไปจนถึงวันที่ 16 ธ.ค.ที่ลานโปรโมชั่น ชั้นจี ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ซึ่งราคาประมูลวันแรกมีผู้เสนอจำนวนสูงสุดที่ 150,000 บาท

สำหรับ"คุณต่งต๊ง" สุนัขทรงเลี้ยงของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เกิดเมื่อวันที่ 18 ส.ค.2548 มีแม่ชื่อคุณเค้าแมว พ่อชื่อคุณโกลด์ คลอดออกมาทั้งหมด 9 สุนัข "คุณต่งต๊ง"เป็นสุนัขที่ 2 มีอุปนิสัยร่างเริง เรียบร้อย ช่างสังเกต ช่างเอาอกเอาใจ สุขภาพแข็งแรง ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

ส่วนที่มาของชื่อ"ต่งต๊ง"นั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงได้แนวทางจากการเสด็จพระราช ดำเนินเยือนประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน พระราชทานชื่อลูกสุนัขทรงเลี้ยงทั้งหมดเป็นภาษาจีน และงานนี้ถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของ"คุณต่งต๊ง"




สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงอุ้ม "ลูกหมี" สุนัขทรงเลี้ยง ขณะพระราชทานสัมภาษณ์พิเศษรายการ "วู้ดดี้เกิดมาคุย" เมื่อวันที่ 29 มี.ค.(ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด )

************
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-ฟ้าหญิงตรัส:ไม่อยากให้ฟังข่าวลือ ฉันอยากให้ในหลวง พระราชินีได้รับความยุติธรรมตามที่ท่านควรจะได้รับ

-สมศักดิ์ เจียมฯ:เรียนถามฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ ; ตาย 91 เจ็บ 2 พัน ไม่น่าสะเทือนใจกว่าการ"เผาบ้านเผาเมือง"หรือครับ? และเหตุใดไม่ทรงวิจารณ์พันธมิตรครับ?

--กระทู้เฉลิมไทย พันทิปซาบซึ้ง:ฟ้าหญิงทรงขอความเป็นธรรมให้แก่พระเจ้าอยู่หัวกับราชินี

วันพุธ, มีนาคม 30, 2554

คลิปที่นี่ความจริงจาก3อาจารย์สาว:มาร์คขึ้นชั้นระดับโลกจัดการพิบัติภัยเทียบเท่าเผด็จการพม่า


เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่เป็นประชาธิปไตย อย่างญี่ปุ่น ซึ่งประสบกับภัยพิบัติรุนแรง แต่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ แต่การจัดการสาธารณภัยของรัฐบาลไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับรัฐบาลเผด็จการทหาร อย่างพม่ามากกว่า


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา DNN-Asia Update TV

รายการที่นี่ความจริง ทางโทรทัศน์ Asia Update-DNN ประจำวันอังคารที่ 29 มีนาคม ดำเนินรายการโดย 3 นักวิชาการสาว ผศ.ดร.สุดา รังกุพันธ์ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อาจารย์หวาน) ,รศ.สุดสงวน สุธีสร อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อาจารย์ตุ้ม) และ ผศ.ดร.จารุพรรณ กุลดิลก อาจารย์พิเศษคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (อาจารย์จา)...

รายการที่นี่ความจริง วันอังคารที่ 29 มีนาคม:ประเด็นแรก : การจัดการสาธารณภัยในประเทศประชาธิปไตย vs. ประเทศเผด็จการ


ในระยะนี้ ได้เกิดภัยธรรมชาติต่างๆ ขึ้นมากมายทั้งในต่างประเทศ และในประเทศเราเอง เช่น น้ำท่วมในภาคใต้ แผ่นดินไหวในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า แต่รัฐบาลกลับไม่เข้าไปแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที และยังด้อยประสิทธภาพในการบรรเทาสาธารณภัย

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่เป็นประชาธิปไตย อย่างญี่ปุ่น ซึ่งประสบกับภัยพิบัติรุนแรง แต่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ที่จริงแล้ว การจัดการสาธารณภัยของรัฐบาลไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับรัฐบาลเผด็จการทหาร อย่างพม่ามากกว่า เพราะมีความล่าช้า พยายามปกปิดข้อมูลข่าวสาร ขาดระบบการเตือนภัยแม้จะได้ผ่านเหตุการณ์สึนามิมาแล้ว ไม่ส่งเสริมการซ้อมหลบภัย และไม่มีความจริงใจในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ



ประเด็นที่ 2 : ประชาชนไทยจะได้เลือกตั้ง หรือรัฐประหาร

แม้นายอภิสิทธิจะได้ออกมาส่งสัญญาณทั้งต่อคนไทย และต่างประเทศว่า จะมีการเลือกตั้งในไม่ช้านี้ แต่ในระยะนี้กลับมีสัญญาณที่ชวนให้คิดว่า อาจเกิดการอ้างสถานการณ์บางอย่างเพื่อทำการยึดอำนาจอีกครั้งก็ได้ เช่น การที่นางสดศรี หนึ่งในกรรมการการเลือกตั้ง แสดงท่าทีว่าจะลาออก และอาจมีกรรมการอื่นๆ ลาออกอีก ซึ่งอาจทำให้กรรมการไม่ครบ จัดการเลือกตั้งไม่ได้ จนเป็นเหตุให้เกิดสูญญากาศทางการเมือง

เกิดกระแสว่าอาจมีการขอให้ใช้มาตรา ๗ ขอนายกพระราชทาน ในประเด็นนี้ อ.ตุ้มได้ย้ำว่ามาตรา ๗ เป็นเพียงมาตราที่อุดช่องว่างทางกฎหมายเท่านั้น นั่นคือ เมื่อไม่มีการบัญญัติกฎหมายไว้ให้ใช้ธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา ไม่ได้มีไว้สำหรับแต่งตั้งนายกพระราชทานแต่อย่างใด


เงื่อนไขที่คณะทหารมักใช้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจ เช่น รัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น การแทรกแซงองค์กรอิสระ ความแตกแยกในประชาชน การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และในขณะนี้ได้มีความพยายามจุดชนวนความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาขึ้นอีกครั้ง

ทั้งที่ไทยได้ยอมรับทำตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่จะให้ผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียเข้ามาร่วมกำกับดูแลการแก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดน


นอกจากนี้ การลาออกของนายอานันท์ ปันยารชุน จากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ถูกตั้งข้อสงสัยว่าจะแต่งตัว “ตั้งโต๊ะ” รอรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากการยึดอำนาจหรือเปล่า

ฟ้าหญิงตรัส:ไม่อยากให้ฟังข่าวลือ ฉันอยากให้ในหลวง พระราชินีได้รับความยุติธรรมตามที่ท่านควรจะได้รับ


ที่มา หนังสือพิมพ์ข่าวสด








ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ พระราชทานสัมภาษณ์รายการทีวี ตรัสถึงความในพระทัยอยากให้คนรู้จักตัวตนอย่างแท้จริง ไม่อยากให้ไปฟังข่าวลือ หรือข่าวที่พูดๆ กันไป เผยการเกิดมาเป็นพระราชธิดาของพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีมีหน้าที่มากมาย ไม่ได้สุขสบายอย่างที่หลายคนคิด ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ว่าต้องทำหน้าที่เพื่อประชาชน ส่วนอาการประ ชวรชี้ต้องรีบหายแม้ยังไม่สมบูรณ์นัก เพราะพระ เจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีก็ประชวรแต่ยังทรงงาน ทรงทุ่มเทเต็มที่ อยากให้ทั้ง 2 พระองค์ได้รับความยุติธรรม โดยช่วงที่อยู่วัดป่าบ้านตาด เป็นช่วงที่สงบสุขทั้งกายและใจ เวลาเครียดอยู่กับ"ลูกหมี"สุนัขทรงเลี้ยง เผยหลวงตาบัวสั่งไว้ก่อนละสังขารว่าอย่าร้องไห้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มี.ค. ที่ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ถ.วิภาวดีรังสิต สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฉลองพระองค์ชุดกาวน์สีขาว ด้านในยังทรงชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลศิริราช พระราชทาน พระวโรกาสพิเศษสัมภาษณ์กับรายการโทรทัศน์วู้ดดี้เกิดมาคุย ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี โดยมีพิธีกร"วู้ดดี้"วุฒิธร มิลินทจินดา ทำหน้าที่สัมภาษณ์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ตรัสถึงความรู้สึกว่า อยากให้คนที่ติดตามชมรายการได้รู้จักตัวตนของฉันอย่างแท้จริง ไม่อยากให้ไปฟังข่าวลือ หรือข่าวที่พูดๆ กันไป ณ วันนี้ คือตัวตนที่แท้จริงของฉันไม่มีบิดเบือน 15 ปีที่ผ่านมาเป็นเด็กวัด กินนอน ทำสมาธิอยู่ในกุฏิเล็กๆ ที่วัดกับหลวงตามหาบัว ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเด็กวัด แม้ว่าหลวงตาฯปลงสังขารไปแล้ว มีกระแสข่าวมากมาย มีคำกล่าวว่ามากมาย มันย่อมมีผลกระทบกับชีวิตคนเราแน่นอน แต่อยากให้มองย้อนกลับไปพิจารณาคำนินทาว่ากล่าวนั้นว่า ตรงกับตัวเราหรือไม่ ถ้ามันเป็นจริงเราก็ต้องปรับปรุงแก้ไขตัวเองเสียก่อน แต่ถ้าไม่ตรงกับเรา ต้องปล่อยวางกับสิ่งเหล่านี้ทันที หลวงตาท่านสอนไว้ ตอนแรกเริ่มจะทำยากมาก แต่ก็พยายามสงบจิตใจและนึกถึงคำสอนของหลวงตา กำหนดลมหายใจ ทุกวันนี้สามารถทำได้อย่างสบายใจและสงบ


สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงอุ้ม "ลูกหมี" สุนัขทรงเลี้ยง ขณะพระราชทานสัมภาษณ์พิเศษรายการ "วู้ดดี้เกิดมาคุย" เมื่อวันที่ 29 มี.ค.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ตรัสอีกว่า เรื่องในอดีตให้มันผ่านไป อนาคตคือสิ่งที่ยังมาไม่ถึง อย่าไปฟุ้งซ่านคาดเดา ให้อยู่กับปัจจุบัน การเกิดมาเป็นลูกของพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีมีหน้าที่มากมาย ไม่ได้สุขสบายอย่างที่หลายคนคิดหรือนึกภาพตามจินตนาการนิทานเจ้าหญิงเจ้าชาย ชีวิตถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่าต้องทำหน้าที่เพื่อประชาชน ต้องทำงานตั้งแต่อายุ 14 จนถึงเรียนจบปริญญาเอก

"ทุกวันนี้พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี ท่านยังทรงงานแม้ว่าจะมีอาการเจ็บป่วย เห็นท่านตรากตรำทำงานเพื่อประชาชนของท่านมาตั้งแต่เด็กๆ เดินทางไปในแหล่งที่ไม่มีแม้กระทั่งถนน ช่วยเหลือประชาชน เด็กยุคใหม่ไม่รู้แล้วว่าท่านทำอะไรให้บ้านเมืองบ้าง ใจจริงของฉันอยากจะขอเวลาจากรายการทีวีช่วงสั้นๆ แค่ 5 นาที 10 นาที ฉายพระราชกรณียกิจที่ท่านทำ สงสารท่านเถอะ ท่านทุ่มเทเต็มที่ เอาใจใส่ทุกรายละเอียดทุกงานที่ทำทั้ง 2 พระองค์ ซึ่งทั้ง 2 พระองค์ทรงเป็นห่วงเรื่องความสามัคคีของคนไทย อยากให้กลมเกลียว คนไทยต้องเข้มแข็ง ชาติจะได้เจริญก้าวหน้าต่อไป ฉันอยากให้ทั้ง 2 พระองค์ได้รับความยุติธรรมตามที่ท่านควรจะได้รับ" สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ตรัส

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ตรัสถึงอาการป่วยว่าหลังจากที่ผ่าตัดแล้วต้องพักถึง 3 เดือน แต่นี่ก็เลยช่วง 3 เดือนมาแล้ว ยังเดินไม่ค่อยสะดวก แต่ก็ยังต้องทำงานเพราะช่วงที่พักฟื้นพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีท่านเสด็จฯไปเยี่ยมเอง จนทำให้ฉันรู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราต้องรีบหาย ต้องรีบแข็งแรงตั้งใจที่จะหายและสามารถเดินได้ ทำงานได้ปกติ มาถวายงานท่านทั้ง 2 พระองค์ให้ได้เหมือนเดิม ช่วงนี้ได้รับมอบหมายให้ดูงานคณะแพทย์พอ.สว. ก็จะต้องเข้าไปรายงานความคืบหน้าให้ทั้ง 2 พระองค์ได้ทราบด้วย งานในส่วนของสถาบันวิจัยกับงานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ก็ยังดำเนินต่อไป เมื่อมีปัญหา หรือมีเรื่องที่ต้องปรึกษาร่วมกับคณะก็ต้องเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ตรัสอีกว่า เวลาส่วนตัวของฉันจริงๆ คือช่วงที่ไปอยู่วัด เป็นช่วงที่สงบสุขทั้งกายและใจ นั่งสมาธิ สวดมนต์ เคยว้าเหว่เหมือนกัน ช่วงที่หลวงตาปลงสังขารไปใหม่ๆ ก็จะเอาดีวีดีคำสอนของท่านมาเปิดดู อ่านหนังสือของท่าน"หยดน้ำในใบบัว" หลวงตาท่านสอนว่าให้เก็บพ่อไว้ในใจ แล้วท่านจะอยู่กับทูลกระ หม่อมลูกตลอดไป(หลวงตาเรียกฟ้าหญิงว่าทูลกระหม่อมลูก) ฉันอยากไปอยู่วัดแต่ไม่เป็นที่ยอมรับของญาติมิตร เพราะเกรงว่าฉันจะหลุดไปจากโลกปัจจุบันนี้

"เวลาที่เหงาหรือเครียดก็มีคุยหรือระบายกับ "ลูกหมี" สุนัขที่ฉันเลี้ยง ลูกหมีเป็นสุนัขที่เข้าใจภาษาคน เพราะอยู่กับคนมาก เขาก็จะฉลาด เวลามีปัญหา หรือมีเรื่องมากระทบจิตใจไม่ว่าใครจะพูดอะไรข่าวจะออกมาในแง่ไหน หลักใหญ่ๆ คือจิตใจทุกอย่างสำคัญที่ใจ เมื่อใจเราคิดดีมีใจเป็นประธานแล้ว ทุกอย่างที่เราคิดก็จะดีตามมาเอง ก่อนที่หลวงตาจะปลงสังขารท่านสั่งไว้ว่าอย่าร้องไห้ ฉันก็จะไม่ร้องไห้ แม้กระทั้งท่านปลงสังขารก็ยังนิ่งอยู่ มีเกือบๆ เหมือนกัน หลวงตาท่านมาโปรดฉัน" สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ตรัส

สำหรับการพระราชทานสัมภาษณ์พิเศษของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี รวมถึงการดูแลพระอาการประ ชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งทรงเผยให้ชมโต๊ะทรงงานและบันทึกพิเศษที่ท่านทรงพระอักษรจากใจ ความเชื่อเรื่องโลกแตกในฐานะนักวิทยาศาสตร์ เรื่องสนุกอารมณ์ดีกับเรื่องสุนัขทรงเลี้ยงและสุนัขประจำตึกที่โรงพยาบาลศิริราช จะออกอากาศในรายการ "วู้ดดี้เกิดมาคุย" อาทิตย์ที่ 3 เม.ย.นี้ เวลา 22.30 น. ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี

ชมคลิปข่าว:คลิ้กที่นี่

*********
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:

พสกนิกรปลื้ม"ลูกหมี"สุนัขทรงเลี้ยงฟ้าหญิงเล็ก คิดถึง"คุณต่งต๊ง"ที่เคยใส่เพชร150ล้านเดินแฟชั่นโชว์

-กระทู้เฉลิมไทย พันทิปซาบซึ้ง:ฟ้าหญิงทรงขอความเป็นธรรมให้แก่พระเจ้าอยู่หัวกับราชินี

-สมศักดิ์ เจียมฯ:บันทึกเปิดผนึก เรียน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ว่าด้วย "ความยุติธรรม"

-สมศักดิ์ เจียมฯ:เรียนถามฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ ; ตาย 91 เจ็บ 2 พัน ไม่น่าสะเทือนใจกว่าการ"เผาบ้านเผาเมือง"หรือครับ? และเหตุใดไม่ทรงวิจารณ์พันธมิตรครับ?

คลิปสมศักดิ์ เจียมฯ:ไม่ใช่แค่#112แต่เป็นอุดมการณ์กษัตริย์นิยม และคลิปคุณซาบซึ้งปะทะหมอตุลย์


คลิปดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล แสดงความคิดเห็นในงานนิติราษฎร์ อภิปรายเรื่องกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยชี้ว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่เพียงเรื่องต้องแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 เท่านั้น แต่เป็นเรื่องอุดมการณ์กษัตริย์นิยมของไทย และสถานะของสถาบันกษัตริย์ในสังคมไทย พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปว่า ต้องทำให้เป็นสถาบันแบบญี่ปุ่น หรือในยุโรป

คลิปคุณซาบซึ้งปะทะหมอตุลย์:ไอ้ชาติชั่ว ไอ้ชาติหมา ไอ้สัตว์นรก

ในงานนิติราษฎร์เสวนา เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา หมอตุลย์ แกนนำเสื้อหลากสีมาด้อมๆมองๆหน้างานด้วย แต่เกิดเหตุปะทะคารมกับสตรีคนหนึ่งขึ้นเสียก่อน

คลิปสัมภาษณ์ทนายความดา ตอร์ปิโด:ความจริงหลังกรงขัง


Thailandmirror Talk สัมภาษณ์ ประเวศ ประภานุกูล "ทนายดา ตอปิโด" ผู้ต้องขังเหยื่อมาตรา 112

ทะเหี้ย-มรับครึ่งเดียวสังหารหมู่วัดปทุม เปิดปากส่องจากรางBTSสู้ชุดดำ หมอพรทิพย์สวนเหยื่อมือเปล่า



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา Asia Update


คณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ชุดนายสมชาย หอมละออ ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้การ ทั้งญาติผู้ตาย ตัวแทนผู้สื่อข่าวภาคสนาม แพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพ และตัวแทนทหาร

นายอิสรนันท์ อิทธิสารนัย ผู้สื่อข่าวไทยรัฐภาคสนาม กล่าวให้ข้อมูลกับคอป.ว่า มีการยิงลงมาในแนวดิ่ง และเห็นเงาของคนอยู่บนรางรถไฟฟ้าหน้าวัดปทุมวนาราม และไม่พบว่าคนเสื้อแดงยิงตอบโต้แต่อย่างใด

แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนนันท์ ผู้ชันสตรพลิกศพ 6 ศพวัดปทุมฯกล่าวว่าจากการชันสูตรไม่พบเขม่าดินปืนในมือหรือตัวผู้ตาย จึงเป็นหลักฐานว่าผู้ตายไม่ได้ใช้อาวุธยิงต่อสู้กับทหาร

ขณะที่ญาติของนางสาวกมลเกด อัคฮาด ถามตัวแทนทหารว่าให้ตอบว่ามีทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าBTSจริงหรือไม่ และการเปิดเผยสำนวนของDSIในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของนายจตุพร พรหมพันธุ์นั้นเป็นความจริงหรือไม่

ขณะที่ตัวแทนจากกองทัพ กล่าวว่า มีชายชุดดำยิงใส่ทหารบนภาคพื้น ทำให้ทหารบนรางรถไฟฟ้ายิงสวนเป็นการเตือน แต่ไม่มีใครเสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากการยิงของทหารแต่อย่างใด

ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลล่าสุดกรณี 6 ศพวัดปทุมฯว่า เมื่อแกนนำเสื้อแดงประกาศยุติการชุมนุมแล้ว ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งได้ย้ายเข้าไปในเขตวัดปทุมวนาราม แต่เหตุที่เกิดขึ้นก็เนื่องจากว่ามีผู้ก่อการร้ายแฝงเข้าไปอยู่ในวัดด้วย พร้อมทั้งระบุว่าผู้ตายในวัดปทุมมีเพียง3 ศพ ไม่ใช่ 6 ศพ

*********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-มัดคออาชญากรบงการทะเหี้ย..มสังหารหมู่ เปิดคลิปตู่+วรวัจน์จัดหนักถลกหนังแฉมือเผาCTWถึงซีด

-ข้อมูลมัดแน่นสังหารหมู่10เมษา-19พฤษภา ใครฆ่าเสธ.แดง ใครเหี้ย..มสังหารหมู่วัดปทุม ใครเผาCTW?

ไทยอีนิวส์ร่วมส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ภาคใต้



แผนที่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบอุทกภัย 2554

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 มีนาคม 2554

ช่วงนี้อากาศแปรปรวน เดือนที่เคยร้อนที่สุด กลายเป็นหนาวจนต้องผิงไฟ ฤดูที่ทั้งประเทศขาดแคลนน้ำ กลับปรากฎมหันตภัยน้ำท่วมภาคใต้อย่างหนักอีกรอบ ในขณะที่คนที่ถูกน้ำท่วมเมื่อเดือนตุลาคม - พฤศจิกายนเมื่อปีที่ผ่านมายังไม่ได้รับความช่วยเหลือกันทั่วครบทุกครอบครัว ผู้ได้รับผลกระทบใหม่เพิ่มสมทบขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย

รัฐบาลที่เก่งแต่กู้เงินมาถลุงเล่นในหมู่อำมาตย์ ดีแต่พูดรายวัน แต่จะควักงบประมาณมาเยียวยาและช่วยเหลือฉุกเฉินประชาชนที่เผชิญกับวิกฤติธรรมชาติ มันช่างยากเย็นแสนเข็ญ กว่าการเซ็นต์อนุมัติเงินให้ทหารซื้อเรือดำน้ำมาขับเล่น ซื้อเครื่องบินรบมาขับโชว์

ไทยอีนิวส์ขอร่วมแสดงความห่วงใยต่อวิกฤติประเทศไทย และขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคนเข็มแข็ง ยามนี้สังคมต้องช่วยกันแบ่งปันและดูแลกันและกัน

สำหรับการติดตามรายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมสามารถเข้าไปดูที่เวบ ศูนย์ข้อมูล ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม Thai Flood http://www.thaiflood.com/

ทั้งนี้ศูนย์ข้อมูล ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม Thai Flood รายงานว่าจนถึงวันนี้ มี

ผู้เสียชีวิต 8 ราย มีกระทบ 5 จังหวัด 42 อำเภอ ประชนเดือดร้อน 71,875 ครัวเรือน รวม 268,781 คน

ภาพวีดีโอความน้ำท่วมที่ภาคใต้





บ้านมหา ดอทคอม สรุปรายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ 29 มีนาคม 2554 ได้กระชับและครอบคลุม ไทยอีนิวส์จึงขอนำมาเผยแพร่ต่อในที่นี่ด้วยเช่นกัน

สุราษฎร์วิกฤติท่วมวงกว้างแม่น้ำตาปีล้น

สถานการณ์น้ำท่วม จ.สุราษฎร์ธานี วิกฤติ ฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำน้ำท่วมขยายวงกว้าง โดยเฉพาะ อ.ดอนสัก อ.วิภาวดี อ.ไชยา ขณะน้ำในแม่น้ำตาปี ล้นตลิ่งแล้ว

สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สุราษฎร์ธานี เข้าสู่ภาวะวิกฤติ ยังคงมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง พื้นที่น้ำท่วมขยายออกไป เป็น 17 อำเภอ โดยระดับน้ำในแม่น้ำตาปีล้นตลิ่ง และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำที่ท่วมอยู่ใน อ.พระแสง อ.เคียนซา อ.เวียงสระ และ อ.พุนพิน เพิ่มสูงขึ้นอีก ประกอบกับมีน้ำทะเลหนุน ทำให้การระบายน้ำลงสู่ทะเล เป็นไปได้อย่างล่าช้า น้ำในแม่น้ำตาปีล่าสุด วัดได้ 6.37 เมตร สูงกว่าระดับตลิ่ง 87 เซนติเมตร และหากยังมีตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำอาจสูงถึง 7 เมตร ในเย็นวันนี้ 29 มีนาคม 2554

ปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยเฉลี่ยเกิน 100 มิลลิเมตร ทั้งจังหวัดและมีฝนมากที่สุดใน อ.ดอนสัก วัดได้ 425 มิลลิเมตร อ.วิภาวดี วัดได้ 210 มิลลิเมตร และ อ.ไชยา 280 มิลลิเมตร นอกจากนั้นถนนสายเอเชีย หรือทางหลวงหมายเลข 41 ถูกน้ำท่วมสูงในหลายจุด ทั้งขาขึ้นและขาล่อง ใน อ.ไชยา อ.ท่าฉาง และ อ.ท่าชนะ ระดับน้ำสูงและรถเล็ก ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และมีแนวโน้มว่า สะพานอาจจะขาดในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

นครศรี!ฝนถล่มทั้งจังหวัดจมน้ำ

นครศรีธรรมราชอ่วม! เร่งอพยพชาวบ้านพื้นที่เสี่ยง อ.ลานสกา ดินสไลด์ปิดถนน ทำรถสัญจรไม่ได้ หน้าวัดพระบรมธาตุ เสาไฟฟ้าล้มขวางถนน

เนื่องจากฝนตกหนักตลอด 5 วันที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ทำให้ให้พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีน้ำท่วมสูงบางแห่งระดับน้ำลึกถึง 3 เมตร ซึ่งตลอดคืนที่ผ่านมาฝนยังคงตกหนักและลมกรรโชกแรง และมีต้นไม้หักโค่น ซึ่งล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมาที่เขาธง ถนนสายลานสกา-ช้างกลาง ต.เขาแก้ว อ.ลานสกา นครศรีธรรมราช เกิดดินสไลด์ลงมาทับถนน ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้ ส่วนที่ ต.ทุ่งใส อ.สิชล น้ำท่วมถนนสายนคร-สุราษฎร์ ซึ่งเป็นถนนสายหลัก ทั้งรถใหญ่รถเล็กไม่สามารถเดินทางผ่านจุดดังกล่าวได้เช่นกัน รวมทั้งที่ถนนริมทะเลสายปากพนัง-หัวไทร ต.ขนาบนาค น้ำทะเลหนุนขึ้นมาครึ่งเลน ทำให้รถราผ่านไปมาลำบาก

ที่ ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง นครศรีธรรมราช ชาวบ้านได้อพยพออกจากพื้นที่เนื่องจากมีคลื่นลมแรง สูงประมาณ 2-3 เมตร ลมกรรโชกแรง นอกจากนั้นที่วัดหน้าพระบรมธาตุ ต.ในเมือง อ.เมือง นครศรีธรรมราช มีต้นไม้ใหญ่ล้มทับสายไฟฟ้า ทำให้เสาไฟล้มขวางถนน การจราจรติดขัดอย่างรุนแรง ขณะที่ อย่างไรก็ตามในพื้นที่ ม.4 และ ม.6 ต.ขุนทะเล อ.ลานสกา นครศรีธรรมราช และพื้นที่ อ.สิชล มีน้ำท่วมสูงในหมู่บ้านต่างๆ และมีกำลัง ตชด.42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง นครศรีธรรมราช








ขบวนรถไฟสายใต้หยุดวิ่งทุกขบวน หลังน้ำท่วมหนักเหนือรางรถไฟ ขณะที่บขส.ยังเดินรถได้ เลี่ยงจุดน้ำท่วมสูง

นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้าประชาสัมพันธ์การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า การเดินรถไฟในเส้นทางสายใต้ ในวันนี้นั้น วิ่งได้แค่ช่วงเช้า ในเส้นทาง กรุงเทพมหานคร-สุราษฎร์ธานี ขบวนรถออกในเวลา 08.05 น. แต่จะวิ่งได้ถึงแค่สถานีชุมพร เท่านั้น ส่วนเส้นทางลงใต้อื่นๆ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. - 22.00 น. งดให้บริการ โดยประชาชนที่ซื้อตั๋วไปแล้ว สามารถคืนตั๋วได้เต็มราคา

สถานการณ์ระดับน้ำ บริเวณเส้นทางรถไฟ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี มีน้ำท่วมเหนือสันรางสูง 30-40 เซนติเมตร

ด้าน นางสาวระพิพรรณ วรรณพินทุ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดเผยว่า บขส. ยังให้บริการเดินรถในเส้นทางสายใต้ตามปกติ แม้ว่าในบางพื้นที่จะมีน้ำท่วมสูง อาทิ สุราษฎร์ธานี อ.ท่าศาลา เป็นต้น โดย บขส. จะใช้การเดินรถ วิ่งอ้อมในเส้นทางอื่นแทน


5 จว.จมน้ำ-เดือดร้อน3แสนคน
มีพื้นที่ประสบปัญหาน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่ง 5จังหวัด ราษฎรเดือดร้อน 71,875ครัวเรือน จำนวน 268,781คน ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ตรังและจ.ชุมพร มีผู้เสียชีวิต 6ราย (จ.นครศรีธรรมราช 5รายและจ.พัทลุง 1ราย) เส้นทางจราจรที่ผ่านไม่ได้ 8เส้นทาง ส่วนสถานการณ์ การเกิดฝนตกหนัก จะมีบริเวณ อ.ตะกั่วทุ่งและอ.ท้ายเหมือง จ.พังงา โดยสั่งการให้เตรียมอพยพประชาชนและทางตอนเหนือของ จ.ภูเก็ต คือ อ.ถลาง ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนด้วยว่า จะมีฝนตกหนักที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานีและจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งได้สั่งให้เฝ้าระวังและพร้อมอพยพแล้ว


เมืองคอนตาย 5 - เสียหาย300ล้าน
มีราษฎรได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 139,754คน มีผู้เสียชีวิตรวม 5ราย มีการอพยพประชาชนกว่าหนึ่งพันคน มีบ้านเรือนเสียหายบางส่วน 3หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 42,600ไร่ ถนนเสียหายกว่า 600สาย ส่วนความเสียหายอื่นๆ อยู่ระหว่างการสำรวจ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 300ล้านบาท ส่วนท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ยังคงปิดให้บริการทุกเที่ยวบิน การสัญจรทางรถไฟให้ผู้เดินทางไปใช้บริการที่สถานีรถไฟ อ.ทุ่งสงและเส้นทางในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีเพียงถนนราชดำเนินเส้นเดียว ที่สามารถใช้งานได้ ส่วนเส้นทางสายเชื่อมต่อถนนราชดำเนิน ทั้งด้านตะวันออกและด้านตะวันตก มีเพียงบางเส้นทางที่สามารถใช้การได้

ประกาศภัยพิบัติยกจว.23 อำเภอ ของนครศรีธรรมราช
มีประกาศให้ จ.นครศรีธรรมราช ทั้ง 23อำเภอเป็นเขตพื้นที่พิบัติภัยน้ำท่วมแล้ว เพื่อจะได้เตรียมช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอที่ติดกับเชิงเขาทุกแห่ง และ เตรียมมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังภัยน้ำป่าทะลักท่วมและภูเขาถล่มดินสไลด์ ตลอด 24ชั่วโมง อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่น่าเป็นห่วงหลังจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาฯแจ้งว่า ฝนอาจตกหนักถึงวันที่ 30 มีนาคม 2554 ซึ่งจะทำให้สถานการณ์รุนแรงและน่าเป็นห่วงอย่างมาก


ช่วยผู้ป่วยอ.บนพิตำหวุดหวิด
ส่วนที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนและสะพานถูกกระแสน้ำป่าตัดขาดหลายแห่ง ทำให้ราษฎรไม่สามารถออกมาสู่ภายนอกได้ โดยเฉพาะ นายเขียว แก้วนุ่น อายุ 70ปี ราษฎร ม.7 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ ซึ่งป่วยหนักปัสสาวะเป็นเลือดต้องรีบส่ง ร.พ.ด่วน แต่ไม่สามารถนำร่างนายเขียวไปส่ง ร.พ.ได้ ทางกองทัพภาคที่4 จึงส่งเฮลิคอปเตอร์บินมารับตัว นายเขียว ส่งรักษาตัวที่ ร.พ.ค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่4และแพทย์ช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตรายแล้ว


ระทึก!นับ100ชีวิตยังติดบนเขา
นายธนพล ไชยชาญ ผจก.บริษัทเหมืองแร่พี่แอนด์เอสแบริ่งไม่นิ่ง จำกัด ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาไม้ไผ่ บ้านกรุงชิง ม. 8 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ เข้าขอความช่วยเหลือจาก ค่ายวชิราวุธ กองทัพภาค 4 อ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อให้ส่งเฮลิคอปเตอร์ไปช่วยนำคนงานเหมืองแร่ 20 คนและชาวบ้านกว่าร้อยชีวิต ที่ติดอยู่บนเหมืองแร่ ซึ่งไม่สามารถลงมาได้เนื่องจากถนนและสะพานขาดหลายแห่ง ต้องติดอยู่บนเหมืองแร่บนภูเขานาน 5 วันแล้ว ไฟฟ้าก็ดับหมดเนื่องจากกระแสน้ำป่าพัดเสาไฟฟ้าล้มหมด ไม่มีอาหารกินมานาน 5วันแล้ว แต่กองทัพภาคที่4 ไม่สามารถนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นไปช่วยเหลือได้ เนื่องจากฝนตกหนัก สภาพอากาศปิดอย่างต่อเนื่อง ต้องรอให้อากาศเปิด จึงสามารถเริ่มปฏิบัติ แต่ยังไม่ชัดเจนว่า จะปฏิบัติการในช่วงใดได้


ชุมพรคลื่นซัดเรือประมงจม8ลำ
สถานการณ์ที่ จ.ชุมพร ล่าสุด น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตรและสิ่งสาธารณูปโภค ได้รับความเสียหาย 6 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง สวี ทุ่งตะโก หลังสวน ละแมและอ.พะโต๊ะ ราษฎรเดือดร้อนกว่า 2หมื่นคน ประเมินค่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

เวลาประมาณ 01.00น.ที่ผ่านมา เรือประมงชายฝั่งซึ่งจอดทอดสมออยู่ปากอ่าวด่านสวี ถูกคลื่นลมโหมกระหน่ำ ซัดเรือจมทะเล 8ลำ ขณะนี้ยังไม่สามารถกู้เรือขึ้นบนฝั่งได้


ตรัง ยังจมบาดาล 4อำเภอ
ที่ จ.ตรัง น้ำท่วม 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.นาโยง อ.ห้วยยอดและอ.รัษฎา บ้านเรือนเดือดร้อน 2,000 หลังและมีผู้ประสบภัย 1,700คน โดยเฉพาะ อ.นาโยง ถูกน้ำท่วมหนักที่สุด โดยระดับน้ำบางจุดยังคงทรงตัว บางจุดก็ลดระดับลงเล็กน้อยและยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในบางพื้นที่ แม้จะไม่รุนแรงมากนักก็ตาม


พัทลุงภัยพิบัติ 11 อำเภอ - ตาย 1 ศพ
ด้านสถานการณ์น้ำท่วม จ.พัทลุง แม้ฝนจะหยุดตกแล้ว แต่ยังมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ทั้ง 11อำเภอ โดยเฉพาะบริเวณที่ราบลุ่มและพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาของ อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว อ.ปากพะยูน อ.ควนขนุนและอ.เมืองพัทลุง เนื่องจากน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลบ่ามาสบทบและน้ำทะเลสาบหนุนสูง โดยมีผู้ประสบภัยเดือดร้อน 10,886ครัวเรือน จำนวน 41,605คน เบี้องต้นจากการสำรวจความเสียหายไม่ต่ำกว่า 20ล้านบาทและทางจังหวัดพัทลุงออกประกาศพื้นที่ภัยพิบัติน้ำท่วมเพิ่มอีก 3อำเภอ คือ อ.ป่าบอน อ.ตะโหมดและอ.ป่าพะยูน เพิ่มจากเดิมที่ได้ประกาศไปก่อนนี้ 8 อำเภอ รวมเป็น 11อำเภอและมีรายงานผู้เสียชีวิต 1ราย คือ ด.ช.ซอดีหรีน เส็นเกลี้ยง อายุ 7ปี อยู่บ้านเลขที่36 ม.7 ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา ที่จมน้ำเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25มีนาคมที่ผ่านมา


สงขลาท่วมหนักประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว
พื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา อ.ระโนด อ.กระแสสินธุ์ น้ำท่วมหนัก ทางจังหวัดประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว หลัง รับน้ำจาก จ.นครศรีธรรมราช และพัทลุง

สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สงขลา ขณะนี้ได้เกิดภาวะน้ำท่วมแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ ที่อยู่ติดริมทะเลสาบสงขลา โดยทางจังหวัดได้มีการประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 2 อำเภอ คือ อำเภอระโนด และอำเภอกระแสสินธุ์ โดย อำเภอระโนด เกิดน้ำท่วม 12 ตำบล 64 หมู่บ้าน ประชาชน เดือดร้อน 8,095 ครัวเรือน รวม 24,394 คน อำเภอกระแสสินธุ์ เกิดน้ำท่วมใน 2 ตำบล 9 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อน 1,370 ครัวเรือน 3,952 คน โดยน้ำที่ไหลเข้าท่วมทั้ง 2 อำเภอ เป็นผลมาจากปริมาณน้ำที่ไหลมาจาก จ.นครศรีธรรมราช และ จ.พัทลุง ประกอบกับในพื้นที่ จ.สงขลา มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำท่วมอย่างรวดเร็ว





ภาพถ่ายโดย สุวัฒน์ เกิดมณี เอกบรรณฯ 39 ค่ะ (บรรณารักษ์ ม.วลัยลักษณ์)
ที่มา เวบอาสาดุสิต

ไทยรัฐเกาะติดสถานการณ์ รายงานข่าวต่อเนื่องทุช่วงเวลา

30/3/2011 02:00 น. กองทัพเรือ ใช้เรือหลวงบางปะกง เข้ารับนักท่องเที่ยว

กองทัพเรือ ใช้เรือหลวงบางปะกง เข้ารับนักท่องเที่ยวที่ติดทะเลคลั่ง บนหมู่เกาะสิมิลันจำนวนกว่าร้อยชีวิต กลับขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัยแล้ว

30/3/2011 01:03 น. นั่งเรือยางบุกฝ่าทะเลคลั่ง ช่วยลูกเรือบรรทุกปูนของบริษัทปูนซีเมนต์ 9 ชีวิต

ตำรวจน้ำสุดกล้าหาญ นั่งเรือยางบุกฝ่าทะเลคลั่ง ช่วยลูกเรือบรรทุกปูนของบริษัทปูนซีเมนต์ 9 ชีวิตที่ถูกคลื่นสูง 5 เมตรซัดเรือจม จนต้องติดอยู่กลางทะเลตรัง กลับขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย

30/3/2011 01:02 น. น้ำป่าทะลักเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจพื้นที่เกาะสมุย

ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้น้ำป่าทะลักเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจพื้นที่เกาะสมุย น้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร เจ้าหน้าที่เร่งอพยพประชาชนที่ได้รับผลกระทบออกนอกพื้นที่

30/3/2011 01:02 น. ยังเข้าไปรับนักท่องเที่ยว ออกจากเกาะเต่าไม่ได้

เรือหลวงสุโขทัย ยังเข้าไปรับนักท่องเที่ยว ออกจากเกาะเต่าไม่ได้ เนื่องจากคลื่นแรง ททท. ประสานกองทัพเรือให้ส่งเรือรบมาช่วยทั้ง 3 เกาะ

29/3/2011 20:33 น.ากาศแปรปรวน การบินไทยยกเลิกเที่ยวบินไปสมุย

การบินไทยแจ้งยกเลิกเที่ยวบินเดินทางไปสมุยทั้งหมด หลังสภาพอากาศแปรปรวน #Thaiflood

29/3/2011 20:00 น. เรือหลวงจักรีนฤเบศรมุ่งหน้าช่วยผู้ประสบภัยตามเกาะต่างๆใน จ.สุราษฎร์

เรือหลวงจักรีนฤเบศรออกจากท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ มุ่งหน้าไปช่วยผู้ประสบภัยที่เกาะต่างๆ ใน จ.สุราษฎร์ธานี

29/3/2011 16:11 น. ส่งเรือรบหลวงรับ 103 นักท่องเที่ยวกลับเข้าฝั่งที่พังงา

กองเรือภาค3 ส่งเรือรบหลวง2ลำ นำ103นักท่องเที่ยว กลับเข้าฝั่งที่พังงา หลังติดพายุตั้งแต่ 27มี.ค. #Thaiflood

29/3/2011 15:33 น.สุราษฎร์ฯท่วมหนัก เร่งย้ายนักโทษออกจากเรือนจำหนีน้ำ

น้ำท่วมสุราษฎร์ฯยังวิกฤติหนัก เส้นทางการจราจรถูกปิดตาย เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านเจ้าหน้าที่เร่งเคลื่อนย้ายนักโทษออกจากเรือนจำ หลังน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ขณะที่การรถไฟประกาศหยุดเดินรถอย่างไม่มีกำหนด

29/3/2011 15:30 น. "มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก" ชวนร่วมบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ร่วมบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมกับ "มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก" เลขที่บัญชี 020-2-53333-8 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.princess-pa-foundation.or.th

29/3/2011 15:27 น. นายอำเภอพิปูน จ.นครศรีธรรมราช ยืนยันอ่างเก็บน้ำไม่ได้ร้าวหรือแตก แค่น้ำเต็ม

29/3/2011
15:20 น. สุราษฎร์ฯท่วมหนัก เร่งย้ายนักโทษออกจากเรือนจำหนีน้ำ

น้ำท่วมสุราษฎร์ฯยังวิกฤติหนัก เส้นทางการจราจรถูกปิดตาย เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านเจ้าหน้าที่เร่งเคลื่อนย้ายนักโทษออกจากเรือนจำ หลังน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ขณะที่การรถไฟประกาศหยุดเดินรถอย่างไม่มีกำหนด

29/3/2011 15:18 น. 'อ้อม-พิยดา'ระทึกเจอฝนถล่มติดเกาะเต่า

นางเอกดัง 'อ้อม - พิยดา' ติดเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี กับเพื่อนดารา 'โอ๋ - เพชรลดา' และ 'ป้อง - ณวัฒน์' เผยเมื่อวานคลื่นลมแรงมาก ต้นไม้ล้ม เรือรบสุโขทัยเตรียมเข้าช่วยเหลือ

29/3/2011 15:17 น. เร่งช่วยนักท่องเที่ยว เรือหลวงบางปะกง ติดเกาะสิมิลัน-สุรินทร์

เจ้าหน้าที่ประกาศปิดถนนเพชรเกษมสายเขานางหงส์-ถ้ำ ทองหลาง หลังดินสไลด์-ถนนทรุดตัว จนรถยนต์ไม่สามารถผ่านไปมาได้ ส่วนเส้นทางบางเหรียง-พนม น้ำท่วมไหลเชี่ยวสูงกว่า 1 เมตร

29/3/2011 15:00 น. น้ำป่าทะลักพัดคอสะพานขาด ที่ อ.สุไหงปาดี นราธิวาส กว่า100หลังคาเรือนถูกตัดขาด

29/3/201113:53 น. ยอดตายพุ่ง 7 ราย"มาร์ค"ปล่อยคาราวานซับน้ำตาพรุ่งนี้

คชอ.เตรียมของบ 20 ล้าน ช่วยใต้น้ำท่วม คาด 5-7 วันจะเข้าสู่ปกติ นครศรีฯ ยังวิกฤต ปิดสนามบินอีกวัน เตือนหลายจังหวัดน้ำท่วมฉับพลัน นักท่องเที่ยวงดเดินทางไปทะเลฝั่งอันดามัน พรุ่งนี้

29/3/2011 13:52 น. ในหลวงพระราชทานถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ นำสิ่งของพระราชทานช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.สุราษฎร์ธานี พัทลุง และนครศรีธรรมราช

29/3/2011 13:15 น. สถานีรถไฟชุมพรโกลาหลผู้โดยสารตกค้างเกือบ2พันคน

วิกฤติสถานีรถไฟชุมพรท่วมหนัก รางรถไฟเสียหายหลายสิบกิโลเมตร ผู้โดยสารกรุงเทพฯ-สุไหงโกลกตกค้างรวม 2 พันคน

29/3/2011 13:14 น. ประกาศภัยพิบัติน้ำท่วม 7 จ.ใต้-รบ.จัดงานช่วย 31 มี.ค.

รัฐบาลประกาศพื้นที่ 7 จังหวัดภาตใต้ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สงขลา กระบี่ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย ยอมรับห่วงสถานการณ์อาจหนักกว่าปี 53 ขณะที่สั่งผู้ว่าฯนครศรีธรรมราชอพยพชาวบ้านบริเวณแหลมตะลุมพุกแล้ว

29/3/2011 12:49 น. น้ำท่วมเมืองคอนสูญราว300ล้าน

ฝนยังตกหนักในจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่ราบลุ่มต่ำ เสียหายราว 300 ล้านบาท บ้านเรือนและวัดถูกต้นไม้ล้มทับเสียหายกินพื้นที่กว้างประชาชนถูกตัดขาดจาก โลกภายนอก

29/3/2011 12:26 น. น้ำท่วมหนัก รถไฟประกาศงดเดินสายใต้ชั่วคราว 20 ขบวน

การรถไฟแห่งประเทศไทย ประกาศงดเดินรถสายใต้ชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะเป็นปกติ หลังน้ำท่วมสูงเหนือสันรางกว่า 20 ซม. และกระแสน้ำพัดพาหินรองรางไปจำนวนมากทำให้ขบวนรถไม่สามารถเดินไปได้

29/3/2011 12:25 น. กรมทรัพยากรธรณี เตือนดินถล่ม ในพื้นที่ภาคใต้

ย่านตาขาวเกิดน้ำป่าไหลเข้าท่วมพื้นที่ ขณะที่มีดินไหลในอำเภอลานสกา นครศรีธรรมราช ด้านกรมทรัพยากรธรณีออกประกาศเตือนภัย สั่งอาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังติดตามใกล้ชิด พร้อมเตือนประชาชนและเปิดไซเรนแจ้งสถานการณ์

29/3/2011 09:38 น. สมุยวิกฤติหาดเฉวงน้ำท่วมถึงคอเครื่องบิน-เรือยังงด

สถานการณ์ฝนถล่ม และน้ำท่วมเกาะสมุยยังน่าห่วง หาดเฉวงบางจุดท่วมถึงคอ เครื่องบิน-เรือยังหยุดให้บริการ ทำให้นักท่องเที่ยวตกค้างเพียบ ขณะที่ชาวบ้านผวาเร่งตุนเชื้อเพลิงกับอาหาร

29/3/2011 09:16 น. ฝนตกหนัก!ชาวพังงาอดนอนเฝ้าน้ำ จนท.ใช้เรือท้องแบนส่งอาหารนักโทษ

คลองพังงาระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองเริ่มผวา เฝ้าระวังน้ำไม่ได้หลับไม่ได้นอน ส่วนที่เรือนจำชั่วคราวเขาทอย เจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือท้องแบนนำอาหารเข้าไปให้นักโทษ

29/3/2011 08:16 น. ชาวบ้านพื้นที่เสี่ยง ริมน้ำสายบุรี เตรียมอพยพหนีน้ำ

ฝนตกต่อเนื่องตลอดคืนที่ผ่านมา ชาวยะลาที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำสายบุรี หวั่นน้ำท่วมฉับพลัน เตรียมอพยพครอบครัวและสัตว์เลี้ยง ออกจากพื้นที่เสี่ยง

29/3/2011 07:49 น. นครศรีฯทุกข์หนัก ถูกเมินน้ำท่วม ออกอุบายอพยพ

ชาวบ้านปากพูน นครศรีธรรมราชสุดทน น้ำท่วมบ้าน 2 ชั้นหลายวัน ขาดการเหลียวแลจากเจ้าหน้าที่ และเกรงว่าจระเข้จากฟาร์มเทศบาลจะหลุดเข้าบ้าน จึงพร้อมใจออกอุบายโรงงานทำอิฐถล่ม มีคนติดอยู่บ้างใน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยอพยพหนีน้ำกลางดึก

28/3/2011 20:53 น. นายกฯเตรียมบินลงใต้ดูน้ำท่วม 30 มี.ค.

นายกฯสั่งสำรวจสภาพเขื่อน จ.กาญจนบุรี แม้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแต่ไม่ต้องการประมาท ส่วนการช่วยเหลือชาวบ้านก็ทำได้พอสมควร โดยเตรียมบินลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราชไปเป็นวันที่ 30 มี.ค....

28/3/2011 19:59 น. กรมชลประทาน ระบุระดับน้ำทะเลสาบสงขลายังสูงขึ้น

@PR_RID ระดับน้ำทะเลสาบสงขลายังสูงขึ้น เนื่องจากน้ำที่ท่วมขังอ.ระโนด กระแสสินธุ์ สะทิงพระ สิงหนคร+น้ำจากเทือกเขาบรรทัดที่ไหลลงมาสมทบด้วย

28/3/2011 19:51 น. ปภ.รายงานผู้เสียชีวิตน้ำท่วมภาคใต้ ทั้งหมด 7 รายปชช.เดือดร้อน 265,562 ครัวเรือน

@floodcenter: นำ้ท่วมจ.นครฯ พัทลุง สุราษฎร์ ตรัง ชุมพร สงขลา ผู้เสียชีวิต 7 ราย(นครฯ6 พัทลุง1) ปชช.ได้รับความเดือดร้อน265,562ครัวเรือน884,878คน

28/3/2011 19:27 น. สุราษฎร์น้ำท่วมคร่า2ศพ คาดเหยื่อไม่เห็นถนนเลยขับรถตกคูจมน้ำตาย

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ พรากชีวิต 2 ศพในจ.สุราษฎร์ธานี โดยรายแรกเป็นชายวัย 44 ปี ขี่ จยย.มาไม่เห็นทางเพราะน้ำท่วม รถจึงตกลงไปในคูน้ำทับร่างจนจมน้ำตาย ส่วนรายที่ 2 เป็นคุณยายวัย 80 ปี เจอน้ำป่าไหลทะลักเข้าบ้าน ญาติๆ พาหนีไม่ทันหายไปกับสายน้ำ พบร่างอีกทีก็จมน้ำตายเสียแล้ว

28/3/2011 18:45 น. งดเรือโดยสารกระบี่-พีพี นักท่องเที่ยวตกค้างเพียบ

เรือโดยสารกระบี่-พีพีหยุดวิ่ง หลังคลื่นลมแรง จากฝนที่ตกหนัก ขณะที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ต้องการเดินทางไปเกาะพีพีตกค้างร่วม 60 คน ส่วนที่บนเกาะพีพียังมีคนตกค้างนับร้อย...



วันอังคาร, มีนาคม 29, 2554

หนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ของ พรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ


โดยพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ
วันที่ 29 มีนาคม 2554
ที่มา มติชนออนไลน์


พรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ ได้เผยแพร่ "หนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์" ผ่านสื่อต่างๆ ระบุเหตุผล 5 ประการของการตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์


กราบเรียนท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

กระผมนายพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ประเภทสามัญเลขที่ 43414075 โดยผมได้สมัครเป็นสมาชิกตั้งแต่ปีพ.ศ. 2541 ในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังจะต้องตกเป็นฝ่ายค้านเพราะความนิยมกำลัง ถาโถมไปที่พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ก็พ่ายแพ้การเลือกตั้งทั่วไป และพรรคไทยรักไทยของ พ.ต.ท. ทักษิณก็ได้เป็นรัฐบาลสมัยแรก

ตอนนั้นตัวกระผมเองได้หอบหิ้วปริญญาตรีและโทกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ภายหลังเหตุการณ์วิกฤติเศรษฐกิจไม่นานนัก พร้อมกับความเชื่อที่ว่าคนเราทุกคนควรมีส่วนร่วมทางการเมืองเพื่อสร้างสังคมที่ดี และการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีได้

ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมานั้น ผมเฝ้าติดตามความเป็นไปของการเมืองไทยในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งไม่เคยมุ่งหวังที่จะเดินเข้าไปสู่สนามการเมืองแต่อย่างใด เพียงแต่ใช้กำลังกาย สมอง เวลา และโอกาสเท่าที่มีในการตอบแทนสังคมบ้างทั้งในฐานะอาจารย์ในมหาวิทยาลัย หรือนักเขียนมือสมัครเล่นในคอลัมน์หนังสือพิมพ์ฉบับต่าง ๆ ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลายปี

สาเหตุที่ตอนนั้นกระผมตัดสินใจส่งใบสมัครมาที่พรรคประชาธิปัตย์แทนที่จะเป็นพรรคไทยรักไทย ซึ่งสมัยนั้นจะมีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยกว่า และกำลังอยู่ในช่วงที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นทั้งในสังคมเมืองและสังคมชนบท ก็เพราะว่า ตัวผมเองไม่เคยเชื่อเลยว่าเจ้าของกลุ่มทุนผูกขาดอย่าง พ.ต.ท. ทักษิณจะมีความจริงใจที่จะเสียสละในการเข้ามาช่วยเหลือประเทศชาติได้อย่างแท้จริง

แต่มีความเชื่อว่าเนื้อแท้ของกลุ่มทุนผูกขาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ สัมปทานของรัฐมักจะต้องเอารัดเอาเปรียบประชาชนอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์นั้นเป็นพรรดการเมืองที่เก่าแก่ยาวนาน มีความเป็นสถาบันการเมืองมากที่สุดเท่าที่มีอยู่ในสังคมการเมืองไทย

แต่วันและเวลาสอนให้ผมได้เรียนรู้ถึงธรรมชาติของการเมืองไทยมากขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงนั้นมีความลึกซึ้งมากกว่าภาพที่คนทั่ว ๆ ไปเห็นอยู่บนเวทีการเมืองที่เป็นทางการอยู่มากนัก แต่สำหรับผมแล้ว ช่วงเวลาสิบกว่าปีนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นเนื้อแท้ของพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็น อย่างดีในระดับหนึ่ง และทำให้ผมได้คำตอบมาระยะหนึ่งแล้วว่าตัวเองนั้นคิดผิด ซึ่งผมขอประมวลเหตุผลมาประกอบดังต่อไปนี้

1. พรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีวันชนะใจประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้ เพราะขาดความจริงใจมุ่งแต่สร้างภาพจอมปลอม ประโยคนี้เป็นสัจธรรมเสมอ มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์และน่าจะเป็นจริงตลอดไปด้วย ตราบใดที่จะยังคงมีพรรคนี้อยู่ในเวทีการเมืองไทย เพราะประวัติศาสตร์บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์มักจะได้อำนาจรัฐหรือได้เป็น รัฐบาลโดยการเพลี่ยงพล้ำของพรรคขั้วตรงข้าม และมีพลังอำนาจพิเศษที่มาหนุนอยู่ตลอด

ดังนั้นลักษณะของพรรคประชาธิปัตย์จะมักจะเชิดคนที่มีภาพลักษณ์ดี(สำหรับ สังคมไทย) กล่าวคือมักจะเป็นคนที่มีลักษณะความสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน หรือมีชาติตระกูลสูง หรือแม้กระทั่งคนมีหน้าตาดี นอกจากนี้อาจจะมีการเชิดชูภาพของความซื่อสัตย์เป็นจุดขาย แต่จะสังเกตได้ว่านั่นมักจะเป็นเพียงหน้าฉากของผู้นำพรรคเท่านั้น

แต่เบื้องหลังของผู้นำพรรคหรือแม้กระทั่งเบื้องหลังหน้ากากอันสวยหรูของ ผู้นำพรรค ก็มักจะมีบรรดานักการเมืองสกปรกที่หิวโหยอยู่ข้างหลังอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่เคยนำเสนอแนวทางในการบริหารพัฒนาบ้านเมืองอัน ใดได้เลย ที่ทำอยู่ก็จะมีเพียงนโยบายเฉพาะกิจ หรือเพื่อการประชาสัมพันธ์หาเสียงเท่านั้น มุ่งจะเล่นแต่การเมืองแต่ไม่เคยพัฒนาบ้านเมือง

2. การมุ่งเล่นแต่การเมือง ทำให้บรรดานโยบายของพรรคที่ออกมา ขาดพื้นฐานด้านข้อมูลที่เป็นจริง ขาดการศึกษาและวิเคาระห์ถึงปัญหาอย่างลึกซึ้ง ซึ่งความจริงแล้วพรรคประชาธิปัตย์ถึงแม้ว่าจะเป็นพรรคการเมืองที่แก่ที่สุด แต่ก็ไม่เคยมีนโยบายเป็นของตัวเองมาก่อน บรรดานโยบายของรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ต้องยอมรับว่าเป็นการคัดลอกและดัดแปลงมาจาก นโยบายประชานิยมของพรรคไทยรักไทยในอดีตทั้งสิ้น

แต่น่าเสียใจว่าการคัดลอกดัดแปลงนั้นกลับทำได้ย่ำแย่กว่าสมัยที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลเสียอีก พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจว่าการที่พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย เป็นเพราะประชาชนหิวโหยในผลประโยชน์ ดังนั้นการเข้ามาของรัฐบาลอภิสิทธิ์จึงเริ่มต้นด้วยการหว่านโปรยผลประโยชน์


ตั้งแต่นโยบายแจกเงินกินเปล่าให้ประชาชนหัวละสองพันบาท แต่จะเห็นได้ว่าการแจกเงินกินเปล่าเหล่านั้นไม่ได้ทำให้คะแนนนิยมของพรรคสูง ขึ้น กลับลดลงเสียด้วยซ้ำ เป็นเพราะเหตุใด? ก็เพราะว่าวิธีการแจกเงินสองพันบาทโดยใช้ฐานข้อมมูลประกันสังคมนั้นไม่ สามารถจะนำเงินไปสู่คนยากคนจนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแท้จริง ไปได้แค่เพียงคนชั้นกลางซึ่งมีข้อมูลอยู่ในทะเบียนฯเท่านั้น นโยบายนี้เหยียบย่ำหัวใจคนยากคนจนที่ส่วนใหญ่ที่ยากไร้ไม่มีที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย จะมีประกันสังคมได้อย่างไร

ในขณะที่นโยบายที่ลอกและสานต่อจากนโยบายไทยรักไทยอย่างโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์หรือที่เรียกกันว่าโอท๊อป ซึ่งภาครัฐเคยจัดงานที่อิมแพคเมืองทองธานีเป็นประจำทุก ๆ ปี เป็นงานกึ่งตลาดนัดกึ่งแสดงสินค้า ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อม จากผู้นำเข้าและผู้ส่งออก ตลอดจนจากผู้บริโภคทั่ว ๆ ไป พอรัฐบาลอภิสิทธิ์เข้ามาบริหารก็ได้ย้ายสถานที่จัดงานมาตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทั้งตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ทั้งในลานเอนกประสงค์หน้าห้างฯ บริเวณรอบสนามกีฬาแห่งชาติ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมางานโอท็อปก็ต้องพับฐานลงอย่างน่าเสียดาย

ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ทั้งสถานที่จัดงานกระจัดกระจาย สภาพอากาศที่ไม่อำนวย ทำให้จำนวนคนเข้าชมงานลดน้อยลงอย่างมาก ผู้ค้าซึ่งมาจากต่างจังหวัดนอกจากจะขายสินค้าไม่ได้ ยังต้องแบกภาระค่ากินนอนเข้าไปอีกเพราะอดีตที่เคยอาศัยบริเวณจัดงานในอิม แพคฯก็ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร หัวอกคนยากคนจนและคนทำมาหากินซึ่งรัฐบาลประชาธิปัตย์ไม่เคยเข้าใจและคงไม่มี วันจะเข้าใจได้ สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำได้อย่างเชี่ยงชาญก็คือการใส่ไคล้ทำลายและช่วงชิง โอกาส ซึ่งล้วนเป็นเกมการเมืองทั้งสิ้น

3. บริหารไร้ประสิทธิภาพแต่โกงเป็นมาตรฐาน ด้วยนโยบายหว่านผลประโยชน์กับการสร้างภาพของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้รัฐต้องแบกภาระเพิ่มขึ้นมากมาย จะเห็นได้ว่ามีการกู้เงินมหาศาลกว่ารัฐบาลใดในอดีตเสียอีก แต่ลำพังการกู้นั้นมิสามารถทำให้รัฐบาลดำเนินนโยบายไร้ประสิทธิภาพเหล่านั้น ต่อไปได้มากนัก

รัฐบาลชุดนี้จึงมีกระบวนการสร้างภาระโดยการรีดภาษีจากคนชั้นกลางในมิติ ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าสภาพเศรษฐกิจของประเทศมีความฝืดเคืองมากขึ้นเป็นลำดับ เพราะรัฐบาลนอกจากไม่ส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศแล้ว กลับบั่นทอนกำลังการบริโภคของประชาชนไปเสียอีกด้วย

ในขณะที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ เราก็มักจะได้ยินข่าวการทุจริตมากขึ้นเป็นลำดับ บรรดาข่าวการทุจริตซึ่งส่วนใหญ่มาจากนโยบายจัดซื้อจัดจ้างการรับเหมา ก่อสร้างมากมาย ซึ่งมีรูปแบบคลาสสิคโบราณ และน่าจะเป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถพัฒนาก้าวข้ามไปได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฉาวโฉ่เกี่ยวกับโครงการนมโรงเรียน โครงการรถเมล์ โครงการต้นกล้าอาชีพของรัฐบาล ไปจนถึงโครงการรถเมล์BRT อภิมหาโครงการโมโนเรล โครงการซุปเปอร์สกายวอล์กของกรุงเทพมหานคร และอื่น ๆ อีกมากมาย ในขณะที่กฎเหล็ก 9 ข้อที่นายกอภิสิทธิ์ประกาศไว้เมื่อครั้งรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกลับไม่เคย ถูกกล่าวถึงอีกเลย

4. ไม่สร้างความปรองดองกลับสร้างความแตกแยก ก็ต้องยอมรับว่าในขณะที่รัฐบาลประชาธิปัตย์เข้ามาบริหารประเทศนั้น สังคมไทยอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งอย่างหนัก รัฐบาลประชาธิปัตย์เข้ามาพร้อมกับการต่อต้านของขั้วตรงข้ามในนามกลุ่มคน เสื้อแดง ซึ่งเริ่มก่อรูปมาตั้งแต่หลังเหตุการณ์รัฐประหารรัฐบาลทักษิณ การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงนั้นต้องการล้มล้างรัฐบาลประชาธิปัตย์และคืน อำนาจแก่อีกขั้วการเมืองเป็นหลัก

ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้จึงต้องเผชิญกับการชุมนุมต่อต้านหลายครั้ง และบ่อยครั้งก็ได้พัฒนาไปถึงการจลาจล ซึ่งครั้งที่รุนแรงมากที่สุดก็คือการเผาเมืองพฤษภาคม2553 ถึงแม้ว่าแก่นแกนของการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ที่พ.ต.ท. ทักษิณ โดยมีแนวร่วมหลายส่วนที่เกี่ยวกับขบวนการเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตย ความเท่าเทียมทางสังคม ฯลฯ

ดังนั้นขบวนการคนเสื้อแดงจึงกลายเป็นขบวนการที่ใหญ่และใหญ่มากยิ่งขึ้น ในขณะที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็เกิดอาการฝ่อ และเลือกที่จะสร้างความปรองดองกับขบวนการเสื้อแดงโดยการย่ำยีหลักการของ กฎหมาย ตั้งแต่การที่รัฐบาลไปเป็นแกนเคลื่อนไหวในการประกันตัวบรรดาแกนนำ ตลอดจนการละเว้นการติดตามทางคดีของผู้ก่อการเผาสถานที่ราชการ เอกชน ทำลายและปล้นทรัพย์สินในช่วงเหตุการณ์จลาจล การย่ำยีกฎหมายคือการสร้างความแตกแยกอันบาดลึก แต่เป็นที่สงสัยกันอยู่ว่าทั้งนี้เป็นไปก็เพื่อจะลอยตัว รักษาอำนาจ และสามารถเป็นรัฐบาลต่อไปได้เรื่อย ๆ หรือเปล่า

5. สิ่งที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์เขาพระวิหารแสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ของพรรค ประชาธิปัตย์ได้อย่างชัดเจน เพราะสิ่งที่นายกอภิสิทธิ์ได้เคยอภิปรายโจมตีในการยื่นยัตติไม่ไว้วางใจนาย นพดล ปัทมะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวชเกี่ยวกับบูรณภาพเหนือดินแดนรอบตัวปราสาทเขาพระวิหาร กลับกลายเป็นสิ่งที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ดำเนินการเหมือนกับรัฐบาลพรรคพลัง ประชาชนและตรงกันข้ามกับสิ่งที่ตัวเองพูดไว้ในสภาอย่างสิ้นเชิง

หมายความว่าพรรคประชาธิปัตย์สามารถที่จะพูดอะไรก็ได้เพื่อให้เกิดโอกาสใน การที่ตัวเองจะสามารถพลิกผันขึ้นมาถือครองอำนาจรัฐอย่างนั้นหรือ และผลของการบริหารประเทศเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังได้ทำให้ประเทศไทยดูเหมือนไร้ เกียรติไร้ศักดิ์ศรี ตกเป็นเบี้ยล่างของบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน จนในที่สุดประเทศไทยก็จะต้องสูญเสียอธิปไตยเหนือดินแดนไปด้วยเหตุผลของความ โง่เขลาหรือการมีผลประโยชน์ต่างตอบแทนก็สุดแล้วแต่ที่จะคาดเดาได้ ซึ่งความเป็นจริงแล้วถ้าศึกษากันดี ๆ ก็จะเห็นได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการเยี่ยงนี้ทำให้ประเทศชาติและสังคม ไทยสูญเสียมาหลายครั้ง

ล่าสุดก็ครั้งที่ประเทศมีวิกฤติเศรษฐกิจ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์กับกรณี ป.ร.ส. ขายหนี้ของบรรดาไฟแนนซ์ที่รัฐบาลสั่งปิดลงไปให้กับบรรดากองทุนต่างชาติ จนทำให้ต่างชาติสามารถกอบโกยผลกำไรอันมหาศาลไปจากสังคมไทย ทิ้งไว้กับกองศพของคนล้มละลายเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลาง ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อม ผลจากการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลครั้งนั้น ทำให้ธนาคารเกือบทุกธนาคารในประเทศไทยต้องตกเป็นของต่างชาติในที่สุด หรือที่คนทั่ว ๆ ไปเค้าเรียกว่าเสียเอกราชทางการเงินนั่นเอง

ด้วยเหตุผลเบื้องต้นเพียง 5 ประการนี้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีอุดมการณ์อะไรเพื่อประโยชน์ ของประชาชนและสังคมไทย พรรคจึงเป็นเพียงมายาภาพหลอกลวงคนที่สิ้นหวังกับการเมืองไทยในชั่วขณะหนึ่ง ๆ เท่านั้น

ทุกวันนี้เราจะได้เห็นทั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแข่งกันขึ้นป้าย ประชาสัมพันธ์ผลงานกันอย่างบ้าคลั่ง สมกับเป็นการเชิดปี่กลองสู้ศึกในเทศกาลเลือกตั้ง แต่กลับไม่เห็นรู้สึกถึงผลงานที่ออกมาอย่างกับในป้ายโฆษณาแต่อย่างใด ป้ายโฆษณาเหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่ตอกย้ำให้ผู้คนซึ่งได้รับความลำบากทั้ง ชาวไร่ชาวนาที่ถูกกดราคาสินค้าเกษตร ทั้งคนชั้นกลางที่ถูกขูดรีดภาษีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งกับผู้บริโภคทั่วไปที่ถูกตีหัวจากราคาสินค้าที่ปรับขึ้นอย่างไม่เป็น ธรรม ได้รู้สึกเจ็บแค้นอย่างเหนือคำบรรยาย ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งซึ่งหมดศรัทธาต่อพรรคประชาธิปัตย์ และประสงค์ที่จะลาออกจากสมาชิกพรรคนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


จึงเรียนมาเพื่อทราบ

พรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ
ptorsuwan@yahoo.com

ทำความรู้จักกับพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ



แดงสยามสยบความสับสน ออกประกาศยันชัดเจนไม่มีนโยบายโจมตีขัดแย้งกับแดงนปช.ทั้งแผ่นดิน



ที่มา กระดานสนทนาInternet Freedom

หมายเหตุไทยอีนิวส์:วันนี้คณะกรรมการแดงสยาม ได้ออกประกาศฉบับหนึ่งมีเนื้อหาว่า ไม่มีนโยบายการโจมตีนปช. หรือคัดค้านการเลือกตั้ง หลังจากที่เวบไซต์www.redsiam.infoได้ประกาศก่อนหน้านั้นมีเนื้อหาโจมตีนปช.


ประกาศจากคณะกรรมการแดงสยาม

ในนามคณะกรรมการแดงสยาม อ.สุรชัย เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลใช้ "แดงสยาม" ในการออกแถลงข่าวและทำกิจกรรมด้านอื่น ๆ เพื่อโจมตีและต่อต้าน "นปช.แดงทั้งแผ่นดิน" การกระทำดังกล่าวไม่ใช่มติของคณะกรรมการองค์กรแดงสยามภายใต้นโยบายของ อ.สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์

ฉะนั้น "แดงสยาม" จึงไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว อีกทั้งเว็บไซต์ที่เป็นสื่อกลางในการติดต่อและส่งข่าวสารถึงเพื่อนร่วมอุดมการณ์มีเพ​ียง http://www.redsiam.tv เท่านั้น

จึงแจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

คณะกรรมการแดงสยาม อ.สุรชัย
เวบไซต์redsiam.info


เวบไซต์redsiam.tv

ก่อนหน้าที่คณะกรรมการแดงสยาม อ.สุรชัยจะออกประกาศดังกล่าว สืบเนื่องจากเวบไซต์ http://redsiam.info ได้แจ้งในเวบไซต์ดังกล่าวว่า ขอเรียน นโยบายเวปเรานะครับ http://redsiam.info/home.html

1.ต่อต้าน นปช.แดงทั้งแผ่นดินทุกรูปแบบ
2.ไม่เสนอข่าว-คลิป-ข่าวสั้นการเคลื่อนไหวของพวก นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ทุกชนิด
3.ไม่วางลิงค์ให้โหลด-หรือแปะลิงค์เกี่ยวกับ นปช.แดงทั้งแผ่นดินทุกชนิด ยกเว้นความชั่วๆของพวกมัน


กรรมการแดงสยามรายหนึ่งชี้แจงเพิ่มเติมใน กระดานสนทนาInternet Freedomว่า หลังจากเห็นประกาศดังกล่าว จึงเป็นเหตุผลที่กรรมการแดงสยามโดยการนำของอาจารย์สุรชัย ต้องเข้ามาประกาศให้ทราบ

"ความจริงผมว่าทุกๆ ฝ่ายก็ไม่สบายใจที่มีแต่ภาพของความขัดแย้งกัน ในยามนี้ทุกคนควรสามัคคีกัน เราต้องการความสามัคคี เพื่อชนะศัตรู การที่มีการแตกแยกกันในแต่ละกลุ่มไม่ใช่เรื่องดีนัก สำหรับกรณีเรื่องเวบ .info หรือ .tv หากมีท่านใดมีข้อสงสัย ก็ดูอย่างที่บอกไปครับ .info ขอรับการสนุนในนามบุคคลท่านหนึ่ง ส่วน .tv ขอรับการสนับสนุนในนาม อ.สุรชัย คงไม่ต้องถกเถียงกันตรงประเด็นนี้อีกแล้ว"

กรรมการแดงสยามรายนี้แจ้งว่า แดงสยามได้มีการจัดกิจกรรมเวทีปราศรัยต่อเนื่อง ล่าสุดก็ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ผ่านมาจัดกิจกรรมอยู่ที่บริเวณเจดีย์ขาว เชิงสะพานปิ่นเกล้า แม้จะมีผู้ปราศรัยบางรายกล่าวพาดพิงนปช."เราก็เคารพสิทธิของแต่ละท่านครับ แต่หากการโจมตีกัน ก็เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละท่าน เราคงไปจำกัดสิทธิไม่ได้ เพียงแต่แดงสยามคงไม่มีนโยบายต่อต้าน นปช. แดงทั้งแผ่นดิน ดังเช่นความเห็นที่โพสต์ไว้ให้เห็นในเวบไซต์redsiam.info ครับ และคิดว่า พวกเรายังยึดมั่นในแนวทางการต่อสู้ที่ชัดเจนว่าเราต้องการอะไร ไม่เอาเรื่องอื่นมาเป็นประเด็นให้หลงทางกันไปครับ "

ไทยอีนิวส์ได้สอบถามไปยังคุณชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ 1 ในคณะกรรมการแดงสยาม อ.สุรชัย ได้ยอมรับว่าคณะกรรมการฯได้ออกประกาศดังกล่าวจริง เพื่อสยบความสับสนที่เกิดขึ้นว่า แดงสยามไม่ได้มีนโยบายจะไปโจมตีนปช.แดงทั้งแผ่นดินใดๆ โดยวันนี้เพิ่งไปเยี่ยมอ.สุรชัยมาก็ยืนยันว่า ทั้งแดงสยามและนปช.มีเป้าหมายเพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงเหมือนกัน จึงไม่มีเหตุต้องไปขัดแย้งโจมตีกัน เพียงแต่ต่างวิธีการในการทำงานเท่านั้น รวมทั้งไม่คัดค้านการเลิอกตั้งด้วย ส่วนถึงวันเลือกตั้งใครจะใข้สิทธิ์เลือกพรรคการเมืองใด หรือกาโหวตโนก็เป็นสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่อาจารย์สุรชัยก็บอกกับผมว่าควรสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ไม่ควรโหวตโน หรือเลือกพรรคอื่น

"ที่คณะกรรมการแดงสยามจำเป็นต้องออกประกาศนี้เพราะคนสับสนมาก อยากให้เข้าใจตรงกันว่าเราไม่มีนโยบายโจมตีหรือขัดแย้งกับแดงนปช.ทั้งแผ่นดิน ไม่คัดค้านการเลือกตั้ง ส่วนการกระทำของเวบไซต์redsiam.infoนั้นไม่เกี่ยวข้องใดๆกับแดงสยามเลย"คุณชัยนรินทร์กล่าว

อย่างไรก็ดีหากwww.redsiam.infoอยากให้ข้อมูลอีกด้าน ทางไทยอีนิวส์ก็ยินดีจะเผยแพร่ต่อผู้อ่านของเราต่อไป

คลิปที่นี่ความจริงจาก3อาจารย์สาว:กมธ.สิทธิมนุษยชน รัฐสภาเยอรมันมองสังหารหมู่เสื้อแดงเป็นรองแค่ลิเบีย เล็งคุมขายอาวุธสงครามให้ทหารไทย



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา DNN-Asia Update TV

รายการที่นี่ความจริง ทางโทรทัศน์ Asia Update-DNN ประจำวันจันทร์ที่ 28 มีนาคม ดำเนินรายการโดย 3 นักวิชาการสาว ผศ.ดร.สุดา รังกุพันธ์ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อาจารย์หวาน) ,รศ.สุดสงวน สุธีสร อาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อาจารย์ตุ้ม) และ ผศ.ดร.จารุพรรณ กุลดิลก อาจารย์พิเศษคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (อาจารย์จา)...


สำหรับตอนนี้มี ๒ ประเด็นสำคัญ

ประเด็นแรก: อ.จา บอกเล่าการเข้าได้รับเชิญให้เข้าพบกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน ของรัฐสภาเยอรมัน ไปให้ข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการสังหารหมู่เสื้อแดงที่มาเรียกร้องประชาธิปไตย โดยผลของการรับฟังของเยอรมัน ประเด็นเสื้อแดงจะเป็นวาระสำคัญในที่ประชุมกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน และจะมีการสืบสวนข้อเท็จจริงผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารหมู่ประชาชนเสื้อแดง

นอกจากนี้ ความเห็นของกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน รัฐสภาเยอรมันยังเห็นว่า ประเทศไทยอาจเข้าข่ายต้องถูกควบคุมการซื้อขายอาวุธสงครามตามสนธิสัญญาการซื้อขายอาวุธระหว่างประเทศ (Arms Trade Treaty หรือ ATT)

เมื่อเปรียบเทียบการใช้กำลังอาวุธของรัฐต่อประชาชนในประเทศไทย พบว่าประเทศไทยมีความรุนแรงน้อยกว่าลิเบียเพียงประเทศเดียวเท่านั้น เพราะใช้ทั้งกำลังทหารพร้อมอาวุธร้ายแรง สไนเปอร์ เฮลิคอปเตอร์ การวางเพลิง เพื่อทำร้ายประชาชน


ประเด็นที่สอง: 3 อาจารย์พูดคุยประเด็นที่น่าสนใจจากงานเสวนาเรื่อง “กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในนามกลุ่มนิติราษฎร์ ประเด็นหนึ่งที่ทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนคือ คนในกระบวนการยุติธรรมไทย มีอุดมการณ์ “ราชานิยม” หรือ “กษัตริย์นิยม” ไม่ใช่ประชาธิปไตย ดังนั้น แม้จะมีกฎหมายเดียวกันนี้ในประเทศอื่นที่เป็นประชาธิปไตยแล้ว การตัดสินคดีก็จะไม่รุนแรงเหมือนในประเทศไทย

นอกจากนี้ มีข้อมูลชี้ชัดว่า ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์นั้นได้มีการดำเนินคดีมาตรานี้อย่างมากมายเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเอาผิดฝ่ายตรงข้าม

ทั้งนี้กลุ่มนิติราษฎร์ได้มีการเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอเกี่ยวกับการให้แก้ไขมาตรา 112 นี้ในหลายประเด็น ที่น่าสนใจคือ ประเด็น ที่ 6 และ 7 ที่ เสนอให้กฎหมายเพิ่มบทบัญญัติเหตุยกเว้นโทษความผิดฐานต่างๆในลักษณะนี้ เช่น กรณีถ้าผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดพิสูจน์ได้ว่า “ข้อความนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ” และให้ผู้มีอำนาจกล่าวโทษเปลี่ยนจากบุคคลทั่วไปเป็นสำนักราชเลขาธิการ


3 อาจารย์ย้ำบทบาทของนักวิชาการคือตีแผ่ความจริง และต้องได้รับการปกป้องเสรีภาพในทางวิชาการ การศึกษาวิจัยของคณาจารย์กลุ่มนิติราษฎร์นี้ มาพร้อมข้อเสนอและร่างกฎหมายถือเป็นการทำงานในบทบาทของนักวิชาการที่จำเป็นโดยเฉพาะในสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน