วันเสาร์, มกราคม 31, 2552

รายงานภาพข่าวงานชุมนุมคนเสื้อแดงวันนี้ 31 ม.ค.

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 ม.ค. 2552

ความเคลื่อนไหวบริเวณทำเนียบ เวลา 15.00 น.



บรรยากาศบริเวณสนามหลวงช่วงเวลา 15.00 น



ภาพจากสนามหลวงโดย "กล่องออมสิน"

ภาพสนามหลวงจาก กล่องออมสิน



ภาพจากสนามหลวงโดย Tuxedo

ภาพ Red in the land ในมุมมองน่ารักๆ



ภาพจากสนามหลวงโดย chochokun

ภาพจากสนามหลวงโดย chohokun & honeymon


ภาพสนามหลวงจากคุณบุหลันแรม

ภาพสนามหลวงจากคุณบุหลันแรม


ภาพสนามหลวงจากคุณ Noname











ภาพสนามหลวงจาก Crazy BMW

ภาพสนามหลวงจาก Crazy BMW



ภาพจาก คุณแมวอ้วนอ้วน

ภาพสนามหลวงจาก แมวอ้วนอ้วน


ภาพจาก pcmac1957

ภาพจาก pcmac1957



ภาพจากคุณ CBN Press/tik4u










http://picasaweb.google.co.th/cbnpress6/3112552#


ภาพจากคุณ Kamrob









http://picasaweb.google.co.th/arkman001/CopyOf312552#

ภาพสนามหลวงจากคุณ leopoldamys

ภาพสนามหลวงจากคุณ leopoldamys


ภาพจากคุณมังกรดำ

http://picasaweb.google.co.th/mangkron.trin/ALLRED?fgl=true&pli=1
http://picasaweb.google.co.th/mangkron.trin/WeOnMarch#


คลิปภาพบริเวณสนามหลวงช่วง 18.00 น. โดย chochokun



คลิปเพิ่มเติมจากคุณสิงห์สนามหลวง


1. เป็นช่วงสุดท้ายก่อนเดินขบวน ประมาณเกือบ 4 ทุ่ม ซึ่งกลุ่มที่ผมไปยืนแจมนั้น กลุ่มนี้ทำงานร่วมกับ สุรชัย แซ่ด่าน

2. เป็นช่วงขบวนรถตามหลังมวลชนซึ่งมีนับร้อยนับพัน ช่วงนี้จะเป็นช่วงตั้งแต่เคลื่อนตัวออกจากสนามหลวงจนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

3. เป็นช่วงสุดท้าย ตั้งแต่ผ่านฟ้ามาจนถึงมัฆวาน ซึ่งกว่าจะมาถึง ข้างหน้าเขาก็ปิดประกาศหมายจับเสร็จเรียบร้อย และเริ่มทยอยเดินทางกลับ



คลิปการเดินขบวนของคนเสื้อแดงจากสนามหลวงถึงทำเนียบพร้อม MV เพลงสีแดง โดยพิชิตมาร



มิวสิกวีดีโอ เพลงสีแดง

เนื้อร้อง / ทำนอง : จิ้น กรรมาชน
ขับร้อง : จิ้น กรรมาชน และวง The Red

ในมิวสิกวีดีโอนี้เป็นภาพเหตุการฝ่าด่านตำรวจของ "คนเสื้อแดง" แต่มีทหารเข้ามาสกัดด้วย จนทำให้ มีการปะทะกันเล็กน้อยเกิดขึ้น ระหว่าง คนเสื้อแดง กับ ทหาร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทหารไม่น่าจะเข้ามาสกัด เพราะประชาชนจะไม่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่มีการนำทหารเข้ามาจึงทำให้ประชาชนที่มีความโกรธแค้น ผบ.ทบ. ที่มีส่วนบีบรัฐบาลที่มาจากเสียงส่วนใหญ่ให้กลายเป็นฝ่ายค้าน

การปะทะกันระหว่าง คนเสื้อแดง กับทหาร ได้มีเหตุการณ์ที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง คือมีการปาประทัดยักษ์เข้าใส่ฝูงชนคนเสื้อแดง จนทำให้ คนเสื้อแดงวิ่งเพื่อไล่เจ้าหน้าที่ทหารให้ออกไปยังบริเวณที่เกิดเหตุให้กลับเข้าไปยังทำเนียบรัฐบาล เหตุการณ์ปะทะกันครั้งนี้ ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

เพลง สีแดง

ไม่ยอมแพ้พ่าย แม้ตายก็ยอม เสียงปืนขับกล่อม จะพร้อมแลกเอา
เคารพในศักดิ์ศรี สีแดงเลือดเรา จงร่วมกันเข้า หมู่คนทุกเขตคาม
สู้สุดชีวิต ทวงสิทธิ์ของนิรนาม แล้วเราก้าวข้าม เหวหุบลำเค็ญ

ทาง...ยาวเหยียด ลม...หวีดร้อง มอง...ทะเคนเรียงราย

เสื้อแดงพร้อมสู้ รัฐประหาร สองมือจะต้าน เจตนามั่นคง
เคารพในหนึ่งเสียง เที่ยงธรรมซื่อตรง พิทักษ์เสริมส่ง ประชาธิปไตย
สู้สุดชีวิต ทวงสิทธิ์เรียงร้องไป โลกที่ฝันใฝ่ ใกล้จะมาถึง (สังคมไม่แบ่งชั้น สักวันมาถึง)

คลิปนายวีระ มุกสิกพงศ์ อ่านแถลงการณ์บริเวณทำเนียบ จากคุณบุญชิต

http://video.gigchat.com/view_13fcefb49c351ee64339.html




ดาวน์โหลดคลิปการปราศรัยจาก Thai People Voice


ช่วง1 ชินวัตร หมอเหวง อ.วรพล
http://baygon4.no-ip.org/savefiles/ptv/TToday31-01-1.wmv

ช่วง2 ก่อแก้ว จักรภพ
http://baygon4.no-ip.org/savefiles/ptv/TToday31-01-2.wmv

ชาวง3 จตุพร ณัฐวุฒิ วีระ(ครึ่งเดียวเพราะต้องย้ายอุปกรณ์เตรียมเคลื่อนที่)
http://baygon4.no-ip.org/savefiles/ptv/TToday31-01-3.wmv

ช่วง4 เคลื่อนที่สู่ทำเนียบ ช่วงไฮไล สะพานมัฆวาฬถึงทำเนียบ
http://baygon4.no-ip.org/savefiles/ptv/TToday31-01-09-move.wmv

ช่วงก่อนเวลา
http://baygon4.no-ip.org/savefiles/ptv/TToday31-01-befor.wmv




ช่องทางถ่ายทอดสด

โปรดเลือกคลิกที่ลิงก์ภายใต้หัวข้อ Live News - รายการสดออนไลน์ ด้านข้างของเว็บไซต์เรา

ท่านยังสามารถติดตามการถ่ายทอดจากสื่อหลักโดยเฉพาะช่อง TNN ได้ที่ลิงก์
http://truemusic.truelife.com/home/player/player_livetv.php?guid=8




ข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง


ข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศโดยรวมมีใจความว่า มีการรวมตัวกันของผู้สนับสนุนพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร มากกว่า 30,000 คน อย่างสันติ และยื่นคำขาดให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ก้าวลงจากการเป็นรัฐบาลภายใน 15 วัน และจัดการให้มีการเลือกตั้งใหม่ การดำเนินการดังกล่าวของผู้ประท้วงเกิดขึ้นเมื่อมีการชุมนุมกันที่ท้องสนามหลวงและมีการเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล ไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้บาดเจ็บใดๆ อ้างอิงจากข่าว




Thaksin supporters demand prosecution of political rivals
The Canberra Times, Australia - 7 hours ago
BANGKOK: Thousands of protesters ended a midnight demonstration at Government House in Bangkok yesterday after lodging a list of demands and setting a ...
Thailand hit by new pro-Thaksin protests
Telegraph.co.uk, United Kingdom - 8 hours ago
Tens of thousands of protesters have marched on Thailand's Government House to demand fresh elections. By Thomas Bell in Bangkok The demonstrators, ...
Thai anti-government protesters threaten to come back if their ...
Xinhua, China - 14 hours ago
BANGKOK, Feb. 1 (Xinhua) -- Tens of thousands of anti-government demonstrators dispersed from the government house in early Sunday morning after reading ...
Thai govt rejects protesters' calls to quit
AFP - 16 hours ago
BANGKOK (AFP) — Thailand's deputy prime minister on Sunday rejected an ultimatum by thousands of protesters demanding the government step down, ...
Thai protestors disperse from Government House
TopNews, India - 17 hours ago
Bangkok - Thousands of protestors on Sunday ended a midnight demonstration at government headquarters in Bangkok after lodging a list of demands from the ...
Bangkok becomes the center of Thai protests
Austin New.net, TX - 22 hours ago
Anti-government demonstrators in Thailand have marched on the main government offices in Thailand's capital, Bangkok. Some 30000 protesters marched through ...
Thai protestors demand fresh elections
Deutsche Welle, Germany - 23 hours ago
In Thailand protestors have marched on the capital's seat of government to demand fresh elections. Around 30000 supporters of ousted premier Thaksin ...
Red shirts make demands
Straits Times, Singapore - Jan 31, 2009
By Nirmal Ghosh, Thailand Correspondent Bangkok - Over 30000 Thais gathered for a peaceful pro-democracy rally in Bangkok last night, demanding that the ...
PM Abhisit given 15 days to leave office
The Nation, Pakistan, Pakistan - Jan 31, 2009
BANGKOK (AFP) - Thousands of supporters of ousted premier Thaksin Shinawatra rallied outside Thailand’s main government offices in Bangkok Saturday, ...
Thailand's anti-government protesters announce demands at ...
Philippine Star, Philippines - Jan 31, 2009
BANGKOK (Xinhua) -- By midnight into Sunday, Thailand's anti-government protesters led by the Democratic Alliance against Dictatorship (DAAD) have broken ...
Thai anti-gov't rally renewed, authorities remain calm
Xinhua, China - Jan 31, 2009
by Nuttanan Srithorn BANGKOK, Jan. 31 (Xinhua) -- Thailand's anti-government protestors who demonstrated in central Bangkok from Saturday afternoon left ...
Thai Deputy PM: gov't not to dissolve House as demanded by protestors
Xinhua, China - Jan 31, 2009
BANGKOK, Jan. 31 (Xinhua) -- Thailand's Deputy Premier Suthep Thaugsuban said here Saturday that the government would not dissolve the House of ...
Anti-gov't protesters begin new round of rallies in central Bangkok
Xinhua, China - Jan 31, 2009
BANGKOK, Jan. 31 (Xinhua) -- Thousands of Thai anti-government protesters were gathering Saturday at Bangkok's open field Sanam Luang for a demonstration ...
Anti-Government Demonstrators March In Thailand, 5000 Cops On Guard
AHN - Jan 30, 2009
Bangkok, Thailand (AHN) - An estimated 20000 to 50000 people will join an anti-government rally in Bangkok, Thailand on Saturday afternoon and more than ...

แดงข้ามทวีป นปช.อเมริกาบุกสถานทูตนานาชาติคว่ำบาตรรัฐบาลโจร


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา คุณsonnyบอร์ดประชาไท
31 มกราคม 2552

แดงข้ามทวีปผนึกพลังแดงทั้งแผ่นดิน นปช.อเมริการวมตัวยื่นหนังสือสถานทูตต่างๆในนิวยอร์ก ให้คว่ำบาตรงดสังฆกรรมกับระบอบปกครองโจรไฮแจ็คจัดประชุมอาเซียนซัมมิตในไทย



คุณsonnyเปิดเผยว่าในวันนี้ กลุ่มนปช.เสื้อแดงในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาก็ได้เคลื่อนไหวสอดประสานกับการที่คนเสื้อแดงในไทยชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวง โดยได้รวมตัวกันไปยื่นหนังสือตามสถานเอกอัคราชทูตประเทศต่างๆขอให้ไม่ให้การสนับสนุนการประชุมอาเซียนซัมมิต เนื่องจากระบอบปกครองอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีที่มาไม่ถูกต้องชอบธรรมจากการเลือกตั้งของประชาชนเสียงส่วนใหญ่ แต่จัดตั้งระบอบปกครองนี้ขึ้นมาภายหลังมีพฤติการณ์ก่อการร้ายยึดสนามบินของพันธมิตร และรัฐมนตรีต่างประเทศนายกษิต ภิรมย์ ก็เป็นแกนนำคนสำคัญของผู้ก่อการร้ายด้วย(อ่านหนังสือแนบ)

January 30, 2009

Ambassador of..................,

Your great nation is a vital ingredient to the ASEAN framework, andthe current chairmanship of Thailand depends on it. We thus appreciateyour taking time to realize a political reality of Thailand today: theThai government, the so-called Royal Thai Government led by Mr.Abhisit Vejjajiva, does not democratically represent the great peopleof Thailand. At the outlook, his coalition resembles the one withlegitimate majority and seems politically qualified, but the veryconception of such government can not be remotely considereddemocratic. A democratically-elected government, as you arewell-aware, must be led by the party with majority, which in turnreflects the will of the people. \\\"The Abhisit government\\\" came intoexistence only because of the heavy maneuvering of undemocraticexternal forces, the ones that disregard the true will of the peopleand their rights for self-determination. Furthermore, the appointmentof Kasit Piromya as Foreign Minister is an unbelievable act ofrecognizing a personality Thai people view as a terrorist, as he was aconstant contributor to the seizure of both international airports ofThailand quite recently. In the eyes of most Thais, this government ispolitically handicapped. Such state of leadership should not beallowed to tamper with ASEAN\\\'s good works especially as its Chair.

Therefore, we would like to officially address the problem to you, therespectable ASEAN partner, that the current Thai government is notwell-regarded and not generally accepted by the people of the land.What to do and what gesture to be made are entirely up to you. Ourcivil duty is to confirm you most directly of the democratizing Thaicitizens. We will continue to support the ASEAN frame work. But wefound it is impossible to let a group of ill-conceived politicalappointees represent us in there. We the Thai people have full trust in your judgment. Thank you dearlyfor your kind attention.

Respectfully,

Norporchor U.S.A.

การ์ตูนมะนาว:วันนี้แดงทั้งแผ่นดิน



ดีเดย์แดงทั้งแผ่นดิน รัฐบาลโจรต้านไม่อยู่ มุ่งสู่สนามหลวงคาดไม่ต่ำกว่า50,000คน



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 มกราคม 2552

รัฐบาลโจรกับสมุนบริวารไม่อาจทัดทานฝ่ายประชาธิปไตยได้ แม้สะกัดทุกวิถีทางและมีพฤติการณ์ข่มขู่สารพัด แต่เสื้อแดงเล็ดลอดทะลักถึงกรุงแล้วไม่ต่ำกว่า50,000คน ชาวเน็ตลาจอ1วันร่วมสมทบสุดคึกคัก พรึ้บ!4โมงเย็นวันนี้ที่ท้องสนามหลวง 3ทุ่มเคลื่อนพลปิดล้อมทำเนียบแต่ไม่ซ้ำรอยโจรพันธมิตรเข้ายึด ยื่น3ข้อให้จับโจรยึดสนามบิน,เฉดหัวกษิต,นำรธน.40กลับมาใช้ นปช.อเมริการ่วมแดงข้ามทวีป บุกยื่นหนังสือสถานทูตนานาชาติให้คว่ำบาตรรัฐบาลโจร


"เสื้อแดง"รวมพลแล้วไม่ต่ำกว่า5หมื่นมุ่งสนามหลวงแม้ถูกสะกัด

นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 31 มกราคม ผ่านรายการเก็บตกจากเนชั่นว่า กลุ่มคนเสื้อแแดงจากต่างจังหวัดทยอยเดินทางมาที่ท้องสนามหลวงแล้ว แต่ได้รับรายงานว่า บางพื้นที่เจ้าหน้าที่พยามสกัดกั้นการเดินทาง เช่น ที่จังหวัดสมุทรปราการ ทำให้รถบัสไม่กล้ารับงาน ขณะที่บางพื้นที่มีการโปรยตะปูเรือใบ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีผู้มาชุมนุมไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน ซึ่งแกนนำประกาศห้ามพกพาอาวุธ รวมถึงการขว้างปาไข่ด้วย

ส่วนการจะเคลื่อนไปปิดทำเนียบรัฐบาลนั้น นายชินวัฒน์ กล่าวว่า ต้องดูสถานการณ์ก่อน แต่หากไปจริง คนเสื้อเแดงจะไม่บุกเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาลเหมือนที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคยทำอย่างแน่นอน เพราะเราจะไปทำตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อเท่านั้น คือ 1.ปลดนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 2.เร่งดำเนินคดีพันธมิตรฯ ที่ปิดสนามบิน และ 3.ให้รัฐบาลเป็นแกนนำหลักในการแก้รัฐธรรมนูญ ปี 2550 ส่วนการชุมนุมจะยืดเยื้อหรือไม่ ต้องดูสถานการณ์ก่อน หากตำรวจขัดขวาง ก็อาจยืดเยื้อ

นายชินวัฒน์ กล่าวด้วยว่า คนเสื้อแดงไม่ได้คัดค้านการประชุมอาเซียนซัมมิท เพียงแต่รู้สึกอายที่รัฐบาลให้นายกษิต ซึ่งมาจากพันมิตรฯ ดำรงตำแหน่งป็นรัฐมนตรีว่การกระทรวงการต่างประเทศ

เสื้อแดงทั่วประเทศมุ่งสู่สนามหลวง

ขณะที่มีความเคลื่อนไหวเดินทางเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยเสื้อแดงเคลื่อนเข้ารวมพลที่สนามหลวงอย่างคึกคัก
สำหรับบรรยากาศการเดินทางมายังท้องสนามหลวง ของกลุ่มผู้สนับสนับสนุนในต่างจังหวัดนั้น ในส่วนของ จ.อุดรธานีมีกลุ่มประชาชนเสื้อแดง ได้เดินทางไปด้วยรถทัวร์มาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา จำนวน 13 คัน รถตู้ 10 คัน รถไฟ และรถโดยสารประจำทาง
รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,100 คน โดยก่อนหน้านี้ได้มีประชาชนเสื้อแดงบางส่วนออกเดินทางล่วงหน้าไปแล้วกว่า 500 คน ซึ่งหากรวม กลุ่มผู้ชุมนุมจากจ.หนองบัวลำพู จ.หนองคาย จ.สกลนคร และจ.ขอนแก่น คาดการณ์ว่าน่าจะจำนวนมีประมาณกว่า 3,000 คน

เหมารถทัวร์มากันเองลบสบประมาทไม่มีใครจ้าง

วานนี้(30 ม.ค.) ที่ศูนย์ประสานงานกลุ่มชักธงรบ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี มีสมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 40-50 คนมารวมตัวเตรียมเดินทางเข้าไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ที่จะจัดชุมนุมใหญ่ที่สนามหลวงวันที่ 31 ม.ค.นี้ โดยกลุ่มชักธงรบได้เตรียมรถทัวร์ปรับอากาศจำนวน 3 คัน ไว้รองรับสมาชิกกลุ่มที่จะเดินทางเข้าไปร่วมชุมนุมราว 150 คน

นายประยุทธ มูลสาร หรือ ดีเจหนุ่มนิรนาม แกนนำกลุ่มชักธงรบกล่าวว่า เบื้องต้นกำหนดยุทธศาสตร์จะเข้าร่วมกับ นปช.เป็นเวลา 2 วัน แต่หากมีเหตุการณ์ยืดเยื้อก็อาจมีการสับเปลี่ยนกำลัง และเชื่อว่าการเข้าร่วมชุมนุมกับ นปช.ครั้งนี้จะไม่มีเหตุการณ์รุนแรง เพราะกลุ่มชักธงรบยึดแนวทางสันติอหิงสามาโดยตลอด รวมทั้งระหว่างกลุ่มชักธงรบไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ ก็ไม่มีการเปิดเวทีคู่ขนานที่ จ.อุบลราชธานี

นายประยุทธยังกล่าวอีกว่า การเดินทางเข้าไปร่วมชุมนุมครั้งนี้ ถูกเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดสกัดตั้งแต่ต้น โดยรถทัวร์ที่ติดต่อแจ้งว่า ถูกเจ้าหน้าที่เรียกไปตักเตือนห้ามออกนอกเส้นทางที่ได้ขออนุญาต เพราะทำผิดจะถูกเพิกถอนใบอนุญาต จึงได้ประสานไปทางจังหวัดและขนส่งจังหวัด เพื่อแจ้งให้ทราบว่าเป็นสิทธิที่กลุ่มชักธงรบสามารถแสดงออกได้ จึงได้รถมาใช้เดินทางเข้าไปในคืนวันนี้

"ทักษิณ"โทรสมานรอยร้าว"จตุพร-ขวัญชัย"ก่อนชุมนุมใหญ่31มกราคม

นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวออกอากาศผ่านคลื่นเอฟเอ็ม 97.50 เมกะเฮิรตซ์ว่า ขอร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เป็นผู้ประสานรอยร้าวระหว่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ กับนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ที่มีการปะทะคารมกันทางสื่อมวลชน ซึ่งไม่เป็นผลดีในภาพรวมของคนเสื้อแดง ซึ่งเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดคุยกับนายขวัญชัยและนายจตุพรแล้ว

นายวิเชียร กล่าวถึงกรณีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะเดินทางไปปราศรัยใหญ่ที่สนามทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี นำโดยนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์งว่า ตนได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ให้ประสานนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอให้พันธมิตรฯ หยุดเดินทางมาที่ จ.อุดรธานี เพราะจะเกิดการปะทะกัน


"เสื้อแดง"ชุมนุมใหญ่31มกราคมนี้3ทุ่มบุกทำเนียบฯ

ผู้จัดรายการความจริงวันนี้ นำโดย นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายจตุพร พรหมพันธุ์ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ร่วมกันแถลงข่าวถึงการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยนายวีระ กล่าวว่า จะมีการชุมนุมใหญ่ ภายใต้ชื่อแดงทั้งแผ่นดินที่ท้องสนามหลวง ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม นี้ เวลา 16.00 น. ก่อนที่จะเคลื่อนมวลชนปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ในเวลาประมาณ 21.00 น. เพื่อกดดันให้รัฐบาลปลด นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปิดสนามบินสุวรรณภูมิรวมทั้งควรมีการนำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาบังคับใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และสุดท้ายรัฐบาลต้องยุบสภา


ขณะที่ นายจักรภพ เปิดเผยว่า การชุมนุมในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการวัดกระแสของกลุ่มคนเสื้อแดงไปในตัวด้วย เพราะที่ผ่านมามีการโจมตีว่าเกิดความแตกแยกไม่มีเอกภาพ รวมทั้งข่าวว่าหมดน้ำเลี้ยงจากอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร คนเสื้อแดงจะได้แสดงพลังให้เห็นว่าไม่เป็นความจริง และมากันด้วยใจไม่ใช่ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง

ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหว"แดงทั้งแผ่นอย่างคึกคัก" โดยประชาชนทั่วประเทศมีความเคลื่อนไหวชุมนุมพลเดินทางมากรุงเทพฯ ส่วนคนในกรุงเทพฯก็ชักชวนกันเข้าร่วมงานผ่านทางอินเตอร์เน็ตอย่างคึกคัก

เสื้อแดงเชียงใหม่ยกพลชุมนุมใหญ่ กร้าวไม่ชนะไม่กลับ

มติชนรายงานว่า เสื้อแดงเชียงใหม่ ยกพลร่วมชุมนุมใหญ่สนามหลวงขับไล่รัฐบาล ลั่นไม่ชนะไม่กลับ

น.ส.กัญญาภัค มณีจักร หรือ "ดีเจอ้อม" แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กล่าวว่า ภารกิจหลักในวันที่ 30 ม.ค.ของกลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่ มีอยู่ 2 เรื่อง คือ 1.การระดมกำลังไปชุมนุมต่อต้านนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีกำหนดเดินทางมาที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นประธานเปิดงานรณรงค์ "90 วัน รวมพลังหยุดเผา บรรเทาโลกร้อน" โดยจะไปชุมนุมที่สนามบินเชียงใหม่และที่จัดงานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ 2.ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจแรกแล้ว กลุ่มเสื้อแดงจะเดินทางไปขึ้นรถบัส เพื่อเดินทางชุมนุมใหญ่กับเสื้อแดงทั่วประเทศที่สนามหลวง โดยช่วง 1-2 วันก่อนหน้านี้ ได้ตั้งกล่องรับบริจาคและระดมทุนจากประชาชน ที่สนับสนุนการเดินทางของกลุ่มเสื้อแดงแล้ว

"การระดมทุนและเดินทางไปร่วมชุมนุมใหญ่ กลุ่มจะไปอย่างเปิดเผย โดยนัดให้สวมใส่เสื้อสีแดง ที่เขียนว่า "รักเชียงใหม่ 51" ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีผู้ร่วมเดินทางไม่น้อยกว่า 500 คน โดยจะมีตนและแกนนำคนอื่นร่วมเดินทางไปพร้อมกัน ภารกิจหลักของการไปร่วมชุมนุมใหญ่ของรักเชียงใหม่ 51 ครั้งนี้ มีเป้าหมายกดดันให้รัฐยุบสภา และไม่มีกำหนดกลับ จนกว่าจะได้ชัยชนะ"

เสื้อแดงอุดรเริ่มระดมพลบุกสนามหลวงแล้ว
ประชาทรรศน์รายงานว่า ความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง จ.อุดรธานี ในวันนี้(29 ม.ค.) ที่จะเดินทางไปร่วมงานที่ท้องสนามหลวง ในวันเสาร์ที่ 31 ม.ค.ได้มีกลุ่มชมรมคนรู้ใจ จ.อุดรธานี ที่แตกตัวออกมาจากชมรมคนรักอุดร มาตั้งสถานีวิทยุชุมชน FM 99.75 MHz ได้ระดมสมาชิกคนรู้ใจ จ.อุดรธานี ได้แล้ว 500 คน พร้อมกับได้เตรียมรถทัวร์ปรับอากาศ ชั้น 1 ไว้ 10 คัน จะออกเดินทางจาก จ.อุดรธานีในวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. 2552 ซึ่งทางกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะเดินทางไปในครั้งนี้ เป็นกลุ่มที่รักและศรัทธาใน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งนี้ทางด้าน นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ยังสงวนท่าที ไม่นำคนลงไปร่วมงานในวันเสาร์ที่จะถึงนี้


เสื้อแดงเหนือจากเชียงรายชุมนุมพลคึกคัก

เวบผู้จัดการASTV กระบอกเสียงของพันธมิตรรายงานข่าวจากจังหวัดเชียงราย แจ้งว่า ในการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 31 ม.ค.52 ที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ เพื่อหวังจะล้มรัฐบาล ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นพบว่า ในพื้นที่ จ.เชียงราย เริ่มมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ที่จะเดินทางไปสมทบกับเครือข่ายคนเสื้อแดงแล้ว

ที่ประกาศตัวว่าจะเดินทางไปอย่างแน่นอน คือ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย จ.เชียงราย นำโดย น.ส.จีรนันท์ จันทวงศ์ ที่เคยประกาศว่าจะไปร่วมทั้งการชุมนุมดังกล่าว และไปที่การประชุมอาเซียนซัมมิทด้วย ส่วนกลุ่มอื่นๆ ไม่มีการประกาศตัวหรือเคลื่อนไหวชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเชียงรายฮักประชาธิปไตย กลุ่มมิตรภาพป่าห้า กลุ่มอาจารย์บางคนในเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เชียงราย เขต 3

อย่างไรก็ตาม พบว่ายังมีอีกกลุ่มกำลังเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก คือ บรรดาหัวคะแนนคนสำคัญของนักการเมืองที่มีอยู่ทั้ง 8 เขตเลือกตั้งของเชียงราย ส่วนกลุ่มคนเชียงรายฮักประชาธิปไตยพบว่าอาจจะมีการตั้งเวทีบริเวณใกล้กำแพงเมือง ห้าแยกพ่อขุนเม็งรายมหาราช อ.เมือง เพื่อถ่ายทอดการชุมชนใหญ่ที่กรุงเทพฯ ให้ผู้ที่ผ่านไปมาหรือมีอุดมการณ์เดียวกันได้รับฟังแทน

สำหรับกลุ่มหัวคะแนนของนักการเมืองมีรายงานว่า มีการกำหนดให้หัวคะแนนของแต่ละเขตเลือกตั้ง พาคนเข้าไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ อำเภอละ 1 คันรถ โดยพื้นที่ที่ค่อนข้างจะมีความชัดเจนคือเขตเลือกตั้งที่ 3 โดยพบว่ามี “นายหงส์” หัวคะแนนคนสำคัญได้ตระเตรียมผู้คนเพื่อจะพาเดินทางไปยังกรุงเทพฯ อย่างคึกคัก

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า การเดินทางไปครั้งนี้มีการเกณฑ์บรรดาหัวคะแนนในจำนวนที่น้อยกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา หรือน้อยกว่ากรณีม็อบอีแต๋นที่เดินทางไปให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อครั้งยังอยู่ในตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ก่อนสิ้นอำนาจ

ด้าน น.ส.จีรนันท์ จันทวงศ์ แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย จ.เชียงราย กล่าวว่า สมาชิกของกลุ่มหลายคนยืนยันจะเดินทางไปชุมนุมที่กรุงเทพฯ แต่ตนไม่ได้ไปเพราะติดภารกิจหลายอย่างโดยเฉพาะการเตรียมเผยแพร่วิทยุวิทยุชนคนรากหญ้าเจียงฮายทางคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 104 MHz

อย่างไรก็ตาม จากการรับทราบข้อมูลจากหลายฝ่ายทราบว่า นอกจากสมาชิกของกลุ่มแล้วยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากกำลังจะพากันเดินทางร่วมกันอย่างเงียบๆ เนื่องจากรัฐบาลอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามซึ่งค่อนข้างจะลำบาก จึงเป็นลักษณะต่างคนต่างไป กระนั้นก็จะเป็นพลังบริสุทธิ์ที่มีจำนวนมากเช่นกัน





ทางด้านชุมชนคนท่องอินเตอร์เน็ตในบอร์ดราชดำเนิน เวบไซต์พันทิป ได้แสดงความตื่นตัวที่จะเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวงในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2552นี้อย่างคึกคัก โดยพากันให้เหตุผลในการเข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนการเคลื่อนไหวประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ แสดงความคัดค้านที่มาของรัฐบาลที่ขาดความชอบธรรม ไม่ได้มาจากเสียงของประชาชน แต่มาจากการการชุมนุมยึดสนามบิน ก่อความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างร้ายแรง และการสมคบคิดของชนชั้นนำผ่านกองทัพ กระบวนการตุลาการที่ให้ยุบ3พรรคการเมือง และทวงประชาธิปไตย ขณะที่แกนนำประกาศรวมตัวสนามหลวงแล้วเคลื่อนพลบุกทำเนียบ


หัวข้อกระทู้แนะนำของบอร์ดราชดำเนินเรื่อง เสื้อสีแดง ๆ ที่ท้องสนามหลวงวันที่ 31 นี้ใครมีเหตุผลดี ว่าไปกันทำไมบอกหน่อย เขียนว่า ใครไปเติมสีแดงให้ท้องสนามหลวงวันที่ 31 นี้กันบ้างค่ะ งานนี้ไปกันให้เต็มสนามเลยเน้อ สิ่งก่อสร้างอะไร ๆ น่าจะไม่เหลือแล้ว เมื่อการชุมนุมล่าสุดในวันที่ 28 ธันวา คม2551 ที่ว่างแค่ครึ่งสนามต้องไปแทรกตัวกันตามสิ่งก่อสร้างเที่ยวนี้น่าจะสบายขึ้นแล้ว คนกรุงเทพปริมณฑล อย่าให้แพ้คนต่างจังหวัดต้องเสียเวลาเดินทางกันมาไกลนะคะ

งานนี้ขอบอกก่อนล่วงหน้าว่าไม่น่าจะไปแอบคิดว่าจะไปทำไมกันเนี้ย ขอเหตุผลดี ๆ หน่อยเหอะ ยังตอบตัวเองไม่ได้สงสัยจะเริ่มขี้เกียจล่ะ เพื่อนๆ อย่าขี้เกียจตามกันนะคะงานนี้ประมาณว่าจะนับกำลังพลกันว่า สีแดงยังแรงฤทธิ์ ไม่ได้แผ่วตามขี้ปากใคร ขอตบปากพวกที่บอกว่าเพราะตรูคนถึงเยอะ หน่อยเหอะว่าคนเขาไปกัน ด้วยใจไม่มีใครจ้างไม่ต้องให้ใครจูงจมูก คิดเองเป็นเฟ้ยคนไทยไม่ได้โง่

กระทู้ดังกล่าวนี้มีผู้ตอบกระทู้ล่าสุดถึงวันนี้(29ม.ค.)155ความคิดเห็น ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าจะเข้าร่วมการชุมนุม ด้วนเหตุผลสนับสนุนประชาธิปไตย และต่อต้านเผด็จการ ความไม่ยุติธรรม เช่น

-สำหรับผมแล้ว เหตุผลที่ไป คือ อยากให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นกับทุกคนไม่ใช่เกิดขึ้นกับ ''คนบางกลุ่ม'' อยากให้รัฐบาลรู้ว่าสิ่งที่คุณทำมันไม่ถูกต้อง ความชอบธรรมที่คุณอ้าง มันเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะคุณมาจากกลุ่มคนบางกลุ่ม ที่ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ

-ไปให้โลกรู้ว่า คนไทย รักประชาธิปไตย

-แสดงจุดยืนถึงความชอบธรรมครับ เอาผิดโจรกบฎ

-ไปเพื่อ
1. ไปทำให้ทาสเผด็จที่ปล่อยไม่ไป ทั้ง ๆ เลิกทาสมาร้อยกว่าปีแล้วเกิดสำนึกในสรีภาพของตัวเอง (จะมีมั๊ยน้อ)
2. ไล่เผด็จการอีแอบอยู่หลังประชาธิปไตยจอมปลอมที่แอบอิงรัฐธรรมนูญเผด็จการ
3. ไปกดดันแก้รัฐธรรมนูญโจร
4. ไปทำให้พวกปล้นอำนาจได้รู้ว่ายังมีคนไทยไม่น้อยได้หลุดพ้นจากความทาสที่ถูกครอบงำ
5. ไปเพื่อจะบอกว่า ประชาชนเท่านั้นที่เป็นใหญ่ในแผ่นดิน
6. ไปเอากบฏปล้นทำเนียบและสนามบินมาดำเนินคดี

ฯลฯ

นปช.อเมริการ่วมแดงข้ามทวีปยื่นหนังสือสถานทูตนานาชาติคว่ำบาตรรัฐบาลโจร

แดงข้ามทวีปผนึกพลังแดงทั้งแผ่นดิน นปช.อเมริการวมตัวยื่นหนังสือสถานทูตต่างๆในนิวยอร์ก ให้คว่ำบาตรงดสังฆกรรมกับระบอบปกครองโจรไฮแจ็คจัดประชุมอาเซียนซัมมิตในไทย



คุณsonnyเปิดเผยว่าในวันนี้ กลุ่มนปช.เสื้อแดงในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาก็ได้เคลื่อนไหวสอดประสานกับการที่คนเสื้อแดงในไทยชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวง โดยได้รวมตัวกันไปยื่นหนังสือตามสถานเอกอัคราชทูตประเทศต่างๆขอให้ไม่ให้การสนับสนุนการประชุมอาเซียนซัมมิต เนื่องจากระบอบปกครองอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีที่มาไม่ถูกต้องชอบธรรมจากการเลือกตั้งของประชาชนเสียงส่วนใหญ่ แต่จัดตั้งระบอบปกครองนี้ขึ้นมาภายหลังมีพฤติการณ์ก่อการร้ายยึดสนามบินของพันธมิตร และรัฐมนตรีต่างประเทศนายกษิต ภิรมย์ ก็เป็นแกนนำคนสำคัญของผู้ก่อการร้ายด้วย(อ่านหนังสือแนบ)

January 30, 2009

Ambassador of..................,

Your great nation is a vital ingredient to the ASEAN framework, andthe current chairmanship of Thailand depends on it. We thus appreciateyour taking time to realize a political reality of Thailand today: theThai government, the so-called Royal Thai Government led by Mr.Abhisit Vejjajiva, does not democratically represent the great peopleof Thailand. At the outlook, his coalition resembles the one withlegitimate majority and seems politically qualified, but the veryconception of such government can not be remotely considereddemocratic. A democratically-elected government, as you arewell-aware, must be led by the party with majority, which in turnreflects the will of the people. \\\"The Abhisit government\\\" came intoexistence only because of the heavy maneuvering of undemocraticexternal forces, the ones that disregard the true will of the peopleand their rights for self-determination. Furthermore, the appointmentof Kasit Piromya as Foreign Minister is an unbelievable act ofrecognizing a personality Thai people view as a terrorist, as he was aconstant contributor to the seizure of both international airports ofThailand quite recently. In the eyes of most Thais, this government ispolitically handicapped. Such state of leadership should not beallowed to tamper with ASEAN\\\'s good works especially as its Chair.

Therefore, we would like to officially address the problem to you, therespectable ASEAN partner, that the current Thai government is notwell-regarded and not generally accepted by the people of the land.What to do and what gesture to be made are entirely up to you. Ourcivil duty is to confirm you most directly of the democratizing Thaicitizens. We will continue to support the ASEAN frame work. But wefound it is impossible to let a group of ill-conceived politicalappointees represent us in there. We the Thai people have full trust in your judgment. Thank you dearlyfor your kind attention.

Respectfully,

Norporchor U.S.A.

Alienet เผยกลเนวิน เกมย้ายข้าง ชุบตัว และทำลายทักษิณ

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 มกราคม 2552

Alienet หนึ่งในสายข่าวเจ้าประจำของเราเปิดเผยผ่านเว็บบอร์ดชมรมฟ้าใหม่แจ้งถึงยุทธวิธีที่นายเนวิน ชิดชอบ ใช้ในการประสานผลประโยชน์ของฝ่ายต่างๆและดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ตัวเองอย่างสูงสุด

Alienet ได้เผยถึงข่าวที่ตนเองได้รับมา โดยอธิบายว่า นายเนวินจำต้องปั้นหน้าสามแบบกับคนสามกลุ่มเพื่อประคองและสานผลประโยชน์

ด้วยการกลืนตัวเิองเข้ากับฝ่ายอำมาตยาธิปไตย นายเนวินก็วางแผนร่วมมือกันทำลายนโยบายประชานิยมด้วยการทำนโยบายซุปเปอร์ซานตาคลอส

แต่เพื่อการพรางตัวเองกับกลุ่มส.ส.ที่ยังสนับสนุนคุณทักษิณ นายเนวินก็อ้างว่าจำเป็นต้องย้ายข้างเพื่อทักษิณจะได้ไม่ต้องถูกจัดการ และท้ายที่สุดได้รับการปราณี

ส่วนด้านประชาชน นายเนวินก็จะทำการหลอกลวงกับประชาชนว่าได้รักษานโยบายประชานิยมของทักษิณไว้ ทั้งๆที่ตนเองกำลังทำลายทักษิณชนิดที่แนบเนียนที่สุด

ท่านสามารถติดตามรายละเอียดจาก Alienet ทั้งหมดได้ดังนี้
ในการประชุมแกนนำหรือวอร์รูมระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับกลุ่มเพื่อนเนวินที่เซฟเฮ้าส์หรูซอยรางน้ำร่วมกับตัวแทนพระเจ้าหงอกขันที

นายเนวิน ชิดชอบได้ให้สัญญาว่าจะใช้เวลา 6 เดือนเพื่อทำลาย"นโยบายประชานิยม"ของทักษิณ ด้วยยุทธวิธี "ซุปเปอร์ซานตาคลอส" ให้ประชานิยมที่มากกว่า และจะใช้เวลา 2 ปีเพื่อลบบารมีของทักษิณในคนรากหญ้าให้หมดสิ้น

หัวหน้าอำมาตย์กำลังใช้ยุทธวิธี "เกลือจิ้มเกลือ" ให้ "เนวินทำลายทักษิณ" ใช้ "เสื้อแดงทำลายเสื้อแดง" เพื่อแลกเปลี่ยนประโยชน์ในการฟอกตระกรูล "ชิดชอบ" ให้เป็นสีน้ำเงินเข้ม

ในขณะที่นายเนวิน ใช้ความกะล่อนอ้างกับเพื่อนส.ส.ว่า "เป็นการย้ายขั้วเพื่อช่วยนาย" นายจะได้ไม่ถูกเด็ดหัว นายจะได้รับการปราณีในเวลาต่อมา

อ้างกับหัวคะแนนและมวลชนรากหญ้าว่า "ทำเพื่อรักษานโยบายประชานิยมของนายกทักษิณไว้" อันจะทำให้ประชาชนยังคงได้รับประโยชน์แม้ไม่มีนายกทักษิณ เพื่อรอให้กลับมาในที่สุด

จึงแจ้งข่าวล่ามากับ"ยุง"ที่แอบเกาะหัวเหม็นๆ ของพวกนี้มาให้ทราบ

ยับยั้งเซ็นพระราชทานยศ "แดน มีีชูธรรม" อภิสิทธิ์กลั่นแกล้งนายทหาร

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 มกราคม 2552

เปิดเผยโดยคุณ Alienet จากเว็บบอร์ดชมรมฟ้าใหม่ แจ้งว่า นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ได้สั่งการยับยั้งการพระราชทานยศพิเศษเพื่อเป็นเกียรติแก่ พล.ท.แดน มีชูธรรม เจ้ากรมแผนที่ทหารที่เพิ่งเกษียณและเสียชีวิตลง ทหารชั้นผู้ใหญ่งงนายอภิสิทธิ์เจ้าคิดเจ้าแค้น เชื่อเหตุเพราะพลโทแดนทำเรื่องเส้นเขตแดนตรงไปตรงมาไม่เอื้อกับเกมการเมืองสกปรกของประชาธิปัตย์ ท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ในรายงานของคุณ Alienet ดังนี้

พวกเรายังจำพลโทแดน มีชูธรรม เจ้ากรมแผนที่ทหารที่ทำหน้าที่ปักปันเขตแดนระหว่างไทย-กัมพูชา สมัยรัฐบาลนายกสมัคร สุนทรเวช และนายกสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ออกมาช่วยยืนยันเรื่องเขาพระวิหารว่าไม่ได้มีการเสียดินแดนจากการลงนามร่วมไทย-กัมพูชาเรื่องกัมพูชานำปราสาทเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้หรือไม่

ต่อมาถูกพวกผู้ก่อการร้ายพันธมารหาเรื่องฟ้องศาลเพื่อจะเอาผิดข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศและรวมทั้งพลโทแดน นี้ด้วย

พลโทแดนได้เกษียณอายุไปและได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งปลัดกลาโหมได้ทำหนังสือขอพระราชทานยศกรณีพิเศษเป็นพลเอกเพื่อให้เกียรติผู้ตายในงานพระราชทานเพลิงศพเช่นที่ได้เคยปฏิบัติต่อนายทหารชั้นผู้ใหญ่มาตลอด และได้ผ่านกระทรวงกลาโหมโดยพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณเซ็นไปเรียบร้อยแล้ว

แต่ล่าสุดหนังสือฉบับนี้ถูกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ผู้มีความผิดหนีการเกณฑ์ทหาร(พ้นผิดเพราะหมดอายุความ)ได้ยับยั้งไม่ยอมเซ็นขอพระราชทานยศเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ผู้ตายและครอบครัวในครั้งนี้ เล่นเอานายทหารชั้นผู้ใหญ่งง! ไปตามๆ กัน

นายอภิสิทธิ์ทำเช่นนี้จะก่อให้เกิดความแตกแยกไม่พอใจกับทหารอย่างแน่นอน เพียงเพราะพลโทแดน ได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ของเจ้ากรมแผนที่ทหารอย่างซื่อสัตย์ สุจริต กล้าหาญไม่ยอมบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อเอาใจพวกพันธมิตรและพรรคประชาธิปัตย์ที่พยายามใสร้ายป้ายสี สร้างข่าวเท็จ ปลุกความคลั่งชาติของประชาชนหวังนำเป็นเงื่อนไขโค่นล้มรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ซึ่งได้ทหารช่วยไฮแจ็คเข้ายึดทำเนียบได้ในที่สุด

การกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้น อาฆาตมาดร้ายของนายอภิสิทธิ์ และมีความเกรงกลัว สำนึกบุญคุณต่อกลุ่มผู้ก่อการร้ายพันธมิตร กระทำได้แม้กระทั่งกับคนที่เสียชีวิตไปแล้ว เสมือนเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและคุณความดีของผู้ตายที่ได้สั่งสมมาชั่วชีวิต

ช่างใจดำ ช่างโหดร้าย จริงๆ ไม่สมกับหน้าตาหล่อเหลาและภาพลักษณ์ที่พยายามสร้างว่าเป็นคนดีกันอยู่ในขณะนี้เลย

สาธุ...ขอให้กรรมติดจรวด เครื่องบินตกด้วยเทอญ...

ถ้าทำหน้าที่อย่างเป็นธรรมแท้จริง ..คงไม่ต้องผวาจ้างบอดี้การ์ดมาคุ้มครอง !!!

โดย คุณ จุฬาลักษณ์ ภู่เกิด
ที่มา เวบไซต์ มติชน
31 มกราคม 2552

ช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี "โฟนอิน" เข้ารายการความจริงวันนี้ เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ประกาศว่า "ผมต้องแสวงหาความเป็นธรรมให้เจอ ไม่ว่าจะเจอบนสวรรค์หรือขุมนรก ก็ต้องหาให้เจอ เพราะผมเชื่อว่าความเป็นธรรมต้องมี" นั้น

ช่างบังเอิญกับที่เมื่อ "มติชน" ฉบับวันรุ่งขึ้น ถ่ายทอดความในใจนี้ออกมาคำต่อคำ ก็มีอีกมุมมองเกี่ยวกับระบบยุติธรรมในประเทศไทยของนักกฎหมายรุ่นใหญ่ อดีตอัยการสูงสุดอย่าง นายคณิต ณ นคร ประกบอยู่ด้วย

เป็นมุมมองในเชิง "ชำแหละกลไกยุติธรรม" ซึ่งหมายรวมทั้งตำรวจ อัยการ และศาล และเป็นการชำแหละเชิงวิชาการ เนื่องจากปัจจุบันนายคณิตดำรงตำแหน่งเป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

น่าสนใจตรงที่ ทันทีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ตะโกนหาความยุติธรรมอยู่กลางอากาศ เสียงเย้ยหยัน ท้าทาย จากผู้ที่อาสาการันตีทั้งความปลอดภัยและการให้ความเป็นธรรม ก็เซ็งแซ่

เริ่มจากนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ "ความเป็นธรรมอยู่ที่ประเทศไทยนี่แหละครับ กลับมาเถอะครับ"

ตามมาด้วย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ "มาเถิด ยอมมาติดคุกเหมือน เนลสัน แมนเดลลา ยังมีโอกาสที่จะหลุดได้ ถ้าอยู่ในเมืองไทยยังมีโอกาสรอดเยอะ ไม่ต้องไปโดดเดี่ยวอย่างนั้น คนไทยให้อภัยกันได้"

หรือที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ตอบคำถามนักข่าวถึงความปลอดภัย หากอดีตนายกฯจะกลับมาสู้คดี "แน่นอน ท่านยังมีโอกาสที่จะกลับเข้ามาต่อสู้ทางกระบวนการยุติธรรม และผมมั่นใจว่า จะต้องปลอดภัย หากมีความกล้าหาญกลับมาพิสูจน์กันทางกระบวนยุติธรรม"

แต่ปรากฏว่า วันนี้ความเป็นธรรมจากกระบวนยุติธรรมที่ว่า ถูกตั้งคำถามมากมาย ถึงมาตรฐานความน่าเชื่อถือ จนคนที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงนี้อย่างนายคณิตเอง ก็อดไม่ได้ที่จะตั้งข้อสังเกต ถึงประเด็นการบังคับใช้กฎหมายว่า มีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่

เหตุใดในหลายเรื่องหลายราวที่ผ่านมา การตีความการใช้กฎหมาย จึงไม่อยู่กับร่องกับรอย เหตุใดนักกฎหมาย จึงถูกสังคมมองอย่างไม่ค่อยดีนักในช่วงหลัง

เป็นความอึดอัดถึงขั้นต้องปรารภกับอธิการบดีสำนักกฎหมายใหญ่ อย่างสำนักธรรมศาสตร์ว่า สถาบันการศึกษาด้านกฎหมาย คงต้องทบทวนกันเสียทีว่า ทำไมคนไม่เชื่อฟังกฎหมาย ทำไมมีการตีความกันคนละทางสองทาง จนปั่นป่วนอยู่ทุกวันนี้

ยิ่งหลังรัฐประหาร 19 กันยายน แล้วมีการใช้กระบวนการ "ตุลาการภิวัตน์" มาเป็นเครื่องมือจัดการทางการเมือง

ยอมรับกันหรือไม่ว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ความหมายของตุลาการภิวัตน์ ที่น่าจะหมายถึงการขับเคลื่อนกระบวนยุติธรรม โดยเฉพาะกระบวนการพิพากษาอรรถคดีในศาล ไปสู่ทิศทางที่พัฒนาขึ้น ได้รับการยอมรับเชื่อถือมากขึ้นว่า สามารถที่จะ "ยุติ" ปัญหาหรือความขัดแย้งได้โดย "ธรรม" ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงย้ำ ผ่านพระบรมราโชวาท ที่พระราชทานให้เหล่าผู้พิพากษาอยู่เนืองๆ นั้น กลับเป็นไปในทิศทางตรงข้าม จนถูกวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นเรื่อยๆ

แน่นอนว่า ไม่ใช่การกระทำอย่างเปิดเผยในที่แจ้ง อย่างที่อาจารย์คณิตกำลังพูดถึงในเชิงวิชาการ แต่นั่นยิ่งทำให้ความน่าเชื่อถือในกระบวนยุติธรรม เสื่อมลงอย่างควบคุมไม่ได้

เป็นปัญหาความน่าเชื่อถือ ที่จะโยงไปถึงความไม่เชื่อมั่นในบริบทอื่นๆ ทั้งการบริหารจัดการของรัฐบาล ด้านเศรษฐกิจ และการลงทุนจากนานาประเทศ ที่คอยจับจ้อง

ยิ่งเกือบ 2 เดือนผ่านไป กระบวนการใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดใน 2 กรณี คือ ยึดทำเนียบรัฐบาล กับยึด 2 สนามบิน แทบไม่คืบหน้า แม้ตำรวจจะอ้างว่า ดำเนินการไปแล้วเท่านั้นเท่านี้เปอร์เซ็นต์ แต่ก็แทบไร้ความหมาย ตราบใดที่ยังไม่มีการปฏิบัติที่เป็นจริงรองรับ

หรือกรณีพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมายของนักการเมือง ที่สังคมกำลังเริ่มกังขาขึ้นเรื่อยๆ ว่า คนกลุ่มเดียวกัน พฤติกรรมเดียวกัน ถ้าเลือกอยู่ถูกฝ่าย ก็ไร้ปัญหา

หรือจะมีคำชี้แจงแก้ต่างให้จากฝ่ายผู้รักษากติกาอยู่เสมอ อย่างนั้นหรือ ?

เสียงร้องท้าทายให้คุณทักษิณ "กล้าหาญ" เข้ามาสู้คดีตามกระบวนการดังกล่าว จึงไม่ต่างอะไรกับการแก้เกี้ยวไปตามบทของบรรดาผู้ที่รู้ๆ อยู่แก่ใจว่า เกิดอะไรขึ้นกับมาตรฐานกระบวนยุติธรรมไทย ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

เรามักพูดกันว่า ใครมีธรรมะ จะทำกิจการใด คนก็ศรัทธาเข้าช่วยมาก

แต่ถ้าขาดธรรมะ ก็ตรงกันข้าม และถ้าบุคคลใด องค์กรใดหรือสถาบันใด ทำหน้าที่ด้วยความเป็นธรรมอย่างแท้จริง "ธรรมก็ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม" ตามที่พุทธสุภาษิตว่าไว้ ไม่ผวาจนต้องไปจ้างบอดี้การ์ดที่ไหนมาช่วยคุ้มครอง

ขอให้อ่าน เชื่อหรือไม่ก็ลองอ่านดู "แต่เป็นเรื่องจริงแน่นอน" ที่ไม่สามารถพูดได้

โดย คุณ คนไทยในต่างแดน
ที่มา เวบบอร์ด sanook
31 มกราคม 2552

คุณเคยอ่านประวัติศาสตร์บ้างหรือไม่ คุณรู้ความจริงอะไรบ้างหรือเปล่า ว่าทำไมทักษิณ ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

ตอนแรกผมเองยังเกลียดชังทักษิณอย่างมากมาย ด่าทักษิณอย่างนับไม่ถ้วน เผอิญมีอยู่วันหนึ่ง เจอะระดับนายทหารใหญ่ ที่มีความใกล้ชิดกับพวกอำมาตย์ซึ่งเป็นญาติกัน เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง ผมเองก็ยังไม่เชื่อ

เพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ เล่าเรื่องลักษณะเดียวกัน ก็ยังไม่เชื่อ

จนกระทั่งวันหนึ่ง หลานจบโทจากธรรมศาสตร์ และไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เป็นคนที่ชอบศึกษาค้นคว้าวิจัยด้วยตนเองในเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย และการเมืองไทย กลับมาบ้าน ก็เลยได้คุยกับผม ถึงได้รู้ความจริงว่า "ทักษิณเป็นบุคคลที่น่าสงสาร" เขาไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้เลย

ชีวิตเขา ถ้าอยู่ประเทศไทย ก็มีแต่ตายลูกเดียว จะตายช้าหรือเร็ว เพราะไม่มีอะไรที่ให้ความเป็นธรรมและความถูกต้องกับทักษิณ

ผมคิดว่าทักษิณสมควรแล้ว จะต้องกลับมาเล่นการเมือง เพื่อต่อสู้กันใหม่ จะได้รู้กันไปเลยว่า ทักษิณไม่ผิด (ที่ผิดเพราะว่าไม่ถูกใจใครบางคน ที่มีจิตใจที่ขี้อิจฉาริษยา ต้องการอำนาจ เอาแต่พวกพ้องชอบคนประจบสอพลอ)

ครอบครัวผมเป็นครอบครัวใหญ่มาก ณ ปัจจุบันนี้ ผมรู้ความจริงแล้วว่า มันคืออะไร ทำให้ครอบครัวผมสงสารท่านทักษิณอย่างมาก

ครอบครัวผม ขอให้กำลังใจท่านทักษิณ ตอนนี้ ท่านอาจจะตกอยู่ในห้วงกรรมเก่า เดี๋ยวชีวิตท่านและครอบครัวจะต้องประสบความสุขความเจริญที่แท้จริง

ใครที่ได้อ่านข้อความที่ผมเขียนไว้ ท่านจะเชื่อหรือไม่ แล้วแต่ความคิดของท่านทั้งหลาย แต่ผมขอบอกจากใจว่า "ทักษิณเป็นคนดี ถึงแม้ว่าจะไม่ร้อยเปอร์เซนต์" แต่เขาวางรากฐานให้กับประเทศไทยไว้แล้วว่า จะไม่มีคนจน จะมีแต่ความเสมอภาคกัน ทำให้พวกชนชั้นสูงไม่พอใจขึ้นมาอีก รวมไปทั้งพวกโกงกิน คอรัปชั่น พ่อค้าของเถื่อน ยาบ้า เจ้ามือหวย ฯลฯ

ขอให้ใช้ความคิดเป็นกลาง อย่ามีอคติกับท่านทักษิณ อย่าหลงเชื่อคำโกหก คำใส่ร้ายของผู้ไม่หวังดี ให้ความเป็นธรรม และความถูกต้องกับคนไทยคนหนึ่งบ้าง

ถ้าท่านอยากรู้ความจริง ไปศึกษาจากหอสมุดแห่งชาติหรือหนังสืออีกมากมาย เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย แต่มีหลายนักเขียนที่เขียนบิดเบือนความจริง เราจึงจำเป็นต้องอ่านหลาย ๆ นักเขียน แล้วนำมาวิเคราะห์

ถ่อย ด้าน สามานย์ ...เอากฎหมายอะไร มาห้ามคนเข้าชุมนุมที่กรุงเทพ

โดย คุณ เสรีชน
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
31 มกราคม 2552

ถ่อย ด้าน และสามานย์ที่สุด สำหรับรัฐบาลไร้ยางอายชุดนี้

ปากก็ท้าว่า ไม่กลัวม็อบเสื้อแดง แต่ขาสั่นอ่อนแรงไปหมด

เสธเหนาะท้าว่า ม็อบแดงมาชุมนุมกันหลายที ไม่เห็นทำอะไรได้ ถ้าอย่างนั้น ก็ดีซี

แต่เอาจริง ทั้งหูกาง ทั้งดำกินเมียเพื่อน สั่งผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ห้ามประชาชนชาวเสื้อแดง เดินทางเข้ากรุง เพื่อมาสมทบสามเกลอจากความจริงวันนี้ ในบางจังหวัด อาทิ จันทบุรี มีการตรวจรถบัส ห้ามรถเปล่าเข้าจังหวัด รวมทั้งสั่งห้ามขนคนออกนอกจังหวัด

ไหนว่าไม่กลัวไง แต่ที่หนักข้อคือ การกระทำของผู้ว่า ตำรวจ ฝ่ายปกครองถ่อย ที่มุ่งชะเลียผู้มีอำนาจ และรัฐบาลที่เผด็จการเขียว และเทพประทานอุ้มสม

เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ผมขอเตือนไว้ ณ ที่นี้ หากคราว ปชป.สิ้นบุญ ซึ่งก็คงนับวันเข้าโลงแล้ว มีการเปลี่ยนรัฐบาล ท่านข้าราชการเหล่านี้ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน เพราะเสรีภาพในการเดินทาง เป็นเสรีภาพที่มีบัญญัติรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญไทยแทบทุกฉบับ รวมทั้งฉบับ คมช. ปัจจุบัน ในมาตรา 34 การจำกัดเสรีภาพในกรณีเช่นนี้จะทำได้ จะต้องมีกฎหมายรองรับ เพื่อเหตุผลด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประชาชน

กล่าวคือ รัฐบาลอภิสิทธิ์ จะต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือประกาศกฎอัยการศึกเสียก่อน

แต่นี่ ไม่มีพื้นที่ใดในประเทศไทย ที่ใช้กฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน ยกเว้นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฉะนั้น พวกท่านจึงไม่มีสิทธิ ที่จะห้ามประชาชนเดินทางเข้ากรุง เพราะประชาชนมีสิทธิที่จะชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญ

และการชุมนุมครั้งนี้ คือ การชุมนุมโดยสงบของจริง ไม่มีการยึดสถานีโทรทัศน์ ไม่มีการยึดทำเนียบ และสนามบินแบบม็อบผ้าอนามัยเปื้อนเลือดเคยกระทำมาแล้ว ออกมาตอแหลว่า ทำตามมาตรา 63 ทำตามกฎหมาย บิดเบือนเลวให้เป็นดี อย่างที่ชาวโลกเขาเห็นกันอยู่ทั่วไป

ฉะนั้น ที่พวกคุณไปกักรถคนเสื้อแดง ห้ามนักประชาธิปไตยหัวใจแดง เดินทางเข้าพระนคร จึงไม่มีกฎหมายรองรับ และเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ฐานทำให้เสียเสรีภาพอย่างชัดเจน

ผมจึงเห็นว่า รัฐบาลปลากระป๋องเน่าชุดนี้ ถ่อย เถื่อน ไร้ยางอาย ด้าน และสิ้นคิดอย่างที่สุด

นี่คือ การละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างร้ายแรง ขัดกับ กติการะหว่างประเทศว่า ด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีในกฎหมายระหว่างประเทศฉบับนี้อยู่ด้วย

ถุดถุย !!!!! เรื่องแบบนี้ นายกเด็กเวรยังไม่รู้ หรือรู้แต่แกล้งโง่ ไม่ทำตาม แต่อยากจะเสนอหน้า ไปประชุมดาวอส ไปสปิคอิงลิช คุยจ้อกับนักข่าวฝรั่ง โชว์ความขี้เท่อของตนเองในเวทีโลก

และไม่ทราบว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนทั้งหลาย หรือองค์กรอิสระบ้านเรา หายหัวไปไหน ไม่ออกมาติงการใช้อำนาจที่ผิดกฎหมายของฝ่ายรัฐ

ไม่ทราบว่า NGO ไทย หรือสื่อบ้านเรา เอาหัวไปซุก*****บที่ไหน หรือมีปากไว้เหมือนมีรูขี้หรืออย่างไร จึงนิ่งอึ้ง อั้นไว้ขนาดนี้

หรือว่า เมืองไทยเราไม่มีกฎหมายแล้ว

หรือว่า บ้านนี้เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน กฎหมายมีสองมาตรฐาน กับเสื้อเหลืองมาตรฐานหนึ่ง กับเสื้อแดงอีกมาตรฐานหนึ่ง

จะได้รู้ไปว่า นี่คือ ราชอาณาจักรไทยในยุคพรรคประชาธิปัตย์ปกครอง !!!!

รัฐบาลอภิสิทธิ์ ละเมิดรัฐธรรมนูญ.. “สิทธิในการเดินทาง” ของประชาชน ..ใช้อำนาจไม่ต่างจาก คมช. !!!!

โดย คุณจำปีเขียว
ที่มา เวบบอร์ด พันทิปราชดำเนิน
31 มกราคม 2552

รัฐธรรมนูญ 50 ส่วนที่ 3 หมวด สิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล มาตรา 34 บัญญัติว่า

“บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการเดินทาง และมีเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ภายในราชอาณาจักร การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน การผังเมือง หรือเพื่อสวัสดิภาพของผู้เยาว์ การเนรเทศบุคคลผู้มีสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร หรือห้ามมิให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทย เข้ามาในราชอาณาจักร จะกระทำมิได้”

แต่ปรากฏว่า รัฐบาลได้สั่งการโดยกระทรวงมหาดไทย ไปยังผู้ว่าราชการหลายจังหวัด ให้ดำเนินการสกัดกั้นการเดินทางของพี่น้องต่างจังหวัด ซึ่งกำลังจะมาชุมนุม ณ. ท้องสนามหลวง ในวัน 31 ม.ค. นี้ เช่น ที่จังหวัดจันทบุรี มีการข่มขู่ผู้ประกอบการให้เช่ารถบัสว่า จะไม่ให้ใบอนุญาตในการต่อทะเบียนรถขนส่ง หากนำประชาชนจากจันทบุรี มาร่วมการชุมนุม

ล่าสุด มีข่าวว่า รัฐบาลได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งด่านสกัดหลายจุดตลอด 24 ชั่วโมง ทั่วภูมิภาค ไม่ต่างจากการดำเนินการสกัดกั้นการชุมนุมของคณะรัฐประหาร คมช.

โดยในขณะนั้น คณะเผด็จการทหาร อาศัยอำนาจตาม “กฎอัยการศึก” ที่ประกาศใช้ในหลายพื้นที่

แต่รัฐบาล ปชป. แน่จริง ละเมิดรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยไม่ต้องอาศัยอำนาจตามกฎหมายใดๆ รองรับ !

วันศุกร์, มกราคม 30, 2552

ประชาไท: เผยอีกรายผู้ต้องหาคดีหมิ่นฯ เป็นหญิงสาวอายุ 26

ที่มา ประชาไท

30 มกราคม 2552 ที่ห้องพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม นายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บรรณาธิการเว็บไซต์ประชาไท ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน พ.ต.ท.บุญเลิศ กัลยาณมิตร พนักงานสอบสวน (สบ2) ตามหมายเรียกพยานในคดีอาญา กรณี “หมิ่นเบื้องสูง” ระหว่าง พ.ต.ท.บุญเลิศ กัลยาณมิตร ในฐานะผู้กล่าวหา กับ น.ส....... ผู้ต้องหา (ขอสงวนนาม)

ทั้งนี้ นายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข ได้เปิดเผยภายหลังการเข้าพบว่า การเข้าพบครั้งนี้เป็นการให้การตามหมายเรียกพยาน ลงวันที่ 26 มกราคม 2552 ซึ่งเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทของส่วนงานต่างๆ ของเว็บไซต์ประชาไท ซึ่งได้ให้การไปว่า เว็บไซต์ประชาไทได้มีสองส่วนหลักคือส่วนที่ทำหน้าที่เสนอข่าวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ซึ่งรับผิดชอบโดยกองบรรณาธิการ และส่วนที่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือเว็บบอร์ดเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของประชาไทรับผิดชอบในการดูแล มิให้เกิดการกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมาย ซึ่งบุคลากรในประชาไทได้ให้ความสำคัญและระมัดระวังอยู่แล้ว

นอกจากนี้ บรรณาธิการเว็บไซต์ประชาไท ได้สอบถามกลับไปเพื่อทำความรู้จักผู้ต้องหาว่าเป็นใครมาจากไหน เนื่องจากได้รับหมายเรียกให้เป็นพยาน พนักงานสอบสวนได้เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาที่มีชื่ออยู่ตามหมายเรียกดังกล่าวได้เข้ามาโพสต์ในเว็บไซต์ประชาไทเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2551 ในชื่อว่า “บ็อฟฟาโล่ บอย” ซึ่งได้สืบสวนพบว่าเป็นเพศหญิง อายุ 26 ปี บุคลิกเรียบร้อย ครอบครัวมีฐานะ ต่อมาได้เข้าทำการจับกุม เมื่อนายชูวัสสอบถามความคืบหน้าทางคดี พนักงานสอบสวนเปิดเผยว่า ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อศาล ซึ่งในชั้นต้นศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ต่อมาผู้ต้องหาได้ยื่นอุทธรณ์และได้รับการประกันไปในที่สุด

จากการสอบถามถึงข้อมูลของผู้ต้องหาคดีนี้เพิ่มเติมกับน.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท ในฐานะผู้รับผิดชอบดูแลเว็บบอร์ด นางสาวจีรนุช เปิดเผยว่า ในระบบทะเบียนของประชาไทไม่มีผู้ใช้นามว่า “บ็อฟฟาโล่ บอย” เป็นไปได้ว่า ผู้ต้องหาอายุ 26 ปีรายนี้จะเป็นผู้อื่นที่นำข้อความของผู้ใช้นามว่า “บ็อฟฟาโล่ บอย” มาโพสต์ไว้มากกว่า ซึ่งความชัดเจนคงไม่สามารถหาได้ เนื่องจากคดีในลักษณะนี้เจ้าหน้าที่สอบสวนมักจะเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็น ซึ่งทำให้สาธารณชนตรวจสอบการดำเนินคดีได้ลำบาก

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ได้รับหมายเรียกพยาน ประชาไทได้พยายามสืบหาผู้ต้องหารายนี้ และได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวในทัณฑสถานหญิงกลางว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้รับการประกันตัวในวงเงิน 2 ล้านบาทไปเมื่อเร็วๆ นี้

ตลกร้าย กฎหมายเน่า!


ที่มา โลกวันนี้ วันสุข
30 มกราคม 2552

“เราอาจจะเห็นความจริงที่ประชาคมโลกไม่ต้องกังวลว่าจะมีการยึดสนามบินในไทยอีกนั้น เพราะกลุ่มที่มีศักยภาพในการยึดสนามบินได้เข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว ส่วนกลุ่มที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในขณะนี้ไม่มีศักยภาพที่ยึดสนามบิน เนื่องจากจะถูกปราบปรามอย่างรุนแรงโดยทหาร ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคง ตรงนี้ยิ่งเป็นตลกร้ายสำหรับประชาชนคนไทยถึงการเมืองไทยว่า ถ้าเมื่อไรก็ตามที่กลุ่มอันธพาลได้ครองเมือง เมื่อนั้นกลุ่มอันธพาลจะสามารถกำราบกลุ่มอื่นๆได้ราบคาบด้วยกำลัง ความรุนแรง และการซื้อบุคคล แต่ถ้าเมื่อไรกลุ่มอันธพาลไม่ได้ครองเมืองก็สามารถใช้วิธีการนอกกฎหมาย เลี่ยงกฎหมาย บิดเบือนกระบวนการยุติธรรม และใช้ความรุนแรงได้เสมอในเมืองไทย”


"พวกผมสู้อย่างยืนหยัด แม้จะถูกแผ่นปลิวว่าเป็นกบฏเข้ามาในสภา และมีความพยายามเอาข้อหานี้มาเล่นงานผมในสภา ซึ่งผมก็บอกว่ายินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่ใช้เอกสิทธิ์ของ ส.ส. ผมไม่หวั่นไหว จะไม่หนีเป็นอาชญากรของสังคม และไม่มีทางจะสยบยอมต่ออำนาจชั่วร้ายทั้งหลาย”

นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ใช้สิทธิถูกพาดพิงอภิปรายในสภากรณีกล่าวหาว่าพันธมิตรฯปิดสนามบินจนสร้างความเสียหายกับประเทศชาติอย่างมหาศาล กระทั่งปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นจากนานาชาติ โดยนายสมเกียรติยืนยันว่าพันธมิตรฯไม่ได้เป็นผู้ปิดสนามบิน แต่เป็นผู้อำนวยการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ที่สั่งปิดสนามบิน ซึ่งมีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร แม้แต่บอร์ดยังตำหนิผู้อำนวยการ ทอท. ว่าปิดทำไม เพราะยังไม่มีการยึดหอบังคับการบิน ซึ่งไม่เข้าข่ายเป็นการก่อการร้ายสากล หน่วยงานราชการก็ไม่เคยแจ้งข้อหานี้ มีแต่บุคคลที่แจ้งความ และพันธมิตรฯได้แจ้งความกลับไปหมดแล้ว โดยขอให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด

กม.พิเศษสกัดยึดสนามบิน

ขณะที่การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 มกราคม ได้อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการความปลอดภัยและรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ศ. ... และมาตรการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามการเสนอของกระทรวงคมนาคม โดยกระทรวงคมนาคมให้เหตุผลจากกรณีการปิดล้อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองว่า ทำให้ภาคการขนส่งทางอากาศของประเทศต้องหยุดชะงัก ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางอากาศขาดทุน มีผู้โดยสารและสินค้ามากมายติดค้างอยู่ในประเทศ ทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ โดยให้ประธานกรรมการและกรรมการ ทอท. เป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจในการควบคุมผู้กระทำผิดตามที่กฎหมายกำหนดในเขตท่าอากาศยาน มีอำนาจจับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมายอาญาและการกระทำความผิดซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจาณาความอาญา

นอกจากนี้กำหนดให้การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงหรือข้อบังคับของคณะกรรมการเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยแก่กิจการท่าอากาศยานต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 500 บาท ถึง 10,000 บาท สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และปรับใช้กับท่าอากาศยานทุกแห่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) มี 2 มาตรการคือ

1.มาตรการเร่งด่วน จัดตั้งด่านเพื่อตรวจตราและป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องตามเส้นทางเข้าออก

และ 2.มาตรการต่อเนื่องในระยะยาว จัดตั้งจุดตรวจสอบถาวรสำหรับตรวจสอบบุคคลที่จะเดินทางเข้าสู่ท่าอากาศยาน การวางแผนฝึกซ้อมตามแผนรองรับภาวะฉุกเฉินและจัดตั้งศูนย์เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

5 ข้อล้อมคอกยึดสนามบิน

ขณะที่คณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางอากาศ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาค ที่มีนายศรีสุข จันทรางศุ เป็นประธาน สรุปมาตรการป้องกันเหตุการณ์ปิดสุวรรณภูมิและดอนเมือง 5 มาตรการคือ

1.ส่งเจ้าหน้าที่ไปเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมก่อนที่จะเดินทางถึงท่าอากาศยาน
2.หากการชุมนุมมีแนวโน้มยืดเยื้อ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ต้องจัดเตรียมพื้นที่ภายในท่าอากาศยานเพื่อรองรับการชุมนุม โดยต้องแยกจากอาคารผู้โดยสาร
3.จัดเตรียมเส้นทางสำรองไว้ให้ผู้โดยสารผ่านเข้าออก
4.เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจทางเข้าออกพื้นที่เขตการบิน และ
5.ต้องซ้อมแผนป้องกันเหตุการณ์ปิดท่าอากาศยานเป็นประจำทุกปี ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมมีจำนวนมาก ทอท. จะต้องประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เพื่อขอกำลังสนับสนุนมาดูแลฝูงชน ซึ่งขั้นตอนการประสานระหว่างหน่วยงานนั้น กระทรวงคมนาคมมีแนวคิดจะเสนอให้กำหนดเป็นนโยบายแห่งชาติ โดยออกเป็นกฎหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตาม

กฎหมายตลกร้าย

นายวรพล พรหมมิกบุตร อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นกับ “โลกวันนี้” กรณีร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัยท่าอากาศยานฯว่า หลักการที่รัฐบาลเสนอมาเป็นเรื่องตลกร้าย เพราะตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศพบว่ากลุ่มบุคคลที่ยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองมีนักการเมืองที่เป็น ส.ส. จากพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯด้วย

“ข้อเท็จจริงมีน้ำหนักหลักฐานเพียงพอที่จะใช้กล่าวหาดำเนินคดีว่าเป็นผู้กระทำผิดฐานก่อการร้ายจากการบุกยึดสนามบิน ข้อมูล ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นที่ประจักษ์แจ้งต่อสายตาคนไทยทั่วไปและทั่วโลกอยู่แล้ว จึงถือว่าเป็นตลกร้ายของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่ผู้เข้าไปมีส่วนร่วมในการยึดสนามบินจะมาออกกฎหมายป้องกันการยึดสนามบิน และเป็นตลกร้ายยิ่งกว่านั้นคือ ถ้าวิเคราะห์หาความจริงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เคยแถลงว่าไม่ต้องกังวลว่าจะมีการยึดสนามบินโดยรัฐบาลนี้อีก ซึ่งนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้ไปแล้ว”

นอกจากนี้ยังมีอดีตข้าราชการระดับสูงกระทรวงการต่างประเทศที่ก่อนหน้ามีความคลุมเครือว่าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ คือนายกษิต ภิรมย์ มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอีก ซึ่งก่อนหน้านี้มีส่วนร่วมสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯ รวมทั้งการปิดสนามบินทั้ง 2 แห่ง ซึ่งพฤติกรรมที่เข้าไปยึดสนามบินมีลักษณะเข้าข่ายการก่อการร้ายสากลและละเมิดกฎหมายว่าด้วยความมั่นคงต่อรัฐและราชอาณาจักร ทั้งยังสร้างความเสียหายกับประเทศ คนไทย และประชาคมโลกที่ใช้บริการ

อันธพาลการเมืองไทย

“เราอาจจะเห็นความจริงที่ประชาคมโลกไม่ต้องกังวลว่าจะมีการยึดสนามบินในไทยอีกนั้น เพราะกลุ่มที่มีศักยภาพในการยึดสนามบินได้เข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว ส่วนกลุ่มที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในขณะนี้ไม่มีศักยภาพที่ยึดสนามบิน เนื่องจากจะถูกปราบปรามอย่างรุนแรงโดยทหาร ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคง ตรงนี้ยิ่งเป็นตลกร้ายสำหรับประชาชนคนไทยถึงการเมืองไทยว่า ถ้าเมื่อไรก็ตามที่กลุ่มอันธพาลได้ครองเมือง เมื่อนั้นกลุ่มอันธพาลจะสามารถกำราบกลุ่มอื่นๆได้ราบคาบด้วยกำลัง ความรุนแรง และการซื้อบุคคล แต่ถ้าเมื่อไรกลุ่มอันธพาลไม่ได้ครองเมืองก็สามารถใช้วิธีการนอกกฎหมาย เลี่ยงกฎหมาย บิดเบือนกระบวนการยุติธรรม และใช้ความรุนแรงได้เสมอในเมืองไทย”

ส่วนกรณีที่ว่ากฎหมายฉบับนี้จะเรียกความมั่นใจจากต่างประเทศได้นั้น นายวรพลกล่าวว่า เป็นเหตุผลเพื่อประโยชน์หรือการสร้างภาพพจน์ให้กับพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า เพราะผลลัพธ์ในทางปฏิบัติจะเป็นอย่างไรไม่มีใครทราบได้ เนื่องจากเนื้อหาที่เป็นรูปธรรมของกฎหมายยังไม่ปรากฏ แต่ต่างประเทศประเมินความเสียหายที่ผ่านมาแล้วว่าใครเป็นผู้กระทำ ส่วนจะป้องกันการยึดสนามบินได้หรือไม่รัฐบาลพูดเองเออเอง ทั้งที่ในอนาคตไม่มีใครรู้

นายวรพลยังชี้ว่า กฎหมายต่างๆที่ออกมาแม้จะดูมีเหตุมีผล แต่ถ้าเป็นกฎหมายที่ถูกบังคับใช้โดยกลุ่มอันธพาลการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด กลุ่มข้าราชการประจำ พรรคการเมือง กลุ่มเอ็นจีโอ หรือสหภาพแรงงาน กฎหมายก็จะเป็นโทษต่อสาธารณชนโดยรวมทั้งสิ้น

กลัว “อภิสิทธิ์” หน้าแตก

ขณะที่นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กังวลว่าจะถูกต่างชาติซักถามระหว่างการไปประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และระหว่างการเยือนญี่ปุ่น ขณะเดียวกันคาดว่าจะการสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติได้นอกเหนือจากการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว ยังจะพิจารณาถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งรถไฟและท่าเรือด้วย

หลายฝ่ายจึงเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัยท่าอากาศยานฯเป็นแค่การออกกฎหมายเพื่อรักษาหน้าของนายกรัฐมนตรีมากกว่าเพื่อกู้ภาพพจน์ของประเทศที่เสียไปจากการยึดสนามบินของพันธมิตรฯ เหมือนโจ๊กระดับโลกของรัฐบาล เพราะข้อเท็จจริงที่ผ่านมาทุกคนรู้ดีว่าทำไมพันธมิตรฯจึงยึดสนามบินทั้ง 2 แห่งได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองทัพมีความสามารถที่จะสกัดไม่ให้มีการยึดสนามบินได้ไม่ยาก แต่กลับปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ประจานประเทศไทยไปทั่วโลก พร้อมๆกับความหายนะของบ้านเมือง

คืบหน้า-แต่ไม่มีเส้นตาย

ความเสียหายจากการยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าสร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติมากมายมหาศาลทั้งด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนานาประเทศ ยิ่งมีการเปลี่ยนขั้วการเมืองและนายอภิสิทธิ์ประกาศจะเร่งกู้ความเชื่อมั่นจากนานาชาติกลับมา จึงมีคำถามทั้งในประเทศและต่างประเทศว่ามีความคืบหน้าการดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดอย่างไร ไม่ใช่ให้สถานทูตไทยในต่างประเทศชี้แจงกับประเทศต่างๆ ขณะที่การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเหมือนถูกแช่แข็ง แม้แต่ข้อกล่าวหาที่นานาชาติเห็นว่าเป็นลักษณะการก่อการร้ายสากล แต่นายอภิสิทธิ์กลับอ้างรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ตั้งข้อหานี้

คนจำนวนไม่น้อยจึงเชื่อว่าคดีนี้จะใส่เกียร์ว่างและลงเอยด้วยความผิดลหุโทษ เหมือนกรณี “งูเห่า” ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนขั้วการเมืองจนนายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมๆกับการตอบแทนบุญคุณกันอย่างเอิกเกริก

โดยเฉพาะโบนัสพันธมิตรฯและพวกพ้องอย่างกรณีนายกษิต นายประพันธ์ คูณมี นายพิเชฐ พัฒนโชติ นายเกียรติ สิทธิอมร นายพฤทธิพงศ์ กุลทนันทน์ ลูกเขย น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ และนายสมคิด เลิศไพฑูรย์

ตลกร้าย “เน่า” ระดับชาติ

คดีความพันธมิตรฯและคดีนักรบศรีวิชัยที่บุกเอ็นบีที คดียึดทำเนียบ คดียึดสนามบิน ฯลฯ ที่มีถึง 32 คดี ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม-3 ธันวาคม 2551 ซึ่งยังไม่รวมคดีส่วนตัวของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อีกหลายคดี จึงจะเป็นการพิสูจน์คำพูดของนายอภิสิทธิ์ที่ว่า พร้อมจะยุติบทบาททางการเมืองหากไม่ยึดในหลักนิติรัฐ นิติธรรม และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค ตามกระบวนการและเจตนารมณ์ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ที่สำคัญไม่ว่านายอภิสิทธิ์จะเดินทางไปพบผู้นำประเทศใด หรือร่วมการประชุมระหว่างประเทศ ทุกประเทศต้องการคำตอบว่าจะมีมาตรการอย่างไรกับความปลอดภัยและดำเนินการอย่างไรกับผู้ยึดสนามบิน ไม่ใช่อย่างที่ตอบกระทู้ในสภาว่าคดีมีความคืบหน้าและยืนยันจะเดินหน้าทุกคดีเท่านั้น

เพราะไม่เช่นนั้นคดีพันธมิตรฯและร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัยท่าอากาศยานฯจะไม่ใช่แค่ “ตลกร้าย” ของนายอภิสิทธิ์เท่านั้น แต่ยังเป็น “กฎหมายเน่าระดับชาติ” ที่ประจานคนไทยให้ต้องอับอายไปทั่วโลกอีกนานแสนนาน

ผู้อพยพโรฮิงยาเปิดเผยต่ออัลจาซีร่าร์ครั้งแรก โดนจนท.ไทยเฆี่ยนรุนแรงกว่าทหารพม่า

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 มกราคม 2552

ถอดคำแปลจากคลิปข่าวของสำนักข่าวอัลจาซีร่าร์ เผยคำให้สัมภาษณ์ของผู้รอดชีวิตชาวโรฮิงยาที่รอดชีวิตและไปขึ้นฝั่งที่อาเจห์ บอกหมดเปลือกทุกความยากลำบากหลังต้องผจญภัยในทะเลกว่าสามสัปดาห์ เจอทั้งทหารพม่า ทหารไทย ท้ายสุดรอดเพราะเรือประมงอินโดช่วยชีวิต

ต่อไปนี้เป็นการถอดความจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยจากข่าวของสำนักข่าวอัลจาซีร่าร์บนเว็บไซต์ Youtube



ครั้งแรกที่ผู้รอดชีวิตได้เปิดเผยเรื่องราวที่เจ็บปวดต่อผู้สื่อข่าวอัลจาซีร่าร์ โดยผู้สื่อข่าวได้ทำการสัมภาษณ์ นาย Noor Mohammad อิหม่ามชาวโรฮิงยาที่เดินทางออกจากทางฝั่งตะวันตกของพม่า ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอาเจห์

"ผมถูกตีทั้งตัวของผม เราไม่สามารถอธิบายสิ่งนี้ต่อใคร เราบอกเรื่องเจ็บปวดนี้ได้แต่กับพระผู้เป็นเจ้า"

สามอาทิตย์หลังการเดินทางพร้อมกับผู้อพยพอีกกว่า 192 คน เดินทางมาถึงชายฝั่งของอินโดนีเซียในสภาพอิดโรย ได้รับการรักษาพยาบาล พวกเขากล่าวว่าพวกเขาถูกตีอย่างรุนแรงโดยทหารพม่าและเจ้าหน้าที่ไทย

"พวกเขาใช้ด้ามเหล็ก และท่อพลาสติกแข็งๆที่มีปลายเหล็ก แต่เจ้าหน้าที่ไทยตีเรารุนแรงกว่านี้อีก เขาไม่ได้ตีเราทุกคน มีเพียงบางคนที่โดน ซึ่งรวมถึงผม เพราะผมเป็นอิหม่าม ผมดูเหมือนเป็นผู้นำกลุ่ม"

ผู้สื่อข่าวถาม - ในไทยคุณถูกตีโดยกองทัพหรือตำรวจ?
โนอาร์ ตอบ - โดยกองทัพ

การเดินทางของโนอาร์ โมฮัมหมัด เริ่มต้นเมื่อต้นเดือนธันวาคม เมื่อเรือห้าลำที่มีผู้อพยพรวมกว่า 585 คน เดินทางออกไปทะเลเพื่อออกไปหาชีวิตที่ดีกว่า แต่เขาต้องถูกจับกุมและถูกตีโดยทหารเรือของพม่า แต่พวกเขาก็ปล่อยให้เรือเดินทางต่อไปโดยให้กระทั่งเข็มทิศ และเชื้อเพลิง แต่ก็ได้สั่งกำชับให้พวกเขาอย่ากลับมาอีก

12 วันต่อมาพวกเขาได้เดินทางมาถึงประเทศไทย ที่ที่พวกเขาคิดว่าจะถูกช่วยเหลือ แต่พวกเขาคิดผิด เจ้าหน้าที่กองทัพไทยได้จับพวกเขาขึ้นฝั่ง และพวกเขาก็ถูกจับเฆี่ยนชนิดที่รุนแรงกว่าที่พวกพม่าทำเสียอีกและถูกปล่อยตัวเดินทางต่อไปในทะเล

"พวกเราบางคนถูกจับ 17 วัน บางคนโดน 13 วัน เรือของพวกเราอยู่ในไทยเพียง 3 วัน ในสามวันที่ผ่านมา ยังมีเรืออีกสองลำที่ได้เดินทางมาถึง เรือทั้งหมดห้าลำถูกผลักดันไปในทะเล เราไม่ได้รับอะไร(กิน)เลย แต่ละคนได้รับเพียงเสื้อกับผ้าห่ม พวกเราถูกจับตัวลงไปในเรือลำเดียวกันและถูกกองเรือไทยลากไปตลอดหนึ่งวันและหนึ่งคืน หลังหนึ่งวันหนึ่งคืนเราเจอเพียงข้าวถุงเพียงหนึ่งถุง นอกนั้นไม่มีอะไรเลย"

เจ้าหน้าที่ไทยได้ปฏิเสธความเกี่ยวข้องใดๆเกี่ยวกับความลำบากของผู้อพยพโรฮิงยา พวกเขากล่าวว่าสภาพที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮิงยาไม่ได้เกิดขึ้นจากพวกเขา

โนอาร์ โมฮัมหมัด และอีกกว่า 192 ผู้อพยพ ได้เดินทางกว่าสามอาทิตย์ในทะเล จนกระทั่งชาวประมงอินโดนีเซียพบพวกเขา อย่างไรก็ตามกว่า 10-15 คนต้องล้มเจ็บลง

"เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียได้ปฏิบัติต่อพวกเราอย่างดีมาก พวกเขาได้มอบเสื้อผ้าและอาหารแก่เรา เราไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำอย่างไรกับเราต่อไป เราได้ยินว่าพวกเขาอาจจะส่งพวกเรากลับไปยังพม่า ถ้าเป็นอย่างนั้นเราจะขอให้ชาวอินโดฆ่าเราซะ ซึ่งจะเป็นการที่ดีที่เราได้ตายลงด้วยมือของชาวมุสลิมกันเอง"

ประเทศอินโดนีเซียยังจะต้องตัดสินใจที่จะทำอย่างไรกับผู้อพยพชาวโรฮิงยา ก่อนหน้านี้องค์กรดูแลผู้อพยพของยูเอ็น UNHCR ถูกปฏิเสธจากทางการที่จะเข้าถึงกลุ่มผู้อพยพเหล่านี้ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้มีโอกาสเปิดเผยข้อมูลต่อสื่อ โนอาร์ โมฮัมหมัดได้ขอทางการอินโดนีเซียที่จะอยู่ต่อ หรือไม่พวกเขาก็อาจจะเลือกที่จะเดินทางต่อไปยังมาเลเซีย และถ้าพวกเขาต้องถูกส่งตัวกลับไปยังพม่า พวกเขาก็เกรงว่าพวกเขาคงต้องถูกประหารชีวิตอย่างแน่นอน

The Economist: A sad slide backwards - การถอยหลังอย่างน่าเศร้า

ที่มา The Economist print edition
Jan 29th 2009
แปลไทยโดย bbb

เพราะประเทศไทยตั้งอยู่ในบริเวณที่มีเพื่อนบ้านไม่ค่อยจะดีนัก จึงมีความระมัดระวังต่อการให้ความต้อนรับอย่างดีกับผู้อพยพ ถ้าทำไปก็กังวลว่าอาจทำให้ดึงดูดคนอีกหลายล้านคนเพื่อข้ามชายแดนเข้ามาอีกโดยเฉพาะจากประเทศพม่าซึ่งมีพลเมืองหนาแน่น และประสบเคราะห์ร้ายเพราะมีผู้ปกครองที่น่าสะพรึงกลัว แต่นั่นไม่ควรจะเป็นข้ออ้างในการกระทำอย่างใจดำที่น่าประหลาดใจต่อผู้อพยพประมาณ 1000 คนจากกลุ่มชาวโรฮิงยาซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในประเทศพม่า: โดยการทุบตีพวกเขาและส่งออกไปโพ้นทะเลโดยไม่มีสิ่งประทังชีพอย่างเพียงพอ ผู้รอดชีวิตประมาณ 650 คนถูกซัดเข้าฝั่งที่ประเทศอินโดนีเซียและอินเดียในหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา และหลายพันคนอาจจะเสียชีวิตจากการจมน้ำแล้ว อาทิตย์ที่ผ่านมาประเทศไทยยังหลีกเลี่ยงการตอบคำถามจากฝ่ายดูแลผู้อพยพขององค์กรสหประชาชาติ (UN) เรื่องชาวโรฮิงยาอีกจำนวน 126 คนที่ยูเอ็นเชื่อว่าอยู่ในการควบคุมของไทยแต่อาจจะถูกทิ้งไปในทะเลแล้ว

กองทัพซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาอื่นๆหลายปัญหาของประเทศไทยควรจะถูกกล่าวโทษ การปฏิบัติการเกี่ยวกับชาวโรฮิงยาอยู่ในการควบคุมดูแลของ ISOC ซึ่งเป็นหน่วยงานของกองทัพที่ตั้งขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามเย็น และอำนาจก็เพิ่มขึ้นโดยรัฐบาลที่สนับสนุนโดยทหารและบริหารประเทศอยู่ 15 เดือนหลังจากรัฐประหารปี 2006 การปฎิเสธของกองทัพถูกลดความเชื่อถือโดยรูปภาพที่ได้มาโดยสำนักข่าว CNN ซึ่งโชว์ภาพทหารกำลังดึงเรือที่ผุพังเต็มไปด้วยชาวโรฮิงยาออกไปในทะเลและปลดทิ้งออกไป

นายกหน้าใหม่ของไทยที่จบจากออกซ์ฟอร์ด อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้บอกว่ารัฐบาลจะดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อหาที่กล่าวร้ายต่อกองทัพ แต่กองทัพนั้นจริงๆแล้วเป็นผู้ที่ทำให้อภิสิทธิ์เข้ามาสู่อำนาจ จากการช่วยเจรจาให้มีการย้ายข้างของพรรคในรัฐบาลที่แล้วที่นำโดยกลุ่มที่สนับสนุนทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกที่กองทัพได้ผลักไสออกไปเมื่อปี 2006 การพึ่งพานายพลของอภิสิทธิ์หมายความว่าเขาคงจะไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำผิดของทหารอย่างถี่ถ้วน นายพันที่สันนิษฐานว่าทิ้งผู้อพยพไปในทะเลก็ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นคนกำกับดูแลการทารุณกรรมต่อชาวมุสลิมในจังหวัดภาคใต้ที่มีความขัดแย้งเมื่อปี 2004 องค์กรนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ซึ่งรณรงค์เรื่องสิทธิมนุษยชน กล่าวหาว่าทางกองทัพไทยยังมีการทารุณผู้ต้องสงสัยชาวมุสลิมในภาคใต้อยู่

ไม่เล่นโดมิโนต่อไปแล้ว

ในอดีตหลังจากผ่านรัฐธรรมนูญเสรีปี 1997 ประเทศไทยดูเหมือนจะเป็นประเทศตัวอย่างของระบอบประชาธิปไตยและสังคมที่มีกลุ่มชนที่หลากหลาย ชนชั้นสูงยังต้องการให้ประเทศถูกมองว่าเป็นหัวก้าวหน้า มีประชาธิปไตยและเป็นนักการฑูตอย่างจริงจัง แต่โชคไม่ดี ในหลายปีที่ผ่านมา ประเทศได้ลื่นถอยหลัง เริ่มด้วยการใช้อำนาจไม่ถูกต้องของทักษิณ ตามด้วยรัฐประหารโดยทหารปี 2006 และการสนับสนุนอย่างออกหน้าออกตาของ(เซ็นเซอร์) นายพลบางคน และคุณอภิสิทธิ์ ต่อผู้ประท้วงอันธพาลต่อต้านทักษิณซึ่งหนึ่งในผู้นำที่สนับสนุนนี้ได้มาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของอภิสิทธิ์

ถึงกระนั้น ในระหว่างที่ทหารกระทำการโดยไร้โทษ และผู้ก่อความวุ่นวายที่สนับสนุนสถาบันกษัตริย์ได้รับการปฏิบัติอย่างนุ่มนวล กฏหมายหมิ่นฯที่หลงยุคของไทยถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวด อเมริกาและประเทศพันธมิตรได้ทำเป็นไม่รู้เห็นต่อความด่างพร้อยดังกล่าวของชื่อเสียงของประเทศไทยเป็นเพราะ(เซ็นเซอร์)และกองทัพของเขาได้เคยเป็นพันธมิตรต่อต้านระบอบคอมมิวนิสต์อย่างเข้มแข็ง เมื่อระลึกถึงความสัมพันธ์นี้ เดือนหน้าอเมริกาครบวาระที่จะมีการซ้อมรบกับกลุ่มประเทศพันธมิตรในประเทศไทยซึ่งเป็นการนำเอาเกียรติยศมาให้กับนายพลไทย แต่สงครามเย็นมันจบไปนานแล้ว ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ควรจะขู่ที่จะเปลี่ยนการซ้อมรบไปที่อื่นจนกว่ากองทัพไทยจะเปลี่ยนตัวเองไปในทางที่ดี (ใช้คำว่า tamed หรือ เชื่อง) ซึ่งมันคงจะแทงใจนายพล -- คือความภาคภูมิใจในตนเอง (self esteem)-- ระหว่างที่มันแทบที่จะไม่กระทบผลประโยชน์ของอเมริกาหรือของคนไทยเลย

แม้วกาวใจขวัญชัยVS3เกลอ สร้างเอกภาพก่อนชุมนุมใหญ่แดงทั้งแผ่นดิน31ม.ค.นี้

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 มกราคม 2552

ทักษิณเป็นกาวใจแกนนำเสื้อแดงหลังถูกสื่อเสี้ยมชนกัน เคลียร์ขวัญชัยแกนนำรักอุดร-จตุพร3เกลอ ก่อนชุมนุมใหญ่"แดงทั้งแผ่นดิน"เสาร์31มกราคมนี้ นัดรวมพล4โมงเย็น จากนั้น3ทุ่มเคลื่อนขบวนล้อมทำเนียบ จี้เอาผิดโจรก่อการร้ายยึดสนามบิน ปลดกษิตพ้นรัฐมนตรีต่างประเทศ นำรธน.ฉบับประชาธิปไตยกลับมาใช้ เสื้อแดงรวมกำลังคึกคักทั้งสายเหนือ-อีสาน ส่วนคนกรุงระดมผ่านอินเตอร์เน็ตพร้อมแล้วขับไล่โจร ทวงคืนประชาธิปไตยและความเป็นธรรม


"ทักษิณ"โทรสมานรอยร้าว"จตุพร-ขวัญชัย"ก่อนชุมนุมใหญ่31มกราคม

นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวออกอากาศผ่านคลื่นเอฟเอ็ม 97.50 เมกะเฮิรตซ์ว่า ขอร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เป็นผู้ประสานรอยร้าวระหว่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ กับนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ที่มีการปะทะคารมกันทางสื่อมวลชน ซึ่งไม่เป็นผลดีในภาพรวมของคนเสื้อแดง ซึ่งเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดคุยกับนายขวัญชัยและนายจตุพรแล้ว

นายวิเชียร กล่าวถึงกรณีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะเดินทางไปปราศรัยใหญ่ที่สนามทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี นำโดยนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์งว่า ตนได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ให้ประสานนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอให้พันธมิตรฯ หยุดเดินทางมาที่ จ.อุดรธานี เพราะจะเกิดการปะทะกัน


"เสื้อแดง"ชุมนุมใหญ่31มกราคมนี้3ทุ่มบุกทำเนียบฯ

ผู้จัดรายการความจริงวันนี้ นำโดย นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายจตุพร พรหมพันธุ์ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ร่วมกันแถลงข่าวถึงการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยนายวีระ กล่าวว่า จะมีการชุมนุมใหญ่ ภายใต้ชื่อแดงทั้งแผ่นดินที่ท้องสนามหลวง ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม นี้ เวลา 16.00 น. ก่อนที่จะเคลื่อนมวลชนปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ในเวลาประมาณ 21.00 น. เพื่อกดดันให้รัฐบาลปลด นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปิดสนามบินสุวรรณภูมิรวมทั้งควรมีการนำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาบังคับใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และสุดท้ายรัฐบาลต้องยุบสภา


ขณะที่ นายจักรภพ เปิดเผยว่า การชุมนุมในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการวัดกระแสของกลุ่มคนเสื้อแดงไปในตัวด้วย เพราะที่ผ่านมามีการโจมตีว่าเกิดความแตกแยกไม่มีเอกภาพ รวมทั้งข่าวว่าหมดน้ำเลี้ยงจากอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร คนเสื้อแดงจะได้แสดงพลังให้เห็นว่าไม่เป็นความจริง และมากันด้วยใจไม่ใช่ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง

ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหว"แดงทั้งแผ่นอย่างคึกคัก" โดยประชาชนทั่วประเทศมีความเคลื่อนไหวชุมนุมพลเดินทางมากรุงเทพฯ ส่วนคนในกรุงเทพฯก็ชักชวนกันเข้าร่วมงานผ่านทางอินเตอร์เน็ตอย่างคึกคัก

เสื้อแดงเชียงใหม่ยกพลชุมนุมใหญ่ กร้าวไม่ชนะไม่กลับ

มติชนรายงานว่า เสื้อแดงเชียงใหม่ ยกพลร่วมชุมนุมใหญ่สนามหลวงขับไล่รัฐบาล ลั่นไม่ชนะไม่กลับ

น.ส.กัญญาภัค มณีจักร หรือ "ดีเจอ้อม" แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 กล่าวว่า ภารกิจหลักในวันที่ 30 ม.ค.ของกลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่ มีอยู่ 2 เรื่อง คือ 1.การระดมกำลังไปชุมนุมต่อต้านนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีกำหนดเดินทางมาที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นประธานเปิดงานรณรงค์ "90 วัน รวมพลังหยุดเผา บรรเทาโลกร้อน" โดยจะไปชุมนุมที่สนามบินเชียงใหม่และที่จัดงานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ 2.ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจแรกแล้ว กลุ่มเสื้อแดงจะเดินทางไปขึ้นรถบัส เพื่อเดินทางชุมนุมใหญ่กับเสื้อแดงทั่วประเทศที่สนามหลวง โดยช่วง 1-2 วันก่อนหน้านี้ ได้ตั้งกล่องรับบริจาคและระดมทุนจากประชาชน ที่สนับสนุนการเดินทางของกลุ่มเสื้อแดงแล้ว

"การระดมทุนและเดินทางไปร่วมชุมนุมใหญ่ กลุ่มจะไปอย่างเปิดเผย โดยนัดให้สวมใส่เสื้อสีแดง ที่เขียนว่า "รักเชียงใหม่ 51" ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีผู้ร่วมเดินทางไม่น้อยกว่า 500 คน โดยจะมีตนและแกนนำคนอื่นร่วมเดินทางไปพร้อมกัน ภารกิจหลักของการไปร่วมชุมนุมใหญ่ของรักเชียงใหม่ 51 ครั้งนี้ มีเป้าหมายกดดันให้รัฐยุบสภา และไม่มีกำหนดกลับ จนกว่าจะได้ชัยชนะ"

เสื้อแดงอุดรเริ่มระดมพลบุกสนามหลวงแล้ว
ประชาทรรศน์รายงานว่า ความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง จ.อุดรธานี ในวันนี้(29 ม.ค.) ที่จะเดินทางไปร่วมงานที่ท้องสนามหลวง ในวันเสาร์ที่ 31 ม.ค.ได้มีกลุ่มชมรมคนรู้ใจ จ.อุดรธานี ที่แตกตัวออกมาจากชมรมคนรักอุดร มาตั้งสถานีวิทยุชุมชน FM 99.75 MHz ได้ระดมสมาชิกคนรู้ใจ จ.อุดรธานี ได้แล้ว 500 คน พร้อมกับได้เตรียมรถทัวร์ปรับอากาศ ชั้น 1 ไว้ 10 คัน จะออกเดินทางจาก จ.อุดรธานีในวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. 2552 ซึ่งทางกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะเดินทางไปในครั้งนี้ เป็นกลุ่มที่รักและศรัทธาใน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งนี้ทางด้าน นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ยังสงวนท่าที ไม่นำคนลงไปร่วมงานในวันเสาร์ที่จะถึงนี้


เสื้อแดงเหนือจากเชียงรายชุมนุมพลคึกคัก

เวบผู้จัดการASTV กระบอกเสียงของพันธมิตรรายงานข่าวจากจังหวัดเชียงราย แจ้งว่า ในการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 31 ม.ค.52 ที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ เพื่อหวังจะล้มรัฐบาล ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นพบว่า ในพื้นที่ จ.เชียงราย เริ่มมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ที่จะเดินทางไปสมทบกับเครือข่ายคนเสื้อแดงแล้ว

ที่ประกาศตัวว่าจะเดินทางไปอย่างแน่นอน คือ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย จ.เชียงราย นำโดย น.ส.จีรนันท์ จันทวงศ์ ที่เคยประกาศว่าจะไปร่วมทั้งการชุมนุมดังกล่าว และไปที่การประชุมอาเซียนซัมมิทด้วย ส่วนกลุ่มอื่นๆ ไม่มีการประกาศตัวหรือเคลื่อนไหวชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเชียงรายฮักประชาธิปไตย กลุ่มมิตรภาพป่าห้า กลุ่มอาจารย์บางคนในเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เชียงราย เขต 3

อย่างไรก็ตาม พบว่ายังมีอีกกลุ่มกำลังเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก คือ บรรดาหัวคะแนนคนสำคัญของนักการเมืองที่มีอยู่ทั้ง 8 เขตเลือกตั้งของเชียงราย ส่วนกลุ่มคนเชียงรายฮักประชาธิปไตยพบว่าอาจจะมีการตั้งเวทีบริเวณใกล้กำแพงเมือง ห้าแยกพ่อขุนเม็งรายมหาราช อ.เมือง เพื่อถ่ายทอดการชุมชนใหญ่ที่กรุงเทพฯ ให้ผู้ที่ผ่านไปมาหรือมีอุดมการณ์เดียวกันได้รับฟังแทน

สำหรับกลุ่มหัวคะแนนของนักการเมืองมีรายงานว่า มีการกำหนดให้หัวคะแนนของแต่ละเขตเลือกตั้ง พาคนเข้าไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ อำเภอละ 1 คันรถ โดยพื้นที่ที่ค่อนข้างจะมีความชัดเจนคือเขตเลือกตั้งที่ 3 โดยพบว่ามี “นายหงส์” หัวคะแนนคนสำคัญได้ตระเตรียมผู้คนเพื่อจะพาเดินทางไปยังกรุงเทพฯ อย่างคึกคัก

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า การเดินทางไปครั้งนี้มีการเกณฑ์บรรดาหัวคะแนนในจำนวนที่น้อยกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา หรือน้อยกว่ากรณีม็อบอีแต๋นที่เดินทางไปให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อครั้งยังอยู่ในตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ก่อนสิ้นอำนาจ

ด้าน น.ส.จีรนันท์ จันทวงศ์ แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย จ.เชียงราย กล่าวว่า สมาชิกของกลุ่มหลายคนยืนยันจะเดินทางไปชุมนุมที่กรุงเทพฯ แต่ตนไม่ได้ไปเพราะติดภารกิจหลายอย่างโดยเฉพาะการเตรียมเผยแพร่วิทยุวิทยุชนคนรากหญ้าเจียงฮายทางคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 104 MHz

อย่างไรก็ตาม จากการรับทราบข้อมูลจากหลายฝ่ายทราบว่า นอกจากสมาชิกของกลุ่มแล้วยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากกำลังจะพากันเดินทางร่วมกันอย่างเงียบๆ เนื่องจากรัฐบาลอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามซึ่งค่อนข้างจะลำบาก จึงเป็นลักษณะต่างคนต่างไป กระนั้นก็จะเป็นพลังบริสุทธิ์ที่มีจำนวนมากเช่นกัน





ทางด้านชุมชนคนท่องอินเตอร์เน็ตในบอร์ดราชดำเนิน เวบไซต์พันทิป ได้แสดงความตื่นตัวที่จะเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงที่ท้องสนามหลวงในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2552นี้อย่างคึกคัก โดยพากันให้เหตุผลในการเข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนการเคลื่อนไหวประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ แสดงความคัดค้านที่มาของรัฐบาลที่ขาดความชอบธรรม ไม่ได้มาจากเสียงของประชาชน แต่มาจากการการชุมนุมยึดสนามบิน ก่อความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างร้ายแรง และการสมคบคิดของชนชั้นนำผ่านกองทัพ กระบวนการตุลาการที่ให้ยุบ3พรรคการเมือง และทวงประชาธิปไตย ขณะที่แกนนำประกาศรวมตัวสนามหลวงแล้วเคลื่อนพลบุกทำเนียบ


หัวข้อกระทู้แนะนำของบอร์ดราชดำเนินเรื่อง เสื้อสีแดง ๆ ที่ท้องสนามหลวงวันที่ 31 นี้ใครมีเหตุผลดี ว่าไปกันทำไมบอกหน่อย เขียนว่า ใครไปเติมสีแดงให้ท้องสนามหลวงวันที่ 31 นี้กันบ้างค่ะ งานนี้ไปกันให้เต็มสนามเลยเน้อ สิ่งก่อสร้างอะไร ๆ น่าจะไม่เหลือแล้ว เมื่อการชุมนุมล่าสุดในวันที่ 28 ธันวา คม2551 ที่ว่างแค่ครึ่งสนามต้องไปแทรกตัวกันตามสิ่งก่อสร้างเที่ยวนี้น่าจะสบายขึ้นแล้ว คนกรุงเทพปริมณฑล อย่าให้แพ้คนต่างจังหวัดต้องเสียเวลาเดินทางกันมาไกลนะคะ

งานนี้ขอบอกก่อนล่วงหน้าว่าไม่น่าจะไปแอบคิดว่าจะไปทำไมกันเนี้ย ขอเหตุผลดี ๆ หน่อยเหอะ ยังตอบตัวเองไม่ได้สงสัยจะเริ่มขี้เกียจล่ะ เพื่อนๆ อย่าขี้เกียจตามกันนะคะงานนี้ประมาณว่าจะนับกำลังพลกันว่า สีแดงยังแรงฤทธิ์ ไม่ได้แผ่วตามขี้ปากใคร ขอตบปากพวกที่บอกว่าเพราะตรูคนถึงเยอะ หน่อยเหอะว่าคนเขาไปกัน ด้วยใจไม่มีใครจ้างไม่ต้องให้ใครจูงจมูก คิดเองเป็นเฟ้ยคนไทยไม่ได้โง่

กระทู้ดังกล่าวนี้มีผู้ตอบกระทู้ล่าสุดถึงวันนี้(29ม.ค.)155ความคิดเห็น ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าจะเข้าร่วมการชุมนุม ด้วนเหตุผลสนับสนุนประชาธิปไตย และต่อต้านเผด็จการ ความไม่ยุติธรรม เช่น

-สำหรับผมแล้ว เหตุผลที่ไป คือ อยากให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นกับทุกคนไม่ใช่เกิดขึ้นกับ ''คนบางกลุ่ม'' อยากให้รัฐบาลรู้ว่าสิ่งที่คุณทำมันไม่ถูกต้อง ความชอบธรรมที่คุณอ้าง มันเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะคุณมาจากกลุ่มคนบางกลุ่ม ที่ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ

-ไปให้โลกรู้ว่า คนไทย รักประชาธิปไตย

-แสดงจุดยืนถึงความชอบธรรมครับ เอาผิดโจรกบฎ

-ไปเพื่อ
1. ไปทำให้ทาสเผด็จที่ปล่อยไม่ไป ทั้ง ๆ เลิกทาสมาร้อยกว่าปีแล้วเกิดสำนึกในสรีภาพของตัวเอง (จะมีมั๊ยน้อ)
2. ไล่เผด็จการอีแอบอยู่หลังประชาธิปไตยจอมปลอมที่แอบอิงรัฐธรรมนูญเผด็จการ
3. ไปกดดันแก้รัฐธรรมนูญโจร
4. ไปทำให้พวกปล้นอำนาจได้รู้ว่ายังมีคนไทยไม่น้อยได้หลุดพ้นจากความทาสที่ถูกครอบงำ
5. ไปเพื่อจะบอกว่า ประชาชนเท่านั้นที่เป็นใหญ่ในแผ่นดิน
6. ไปเอากบฏปล้นทำเนียบและสนามบินมาดำเนินคดี

ฯลฯ

นปช.บุกทำเนียบยื่นคำขาดถึงนายกฯให้จัดการพันธมารยึดสนามบิน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 ม.ค. แนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือ นปช.ประมาณ 20 คน นำโดยนายจรัญ ดิษฐาอภิชัย แกนนำนปช. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายไชยนิรันดร์ พะยอมแย้ม ได้เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ซึ่งนายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม รองเลขาฯนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นคนมารับหนังสือ

โดยข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ

1. เร่งรัดดำเนินคดีอย่างจริงจังนำตัวแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและผู้อยู่เบื้องหลังซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย และเป็นผู้ที่ก่ออาชญากรรมทางการเมือง ผู้ก่อความรุนแรงจากการปิดถนน การยึดทำเนียบรัฐบาล การยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที การปิดล้อมสถานที่ราชการ การทำลายทรัพย์สินทางราชการ การปล้นทรัพย์ในทำเนียบรัฐบาล การใช้อาวุธปืน การจัดทำระเบิด จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บในโอกาสต่างๆ มาลงโทษตามกฎหมายให้สาสมกับความผิดโดยไม่แทรกแซงกระบวนการทางกฎหมาย ด้วยความรวดเร็ว อย่างโปร่งใสเปิดเผย

ประการที่2.ปลดรัฐมนตรีว่การกระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ เพื่อเป็นการแสดงให้สังคมรับรู้ว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้สนับสนุนการยึดสนามบิน ยึดทำเนียบรัฐบาล การชุมนุมปิดถนนและการก่อความรุนแรงของกลุ่มพันธมิตรฯปลดนายกษิต ภิรมย์ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะสร้างสังคมนิติรัฐและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาชาติ และเป็นการสร้างความมั่นคงและความมั่นคงในกลุ่มประเทศอาเซียนอีกด้วย

และประการที่ 3 แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 2550 โดยการนำรัฐธรรมนูญ 2540 กลับมาใช้เป็นการแสดงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐฐบาลที่ไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารและมีความจริงใจต่อประชาธิปไตย