วันอังคาร, มีนาคม 31, 2552

วิกฤติประชาธิปไตย ให้อะไรกับแผ่นดิน


โดย ปูนนก อิสระ
31 มีนาคม 2552

สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทย รวมทั้งความตื่นตัวเรื่องประชาธิปไตยของพี่น้องประชาชนได้พัฒนาไปมากมายภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะว่าไปก็เพียงไม่เกิน 3 - 4 ปีมานี้เอง....


ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า “ใคร” เป็นผู้กำหนดสัญลักษณ์ในการต่อสู้ครั้งนี้ให้ใช้ “เสื้อสีแดง” เป็นตัวแทน* ซึ่งนับได้ว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่แยบคายและเข้าเป้าอย่างที่สุด

เพราะำคำว่า “ประชาธิปไตย” นั้นเป็น “นามธรรม” ไม่สามารถกำหนดออกมาเป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน และแต่ละคนก็มีความเข้าใจที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้การรวมผู้คนเพื่อต่อสู้กับเผด็จการที่ทำลายประชาธิปไตยในระยะแรก ๆ จึงเต็มไปด้วยความยากลำบาก และถูกแปรเจตนาไปว่าเป็นการต่อสู้เพื่อท่านนายกทักษิณ ชินวัตร เสียด้วยซ้ำ.........

สัญลักษณ์ “เสื้อแดง” เป็นสิ่งที่เรียบง่าย เข้าใจได้ไม่ยาก และเห็นภาพทันที แม้คนที่มีความรู้น้อยที่สุดก็สามารถเข้าใจได้ คำว่า “ประชาธิปไตย” อันเป็นนามธรรมถูกแปรให้เป็นสัญลักษณ์ที่เข้าใจได้ทันที ด้วยเหตุนี้การกระจายตัวทางความคิดเรื่องประชาธิปไตยจึุงเป็นไปได้โดยสะดวก และเข้าถึงประชาชนได้กลุ่มในประเทศ.....

วิกฤติประชาธิปไตยของประเทศในครั้งนี้ ได้เกิดเป็นคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อประชาชนไทยทุก ๆ คน ในเรื่องการเมืองการปกครองที่ถูกต้อง ซึ่งการพัฒนาองค์ความรู้นี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้...

อดีตที่ผ่านมาประชาชนไทยเป็นผู้คนที่ “ว่านอนสอนง่าย” มีความ “ภักดี” สูงมาก ไม่ค่อยจะคิดถึงความต้องการและผลประโยชน์ของตัวเองมากนัก แต่มักจะโยนให้เป็นเรื่อง “เวรกรรม” เสียมากกว่า ด้วยเหตุนี้คำว่า “การปกครองในระบอบประชาธิปไตย” ในมุมมองของประชาชนไทยในอดีต มักจะมองเป็นเรื่องการปกครองของ “ศักดินา” มากกว่าที่จะเป็นการปกครองของ “ประชาชน” เอง.....

ทันทีที่ประชาชนไทยได้รู้จักกับการปกครองในระบอบ “ประชาธิปไตย” ที่แท้จริง และเป็น “ประชาธิปไตยที่กินได้” ความเข้าใจเรื่อง “เวรกรรม” และความ “ภักดี” ที่เคยมีได้แปรเปลี่ยนไป “ความรู้” เกิดขึ้นจากการได้ยินได้ฟัง จากการประสบการณ์โดยตรง หรือ โดยอ้อม และได้พัฒนาไปสู่พฤติกรรมที่แสดงออกมา.....

ปรากฏการณ์ “แดงทั้งแผ่นดิน” ที่มาจากประชาชนไทยทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ และต่างคนก็ต่างมารวมตัวกันเอง เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาการขององค์ความรู้ในเรื่อง “การปกครองในระบอบประชาธิปไตย” ที่ได้เกิดขึ้ันแล้วในมวลหมู่ประชาชนไทย และความรู้ที่ได้รับจากประสบการณ์ตรงนี้จะเป็นความรู้ที่ “ถาวร” และ “ยั่งยืน”

ไม่ว่าวิกฤตการณ์ประชาธิปไตยในครั้งนี้ จะพัฒนาความขัดแย้งไปสู่ด้านใด แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนก็คือ ประชาธิปไตยที่จะได้รับมาในครั้งนี้ จะเป็นประชาธิปไตยของประชาชนไทยอย่างแท้จริง และจะไม่มีใครสามารถแย่งชิงไปได้อีก.....

ภาพของตำรวจและทหารจำนวนมากมายที่พากันสวม “เสื้อสีแดง” ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นชัดว่า ประชาชนไทยเริ่มที่จะแยกกันได้ระหว่าง “ประชาธิปไตย และความภักดี” ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน.....

ท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผาแทบจะไหม้เกรียม อุณหภูมิที่ร้อนแทบละลาย หยาดเหงื่อที่หลั่งรินของผู้คนที่มารวมตัวกัน ซึ่งถ้าจะนำมารวบรวมกันไว้ก็คงจะเติมคลองเปรมประชากรที่อยู่ใกล้ ๆ ให้เต็มล้นได้....แต่ถึงกระนั้นทุก ๆ ใบหน้าก็ยัง “เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม” และแววตาที่มุ่งมั่นที่จะนำประชาธิปไตยกลับมาให้กับเป็นของคนไทยทุก ๆ คนอย่างแท้จริง

ประชาชนไทยเมื่อเ่กิดมาแล้ว ก็จะต้องตายไป มีน้อยคนนักที่จะอยู่ได้จนครบ 100 ปี แต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่สิบ หรือ กี่ร้อยปี ประเทศไทยก็จะยังคงอยู่เป็นส่วนหนึ่งในแผนที่โลก และจะยังคงมี “ลูกหลานของเรา” สืบเชื้อสายความเป็นคนไทยสืบต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

ด้วยเหตุนี้วิกฤตการณ์ประชาธิปไตยในครั้งนี้ จึงเป็นคุณูปการอย่างใหญ่หลวงสำหรัีบประเทศไทยที่จะพัฒนาไปสู่ความเป็นดินแดนแห่ง “ชาววิไล” ที่สมบูรณ์ในอนาคต......

แม้ว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้อาจจะต้องแลกมาด้วยชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยก็ตาม

0000000000000
*หมายเหตุไทยอีนิวส์:สัญลักษณ์สีแดงกำหนดขึ้นครั้งแรกโดย บก.ลายจุด หรือคุณสมบัติ บุญงามอนงค์ นักกิจกรรมทางสังคม ใช้ในการรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเผด็จการ ฉบับพ.ศ.2550 และได้ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์การต่อต้านเผด็จการอมาตยาฯ และขบวนการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยนับแต่นั้นมา

หอกทมิฬแทงทมิฬรับเช็ค2,000มา จัดไปบริจาคหนุนช่วยเวบประชาไทสู้



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ประชาไท
31 มีนาคม 2552

เวบไซต์ประชาไท http://www.prachatai.com หนังสือพิมพ์ออนไลน์ สื่อทางเลือกที่ดำเนินการทางด้านข้อมูลข่าวสาร และทัศนะที่มีอิสระอยู่เพียงไม่กี่แห่งในประเทศ และถูกคุกคามอยู่เป็นระยะ ล่าสุดเมื่อต้นเดือนนี้ผู้ดูแลเวบเพิ่งถูกทางรัฐบาลดำเนินคดี จนรัฐบาลถูกรุมประนามจากนานาชาติอย่างหนัก ได้ประกาศขอรับการสนับสนุนจากผู้อ่าน แต่ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้มามีอิทธิพลชี้นำหรือแทรกแซงใดๆ


หลังจากการประกาศดังกล่าว มีเสียงตอบรับจากผู้อ่านที่เคลื่อนไหวประชาธิปไตยว่า จะพากันนำเงินที่ได้จากโครงการเช็คช่วยชาติของรัฐบาลจำนวน2,000บาทบริจาคสนับสนุนประชาไทในเวบบอร์ดฝ่ายประชาธิปไตยจำนวนมาก ทั้งเวบบอร์ดประชาไท เสรีชน ราชดำเนิน เป็นต้น

ทั้งนี้ประชาไทประกาศขอการสนับสนุนในหัวข้อเรื่อง"ไม่มี"อภิสิทธิ์"สำหรับสมาชิกประชาไท ร่วมเป็นเจ้าของ โดยยินยอมสละอภิสิทธิ์ใดๆที่ควรได้ในฐานะสมาชิก เพื่อสนับสนุนให้ผู้อ่านเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในเวบไซต์ได้อย่างเท่าเทียมกัน เราอยู่ได้ด้วยการสนับสนุนของผู้อ่าน เรายืนยันที่จะเป็นสื่อทางเลือกที่ส่งเสริมให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง" และมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

นานมาแล้ว มีคำถามมากมายว่า สื่อทางเลือกอย่าง "ประชาไท" จะอยู่รอดอย่างยั่งยืนได้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเลือกที่จะไม่รับเงินโฆษณาสินค้าหรือบริการจากภาคเอกชน

อย่างที่ทราบกันดีว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา "ประชาไท" เลือกหนทางขอรับเงินสนับสนุนจากองค์กรที่ทำหน้าที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพทั้งในต่างประเทศและในประเทศ กระนั้นแม้หนทางนี้จะเป็นหลักประกันถึงการอยู่รอดได้ในระดับหนึ่ง แต่การอยู่รอดก็ใช่จะหมายถึงความยั่งยืน เราตระหนักดีว่า ถึงอย่างไรการสนับสนุนก็ต้องมีวันจำกัดและปรากฏได้ทุกเมื่อหากเราเห็นต่าง

หลายร้อยปีมาแล้วที่มนุษยชาติเกือบทุกคนไม่เชื่อว่าโลกกลม กระนั้นการปรากฏขึ้นของความคิดต่าง และเพียรพยายามพิสูจน์มัน ก็เปลี่ยนโลกทั้งใบจากที่เคยแบนให้กลมได้ การสงวนรักษาความเห็นต่างจึงอาจจะเป็นคำตอบของโลกได้ในสักวัน

เพราะเหตุนี้ ความเห็นที่อาจแตกต่างไม่ว่าจะปรากฏอยู่ในรูปแบบใด จากคนในชนชั้นรูปพรรณสัณฐานไหนจึงมีค่าและความสำคัญในตัวมันเอง รวมถึงการปรากฏอยู่ในนามของ "สื่อทางเลือก" ด้วย

"ประชาไท" ในฐานะสื่อทางเลือก ไม่ได้มองตัวเองยิ่งใหญ่อย่างนั้น เราเพียงแต่คิด เชื่อ และเสนอมันอย่างสัตย์ซื่อ อาจจะถูกหรือผิดในเวลาหนึ่ง หรืออาจจะทนการทายท้าและพิสูจน์ตัวเองได้จนเป็นที่ยอมรับก็ได้ในสักวัน

และท่ามกลางคำถามถึงความอยู่รอดและยั่งยืนที่เราไม่อาจซื้อเวลาตอบได้อีกต่อไป เราจึงเรียนขอเสนอมายังผู้อ่าน "ประชาไท" ทุกท่านว่า จะเป็นอย่างไร หากท่านจะเข้ามาแบกรับภาระในการเป็นเจ้าของร่วม

เราเสนอว่า การเป็นเจ้าของร่วม มิใช่เพราะเราคิดเห็นดุจเดียวกัน มีท่าทีต่อโลก ต่อความเป็นธรรม ต่อประชาธิปไตยดุจเดียวกัน หากแต่เพื่อเป็นเจ้าของพื้นที่ที่สงวนรักษาไว้เพื่อความเห็นต่าง แม้ความเห็นนั้น บางทีบางครั้งอาจจะไม่เหมือนท่านก็ตาม

การเป็นสมาชิกผู้สนับสนุน "ประชาไท"

ร่วมเป็นเจ้าของในนามของสมาชิก โดยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายปี ปีละ 2,000 บาท หรือรายเดือน เดือนละ 200 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า จะไม่แทรกแซงการทำหน้าที่สื่อมวลชนอิสระของกองบรรณาธิการ และยินยอมสละอภิสิทธิ์ใดๆ ที่ควรได้ในฐานะสมาชิก เพื่อให้ผู้อ่านที่ไม่ได้เป็นสมาชิกได้รับข้อมูลข่าวสารในเว็บไซต์ประชาไทเทียบเท่าสมาชิกทุกประการ

ยินยอมให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่เจ้าหน้าที่ "ประชาไท" เพื่อจุดประสงค์ในการขอรับการสนับสนุนอีกครั้ง หากใกล้หมดวาระสมาชิก ทั้งนี้ "ประชาไท" สัญญาว่าจะเก็บข้อมูลของท่านไว้เป็นความลับไม่เปิดเผย เผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูล

อย่างไรก็ตาม เพื่อตอบแทนท่านในฐานะสมาชิกผู้สนับสนุนปีแรก ท่านจะได้รับเสื้อที่ระลึกท่านละ 1 ตัว


วิธีสมัครสมาชิกผู้สนับสนุน "ประชาไท"

1.ดาวน์โหลด แบบฟอร์มสมัครสมาชิกผู้สนับสนุน 'ประชาไท' (แบบรายปี คลิ้กที่นี่ ส่วนแบบรายเดือน คลิ้กที่นี่ )

2.กรอกแบบฟอร์มใบสมัครสมาชิกผู้สนับสนุน "ประชาไท" และเลือกแบบเสื้อที่ต้องการ

3.ทำการชำระเงินผ่านช่องทางต่อไปนี้

-เช็ค สั่งจ่าย มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน

-ธนาณัติ ในนาม มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน สั่งจ่าย ปท.เมืองไทย-ภัทร คอมเพล็กซ์ 10324

-โอนเงิน เข้าบัญชีออมทรัพย์ มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน
*ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขายูเนี่ยน มอลล์ ลาดพร้าว เลขที่ 106-1-31742-5
*ธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยยูเนี่ยน มอลล์ ลาดพร้าว เลขที่ 763-2-04224-2
*ธนาคารกรุงเทพ สาขาลาดพร้าว เลขที่ 129-5-50341-9
*ธนาคารยูโอบี สาขายูเนี่ยนมอลล์ ลาดพร้าว เลขที่ 128-2-27189-7
*ธนาคารกรุงไทย สาขายูเนี่ยนมอลล์ ลาดพร้าว เลขที่ 477-0-06997-9
*ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยท็อปส์ ยูเนี่ยน มอลล์ เลขที่ 252-203569-8

-โอนเงินจากต่างประเทศ ชื่อบัญชีภาษาอังกฤษ: FCEM, Bank Address:336 Ratchadapisek Road, Samsennok, Huai Khwang, Bangkok 10320 Thailand, Swift Code:KRTHTHBK

-โอนเงินผ่านบริการ PaySBuy (คลิ้กที่นี่)

4.ส่งเอกสารยืนยันการชำระเงินพร้อมใบสมัครมาที่
หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท
409 ชั้น 1 (อาคาร มอส.) ซ.โรหิตสุข (รัชดา 14)
ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320

หากเป็นการโอนเงินผ่านธนาคาร หรือจากต่างประเทศ สามารถส่งใบสมัครและหลักฐานการโอนได้ทาง
โทรสาร 02 6902712

5.จากนั้นรอรับการยืนยันหมายเลขสมาชิกพร้อมรับเสื้อประชาไทเพื่อเป็นการขอบคุณ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02 690 2711 แฟกซ์ 02 690 2712

แถลงการณ์ "แนวร่วมรวมพลคนเสื้อแดงโลก"

โดย คุณ thaitiger
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
ภาพจาก คุณ Milan Sheva
31 มีนาคม 2552



เรียน พ่อแม่พี่น้องเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยในประเทศไทยทุกท่าน

พวกเรา แนวร่วมรวมพลคนเสื้อแดงทั่วโลก จากประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ และเยอรมนีจำนวนหลายพันคนทั่วโลก กำลังติดตามการต่อสู้เรียกร้องของพ่อแม่พี่น้องชาวเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งท่านที่กำลังชุมนุมกัน อยู่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล และที่ศาลากลางจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย
"แนวร่วมรวมพลคนเสื้อแดง" ต้องการแสดงความเห็นที่พวกเรา มีต่อการต่อสู้ของพ่อแม่พี่น้องคนเสื้อแดงที่ประเทศไทย และประสงค์แสดงเจตนารมณ์ในการต่อสู้ของพวกเรา ต่อการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงในประเทศไทย ที่เสียงส่วนมากของประชาชน ต้องได้รับการยอมรับจากทุกส่วนสถาบันในสังคมดังต่อไปนี้


ก) ขอชื่นชมจิตใจกล้าต่อสู้ กล้าเสียสละของพ่อแม่พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนจัด และความไม่สะดวกสบายด้วยประการทั้งปวง พ่อแม่พี่น้อง ยังยืนหยัดต่อสู้ติดต่อกันหลายวันหลายคืน เพื่อสิทธิ์อันศักดิ์สิทธิ์ของตัวท่านตามระบอบประชาธิปไตย

ข) สนับสนุนแนวทางการต่อสู้ของสถาบันเสื้อแดง ภายใต้การนำของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ ที่กำลังเปิดโปงหน้ากากของเผด็จการตัวจริง อันได้แก่ ระบบอำมาตยาธิปไตย ที่คอยหลอกลวงประชาชนว่า ประเทศไทยมีประชาธิปไตยแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน ก็คอยบงการทำลายประชาธิปไตยที่กำลังก้าวไปข้างหน้าให้สะดุดหยุดยั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า ตลอดมา

ค) ขอเรียกร้องให้ประธานองคมนตรี คณะองคมนตรี และผู้ที่ดำรงตำแหน่งในองค์กร อิสระ เช่น ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครอง ปปช. ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมา สำนึกถึงความผิดที่ก่อขึ้น และยอมลาออกจากตำแหน่งทั้งหมดที่ดำรงอยู่ เพราะอำนาจหน้าที่ของท่านนั้น ไร้ซึ่งความชอบธรรมในสายตาของประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตยชาวไทยแล้ว

ง) ขอเรียกร้องให้มีการยุบสภา และนำรัฐธรรมนูญฉบับพุทธศักราช 2540 หรือ ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ2550 (คปพร.) เพื่อมาพิจารณาประกาศใช้ และ จัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 45 วัน เพื่อคืนอำนาจในการตัดสินใจให้ประชาชนอีกครั้งหนึ่ง

จ) ขอเรียกร้องให้ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ใช้หิริโอตัปปะ ระงับการใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทย ที่กำลังชุมนุมอยู่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะด้วยข้ออ้างหรือเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น

ฉ) หากพ่อแม่พี่น้องประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยชาวเสื้อแดง ถูกทำร้ายจากกองกำลังทหาร หรือกำลังตำรวจแล้ว พวกเราแนวร่วมรวมพลคนเสื้อแดงทั่วโลก จะร่วมกัน ยื่นหนังสือร้องทุกข์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในองค์การสหประชาชาติ และที่สหภาพยุโรป และรัฐสภายุโรปในทันที เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้ช่องทางระหว่างประเทศ ระงับปฏิบัติการละเมิดสิทธิมนุษยชนดังกล่าวอย่างทันท่วงที

ท้ายที่สุดนี้ ขออวยพรให้การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ของประชาชนชาวไทย ผู้รักชาติรักประชาธิปไตย ประสบความสำเร็จบริบูรณ์

ขอแสดงความนับถือ

คุณอาคม ซิดนีย์ "ไทยเรดออสเตรเลีย"
คุณวัฒนา เอ็บเบ็จช์ "ไทยเรดยูเค"
คุณny_woodside "ไทยเรดอเมริกา"
คุณเบญจมา อนันตพงศ์ "ประชาธิปไตยไทยเยอรมนี" หรือ"ไทยเรดเยอรมนี"

วันจันทร์, มีนาคม 30, 2552

วิดีโอลิงก์ 'ทักษิณ ชินวัตร' 30 มีนาคม 2552

โดย ทีมข่าว thaienews
30 มีนาคม 2552

วิดิโอลิงก์ 'ทักษิณ ชินวัตร' 30 มีนาคม 2552 โดย คุณ tik4u ชมภาพและเสียงได้ที่ ลิงก์1 ลิงก์2 ลิงก์3 ลิงก์4 ลิงก์5 ลิงก์6 ลิงก์7

 

เนื้อความจาก เวบไซต์ มติชนออนไลน์

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวผ่านวิดีโอลิงก์ ขอบคุณพี่น้องเสื้อแดงให้มาเรียกร้องประชาธิปไตย กร้าวหากทหารยิงประชาชนพร้อมที่จะนำทัพเสื้อแดงเข้ากรุง ท้าให้"กษิต"มาเอาพาสปอร์ตคืนได้ แต่เอาหัวใจไทยไปไมได้

เมื่อเวลา 20.30น. วันที่ 30 มีนาคม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านวิดีโอลิงก์ สวมเสื้อสีเทาดำ ฉากหลังเขียนข้อความ "THAILAND needs change" มาที่เวทีปราศรัยกลุ่มเสื้อแดง ทำเนียบรัฐบาล ว่า

ไม่มีประวัติศาสตร์ครั้งใดในประเทศไทย ที่พี่น้องจะพร้อมใจกันมากขนาดนี้ ชื่นใจที่สุด เมื่อเช้านี้ พอมีเหตุการณ์ทหารตำราจจะสลาย มากันหมด ไม่เฉพาะในกรุงเทพฯ มาทั่วไปหมด ทุกจังหวัดทั่วภาคเหนือ อีสาน กลาง ขอขอบคุณพี่น้องที่อีสาน จ.กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ยโสธร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ชัยภูมิ บุรีรัมย์ โคราช อุดรธานี

"THAILAND needs change" เราต้องการเปลี่ยนแปลงให้เกิดประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่มีเวลาไหนที่เหมาะเท่าเวลานี้มาก่อนแล้ว ประชาธิปไตยที่การเมืองเป็นเรื่องของประชาชน ไม่ใช่ขององคมนตรี หรือทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง

ขอให้ทุกคนทุกเพศทุกวัย มาทวงคืนประชาธิปไตย ขอขอบคุณตำรวจที่ถอดเครื่องแบบ มาใส่เสื้อแดงอยู่ๆ

ยกตำรวจให้นักเลงคุม ตำรวจทนไม่ได้ใช่หรือไม่ พี่น้องทหารตำรวจ ข้าราชการ พี่น้องของท่านยังอยู่ในความยากจนเป็นจำนวนมาก เวลาที่นอน หันไปดูลูกและหลานไหม ถามเขาว่าโตขึ้นจะเป็นคนจนเหมือนเราไหม ตราบใดที่ประเทศเป็นแบบนี้ เขาก็ต้องจนเหมือนท่าน

วันนี้ได้ข่าวว่า ผู้ก่อการร้ายสากล นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ จะเอาพาสปอร์ตผมคืน มาเอาไปเลยเล่มละพันบาท มาเอาไปเลย แต่จะเอาหัวใจความเป็นคนไทยผมคืนไม่ได้

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไม่ต้องห่วงผม ผมเอาตัวรอดได้ แต่ห่วงพี่น้อง

ถ้าเมื่อไร เสียงปืนแตกและทหารยิงประชาชนผม จะนำขบวนพาพี่น้องเข้ากรุงเทพทันที พี่น้องทหารตำรวจคนเหล่านี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขคนไทยทั้งสิ้น จงรักพระเจ้าอยู่หัว อย่าให้ใครผูกขาด แล้วตัดพวกเราไป

คลิปทักษิณโดย tik4u CBNPress















คลิปเสียงอย่างเดียวจาก Nation Siam

http://www.nationsiam.com/content/view/4598/82


จตุพร 33.18นาที >> WMV 36.87Mb , MP3 5.71Mb
วีระ 64นาที >> WMV 71.70Mb , MP3 11.1Mb

นายกทักษิณโฟนอิน 58นาที
Baygon >> WMV 64.21Mb , MP3 9.96Mb

จักรภพ 55นาที >> WMV 61.30Mb , MP3 9.51Mb
กรุงศรีวิไล นาที >> WMV 12.62Mb , MP3 1.96Mb

ณัฐวุฒิ 65นาที
Baygon >> WMV 71.82Mb , MP3 11.14Mb 

ฉากสุดท้าย... ใกล้จบ : คนพวกนี้แม้แผ่นดินกลบหน้า ก็ต้องขุดศพมันขึ้นมาประจาน

โดย นายหัวดี
ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
30 มีนาคม 2552

หนังกำลังใกล้จบ ละครกำลังใกล้อวสาน ลิเกกำลังจะลาโรง คนดูอย่างเพิ่งลุกหนี เพราะฉากสุดท้าย มักมีการเฉลยคลี่เงื่อน คลายปมที่ผูกโยงมาตลอดทั้งเรื่อง ให้คนดูรับรู้ ใครเป็นพระเอก ใครเป็นผู้ร้าย ใครหน้าเนื้อใจเสือ ใครหน้าใสใจไม่ซื่ออย่างไร เป็นได้รู้กันตอนจบนี่แหละ

สิ่งที่ “โดเรแม้ว” เปิดออกมา ดูเหมือนคนที่ถูกเอ่ยชื่อถึง ไม่ได้ออกมาปฏิเสธสักรายเดียว บ้างก็ยังเหนียมออกมารับแบบครึ่งๆ กลางๆ เช่นว่า มีการพบปะพูดคุยกันจริง แต่ไม่ได้วางแผนปฏิวัติ ไม่ได้วางแผนฆ่า บ้างก็เคยพูดได้อยู่ดีๆ แต่กลับกลายเป็นคนบ้าใบ้ไปในบัดดล บ้างก็ว่าเป็นเรื่องเก่า แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นเรื่องจริง

คำว่า “เรื่องเก่า” กับ “เรื่องไม่จริง” แตกต่างกันในความหมาย

“เรื่องเก่า” ถึงจะเก่าอย่างไร แต่หากเป็นเรื่องจริง มันก็เป็นเรื่องจริงอยู่วันยังค่ำ

ส่วน “เรื่องไม่จริง” ไม่ว่าจะเก่าใหม่ยังไง ก็เป็น “เรื่องไม่จริง” อยู่วันยังค่ำ เฉกเช่นเดียวกัน ฉันใดก็ฉันนั้น

คนเคยวางแผนหรือร่วมลงมือปฏิวัติยึดอำนาจ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ก็ยังเป็นคนที่ทำลายประชาธิปไตยอยู่ดี

เวลา ฟอกผิดให้ใครไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอีแอบอยู่ข้างหลัง หรือว่าคนที่รับหน้าเสื่อออกมาทำในเบื้องหน้า

แม้จะตายจากไปจนผืนดินกลบหน้า ท่านก็ยังได้ชื่อว่าเป็นคนทำลายประชาธิปไตย สร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง

การปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 หลายคนอาจมองว่าง่าย ไม่มีการขัดขืน ไม่เสียเลือดเสียเนื้อ แต่สิ่งที่เราเสีย มันกำลังจะมากมายกว่านั้น

การวางแผนก่อนการปฏิวัติ ทำให้บ้านนี้เมืองนี้ ไม่มีทางที่จะกลับไปเป็นเหมือนเมื่อตอนเก่าก่อนในอดีตได้อีกแล้ว สีเหลือง-สีแดง ไม่วันที่จะผสมรวมกันให้เป็นสีส้มได้

บ้านเมืองแตกออกเป็นสองฝักสองฝ่ายอย่างชัดเจน และวันนี้ การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ก็หยั่งรากลงลึกมากกว่าที่ใครหลายคนคิดเอาไว้

เมื่อถึงจุดสุดอั้นระเบิดขึ้นมา เมื่อนั้นแหละ ที่เราจะได้รับรู้ถึงความหายนะ ที่แม้แต่คนบางกลุ่มบางพวกที่วางแผนช่วงชิงอำนาจมากับมือ ก็นึกไม่ถึงว่า กลุ่มตัวเองและพวกตัวเองไ ด้สร้างความแตกร้าวให้บ้านเมืองได้มากมายเพียงนี้

ตอนจบของหนัง ฉากสุดท้ายของละคร มันไม่ได้ดำเนินไปเหมือนกับที่คนเขียนบทต้องการ

ทั้งอีแอบ ทั้งฝ่ายปฏิบัติ ที่เปิดหน้าเปิดตัวชัดเจน คือคนที่ต้องรับผิดชอบกับความหายนะของบ้านเมือง

คนพวกนี้แม้แผ่นดินกลบหน้าก็ต้องขุดศพมันขึ้นมาประจาน

ตายสิบเกิดแสน การใช้กำลังหักหาญ มีแต่ทำให้สงครามและความขัดแย้งขยายตัว

โดย คุณ ลูกชาวนาไทย
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
30 มีนาคม 2552

ตอนนี้มีข่าวลือเหลือเกินว่า ทหารจะใช้กำลังเข้าสลายม็อบ ผมฟังข่าวนี้โดยไม่ได้สะทกสะท้านอะไรมากมายนัก

การสลายม็อบออกไปจากหน้าทำเนียบ ไม่ได้หมายความว่า "คนเสื้อแดงจะหายไป" แต่คนเสื้อแดงจะขยายตัวมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน ตายสิบเกิดแสน ว่างั้นเถอะ

การใช้ม็อบชนม็อบ แล้วจะใช้ทหารยึดอำนาจ มันมุกเก่าเกินไป แม้จะยึดอำนาจได้ เหตุการณ์ก็ไม่สงบ ความขัดแย้งมีแต่จะรุนแรง และไม่มีทางประสานกันได้มากขึ้น สุดท้ายอาจจต้องแยกแผ่นดินกัน

ความขัดแย้งของคนในชาติ ไม่มีทางสยบได้ด้วยกำลัง และสร้างภาวะแห่งความกลัว เพราะหากทำอย่างนั้น คุณก็ต้องปิดประเทศอยู่แบบพม่า หรือเกาหลีเหนือ

แต่ประเทศไทยที่เปิดมากมายกว่าศตวรรษ ขืนปิดประเทศ ก็ทำให้ประเทศนี้ล่มสลาย

ปัญหาของ ความขัดแย้งของการเมืองไทยวันนี้คือ "ความเป็นธรรมในแผ่นดินนี้ ไม่มี"

แผ่นดินไร้ซึ่งความเป็นธรรม ยิ่งใช้อำนาจ ก็ยิ่งตอกย้ำถึงความอยุติธรรมมากขึ้น ตอกลิ่มแห่งความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น สุดท้ายมันก็ระเบิด จนถึงขั้นปกครองกันไม่ได้ จะปกครองได้ก็ต้องใช้ทหาร ใช้ตำรวจลับ คุมทุกมุมตึก รัฐแบบนี้ก็ไปไมไ่ด้นาน แล้วก็ระเบิดตูมอีกเหมือนกัน

สถานการณ์วันนี้ พล.อ.เปรม และ พล.อ.สุรยุทธ์ คือ องคมนตรี ที่เข้ามาแทรกแซงทางการเมือง และหากให้สองคนนี้อยู่ต่อไป จะเป็นภัยต่อเบื้องสูงมากยึ่งขึ้น และหากมีการใช้ทหาร ก็ยิ่งตอกย้ำถึงการเข้ามาแทรกแซงยิ่งขึ้น

จนถึงวันนี้ พวกคุณแก้ปัญหาความแตกแยกในชาติไม่ได้แล้ว ภาวะการล่มสลายทางเศรษฐกิจกำลังมาึึุถึง ยิ่งใช้กำลัง ความรุนแรง แรงยึดเหนี่ยวในสังคมก็เสื่อมสลายไป

วันนี้ สองนายพล มากบารมี เข้ามาติดหล่มแล้ว ยิ่งดันทุรัง ความเสียหายยิ่งขยายตัวมากขึ้น

แต่ผมไม่คิดว่า พวกเขาจะรู้ตัว เพราะเมื่อ "กรรมมาุึุถึง" สติปัญญาก็หมดไป เหลือแต่ทิฐิ ความดื้อรั้น และดันทุรังมากขึ้น

ถึงอย่างไร คุณตอบโต้ทักษิณ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร สถานการณ์มันเกินเลยไปแล้ว

ยึดทรัพย์ทักษิณ ก็ไม่ทำให้สงครามสงบ ที่จริงพวกคุณก็ยึดของเขาไว้หมดแล้ว อาวุธที่จะใช้มันหมดแล้ว

วันนี้ ศาลก็ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะฝ่ายเสื้อแดงไม่ได้เป็นรัฐบาล การใช้กำลังทหาร จะมีแต่ความรุนแรง และสถานการณ์บานปลาย

หมดอาวุธ แล้ว ศรัทธาก็เรียกคืนไม่ได้

สื่อก็หมดพลัง เพราะเอียงกระเท่เร่

นักวิชาการรับใช้ ก็หมดความขลัง

เสื้อแดงมีแต่เติบโต และมีพลังมากขึ้น ไม่มีวิธีใดสลายได้หรอก เพราะ "เงื่อนไขสงครามยังอยู่ครบ" และรุนแรงขึ้น

มันจบแล้วครับป๋า อย่ามาแหลไม่ได้พาคมช.เฝ้าตอนปฏิวัติ19กันยา


ที่มา เนชั่น
30 มีนาคม 2552



ฟ้องด้วยภาพ-ภาพและเอกสารข่าวที่คมช.นำมาเปิดเผยตอนรัฐประหาร19กันยายน2549 ชายผมขาวในภาพคือพลเอกเปรม แต่วันนี้เขาบอกว่าไม่ได้นำคมช.เข้าเฝ้าฯ และอ้างว่าเข้าเฝ้าก่อนที่คมช.จะมาถึง20นาที(คลิ้กที่ภาพเพื่อดูข้อความข่าวระบุให้พลเอกเปรมเข้าเฝ้าพร้อมกับคมช.)


ป๋าเปรมปัดเอี่ยวปฏิวัติ ยันไม่ได้นำสนธิเข้าเฝ้าฯ
17:15 น.

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เผยกับคณะนักเรียนเก่าวชิราวุธ และนักเรียนเก่าสงขลารวม 30 คน ที่เข้าพบเพื่อให้กำลังใจที่บ้านสี่เสาเทเวศร์วันนี้ ชี้แจงโดยปฏิเสธคำกล่าวหาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า อยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร 19 ก.ย.49 โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและนำนายทหารผู้นำคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ.และผู้นำเหล่าทัพเข้าเฝ้า

แต่ยอมรับว่า ได้เดินทางไปเข้าเฝ้าเวลาประมาณ 21.00 น.ก่อนหน้า พล.อ.สนธิ นำผู้นำเหล่าทัพเข้าเฝ้าประมาณ 20 นาที แต่เป็นการเข้าเฝ้าในฐานะประธานองคมนตรี ที่เมื่อทราบว่า เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติของบ้านเมืองจะต้องเข้าไปถวายการรับใช้อยู่แล้ว ซึ่งไม่ทราบมาก่อนว่า พล.อ.สนธิ จะเข้าเฝ้า ดังนั้น จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับ คมช.ตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวหา

ส่วนที่ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้กับสื่อ ที่สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ เพราะสื่อถามไม่ตรงจุด อีกทั้งเขาก็ไม่จำเป็นต้องไปตอบตามที่สื่อถามนำ

พล.อ.เปรม กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีกำลังใจ 100 % กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เหมือนเมื่อครั้งต่อสู้กับภัยผู้ก่อการร้ายในอดีต อย่างไรก็ตาม ไม่เห็นด้วยที่คณะที่เข้าให้กำลังใจ จะทำการตั้งกลุ่ม "คนรักป๋าเปรม" เพราะไม่เหมาะสมที่จะไปตั้งกลุ่มเคลื่อนไหว ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งกันในบ้านเมือง แต่ควรจะช่วยกันทำความเข้าใจกับสังคมอย่าให้มีการบิดเบือน และควรทำอย่างสุภาพบุรุษ ทั้งนี้ ไม่ได้ห้ามที่จะปกป้อง แต่ควรเป็นการปกป้องโดยไม่ใช้วิธีความรุนแรง

หน้าทำเนียบฯ เรียกระดมพลด่วน !!! รับมือรัฐบาลโจรสลาย เสื้อแดงโต้ฮือยึดศาลากลางทั่วประเทศ



ยึดศาลากลางทั่วประเทศตอบโต้-หลังจากรัฐบาลขู่จะสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงหน้าทำเนียบ ในวันนี้เกิดปรากฏการณ์ลุกฮือเตรียมยึดศาลากลางทั่วประเทศ(ในภาพเป็นเหตุการณ์ที่อุดรฯ) ทำให้ช่วงบ่ายตำรวจต้องออกมาแถลงว่า ไม่มีแผนจะสลายการชุมนุม อย่างไรก็ตามเสื้อแดงยังไม่วางใจว่าอำมาตย์อาจอ้างเหตุเคลียร์ผู้ชุมนุมเพื่อให้รัฐบาลเข้าไปประชุมในทำเนียบวันพรุ่งนี้

โดย ศูนย์ข่าว thaienews
30 มีนาคม 2552

*หมายเหตุ:ข่าวนี้มีการอัพเดตตามเวลาเป็นระยะๆ ท่านสามารถคลิ้กชมได้อย่างต่อเนื่อง
- ท่านสามารถติดตามรายงานข่าวภาคพลเมืองได้ทางเวบบอร์ดราชดำเนินเพิ่มเติม คลิ้กที่นี่
- ท่านสามารถติดตามภาพและการรายงานข่าวเหตุการณ์ช่วงเช้ามืดได้จาก Siam Freedom Fight

ประกาศด่วนที่สุด

แกนนำเรียกระดมพลด่วนที่ทำเนียบ เทือกกำลังจะใช้กำลังสลายคนเสื้อแดง ช่วยกันแจ้งข่าวพวกเราต่อๆไปด้วย

7.00 น. ทหารกำลังรื้อลวดหนามที่ประตูใหญ่ของทำเนียบรัฐบาล ตำรวจตรึงกำลังทุกด้าน ทหารเริ่มเคลื่อนกำลังประมาณ 100 นาย โดยประมาณ

แกนนำเสื้อแดง ประกาศระดมพลด่วน ท่านใดที่ทราบข่าว ให้เดินทางมาที่ชุมนุมด่วน

แกนนำประกาศขอให้ผู้ชุมนุม ช่วยกันถ่ายรูปทั้งหมดไว้ ขอให้ผู้ชุมนุมอย่าด่าตำรวจ ทหาร อย่าทำร้ายเจ้าหน้าที่ เพราะจะเป็นกับดักที่รัฐบาลอภิสิทธิ์จะนำมาเป็นข้ออ้างในการปราบปรามประชาชน

7.10 น. ภาพแคปเจอร์โดย honeymon เวลา 7.10 น. จากสถานี D-station


7.18 น. โฆษกประกาศว่า ขอให้ประชาชนอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมระหว่างเวลา 7.15 - 11. 00 น.

7.20 น. โฆษกประกาศว่า คนเสื้อแดงได้ทยอยเดินทางมา

7.22 น. โฆษกขอกำลัง 100 คน ไปหน้ากระทรวงศึกษาธิการ

7.23 น. โฆษกประกาศ หากโดนฉีดน้ำ ขอให้คุกเข่าลง หากใช้แก๊สน้ำตา ขอให้มีสติ ใ้ช้ผ้าปิดตาไว้

7.33 น. โฆษกประกาศว่า จะเตรียมเสื้อแดง 6000 ตัว มอบให้ทหารตำรวจที่รักความเป็นธรรมที่พร้อมช่วยกันตรึงกำลัง

7.40 น. ภาพแคปเจอร์จากดีสเตชั่น แสดงความเคลื่อนไหวของทหารในทำเนียบ


7.41 น. โฆษกประกาศขอน้ำดื่ม เนื่องจากผู้ชุมนุมรู้สึกกระหายน้ำ

7.43 น. โฆษกแจ้งว่า มีโทรศํพท์จากตำรวจแจ้งว่า มีคำสั่งให้ตำรวจเตรียมพร้อมเข้ามาที่กรุงเทพฯ แต่ทางตำรวจก็แจ้งอีกว่าครอบครัวตำรวจจำนวนมากก็ได้เดินทางมาชุมนุมร่วมกับคนเสื้อแดง

7.44 น. ณัฐวุฒิแจ้งว่า มีคำสั่งให้ทหารตำรวจเตรียมการ 100% นายณัฐวุฒิก็ขอเรียกร้องให้คนเสื้อแดงออกมาเตรียมการ 100% เช่นกัน

7.52 น. ณัฐวุฒิ "เราอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลม เจ้าหน้าที่ล้อมอยู่"

7.54 น. ภาพแคปเจอร์จากดีสตชัั่่ั่นแสดงให้เห็นถึงการเข้าแถวเตรียมตัวของทหารในทำเนียบ


7.58 น. โฆษกแจ้ง คนเสื้อแดงจันทบุรีกำลังไปรวมตัวกันที่ศาลากลาง

7.59 น. โฆษกแจ้ง "ถ้าหากมีการเริ่มใช้กำลังกับผู้ชุมนุม ให้แท็กซี่จอดรถล็อคประตูทันทีแล้วมารวมกันที่หน้าทำเนียบ"

8.00 น. สมศักดิ เจียมธีรสกุล: กองบัญชาการตำรวจนครบาล อ่านประกาศ ผ่านทางเครื่องขยายเสียง บริเวณหน้าทำเนียบว่า การปิดล้อมทำเนียบของ นปช เป็นสิ่งผิด ขอให้ยุติ มิฉะนั้น "จะดำเนินการตามขั้นตอน"

8.08 น. โฆษกแจ้ง เราจะไม่ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ในทำเนียบ แต่จะขัดขวางรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เพราะเขาไร้ความชอบธรรม

8.10 น. โฆษกแจ้ง พี่น้องโคราชที่จะเดินทางมากรุงเทพฯ ขอให้ไปศาลากลางทันที

8.11 น. โฆษกแจ้ง ขอให้คนกรุงเทพฯหยุดงาน นักศึกษาหยุดเรียน ขอให้เดินทางมาที่ชุมนุมให้หมด

8.15 น. โฆษกแจ้ง ขอให้ทุกคนหาผ้าและขวดน้ำไว้ในมือ หากมีการยิงแก๊สน้ำตา ขอให้ใช้ผ้าชุบน้ำเพื่อปิดตา อย่าตื่นตระหนก

8.16 น. ไทยอีนิวส์ เราขอให้ผู้ชุมนุมทุกท่านให้ระวังมือที่สามที่จะใช้วัตถุระเบิดซ้อนแผนในช่วงชุลมุน ซึ่งหากมีกรณีดังกล่าว จะทำให้ผู้ชุมนุมบาดเจ็บได้

8.18 น. ภาพจากดีสเตชั่น

8.23 น. รายงานจากคุณบังสุำกุล แจ้งข่าวเชิงลึกว่า คำสั่งปราบปรามประชาชนเกิดขึ้นเนื่องจาก มีขบวนเสด็จไปที่สวนอัมพรวันนี้

8.26 น. รายงานจาก c-box เสรีชน "ขณะนี้เสื้อแดงอุดรฯกว่า 300 คนได้ไปถึง ศาลากลางจังหวัดอุดรธานีกันบางส่วนแล้วครับ ขณะที่ทัพใหญ่กว่า 4,000 คน กำลังเคลื่อนพลออกจาก ชมรมคนรักอุดรแล้ว"

8.27 น. โฆษก: เปลี่ยนการชุมนุมที่โคราชจากศาลากลางเป็นลานย่าโม

8.30 น. c-box เสรีชน: ไม่มีรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับข่าวการสลายการชุมนุมในข่าวทีวีใดๆทั้งสิ้น

8.43 น. หมอเหวง: นอกจากแท็กซี่แล้ว รถยนต์ส่วนตัวก็สามารถจอดรถเพื่อทำให้การจราจรเป็นอัมพาตได้ ในกรณีที่การล้อมปราบของทหารตำรวจต่อคนเสื้อแดง

8.47 น. หมอเหวง: คาดการณ์ว่าจะใช้การฉีำดน้ำก่อน ขอให้ประชาชนหันหลังใส่ ต่อจากนั้นจะให้ทหารออกมาจากประตูทำเนียบ ขอให้ชายฉกรรจ์ออกไปสกัดอย่างน้อยจำนวน 100 นาย ต่อไปจะยิงแก๊สน้ำตา ขออย่าให้ตกใจกลัวนำผ้าชุบน้ำไปปิดหน้า จากนั้นทหารจะเคลื่อนพลเข้ามา

8.50 น. มีการประกาศจากทหารในทำเนียบ แจ้งให้มีการสลายการชุมนุม (การกระทำดังกล่าวเป็นขั้นตอนในการดำเนินการปราบจราจล)

8.55 น. Anti Junta: ภาคสนามแจ้งมาว่า ขณะนี้ทหารจาก ม.พัน 4 หลายกองร้อย ตั้งรอสลายการชุมนุมอยู่หน้าสโมสร กองทัพบก

8.44 น. นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง กล่าวว่าถ้ามีทหารคิดปฏิวัติยึดอำนาจแล้วเอามาคืนคนเสื้อแดงเราก็ไม่ต้องการเพราะเราต้องการประชาธิปไตยจริงๆ และจะเป็นสิ่งถูกต้องกว่าหากตำรวจทหารที่รักประชาธิปไตยถอดเครื่องแบบแล้วมาร่วมชุมนุมกับ และขอความร่วมมือจากผู้ชุมนุม นปช. ในต่างจังหวัดที่กำลังเดินทางไปชุมนุมตามศาลากลาง จ.ต่างๆ ให้ใช้หลักการ “สงบ เรียบร้อย ปราศจากอาวุธ ไม่ใช้ความรุนแรง”

9.13 น. นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. ประกาศว่าหากมีการสลายการชุมนุมเกิดขึ้น ผู้ชุมนุมจะไม่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร และไม่ทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง

10.02 น. นายณัฐวุฒิ ประกาศว่าผู้ชุมนุมไม่ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่มาทำงานในทำเนียบรัฐบาล แต่ขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาลแสดงบัตรประจำตัว เพื่อความสะดวกในการเข้าทำเนียบ ส่วนอภิสิทธิ์ กับสุเทพ ไม่ต้องแสดงบัตร เพราะแสดงบัดสีบัดเถลิงไปแล้วทั่วประเทศไทย

10:46 น. เสื้อแดงเข้าล้อมศาลากลางหลังทหารลพบุรีเคลื่อนเข้ากรุง

10:48 น. บชน.ขู่สลายการชุมนุมเป็นระยะๆ

10:51 น. เสื้อแดงเชียงใหม่ประกาศทางวิทยุ ขนคนเข้ายึดศาลากลางแล้ว

10.59 น. เสื้อแดงกาญจน์ 300 รวมตัวหน้าศาลากลาง

11.00 น. ภาพจากคุณ เมียไพร่นะยะ/ประชาไท ช่วงเวลา 11 นาฬิกา


11.00 น. เสื้อแดงขอนแก่น อุดรธานี ลำปาง และหลายจังหวัดทั่วประเทศลุกฮือเข้าล้อมศาลากลางจังหวัดไว้ เพื่อตอบโต้ไม่ให้รัฐบาลล้อมปราบการชุมนุมของเสื้อแดงหน้าทำเนียบฯ

11.20 น. คุณไทยสีคิ้ว แจ้งข่าวในบอร์ดราชดำเนิน เวปพันทิปว่า ที่ข้างถนนมิตรภาพ อ.บัวลาย กำลังตั้งเวทีเพื่อชุมนุมคนเสื้อแดง....และได้รับแจ้งว่า ถ้า กทม. มีปัญหาจะทำการปิดถนนมิตรภาพทันที....(อ่านรายงานข่าวนักข่าวพลเมือง คลิ้กที่นี่ )

11.35 น. มีรายงานว่าเสื้อแดงอุดรฯกว่า20,000คนบุกล้อมศาลากลางไว้แล้ว ส่วนเสื้อแดงกาฬสินธุ์มุ่งไปล้อมศาลากลางกว่า100 คน ส่วนเสื้อแดงพิษณุโลกรอสัญญาณปิดศาลากลาง ขอให้ทราบว่าทางกรุงเทพฯถูกสลายการชุมนุมจะลุกฮือเข้ายึดเพื่อประท้วงตอบโต้ทันที

11.40 น. ภาพและรายงานข่าวจากคุณมังกรดำ/ประชาไท
"เข้าไปถ่ายภาพทหารในทำเนียบเมื่อก่อนเที่ยงวันนี้ กองกำลังทหารในทำเนียบถูกตัดขาดการผลัดเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง การควบคุมการเข้าออกเป็นการ์ดเสื้อแดง เจ้าหน้าที่ทำเนียบเข้าออกได้ตามปกติ โดยการแสดงบัตร ทหารเรือประมาณ 350-450 นาย ทหารบก พล ๑ น่าจะจำนวนใกล้เคียงกัน ทหารเรือนั้นไม่ต้องห่วง ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งผู้บังคับบัญชา ทหารบกที่เห็นเมื่อวานเอาผลไม้มาแจกคนเสื้อแดง ถามไปถามมาปรากฎว่าเป็นพี่น้องกับเสื้อแดงที่ยืนคุยกันมาจากอิสาน ตำรวจในทำเนียบเท่าที่เข้าไปคุยน่าจะทั้งหมด เสื้อแดง ที่เหลือนิดหน่อยคือ กลางๆ ไม่แดงไม่เหลือง กำลังหลักทหารส่วนใหญ่ข่าวรายงานว่าอยู่กองทัพภาค1"



11.40 น. เสื้อแดงโคราชรวมตัวไล่ เปรม-รัฐบาล ตร.ส่ง150นายคุม

เสื้อแดงโคราช ประกอบด้วย กลุ่มคนของแผ่นดินลูกหลานย่าโม และกลุ่มคนโคราชรักษ์ประชาธิปไตย จำนวน 50 คน นำโดย น.ส.ปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์ เจ้าของสถานีวิทยุชุมชนพลังแผ่นดิน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้ไปรวมตัวกันที่หน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพื่อประท้วงขับไล่รัฐบาลและระบอบอมาตยาธิปไตย รวมทั้ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ องคมนตรี จากนั้นได้เดินเท้าไปยังศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เพื่อแสดงพลังคนเสื้อแดงที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีพลเอกเปรม และทหาร เป็นผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง


นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และพล.ต.ต.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ยังสั่งการให้ตำรวจภูธรนครราชสีมา ทั้ง 32 อำเภอ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่ง จ.นครราชสีมา ตั้งด่านสกัดกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดนครราชสีมา ที่จะเดินทางไปสมทบกับกลุ่ม นปช.ที่ทำเนียบรัฐบาล บนเส้นทางสายสำคัญๆ ที่มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ เช่น บริเวณ สามแยกปักธงชัย ถ.มิตรภาพ อ.เมือง , 4 แยกอวยชัย อ.ปักธงชัย , ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว , ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ และ ที่ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง ตลอด 24 ชั่วโมง

12.00 น. ภาพเหตุการณ์ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ถ่ายภาพโดยคุณ อะไรก็ได้/พันทิป



12.05 น. ลุงผึ้ง@เสรีชน: กลังทหารจาก ม.พัน 4 เกียกกาย พร้อมอาวุธครบมือ รอรับคำสั่งเปรม อยู่ที่หน้าหอประชุมกองทัพบก สี่เสาเวลานี้

12.05 น. ภาพจาก น้องเว็บ พันทิป


12.09 น. ลุงผึ้ง@เสรีชน: เสื้อแดงนครนายกเคลื่อนขบวนรถมาถึงฟิวเจอร์พาร์ครังสิตแล้ว

12.19 น. Farmer27: คนเสื้อแดงราชบุรึรวมพลที่หน้าศาลากลางมีพี่น้องเสื้อแดงมากพอสมควรจะเคลื่อนพลออกจากศาลากลางประมาณบ่าย 2 โมงเดินทางไปทำเนียบค่ะ ส่วนที่ค่ายภาณุยังไม่มีข่าวรายงานค่ะ

12.21 น. หมอเหวง: จังหวัดน่าน ตร. นำกำลังคนเสื้อแดงไปปิดล้อมศาลากลางจังหวัดแล้ว ขอเสื้อแดงให้ตำรวจด้วย

12.23 น. โฆษก: คนเสื้อแดงล้อมศาลากลาง โดยมีเจ้าหน้าที่ลงมาช่วยกันประท้วงด้วย

12.26 น. โฆษก: คน 3000 คนที่จันทบุรี ที่หน้าศาลากลาง

12.26 น. Sriapsara: คืนนี้แหล่งข่าวยืนยันว่าจะประกาศภาวะฉุกเฉิน

12.27 น. คนดอย@: ข่าวด่วนจากเชียงใหม่/ตอนนี้เสื้อแดงชมได้รวมตัวกันที่ ศาลากลางแล้วครับ/และกำลังส่วนใหญ่ที่วัดพระสิงห์คาดว่ากว่าหมื่นคนกำลังจัดขบวนเข้ายึดศาลากาง กำลังจะเคลือนขบวนแล้วครับพี่น้อง

12.28 น. โฆษก: คน 3000 คน ที่ศาลากลางจังหวัดอุดรฯ

12.28 น. โฆษก: คน 400 คนหน้าศาลากลางจังหวัดยโสธร

12.33 น. โฆษก: ข่าวแจ้งว่า นัดรวมตัวกันที่หัวหินที่หน้าหอนาฬิกา 15.00 น.

12.37 น. จตุพร: ขอเรียกร้องให้คนเสื้อแดงออกมารวมตัวกัน

12.39 น. ลุงผึ้ง@เสรีชน: ม็อบเสื้อแดง กลุ่มเสรีชนเพื่อประชาธิปไตย ประมาณ 50 คน นำโดยนายประยุทธ มูลสาร มารวมตัวกันบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดยใช้รถเครื่องขยายเสียงกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาล และประธานองคมนตรี

12.40 น. โฆษก: เสื้อแดงสกลนคร 1500 คน รวมตัวหน้าศาลากลางได้เรียบร้อยแล้ว เสื้อแดงลำพูนรวมตัวหน้าศาลากลางได้เช่นกัน

12.42 น. supervoppo: มีความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่สุพรรณบุรีอย่างคึกคัก

12.43 น. เสียงดัง "อภิสิทธิ์ ออกไป อภิสิทธิ์ ออกไป อภิสิทธิ์ ออกไป" ดังก้องที่หน้าเวทีคนเสื้อแดงทีทำเนียบ

12.45 น. โฆษก: มีการนำขวดน้ำที่พิสูจน์แล้วว่ามีน้ำกรดปนเปื้อนอยู่มาไว้ในที่ที่ชุมนุม ซึ่งขณะนี้ได้มีการตรวจสอบอยู่ จึงเรียนให้ท่านผู้ที่มาชุมนุม ให้ดูว่าฝาน้ำขวดนั้นมีการปิดสนิทดีหรือไม่ มีร่องรอยการเปิดหรือไม่ เพื่อป้องกันเหตุ

12.48 น. โฆษก: ขอให้พี่น้องชาวอุตรดิตถ์, แพร่ และลำปาง ไปรวมตัวกันที่ศาลากลาง

12.50 น. คนดอย@: เชียงใหม่ที่วัดพระสิงห์เป็นหมื่นครับไม่น้อย /บางส่วนไปที่ศาลาการแล้วครับเดี่ยวจะไปสมทบกันที่ศาลาการ

*13.20 น. ผบช.น.แถลงข่าวว่าไม่ได้เตรียมการสลายการชุมนุม เป็นการเข้าใจผิดกัน แค่เตือนไม่ให้ปิดล้อมทำเนียบ เปิดทางให้รัฐบาลเข้ามาทำงาน หรือประชุมครม.ได้ ขอยืนยันว่าไม่ได้เตรียมสลายชุมนุม

13.57 น. นักเลงโบราณ: ขณะนี้ทหารจากนครราชสีมาจำนวน 6 คันรถประมาณ 500 นาย แต่งกายชุดพลเรือนเดินทางเข้ากรุงเทพ.

14.30น. วิทยุชุมชนแท็กซี่ F.M.92.75 และFM107.50 MHz ประกาศเชิญเสื้อแดงมาคุ้มกันสถานีที่วิภาวดีซอย3เพราะมีกระแสข่าวเสื้อเหลืองจะมาบุก ทำให้มีแท็กซี่เข้าไปคุ้มกันจำนวนมาก

14.40 น.หายตึงเครียดหลังบชน.แถลงไม่สลายม็อบ ฮือฮาตระกูล "เผ่าจินดา-ปุณณกันท์-ชินะนวิน" รวมบริจาคหนุนเสื้อแดง

บนเวทีปราศรัยของกลุ่มเสื้อแดงได้มีประกาศว่ามีบุคคลสำคัญได้นำเงินมาบริจาคให้กับผู้ชุมนุมเสื้อแดงใช้ในการเคลื่อนไหว ประกอบด้วย นางวรพิมพ์ เผ่าจินดา นางพิมพา ชินะนาวิน และ นางณไพจิตร ปุณณกัณฑ์ โดยทั้ง 3 คนบริจาคเงินคนละ 1 แสนบาท

17.00 น. มีรายงานข่าวไม่ยืนยันว่า มีการบุกสถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบในเว็บดังกล่าว พร้อมกับเว็บไซต์เสรีชน พบว่าทุกอย่างยังเรียบร้อยดี (ดูภาพการชุมนุมของคนเสื้อแดงเพื่อเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยให้กับสถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ด้านล่างนี้ ภาพโดย เลี้ยงแมวให้เป็นหมู)




18.40 น. แผนภาพแสดงจังหวัดที่มีการไปร่วมประท้วงชุมนุมของคนเสื้อแดง เื่พื่อแสดงพลังต่อต้านอำนาจของศักดินาอำมาตยาธิปไตย ประมวลผลข้อมูลโดยคุณ น้องเว็บ


ภาพจากอุดรธานี

ภาพจากคุณ ss.hh/พันทิป โดยคุณ ss.hh ระบุว่า "คนเสื้อแดงนัดรวมตัวสำแดงกำลังที่หน้าศาลากลางจ.อุดรธานี ผมทำงานที่ต่างอำเภอ
ทราบข่าวจากคนขับรถของหน่วยงานว่ามีการชุมนุมกันตั้งแต่ตอนกลางวัน เสียดายที่ผมไม่ทราบข่าวมาก่อน เลิกงานแล้วจึงมีเวลาไปถ่ายรูปมาฝากชาวราชดำเนิน ช่วง 18.30-19.30 วันนี้ 30 มีนาคม 2552 คนร่วมชุมนุมกะประมาณด้วยสายตาประมาณ 5,000 - 7,000 คน และยังมีทะยอยเข้ามาเรื่อยๆ คาดว่าช่วง ทักษิณ โฟนอินเข้ามา คงมีคนร่วมชุมนุม ไม่ต่ำกว่า 10,000 คน"




ภาพเหตุการณ์พร้อมคำบรรยาย เสื้อแดงเผชิญหน้ากับตำรวจ ณ สะพานมัฆวาน (โดย Family Portrait พันทิปดอตคอม)



ภาพหน้าทำเนียบช่วงค่ำ (ภาพโดย CrazyBMW พันทิป)

วันอาทิตย์, มีนาคม 29, 2552

บทความ: สถานการณ์การเมืองครั้งนี้คึกคัก แม้เสื้อแดงยังไม่ได้ชัยชนะ แต่ก็เป็นต่อหลายขุม

โดย เสรีชน
29 มีนาคม 2552

สถานการณ์การเมืองครั้งนี้คึกคัก แม้เสื้อแดงยังไม่ได้ชัยชนะ แต่ก็เป็นต่อหลายขุม

1. แสดงให้เห็นว่า ทหารไร้น้ำยา ไม่กล้ายิง เพราะเขารู้แล้วว่า ยิงเมื่อไร รัฐบาลล้มทันที เพราะภายในประเทศ เกิดการปฎิวัติประชาชน ซึ่งเสื้อเหลืองทำไม่ได้เพราะไม่มีฐาน แต่เสื้อแดงทำได้เพราะมีขุมกำลังในชนบท และที่สำคัญ เมืองท่าโยโกฮาม่า อัมสเตอร์ดัม แอลเอ จะบอยคอตต์ไม่รับสินค้าจากประเทศเผด็จการทันที อย่าว่า แต่ ศก. จะตก 9 % เลยเผลอๆตกสองหลักด้วย ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆ

2. นักการเมืองซีกรัฐบาลอ่อนลง เสียงพูดไม่มั่นใจตนเองอีกทั้งบุญจง เนวิน เขารู้แล้วว่าแพ้แน่ เพราะยิงเมื่อไร อีสาน เหนือเข้าข้างกันเอง เนวิน บุญจง จะไม่มีฐานเสียงเหลือเลย

3. เหยียบหน้าองคมนตรี ทำให้คนขาดความเชื่อถือ โดยเฉพาะพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ยิ่งแก้ตัว ยิ่งจับโกหกได้จากเทปของสนธิ ลิ้มฯ และคำให้การของพัลลภ ตอนนี้ทำให้เกมส์การเมืองพลิก ที่กะจะใช้คนมาหลอกทักษิณ กินเงินเขาฟรี ตอนนี้ ท่านนายกฯทักษิณกล้าแลกแล้ว ไปมา อำมาตย์ทำอะไรไม่ได้ โดนรัวหมัดฮุคเข้าไปแบบนี้ เปรม สุรยุทธ์ ถึงกับเป๋รายวัน ส่วน ปชป. ฟอร์มตก เพราะงานนี้เสื้อแดงเป็นมวลมหาประชาชนของจริง ชนิดที่เหลืองบวกปชป. ก็ไม่ได้คนแค่หนึ่งในสามของกองทัพแดง

ส่วนกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีก่อการร้ายไทย โกหกรอบใหม่ หลังจากที่กระทรวงต่างประเทศเสียท่า ยกเลิกพาสปอร์ตทักษิณไม่ได้ แถมโดนนายกทักษิณด่าข้ามชาติกลับมา
ก็เลยแสดงความโกหกตอแหลต่อไปว่าจะลุยล่าทักษิณจากดูไบ เพื่อขู่ให้ทักษิณหยุด หลังพบว่า หมัดแย็บรบกวนจากทักษิณ ปชป. และรัฐบาล รวมทั้งองคมนตรีแก้ไม่ได้

ขำที่สุด
นายกษิตเอ๊ย ฮ่องกงน่ะ พวกเอ็งส่งทีมไปกี่หนแล้ว กี่อธิบดี กี่ชุดแล้ว ผลออกมายังไง ทั้งอัยการ ทั้งกรมสนธิสัญญาม้วนกลับมาเพราะทำอะไรทักษิณไม่ได้ แต่ไม่กล้าพูด ปิดข่าวเงียบ แต่คนในวงการอัยการเขาลือกันลั่น โดยเฉพาะที่ฮ่องกงไม่ให้เกียรติคณะไทยเลย

แค่ฮ่องกงใกล้ๆ ยังเหลวขนาดนี้ อย่าเสียเวลา เสียเงินให้ข้าราชการเดินทางไปดูไบเลย ผลสุดท้ายก็เหลวแบบเดิม รู้ๆ กันอยู่ ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ถ้ายังไม่เจรจากัน กว่าจะเจรจาลงนามกันได้อย่างเร็วก็สามปี

มันเป็นปมด้อย เป็นรอยแผลของรัฐมนตรีกษิตขี้คุยคนนี้ เพราะถึงจะเป็นรัฐมนตรี แต่คนกลับไม่นับถือ ไม่ให้เกียรติเหมือนรัฐมนตรีต่างประเทศคนอื่นๆ โดนเฉพาะโดนอัดเจ็บช้ำรายวันว่า ไอ้โจรก่อการร้าย คนมันมีปมด้อย จึงต้องใช้การโกหกตอแหลเพื่อหลอกตนเอง และหลอกเด็กเวรนายกรัฐมนตรีไปวันๆ ว่า ขยัน แอคทีฟ มีผลงาน เพื่อให้เด็กเวรคิดว่าเก่ง จะได้มีตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไป

เกมส์แบบนี้ คนเขารู้ทันเอ็ง ยังไงก็หยุดโฟนอินไม่ได้หรอก เพราะหมัดนี้ได้ผลเต็มๆ !!!! 


ชุมชนไซเบอร์ จับโกหก ปีย์ มาลากุล

ทีมงานไทยอีนิวส์

29 มีนาคม 2552

ผู้ใช้ล็อกอิน VforVictory จากเวปบอร์ดฟ้าเดียวกัน นำเสนอบทสัมภาษณ์นายปีย์ มาลากุล ที่ปรากฎในมติชนออนไลน์ พร้อมด้วยการวิเคราะห์และจับเท็จนายปีย์ ดังนี้

ส่วนที่หนึ่ง การนำเสนอของมติชนออนไลน์

เจ้าบ้าน"ปีย์ มาลากุล"เปิดตัวยัน"สุรยุทธ์" ถก"3บิ๊กตุลาการ"ปัดวางแผนล้ม"แม้ว"แค่เพื่อนฝูงดินเนอร์


" ปีย์ มาลากุลฯ"เจ้าของบ้านเชิญ"สุรยุทธ์-บิ๊กตุลาการ-พัลลภ"กินข้าว เปิดตัว ยืนยัน ไม่มีการพูดเรื่องรัฐประหารโค่นล้ม"ทักษิณ" แค่ถกเรื่องขั้นตอนกฎหมายแก้วิกฤตบ้านเมืองหลังในหลวงทรงมีพระราชดำรัส เผยเชิญเพื่อนฝูงมาพบกันเป็นประจำ รวมทั้ง"แม้ว"ด้วย


นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา( ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีต รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.)ระบุเป็นเจ้าของ บ้าน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พบกับตุลาการระดับสูงเพื่อวางแผนโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ก่อนการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549) ให้สัมภาษณ์"มติชนออนไลน์" เมื่อวันที่ 28 มีนาคมโดยยืนยันว่า ในการพูดคุยกัน 7 คนที่บ้านประกอบด้วย พล.อ.สุรยุทธ์ พล.อ.พัลลภ นายอักขราทร จุฬารัตน์ ประธานศาลปกครองสูงสุด นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ประธานศาลฎีกา นายจรัญ ภักดีธนากุล เลขาธิการประธานศาลฎีกา นายปราโมทย์ นาครทรรพ และ ตน ไม่มีการพูดเรื่องการวางแผนรัฐประหารหรือโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่เป็นการเชิญคนที่สนิทสนมและเป็นเพื่อนมารับประทานอาหารที่บ้านเพื่อพูด คุยถึงปัญหาบ้านเมืองซึ่งทำเป็นปกติอยู่แล้ว


นายปีย์กล่าวว่า การเชิญเพื่อนและคนที่มีความสนิทสนมมารับประทานอาหารเย็นที่บ้านเป็นประจำอยู่ก็เพื่อให้เล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟังเพราะต้องการทันสถานการณ์เนื่องจากมีอาชีพเป็นนักข่าวซึ่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกับตุลาการ ศาลปกครองสูงสุดและผู้พิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 เกี่ยวกับปัญหาวิกฤตของบ้านเมือง จึงได้เชิญนายอักขราทร ซึ่งเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ รวมทั้งนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ (ปัจจุบันเป็นองคมนตรี)มารับประทานอาหารที่บ้านในวันที่ 6 พฤษภาคม 2549 เพื่อคุยว่า จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอย่างไรตามที่ทรงมีพระราชดำรัส จากนั้นได้โทรศัพท์ชวน พล.อ.สุรยุทธ์ พล.อ.พัลลภ และนายปราโมทย์ ซึ่งมีความสนิทสนมกันอยู่แล้วว่า อยากจะมาฟังหรือไม่


นายปีย์กล่าว ว่า ในวันที่ 6 พฤษภาคม ปรากฏว่า พล.อ.สุรยุทธ์ มาถึงบ้านที่สุขุมวิท 103 เป็นคนแรก จึงนั่งคุยกัน จากนั้นอีกประมาณ 15 นาที นายอักขราทร นายชายชัย และนายจรัญ ภักดีธนากุล ซึ่งตอนนั้นเป็นเลขาธิการประธานศาลฎีกา(ปัจจุบันเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ) มาถึงพร้อมกัน โดยพล.อ.พัลลภและนายปราโมทย์ เดินเข้ามาบ้านพร้อมกัน จากนั้นจึงนั้นจึงขึ้นนั่งโต๊ะอาหารรูปทรงกลม โดย พล.อ.สุรยุทธ์นั่งขวามือของตน พล.อ.นั่งทางซ้ายมือ ส่วนตุลาการทั้ง 3 คน นั่งตรงกันข้ามเพื่อที่จะได้ซักถามสะดวก


นายปีย์กล่าวว่า ตนถามว่า ทางฝ่ายตุลาการว่า จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร ซึ่งทั้งนายอักขราทรและนายชาญชัยก็อธิบายว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสอย่างไรบ้าง จนเข้าใจ และทางตุลาการมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไรในทางกฎหมายโดยไม่ได้ลงรายละ เอียดถึงตัวบุคคล แต่พูดถึงขั้นตอนในทางกฎหมายโดยนายอักขราทรและนายชาญชัย เป็นคนอธิบายเป็นหลัก ส่วนนายจรัญพูดน้อยหน่อยซึ่งจำไม่ได้ว่า พูดเรื่องอะไรบ้าง แต่หลังจากนั้นก็คุยกันเรื่องอดีตเก่าๆ เรื่องมโนสาเร่ จนกระทั่งเลิกประมาณ 4 ทุ่มกว่าและตนยังเดินไปส่งพล.อ.สุรยุทธ์และพล.อ.พัลลภ ซึ่งคนทั้งสองไม่เคยอยู่กัน 2 ต่อ 2 เพราะมีตนนั่งคั่นอยู่ตรงกลาง เวลามีอะไรต้องคุยผ่านตน


"เรื่องที่เกิดขึ้นมันนานหลายปีแล้ว คนที่มากินข้าวไม่มีใครจำวันที่ได้สักคน ผมอายุ 72 แล้วก็จำไม่ได้ แต่เมื่อมีคนมาให้สัมภาษณ์ก็ต้องเปิดดูบันทึกของเลขาฯ เพราะต้องสั่งอาหารญี่ปุ่นจากโรงแรมดุสิตธานีจึงรู้ว่า เป็นวันนี้ ซึ่งมีแผนผังด้วยว่า ใครนั่งตรงไหนอย่างไร"นายปีย์กล่าว
เมื่อถามว่า ในการพูดคุยมีเรื่องเกี่ยวกับการล้มการเลือกตั้งหรือไม่ นายปีย์กล่าวว่า มีการพูดถึงการเลือกตั้ง แต่จำไม่ได้ในรายละเอียด เพียงแต่ฝ่ายตุลาการมีการพูดถึงการทำตามขั้นตอนของกฎหมาย


"ยืนยันว่า ไม่มีการพูดเรื่องปฏิวัติ หรือพูดเรื่องตำแหน่ง ไม่มีทหารอยู่สักคนจะพูดเรื่องปฏิวัติได้อย่างไร"นายปีย์กล่าว


เมื่อ ถามว่า ทำไมเชิญพล.อ.พัลลภและนายปราโมทย์เข้าร่วมและร่วมในฐานะอะไร นายปีย์กล่าวว่า มีความสนิทสนมกับคนทั้งสองมานานแล้ว และตอนนั้น พล.อ.พัลลภกำลังดังเรื่องคาร์บอมบ์(คดีวางระเบิดพ.ต.ท.ทักษิณ) ส่วนนายปราโมทย์นั้น เขียนหนังสือเกี่ยวกับปฏิญญาฟินแลนด์และมีความรู้ทางด้านกฎหมายเลยเชิญมา ร่วมเมื่อถามว่า พล.อ.พัลลภ ระบุว่า มีการประชุมวางแผนที่บ้านนายปีย์ถึง 3-4 ครั้ง นายปีย์ปฏิเสธโดยยืนยันว่า พบเพียงครั้งเดียว


" ผมดู พล.อ.สุรยุทธฺ์ให้สัมภาษณ์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ที่พล.อ.พัลลภพูดไม่ตรง ก็แปลกใจว่าทำไม"นายปีย์กล่าวว่า เมื่อถามว่า เคยสนิทสนมกับพล.อ.พัลลภมาก่อน ทราบสาเหตุหรือไม่ว่า ทำไมถึงพลิกขั้วแบบ 180 องศา นายปีย์กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน แต่คิดว่า อาจไม่พอใจ พล.อ.สุรยุทธ์ที่ไม่ได้ตำแหน่งอะไรในรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ หรือไม่ได้รับการตอบแทนอะไรบางอย่างซึ่งก้ไม่เข้าใจความคิดของพล.อ.พัลลภ เช่นกัน


เมื่อถามว่า หลังจากเกิดเหตุที่มีการเปิดโปงกันได้ติดต่อกับพล.อ.พัลลภ พล.อ.สุรยุทธ์ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายปีย์กล่าวว่า ยังไม่ได้ติดต่อกับบุคคลใดทั้งสิ้น

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เคยมารับประทานอาหารที่บ้านหรือไม่ นายปีย์กล่าวว่า เคยมาหลายครั้งเพราะเคยสนิทสนมกัน ในช่วงก่อนที่จะเป็นนายกฯ ส่วนช่วงเป็นนายกฯไม่ได้มา อาจจะเป็นเพราะไม่มีเวลา แต่หลังจากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และกลับจากต่างประเทศมา 2 ครั้ง คุณพญิงพจมาน ชินวัตร

ส่วนที่สอง บทวิเคราะห์ของVforVictory

ความสำคัญของข่าวนี้คือ
1. มีการรับประทานอาหารกันจริงระหว่างบุคคลดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วย ปีย์, สุรยุทธ์, อัคราทร, จรัญ, พัลลภ, ปราโมทย์, ชาญชัย


2. การสนทนาเป็นการสนทนาฉันท์คนรู้จัก หัวข้อการสนทนาคือการพูดคุยปัญหาบ้านเมืองหลังแนวคิดเรื่องตุลาการภิวัตน์ และไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องปฏิวัติ


ผมขอวิเคราะห์ดังนี้
1. มีการรับประทานอาหารกันจริงระหว่างบุคคลดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วย ปีย์, สุรยุทธ์, อัคราทร, จรัญ, พัลลภ, ปราโมทย์, ชาญชัย นี่เป็น FACT อย่างเดียวที่มีการพูดตรงกันระหว่าง ทักษิณ พัลลภ ปีย์ และ สุรยุทธ์ ดังนั้นการออกมาให้ข่าวเมื่อวานนี้ของปีย์ นับเป็นหมากที่พลาดอย่างมาก ของปีย์ในสายตาผม เพราะข้อมูลทั้งหมด (รวมทั้งคำยืนยันจากพัลลภ, สนธิ (ลิ้ม) ในวีดีโอคลิป , สุรยุทธ์ และปีย์ กลายเป็นลงสลักหลังยืนยันน้ำหนักคำพูดของทักษิณทั้งหมด จะเห็นได้ว่าทุกคนออกมายืนยันหมดว่ามีการนั่ง "ประชุมทานข้าว"กันจริง ซึ่งฝั่งทักษิณบอกว่าเป็นการคุยเพื่อล้มล้างอำนาจรัฐ แต่อีกฝั่งหนึ่งจะบอกว่าเป็นการคุยกันเรื่องปัญหาบ้านเมือง "ฉันท์เพื่อน" ดังนั้นเรื่องนี้จึงน่าจะเป็นการสนับสนุนคำพูดทักษิณว่ามีการพบกันของบุคคล เหล่านี้ "จริง"


2. การสนทนาเป็นการสนทนาฉันท์คนรู้จัก หัวข้อการสนทนาคือการพูดคุยปัญหาบ้านเมืองหลังแนวคิดเรื่องตุลาการภิวัตน์ และไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องปฏิวัติ

ข้อนี้แหล่ะที่เป็นหลักฐานมัดตัวว่าปีย์โกหก

2.1 ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนของบุคคลทั้งเจ็ด
จากคำสัมภาษณ์เบื้องต้นมีข้อความจากปากของปีย์เองอย่างเดียวว่ามีความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนกับอัคราทร ซึ่งเป็นตุลาการศาลฎีกา ณ ขณะนั้นคนเดียว แต่คนอื่นนอกเหนือจากนั้น ไม่น่าจะมีความสัมพันธ์ส่วนตัวเมื่อวิเคราะห์ให้ดีน่าจะได้ความสำคัญ (ตามคำให้การของปีย์ )ดังนี้  


อัคราทร - ตัวแทนศาลและเป็นเพื่อนของปีย์ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าน่าจะถูกเชิญมาคุยกันเรื่อง ตุลาการภิวัตน์ ชาญชัย + จรัญ - เข้าใจได้ว่ามาพร้อมกับอัคราทร ไม่น่าแปลกใจ แต่ลองสังเกตดูว่า จรัญเองไม่ได้มีความสำคัญนักจนกระทั่งปีย์จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าจรัญพูดอะไร (หรือไม่อยากให้มัดตัวก็ไม่แน่) สุรยุทธ์ - ไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับปีย์ แต่โทรไปเรียกให้มานั่งฟังอัคราทรคุยว่าจะใช้ตุลาการภิวัตน์อย่างไร ปราโมทย์ - อาจจะตีความได้ว่าเป็นคอลัมนิสต์จึงรู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ถ้าอ่านจากข้างบนจะเห็นได้ว่า "ไม่น่าจะรู้จัก" กันมาก่อน พัลลภ - ไม่สามารถหาได้ว่ามีความสัมพันธ์อย่างไรกับปีย์


2.2 หลักฐานล้างคำโกหกว่าสนทนาฉันท์คนรู้จัก
การปรากฎตัวของบุคคลทั้งเจ็ดขึ้นพร้อมกันเป็นหลักฐานยืนยันได้อย่างดีว่าการสนทนานั้นไม่ได้เกิดขึ้นในลักษณะการคุยกันในหมู่คนรู้จักอย่างที่ปีย์กล่าวอ้าง เนื่อง จากความสัมพันธ์ส่วนตัวของทั้งหมดนั้น ดูแล้วหลวมมาก และไม่น่าจะอยู่ในสถานะที่จะเรียกว่าคุยกันฉันท์เพื่อนได้ จากการที่วิเคราะห์ความสัมพันธ์ข้างต้น จะเห็นได้ว่าทุกคน "อาจจะ" จะอยู่ในสถานะ คนรู้จัก หรืออย่างน้อยก็คนรู้จักของคนรู้จักได้ แต่กับพล.อ.พัลลภนั้น ปีย์ไม่น่าจะรู้จักเลย


2.2.1 โกหกเรื่องพัลลภ


อ่านย่อหน้าข้างล่างใหม่


" เมื่อถามว่า ทำไมเชิญพล.อ.พัลลภและนายปราโมทย์เข้าร่วมและร่วมในฐานะอะไร นายปีย์กล่าวว่า มีความสนิทสนมกับคนทั้งสองมานานแล้ว และตอนนั้น พล.อ.พัลลภกำลังดังเรื่องคาร์บอมบ์(คดีวางระเบิดพ.ต.ท.ทักษิณ) ส่วนนายปราโมทย์นั้น เขียนหนังสือเกี่ยวกับปฏิญญาฟินแลนด์และมีความรู้ทางด้านกฎหมายเลยเชิญมา ร่วม"


จะพบว่าสาเหตุเดียวที่เชิญพัลลภมาเพราะพัลลภกำลังดังเรื่องคาร์บอมอยู่ ลองย้อนกลับไปดูว่าการสนทนานี้เกิดขึ้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2549 แต่เหตุการณ์คาร์บอมบ์เกิดเมื่อ 24 สิงหาคม 2549 http://board.palungjit.com/archive/index.php/t-65049.html (อ้างอิง) น่าแปลกที่ปีย์รู้ว่าพัลลภจะดังเรื่องคาร์บอมบ์ก่อนเหตุเกิดตั้งสามเดือน


2.2.2 โกหกเรื่องปราโมทย์
จากเหตุผลในย่อหน้าเดียวกัน ปราโมทย์ถูกเชิญมาร่วมเพราะดังในเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ จากการสืบค้นพบว่าปราโมทย์เขียนเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์เมื่อ 18 พฤษภาคม 2549http://th.wikipedia.org/wiki/แผนฟินแลนด์ (อ้างอิง) น่าแปลกอีกเช่นกันที่ปีย์จะรู้เรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ก่อนที่ปราโมทย์จะเขียนตั้ง 12 วัน


2.3 สิ่งที่ขัดแย้งกันเองและบทสรุปของบทสัมภาษณ์
คำให้สัมภาษณ์ของปีย์เองกลับขัดแย้งกับความเป็นจริงและตัวมันเอง สิ่งที่ปีย์ต้องตอบให้ได้อย่างแรกคือ พัลลภ และ ปราโมทย์มาปรากฎตัว ณ ที่นั้นได้อย่างไร แน่นอนว่าจากเหตุผลเชิงเงื่อนเวลาข้างต้นแล้ว ไม่น่าจะเชื่อได้ว่าพัลลภและ ปราโมทย์มาปรากฎตัวตามสาเหตุที่ปีย์กล่าวอ้าง เพราะเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นหลังจากการสนทนาทั้งสิ้น หากการสนทนานั้นเกิดขึ้นเพราะต้องการคุยเรื่องตุลาการภิวัฒน์ สามคนที่เป็นตัวแทนจากศาลน่าจะเพียงพอที่จะสนทนาได้แล้ว การที่กล่าวอ้างว่าเชิญปราโมทย์เพราะรู้เรื่องกฎหมาย แล้วต้องตอบให้ได้ว่านักกฎหมายไทยมีตั้งแยะที่เก่งกว่าปราโมทย์ ทำไมไม่เชิญมา ???


สิ่งที่ปีย์ต้องตอบให้ได้คือ ทำไม ปราโมทย์ และ พัลลภ จึงไปอยู่ในที่นั้นได้


นี่ยังไม่ต้องพูดถึงความไม่ควรของการมีหนึ่งในองคมนตรีไปนั่งคุยอยู่ ณ ที่นั้นด้วย


3. ทฤษฎีสมคบคิดใหม่ ว่าด้วยการสนทนาของบุคคลทั้งเจ็ด


วิเคราะห์ความสำคัญของคนทั้งเจ็ดในแง่ตัวแทนกลุ่มบุคคล
อัคราทร + ชายชัย + จรัญ = ตัวแทนศาล
สุรยุทธ์ = องคมนตรี
ปราโมทย์ = ตัวแทนกลุ่มผู้จัดการและพธม.
พัลลภ = จปร. 7
วิเคราะห์ผลตอบแทนของบุคคลทั้งเจ็ดหลังเหตุการณ์รัฐประหาร
อัคราทร = candidate นายกฯหลังรัฐประหาร ปัจจุบันประธานศาลปกครองสูงสุด (http://th.wikipedia.org/wiki/อักขราทร_จุฬารัตน)
ชาญชัย = รมต.ยุติธรรม สมัย สุรยุทธ์ ปัจจุบัน องคมนตรี (http://th.wikipedia.org/wiki/ชาญชัย_ลิขิตจิตถะ)
จรัล = ปลัด ก.ยุติธรรม ปัจจุบัน ตลก.ศาลรัฐธรรมนูญ
สุรยุทธ์ = นายกรัฐมนตรี ปัจจุบัน องคมนตรี
ปราโมทย์ = คอลัมนิสต์
พัลลภ = รองผู้อำนวยการ กอ.รมน.


หาก ทั้งเจ็ดคนได้มีการวางแผนล้มล้างรัฐบาลจริง เชื่อได้ว่าบุคคลเกือบทั้งหมดได้รับการสมนาคุณทั้งทางตรงและทางอ้อม คนที่ดูจะได้รับผลตอบแทนน้อยที่สุดน่าจะเป็นพัลลภเพราะตำแหน่งที่ได้ไม่ได้ มีความแตก
ต่างจากสมัยทักษิณอยู่เลย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่พัลลภจะออกมาแฉเรื่องนี้ ส่วนปราโมทย์นั้นด้วยความเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้จัดการดังนั้นจึงเชื่อได้ว่า ผลตอบแทนน่าจะไปตกอยู่ที่สนธิมากกว่า แต่ก็อย่างที่ปรากฎเป็นความจริงต่อมาว่า สนธิโดนหักหลังเรื่องสถานีโทรทัศน์ ให้วิเคราะห์จากเหตุการณ์ทั้งหมดตามลำดับ


- เกิดการประชุมกันของบุคคลทั้งเจ็ด
- มีการตีพิมพ์บทความปฏิญญาฟินแลนด์
- มีการใช้อำนาจศาลสั่งจำคุกกกต.ล้มการเลือกตั้ง
- มีการคาร์บอมบ์ทักษิณ
- มีการปฏิวัติ
- สุรยุทธ์ขึ้นเป็นนายกหลังการปฏิวัติ


ชัดซะไม่รู้จะชัดยังไง!!!!!!!!!!!!!

คุณVahn Citisแห่งเวปบอร์ดประชาไทช่วยลำดับเหตุการณ์ดังนี้

6 พฤษภาคม ๒๕๔๙ - เกิดการประชุมกันของบุคคลทั้งเจ็ด
๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๙ - มีการตีพิมพ์บทความปฏิญญาฟินแลนด์ (ปราโมทย์)
๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๙ - มีการคาร์บอมบ์ทักษิณ (ลูกน้อง 1000-)
๑๕ กันยายน ๒๕๔๙ - มีการใช้อำนาจศาลสั่งจำคุกกกต.(ฝ่ายตุลาการ)
๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ - มีการปฏิวัติ (ทหารกบฏ + PAD + สื่อ + ..)
๑ ตุลาคม ๒๕๔๙ - สุรยุทธ์ขึ้นเป็นนายกหลังการปฏิวัติ

จุดเปลี่ยน ขบวนการไพร่แดง

โดยทีมงานไทยอีนิวส์

29 มีนาคม 2552

ทันทีที่ทารกลืมตาออกมาดูโลก ไม่ว่าจะมาจากมารดาเชื้อชาติใด ศาสนาใด เป็นเศรษฐีหรือยาจก สิ่งที่ติดตัวทารกมาด้วยคือ ความเป็นมนุษย์โดยเท่าเทียมกัน ความเป็นมนุษย์มิใช่ร่างกายที่แตกต่างจากสัตว์อื่น หากแต่เป็นสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ซึ่งเรียกรวมกันว่า “สิทธิมนุษย์ชน” และได้รับการปฏิบัติเยี่ยงมนุษย์โดยเท่าเทียมกัน หรือที่เรียกว่า “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”

ในสังคมทาสแยกมนุษย์เป็นสองกลุ่มคือนายทาสและทาส นายทาสเป็นเจ้าของชีวิตทาสและปฏิบัติต่อทาสเยื่องสัตว์ ในสังคมศักดินาแยกมนุษย์เป็นไพร่ กับเจ้าขุนมูลนาย แม้ไพร่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นมนุษย์ แต่เป็นมนุษย์คนละชั้นกับเจ้าขุนมูลนาย ไม่อาจเทียบเท่าหรือตีเสมอเจ้าขุนมูลนายได้เป็นอันขาด กฎ กติกา กลไกรัฐ ขนบธรรมเนียม ประเพณี การศึกษา การสื่อสารล้วนถูกออกแบบมาเพื่อให้ไพร่ยอมรับความเป็นเป็นไพร่ของตน ภักดี พินอบพิเทาต่อชนชั้นเจ้าขุนมูลนายและอุทิศตนเพื่อรักษาความมั่งคั่งและความมั่นคงของเจ้าขุนมูลนาย และจงยอมรับชะตากรรมของตนในฐานะไพร่

ในฐานความผิดเดียวกัน เจ้าขุนมูลนายจะได้รับการผ่อนปรน มากกว่าพวกไพร่ หรือพวกไพร่จะได้รับโทษหนักกว่า กล่าวให้ถึงที่สุดก็คือ “การบังคับใช้กฎหมาย” สามารถ “เลือกปฏิบัติได้” ต่อเจ้าขุนมูลนายด้วยมาตรฐานหนึ่ง และต่อพวกไพร่ อีกมาตรฐานหนึ่ง ที่สามารถทำเช่นนี้ได้เพราะพวกเจ้าขุนมูลนายกุมอำนาจ ตำรวจ ทหาร ศาล ที่สามารถบังคับบัญชา สั่งการได้ตามความปรารถนาของตน

การอภิวัฒน์ 2475 ได้ยกระดับ “ไพร่” ให้เป็น “ราษฎร” ที่มีสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ซึ่งเรียกรวมกันว่า “สิทธิมนุษย์ชน” และได้รับการปฏิบัติเยี่ยงมนุษย์โดยเท่าเทียมกัน หรือที่เรียกว่า “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ให้ทุกคนอยู่ใต้รัฐธรรมนูญเดียวกัน บังคับใช้กฎหมายโดยเสมอภาคด้วยมาตรฐานเดียวกัน ปราศจากการเลือกปฏิบัติ หรือที่เรียกว่า “นิติรัฐ”

แต่เจตนารมณ์ของคณะราษฎร ถูกกระทำย่ำยีด้วยการการฉีกรัฐธรรมนูญครั้งแล้วครั้งเล่า ผลพวงแห่งการฉีกรัฐธรรมนูญและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทำให้ด้านหนึ่ง ความเป็นนิติรัฐถูกทำลาย สิทธิมนุษย์ชนถูกคุกคาม เลือกปฏิบัติต่อประชาชนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกันโดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทำลายกลไกขับเคลื่อนระบอบประชาธิปไตยคือพรรคการเมืองและนักการเมืองให้อ่อนแอ อีกด้านหนึ่งบรรดาเครือข่ายของเจ้าขุนมูลนายได้พัฒนากลายร่างมาเป็น ระบอบอมาตยาธิปไตย อันมีองคมนตรี(จำนวนหนึ่ง)เป็นผู้ชี้นำและกำกับการ

วิกฤติทางการเมืองตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา ศูนย์อำนาจของระบอบอมาตยาธิปไตยอันมีองคมนตรีเป็นผู้ชี้นำ ได้สร้างเครือข่าย “เหลือง” ขึ้น โดยผนึกกำลัง สื่อมวลชน นักวิชาการ ทหาร ศาล พันธมิตรและพรรคประชาธิปัตย์ สมคบคิดและร่วมกระทำการทุกอย่างเพื่อโค่นอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รวมทั้งพรรคการเมือง, นักการเมือง, ฐานเสียงที่สนับสนุน, และกลุ่มพลังมวลชนที่เกี่ยวข้องซึ่งได้กลายเป็นเครือข่าย “คนเสื้อแดง” ในเวลาต่อมา

กระบวนการโค่นอำนาจทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนโดยทั่วไปสามารถสัมผัสได้ว่า ฝ่ายเหลืองได้รับการปฏิบัติเสมือนเป็นผู้มีอภิสิทธิ์เช่นเดียวกับพวกเจ้าขุนมูลนายในอดีต ในขณะที่ “คนเสื้อแดง” ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับพวก “ไพร่” ผู้ต่ำต้อย เราจึงเรียกคนเสื้อแดงว่า “ไพร่แดง” และเรียกขบวนการของพวกเขาว่า “ขบวนการไพร่แดง”

“ขบวนการไพร่แดง” ก่อเกิดภายใต้การปกครองของรัฐบาลอมาตยาธิปไตยอันมีองคมนตรีคนหนึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี และองคมนตรีอีกคนหนึ่งเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง

ปี 2550 การต่อสู้ของคนเสื้อแดงและ นปช. มีเป้าหมายอยู่ที่การ “ต้านรัฐประหารเต็มรูป” เรียกร้องรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ 2550 เมื่อมีการเลือกตั้ง ประชาชนได้พร้อมใจกันเลือกพรรคพลังประชาชนมาเป็นรัฐบาล

ปี 2551 การต่อสู้ของคนเสื้อแดงและ นปช. มีเป้าหมายอยู่ที่การปกป้องรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้ง เรียกร้องรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย และต่อต้าน “รัฐประหารซ่อนรูป” ซึ่งใช้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นหัวหอก ภายใต้การกำกับและชี้นำของอำนาจพิเศษ

ปี 2551 ธันวาคม อำนาจพิเศษที่แฝงอยู่ในเครือข่ายอมาตยาธิปไตย ยึดอำนาจรัฐด้วยการทำ “รัฐประหารซ่อนรูป” โดยมีพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มเนวินเป็น หุ่นเชิด เครือข่ายคนเสื้อแดง ต้อง “ปรับตัว” จากที่มีตัวแทนเป็นรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้าน และมุ่งเปิดโปงและขัดขวางกระบวนการ “รัฐประหารซ่อนรูป”

· 2552 มกราคม เครือข่ายคนเสื้อแดงระดมกำลังเพื่อเสนอข้อเรียกร้อง 4 ข้อต่อรัฐบาล

· 2552 กุมภาพันธ์ เครือข่ายคนเสื้อแดงระดมกำลังเพื่อทวงถามข้อเรียกร้อง เปิดโปง และประณามรัฐบาลที่เมินเฉยต่อข้อเรียกร้องที่มีเหตุผลและชอบธรรมทั้ง 4 ข้อ ลงท้ายด้วยการยกระดับข้อเรียกร้องขับไล่ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ออกไป” “รัฐบาลต้องคืนอำนาจให้ประชาชน”

· 2552 มีนาคม ก่อนการชุมนุมใหญ่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอิน ปราศรัยในการชุมนุมย่อยต่างจังหวัดทุกนัด เกิดปรากฎการณ์ “ไฟลามทุ่ง” ของคนเสื้อแดง มีการชุมนุมขนาดย่อมระดับ ชุมชน ซอย ในพื้นที่ กทม.ทุกวัน

o 22 มีนาคม 2552 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินในที่ชุมนุมคนเสื้อแดงที่จังหวัดเชียงใหม่ และเปิดโปงผู้อยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 อันประกอบด้วย นายปีย์ มาลากุล ที่ชอบอ้างตนเป็นพระสหายในฐานะเจ้าของบ้าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี นายอัคราทร จุฬารัตน์ ประธานศาลปกครอง นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ประธานศาลฎีกา นายจรัล ภักดีธนากุล เลขาธิการประธานศาลฎีกา นายปราโมทย์ นาครทรรพ และพลเอก พัลลพ ปิ่นมณี การเปิดเผยข้อเท็จจริงครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำยืนยัน และรับรองความความถูกต้องของข้อสงสัยที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตมาตั้งแต่ต้น และเป็นการเปิดประเด็นใหม่ของการต่อสู้ของคนเสื้อแดงที่รุกไล่ศูนย์อำนาจของอมาตยาธิปไตย

o 26 มีนาคม 2552 สามารถระดมประชาชนเข้าร่วมชุมนุมที่สนามหลวงและเดินขบวนไปสู่ทำเนียบ ซึ่งมีขนาดของผู้ร่วมชุมนุมใกล้เคียงกับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 สามารถขจัดอุปสรรคจากตู้คอนเทนเนอร์ที่รัฐบาลตั้งใจขัดขวางการเคลื่อนเข้าโอบล้อมทำเนียบของคนเสื้อแดงได้สำเร็จและยึดพื้นที่รอบทำเนียบปักหลักชุมนุมได้ตามที่ประกาศไว้

o 27 มีนาคม 2552 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินด้วยระบบ วีดิโอลิงค์ที่เห็นภาพและได้ยินเสียงโต้ตอบกับผู้ชุมนุมแบบ realtime นับเป็นการขจัดอุปสรรคของระยะทาง และพรมแดนระหว่างประเทศไปเสียสิ้น การโฟนอินครั้งนี้ ได้เปิดโปง “ผู้มีบารมี นอกรัฐธรรมนูญ” ว่าเป็นพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และประกาศต่อสู้เคียงข้างกับคนเสื้อแดงเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง คืนนิติรัฐและความยุติธรรมให้แก่ประเทศไทย นับเป็นการเปิดประเด็นรุกไล่หัวโจกใหญ่ ของศูนย์อำนาจระบอบอมาตยาธิปไตยตัวจริง

oimage 28 มีนาคม 2552 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินด้วยระบบ วีดิโอลิงค์ แสดงวิสัยทัศน์การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ พร้อมยืนยันเข้าร่วมกับคนเสื้องแดงที่หนักแน่นและเรียกร้องประชาชนไทยทั่วประเทศเปิดการชุมนุมทั่วประเทศเพื่อแสดงความต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง กึกก้องยาวนานทีบ่งบอกถึงความปิติ ยินดี ตื้นตันใจของผู้ชุมนุมโดยรอบทำเนียบ ในขณะที่ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ได้ปรากฏตัวบนเวทีทักทายผู้ชุมนุม ตามด้วยตำรวจออกเวรถอดเครื่องแบบใส่เสื้อสีแดงชูป้าย “ตำรวจรักประชาธิปไตย” เข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงอย่างเปิดเผย

เป้าโจมตีของคนเสื้อแดง นอกจากยังยืนยันให้ “อภิสิทธิ์ออกไป” ซึ่งเป็น “เป้าหมายเฉพาะหน้า”แล้ว ยังเพิ่มข้อเรียกร้องให้ สุรยุทธ์และเปรม “ลาออกจากองคมนตรี” ซึ่งเป็น “เป้าหมายระยะยาว” นับเป็นการสร้าง ประเด็นทางการเมืองที่เชื่อมต่อ “เป้าหมายเฉพาะหน้า” กับ “เป้าหมายระยะยาว” ได้อย่างลงตัว นับจากนี้ไปประเด็นขององคมนตรีกับการรัฐประหารและสร้างวิกฤติทางการเมืองแก่ประเทศชาติ จะถูกสังคม รับรู้ ตรวจสอบ ตั้งข้อสงสัย และเกิดการเรียนรู้ทางการเมืองที่ยกระดับขึ้นอย่างกว้างขวาง ผู้ที่จะให้ข้อเท็จจริง และความรู้แก่ประชาชน ไม่ใช่แกนนำคนเสื้อแดง แต่เป็นคลิปปราศรัยในวาระต่างๆของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” และเหตุการณ์ที่เป็นที่ประจักษ์แล้วในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

การต่อสู้ของคนเสื้อแดงกำลังก้าวสู่ “จุดเปลี่ยน” ที่สำคัญ นั่นคือ “ความจริง” ที่จะถูกเปิดเผยขึ้นในอนาคต จะทำให้ศูนย์อำนาจของเครือข่ายอมาตยาธิปไตยล้มละลายทางความน่าเชื่อถือ และเกิดวิกฤติศรัทธาอย่างทั่วด้านและถึงราก ประเด็นอยู่ที่ศูนย์กลางอำนาจของอมาตย์ จะปรับตัวและตอบโต้ต่อสถานการณ์อย่างไร เพราะทางเลือกของพวกเขาน้อยลงทุกวัน

MV จาก Siamharmonizes: อภิวัฒน์ประชาธิปไตย



คลิปโดย siamharmonizes
วันที่ March 29, 2009
รายละเอียด การเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตย บนถนนราชดำเนินวันที่ 26 มีนาคม 2552 เพื่อขับไล่เผด็จการ ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ลิงก์ Youtube

เพลง ราชดำเนิน download

โอ้ราชดำเนิน ถนนแห่งวีรชน
สวรรค์เบื้องบน รู้ดีเราสู้เพื่อใคร
เพื่อประชาชน เพื่อชาติประชาธิปไตย
แผ่นดินอยู่รอดปลอดภัย เพราะเราคนไทยไม่เห็นแก่ตัว

โอ้ราชดำเนิน ทอดยาวเรื่องราวต่อสู้
ทุกคนได้รู้ ยามสู้คนไทยไม่กลัว
ไตรรงค์สบัด โบกพัดในคืนสลัว
แม้ปืนเจ้ายิงถี่รัว ระงมไปทั่วท้องราชดำเนิน

ดำเนิน ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า
แด่มวลประชาผู้กล้าท้าเผด็จการ
ราชเป็นชาติพลี ชีพนี้ชั่วกาลนาน
อยู่กับลูกกับหลานอยู่กลางใจพานประชาธิปไตย

ดำเนิน ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า
แด่มวลประชาผู้กล้าท้าเผด็จการ
ราชเป็นชาติพลี ชีพนี้ชั่วกาลนาน
อยู่กับลูกกับหลานอยู่กลางใจพาน ณ ราชดำเนิน...

เก็บตกเรื่องขำขัน: โจทย์ข้อสอบจากอาจารย์มหาลัยธรรมศาสตร์

โจทย์ข้อสอบจากอาจารย์คณะอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

"ผมไม่เคยคุยกับคุณสนธิ ก่อนหน้านั้น เคยพูดทางโทรศัพท์...อย่างที่คุณสนธิพูดว่า ให้กำลังใจ ผมพูดว่า คุณสนธิ ก็ต้องอดทนต่อสู้ต่อไป ..... ผมไม่ได้สนับสนุนนะครับ ผมเพียงแต่ให้กำลังใจว่า ขอให้ต่อสู้ในทิศทาง..."

สุรยุทธ์ จุลานนท์ แถลงข่าว 28 มีนาคม 2552
(โหลดคลิปเสียงมาฟังได้ที่ ลิงก์จากเว็บผู้จัดการฯ อยู่ที่นาทีที่ 6:45 - 7:45 หรืออ่านจากข่าวคมชัดลึก)

จากข้อมูลข้างต้นนี้ จงตอบคำถามดังต่อไปนี้

1. สมมุติถ้าคุณเป็นผู้นำจัดชุมนุมไล่รัฐบาล แล้วจู่ๆ พล.อ.สุรยุทธิ์ จุลานนท์ องคมนตรีคนสำคัญ โทรศัพท์มา "ให้กำลังใจ" คุณจะคิดว่าอย่างไร?

ก. พล.อ.สุรยุทธ์ คงแอบเป็น "แฟนคลับ" ของคุณคนหนึ่ง อาจจะชอบหน้าตา หรือ น้ำเสียงของคุณเป็นส่วนตัวมาก่อน
ข. พล.อ.สุรยุทธ์ในฐานะองคมนตรีคนสำคัญให้การสนับสนุนการชุมนุมไล่รัฐบาลของคุณ
ค. พล.อ.สุรยุทธ์ คงได้รับการ "ขอ" จาก "คนอื่น" ให้โทรมาอีกต่อหนึ่ง

2. ในกรณีที่คุณตอบ "ค. พล.อ.สุรยุทธ์ คงได้รับการ 'ขอ' จาก 'คนอื่น' ให้โทรมาอีกต่อหนึ่ง" คุณคิดว่า "คนอื่น" น่าจะเป็นใคร

ก. ภรรยาหรือญาติๆของคุณสุรยุทธ์ ที่แอบเป็นแฟนคลับของคุณ แต่ไม่กล้าโทรมาเอง
ข. ประธานองคมนตรี ซึ่ง ขอ หรือ อนุญาต ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ โทรมา
ค. อื่นๆ (ระบุ) ..................



ที่มา: เว็บบอร์ดประชาไท กระทู้เรื่อง "ถ้าคุณเป็นคนจัดชุมนุมไล่รัฐบาล แล้ว องคมนตรี สุรยุทธ์ โทรศัพท์มา "ให้กำลังใจ" คุณจะคิดว่า ....." 29 มีนาคม 2009 โดย สมศักดิ เจียมธีรสกุล