วันอาทิตย์, ตุลาคม 31, 2553

รูปปั้นลุงนวมทองในการเมืองเชิงสัญลักษณ์ของตุลา 53



วีระประชาชน-กลุ่มคนเสื้อแดงสร้างรูปปั้นนวมทอง ไพรวัลย์ ที่บริเวณ"สะพานลอยนวมทอง" หรือสะพานลอยหน้าสำนักพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดีฯ บริเวณที่เขากระทำอัตวินิบาตกรรมเมื่อ 31 ตุลาคม 2549 หรือเมื่อ 4 ปีที่แล้ว (ชมภาพชุดทางface book)

4ปีรำลึกนวมทอง-สุรชัย แซ่ด่าน แกนนำแดงสยาม ทำความเคารพรูปปั้นนวมทอง ไพรวัลย์ ซึ่งคนเสื้อแดงและผู้เรียกร้องประชาธิปไตยจัดกิจกรรมรำลึก 4 ปีการจากไปของเขา ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน (ชมภาพกิจกรรมทั้งหมดทางfaxe book)

โดย อรรคพล สาตุ้ม
31 ตุลาคม 2553

รูปปั้นลุงนวมทอง ในการเมืองเชิงสัญลักษณ์ของตุลา 53 : บริบทเหตุการณ์เมษา-พฤษภา 53กับศิลปะแห่งความทรงจำเป็นสัญลักษณ์ของความใกล้ชิดธรรมชาติของแผ่นดินในประชาธิปไตยไทย และพรมแดนของสื่อมวลชนต่อความกล้าหาญของการตัดสินใจต่อสู้แนวสันติวิธี ยังรอคอยพิสูจน์ตอนจบในปัจจุบัน


ผู้เขียนเริ่มต้นตั้งใจเขียนงานขนาดไม่ยาวชิ้นนี้ โดยภาพร่างของความคิดเกี่ยวโยงปัญหาของทหาร

เช่น ปฏิรูปกองทัพเลิกเกณฑ์ทหารไปรัฐประหาร หรือเกณฑ์ไปฆ่าคนเหมือนเกณฑ์ไพ่รพลในอดีต และปฏิรูปสื่อเกี่ยวโยงทหาร กรณีททบ.5 เป็นต้น

แต่ว่าผู้เขียนโดยส่วนตัวประสบขีดจำกัดของเวลา หน้าที่การงาน จึงต้องกระชับพื้นที่การเขียนให้ชัดเจนง่ายๆ เพราะว่า ผู้เขียนวิเคราะห์รูปปั้นลุงนวมทอง

โดยผู้เขียนคิดปรับชื่อบทความขนาดยาว คือ รูปปั้นลุงนวมทองในการเมืองเชิงสัญลักษณ์ตุลา 53 : บริบทเหตุการณ์เมษา-พฤษภา 53 กับศิลปะแห่งความทรงจำเป็นสัญลักษณ์ของความใกล้ชิดธรรมชาติของแผ่นดินประชาธิปไตยไทย และพรมแดนของสื่อมวลชนต่อความกล้าหาญของการตัดสินใจต่อสู้แนวสันติวิธี ยังรอคอยพิสูจน์ตอนจบในปัจจุบัน

จากชื่อของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องการเขียนประเด็นใหญ่เพียงประเด็นเดียว ทำให้ต้องพยายามตั้งชื่อบทความนั้นให้สั้นลง ขณะนั้นก็ระลึกถึงมุมมองบางอย่างต่ออดีตของวันวาน เหมือนขอบเขตจำกัดของกรอบรูปภาพ ในคำว่าframe แปลว่า กรอบรูป(N.) และใส่ความ(V.) ได้ทั้งสองความหมาย ในการใช้คำว่า Frame สร้างกรอบรูปภาพ หรือ สร้างความเข้าใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

แน่นอนว่า เราอาจจะเห็นนัยยะบางอย่างของภาพเหมือนเราไม่อาจใช้คำหนึ่งคำเป็นองค์รวมทั้งหมด เช่น ภาพLas Meninas โดยฟูโกต์ ผู้ศึกษาเรื่องวาทกรรม เกี่ยวกับอำนาจและความรู้ ซึ่งพวกเราหลายคนคงรู้จักฟูโกต์กันดี และฟูโกต์ ก็นำกรอบวาทกรรมมาวิเคราะห์ภาพLas Meninas ในหนังสือ The order of Things เป็นต้น

ถ้าผู้สนใจสามารถค้นหาภาพโดยกูเกิ้ลจะเจอภาพLas Meninas และนัยยะของฟูโกต์ คือ สื่อถึงเราไม่อาจมองเห็นตัวการสร้างภาพความจริงได้จากมุมมองทั้งหมดทุกซอกทุกมุม

อีกนัยหนึ่งเราไม่สามารถอ้างตำแหน่งพิเศษของความเป็นนักวิจัยหรือผู้เขียน ว่าสามารถกระโดดออกมานอกกรอบของบริบทการศึกษาแล้ว มองเห็นภาพในเชิงองค์รวมทั้งหมด(totality)

แม้ว่าการมองเห็นภาพทั้งหมดเป็นเรื่องยาก แล้วรูปภาพยังถูกใส่กรอบรูป และบูชาอีกต่างหาก ดังนั้น ผู้เขียนเน้นย้ำถึงรูปปั้นลุงนวมทอง ในมุมมอง 3แบบและการต่อสู้ในปัจจุบัน(*)

1.รูปปั้นลุงนวมทอง คือ ศิลปะแห่งความทรงจำเป็นสัญลักษณ์ธรรมชาติของแผ่นดินประชาธิปไตยไทย

ย้อนอดีตโดยผลกระทบของ 19 กันยา 49 ต่อลุงนวมทอง มาจากสาเหตุการรัฐประหารและผู้เขียนเคยเขียนในแง่มุมหนึ่งต่อลุงนวมทองไปแล้ว โดยผู้เขียนในฐานะคนเล็กๆ คนหนึ่งก็ยังคงระลึกถึงลุงนวมทอง(1)

จนกระทั่งต่อมา เมื่อคนสร้างรูปปั้นลุงนวมทอง คือ ศิลปะแห่งความทรงจำเป็นผู้พิสูจน์ตนใกล้ชิดธรรมชาติของประชาธิปไตยไทย ที่มีลุงนวมทองเป็นผู้พิทักษ์สภาวะของประชาธิปไตยไทย โดยศิลปะความทรงจำของความใกล้ชิดประชาธิปไตย

โดยผู้เขียนเคยเขียนเรื่องธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของประชาธิปไตย แล้วล่าสุดผู้เขียนได้รับคำถามหนึ่งที่สำคัญ คือ เมื่อคุณถูกถามว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550(ที่มาจากการรัฐประหาร) ในมาตรา 1 คือ อะไร? คุณอาจจะตอบไม่ได้

เพราะว่าสิ่งที่หลงลืมไปจากความทรงจำ ดังนั้น ผู้เขียนเฉลย คือ หมวด 1 บททั่วไป (มาตรา 1) คือ ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ ซึ่งพวกเราจะตีความ หรือแปลความว่า แผ่นดินนี้แบ่งแยกไม่ได้ หรือ พรมแดนอันหนึ่งอันเดียว

โดยถ้าพวกเราคิดถึงแนวคิดแผนที่อันเป็นพรมแดนของความเป็นไทย โดยธงชัย วินิจจะกูล เคยเขียนถึงปัญหารัฐธรรมนูญเป็นของนอก หรือหากการปลูกวัฒนธรรมประชาธิปไตย และสมมติว่ารัฐธรรมนูญ ดั่งเปรียบเป็นเมล็ดพันธุ์ จึงเป็นรัฐธรรมนูญพันธุเทศ ที่นำเข้ามาปลูกในวัฒนธรรมไทย

ซึ่งถ้ามองดูในแง่ความใกล้ชิดของประชาธิปไตย ถูกทำให้ไกลตัวเป็นของนอก ทั้งรัฐธรรมนูญ และประชาธิปไตยต้องทำให้เป็นเรื่องใกล้ตัว ก็เป็นปัญหาต่อพัฒนาการ อันเป็นธรรมชาติของการเติบโตทางประวัติศาสตร์ ที่มีวิวัฒนาการกับประชาธิปไตย โดยพวกเรามักเห็นข้อโต้แย้งต่อฝรั่งไม่เข้าใจคนไทย หรือของนอกไม่เหมาะกับความเป็นไทย จากความไกลห่างของฝรั่ง ไม่ใกล้ชิดวัฒนธรรมไทย (2)

ดังนั้น เมื่อชาตินิยมไทย ก็เติบโตบนแผ่นดินของไทย ในการปลูกสร้างธรรมชาติให้วัฒนธรรมของไทย ก็มีลักษณะของความใกล้ชิดกัน เหมือนเครือญาติ ครอบครัวเดียวกัน โดยผู้เขียนยกตัวอย่างสิ่งที่เร้าอารมณ์ความรู้สึกของคนในหัวสมองกับหัวใจ โดยเบน แอนเดอร์สัน ผู้แต่งหนังสือชุมชนจินตกรรมก็เคยบอกว่า ในประเทศไทย"รัฐ"กับ"ชาติ"แต่งงานกัน แล้วพวกเราก็ต้องเข้าใจการสร้างอารมณ์ความรู้สึกของคนในชาติ สัมพันธ์กับรัฐ

ซึ่งผู้เขียนขยายความ โดยเพิ่มเติมอธิบายต่อความรู้สึกใกล้ชิดผูกพันของประชาชนกับรัฐบาลที่ผ่านการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย หรือการตั้งโจทย์ คือ ชาติ+อารมณ์ความรู้สึกใกล้ชิดประชาชน+แต่งงาน+ประชาธิปไตย

เหมือนสมมติว่าคนที่มีความรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนม เมื่อพวกเขาเลือกตัดสินใจเป็นคู่ครองแต่งงานกัน (ถ้ายกตัวอย่างเปรียบเทียบข่าวเหตุการณ์ในปี53กรณีสาวบุกทวงสัญญาแต่งงาน แฟนทหาร กลางราบ11 และสิ่งตรงกันข้ามทหารเกณฑ์ คือพลทหาร เครียด ผูกคอตาย กลัวถูกส่งสลายม็อบ)

เพราะฉะนั้น จากการเรียนรู้ และประสบการณ์ของชีวิต ที่ผ่านมาโดยแบบเรียนตั้งแต่ประถม ซึ่งพวกเราเรียนรู้ ผ่านอนุสาวรีย์ และวัฒนธรรมผลิตสร้างความทรงจำในหัวสมอง และหัวใจของพวกเรา ก็ถูกบันทึกประวัติศาสตร์ในศิลป์ของความทรงจำของพวกเรา

คือ รัฐธรรมนูญ กับความเป็นมาจากของฝรั่งก็เป็นพันธุ์ผสมไทย เหมือนกับศาสนาพุทธ ที่มาจากอินเดีย และรัฐธรรมนูญ ก็ควรน่าจะปลูกสร้างได้ลงตัวโดยไม่ต้องรัฐประหารตัดตอน และไม่ทำให้เกิดคนแบบลุงนวมทองมาฆ่าตัวตาย และลุงนวมทอง เขียนจดหมายโดยลายมือเขียนลาตายต่อครอบครัว และลูก รวมทั้งชี้แจงว่า เทิดทูน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และลุงเขียนขีดฆ่ารัฐทหาร และรัฐตำรวจ (ต้องไม่มี)เป็นสัญลักษณ์ปรากฏในสื่อใหม่ทางอินเตอร์เน็ตโดยดูวิกีพีเดีย

ซึ่งพวกเราไม่ต้องใช้เทคโนโลยียุคเก่าแบบโทรเลข ที่มีสมัยสร้างรัฐชาติ แผนที่ก็เริ่มวางสายโทรเลข จนกระทั่งพวกเรารู้ว่าเลิกใช้โทรเลขไป ซึ่งพวกเรารับรู้สื่อใหม่ทางอินเตอร์เน็ตเฟซบุ๊ค บล็อก สเปซเป็นเครือข่ายทางสังคมสำหรับเก็บข้อมูล และเผยแพร่นอกเหนือจากการออกอากาศทางทีวี หนังสือ หนังสือพิมพ์ โดยจดหมายของลุงนวมทอง ก็ปรากฏในสื่อใหม่ของวิกิพีเดียไว้

กระนั้น ผู้เขียนยกตัวอย่างที่สะท้อนการสร้างการปลูกฝังธรรมชาติของอุดมการณ์ประชาธิปไตยให้เติบโต ในแผ่นดินไทยในเรื่องคุณค่าของความหมายของความตาย และความเชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิดของลุงนวมทอง คือ ชาติหน้าเกิดมาคงไม่พบเจอการปฏิวัติอีก เป็นสิ่งที่ปรากฏในจดหมาย และพวกเราคงไม่ต้องรอคอยประชาธิปไตย แล้วพวกเราต้องทำเหมือนค่ำคืนวันที่ 31 ต.ค.2549 เป็นต้น
ฉะนั้น

กรณีรูปปั้นลุงนวมทอง เมื่อกลุ่มศิลปินเสื้อแดง กล่าวว่ารูปปั้นดินเหนียวนี้ เมื่อเสร็จแล้วจะนำไปถอดเป็นแม่พิมพ์ซิลิโคน จากนั้นจะหล่อด้วยปูนซีเมนต์ผสมเลือดของคนเสื้อแดงที่ได้เจาะออกมาแสดงสัญลักษณ์การต่อสู้ในแนวทางสันติวิธี โดยจะตั้งชื่อรูปปั้นว่า "นวมทองไพรวัลย์ ประชาทิพย์พิทักษ์ไทย" และตั้งไว้บริเวณด้านล่างเวทีการชุมนุม เพื่อให้ผู้ร่วมชุมนุมได้มาปิดทองระลึกถึงและคารวะต่อใจที่เด็ดเดี่ยวของนายนวมทองต่อไป ขณะลงมือปั้นรูปเหมือนดินเหนียว(3) ซึ่งสะท้อนความเป็นดินจากธรรมชาติของแผ่นดิน และต่อมาหล่อด้วยปูนซีเมนต์ผสมเลือดของไพร่ ที่มีกระแสทางการเมืองของขบวนการเคลื่อนไหว ในขณะนั้น เพื่อธรรมชาติของประชาธิปไตยให้แข็งแรงไม่เสื่อมสลายหายไป โดยประชาธิปไตยไทยเติบโตต่อไป

2.ความเสื่อมของสื่อมวลชน ทำให้สร้างเส้นแบ่งพรมแดนของมวลชน ไม่มีความรู้สึกผูกพันใกล้ชิดรูปปั้นลุงนวมทอง เมื่อการเปรียบเทียบเรื่องความเสื่อมของสื่อมวลชน กรณีนับตั้งแต่เรื่องลุงนวมทอง ก็มีเพียงสถานีโทรทัศน์ ITV เท่านั้นที่นำเสนอรายละเอียดของบทสนทนาก่อนที่ลุงนวมทองจะตัดสินใจทำในสิ่งที่เกิดขึ้น (4)

แน่นอนว่า หลายคนมีวิธีเขียนเรื่องราวเป็นบันทึกให้ลุงนวมทอง บางคนเขียนบทกวีให้ลุงนวม เช่น จิ้น กรรมาชน และผู้เขียนเคยเขียนถึงการเมืองเชิงตราสัญลักษณ์ของทีวีไทย จึงเลือกนำเสนอผ่านภาพลุงนวมทองเกี่ยวโยงสถานีไอทีวีในอดีต

สิ่งที่สะท้อนให้ภาพลักษณ์โดยการสร้างภาพของสื่อมวลชนให้ขัดแย้งก่อเกิดความเสื่อมต่อมวลชน และสร้างพรมแดนทางอารมณ์ความรู้สึกอันน่ากลัว คือ กรณีเช่นพาดหัวข่าวว่า “แดงไม่กลัวเอดส์!! ปั้นหุ่นลุงนวมทองผสมเลือด จ่อตั้งสี่เสาฯ” (5)

แต่ว่า ภาวะหลังฝุ่นตลบจากสงครามกลางเมือง ผู้เขียนเคยเขียนถึงการสร้างอารมณ์ความรู้สึกของคนในชาติกับฺBig Cleaning Dayในเดอะเฮดว่ารัฐใช้สื่อมวลชน นอกจากปิดสื่อ แล้วใช้สื่อมวลชนสร้างภาพให้เมืองกรุงเทพฯ เหมือนล้างสมองของคน(6)

ทั้งนี้ ประเด็นปัญหาต่อสื่อมวลชน ในเรื่องความตายของลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ในฐานะเพื่อชาติ เพื่อประชาธิปไตยในเดือนตุลาคม 2549 ก็ไม่ได้ถูกยอมรับทั้งสองฝ่าย ซึ่งสองมาตรฐานอย่างแน่นอน และสังคมอาจจะยอมรับได้เหมือนการฆ่าตัวตายของสืบ นาคะเสถียรในอนาคต ก็ยังไม่แน่นอน แล้วทุกคนคงไม่ลืมลุงนวมทอง ต้องระวังถูกล้างหายไปจากในมันสมองเหมือนวันชาติไทย(7) โดยการกระทำของรัฐไทย ทั้งปิดกั้นสื่อเพื่อลบลืมเลือนความจริง

3.รูปปั้นลุงนวมทอง เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ สันติวิธี และผู้พิสูจน์อุดมการณ์ประชาธิปไตย เป็นโจทย์ท้าทายความเคลื่อนไหวหลังเหตุการณ์เมษา-พฤษภา กรณีสันติวิธีไทยในปัจจุบัน

ส่วนประเด็นหลังเหตุการณ์เมษา-พฤษภา ซึ่งผู้เขียน ก็มีโอกาสไปกรุงเทพฯ สังเกตการณ์ช่วงเดือนเมษายน และหลังเหตุการณ์พฤษภาคม ก็มีโอกาสที่พวกผู้เขียน ได้รับฟังข้อมูลจากมุมมองของคนภายในขบวนการ คือ ไม้หนึ่ง ก.กุนที หลังจากภาวะฝุ่นตลบแล้ว ทั้งสถานการณ์ในการรับรู้เรื่องแกนนำ และรูปปั้นลุงนวมทอง โดยผู้เขียนขอกล่าวย่อๆ ในแง่มุมดังกล่าว เป็นต้น โดยประเด็นเพิ่มเติมต่อสถานการณ์การเมืองไทยที่ผ่านมา ในมุมมองของธงชัย วินิจจะกูล ที่มองการเมืองในฐานะของประชาธิปไตยและความใกล้ชิดของสันติ อหิงสาของไทย โดยแนวคิดและชื่อของคน ผู้นำความคิดใช้สันติ อหิงสา ใกล้ชิดผูกผันกับศาสนา โดยข้อเสนอของธงชัย ล่าสุดในวารสารอ่าน(8) ก็น่าสนใจไม่น้อยว่า ทำให้ผู้เขียนคิดถึงสื่อมวลชน กับการเปิดพื้นที่สื่อสารให้คนรุ่นใหม่ แสดงออกสันติวิธีกับรูปปั้นลุงนวมทอง เป็นสัญลักษณ์สันติวิธีมากขึ้น

พวกเราจะตัดสิน(ใจ)ให้ความยุติธรรมต่อคนที่ใช้สันติวิธี ทำให้มีพื้นที่ในแผ่นดินไทย เนื่องจากเหตุการณ์ของลุงนวมทอง จนกระทั่ง ลุงนวมทองกลายเป็นรูปปั้นลุงนวมทอง และเหตุการณ์เมษา-พฤษภา เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยและสันติวิธี เพราะนักสันติวิธี และ นักประชาธิปไตย จะตอบคำถามได้อย่างไร? โดยยกตัวอย่างของผู้เขียนจากคิดตั้งคำถาม คือ ถ้าพวกเขาถูกถามว่า รัฐฆ่าผู้ก่อการร้าย ถูกต้องไหม? โดยถ้าพวกเขา คิดโดยตรรกะของเหตุผล ซึ่งยอมรับว่าธรรมชาติของคนไม่ฆ่าคน จะยอมรับอย่างไร? และพวกเขา ก็ต้องตอบว่าคนเสื้อแดงไม่ใช่สันติวิธีอย่างที่นิยามไว้ เพราะพวกเขาใช้อาวุธ จึงเกิดคำถามต่อว่า พวกเขาเหมาะสมที่ควรถูกฆ่าหรือ? และถ้าคนเสื้อแดง ตั้งคำถามต่อว่าทำไมต้องยิงประชาชนที่ไม่ใช้อาวุธในเขตวัดปทุมฯ ? และคำถามอันเป็นปัญหาประการต่อมา ในแง่การนิยามสันติวิธีแคบๆ ทำให้ลุงนวมทอง ก็ไม่ใช่สันติวิธีแบบนั่งสมาธิอดข้าวประท้วง แน่นอน คำตอบต่อความสนใจของปัจเจกบุคคลของนักสันติวิธี ซึ่งสนใจต่อเหตุการณ์นี้ อาจจะแตกต่างกัน ซึ่งพวกผู้เขียน ขอเล่าโดยย่อก็ได้มีโอกาสสนทนากับนารี เจริญผลพิริยะ ณ สถาบันศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพของมหาวิทยาลัยพายัพ ต่อกรณีรูปปั้นลุงนวมทอง และเหตุการณ์ภายในวัดปทุมฯ จากภายในมุมมองของนารี ซึ่งเล่าว่าได้เห็นรูปปั้นและถ่ายรูปตอนทหารยกรูปปั้นหายไป เป็นต้น

ส่วนปัญหาของสิ่งที่สำคัญ โจทย์ท้าทายการแสวงหาอิสรภาพของความคิดในการเปิดพื้นที่ส่วนร่วมอันหลากหลาย เพื่อสร้างกรอบคิดในสันติวิธี สำหรับประเด็นของเนื้อหาเพื่อกำหนดรูปแบบการเคลื่อนไหวแบบสันติแนวใหม่ จากปัญหาข้อจำกัดเดิมก็น่าสนใจมาก และการตัดสินใจในการสลายการชุมนุมของการเคลื่อนไหว จากการจัดการเวที จนกระทั่งหลังปัญหาเรื่องRoad Map ซึ่งแค่คนเดียวคิดก็ไม่ง่าย เมื่อตอนเกิดเหตุการณ์นั้น โดยประสบการณ์ของพวกเราในเชียงใหม่รวมกลุ่มเคลื่อนไหว ก็คิดต่อคำถามในประเด็นการประกาศสลายการชุมนุมต่อหลายแง่มุม ซึ่งมุมมองต่างๆ จากประสบการณ์ และจินตนาการถึงสลายหรือไม่สลาย ก็ไม่ง่ายเป็นตัวอย่างให้พวกเราตั้งคำถามและคำตอบกันเอง จึงเป็นประเด็นการสลายการชุมนุมอย่างสันติวิธี ไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายได้ไง ในเมื่อเสื้อแดงถูกป้ายสีให้ถูกฆ่าตาย โดยการโจมตีของศอฉ.และสื่อมวลชน อันเสื่อมจริยธรรม ศีลธรรมอันดี ในการไม่เข่นฆ่ามนุษย์กันอง ทำให้พวกเสื้อแดงโกรธแค้นเผาเมืองกรุงเทพฯ รวมทั้งต่างจังหวัด และคำถามที่พวกเรารู้แก่ใจว่า รัฐกำลังสร้างสิ่งทีทำให้พวกเขากลายเป็นพวกผู้ก่อการร้าย และทำให้ประเทศไทยแบ่งแยกกันไป โดยรัฐจงอย่าทำร้าย แลัวทำให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติ ไม่มีแผ่นดินอยู่ในประเทศไทย โดยการสร้างแผนที่ของสายตา(the creation of a Visual Map) ร่วมมองเห็นความจริงให้คนไทยร่วมคิดอย่างสร้างสรรค์เป็นแผนที่ทางออกของชุมชนจินตกรรมใกล้ชิดประชาธิปไตยร่วมกันในแผ่นดินเดียวกันของประเทศไทย

อย่างไรก็ดี ผู้เขียนต้องการเน้นย้ำชี้ให้เห็นเรื่องธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงจากการเห็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ และการสร้างธรรมชาติประชาธิปไตย ในแผ่นดินไทย ซึ่งธรรมชาติในฐานะทางประวัติศาสตร์ ที่มีประชาธิปไตยไทยยังปลูกสร้างไม่เต็มใบ โดยพวกเรา ก็เห็นความเสื่อมสลายหายไปของระยะเวลาในอดีตของความนิยมชมชอบการเมืองแบบพ่อขุนอุปถัมภ์เผด็จการแบบสฤษดิ์ จากข้อถกเถียงทางประวัติศาสตร์ และการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสร้างธรรมชาติประชาธิปไตยครึ่งใบในยุคต่อมา หลัง 14 ตุลา 2516-6 ตุลา 2519 บางด้านเป็นสิ่งที่ประชาธิปไตยสร้างไม่เสร็จ หรือการเรียกว่าประชาธิปไตยครึ่งใบ โดยผู้เขียนยังไม่ได้อธิบายตัวงานศิลปะของรูปปั้นลุงนวมทองอย่างยาวนัก แต่ผู้เขียนจะอธิบายสั้นๆ โดยรูปปั้นของสามัญชน คนธรรมดาเป็นลักษณะกายภาพร่างกายดูเข้มแข็ง คล้ายแนวคิดรูปแบบศิลปะสัจนิยม รับใช้มวลชนในสังคมของชุมชนจินตกรรม โดยสัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นตัวแทนของจิตสำนึกในการสร้างสรรค์ หรือศิลปะสมัยใหม่ ต่างๆนานา

แต่ว่าผู้เขียน คิดว่า เสื้อแดงทุกคน ก็คงมีความต้องการเน้นชัดในเรื่องการลุกขึ้นสู้โดยไม่ใช่พ่ายแพ้แบบเดิม และการต่อสู้ต้องไม่สิ้นหวัง โดยยึดมั่นแนวทางสันติวิธีเชิงสัญลักษณ์ลุงนวมทอง ก็น่าสนใจมากต่อสื่อมวลชน เช่น สมมติจัดงานวาดรูปลุงนวมทอง หรือจัดงานปั้นรูปปั้นลุงนวมทอง เพื่อความเคลื่อนไหวของมวลชนในทุกจังหวัดเพื่อให้ยกเลิกพรก.ฉุกเฉินฯในกรุงเทพฯ แม้ว่าปรากฏบทความข้อถกเถียงเรื่องแกนนำพวกเราเห็นกันมาพอสมควร จากบทเรียนเหตุการณ์เมษา-พฤษภา 53 ซึ่งผู้เขียนเห็นด้วย กับคนที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเขียนเรื่องกรณีหาคนรับผิดชอบต่อคนตาย และนักข่าวต่างชาติ ฯลฯ ดังนั้น เมื่อผู้เขียนสร้างขอบเขตจำกัดของกรอบภาพเหมือนโครงเรื่องโดยผู้เขียน เพราะว่าคนเรามีมุมมองของแต่ละคน และผู้เขียนเคยเขียนถึงการเคลื่อนไหว 26 มีนา 52 (9)

ต่อมาอย่างที่พวกเรารู้ว่าผลลัพธ์ คือ เมษา 52 แล้วผู้เขียนตั้งข้อสังเกตเล็กน้อยว่า จากการเปรียบเทียบสองเหตุการณ์เมษา 52 และเมษา-พฤษภา 53 ที่มีการเริ่มต้นเคลื่อนไหวแนวสันติโดยจุดเริ่มต้นวันที่ 12 มีนา 53 ในอดีตเป็นวันที่คานธี เริ่มเดินทางไกลเพื่อประท้วงเจ้าอาณานิคมอังกฤษ และพวกแกนนำ ก็พยายามชูสันติวิธีเท่าที่ทำได้ แต่พวกเราก็ยังต้องจากจุดเริ่มต้นเดินทางไกลสู่ประชาธิปไตย และแนวทางในปัจจุบันของสมบัติ บุญงามอนงค์ เป็นแนวแกนนอน และสมยศ พฤษาเกษมสุข จะมีข่าวออกมาเป็นภาพดูไม่ดี เช่น คำนูณ สิทธิสมานระบุในคอลัมน์ นสพ.เอเอสทีวีผู้จัดการ ชี้การต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ของ “สมบัติ บุญงามอนงค์” อันตรายกว่าการต่อสู้แบบใช้ความรุนแรง(10) หรือเสื้อแดงไม่ยอมจบพร้อมพลีชีพ-ป่วนเมือง…และนายสมยศกล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมคนเสื้อแดงส่งท้ายเดือนต.ค. ได้กำหนดให้มีกิจกรรมเคลื่อนไหวในวันที่ 31 ต.ค.ที่หน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยจะนำรูปปั้นนายนวมทอง ไพรวัลย์ ที่ประกาศสละชีพเพื่อประชาธิปไตยเพื่อให้คนไทยไม่ลืมเหตุการณ์ประวัติศาสตร์(11)

และแล้วความเคลื่อนไหวจะกลับมาอีกครั้ง ยังไม่จบ ในท้ายที่สุดของบทความนี้ เมื่อผู้เขียนไม่สามารถจดจำเหตุการณ์ได้ทั้งหมด ซึ่งพวกเรา อาจจะจำเนื้อหาไม่ได้ทั้งหมด สิ่งสำคัญเพียงพวกเราจำได้ว่ารู้สึกเจ็บปวดก็เพียงพอโดยผู้เขียนไม่ได้มองโลกแง่ร้าย หรือ สร้างคำคมๆ ชวนให้ระลึกถึงว่าประชาธิปไตยไทยกำลังไปสู่ลักษณะน้ำท่วมป่าช้า แต่ว่าผู้เขียนขอเลือกให้เป็นความหวังในทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ คนยังคง ยืนเด่นโดยท้าทายโดยจบลงที่ความสวยงามของความทรงจำของบทกวี"ประชาทิพย์ พิทักษ์ไทย"(12)

ขึ้นรูปลุงนวมทอง
ผู้กล้าท่องถนนเถื่อน
กี่วัน กี่ปี เดือน
ยังเหมือนอยู่ให้รู้เห็น

สงครามของคนไพร่
ผองเพื่อนไทยผู้ลำเค็ญ
ลุกฮือเพราะจำเป็น
เขาไม่เห็นเราเป็นคน

ขึ้นรูปลุงนวมทอง
ตระกองดินเริ่มตั้งต้น
ปฏิมาสามัญชน
ประชาทิพย์ พิทักษ์ไทย



*หมายเหตุ : จากการอ่านหนังสือดูข้อมูลเอกสาร ต่างๆ ซึ่งงานเขียนจำกัดการอ้างอิง โดยส่วนตัวจริงๆ แล้วผู้เขียนยาวกว่า 6 หน้า A4 แล้วปรากฏว่าผู้เขียนต้องเขียนบทความให้ย่นย่อได้แค่ 4 หน้า ซึ่งผู้เขียนมี4 มุมมอง แต่ผู้เขียนต้องลดลงเหลือ 3มุมมอง ก็ยังเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าจะย่อเหลือ2 หน้า โดยสาเหตุของความจำเป็น คือ ผู้เขียนตั้งใจย่อสำหรับเผยแพร่เพื่อให้ทันวันที่ 31 ตุลา 53 ในเว็บไซต์

เชิงอรรถ

1.อรรคพล สาตุ้ม ระลึกถึงลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ในฐานะญาติร่วมชาติไทยในเดือนตุลาคม

2.ผู้เขียนนำแนวคิดในการเขียนโดยที่มาของธงชัย วินิจจะกูล เขียนเรื่องชาติไทย,เมืองไทย และนิธิ เอียวศรีวงศ์ :คำนำ ใน นิธิ เอียวศรีวงศ์ ชาติไทย,เมืองไทย.แบบเรียนและอนุสาวรีย์”และดูเพิ่มเติม อรรคพล สาตุ้ม“24 มิถุนา , 28 กรกฏา,14-6ตุลา,4 ธันวา-10 ธันวา”จากYoung PAD-คนรุ่นใหม่ มุมมองผ่านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมไทย

3.บทกวีแด่รูปปั้น "นวมทอง ไพรวัลย์" โดย "ไม้หนึ่ง ก.กุนที" วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 18:15:00 น. มติชนออนไลน์

4.สัมภาษณ์: จอม เพชรประดับ และถ้อยคำสุดท้ายของ "นวมทอง ไพรวัลย์

5. “แดงไม่กลัวเอดส์!! ปั้นหุ่นลุงนวมทองผสมเลือด จ่อตั้งสี่เสาฯ” โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 เมษายน 2553 16:00 น.

6.อรรคพล สาตุ้ม การสร้างอารมณ์ความรู้สึกของคนในชาติกับฺBig Cleaning Dayในเดอะเฮด(โปรดรอดูฉบับเต็มยังไม่ได้เผยแพร่)

7.อรรคพล สาตุ้ม เล่าเรื่องเอกสารในวันประกาศเป็นวันชาติอย่างทางการ กับหนังสือมันสมองของหลวงวิจิตรวาทการ

8.ธงชัย วินิจจะกูล ฝุ่นตลบหลังมีคนถูกฆ่าตายตรงราชประสงค์ วารสารอ่านปีที่ 2 ฉบับที่ 4 เมษายน-กันยายน 2553

9.อรรคพล สาตุ้ม 26 มีนา 2520 หรือ 26 มีนา 2552: ผลกระทบของผีเสื้อ-กระแสแดงทั่วแผ่นดิน

10. “คำนูณ” ระบุการต่อสู้ของ “สมบัติ บุญงามอนงค์” อันตรายกว่าใช้ความรุนแรง

11.เสื้อแดงไม่ยอมจบพร้อมพลีชีพ-ป่วนเมือง เดลินิวส์ วันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม 2553 เวลา 22:00 น.

12.บทกวีแด่รูปปั้น "นวมทอง ไพรวัลย์" โดย "ไม้หนึ่ง ก.กุนที"เพิ่งอ้าง

คนดี



กาลครั้งหนึ่ง
คนเลวขวักไขว่เต็มบ้านเมือง
ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกมาช้านาน
ไม่มีผู้ใดใส่ใจ
คนเลวเหล่านั้นก้มหน้าทำมาหากินเลี้ยงปากท้อง
สุขทุกข์อยู่ที่ความพึงพอใจคืนและวัน
เหตุการณ์ดำเนินไปเนิบช้า ซ้ำซากผ่านเดือนปี
มิเคยพบพานความพอเพียง
การเปลี่ยนแปลงค่อยๆขยับเขยื้อนตัวอย่างไม่เปิดเผย
คนเลวเหม่อมองเงาในน้ำฤดูเก็บเกี่ยวหนี้สิน
ดั่งต้องคำสาบให้ก้มหัวยอมรับกรอบกฎความดีเชื่องๆ

กาลครั้งนั้น
คนดีอีกหยิบมือมิเคยสำนึกคุณค่าหยาดเหงื่อผู้มีพระคุณ
เสพสุขความผิดเพี้ยนของโลกอยุติธรรมใต้เสื้อเกราะเหนือธรรมชาติ
ภาคภูมิในเลศนัยปรัมปรา
สูบเลือดชาวประชาจนซูบเซียวทั่วทุกหัวระแหงบนฐานะคนดีของคนดี
ดวงอาทิตย์ยังคงตกดินทางทิศตะวันออก
แต่ความดีตีความริเริ่มแตกต่างทิศทาง
ความเลวเปิดเผยตัวตนแท้จริงคนดีทีละน้อย ทีละน้อย
ณ แผ่นดินแห่งความสุขสงบร่มเย็นเนิ่นนาน ลุกร้อน

อยู่มาวันหนึ่ง...
ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกทางทิศที่มันควรจะเป็น
ผูกขาดยื้อยุดดวงอาทิตย์มิได้อีกต่อไป
ปืนที่ถืออยู่ในมือเปื้อนเลือดมัดคนดีแน่นหนาขึ้นทุกขณะ
นิยามดีเลวขมวดเกลียวใกล้ถึงฉากจบ
ความดีเป็นแค่เครื่องมือของคนเลวเพียงหยิบมือ
บ้านเมืองวุ่นวายไม่สิ้นสุด
ใช่ ... คนดีจอมปลอมครอบงำบ้านเมืองเนิ่นนานเกินไปแล้ว !!!



อรุณรุ่ง สัตย์สวี

เส้นทางสีแดงเดินทัพทางไกล1700กม.นาน1เดือนตามล่ายุติธรรมเริ่มแล้ววันนี้ที่ราชประสงค์สู่อีสาน


เริ่มเดินทัพทางไกล-คนเสื้อแดงเริ่มเดินทางไกลด้วยการปั่นจักรยาน และเดินทางเท้า 1700 กิโลเมตร นาน 1 เดือน โดยออกจากจุดสตาร์ท แยกราชประสงค์ ปลายทาง 18 จังหวัดภาคอีสาน เมื่อช่วงบ่าย 31 ตุลาคม 2553 กิจกรรมจะสิ้นสุดในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ (ชมภาพชุดการปล่อยขบวนจากราชประสงค์ทางface book)


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 ตุลาคม 2553

โครงการกิจกรรมเดินและปั่นจักรยานเส้นทางสีแดง 1,700 กิโลเมตรจากราชประสงค์-ปลายทางประเทศลาว ระยะเวลา 1 เดือนจาก 31 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน เริ่มต้นตั้งแต่ 10.00 น.วันนี้ โดยมีกำหนดการ และมีหลายวาระ หลายช่องทางให้คนเสื้อแดงได้มีส่วนเข้าร่วมกิจกรรม ดังต่อไปนี้

31 ตุลาคม 2553 จุดรวมพลและจุดสตาร์ท ราชประสงค์ สู่คลองเปรม ก่อนเคลื่อนขบวนสู่อีสาน

10.00น. เชิญร่วมกันมารวมพลให้กำลังใจ และส่งอาสาสมัครนักสู้ที่จะเดินทางยาวไกล 1,700กิโลเมตร ในขบวนเดินทางเส้นทางสีแดง (Red Path) เริ่มตั้งแต่ 10.00 น. และอย่าลืมก่อนออกจากบ้านช่วยกันเขียนจดหมายให้กำลังใจพี่น้องแกนนำ และเสื้อแดงในคุกทั่วประเทศ และเสื้อแดงที่ติดคุกคดีการเมืองในภาคอีสาน เพื่อนำมาใส่ซองจดหมายสีแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก

หากท่านไม่สะดวกร่วมขบวนนานนับเดือน ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมก่อนการเดินทาง ด้วยการ เขียนจดหมายร้องทุกข์ จดหมายถึงนักโทษการเมือง ใส่ซองจดหมายสีแดงทีใหญ่ที่สุดในโลก โดยคณะทำงานจะต้งโต๊ะรับจดหมายตั้งแต่เวลา10.00 น.- 13.00 น. ที่ราชประสงค์ใน วันที่ 31ตุลาคม จากนั้นจะนำจดหมายทั้งหมด ไปยื่นให้ พี่น้อง และ แกนนำที่ถูกคุมขังอยู่ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ภายในวันเดียวกัน หากท่านสะดวกก็เชิญร่วมกิจกรรมที่หน้าคุกคลองเปรมด้วยกัน


13.00 น. ร่วมปล่อยขบวนและปั่นจักรยานกับ บก.ลายจุด และกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง และปล่อยนกพิราบ 91 ตัว สัญลักษณ์ของเสรีภาพ

16.00 น. วางดอกไม้แดงหน้าเรือนจำคลองเปรมให้กับแกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดิน เพื่อเดินทางสู่อีสาน อาจารย์ธิดา โตจิราการ ภรรยาหมอเหวง โตจิราการ กับคณะที่ปรึกษาโครงการฯ เช่น บก.ลายจุด จะไปร่วมวางดอกไม้แดงหน้าเรือนจำคลองเปรม โดยงานนี้นายแพทย์สันต์ หัตถีรัตน์ ประธานมูลนิธิีรชนเพื่อประชาธิปไตย (อดีตประธานสมาพันธ์ปชต. ผู้นำการต่อสู้ยุค 17 พฤษภา 35)นำพาพี่น้องประชาชนจัดกิจกรรม

กำหนดการเดินทาง เส้นทางสีแดง ( Red Path Project )
18 จังหวัด 22 จุดแวะพัก ระยะทาง 1,700 กม.


วันที่ ต้นทาง ปลายทาง ระยะทาง (กม.)

31 ตค. ราชประสงค์ / คลองเปรม ปทุมธานี 46 กม.
1 พย. ปทุมธานี อยุธยา 53
2 พย. อยุธยา มวกเหล็ก 100
3 พย. มวกเหล็ก มวกเหล็ก
4 พย. มวกเหล็ก ลำตะคอง 26
5 พย. ลำตะคอง นครราชสีมา 94
6 พย. นครราชสีมา นครราชสีมา
7 พย. นครราชสีมา นครราชสีมา
8 พย. นครราชสีมา บัวใหญ่ 101
..................
กิจกรรมที่โคราช

5 พ.ย. แวะไหว้หลวงพ่อโต สีคิ้ว ค้างแรม สูงเนิน
6 พ.ย. ไหว้ย่าโม เวทีคอนเสริท์ ค้างโคราช
7 พ.ย. ร่วมช่วยเหลือโรงเรียนและวัดที่ถูกน้ำท่วม ค้างโคราช
8 พ.ย. เดินทางไปบัวใหญ่
6 พ.ย. กิจกรรมแกนนอน บก.ลายจุด ร่วมเวที ค้างโคราช
7 พ.ย. ร่วมช่วยเหลือโรงเรียนและวัดที่ถูกน้ำท่วม

.............

9 พย. บัวใหญ่ ชัยภูมิ 55
10 พย. ชัยภูมิ ชุมแพ 108
11 พย. ชุมแพ ขอนแก่น 82
12 พย. ขอนแก่น ขอนแก่น
13 พย. ขอนแก่น กาฬสินธ์ 77
14 พย. กาฬสินธ์ มหาสารคาม 44
15 พย. มหาสารคาม ร้อยเอ็ด (สุวรรณภูมิ) 98
16 พย. ร้อยเอ็ด (สุวรรณภูมิ) ยโสธร 48
17 พย. ยโสธร ศรีษะเกษ (ราศีไศล) 66
18 พย. ศรีษะเกษ (ราศีไศล) ศรีษะเกษ (ราศีไศล)
19 พย. ศรีษะเกษ (ราศีไศล) อุบลราชธานี 95
20 พย. อุบลราชธานี อำนาจเจริญ 75
21 พย. อำนาจเจริญ มุกดาหาร 88
22 พย. มุกดาหาร นครพนม (ธาตุพนม) 161
23 พย. ธาตุพนม สกลนคร 48
24 พย. สกลนคร พังโคน 54
25 พย. พังโคน อุดรธานี 118
26 พย. อุดรธานี อุดรธานี
27 พย. อุดรธานี หนองคาย 51
28 พย. หนองคาย สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 12
29 พย. หนองคาย หนองคาย -
30 พย. ลาว ร่วมทอดกฐินสามัคคีพี่น้องไทย-ลาว ชมคอนเสิรท์ใหญ่ แป๊ะ คนบางสนาน และศิลปินเสื้อแดง
1 ธค. เดินทางกลับโดยรถไฟ รถด่วนขบวนที่ 762 ออกจากหนองคาย 06.00 น. ถึงหัวลำโพง 17.10 น. สิ้นสุดขบวนเดินทางที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเวลา 18.00 น. (ถ่ายรูปกับคนเสื้อแดง สื่อมวลชนถ่ายรูป ทำข่าว)


หมายเหตุ : 1. ตารางการเดินทางอาจมีการปรับเปลี่ยนในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น

2. สื่อมวลชนต้องการทำข่าว ติดต่อ 081-583 6964 E-mail : red_truth_only@hotmail.co.th Face Book : เรดทรู้ธ

ผู้ต้องการสมทบทุนโครงการเส้นทางสีแดง (Red Path Project) โอนเงินสมทบได้ที่ ธนาคารไทยพานิชย์ สาขาอิมพีเรียลเวิล์ด ลาดพร้าว ชื่อบช.'นายสุพิน ชินบุตร และ/หรือ นายธนะสิทธิ์ พิพุฒ และ/หรือ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บช.ออมทรัพย์เลขที่ 224-241343-5'


คนไทยเสื้อแดงในต่างประเทศสามารถเข้าร่วมทำกิจกรรมนี้พร้อมๆกันทั่วโลก ร่วมกันคิกออฟกิจกรรมเส้นทางสีแดงไปพร้อมๆกัน หากสามารถมาร่วมชุมนุมกันได้ที่สถานทูต หรือสถานกงสุลของไทยในต่างประเทฒก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะกดดันรัฐบานให้ปล่อยตัวแกนนำหรือคนเสื้อแดงที่อยู่ในคุก

***กิจกรรมนี้มีกันทั่วโลก ต่างประเทศ นำโดยคุณคอนเนอร์ เพอร์เซล ชาวออสเตรเลียที่ติดคุกในไทยเพราะขึ้นปราศรัยเวทีเสื้อแดงที่ผ่านมา และได้ออกจากคุกแล้ว จัดงานพร้อมกันกับที่ขบวนแรลรี่ปั่นจักรยานโครงการเส้นทางสีแดง


โดยคุณคอนเนอร์จะรวบรวมพี่น้องเสื้อแดงที่ซิดนีย์ ไปประท้วงหน้าสถานทูตไทยประจำออสเตรเลียในวันที่ 31 ต.ค.วันเดียวกับที่โครงการเส้นทางสีแดง

ทั้งนี้คุณคอนเนอร์และเสื้อแดงออสเตรเลีย รวมทั้งผู้ดำเนินโครงการ แจ้งมาว่า อยากให้คนไทยทั่วโลกร่วมทำกิจกรรมนี้พร้อมๆกันทั่วโลก จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังเสื้อแดงทั่วโลกร่วมกันคิกออฟกิจกรรมเส้นทางสีแดงไปพร้อมๆกัน หากสามารถมาร่วมชุมนุมกันได้ที่สถานทูตก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะกดดันรัฐบานให้ปล่อยตัวแกนนำหรือคนเสื้อแดงที่อยู่ในคุก

*******
เชิญร่วมหลั่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม(ปาก)อย่าปล่อยให้พวกเขาถูกขังลืมกับโครงการเส้นทางสีแดง
เชิญร่วมโครงการเส้นทางสีแดงจากคลองเปรมสู่11จังหวัดอีสาน860กม. เยียวยา+ตามหายุติธรรม


โครงการเส้นทางสีแดง (Red Path Project)ขอเชิญร่วมขบวนเดินเท้า และปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯสู่อีสาน นำกำลังใจและความช่วยเหลือสู่พี่น้องเสื้อแดงอีสาน 18 จังหวัด 1700 กม. 31ต.ค.-30 พย.นี้ แวะเยี่ยมผู้ต้องขัง ร่วมทำกิจกรรมผูกผ้าแดง วางดอกไม้แดงหน้าเรือนจำ นำเงินทองสิ่งของบริจาคมอบให้พี่น้องเสื้อแดง เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำนปช.ฯลฯ และรณรงค์สู่ระดับนาชาติ


โครงการเส้นทางสีแดง (Red Path Project) เป็นโครงการด้านมนุษยธรรมเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสังหารหมู่ใน วันที่ 10 เมย.และ 13-19 พค.ที่รัฐบาลกระทำต่อประชาชนชาวไทยที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา โครงการนี้ดำเนินการโดยไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดๆ

โดยโครงการนี้มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำนปช.และผู้ต้องขังในคดี ชุมนุม เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการปฏิบัติ 2 มาตรฐานทางกฏหมาย และเรียกร้องให้นานาชาติได้หันมาตระหนักและให้ความสำคัญเกี่ยวกับการละเมิด สิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงหลังรัฐประหาร 19 กย. 2549

โครงการนี้มีคุณสมบัติ บุญงามอนงค์ (แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง) และอาจารย์ธิดา โตจิราการ เป็นที่ปรึกษาโครงการในประเทศไทย และมีคุณพอร์แชล คอนเนอร์ (อดีตนายทหารบกออสเตรเลียที่ถูกจับกุมคุมขังและถูกซ้อมอย่างทารุณในเรือนจำ คลองเปรม) เป็นสมาชิกกลุ่มและที่ปรึกษาโครงการในต่างประเทศ

โครงการ เส้นทางสีแดงประกอบด้วยคนเสื้อแดงที่รักความเป็นธรรมและมีความมุ่งมั่นที่จะ นำน้ำใจและความช่วยเหลือมอบให้แก่พี่น้องเสื้อแดงที่อีสานซึ่งได้รับผลกระทบ จากการสังหารหมู่ มากที่สุด คนเสื้อแดงในภาคอีสานจำนวนมากถูกสังหาร บาดเจ็บ พิการ และสูญหายอีกจำนวนมาก สมาชิกโครงการจะร่วมกันเดินเท้าและปั่นจักรยานเพื่อไปเยี่ยมเยียน เยียวยา และให้กำลังใจบุคคลที่น่าเห็นใจเหล่านี้ได้มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป และไม่ย่อท้อที่จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงที่พวกเขาโหยหามาชั่ว ชีวิต

ขบวนเดินทางจะเริ่มออกเดินทางในวัน อาทิตย์ที่ 31 ตค. เวลา 10.00 น.ที่ราชประสงค์โดยจะปั่นจักรยานและเดินเท้าไปเรือนจำคลองเปรมเพื่อทำการวางดอกไม้แดงและปล่อยนกพิราบเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ โครงการนี้จะเดินทางด้วยระยะทางกว่า 900 กม. ผ่าน 18 จังหวัดในภาคอีสาน ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 31 วันโดยประมาณ

พบกันตั้งแต่10.00 วันอาทิตย์ 31 ตค.ที่ราชประสงค์ !

31ตุลาคม รำลึกถึง... ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ 4 ปี แห่งการจากไป


เชิญร่วมกิจกรรมรำลึก 4 ปี การเสียสละอาจหาญของ นวมทอง ไพรวัลย์ 31ต.ค.นี้ 16.00 ที่อนุสรณ์14ตุลาฯแยกคอกวัว,17.00น.ที่สะพานลอยฝั่งตรงข้ามไทยรัฐ,18.00 ที่อนุสาวรีย์3กษัตริย์ เชียงใหม่(ดูรายละเอียด)


โดย ทวีรัศมิ์ จันทิรา

แม้วันเวลาผันผ่านไปนานถึง 4 ปี หากในวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี คนเสื้อแดง และผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย ยังคงไม่ลืมบุรุษผู้หนึ่งซึ่งพลีชีพเพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ... ด้วยการแขวนคอตายที่สะพานลอยหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯ พร้อมจดหมายที่เขียนสั่งลาบอกเหตุผลในการกระทำอัตวิบาตกรรม ด้วยสติสัมปะชัญญะ ที่สมบูรณ์ในขณะนั้น ...

ก่อนหน้า ... ที่จะตัดสินใจพลีชีพตนเอง บุรุษผู้นี้ได้ขับรถแท็กซี่ชนรถถังเพื่อต่อต้านรัฐประหาร 19 กันยาฯ 49 แล้วโดนโฆษกกองทัพบกหมิ่นแคลนว่า "รับจ้างทักษิณ" ไม่เชื่อว่ามีใครยอมตายเพื่ออุดมการณ์ได้ ....

บุรุษท่านนี้ .... ลุงนวมทอง ไพรวัลย์

จึงสละได้แม้ชีวิต ... พลีชีพเพื่อพิสูจน์ให้คนไทยทั้งประเทศเห็นว่า "ประชาธิปไตย" นั้นสูงส่งมีค่าเพียงไร ประเทศไทยก้าวมาไกลแล้วทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เรามีผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งด้วยเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล พร้อมนำพาประเทศฝ่าวิกฤตที่เกิดจากความยากจน ... ภัยแล้ง ... ยาเสพติด ... ภาระหนี้สินของประเทศจากกองทุน IMF ... ปัญหาสังคม และอื่นๆ อีกมากมาย ไปสู่ความกินดีอยู่ดี เศรษฐกิจมั่งคงขึ้น ด้วยโครงการต่างๆ ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล "ทักษิณ" ที่จับต้องได้ ...

และเป็นรูปธรรมออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

ที่สำคัญ ประเทศไทยของเราขณะนั้น ... ประชาธิปไตยกำลัง "เบ่งบาน" ถึงแม้จะ "ไม่เต็มใบ" ก็ตาม !!! เรามีรัฐธรรมนูญปี 2540 ใช้ ซึ่งมาจากหลายฝ่ายหลายภาคส่วนร่วมกันร่างเป็นกฎหมาย

ผ่านการทำประชามติเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนในประเทศเห็นชอบ ....

การปฏิวัติรัฐประหาร 19 กันยนฯ 49 ของกลุ่มนายทหารที่เรียกตนเองว่า คณะ คมช. จึงเป็นการกระทำที่นำประเทศถอยหลังเข้าคลองโดยสิ้นเชิง !!!

วันเวลาผ่านมา 4 ปี ประเทศชาติไม่ได้อะไร และไม่มีอะไรดีขึ้นมาจากการรัฐประหารในครั้งนี้ ได้แต่ความแตกแยกในสังคม แบ่งสี แบ่งฝ่าย และบาดแผลที่ร้าวลึกในหัวใจของคนไทย !!!

สุดที่คนไทย รวมทั้งคุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ จะรับได้ ...


แม้ลุงนวมทอง ... เป็นเพียงคนขับรถแท็กซี่ที่หาเช้ากินค่ำ เป็นชนชั้นที่ถูกขนานนามว่า "ไพร่" หรือ "รากหญ้า" ของสังคม หากจิตใจนั้น สูงส่ง ยิ่งใหญ่นักเพราะเข้าถึงคำว่า "ประชาธิปไตย" อย่างแท้จริง ต่อต้านอำนาจเผด็จการ และแสดงออกอย่างกล้าหาญ โดยไม่หวาดหวั่นเกรงกลัวต่ออำนาจหรืออิทธิพลใดๆ .....

ขณะที่คนบางกลุ่มที่ภาคภูมิใจว่าตนเองนั้นชนชั้นสูง สูงด้วยการศึกษา สูงด้วยยศฐาบรรดาศักดิ์ และเงินตรา กลับฝักใฝ่กับอำนาจเผด็จการ และสนับสนุนกับระบบอำมาตย์ที่คอยถ่วงรั้งประชาธิปไตย ไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า ฉันว่าคนพวกนี้ด้อยค่านัก ... เมื่อเทียบกับลุงนวมทอง


บทบันทึกนี้ ... ฉันขอคารวะ น้อมจิต เพื่อรำลึกถึงดวงวิญญาณของลุงนวมทอง ไพรวัลย์ วีรบุรุษประชาธิปไตยผู้ยิ่งใหญ่ ... การจากไปของท่านไม่สูญค่า หากได้ปลุกจิตวิญญาณของคนไทยให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย แม้ว่าเราจะเสียเลือดเนื้อ ... หรือแม้ "ความตาย"จะมาเยือน

ในวันนี้ "คนเสื้อแดง" เราได้ตระหนัก และพร้อมเผชิญแล้ว !!!

วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคมนี้ ในช่วงบ่ายถึงค่ำ ฉันจะไปร่วมรำลึกถึงลุงนวมทองในโอกาสครบรอบการจากไป 4 ปี ณ อนุสรณ์สถานสี่แยกคอกวัว

ฉัน ... สัญญากับตัวเองว่า .... ทุกวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี ฉันจะไปร่วมกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงการจากไปของวีรบุรุษประชาธิปไตยผู้ยิ่งใหญ่ ยากที่จะมีใครเสมอเหมือน บุรุษผู้มีค่าแห่ง "ความทรงจำ" สำหรับฉัน .....

ภวังค์นี้ !! ใจฉันเดียวดายนัก .... 78 ปี แล้วที่ประเทศไทยมีประชาธิปไตย ...แต่บนเส้นทางที่ทอดยาวแห่งถนนสายประชาธิปไตยนั้น ทำไม ? มันจึงขรุขระ เต็มไปด้วยขวากหนาม อุปสรรค .... หยาดเลือดที่หลั่งริน...

กี่ชีวิตกี่ดวงวิญญาณที่ต้องเซ่นสังเวยเพื่อ "ประชาธิปไตย" ที่เต็มใบ ที่คนไทยไขว่คว้า !!!


นับตั้งแต่ .... 14 ตุลาฯ 16

6 ตุลาฯ 19

พฤษภาฯ ทมิฬ 35

กระทั่ง ....

เมษาฯ - พฤษภาฯ 53 และ ...อื่นอีกต่อไปหรือไม่ ? ? ?



วันนี้ .... ลมหนาวเริ่มพัดมาเยือน แต่ "ใจ" ฉันนั้นกลับ "หนาว" ยิ่งกว่าสายลมหนาวที่พัดมากระทบผิวกาย !!!

วันนี้ .... ท้องฟ้าแจ่มใส แสงแดดเจิดจ้า แต่ "ใจ" ฉันกลับ "หม่นหมอง" .....เฝ้าภาวนา

ขอให้ฉันได้เขียนบทบันทึก เพื่อรำลึกถึงดวงวิญญาณวีรบุรุษนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ท่านนี้เป็นคนสุดท้ายเถิด !!!!
........................


ขอดวงวิญญาณลุงนวมทองฯ จงสงบสุข ณ สรวงสวรรค์ ....

วันเสาร์, ตุลาคม 30, 2553

วาทตะวัน: “ตุลาการวิบัติ” หรือ “ตุลาการวิบัติ-ฉิบหาย”กันแน่!?


โดย วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ที่มา Vattavan.com
30 ตุลาคม 2553


ระยะนี้มีเรื่องไม่งาม ที่ข้องเกี่ยวกับผู้มีอาชีพตุลาการหลายเรื่องเช่น เมือ วันที่ 14 ตุลาคม 2553 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการตุลาการนายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรี พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากถูกลงโทษให้ออกจากราชการ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ก่อนหน้านั้นไม่นาน สื่อใหญ่อย่าง "มติชนออนไลน์"ได้อ้างแหล่งข่าวจากสำนักงานศาลยุติธรรรม เปิดเผยถึงกรณีร้องเรียนกล่าวโทษ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายหนึ่ง ไปยังคณะกรรมการตุลาการ(ก.ต.) ว่า
นอกจากจะมีพฤติการณ์ฉันท์ชู้สาว กับหญิงที่มีสามีแล้ว อันเป็นที่น่ารังเกียจแล้ว ผู้ถูกกล่าวโทษรายนี้ยังใช้ชู้ของตัว ในการเรียกรับสินบน ในการตัดสินพิพากษาคดีต่างๆหลายคดี

มติชนระบุว่า ผู้ร้องเรียนเปิดเผยถึงวิธีการยอกย้อน ในการเรียกสินบนของผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ถูกกล่าวโทษนั้น ค่อนข้างสลับซับซ้อนทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวโทษกระทำโดยใช้อาศัยหญิงที่มีความสัมพันธ์กันเป็นตัวกลาง เพื่อป้องกันการตรวจสอบ

รายละเอียดที่เขานำมาเปิดเผย มีอยู่ว่า ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายดังกล่าวให้ใช้ หญิงที่มีความสัมพันธ์กัน(หญิงผู้ใกล้ชิด)ไปติดต่อเรียกรับเงินสิบบน 70,000,000.00 บาท (เจ็ดสิบล้านบาทถ้วน) จากจำเลยที่มีคดีความมาถึงศาลอุทธรณ์ .. เห็นจำนวนเงิน ที่เรียกแล้ว...ต้องตกใจ!

แม้คดีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหญ่โตนัก เป็นแค่คดีที่ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์หรือไซ่ฟ่อนเงิน แต่คดีไปเข้ามือผู้ถูกร้อง จึงสบช่องที่จะ “รีด” เงินเอาจากฝ่ายจำเลย (ซึ่งข่าวเขาบอกว่า ผู้บริหารบริษัทเป็นคนในตระกูลนักการเมือง) เพียงเพื่อแลกกับการตัดสินให้ยกฟ้องคดีนี้ ให้สอดคล้องที่ศาลชั้นต้น ได้พิจารณายกฟ้องไปแล้ว

“มติชน” รายยังงานต่อไปว่า... ในชั้นแรกฝ่ายจำเลยก็ไม่ยังเชื่อ จึงไม่กล้าจ่ายเงินผ่านหญิงผู้ใกล้ชิดสนิทเนื้อกับผู้พิพากษาผู้ถูกกล่าวโทษ แต่ผู้พิพากษาคนดังกล่าวได้กระทำการที่เหลือเชื่อ คือ มอบสำนวนคดีตัวจริงนี้ให้หญิงที่มีความสัมพันธ์นำไปให้ดู จนฝ่ายจำเลยเชื่อสนิทใจว่า

ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายดังกล่าว เป็นผู้พิจารณาตัดสินสำนวนคดีนี้จริง!

จากนั้นฝ่ายจำเลยจึงค่อยๆทยอยมอบเงินให้ โดยผ่านหญิงผู้ใกล้ชิด เป็นเงิน 20,000,000.00 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน) แต่ยังไม่สามารถหาเงินอีก 50,000,000.00 บาท (ห้าสิบล้านบาทถ้วน) ตามข้อตกลงได้ จึงต่อรองจะให้เป็นหุ้นของบริษัทผลิตอาหารกระป๋องแห่งหนึ่ง ที่มีเงินค้ำประกันเรื่องการส่งออกลำไย อยู่กับองค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อ.ต.ก.) เป็นจำนวนเงิน 50,000,000.00 บาท (ห้าสิบล้านบาทถ้วน) ซึ่งศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้ อ.ต.ก. คืนเงินจำนวน 50,000,000.00 บาท (ห้าสิบล้านบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 บาทต่อปี ให้แก่บริษัทดังกล่าวแล้ว แต่ขณะนี้คดีค้างอยู่ที่ศาลอุทธรณ์

อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันการตรวจสอบ ที่อาจมาถึงตนได้ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ถูกร้อง จึงได้ให้หญิงผู้ใกล้ชิด เข้าถือหุ้นบริษัทนี้แทนผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งเป็น "นอมินี" ของสมาชิกตระกูลนักการเมือง

ฉะนั้น เมื่อใดก็ตาม ที่ อ.ต.ก. คืนเงิน 50,000,000.00 บาท (ห้าสิบล้านบาทถ้วน) ให้แก่บริษัทนี้แล้ว หญิงผู้ใกล้ชิดของผู้พิพากษาผู้ถูกร้อง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ก็จะได้รับเงินจำนวนดังกล่าว แต่มีข้อแม้จากผู้พิพากษาว่า

หญิงผู้ใกล้ชิดจะต้อง “หย่าขาด” กับสามีเสียก่อน มิเช่นนั้นผัวของหญิงคนนี้ จะมีส่วนได้เงินจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งในฐานะคู่สมรส หากยังไม่มีใบหย่า ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ถูกร้อง ก็จะไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ และหากหย่าได้สำเร็จ จึงจะยอมตัดสินยกฟ้องคดีนี้ตามศาลชั้นต้นไปก่อน

โอ้โฮ!...อะไรจะขะไหน ขนาดนั้น!!

ปรากฏว่า แผนกลับไม่สำเร็จ เหตุเพราะชายผู้เป็นสามีของหญิงผู้ใกล้ชิด ไม่ยอมหย่า ตามแผนการอันสลับซับซ้อนนี้ ผู้พิพากษาผู้ถูกร้อง จึงดึงสำนวนคดีนี้เก็บไว้ก่อน โดยยังไม่พิจารณาตัดสินคดีนี้ ทั้งๆที่ได้รับสำนวนคดีนี้มาพิจารณานานแล้ว

ใช่แต่แค่นั้นนะครับ

ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ถูกร้องรายเดียวกันนี้ ยังถูกกล่าวโทษ กรณีมีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวชาวต่างประเทศรายหนึ่ง เพราะทนายความหญิงของชาวต่างประเทศ ได่ตกลงเรื่องสินบนกับหญิงคนสนิทชิดใกล้ เป็นเงินจำนวน 3,500,000 บาท (สามล้านห้าแสนบาทถ้วน) โดยมีการทำเป็นสัญญา (ไม่มีมูลหนี้) ระหว่างญาติของหญิงผู้ใกล้ชิดของผู้พิพากษา กับทนายความของจำเลยชาวต่างประเทศ โดยทนายความหญิงกับญาติของหญิงผู้ใกล้ชิดของผู้พิพากษา ได้นำเงินตามข้อตกลงดังกล่าว ไปเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขา เซ็นทรัล ลาดพร้าว ร่วมกัน (โดยคำร้องมีการระบุหมายเลขบัญชี ไว้ชัดเจน) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2552 เป็นเงินจำนวน 3,500,000 บาท (สามล้านห้าแสนบาทถ้วน)

ต่อมาปลายเดือน 30 กันยายน 2552 ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ถูกร้อง ได้มีคำสั่ง “อนุญาต” ให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยชาวต่างประเทศคนดังกล่าวไปตามข้อตกลง

ครั้นถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2552 หญิงผู้ใกล้ชิดของผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ได้สั่งให้ทนายความหญิงแล ญาติของตนเอง ไปเบิกเงินจากบัญชีดังกล่าวจำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) เพื่อเป็นรางวัล ค่าตอบแทนกับญาติของตน

หลังจากที่จำเลยชาวต่างประเทศ ได้ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำตามข้อตกลงแล้ว ทนายความหญิงและญาติของหญิงผู้ใกล้ชิดของผู้พิพากษา ได้ไปเบิกถอนเงินจากบัญชี มาเปิดบัญชีถ่ายโอนเงินให้กับหญิงผู้ใกล้ชิดของผู้พิพากษา เป็นจำนวน 3,400,000 (สามล้านสี่แสนบาทถ้วน)

ต่อจากนั้นหญิงผู้ใกล้ชิด ทยอยเบิกถอนเงินจากบัญชีดังกล่าว ครั้งละไม่เกิน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) แล้วส่งมอบให้ผู้พิพากษาศาลอุทรณ์เป็นเงินสด

หลังจากช่วยให้ประกันตัวสำเร็จแล้ว จำเลยชาวต่างประเทศจึงเกิดความเชื่อถือหญิงผู้ใกล้ชิดของผู้พิพากษาว่า จะสามารถช่วยให้ชนะคดีได้ จึงตกลงทำสัญญาว่าจ้างให้หญิงผู้ใกล้ชิด ช่วยเป็นเงิน 9,200,000.00 บาท (เก้าล้านสองแสนบาทถ้วน) เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2552 และได้ชำระเงินให้หญิงหญิงผู้ใกล้ชิดไปแล้ว 4,000,000.00 บาท (สี่ล้านบาทถ้วน) คงเหลืออีก 5,200,000.00บาท (ห้าล้านสองแสนบาทถ้วน)

ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

ผมเองนั้น มีความคุ้นเคยกับคดีข้าราชการทุจริตมานาน บางปีก็ได้เห็นรายละเอียด ในการสอบสวนทุจริตแทบจะทุกสำนวน ที่มีการสอบสวนกันในประเทศนี้ เพราะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ แต่ยังไม่เคยเห็นเรื่อง “อุบาทว์” ในวงการศาลอย่างนี้ มาก่อนเลย!

การวางแผนเรียกรับเงิน ซึ่งมีความยอกย้อนตามที่ “มติชน” รายงานอย่างนั้น น่าจะเป็นแนวความคิดของผู้ที่เป็น “อาชญากรตัวร้าย” มากกว่าเป็นการดำเนินการ ของคนที่อยู่ในตำแหน่ง นั่งบนบัลลังก์ ที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี เช่น ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ถูกร้องรายนี้เลย!

เชื่อว่าข่าวชิ้นนี้ คงทำให้ท่านผู้อ่าน มีความรู้สึกเหมือนผม คือ

น่าขยะแขยงมาก!!

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และมีข่าวแพร่ออกมาว่า กำลังจะมีการนำเสนอข่าวนี้ ในภาคภาษาอังกฤษแบบ Exclusive เพื่อแจ้งเตือนบรรดาชาวต่างประเทศที่จะมาทำการค้า และคบหาสมาคมกับคนไทย เพื่อให้ทราบเป็นข้อมูล ก่อนที่เขาจะมีคดีความในสยามประเทศ

เราคงจะได้เห็นกันเร็วๆนี้!!!

ผมอยากจะเรียน กับท่านผู้อ่าน ว่า การกระทำของผู้พิพากษาซึ่งถูกกล่าวโทษ ที่เล่ามาข้างต้นนั้นเป็นเพียง การกระทำส่วนบุคคล แต่อาจมีผลที่ทำให้ผู้พิพากษาทั้งมวล พลอยเสียหายไปด้วย แต่อย่างไรเสีย ผู้คนที่แยกแยะออก ก็คงตัดสินได้ว่า

นี่เป็นเรื่องของ “บุคคลคนเดียว” เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่ผู้คนมองว่า เกิดขึ้นกับวงการตุลาการโดยส่วนรวมอย่างแท้จริงนั้น ได้เกิดก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เพราะได้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้พิพากษา ที่เรียกกันอย่างหรูหรา ว่า
“ตุลาภิวัฒน์”

เริ่มจากการประชุมกันที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยน ในซอยหลังสวน จากนั้นพรรคการเมืองของทักษิณ ก็โดนบีบคั้นอย่างหนัก ลงท้ายด้วยการยึดอำนาจโดยคณะทหาร เมื่อ 19 กันยายน 2549 ที่นำโดยผู้ที่ผมเรียกว่า “ไอ้บัง กบฎ” หรือบางสื่อเรียกว่า “ไอ้บัง สามจิ๋ม” กับพวก

นับแต่นั้นมา ความฉิบหายใหญ่หลวงของชาติไทยเรา ก็ได้เกิดขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ สถาบันต่างๆถูกทำลาย หรือถูกทำให้สั่นคลอน ผู้คนส่วนใหญ่ของชาติเสื่อมศรัทธาในบ้านเมือง ความขัดแย้งได้บานปลายออกไป จนถึงการฆ่าฟันกันระหว่างทหารกับคนในชาติ ความแตกแยกร้าวฉานของผู้คนในบ้านเมือง ยิ่งบาดลึก จนยากที่จะกลับคืนดีได้อีก

มาถึงวันนี้ ยังไม่มีใครรู้ว่าความเลวร้ายของชาติ อันเกิดขึ้นเพราะ “กรรมระยำ” ของ “ไอ้บัง สามจิ๋ม” กับพวก ที่ก่อไว้กับ บ้านนี้เมืองนี้ จะสิ้นสุดลงเมื่อใด?

สถาบันหนึ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงว่า เป็นเครื่องมือของคณะรัฐประหารไป คือ “กระบวนการยุติธรรม” โดยเฉพาะศาล ที่คณะผู้พิพากษาลดตัวมาทำหน้าที่ตุลาการรัฐธรรมนูญ ตามคำสั่งของ “ไอ้บัง กบฎ” และภาพที่ปรากฏต่อสาธารณชนนั้น น่าอับอายยิ่งนัก คือ

การนั่งพิจารณาของผู้พิพากษาที่มีเกียรติยศ พิพากษาภายใต้พระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์เจ้าชาวไทย สวมชุดสากล โดยไม่สวมเสื้อครุยแสดงวิทยะฐานะ และพร้อมใจกันตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย ของอดีตนายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ที่ถูกทำรัฐประหาร โดย “ไอ้บัง สามจิ๋ม” กับพวกนั่นเอง

ต่อมาได้มีการเปิดโปงกัน ในเรื่องที่เกี่ยวกับการไปปรากฏกายของคนระดับประมุขตุลาการ ทั้งประธานศาลฎีกา และประธานศาลปกครอง ในการเลี้ยงที่บ้านนักธุรกิจกบาลเกลี้ยง คือไอ้นายปีย์ มาลากุล ที่สื่อสารมวลชนลงข่าวกันอื้ออึง ซึ่งผมก็ได้เขียนถึงเรื่องนี้ในคอลัมน์ตัวเองชื่อ
และท้ายคอลัมน์ ผมสรุปทิ้งเอาไว้ว่า

...การพบปะกันของคนกลุ่มนี้ ที่บ้านนายปีย์ มาลากุล ในวันอุบาทว์นั้น เป็นการไป... ‘สุมกบาล’ เพื่อการก่อกบฏ หรือใครว่าไม่จริง!!!?...

ที่เขียนอย่างนั้น เพราะผมพิจารณาจากสถานการณ์แวดล้อม และข้อมูลต่างๆประกอบ ก็เห็นว่า เป็นความพยายามที่จะทำการรัฐประหาร ซึ่งต่อมาก็เป็นความจริงในภายหลัง เพราะมีการยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 นั่นเอง

เมื่อประธานศาลสูงทั้งสองศาล ไปมีพฤติกรรมอันไม่เหมาะควรอย่างยิ่ง ประชาชนจึงรับไม่ได้ ทำให้ฝ่ายตุลาการตกเป็น “ขี้ปาก” ของชาวบ้านในที่สุด ทั้งยังทำให้ผู้คนจำนวนมากเห็นว่า

ถ้อยคำหรูหราอย่าง “ตุลาภิวัฒน์” ตามที่กล่าวอ้างกันหลังจากการรับประทานอาหารที่ห้องอาหารอิตาเลี่ยน ที่ซอยหลังสวน นั้น

ได้ถูกผู้คนที่รักความยุติธรรม และมีสติปัญญาทั้งหลาย วิพากษ์วิจารณ์กลับว่า แท้ที่จริงแล้ว เป็นการก้าวย่างเข้าสู่ยุค “ตุลาวิบัติ” นั่นเอง

สำหรับการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังการรัฐประหาร ได้มีการตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมา เพื่อสอบสวนจัดการกับอดีตนายกฯ ซึ่งเป็นการออกกฏหมายมา “ขยี้” คนเพียงคนเดียว ทั้งๆที่ประมวลกฏหมายวิธิพิจารณาความอาญา ยังใช้บังคับอยู่ และศาลไทย ได้ยอมรับอำนาจของคณะรัฐประหาร ไว้ในคำพิพากษา แต่ก็ยังมีผู้พิพากษาอย่างท่าน กีรติ กาญจนรินทร์ ที่มีความหาญกล้า ไม่ยอมรับอำนาจดังกล่าว
บทความของผมชื่อ “จดหมายฟ้องโลก” ที่มีทั้งเวอร์ชั่นภาษาไทยและเวอร์ชั่นฝรั่ง ได้บรรยายเหตุผลเอาไว้ชัดเจน (มีคนเข้ามาอ่านเกือบหนึ่งหมื่นห้าพันราย) และจดหมายฉบับนี้ ได้ถูกแจกจ่ายไปทัวโลก จึงอยากให้ทุกท่าน ได้อ่านทั่วกันใน (ลิงก์)

น่าแปลกมาก เพราะยังไม่มีผู้ออกมาคัดค้าน หรือโต้แย้งว่า ความเห็นของผมที่ปรากฏทั้งในจดหมายและบทความนั้น ไม่ถูกต้อง!

ที่น่าดีใจอย่างมากก็คือ นายประพันธ์ นัยโกวิท ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด ปัจจุบันเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ได้กล่าวตอนหนึ่งระหว่างบรรยายพิเศษเรื่อง “จัดการเลือกตั้งอย่างไรให้สุจริตและเที่ยงธรรม” ให้กับนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงเมื่อ 1 ต.ค.2553 ว่า

“ระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นระบอบเหมาะสมที่สุดของประเทศไทย และมองว่าอนาคตจะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารอีก เพราะกระแสโลกเปลี่ยนแปลงและไม่สนับสนุน ส่วนที่ผ่านมาการปฏิวัติรัฐประหารยังคงสามารถทำได้ ก็เพราะอำนาจตุลาการให้การยอมรับ รับรองว่าถูกต้องตามกฎหมาย แต่เมื่อใดที่อำนาจตุลาการไม่ยอมรับขึ้นมา อาจมีกฎหมายให้โทษย้อนหลังได้”

ท่านผู้อ่านที่เคารพ ผมมีความเชื่อโดยสุจริตว่า วันหนึ่งวงการตุลาการบ้านเรา จะเกิดความกล้าหาญ ไม่ยอมลงให้กับอำนาจปากกระบอกปืน แล้วหันมาพิจารณาคดี ให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เฉกเช่นนานาอารยะประเทศ นั่นคือ

ไม่ให้การยอมรับ การปฏิวัติรัฐประหารว่า ถูกต้องตามกฎหมาย!

แต่ก่อนถึงเวลานั้น ก็ดันมีข่าวเรื่อง “คลิปฉาว” ของศาลรัฐธรรมนูญ หลุดออกมาสู่สายตาสาธารณะ ทำให้ประชาชนต้องขุ่นเคืองใจ และตั้งปุจฉากันอย่างมากมาย แต่เมื่อวันพุธที่ 27 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา นสพ.มติชน รายวันในคอลัมน์ “เรียงคนมาเป็นข่าว” โดย “วิหคเหินฟ้า” ได้เขียนสั้นๆ แต่ฉายภาพให้เห็นความเป็นไปในเรื่องนี้ได้ป็นอย่างดี เพราะเขาว่าเอาไว้ อย่างนี้ครับ

...เรื่อง "คลิป" ยังไม่จบ เพราะ "ผู้พิพากษาหนุ่ม" เห็นคลิปแล้ว เริ่มตั้งคำถามกับพฤติกรรมของ “ผู้ใหญ่” ที่เจตนากดดัน อภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ให้มาเป็น “พยาน” คนเป็น “ผู้พิพากษา” ด้วยกัน ทำไมจะอ่านเกมไม่ออก หวังว่าคงไม่เกิด “วิกฤตตุลาการ” รอบสอง

...เพราะปล่อยให้ “ตุลาการ” ไปเกี่ยวข้องกับ “การเมือง” มากเกินไป ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ถึงขั้น “ประมุข” ของศาล ไปนั่งประชุมร่วมกันที่บ้าน ปีย์ มาลากุล เพื่อจัดการกับ กกต.ชุด พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ สถาบันตุลาการจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่อยมา...

นี่ไงครับ!

อ่านแล้วทำให้เรารู้ชัดเจน แจ่มแจ้งแดงกระแจ๋แหว ว่า มาตรฐานความเป็นธรรม ในการพิจารณาคดีความของตุลาการบ้านเรานั้น ไม่ว่าจะเป็น ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ ต่างก็มี “ปัญหาตุลาการ” แบบครบวงจรทั้งระบบ อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

ส่วนจะเป็น “ตุลาการวิบัติ” ระดับธรรมดาๆ หรือถึงขั้น “ตุลาการวิบัติ-ฉิบหาย” นั้น

พิจารณากันเอาเอง เถอะครับ!!!

*************

***หมายเหตุ เพื่อความเข้าใจให้ชัดเจนเพิ่มขึ้น ขอให้ท่านผู้กรุณาอ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม คือ
- “ศาลไทย... ไม่ใช่ศาลทาส (นะโว้ย) !!!”

ช็อตเด็ดวันนี้:คุณทองมาร์คบนเวทีโลกรังเกียจ


ส่วนเกินบนเวทีโลก-ผู้นำชาติต่างๆคุยกันอย่างออกรสในการร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ หลังสิ้นสุดประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 17 และการประชุมกับชาติพันธมิตรอาเซียน ที่เวียดนาม ในภาพ นายกรัฐมนตรีหญิงจูเลีย กิลลาร์ด ของออสเตรเลีย จับมือทักทายนายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คุงของญี่ปุ่น โดยมีเลขาธิการอาเซียน สุรินทร์ พิศสุวรรณ นายกรัฐมนตรีจอห์น คีย์ จากนิวซีแลนด์ และประธานาธิบดีเบนิกโย อาวควิโนที่3ของฟิลิปปินส์ ล้อมวงกันอย่างสนิทสนม ทั้งหมดเป็นผู้นำจากการเลือกตั้งของประชาชนในชาตินั้นๆ และยังไม่มีใครมือเปื้อนเลือดสังหารหมู่ประชาชนในประเทศของตน

โดยมีใครก็ไม่รู้เป็นส่วนเกินของภาพอยู่ด้านซ้ายมือ(ภาพข่าว:REUTERS)



มือที่มองไม่เห็น(ตัว)ของใคร?-เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของการประชุมสุดยอดผู้นำนานาชาติ ต้องมีภาพแบบนี้เกิดขึ้นตอนจบประชุม คือการจับมือประสานกันอย่างแน่นเหนียว แต่การประชุมอาเซียน-จีนหนล่าสุดที่ฮานอย มีบางมือของบางคนที่ผู้นำนานาชาติทำท่าไม่อยากสัมผัส(ภาพข่าว:REUTERS)



เฉลย..ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า สำนักข่าวต่างประเทศแค่บังเอิญ หรือ ตั้งใจจะให้ภาพนายกฯหุ่นเชิด ของระบอบทรราชย์อำมาตย์ในเวทีโลก ออกมาเสมือนถูกรังเกียจจากผู้นำนานาชาติ แต่ดูแล้วภาพแนวนี้ออกมาถี่ หลังการสังหารหมู่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในไทย

สำนักข่าวต่างประเทศยิงช็อตเด็ด แสดงให้เห็นภาพอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำท่าหันไปขอจับมือกับนายกฯเหวิน เจีย เป่าของจีน ระหว่างประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 13 ที่ฮานอย เวียดนาม เมื่อวันศุกร์ 29 ต.ค. แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับความใส่ใจ ส่วนนายกฯสิงคโปร์ก็ทำท่าเหมือนไม่อยากยื่นมือมาสัมผัสด้วยเช่นกัน


อีกภาพ อภิสิทธิ์ไปประชุม UN ที่วอชิงตัน เมื่อ 24 กันยายนที่ผ่านมา ทำท่าพยายามเรียกร้องความสนใจจากโอบาม่า แต่เหมือนจะถูกเมิน ราวกับไม่มีตัวตนของเขายืนอยู่ตรงนั้น


อย่างไรก็ตามเขาได้รับการชดเชยด้วยการกระชับมืออย่างอบอุ่นแนบแน่นจากนายพลอาวุโสตานฉ่วย เผด็จการมือเปื้อนเลือดรุ่นพี่ ขณะที่เจ้าตัวทำสีหน้าพะอืดพะอม เหมือนยังไม่ยอมทำใจรับสภาพ

รู้เช่นเห็นชาติ


ก็รู้เช่นเห็นชาติดังคาดคิด
ถูกเป็นผิดบิดพลิ้วด้วยชิวหา
ทำประโยชน์มิได้ไร้ราคา
อุปมาตาชั่งเอียงเพียงเท่านี้

สู้ร่ำเรียนเขียนอ่านกบาลบวม
โยนโถส้วมเถิดครุยถุย!บัดสี
ตายไปอย่าหวังสู้หน้าพระบิดารพี
ลงนรกอเวจีสถานเดียวฯ


ปีกซ้าย

สืบทอดอุดมการณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ รวมพลังกันสร้างประชาธิปไตยให้สมบูรณ์



โดย เปลวเทียน ส่องทาง
30 ตุลาคม 2553


……คนจำนวนมากใช้ชีวิต เพียงเพื่อเอาตัวรอดในสังคมไปวันๆ หรือไหลไปตามกระแสนิยม ก่อนจะหมดลมหายใจ

หลายคนยอมจำนนสวามิภักดิ์ต่ออำนาจนิยม หลงใหลกับอำนาจ แสวงหาประโยชน์ เงินตรา แม้อำนาจนั้นเป็นอำนาจที่ฉ้อฉล หรือ มีชีวิตเพียงเพื่อหาผลประโยชน์ที่ได้มาเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น

แต่คนบางคนใช้ชีวิต มีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะการได้ต่อสู้ ต่อต้านอำนาจที่ไม่ชอบธรรม มีชีวิตอยู่ได้เพราะความฝันใฝ่ ชีวิตที่มีอุดมคติ ปรารถนาในสังคมมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน

และบางคนไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ ถ้าตราบที่เขาถูกรังแก ไม่ได้รับความยุติธรรม เขาพร้อมที่จะสละแม้กระทั่งชีวิต ซึ่งการเสียสละนั้นย่อมได้ปลุกให้ผู้คนตื่นจากการหลับใหลมาเนิ่นนาน………

เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2549 นายนวมทอง ซึ่งเป็นอดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บางกรวย ได้ขับรถยนต์แท็กซี่ โตโยต้า โคโรลล่า สีม่วง ทะเบียน ทน 345 กรุงเทพมหานคร ของบริษัท สหกรณ์แหลมทองแท็กซี่ จำกัด พุ่งเข้าชนรถถังเบา M41A2 Walker Bulldog ป้ายทะเบียนตรากงจักร 71116 ของคณะปฏิรูปฯ (คณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 )และได้รับบาดเจ็บสาหัส

ต่อมาในคืนวันที่ 31 ตุลาคม 2549 นายนวมทองผูกคอตายกับราวสะพานลอย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก เยื้องกับที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (บริษัท วัชรพล จำกัด)

โดยในจดหมายลาตายระบุว่า ต้องการลบคำสบประมาทของ พันเอก อัคร ทิพโรจน์ รองโฆษก คปค. ที่ว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้

ในคืนที่นายนวมทองแขวนคอตาย เขาตั้งใจสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความเป็นบทกวี ที่เคยใช้ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยด้านหน้าเป็นบทกวีของรวี โดมพระจันทร์ ที่ว่า

ตื่นเถิดเสรีชน
อย่ายอมทนก้มหน้าฝืน
ดาบหอกกระบอกปืน
หรือทนคลื่นกระแสเรา

แผ่นดินมีหินชาติ
ที่ดาดาษความโฉดเขลา
ปลิ้นปล้อนตะลอนเอา
ประโยชน์เข้าเฉพาะตน


นวมทอง ไพรวัลย์ ได้สละชีพกระทำอัตวินิบาตรกรรม เพื่อให้คนได้ตระหนักถึงคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความหมายสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ความอัปยศอัปลักษณ์ของอำนาจรัฐประหาร

นวมทอง ไพรวัลย์ จึงเป็นสัญญลักษ์แห่งอุดมการณ์ประชาธิปไตย ที่ปรารถนาถึงสังคมไทยเป็นสังคมที่มี “เสรีภาพ เสมอภาคและภราดรภาพ” ไม่ต่างไปจากความใฝ่ฝันของคณะราษฎร เมื่อปี2475 แต่อย่างใดเลย

อุดมการณ์ความคิดของ นวมทอง ไพรวัลย์ บอกให้สังคมไทยและทั่วโลกได้รู้ว่า การรัฐประหารเป็นสิ่งที่ทำลายพัฒนาการของประชาธิปไตยในสังคมไทย และไม่ใช่เป็นหนทางในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า

การรัฐประหาร เป็นการที่กองทัพ แทรกแซงครอบงำทางการเมือง กีดกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำลายระบบหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียง ทำลายความเชื่อที่ว่า “คนเราทุกคนเท่ากัน”

การรัฐประหาร 2549 โดยกองทัพ เป็นความรุนแรงที่สุดของความรุนแรงทางการเมืองทั้งปวง ซึ่งได้ฉีกทำลายรัฐธรรมนูญปี 40 ที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดในการสร้างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

อุดมการณ์ความคิดของ นวมทอง ไพรวัลย์ บอกให้สังคมไทยและทั่วโลกเข้าใจว่า อำนาจนอกระบอบประชาธิปไตย เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประชาธิปไตยให้สมบูณ์ อำนาจนอกระบบเป็นอำนาจที่ครอบงำสังคมไทยมานมนาน

อำนาจนอกระบบชวนเชื่อให้ผู้คนเข้าใจผิดมาตลอดว่า ประชาชนเป็นเพียงไพร่ทาส หาใช่พลเมืองไทยที่มีสิทธิเท่าเทียมอำมาตย์ศักดินา แต่อย่างใดไม่

อุดมการณ์ความคิดของ นวทอง ไพรวัลย์ บอกให้สังคมไทยและทั่วโลก พึงตระหนักว่า มีแต่ระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น ที่จะทำให้สังคมไทยเป็นดั่งอารยประเทศ ไม่ป่าเถื่อนล้าหลัง มีวัฒนธรรมที่ก้าวหน้าที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

อุดมการณ์ความคิดของนวมทอง ไพรวัลย์ บอกให้สังคมไทยและทั่วโลก ว่า “ประชาธิปไตย เป็นอนาคต เผด็จการ รัฐประหาร อำนาจนอกระบบ เป็นอดีต ” ซึ่งเป็นภารกิจของผู้รักประชาธิปไตยทุกคนที่ต้องรวมพลังสร้างประชาธิปไตยให้สมบูรณ์

และไม่มีใครใหญ่จากไหน ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า
เพราะทุกคนเป็นมนุษย์ย่อมมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน

“อำมาตยาธิปไตย จงพินาศ ประชาธิปไตย จงเจริญ”

รวมฮิตช็อตเด็ดทองมาร์คในเวทีโลก


มือที่มองไม่เห็น(ตัว)ของใคร?-เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของการประชุมสุดยอดผู้นำนานาชาติ ต้องมีภาพแบบนี้เกิดขึ้นตอนจบประชุม คือการจับมือประสานกันอย่างแน่นเหนียว แต่การประชุมอาเซียน-จีนหนล่าสุดที่ฮานอย มีบางมือของบางคนที่ผู้นำนานาชาติทำท่าไม่อยากสัมผัส(ภาพข่าว:REUTERS)



เฉลย..ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า สำนักข่าวต่างประเทศแค่บังเอิญ หรือ ตั้งใจจะให้ภาพนายกฯหุ่นเชิด ของระบอบทรราชย์อำมาตย์ในเวทีโลก ออกมาเสมือนถูกรังเกียจจากผู้นำนานาชาติ แต่ดูแล้วภาพแนวนี้ออกมาถี่ หลังการสังหารหมู่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในไทย

สำนักข่าวต่างประเทศยิงช็อตเด็ด แสดงให้เห็นภาพอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำท่าหันไปขอจับมือกับนายกฯเหวิน เจีย เป่าของจีน ระหว่างประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 13 ที่ฮานอย เวียดนาม เมื่อวันศุกร์ 29 ต.ค. แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับความใส่ใจ ส่วนนายกฯสิงคโปร์ก็ทำท่าเหมือนไม่อยากยื่นมือมาสัมผัสด้วยเช่นกัน


อีกภาพ อภิสิทธิ์ไปประชุม UN ที่วอชิงตัน เมื่อ 24 กันยายนที่ผ่านมา ทำท่าพยายามเรียกร้องความสนใจจากโอบาม่า แต่เหมือนจะถูกเมิน ราวกับไม่มีตัวตนของเขายืนอยู่ตรงนั้น


อย่างไรก็ตามเขาได้รับการชดเชยด้วยการกระชับมืออย่างอบอุ่นแนบแน่นจากนายพลอาวุโสตานฉ่วย เผด็จการมือเปื้อนเลือดรุ่นพี่ ขณะที่เจ้าตัวทำสีหน้าพะอืดพะอม เหมือนยังไม่ยอมทำใจรับสภาพ

วันศุกร์, ตุลาคม 29, 2553

คดีพลิก!คำต่อคำUNไม่ได้เมินสืบสวนสังหารหมู่เสื้อแดง เปิดเบื้องลึกส่งทีมร่วมสอบแต่ยังถูกกีดกัน



ขยะแขยงมือเปื้อนเลือด?ช็อตเด็ดวันนี้ เป็นภาพถ่ายสำนักข่าวต่างประเทศแสดงให้เห็นภาพอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำท่าหันไปขอจับมือกับนายกฯเหวิน เจีย เป่าของจีน(ภาพบน) ระหว่างประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 13 ที่ฮานอย เวียดนาม แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับความใส่ใจ ส่วนนายกฯสิงคโปร์ก็ทำท่าเหมือนไม่อยากยื่นมือมาจับมือด้วยเช่นกัน (ภาพล่าง)นายกฯสิงคโปร์ลีเซียนหลุงหันหลังให้ เลยต้องหันไปหานายกฯเต็งเส่งของพม่าแก้ขวยแทน..แต่โชคไม่ดี พม่าก็ยังเมินใส่อีก [ภาพข่าว:RUETERS]


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
29 ตุลาคม 2553

หมายเหตุไทยอีนิวส์:การเดินทางเยือนไทยของนายบัน คี มูน เลขาธิการ UNเมื่อวันอังคารที่ 26 ดูจะสร้างความผิดหวังให้แก่กลุ่มเสื้อแดงที่เรียกร้องให้UNเข้ามาสอบสวนเหตุการณ์รุนแรงในไทย และเอาผิดผู้บงการ และผู้สังหารกลุ่มผู้ประท้วง แม้แต่สื่อกระแสหลักก็นำเสนอพาดหัวข่าวว่าUN"เมิน"สอบเหตุรุนแรง(ดูพาดหัวไทยรัฐฉบับวันที่ 27 ต.ค.ด้านบน)

ดร.จารุพรรณ กุลดิลก (กลาง) กับจตุพร พรหมพันธุ์ และแม่ของน้องเกด วันเข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการUN

อย่างไรก็ตาม ดร.จารุพรรณ กุลดิลก นักวิชาการที่เป็นแนวร่วม นปช. ซึ่งเป็น 1 ในคณะผู้แทนกลุ่มเสื้อแดง 4 คน ที่ได้เข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการUNในวันนั้น ณ ที่ทำการUN ประจำกรุงเทพฯ เปิดเผยกับไทยอีนิวส์ว่า ได้รับเอกสารข่าวที่จัดทำโดย มาร์ติน เนเซอร์กี้ โฆษกของเลขาธิการ UN ซึ่งได้ชี้ให้เห็นว่า นักข่าวที่ไปฟังแถลงข่าวนั้นอาจจับประเด็นผิด และแปลผิดหลายจุด จึงขอนำเสนอประเด็นสำคัญที่นายบัน คี มูนกล่าวเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทยแบบคำต่อคำ

ดร.จารุพรรณอธิบายว่า
"ประเด็นคือ UN กำลังทำงานร่วมกับสำนักงานในชื่อ Humanitarian Dialogue ซึ่งปักหลักแก้ปัญหาในไทยนานมากแล้ว และคณะนี้ เป็นผู้ผลักดันให้รัฐสืบสวนข้อเท็จจริงตั้งแต่ 5 เดือนที่แล้ว และเขาก็ส่งผู้เชี่ยวชาญมาขอร่วมอยู่ในคณะสืบสวนข้อเท็จจริง ของนายคณิต ณ นคร แต่ถูกตอบปฏิเสธไปหลายครั้ง

คราวนี้บัน คี มูน เลยถือโอกาสเปิดช่องให้สามารถเอาผู้เชี่ยวชาญมาทำงานร่วมกับคณะสอบสวนข้อเท็จจริงของนายคณิต ความจริงข่าวน่าจะต้องจับประเด็นตรงที่ บัน คี มูน จี้ให้คณะสอบข้อเท็จจริงทำงาน และให้ผู้เชี่ยวชาญของ UN เข้าร่วมสืบสวน ไม่ใช่ "เมิน" ต่อการสอบข้อเท็จจริง อย่างนี้ประชาชนท้อใจกันสุด ๆ

อันที่จริงทีมงานในเครือของสหประชาชาติเองที่เป็นฝ่าย ผลักดันให้เกิดคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงขึ้น และเสนอให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำงานด้วยนานมากแล้ว ซึ่งอย่างที่เรียนไปว่า อาจารย์คณิตปฏิเสธหลายครั้ง ครั้งนี้นาย บัน คี มูน ย้ำให้เปิดช่องอีกครั้ง ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาทำงานร่วม "

************

บัน คี มูน กล่าวกับอภิสิทธิ์:ผมหวังด้วยความจริงใจว่า เรื่องนี้จะถูกจัดการในลักษณะที่โปร่งใส โดยเฉพาะการจัดการในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน..คณะกรรมการ(ชุดของนายคณิต ณ นคร)ควรแสดงความใจกว้างในการทำงาน หวังว่าเขาจะมีความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับประชาคมโลก ความช่วยเหลือจากต่างประเทศในด้านเทคนิคและเรื่องที่เฉพาะเจาะจง และผมได้แสดงความพร้อมต่อนายกฯอภิสิทธิ์ ว่า สหประชาชาติพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคต่อการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้


กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 26 ตุลาคม 2553 –คำแถลง และการตอบข้อซักถามสื่อมวลชนของนาย บัน คี มูน เลขาธิการ สหประชาชาติ(UN) ในที่ประชุมสื่อมวลชน ที่ทำเนียบรัฐบาลไทย หลังจากที่มีการพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองไทย(แปลคำต่อคำ)

I was briefed by the Prime Minister on the current situation in Thailand and the efforts currently underway towards national reconciliation and dialogue. Many of the issues that led to the recent violence and tragic loss of life can best be resolved through committed and genuine national dialogue conducted in good faith. I therefore encouraged the Prime Minister to continue with these efforts through an inclusive, broad-based process.

ผมได้รับฟังการสรุปของนายกรัฐมนตรีไทย เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน และความพยายามในการนำไปสู่กระบวนการหาทางออกจากความขัดแย้งและไดอะล็อค* ประเด็นต่าง ๆ จำนวนมากที่นำไปสู่ความรุนแรง และการสูญเสียชีวิตที่น่าสลดใจที่ผ่านมา สามารถแก้ไขโดยไดอะล็อคระดับชาติที่มุ่งมั่นตั้งใจและบริสุทธิ์ใจ ที่จัดขึ้นด้วยความศรัทธาที่ดี

ดังนั้นผมจึงกระตุ้นให้นายกรัฐมนตรีพยายามต่อไป โดยกระบวนการที่ครอบคลุมและเป็นสาธารณะ

คำถามสื่อมวลชน: I believe you have heard that civil society groups and also political groups would like to see all related UN special rapporteurs to look into the aftermath of the April/May incidents (in Bangkok). So I wonder: what's your take on this?
คำถามสื่อมวลชน: ผมเชื่อว่าท่านได้ยินกลุ่มประชาสังคมพลเรือน และกลุ่มทางการเมืองอยากที่จะเห็นความเกี่ยวข้องของยูเอ็นในการเข้ามาดูแล และรายงานพิเศษกรณีเหตุการณ์ เมษายน/พฤษภาคม ในกรุงเทพฯ ดังนั้นผมสงสัยว่าท่านจะดำเนินการอย่างไร?

SG: As the Prime Minister has already answered in his opening remarks, we discussed this issue. In fact, this is a Thai issue and this should be resolved by Thais. I am encouraged that the truth and reconciliation commission has started their work, and this commission has shown openness in their work, wishing that they are ready to work with even the international community. They have sought international assistance in technical and specific matters, and I expressed my readiness to the Prime Minister that the United Nations is ready to provide any technical assistance to this commission's work.

เลขาธิการฯUN: เช่นเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ตอบคำถามแล้วตอนต้นว่า เราได้แลกเปลี่ยนกันเรื่องนี้ ในความเป็นจริง นี่เป็นประเด็นแบบไทย ๆ และนี่ควรแก้ไขโดยคนไทย ผมกระตุ้นให้คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง และกระบวนการหาทางออกจากความขัดแย้งเริ่มต้นทำงาน และคณะกรรมการนี้แสดงความใจกว้างในการทำงาน หวังว่าเขาจะมีความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับประชาคมโลก เขาได้พยายามหาความช่วยเหลือจากต่างประเทศในด้านเทคนิคและเรื่องที่เฉพาะเจาะจง และผมได้แสดงความพร้อมต่อนายกรัฐมนตรี ว่าสหประชาชาติพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคต่อการทำงานของคณะกรรมการนี้

Okay. We should learn from this incident, what has happened, and I sincerely hope that all these issues will be addressed in a transparent [way], in addressing any violation of human rights which will make your society even stronger, more participatory, in addressing your own social, political issues.

โอเค เราควรที่จะเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้ ว่าเกิดอะไรขึ้น และผมหวังด้วยความจริงใจว่า ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกจัดการในลักษณะที่โปร่งใส โดยเฉพาะการจัดการในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะทำให้สังคมของท่านแข็งแรงขึ้น มีส่วนร่วมมากขึ้น ในการจัดการประเด็นทางสังคมและการเมืองแบบของท่านเอง

*******

พร้อมกันนี้ เราขอนำเสนอรายงาน ข้อสรุปประเด็นสำคัญประจำเที่ยงวัน ที่จัดทำโดย มาร์ติน เนเซอร์กี้, โฆษกของเลาขาธิการสหประชาชาติ บัน คี มูน เมื่อวันอังคาร 26 ตุลาคม 2553 แบบแปลคำต่อคำ (HIGHLIGHTS OF THE NOON BRIEFING BY MARTIN NESIRKY, SPOKESPERSON FOR SECRETARY-GENERAL BAN KI-MOON TUESDAY, 26 OCTOBER 2010)เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองไทย ดังต่อไปนี้

• The Prime Minister briefed the Secretary-General on the ongoing national reconciliation efforts in Thailand. The Secretary-General said many of the issues that led to the recent violence and loss of life could best be resolved through committed and genuine national dialogue, and encouraged the Prime Minister to continue with these efforts. The Secretary-General also expressed his hope that any human rights violations would be addressed in a transparent manner, which will make the society even stronger and more participatory in dealing with social and political matters.

• นายกรัฐมนตรี(อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ)ได้สรุปให้ท่านเลขาธิการฟังเรื่อง ความพยายามในเรื่องการปรองดองในประเทศไทย ท่านเลขาธิการกล่าวว่าประเด็นต่าง ๆ จำนวนมาก ที่นำไปสู่ความรุนแรงและการสูญเสียซึ่งชีวิตที่ผ่านมาสามารถแก้ไขผ่าน การไดอะล็อคระดับชาติ (National Dialogue) ที่มุ่งมั่นตั้งใจและบริสุทธิ์ใจ และกระตุ้นให้นายกรัฐมนตรีมีความพยายามในเรื่องนี้ต่อไป

• Asked whether the Secretary-General believed that the problems in Thailand were an internal affair, the Spokesperson said that the Secretary-General had said, “This is a Thai issue and this should be resolved by Thais. I am encouraged that the truth and reconciliation commission has started their work, and this commission has shown openness in their work.”

• เลขาธิการ UN ได้ถูกสื่อมวลชนถามว่า ท่านเลขาธิการเชื่อว่าปัญหาในประเทศไทยเป็นเรื่องภายในหรือไม่ โฆษกประจำตัวกล่าวว่า ท่านเลขาธิการ กล่าวว่า “นี่เป็นประเด็นแบบไทยๆ ควรแก้ไขโดยคนไทย กระผมกระตุ้นให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและกระบวนการหาทางออกจากความขัดแย้งเริ่มทำงาน และเห็นว่าคณะกรรมการได้แสดงถึงความใจกว้างในการทำงาน”

• The Secretary-General also said, “Many of the issues that led to the recent violence and tragic loss of life can best be resolved through committed and genuine national dialogue conducted in good faith.”

• เลขาธิการฯ กล่าวว่า “ประเด็นต่าง ๆ จำนวนมากที่นำไปสู่ความรุนแรงและการสูญเสียชีวิตที่น่าสลดใจนั้น สามารถแก้ไขโดย ไดอะล็อคระดับชาติ (National Dialogue) ที่มุ่งมั่นตั้งใจและบริสุทธิ์ใจ ถูกจัดขึ้นอย่างมีความศรัทธาที่ดี”

• He added that the Secretary-General had received a petition delivered by the Red Shirt Movement while he was in Thailand.
• ท่านเพิ่มเติมว่าท่านเลขาธิการฯ ได้รับหนังสือเรียกร้องจาก “กลุ่มเสื้อแดง” ในขณะที่อยู่ในประเทศไทยแล้ว


หมายเหตุ: ไดอะล็อค (Dialogue) หมายถึง กระบวนการสนทนาฉันท์มนุษย์ Reconciliation ที่นาย บัน คี มูน กล่าวไม่ได้มีความหมายว่า ปรองดอง แต่หมายถึง กระบวนการหาทางออกจากความขัดแย้ง แต่ที่นายอภิสิทธิ์พูดนั้นหมายถึง ปรองดอง

ไทยอีนิวส์:กรณีทหารป้ายสีเป็น1ใน11เวปหมิ่นฯ ล่าสุดทัพเรือลบลิ้งค์ปฏิบัติการทำลายสื่อปชต.แล้ว


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา เวบไซต์กองทัพเรือ*
29 ตุลาคม 2553

ข้อสังเกต:ล่าสุดเวบไซต์กองทัพเรือที่เผยแพร่ข่าวนี้ได้ลบข่าวนี้ทิ้งไปแล้ว โดยเมื่อคลิ้กลิ้งค์เข้าไป ปรากฎข้อความว่า

Oops! This link appears broken.DNS error occurred. Server cannot be found.


หมายเหตุ:ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ประกาศว่ารู้ตัวหมดแล้วว่าใครหมิ่นสถาบันกษัตริย์ และจะขจัดทำลายให้หมดสิ้น เอกสารภายในของกองทัพเรือต่อไปนี้ ซึ่งเป็นผลจากการประชุมเมื่อ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา (หลังเหตุการณ์ 19 พ.ค.2553ไม่นาน) ที่ได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษให้"ทำลายต้นตอการกระทำผิดที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันฯ"..อาจจะบ่งชี้ได้ดีทีเดียว เพียงแต่มีการเหมารวมว่าเวบไซต์ต่างๆที่วิพากษ์วิจารณ์ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลนั้นเป็น"เวบไซต์หมิ่นสถาบัน"ไปอย่างเหมารวม ซึ่งเอกสารดังกล่าวระบุไว้ 11 เวบไซต์ รวมทั้งเวบไทยอีนิวส์ด้วย


คำชี้แจงจากไทยอีนิวส์กรณีทหารใส่ความเท็จเป็น1ใน11เวปหมิ่นฯ

ตามที่เอกสารของกองทัพระบุว่าไทยอีนิวส์ เป็นเวบไซต์ 1 ใน 11 รายที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และอาจเข้าข่ายหมิ่น และ มุ่งร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น กองทัพต้องทำความเข้าใจข้อกฎหมาย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งแก้ไขโดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ที่กำหนดไว้ว่า

ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี


ตลอดการนำเสนอข้อมูลข่าวสารความคิดเห็นตลอดมาของไทยอีนิวส์นั้น ไม่เคย หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ แต่อย่างใดทั้งสิ้น เราทำหน้าที่เพียงการเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์กิจการบ้านเมืองโดยสุจริต ตามสิทธิเสรีภาพที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับพ.ศ.2550

และในเมื่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ล้วนแต่ทรงคุณอันประเสริฐ อยู่เหนือการเมืองและความขัดแย้งใดๆ ไม่เคยทรงลงมายุ่งเกี่ยวการเมืองตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ยืนยันหนักแน่น ดังที่ทราบกันแล้วนั้น ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่ไทยอีนิวส์จะไปวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ อย่าว่าแต่หมิ่นฯเลย

อนึ่งไทยอีนิวส์ได้ถูกคำสั่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการศอฉ.ปิดกั้นตามคำสั่งลงวันที่ 10 เมษายน 2553ก็ได้ระบุเพียงว่า"มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีงามของประชาชน"(รายละเอียด)เท่านั้น

ซึ่งวิญญูชนที่ใช้เพียงสามัญสำนึกก็ย่อมรู้ว่า คำสั่งนี้ล้วนเป็นเท็จทั้งสิ้น

แต่กองทัพกลับยัดเยียดความเท็จยิ่งกว่าอีกว่า เรา และ 11 เวบไซต์ที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย เป็นเวบไซต์ที่กระทำผิดความมั่นคง หมิ่นสถาบันฯ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดต่อรัฐธรรมนูญ

พฤติการณ์ดังนี้ของกองทัพยังหมิ่นเหม่ต่อการก้าวล่วง และดึงสถาบันกษัตริย์ให้ลงมาสู่วังวนความขัดแย้งทางการเมือง โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อเบื้องพระยุคลบาทอีกด้วย

อนึ่ง สังคมควรตั้งคำถามด้วยว่า นี่เป็นกิจการที่กองทัพควรเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยหรือ..?

****

ทั้งนี้ เวบไซต์ของกองทัพเรือ รายงานผลการประชุมจัดตั้งเครือข่ายระดับที่ ๒ ของ พธ.ทร.(กรมพลาธิการทหารเรือ)เพื่อส่งเสริมและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ณ ห้องประชุม พธ.ทร.(๒) เมื่อวันที่ ๑ มิ.ย.๕๓ เวลา ๐๙๓๐ - ๑๑๐๐ ดังนี้

ประชุมจัดตั้งเครือข่ายระดับที่ ๒ พธ.ทร.วาระการประชุม

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
ระเบียบวาระที่ ๒ ฝ่ายเลขา ฯ ชี้แจงความเป็นมา และการดำเนินการของหน่วยควบคุม
ระเบียบวาระที่ ๓ กำหนดแนวทางการจัดตั้งและหน้าที่ความ
รับผิดชอบเครือข่ายระดับที่ ๒ ของ พธ.ทร.
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)

ระเบียบวาระที่ ๒ ฝ่ายเลขา ฯ ชี้แจงความเป็นมา และการดำเนินการ ของหน่วยควบคุม

ความเป็นมา ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มบุคคลดำเนินการ เผยแพร่ข้อมูล รูปภาพ คลิปวิดีโอ ในทำนองหมิ่นและ มุ่งร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ผ่านทางเว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถาบัน ฯ และกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติอย่างร้ายแรง

ดังนั้นจึงถือเป็นภารกิจหลักของ ทร.ในการหา แนวทางป้องกันและแก้ไขเพื่อพิทักษ์และปกป้องสถาบัน พระมหากษัตริย์ จากการดำเนินการของกลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดี และแสวงประโยชน์จากเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

ในการนี้ ทร. ได้อนุมัติแนวทางการดำเนินการ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์บน เครือข่าย อินเตอร์เน็ตเพื่อสงเสริมและปกป้องสถาบัน ฯ

สาระสำคัญ

- สสท.ทร. เป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณา กำ หนดแนวทางการดำ เนินการปกป้องสถาบัน พระมหากษัตริย์ บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตร่วมกับหน่วยต่าง ๆ
- นขต.ทร. (หน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ)ร่วมเป็นสมาชิกหน่วยละ ๑ เครือข่าย และจัดตั้งสมาชิกเครือข่ายผู้ใช้อินเตอร์เน็ตของหน่วยเป็น เครือข่ายระดับที่ ๒
- จัดทำฐานข้อมูลข้อเท็จจริงของสถาบัน ฯ เพื่อใช้เป็น ข้อมูลกลางในการให้สมาชิกเครือข่ายใช้เป็นความรู้สำหรับใช้ในการส่งเสริมและปกป้องสถาบัน ฯ สสท.ทร. เป็นหน่วย รวบรวมข้อมูล กพร.ทร. เป็นหน่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
- ขว.ทร. และ สสท.ทร. ดำเนินการแลกเปลี่ยน ข้อมูลการตรวจพบเว็บไซต์ที่มีข้อความเข้าข่ายความผิด เกี่ยวกับการหมิ่นสถาบัน ฯ โดยขว.ทร. รายงานให้ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง สสท.ทร. แจ้งส่วนราชการที่รับผิดชอบ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐
- นขต.ทร. และ หน่วยเฉพาะกิจ ทร. ให้ความ ร่วมมือและสนับสนุนการทำลายแหล่งต้นตอของการ กระทำผิดที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ฯ ตามที่หน่วยงานของ รัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ร้องขอ

การดำเนินการ แบ่งออกเป็น ๒ แนวทาง

- การเทิดทูนสถาบัน ฯ
- การป้องกันและปราบปรามการหมิ่นสถาบัน ฯบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

การเทิดทูนสถาบัน ฯ
-จัดทำเว็บไซต์เผยแพร่บทความ/คลิปวิดิทัศน์ ในนาม ทร. โดยให้ สลก.ทร. ร่วมกับ สสท.ทร.(ศทส.ฯ) กำหนดความถูกต้องของเนื้อหา รวมทั้งรูปแบบการ นำเสนอ
-จัดทำ เว็บไซต์เผยแพร่บทความ/คลิปวิดิทัศน์ ผ่าน ช่องทางอินเตอร์เน็ตภายนอก ทร. (Domain name อื่น) ที่มิใช่ ทร.(โดยให้ กพร.ทร. เสนอขอ งป.ผ่านทาง ทท.หรือให้ สสท.ทร. ขอ งป. จาก ทร.)

การป้องกันและปราบปรามการหมิ่นสถาบัน ฯบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
-สร้างเครือข่ายหน่วยควบคุม (สสท.ทร.) เครือข่ายระดับที่ ๑ (นขต.ทร.) เครือข่ายระดับที่ ๒ (ผู้ปฏิบัติ ฯ ทุก นขต.ทร.)

ช่องการติดต่อสื่อสาร

คำสั่งกรมพลาธิการทหารเรือ ที่๑ / ๒๕๕๓ เรื่อง การแต่งตั้งสมาชิกเครือข่ายระดับที่๑ เพื่อส่งเสริมและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ของ พธ.ทร. เพื่อให้การดำเนินการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์บน เครือข่ายอินเตอร์เน็ตของ ทร. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นรูปธรรม จึงให้ปฏิบัติดังนี้

๑.ให้ผู้ดำรงตำแหน่งต่อไปนี้เป็นสมาชิกเครือข่ายระดับที่๑

๑.๑ รอง ผอ.ศบพ.พธ.ทร.(๒) ประธานเครือข่าย
๑.๒ หน.นธน.บก.พธ.ทร. สมาชิก
๑.๓ หน.กรรมวิธีข้อมูล ศบพ.พธ.ทร. สมาชิก และเลขานุการ
๑.๔ หน.สถิติและกรรมวิธีข้อมูล บก.พธ.ทร. สมาชิก
๑.๕ นายทหารปฏิบัติการ แผนกกรรมวิธีข้อมูลศบพ.พธ.ทร. สมาชิก และผช.เลขานุการ

๒. สมาชิกเครือข่ายระดับที่๑ มีหน้าที่
๒.๑ ควบคุมกำกับดูแล ดำเนินการคัดสรร และจัดตั้งสมาชิกเครือข่ายผู้ใช้ อินเตอร์เน็ตของหน่วย เป็นเครือข่ายระดับที่ ๒ โดย พิจารณาจากสมาชิกที่ มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ เพื่อทำหน้าที่ในการนำหัวข้อ/ข้อความไปปฏิบัติการหรือแสดงความ คิดเห็นในเชิงส่งเสริมและปกป้องสถาบัน ฯ รวมทั้งเฝ้าตรวจสอบ แจ้งเตือน ตอบโต้กลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดีในเว็บไวต์ เว็บบอร์ด หรือ อื่น ๆ ที่มีเนื้อหาทำนองหมิ่นและต่อต้านสถาบัน ฯ ให้เครือข่ายระดับที่๑ ทราบ

๒.๒ ประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยควบคุม (สสท.ทร.) และ เครือข่ายระดับที่๒ โดยใช้ระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ทร. ใน การติดต่อสื่อสาร

๒.๓ ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทำลายแหล่งต้นตอของ การกระทำผิด ที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ฯ ตามที่หน่วยงานของรัฐที่มี
หน้าที่รับผิดชอบตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ.๒๕๕๐ ร้องขอ

๒.๔ จัดให้มีการประชุมเครือข่ายระดับที่ ๒ เพื่อกำหนดกรอบ แนวทางการดำเนินการรวมทั้งรายงานผลการดำเนินการของ เครือข่ายระดับที่ ๒ ในความรับผิดชอบให้หน่วยควบคุม (สสท.ทร.) ทราบตามวงรอบทุก ๑ เดือน

๓. นขต.พธ.ทร. ให้การสนับสนุนตามที่สมาชิกเครือข่ายระดับที่๑ ร้องขอ

การตรวจสอบเว็บไซต์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และผลการติดตาม

http://board.sae-dang.com ติดตามต่อไป
http://www.redthai.org/ ถูกลบแล้ว
http://www.sameskcybooks.org/ ถูกลบแล้ว
http://www.prachatai.com ถูกลบแล้ว
http://www.thaienews.blogspot.com ถูกลบแล้ว
http://www.cmadang.com ถูกลบแล้ว
http://www.CmadOnlineg.com ไม่พบเซิรฟเวอร์
http://bbs.pramool.com ติดตามต่อไป
http://www.clubthaksin.com/ ติดตามต่อไป
๑๐ http://norporchorusa.com ถูกลบแล้ว
๑๑ http://norporchorusa2.com ถูกลบแล้ว

ข้อความมาตรฐานสำหรับใช้ในการตอบโต้/ต่อต้านการ ดำเนินการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์

๑ ทรงพระเจริญ
๒ ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
๓ LONG LIVE THE KING
๔ ขอให้พระองค์อยู่คู่กับปวงชนชาวไทยตลอดไป
๕ ขอให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน
๖ ทรงพระเจริญ ขอพระองค์ทรงมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์
๗ เรารักในหลวง
๘ เรารักพระเจ้าอยู่หัว
๙ ขอพระองค์ทรงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้คนไทยตลอดไป ทรง พระเจริญยิ่งยืนนาน
๑๐ คิดดีทำดีเพื่อในหลวง
๑๑ จงมีความสามัคคีและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
๑๒ ร่วมใจภักดิ์รักในหลวง
๑๓ ทำดีเพื่อพ่อ
๑๔ รักพ่อหลวงของแผ่นดิน
๑๕ ร้อยรักร้อยล้านดวงใจ เพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟัน ให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น
๑๖ พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ
๑๗ เราจะร่วมกันทำความดีเพื่อถวายในหลวง
๑๘ ถ้าเราไม่เคารพรักในสถาบันชาติแล้ว ความปั่นป่วน ระส่ำระสายก็จะเกิดตามมา
๑๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย

ระเบียบวาระที่ ๓ กำหนดแนวทางการจัดตั้งและหน้าที่ความ รับผิดชอบเครือข่ายระดับที่ ๒ ของ พธ.ทร.
แนวทางการดำเนินการเครือข่ายระดับที่ ๒

- ได้รับการคัดสรรจากเครือข่ายระดับที่ ๑
- ตรวจสอบ เฝ้าระวัง แจ้งเบาะแสการกระทำที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ฯ บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต รวมทั้งแสดงความคิดเห็น หรือเผยแพร่บทความในเชิงส่งเสริมและปกป้องสถาบัน ฯ โดยใช้ข้อความ รูปภาพ คลิปวิดิทัศน์มาตรฐาน ตามที่หน่วยควบคุมกำหนด

แนวทางการดำเนินการเครือข่ายระดับที่ ๒

- นำกรอบแนวทางปฏิบัติที่ได้รับมอบผ่านทางเครือข่าย ระดับที่ ๑ ไปขยายผล และรายงานการปฏิบัติให้เครือข่ายระดับที่ ๑ ทราบ
- เครือข่ายระดับที่ ๒ แจ้งเหตุ/รายงานผลการปฏิบัติให้เครือข่ายระดับที่ ๑ ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ทร.ผ่านช่องทางสื่อสาร (iwoc_28@navy.mi.th) เพื่อส่งเสริมและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ของ พธ.ทร.

คุณสมบัติ

๑. เป็นข้าราชการ ลูกจ้าง สังกัดกรมพลาธิการทหารเรือ
๒. เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ วิจารณญาณ และประสบการณ์เพียงพอในการแสดงความคิดเห็นเชิงส่งเสริมและปกป้องสถาบัน ฯ
๓. มีประสบการณ์ในการใช้ Internet และมี E-mail address ของ ทร.(กรณีไม่มี ขอให้สมัครได้ที่ สสท.ทร.)

การสมัครเป็นสมาชิก

ขอให้ส่ง ยศ ชื่อ-นามสกุล สังกัด หมายเลขโทรศัพท์ มาที่ iwoc_28@navy.mi.th (ตอบรับภายใน ๒ – ๓ วันทำการ)

การรายงาน

๑. รายงานการตรวจพบการกระทำที่หมิ่นต่อสถาบัน ฯ บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ที่กระทำที่หมิ่นต่อสถาบัน ฯ (URL)ว่าพบในวันเดือนปี เวลาใด
๒. กิจกรรมส่งเสริมและเทิดทูนสถาบัน ฯ

การรายงานทั้ง ๒ กรณีส่งมาที่ iwoc_28@navy.mi.th เช่นเดียวกัน

มีปัญหา/ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามได้ที่แผนกกรรมวิธีข้อมูล ศบพ.พธ.ทร. น.อ.จารุวัฒน์ กะราลัย (เลขานุการเครือข่ายระดับที่ ๑ พธ.ทร.) หรือ น.ท.หญิงแก้วกฤตยา พิชิตชโลธร (ผช. เลขานุการเครือข่ายระดับที่ ๑ พธ.ทร.)(02) 418-2468, (02) 475-5676, (02) 475-5730

หมายเหตุ:ล่าสุดเวบไซต์กองทัพเรือที่เผยแพร่ข่าวนี้ได้ลบข่าวนี้ทิ้งไปแล้ว โดยเมื่อคลิ้กลิ้งค์เข้าไป ปรากฎข้อความว่า

Oops! This link appears broken.DNS error occurred. Server cannot be found.


*********
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:

-ไทยอีนิวส์ชี้แจง 2 ประเด็นกรณีไทยรัฐนำเสนอข่าว:เราไม่ใช่เวบของทักษิณ และเรายังโดนศอฉ.สั่งปิดอยู่

-ฝ่าด่านเผด็จการปิดกั้นสัจจะ ยอดผู้อ่านไทยอีนิวส์ผ่าน 20 ล้านคลิ้ก เฉพาะ19พฤษภาวันเดียวยอดอ่าน 3 แสน

-ประขาไทสัมภาษณ์ไทยอีนิวส์:สื่อกระแสทวนในยุคสมัยแห่งความขัดแย้ง

-บทความแรกที่เผยแพร่ในไทยอีนิวส์เมื่อตอนก่อตั้งเมื่อ 5 พ.ย.49:แถลงการณ์ขบวนทัพประชาชน 'ประชาชนไทยทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้เป็นของประชาชนทุกคนเสมอกัน '

วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 28, 2553

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:80 ปี จิตร ภูมิศักดิ์ -4 ปี นวมทอง ไพรวัลย์ ดาวยังพรายศรัทธา เย้ยฟ้าดิน



โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
28-31 ตุลาคม 2553

***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันที่ 28-31 ตุลาคม 2553 กิจกรรมฝ่ายประชาธิปไตยยังคึกคักเข้มแข็ง ไฮไลต์อยู่ที่กิจกรรมรำลึก 80 ปีแห่งวีรประวัตินักปฏิวัติประชาชน จิตร ภูมิศักดิ์ -4 ปีมหาวีระประชาชน นวมทอง ไพรวัลย์ ที่จากไปพร้อมกับการ"เกิดใหม่"ของไพร่ตาสว่างหลายสิบล้าน ค่อนประเทศ-กิจกรรมแรลลี่เส้นทางสีแดง 18 จังหวัดภาคอีสาน 1700 โลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมปาก นักโทษการเมือง และสารพันกิจกรรม ส่งข่าวคราวภาพถ่าย คลิป บทความได้ที่ thaienews99@googlegroups.com เหมือนเคย***


***บุตรชายคนเล็กปรีดี พนมยงค์ถึงแก่กรรม

นายศุขปรีดา พนมยงค์ บุตรชายคนเล็กนายปรีดี และท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ถึงแก่กรรมแล้วด้วยวัย 75 ปี เมื่อเวลาราว 2 นาฬิกา 29 ต.ค. โดยได้บริจาคร่างกายให้ร.พ.ธรรมศาสตร์ พิธีศพจัดที่วัดประชาธิปไตย(วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน) 29 ต.ค.-4พ.ย. 18.30น. และจะจัดพิธีรำลึกที่สถาบันปรีดีฯ

ขอเชิญผู้ที่เคารพนับถือ ญาติมิตร ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพในเวลา 18.30 น. ที่ศาลาทักษิณานุประดิษฐ์ วัดพระศรีมหาธาตุ ในวันที่ 29-30 ตุลาคม โดยในวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 4 พฤศจิกายน จะย้ายมายังศาลา 9/1 ก่อนจะนำร่างกายไปบริจาคที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ตามความประสงค์ของนายศุขปรีดาต่อไป (อ่านบทสัมภาษณ์ศุขปรีดา เขาพยายามทำลายชื่อเสียงผู้ก่อการ เขามีทั้งกำลังคนกำลังทรัพย์แน่นหนามาก )***





4 ปีวีระประชาชน นวมทอง ไพรวัลย์-นวมทอง ไพรวัลย์ ขับรถแท็กซี่ชนรถถังต่อต้านรัฐประหาร 19 กันยาฯ49 โดนโฆษกกองทัพบกหมิ่นแคลนว่า รับจ้างทักษิณ ไม่มีใครยอมตายเพื่ออุดมการณ์ได้...ต่อมา 31 ตุลาคม 49 นวมทองแขวนคอตายที่สะพานลอยหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เหตุการณ์ผ่านไปจนป่านนี้ พวกปฏิกริยาหมารับใช้อำมาตย์ก็ยังสบประมาทประชาชนเหมือนเดิมว่า รับจ้างทักษิณมา โดยลืมไปว่า ใครจะรับจ้างมาตายอีกตั้ง 92 ศพ...พวกมึงยังไม่สำเหนียกอีกหรือ?

ขอเชิญร่วมนิทรรศการรำลึกลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ในวันอาทิตย์ 31 ตุลาคม เวลา 16.00-20.00 น. ณ อนุสรณ์สถานสี่แยกคอกวัว และบริเวณสะพานลอยหน้าไทยรัฐวิภาวดีฯตามโปสเตอร์ข้างบน


รำลึก4ปีนวมทองที่เชียงใหม่-กิจกรรมรำลึก 4 ปีนวมทองฉันยังไม่ลืม 18.00น. 31ต.ค.นี้ บริเวณตรงข้ามอนุสาวรีย์3กษัตริย์ เนื่องจากบังเอิญตรงกับวันฮัลโลวีน ขอเชิญผู้ร่วมมงานแต่งผี 91 ศพร่วมกิจกรรม***

ช็อตเด็ดวันนี้


***บก.ลายจุดเขียนลงเฟซบุ๊ค ชมเปาะว่ารูปนี้ สาวเสื้อแดงกล้าหาญและใจเกินร้อยจริงๆ! กล้าฉายเดี่ยวสวมบทนอนตายต่อหน้าต่อตาเหล่า Police ที่ผูกผ้าพันคอแดงซะด้วย "We need democracy-พวกเราต้องการประชาธิปไตย) จะเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกจะต้องบันทึกไว้ สุดยอดมาก (ขอบคุณภาพจากคุณ amerilao เวป IF)***

ปรองดองนะจ๊ะ

***ขบวนการปรองดองเรนเจอร์ พากันไปออกแถลงการณ์เยาะหยันกรณีบัน คี มูน เลขาธิการUNมาเมืองไทย แต่ดันไปเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษการเมืองพม่า ไม่ไยดีข้อเรียกร้องให้ปลดปล่อยนักโทษการเมืองเสื้อแดง สอบสวนลงโทษผู้บงการสังหารหมู่เสื้อแดง ด้วยตอน"ปรองดองกันนะจ๊ะคนไทย"สไตล์มือเปื้อนเลือด***

***รูปถ่ายจักรภพล่าสุด


เวบไซต์ประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์ รายงานภาพถ่ายล่าสุดของจักรภพ เพ็ญแข โดยรายงานว่า เป็นควันหลงจากงานโอท็อปของคนเสื้อแดง ที่ทางกลุ่มเรดไซเบอร์ได้จัดขึ้น เมื่อวันที่ 1-3 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ บิ๊กซี ลาดพร้าว ชั้น 6

ในวันนั้นศูนย์ข่าว "TPNews" ได้ตั้งบูทรับสมัครสมาชิกข่าวสั้น- SMS ผ่านมือถือ, ขายหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คส์ผลงาน "คุณจักรภพ" และจัดมุมให้แฟนคลับเขียนข้อความอวยพร, ให้กำลังใจ "คุณจักรภพ"ด้วย

ณ วันนี้ "สมุดเซ็นเยี่ยม" ทุกเล่ม พร้อมรูปถ่ายแฟนๆ ได้ถึงมือ "คุณจักรภพ" เรียบร้อยแล้ว ด้วยความซาบซึ้งยิ่ง "คุณจักรภพ" จึงฝากรูปถ่ายพร้อมคำขอบพระคุณ เป็นกลอน มาให้แฟนๆ ทุกท่าน ดังนี้ :


แต่ละพรแต่ละคำจำไว้ว่า
ในยามเหนื่อยยามล้าย่อมสู้ไหว
เมื่อครอบครัวเสื้อแดงแรงน้ำใจ
ผมฮึดสู้ขึ้นใหม่เพราะได้แรง

ส่งหัวใจข้ามฟ้ามาอารักษ์
เป็นเสาหลักศักดิ์ศรีที่มีแสง
ฉายบ้านเมืองมืดดำรื้อกำแพง
ประชาธิปไตยฉายแสงด้วยแรงเรา

ขอกราบขอบพระคุณให้ทุนเพิ่ม
กำลังใจใส่เติมดั่งเสริมเสา
สถาบันมวลชนคนอย่างเรา
ย่อมแข็งเท่าหรือแข็งกว่ากาลีเมือง.



ขอกราบขอบพระคุณทุกๆ คำอวยพรด้วยใจเคารพรักอย่างสูงครับ

ผม-จักรภพ เพ็ญแข

แฟนๆจักรภพหากอยากดูรูปชุดใหญ่ หลายรูปให้ตามไปดูที่เวบประชาธิปไตย100%***


ภาพข่าวกิจกรรมแรลลี่กรุงเทพฯ-ราชบุรี และเวทีเขาแก่นจันท์คึกคักสวยงาม

เสื้อแดงราชบุรี ในฐานะเจ้าภาพ ขอรายงานภาพข่าวกิจกรรม ซึ่งสำเร็จลุล่วงด้วยดี

ช่วงเช้า ขบวนแรลลี่ไปตลาดน้ำดำเนินสะดวก แหล่งท่องเที่ยวราชบุรี มีชื่อระดับโลก

จากนั้นไปแวะเที่ยวโสถ์คริสต์เก่าแก่อายุ100ปีที่บางนกแขวก

งานแรลลี่หนนี้มีรถร่วมประมาณ 130-140 คัน คึกคักกันดีมาก

จากนั้น รถทั้งหมดร่วมกันแห่ไปในเมืองราชบุรี ไปผูกผ้าแดงที่หอนาฬิกากัน ได้ข่าวมาว่าพวกสาวกพันธมิดราชบุรี อกจะแตกตายหลายคน ทนไม่ได้ที่เห็นรถเป็นร้อยคันยาวเหยียด ผูกผ้าแดงวิ่งผ่านกลางเมือง

ตกเย็นเวทีเสวนาก็คึกคักดี มีคนเสื้อแดงและไม่แดงมาร่วมสามพันคน ตำรวจบอกมากกว่าที่เขาคาด

งานนี้ เรามีกล่องกิจกรรม ชวนคนหยอดเงิน บอกว่าหักค่าเวทีและอื่นๆแล้วจะเอาเงินที่เหลือไปช่วยน้ำท่วม ก็ช่วยๆกันให้ก็ได้ ไม่ให้ก็ไม่เป็นไร ที่มีให้ตั้งแต่สิบบาท ร้อยบาท บางคนให้ห้าร้อย พันก็มี

สรุปตัวเลขมาแล้ว รายรับเราได้สามหมื่นเศษ รายจ่ายประมาณสองหมื่นบาท เราเหลือเงินช่วยน้ำท่วมประมาณ 13000 บาท
และได้ส่งเงินไปช่วยเสื้อแดงสิงห์บุรี ซื้อเรือให้ 1 ลำมูลค่า 5000 บาทแล้ว ที่เหลือ เราก็จะส่งช่วยเหลือที่อื่นต่อ

โดยสรุป งานนี้คือมวลชนที่มาน่าจะได้ความรู้ และเพิ่มเติมไฟ ได้กำลังใจ เพื่อไปขับเคลื่อนกันต่อไป และที่ได้เพิ่มสำหรับพวกเราคนจัดงานคือกำลังใจ แม้จะเหนื่อยแต่ก็ภูมิใจ ส่วนพวกข้าราชการสมุนอำมาตย์ที่น่าจะรู้ได้ก็คือ บทเรียนราคาแพง ที่ดันทะลึ่งไปล็อคโรงแรมไม่ให้เราเช่าสถานที่ จากเดิมจะจัดเล็กๆย่อมๆคนซัก3-4ร้อย เลยกลายเป็น 3 พัน...เลยทำให้งานเราใหญ่กว่าเดิมหลายเท่าตัว***

กิจกรรม นปช.สัญจรแดงยุโรป เมือง Helsingborg สวีเดน 23 ต.ค.
From กิจกรรมงาน นปช.สัญจรแดงยุโรป ที่เมื�


กลุ่มนปช.เยอรมัน (ทัวร์นกขมิ้นแดงแจ๊ด) มีกิจกรรมนัดพบพี่น้องคนไทยหัวใจสีแดงในยุโรป เมื่อ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา

โดยเจ้าภาพกิจกรรมในครั้งนี้ทางพี่น้องเสื้อแดงในประเทศสวีเดน ร่วมกับกลุ่มพี่น้องนปช.แดงยุโรป มีตัวแทนจากประเทศเดนมาร์ก นอร์เวย์ เข้าร่วมช่วยกันเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมใหักับพี่น้องเสื้อแดงวีรชนผู้เสียชีวิต และเพื่อนพ้องน้องพี่คนเสื้อแดง อีกทั้งกลุ่มแกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดิน หลังเหตุการณ์สลายชุมนุม ที่ บ่อนไก่และ ราชประสงค์

จุดประสงค์ของกิจกรรม

เป็นกระบอกเสียง ประกาศข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยให้กับชาวต่างประเทศได้รับรู้ รับทราบ เรื่องราวความเป็นมาของกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งในและนอกประเทศ ที่มีเป้าหมายการเรียกร้องให้เกิดระบอบการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยในแนวทางสันติวิธี อันเป็นสิ่งที่มีความชอบธรรม และสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการแสดงออกถึงความต้องการความเสมอภาค ให้เป็นไปตามหลักสากล

จุดนัดพบฯ : รวมพลที่ร้านอาหารไทย Phuun Thai เมือง Helsingborg ประเทศ Sweden

สถานที่ดำเนินกิจกรรม : ลานอเนกประสงค์ หน้าท่าเรือเดินทะเล เมืองHelsingborg กิจกรรม เริ่ม เวลา 13:00 น. เวลาท้องถิ่น

- กลุ่ม นปช.เยอรมัน(ทัวร์นกขมิ้นแดงแจ๊ด) ได้กล่าวเชิญชวนพี่น้องที่เข้าร่วม ส่งตัวแทนร่วมกันปราศัยเป็นภาษาสวีดิช เยอรมัน เดนมาร์กและ ภาษาอังกฤษ ในหัวข้อ ความจริงที่เกิดจากความอยุติธรรมที่รัฐบาลทรราช จัดการกับประชาชนที่ต่อสู้เรียกร้องระบอบประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงในประเทศ และเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้สูญเสียชีวิต ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ และครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมของ ทหารรับใช้อำนาจเผด็จการ

เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือ การเยียวยาที่เหมาะสมและเป็นรูปธรรม และกระจายข่าวให้สังคมโลก ได้รับรู้เรื่องราวเหตุการณ์อีกด้านที่รัฐบาลโจรพยายามปกปิดข่าวสาร ข้อเท็จจริงต่างๆที่เกิดขึ้น

- ร่วมกันร้องเพลง นักสู้ธุลีดิน เพื่อสืบสานอุดมการณ์การเรียกร้องประชาธิปไตย

หลังจบกิจกรรม ร่วมเดินประกาศ We Want Justice/Aphisith Get Out /ใครสั่งฆ่า เอี้ยสั่งฆ่า กลับจุดนัดพบร้าน phuun thai

เวลา 15:30 น. เวลาท้องถิ่น เจ้าภาพแดงสวีเดน เชิญพี่น้องร่วมแสดงความคิดเห็นเรื่องการเมืองการปกครอง และฟังคำปราศัยของตัวแทนจากกลุ่ม เดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ และ เยอรมัน
เวลา 16:00 น. ติดต่อโฟนอินคุณจตุพร พรหมพันธ์ วิเคราะห์ข่าวสารและเหตุการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน
เวลา 17:00 น. ร่วมรับประทานอาหาร และร้องเพลงเสื้อแดง / ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือเร่งด่วน พี่น้องไทยที่ประสบปัญหาอุทกภัย
เวลา 22:00 น. จบรายการ อำลาแยกย้ายกลับภูมิลำเนา***



***ศูนย์ข่าวประชาชน(People Channel)จัดเสวนา ณ ห้องเสวนา ศูนย์ข่าวประชาชน People Channel ชั้น 5 บิ๊กซี ลาดพร้าว

พฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 53

เวลา 13.00 – 16.00 น.เสวนา “ความหมายแห่งเสรีชน”
โดย อรรถชัย อนันตเมฆ
อุ๋ย ไทยเดลฟรี
ศักดิ์ดา บูรพงศ์
อารี แท่นคำ
ซาร่า ดำเนินรายการ

เสาร์ที่ 30 ตุลาคม 53
เวลา 13.00 น. ปิดท้ายเดือนตุลาด้วยภาพยนตร์ “14 ตุลา สงครามมหาประชาชน”

อาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 53

เวลา 13.00-17.00 เม้าท์กันสนั่นเมือง พบกับ :ป้อม กรองทอง,เต้ มดชมพู,อ้น ชัยนรินทร์ พร้อมแขกรับเชิญสุรชัย แซ่ด่าน เปิดใจหลังโดนสั่งฟ้องคดีหมิ่นฯ,อดีตนักศึกษาเสรีปัญญาชน,ตัวแทนREDนนท์ มาร่วมกัน "เมาท์กระจาย" ***

***เสื้อแดงช่วยน้ำท่วม-เชิญบริจาคช่วยน้ำท่วมกับกลุ่มเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เต๊นท์ฝั่งโรบินสัน หรือที่บิ๊กซี ลาดพร้าว***

*** RED NURSE จากอิมพีเรียล พากันนำสิ่งของบรรเทาทุกข์พี่น้องชาวตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง พี่น้องได้รับกับมือด้วยความตื้นตันใจที่คนประสบภัยการเมืองเสื้อแดง ยังมีแก่ใจช่วยคนประสบภัยน้ำท่วม ทางเสื้อแดงอ่างทองขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือพี่น้อง ท่านใดจะสอบถามหรือบริจาคสิ่งของให้พี่น้องชาวอ่างทองที่ถูกน้ำท่วม ติดต่อได้ที่ อ.อ๊อด 085-178-6678 หรือที่เจ้ไก่ ร้านไก่โฆษณา 081-851-4818 รับรองพี่น้องได้รับของครบ ไม่มีปัญหากวนใจ***

*** 80 ปี จิตร ภูมิศักดิ์-ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ, กองทุนจิตร ภูมิศักดิ์, มูลนิธิจิตร ภูมิศักดิ์, ชมรมประวัติศาสตร์ จุฬาฯ และกลุ่มประชาคมจุฬาฯเพื่อประชาชน ขอเชิญร่วมงาน "80 ปี จิตร ภูมิศักดิ์" ระหว่างวันศุกร์ที่ 29 - เสาร์ที่ 30 ตุลาคมนี้

...
ศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2553
.....
09.00-9.15 น. กล่าวต้อนรับโดย คณบดีคณะอักษรศาสตร์
09.15-9.30 น. กล่าวเปิดงานโดย คุณสัมผัส พึ่งประดิษฐ์
09.30-10.00 น. ปาฐกถานำ โดย อ. ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
10.00-10.30 น. พัก – กาแฟ
10.30-12.00 น. เสวนา "แง่มุมทางประวัติศาสตร์การเมืองและวัฒนธรรมของ จิตร ภูมิศักดิ์" โดย ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์, บัณฑิต จันทศรีคำ, ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
ดำเนินรายการ ผศ. ดร. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

13.00-14.30 น. เสนอบทความวิชาการเกี่ยวกับจิตร ภูมิศักดิ์

บทความที่ 1 ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ "กลับไปอ่านโฉมหน้าศักดินาไทย"

บทความที่ 2 บาหยัน อิ่มสำราญ “โคทาน: ภารตนวนิยายแปลของจิตร ภูมิศักดิ์”

บทความที่ 3 ธิกานต์ ศรีนารา “การกีดกันความเป็น “คอมมิวนิสต์” ออกจาก จิตร ภูมิศักดิ์ หลัง-พคท.”

14.30-15.00 น. พัก – กาแฟ

บทความที่ 4 ยุกติ มุกดาวิจิตร “จิตร ภูมิศักดิ์ในฐานะนักชาตินิยม: ข้อพิจารณาเบื้องต้นจากการศึกษา “โองการแช่งน้ำฯ””

บทความที่ 5 วิลลา วิลัยทอง ““ดาวยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน”: การใช้ชีวิตประจำวันของจิตร ภูมิศักดิ์และนักโทษการเมืองในคุกช่วงทศวรรษ 2500”

บทความที่ 6 เก่งกิจ กิติเรียงลาภ “ความหมาย ฐานะ และผลสะเทือนของ “จิตร ภูมิศักดิ์” “หลัง 2516””

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

13.00-14.30 น. เสวนา "จิตร ภูมิศักดิ์ ในความเห็นของคนรุ่นใหม่" โดย ประจักษ์ ก้องกีรติ (ผู้นำเสวนา), ไอดา อรุณวงศ์, ธนาพล อิ๋วสกุล, สลักธรรม โตจิราการ, และดนัย พลอยพลาย

14.30-15.00 น. พัก – กาแฟ

15.00-17.00 น. การแสดงดนตรี อ่านบทกวีและแสดงละคร โดยนิสิตกลุ่มประชาคมจุฬาฯ เพื่อประชาชนและชมรมประวัติศาสตร์ จุฬาฯ ณ ห้องโถง 101 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ คณะอักษร ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ โทร. 0-2218-4672 begin_of_the_skype_highlighting 0-2218-4672 end_of_the_skype_highlighting แฟ็กซ์ 0-2218-4673***

***คิก ออฟ กิจกรรมเส้นทางสีแดง 1700 โลล่ายุติธรรม (เพิ่มจากเดิม12จังหวัด เป็น18จังหวัด ปลายทางที่ลาว ระยะทางจากเดิม900 เพิ่มเป็น1700กิโลเมตร)-อาจารย์ธิดา โตจิราการ ภรรยาหมอเหวง โตจิราการ กับคณะที่ปรึกษาโครงการฯ เช่น บก.ลายจุด จะไปร่วมวางดอกไม้แดงหน้าเรือนจำคลองเปรม โดยงานนี้คุณหมอสันต์ หัตถีรัตน์ ประธานมูลนิธิีรชนเพื่อประชาธิปไตย (อดีตประธานสมาพันธ์ปชต. ผู้นำการต่อสู้ยุค 17 พฤษภา 35)ในวันอาทิตย์ที่ 31 ตค. เวลา 16.00 น.

เชิญร่วมส่งขบวนเดินทางเส้นทางสีแดง (Red Path) อาทิตย์ 31 ตค.ที่ราชประสงค์ตั้งแต่ 10.00 น. ร่วมกันเขียนจดหมายให้กำลังใจพี่น้องเสื้อแดงอีสานที่ถูกคุมขังคดีการเมือง ใส่ซองจดหมายสีแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก ร่วมปล่อยขบวนและปั่นจักรยานกับ บก.ลายจุดและกลุ่มวันอาทิตย์สีแดงและปล่อยนกพิราบ 91 ตัว สัญลักษณ์ของเสรีภาพ 16.00 น.วางดอกไม้แดงหน้าเรือนจำคลองเปรมให้กับแกนนำเพื่อเดินทางสู่อีสาน (รายละเอียดกิจกรรมดูตอนท้ายข่าว)***

***กิจกรรมนี้มีกันทั่วโลก นำโดยคุณคอนเนอร์ เพอร์เซล ชาวออสเตรเลียที่ติดคุกในไทยเพราะขึ้นปราศรัยเวทีเสื้อแดงที่ผ่านมา และได้ออกจากคุกแล้ว จัดงานพร้อมกันกับที่ขบวนแรลรี่ปั่นจักรยานโครงการเส้นทางสีแดง(ดูรายละเอียดท้ายสังคมข่าว)ที่จะออกมาเรียกร้องให้ปลอ่ยตัวแกนนำและคนเสื้อแดงที่ติดอยู่ในคุก


โดยคุณคอนเนอร์จะรวบรวมพี่น้องเสื้อแดงที่ซิดนีย์ ไปประท้วงหน้าสถานทูตไทยประจำออสเตรเลียในวันที่ 31 ต.ค.วันเดียวกับที่โครงการเส้นทางสีแดง เริ่มเคลื่อนขบวนเส้นทางสีแดงจากราชประสงค์ไปอีสานนาน1เดือน ระยะทาง 900 กิโลฯเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำ

ทั้งนี้คุณคอนเนอร์และเสื้อแดงออสเตรเลีย รวมทั้งผู้ดำเนินโครงการ แจ้งมาว่า อยากให้คนไทยทั่วโลกร่วมทำกิจกรรมนี้พร้อมๆกันทั่วโลก จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังเสื้อแดงทั่วโลกร่วมกันคิกออฟกิจกรรมเส้นทางสีแดงไปพร้อมๆกัน หากสามารถมาร่วมชุมนุมกันได้ที่สถานทูตก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะกดดันรัฐบานให้ปล่อยตัวแกนนำหรือคนเสื้อแดงที่อยู่ในคุก***

***จดหมายจากคุกการเมืองของน้องๆนักศึกษานักโทษการเมือง



ถึง เสรีปัญญาชนทุกคน

สวัสดี นักศึกษา นิสิต สมาชิกทุกท่าน และผู้ช่วยเหลือทุกท่าน พี่กิต ตุ๊ก และทุกๆคนที่นี่ ขอบคุณ จดหมายจากคนข้างนอกถึงคนข้างใน

ทุกๆคนที่เขียนมาให้กำลังใจพวกเราให้สู้และระลึกถึงวีรชน,วีรบุรุษที่เคยมาสัมผัส ในคุกคลองเปรมลาดยาวนี้ ในอดีต มี ทั้ง จิตร ภูมิศักดิ์,ครูครอง จันดาวงษ์,ทองพันธ์ สุทธิมาศ,นักแสดงศิลปิน,นักการเมือง ฯลฯ

นี้คือนักต่อสู้กับความอยุติธรรมและเผด็จการอำมาตย์ ที่ขวางประชาธิปไตย์มาโดยตลอด ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน แนวทางเผด็จการยังเหมือนเดิมแค่เปลี่ยนแนววิธีการป้ายร้าย เช่น อดีตบอกว่าประชาชนฝ่ายต่อต้านรัฐ ว่า พวกคอมมิวนิตย์ แต่ปัจจุบัน บอกว่า ผู้ก่อการร้ายเช่น

การกระชับพื้นที่ เป็นคำพูดที่สวยหรูแม้แต่ประชาชน เยาวชน พูดยังกับว่ารัฐบาลแค่ขอพื้นที่คืนไม่มีเหตุอะไร แต่ที่ผู้ประสบเหตุการร์เห็นกลับเป็นการล้อมปราบล้อมยิงทำให้ตายและบาดเจ็บต่างหาก

ถิ่นกาขาว ตอนนี้รุ่งเรื่องเพราะกินบุญเก่า ก่อกรรมทำเข็ญกับประเทศชาติ ประชาชน สิ้นบุญเมื้อไหร่อีกไม่นาน เสรีภาพ มนุษยชน ที่มนุษย์จะต้องได้รับเท่าเทียมกันเสมอภาคทุกคน และพวกเราจะสอนลูกสอนหลานให้รักประชาธิปไตย เพราะมันคือทุกสิ่งงทุกอย่าง ที่พวกเค้าจับได้และทำให้เขาสบายมันเป็นสิ่งที่งดงามที่ต้องแลกด้วยอิสรภาพ

รักและเคารพทุกคน

ทุกๆคนอยู่ร่วมกัน10ชีวิตรอการช่วยเหลือ ***

***อาจารย์ชำนาญ จันทร์เรือง แห่ง มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนแจ้งข่าวมาว่า ตามที่อาจารย์สมเกียรติ ตั้งนโมผู้ก่อตั้งเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้เสียชีวิตไปเมื่อสามเดือนก่อน ทำให้การรับบทความได้หยุดชะงักลงชั่วคราว ตอนนี้มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้เริ่มเปิดรับบทความใหม่แล้วทางอีเมล์แอดเดรสใหม่ คือ midnightuniversity@gmail.com โดยจะสามารถเผยแพร่บทความในหน้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้ในราวสัปดาห์หน้า จึงขอแจ้งข่าว ปชส.มาเพื่อทราบโดยทั่วกัน***

*** งานรวมพลังคนเสื้อแดงยุโรปเดนมาร์กเป็นเจ้าภาพ สถานที่ชุมนุม RÅDHUSPLADSEN โคเปนเฮเกน วันที่ 30ตุลาคม เริ่มงานเวลา 13.00น ร้องเพลงแดงทั่วแผ่นดินร่วมกัน แนะนำตัวแทนของกลุ่มจากประเทศต่างๆทั่วยุโรป มีการแสดงต่างๆร่วมกัน ร่วมรับฟังโฟนอินจาก นายกฯในดวงใจ ทักษิณ ชินวัตร ถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก ร่วมกันทำความสะอาดสถานที่จัดงาน จบงานด้วยเพลง ตะโกนบอกฟ้า และนักสู้ธุลีดิน ประมาณ16.00 น.จบงาน เวลา18.00น รับประทานอาหารร่วมกัน

พบกันวันที่ 31 ตุลาคม สถานที่วัดไทยเดนมาร์ก STENLØSE 8.00 น. รับประทานอาหารเช้า 10.00 น.ทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีอุทิศให้แด่วีรชนผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย***

***ชาวชุมชนบ่อนไก่จัดกิจกรรมรำลึกไว้อาลัยวีรชน 31 ตุลาคมนี้ที่ชุมชนบ่อนไก่ หน้าธ.กรุงเทพฯ สาขาลุมพินี กำหนดการ

15.30 น.พบกันที่บริเวณจัดงาน
16.00 น.ผู้เห็นเหตุการณ์พาไปชี้จุดคนตาย พาผู้สื่อข่าวดูรอยกระสุน เพื่อให้เห็นว่าวิถีกระสุนมาจากฝั่งทหาร
17.10 น.ร่วมกันยืนสงบไว้อาลัยวีรชนผู้เสียชีวิต
17.15 น.ร่วมกันปล่อยลูกโป่ง และผูกผ้าแดงไว้อาลัย สานต่อเจตนารมณ์วีรชน
17.30 น.ร่วมกันจุดเทียนเพื่อให้บ้านเมืองสว่างจากการมืดมิดมานาน ประชาชนจะได้ตาสว่างมากๆขึ้น เสร็จภารกิจแยกย้ายกันกลับบ้าน***

*** ขอเชิญร่วมกิจกรรมงานวันนิคม จันทรวิทุร ประจำปี 2553 มีสัมมนาเรื่อง “การปฏิรูปประเทศไทยกับคุณภาพชีวิตแรงงาน” วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553 ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร ชั้น 7 และ ห้องประชุมประภาศ อวยชัย ชั้น 4 ตึกอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดโดยมูลนิธินิคม จันทรวิทุร ร่วมกับ สถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


8:00 - 8:30 น. พิธีเปิดห้องประชุมศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร ชั้น 7 ตึกอเนกประสงค์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
กล่าวรายงานโดย รศ. ดร. ไว จามรมาน ผู้อำนวยการ สถาบันทรัพยากรมนุษย์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การกล่าวสุนทรพจน์และเปิดห้องประชุมฯ โดยอธิการบดี และ ผู้แทนครอบครัว
จันทรวิทุร
8:30 - 8:45 น. ผู้เข้าสัมมนาลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนา ณ ห้องประชุมประภาศ อวยชัย ชั้น 4
ตึกอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
8:45 - 9:00 น. กล่าวต้อนรับ โดย
ศ. ดร. ธีระ ศรีธรรมรักษ์ ประธานมูลนิธินิคม จันทรวิทุร
9:00 – 9:15 น. กล่าวเปิดการสัมมนา โดย อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
9:15 - 9:30 น. แนะนำองค์ปาฐก โดย
• นายปนิธิ ศิริเขต ผู้อำนวยการสถาบันแรงงานศึกษา
9:30 - 10:15 น. การปาฐกถานิคม จันทรวิทุร ครั้งที่ 8 ประจำปี พ.ศ. 2553 หัวข้อ
“การปฏิรูปประเทศไทยกับคุณภาพชีวิตแรงงาน” โดย
• รศ. แล ดิลกวิทยรัตน์ อาจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกษียณอายุ) และกรรมการมูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงัน
10:15 – 10:30 น. รับประทานอาหารว่าง
10:30 – 11:45 น. การอภิปรายเชิงวิชาการและนโยบาย หัวข้อ “การปฏิรูปประเทศไทยกับการปฏิรูปแรงงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต” โดย
• คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี*
• ดร.สุเมธ ฤทธาคนี ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร*
• รศ. ดร. ไว จามรมาน ผู้อำนวยการ สถาบันทรัพยากรมนุษย์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์*
• ดร. สาวตรี สุขศรี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
• นางสาวธนพร วิจันทร์ ประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี
• ดร.โชคชัย สุทธาเวศ เลขาธิการ มูลนิธินิคม จันทรวิทุร (ดำเนินการอภิปราย)
11.45 -12.15 น. ซักถามและร่วมแสดงความคิดเห็นโดยผู้เข้าร่วมสัมมนา
12:15-12:30 น. สรุปและกล่าวปิดการสัมมนา โดย
• นายฐาปบุตร ชมเสวี รองประธาน และ ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธินิคม จันทรวิทุร
12:30 – 13:30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
หมายเหตุ
1. *วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม
2. พิธีกรดำเนินรายการ : อาจารย์วิภา ดาวมณี และ ผู้แทนจากสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์***


***คนเสื้อแดงจัดงาน"คาราวานสินค้าราคาถูกยุคค่าเงืนบาทแข็ง"ที่โครงการเอื้ออาทร บึงกุ่ม จองที่ขายฟรี ติดต่อคุณปุ้ย 082-6301700***


***เวบไซต์www.serichon.com จั ดกิจกรรมโยนโบว์ลิ่ง หาทุนสนับสนุนวิทยุออนไลน์เสรีชน ที่เมเจอร์โบว์ล ชั้น6 อิมพีเรียล ลาดพร้าว เสาร์ที่ 6 พฤศจิกายนนี้ 09.00-13.00 ค่าสมัครทีมละแค่1500(3ท่านต่อทีม)ชิงถ้วยนายกฯทักษิณ หากหาทีมไม่ได้ เจ้าภาพจัดหาให้ที่หน้างาน (มาท่านเดียวแค่500)ฝีมือไม่เกี่ยว ไม่ต้องพกมา พกมาแค่ความฮากับพกเพื่อนรู้ใจ สมัครหรือขอรายละเอียดที่serichonteam@yahoo.com โทร087-0570640***

***6 พ.ย.นี้ชมคอนเสิร์ต"ใจประสานใจ"โดยบ้านเลขที่111ที่สมุทรสาคร บัตรราคา 120 บาท ติดต่อร่วมงาน 082-2423794***

***กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย แนวร่วมพลเมืองไทย กลุ่มแดงเชียงใหม่ ร่วมกันจัดงาน"ลอยกระทงรักไทขับไล่อภิสิทธิ์"ขึ้นที่เวียงกุมกาม อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศร่วมงานในวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ เวลา 18.00-23.30น.

โดยจุดหมุ่งหมายของงานให้สะท้อนผลงานอันอัปยศของนายอภิสิท ธิ์เวชชาชีวะ ซึ่งในงานจะมีกิจกรรมแห่กระทงการเมืองเผาอภิสิทธิ์เผาเทียนเล่นไป ปล่อยโคมลอย รำวงย้อนยุค และมีการประกวดนางนพมาศ โดยคนเสื้อแดงจะ ส่งนางนพมาศทุกอำเภอมาประกวดในงาน และจะมีการปราศรัยจากกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และปราศรัยจากกลุ่มเชียงใหม่แดง***

***ท่านที่ชอบบทความวิพากษ์การเมืองให้ถึงราก ตอนนี้เชิญ www.timeupthailand.netเปิดเป็นทางการแล้ว นำทีมโดยจรรยา ยิ้มประเสริฐ เจ้าของบทความร้อน"ทำไมจึงไม่รัก..." ทยอยนำเสนอเรื่องราวและบทความที่พูดเรื่องรากฐานบ้านเมืองกับประชาธิปไตย ***

*** "นิราศรัฐ ก.ไก่: 2542 - 2552"

หนังสือผลงานของ กานต์ ณ กานท์: เขียน
ไชยันต์ รัชชกูล: คำนำเสนอ

จำหน่ายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 21-31 ตุลาคม 2553 ที่บูธสนพ.อ่าน & สนพ.ฟ้าเดียวกัน บูธ N44 โซน ซี1 และบูธสนพ.ไซเบอร์ฟิชมีเดีย W19 โซนเอเที่ยม อย่าลืมอุดหนุนกวีที่มีจุดยืนฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเข้มข้นคนนี้***

***คุณเคยอ่านหรือยัง วารสาร"อ่าน"ซึ่ง"สิงห์ สนามหลวง"หนอนหนังสือระดับกูรูวงการหนังสือเมืองไทย ยกย่องให้เป็นหนังสือที่เข้มข้นแห่งวงการนักเขียนนักอ่านยิ่งกว่านิตยสาร"โลกหนังสือ"เคยสร้างชื่อไว้ในยุคหลัง 6 ตุลาคม 2519


เอาฉบับล่าสุดการ์ตูนม็อบอำมาตย์นี่ก็เล่นเอา"จุก"ไปเลยหละ...ข้าวปลาอาหาร กินไปไม่นานเป็นขี้ ซื้อเหอะหนังสือดีดี พรุ่งนี้ได้อ่านนานนาน

พบกับวารสารอ่านและหนังสือเล่มของสำนักพิมพ์อ่านในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 21-31 ตุลานี้ ที่บูธสนพ.อ่าน & สนพ.ฟ้าเดียวกัน บูธ N 44 โซน ซี 1 หรือที่ร้านก็องดิด (ถ.ตะนาว), ร้านศึกษิตสยาม (วัดราชบพิธ), ร้านริมขอบฟ้า (อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย), ร้านโอเดียน สยาม(ใกล้โรงหนังสกาลา), ร้านตะวัน (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ), ร้านเล่า เชียงใหม่ (ถ.นิมมานฯ), ร้านสามัญชน เชียงใหม่ (คาร์ฟู หางดง) ***

*******
เชิญร่วมหลั่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม(ปาก)อย่าปล่อยให้พวกเขาถูกขังลืมกับโครงการเส้นทางสีแดง
เชิญร่วมโครงการเส้นทางสีแดงจากคลองเปรมสู่11จังหวัดอีสาน860กม. เยียวยา+ตามหายุติธรรม


โครงการเส้นทางสีแดง (Red Path Project)ขอเชิญร่วมขบวนเดินเท้า และปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯสู่อีสาน นำกำลังใจและความช่วยเหลือสู่พี่น้องเสื้อแดงอีสาน 18 จังหวัด 1700 กม. 31ต.ค.-30 พย.นี้ แวะเยี่ยมผู้ต้องขัง ร่วมทำกิจกรรมผูกผ้าแดง วางดอกไม้แดงหน้าเรือนจำ นำเงินทองสิ่งของบริจาคมอบให้พี่น้องเสื้อแดง เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำนปช.ฯลฯ และรณรงค์สู่ระดับนาชาติ


โครงการเส้นทางสีแดง (Red Path Project) เป็นโครงการด้านมนุษยธรรมเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสังหารหมู่ใน วันที่ 10 เมย.และ 13-19 พค.ที่รัฐบาลกระทำต่อประชาชนชาวไทยที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา โครงการนี้ดำเนินการโดยไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดๆ

โดยโครงการนี้มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำนปช.และผู้ต้องขังในคดี ชุมนุม เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการปฏิบัติ 2 มาตรฐานทางกฏหมาย และเรียกร้องให้นานาชาติได้หันมาตระหนักและให้ความสำคัญเกี่ยวกับการละเมิด สิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงหลังรัฐประหาร 19 กย. 2549

โครงการนี้มีคุณสมบัติ บุญงามอนงค์ (แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง) และอาจารย์ธิดา โตจิราการ เป็นที่ปรึกษาโครงการในประเทศไทย และมีคุณพอร์แชล คอนเนอร์ (อดีตนายทหารบกออสเตรเลียที่ถูกจับกุมคุมขังและถูกซ้อมอย่างทารุณในเรือนจำ คลองเปรม) เป็นสมาชิกกลุ่มและที่ปรึกษาโครงการในต่างประเทศ

โครงการ เส้นทางสีแดงประกอบด้วยคนเสื้อแดงที่รักความเป็นธรรมและมีความมุ่งมั่นที่จะ นำน้ำใจและความช่วยเหลือมอบให้แก่พี่น้องเสื้อแดงที่อีสานซึ่งได้รับผลกระทบ จากการสังหารหมู่ มากที่สุด คนเสื้อแดงในภาคอีสานจำนวนมากถูกสังหาร บาดเจ็บ พิการ และสูญหายอีกจำนวนมาก สมาชิกโครงการจะร่วมกันเดินเท้าและปั่นจักรยานเพื่อไปเยี่ยมเยียน เยียวยา และให้กำลังใจบุคคลที่น่าเห็นใจเหล่านี้ได้มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป และไม่ย่อท้อที่จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงที่พวกเขาโหยหามาชั่ว ชีวิต

ขบวนเดินทางจะเริ่มออกเดินทางในวัน อาทิตย์ที่ 31 ตค. เวลา 10.00 น.ที่ราชประสงค์โดยจะปั่นจักรยานและเดินเท้าไปเรือนจำคลองเปรมเพื่อทำการวางดอกไม้แดงและปล่อยนกพิราบเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ โครงการนี้จะเดินทางด้วยระยะทางกว่า 900 กม. ผ่าน 18 จังหวัดในภาคอีสาน ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 31 วันโดยประมาณ

พบกันตั้งแต่10.00อาทิตย์ 31 ตค.ที่ราชประสงค์ครับ !

หากท่านไม่สะดวกร่วมขบวนนานนับเดือน ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมก่อนการเดินทาง ด้วยการ เขียนจดหมายร้องทุกข์ จดหมายถึงนักโทษการเมือง ใส่ซองจดหมายสีแดงทีใหญ่ที่สุดในโลก โดยคณะทำงานจะต้งโต๊ะรับจดหมายตั้งแต่เวลา10.00 น.- 13.00 น. ที่ราชประสงค์ใน วันที่ 31ตุลาคม จากนั้นจะนำจดหมายทั้งหมด ไปยื่นให้ พี่น้อง และ แกนนำที่ถูกคุมขังอยู่ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ภายในวันเดียวกัน


กำหนดการเดินทาง เส้นทางสีแดง ( Red Path Project )
18 จังหวัด 22 จุดแวะพัก ระยะทาง 1,700 กม.


วันที่ ต้นทาง ปลายทาง ระยะทาง (กม.)

31 ตค. ราชประสงค์ / คลองเปรม ปทุมธานี 46
1 พย. ปทุมธานี อยุธยา 53
2 พย. อยุธยา มวกเหล็ก 100
3 พย. มวกเหล็ก มวกเหล็ก
4 พย. มวกเหล็ก ลำตะคอง 26
5 พย. ลำตะคอง นครราชสีมา 94
6 พย. นครราชสีมา นครราชสีมา
7 พย. นครราชสีมา นครราชสีมา
8 พย. นครราชสีมา บัวใหญ่ 101
9 พย. บัวใหญ่ ชัยภูมิ 55
10 พย. ชัยภูมิ ชุมแพ 108
11 พย. ชุมแพ ขอนแก่น 82
12 พย. ขอนแก่น ขอนแก่น
13 พย. ขอนแก่น กาฬสินธ์ 77
14 พย. กาฬสินธ์ มหาสารคาม 44
15 พย. มหาสารคาม ร้อยเอ็ด (สุวรรณภูมิ) 98
16 พย. ร้อยเอ็ด (สุวรรณภูมิ) ยโสธร 48
17 พย. ยโสธร ศรีษะเกษ (ราศีไศล) 66
18 พย. ศรีษะเกษ (ราศีไศล) ศรีษะเกษ (ราศีไศล)
19 พย. ศรีษะเกษ (ราศีไศล) อุบลราชธานี 95
20 พย. อุบลราชธานี อำนาจเจริญ 75
21 พย. อำนาจเจริญ มุกดาหาร 88
22 พย. มุกดาหาร นครพนม (ธาตุพนม) 161
23 พย. ธาตุพนม สกลนคร 48
24 พย. สกลนคร พังโคน 54
25 พย. พังโคน อุดรธานี 118
26 พย. อุดรธานี อุดรธานี
27 พย. อุดรธานี หนองคาย 51
28 พย. หนองคาย สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 12
29 พย. หนองคาย หนองคาย -
30 พย. ลาว ร่วมทอดกฐินสามัคคีพี่น้องไทย-ลาว ชมคอนเสิรท์ใหญ่ แป๊ะ คนบางสนาน และศิลปินเสื้อแดง
1 ธค. เดินทางกลับโดยรถไฟ รถด่วนขบวนที่ 762 ออกจากหนองคาย 06.00 น. ถึงหัวลำโพง 17.10 น. สิ้นสุดขบวนเดินทางที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเวลา 18.00 น. (ถ่ายรูปกับคนเสื้อแดง สื่อมวลชนถ่ายรูป ทำข่าว)


หมายเหตุ : 1. ตารางการเดินทางอาจมีการปรับเปลี่ยนในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น

2. สื่อมวลชนต้องการทำข่าว ติดต่อ 081-583 6964 E-mail : red_truth_only@hotmail.co.th Face Book : เรดทรู้ธ

3. ประสานงานเส้นทาง ติดต่อ คุณสุรวิทย์ 085-459 7007 (เบอร์โทรกรณีฉุกเฉิน : ศูนย์นเรนทร ประสานงานรถพยาบาลฉุกเฉินทั่วประเทศ 24 ชม.1669 / ตำรวจทางหลวง 1193 )

ผู้ต้องการสมทบทุนโครงการเส้นทางสีแดง (Red Path Project) โอนเงินสมทบได้ที่ ธนาคารไทยพานิชย์ สาขาอิมพีเรียลเวิล์ด ลาดพร้าว ชื่อบช.'นายสุพิน ชินบุตร และ/หรือ นายธนะสิทธิ์ พิพุฒ และ/หรือ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บช.ออมทรัพย์เลขที่ 224-241343-5'


คนไทยเสื้อแดงในต่างประเทศสามารถเข้าร่วมทำกิจกรรมนี้พร้อมๆกันทั่วโลก ร่วมกันคิกออฟกิจกรรมเส้นทางสีแดงไปพร้อมๆกัน หากสามารถมาร่วมชุมนุมกันได้ที่สถานทูต หรือสถานกงสุลของไทยในต่างประเทฒก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะกดดันรัฐบานให้ปล่อยตัวแกนนำหรือคนเสื้อแดงที่อยู่ในคุก

*************

COMING SOON :Talk Show วอน นอน คุก In Bangkok ที่นี่เร็วๆนี้ โดย ดารา(เนื้อย่าง)เกาหลี'วอน นอน คุก'และมิตรสหายหน้าตาน่ารักขาวตี๋ วัยรุ่นกรี๊ดครบเซ็ต