วันอาทิตย์, กรกฎาคม 17, 2554

ข่าวที่ไม่เป็นข่าวในไทย สื่อเยอรมันตีข่าวหึ่ม




ภาพข่าวพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์ขณะทรงนำคณะไปทรงเก็บราลสเบอร์รี่ สตรอว์บอรี่ ที่ Abensberg เขต Kelheim แคว้น Bayern หรือบาวาเรีย ห่างจากมิวนิคประมาณ 70 กม. เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา (ที่มา:หนังสือพิมพ์Wochenblatt ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ในเขตตะวันออกของบาวาเรีย)


นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศ จับมือทักทายนางคอร์นีเลีย เพียร์เพอร์ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศเยอรมนี เพื่อเจรจาให้ถอนอายัดเครื่องบินส่วนพระองค์ของสมเด็จพระบรมฯ แต่รัฐบาลเยอรมันยืนกรานว่า ต้องเป็นเรื่องที่ศาลจะพิจารณา(ภาพข่าว:AFP)


โดย ป้าพลอย
ที่มา เวบไทยฟรีนิวส์

หนังสือพิมพ์Süddeutsch Zeitung แฉค่าจอดวันละ650ยูโร

ข่าวใหม่ในหนังสือพิมพ์ ค่าเช่าจอดเครื่องบินลำที่ถูกสั่งห้ามเคลื่อนย้ายนั้นวันละ 650 ยูโร ที่ต้องจ่ายสนามบินMünchen

ข่าวในหนังสือพิมพ์ Süddeutsche Zeitung ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของเมืองกรุงมิวนิคได้เขียนแฉหลายอย่าง เกี่ยวกับเรื่องนี้ การที่ศาลประเทศเยอรมนีสั่งยึดเครื่องบินของกองทัพอากาศไทย ซึ่งเป็นเครื่องบินพระที่นั่ง ทาง Internationales Schiedsgericht als rechtmässig anerkannt hat.ที่ทางศาลเยอรมนีได้สั่งยึดทรัพย์ ความหมายคือศาลโลกได้เห็นด้วยในกรณีนี้ เนื่องจากรัฐบาลไทยบิดพลิ้วการจ่ายเงินให้บริษัท Walter Bau AG 30 ล้านยูโร

ข่าวภาคภาษาเยอรมัน

Um im Streit um die Pfändung eines Flugzeugs von Thailands Kronprinz durch ein deutsches Gericht die Wogen zu glätten, hat Außenamts-Staatsministerin Cornelia Pieper (FDP) den thailändischen Außenminister Kasit Piromya empfangen. Im Anschluss an das Treffen erklärte Pieper, sie setze darauf, dass sich in der Angelegenheit "schnell Lösungen finden lassen".

"Ich bedaure die Unannehmlichkeiten, die dem Kronprinzen durch die Pfändung des Flugzeugs entstanden sind", erklärte Pieper. "Der Fall liegt nun in den Händen der unabhängigen deutschen Justiz."

In einer Mitteilung des Ministeriums hieß es, sowohl Pieper als auch Kasit hätten bei dem Gespräch die "besondere Qualität der deutsch-thailändischen Freundschaft" betont; die bilateralen Beziehungen sollten durch den Vorfall nicht belastet werden. Pieper vertrat bei dem Treffen Bundesaußenminister Guido Westerwelle (FDP), der Mexiko besuchte.

Die Boeing 737, die der thailändische Kronprinz Maha Vajiralongkorn häufig selber fliegt, war am Dienstag am Münchner Flughafen auf Antrag des Insolvenzverwalters des Konkurs gegangenen Bauunternehmens Walter Bau gepfändet worden. Hintergrund sind Forderungen des Unternehmens an den thailändischen Staat wegen des Baus einer 26 Kilometer langen Autobahn zum Flughafen Don Muang in Bangkok.

Die Anfänge des Rechtsstreits liegen mehr als 20 Jahre zurück. Nach Angaben von Insolvenzverwalter Werner Schneider gab es "eine Vielzahl von Vertragsverstößen seitens der thailändischen Regierung". 2007 habe die bereits insolvente Walter Bau daher Schadenersatzansprüche geltend gemacht, dabei gehe es um mehr als 30 Millionen Euro. Die thailändische Regierung habe sich aber geweigert, zu zahlen. In einem Interview mit dem ZDF-Fernsehen bekräftigte Thailands Außenminister Kasit am Abend erneut, das Flugzeug gehöre - anders als von Insolvenzverwalter Schneider angegeben - nicht der thailändischen Regierung, sondern "einer Person im Namen des Prinzen".

Seine Regierung sei "nicht glücklich" über das Verhalten der Vertreter der Walter Bau, zumal sie nicht vorhabe, sich aus ihrer Verantwortung bezüglich der Forderungen des Insolvenzverwalters zu stehlen.

Vor seinem Abflug aus Bangkok hatte Kasit am Donnerstag vor negativen Folgen des Vorfalls auf das deutsch-thailändische Verhältnis gewarnt, im Interview mit dem ZDF, das am Freitagabend ausgestrahlt werden sollte, sagte er nun, er hoffe, der Vorfall werde die "sehr gesunden" Beziehungen zwischen beiden Ländern nicht berühren.


เมื่อคืนวันที่ 15 นี้สื่อโทรทัศน์ในประเทศเยอรมนีได้ออกข่าวเกี่ยวกับการยึดเครื่องบินของไทยใว้ที่สนามบินมิวนิค
ข่าวทางโทรทัศน์ที่ได้ดูนั้นเป็นข่าวช่อง 2 ZDF เวลา19.00.น เป็นข่าวภาคค่ำ ผู้ประกาศข่าวเป็นผู้หญิง เนื้อข่าวพร้อมทั้งภาพที่ฉายให้ดูตัวเครื่องบิน และภาพฟ้าชายวชิราลงกรณ์ และภาพนายกษิตและคณะที่กรุงเบอร์ลิน

ข่าวที่ดูเนื้อหาบอกว่าทางรัฐบาลไทยเมื่อสิบกว่าปีก่อนได้เซ็นสัญญาว่าจ้างบริษัทก่อสร้างทางของเยอรมนีให้ไปสร้างถนนในประเทศไทย ไม่ยอมจ่ายเงินที่ค้างจำนวน 30ล้านยูโรให้ทางบริษัท ดังนั้นทางบริษัทได้ยื่นฟ้องต่อศาลเยอรมนีบังคับให้รัฐบาลไทยจ่ายค่าสร้างทางให้แก่บริษัท แ

ต่การทวงถามตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ทางรัฐบาลไทยได้แต่ตอบผันผ่อนตลอดมา ดังนั้นทางศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนีจึงจำเป็นต้องใช้อำนาจยึดทรัพย์ที่เป็นของรัฐบาลไทย คือเครื่องบินพระที่นั่งที่จอดอยู่สนามบินกรุงมิวนิค และคิดดอกเบี้ยอีก 10ล้านยูโร เป็น 40 ล้านยูโร ที่รัฐบาลไทยจะต้องเอาเงินมาไถ่เครื่องบินลำที่ถูกยึด หากไม่เอาเงินมาไถ่ก็ต้องยึดเครื่องบินลำนี้ใว้ก่อน

เห็นนักข่าวถ่ายกระดาษที่ศาลนำเอาไปแปะข้างตัวเครื่องบิน นั่นคือคำสั่งกฏหมายห้ามเคลื่อนย้ายเครื่องบินลำนี้เด็ดขาด

ภาพในจอโทรทัศน์ยังถ่ายไปยังกลุ่มที่บินมากับเครื่องบินลำที่ถูกยึดจำนวน 40 คน รวมทั้งบอดี้การ์ด ที่ไปเก็บลูกสตอเบอร์ลี่ที่สวนแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ฉายไปที่กรุงเบอร์ลินที่คณะของนายกษิตมาถึง เห็นนายกษิตสัมภาษณ์หน้าไมค์ แต่ในข่าวไม่ได้บอกว่านายกษิตพูดว่าอย่างไร และผู้ประกาศข่าวได้บอกสุดท้ายว่านายกษิตต้องกลับไปมือเปล่าหากไม่มีเงิน 40 ล้านมาไถ่เครื่องบินลำนี้

ท้ายสุดของข่าวบอกว่า ทางรัฐบาลเยอรมนีจะตรวจสอบอีกครั้งว่าเครื่องบินลำนี้ซื้อด้วยรัฐบาลไทยหรือเปล่า? เพราะการซื้อเครื่องบินลำใหญ่ขนาดนี้การซื้อขายต้องมีหลักฐานว่าใครเป็นคนซื้อ และซื้อจากประเทศใด สัญญาการซื้อขายต้องเด่นชัดว่าเครื่องบินลำนี้ ใครเป็นผู้ซื้อ หากในนามรัฐบาลไทยซื้อเครื่องบินลำนี้ต้องถูกยึดต่อไป หากไม่เอาเงินมาไถ่

ตอนเวลา 21.00น. ได้เปิดช่อง BRซึ่งเป็นช่องของกรุงมิวนิค ออกข่าวเช่นเดียวกัน ปรากฏว่าสถานีโทรทัศน์ในประเทศเยอรมนีทั้งหมดได้ออกข่าวพร้อมกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ และก็คงกระจายไปทั่วยุโรปอีกด้วย

******
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:เยอรมันงดออกความเห็นอายัดโบอิ้งพระที่นั่ง

ที่มา ไทยรัฐ

เยอรมันงดออกความเห็นกรณียึดเครื่องบิน ขณะที่ โฆษกวอลเตอร์ บาว ยันยึดเครื่องบินถูกต้องเพราะเอกสารลงทะเบียนด้านการบินระบุชัด เป็นทรัพย์สินของรัฐบาลไทย

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างอิงการแถลงข่าวประจำวันของนายมาร์ติน เชเฟอร์ โฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ระบุว่า นายกษิต ภิรมย์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้เข้าพบกับนางคอร์นีเลีย เพียร์เพอร์ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนี เพื่อเจรจาหารือกรณีเจ้าหน้าที่ผู้บังคับคดีล้มละลายของ บริษัท วอลเตอร์ บาว บริษัทเอกชนของเยอรมนี สั่งยึดเครื่องบินโบอิ้ง 737 ซึ่งเป็นพระราชพาหนะส่วนพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร ของไทย แต่นายเชเฟอร์ระบุว่า รัฐบาลเยอรมนีไม่ขอแสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าว เพราะรัฐบาลเคารพต่อความเป็นอิสระในการทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้

ขณะที่นายกษิตต้องเจรจากับ นางคอร์นีเลีย แทนนายกุยโด เวสเทอร์เวลล์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนี ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจเดินทางเยือนประเทศเม็กซิโก

ด้าน นายอเลกซานเดอร์ เกอร์บิง โฆษกบริษัทวอลเตอร์ บาว เอจี แถลงยืนยันการดำเนินการให้ศาลเยอรมนีสั่งอายัดเครื่องบินโบอิ้ง 737 ลำนี้ กระทำตามอำนาจกฎหมาย เพราะเอกสารลงทะเบียนด้านการบินระบุชัด เป็นทรัพย์สินของรัฐบาลไทย อีกทั้งศาลเยอรมนีได้ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้ว และเห็นว่าเป็นเอกสารถูกต้อง

ขณะที่เมื่อเวลา 19.30 น. นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ตามที่ไทยได้ยื่นคำร้องคัดค้านให้ถอนอายัดเครื่องบินลำดังกล่าวไปยังศาลเยอรมันนั้น ศาลเยอรมันได้พิจารณาเอกสารของฝั่งไทย ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้บริษัทบริษัทวอลเตอร์ บาว เอจี ของเยอรมัน ยื่นเอกสารมาโต้แย้งคัดค้าน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไร.