ซีรีส์ฮาร์ดคอร์ลากไส้สื่อเห้(ตอน8):'จารย์เจิมเสือเจ็บร้อง"เอ๋ง"!
โดย คุณรักในหลวงห่วงลูกหลาน
ที่มา บอร์ดฟ้าเดียวกัน
7 พฤษภาคม 2552
หมายเหตุไทยอีนิวส์:ผู้ใช้นามปากกาว่า"รักในหลวงห่วงลูกหลาน"ได้เขียนลงในเวบบอร์ดฟ้าเดียวกัน แบบเจาะลึกวงในแวดวงสื่อมวลชนแบบรายตัว อย่างถึงรากถึงโคน และมีรสชาติความมันส์ในสไตล์ดิบเถื่อนฮาร์ดคอร์ ซึ่งไทยอีนิวส์เห็นว่าเป็นประโยชน์ที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าด้วยเหตุใดสื่อจึงมีบทบาทอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งมีปรากฏการณ์ลำเอียง เคียงข้างเผด็จการต่อต้านประชาธิปไตย โดยได้นำเสนอตามต้นฉบับเดิม แต่เนื่องจากเนื้อหายาวมาก เราจึงจะพิจารณานำเสนอเป็นตอนๆอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณผู้เขียนมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ
เจิมศักดิ์เป็นคนแรกๆที่ออกมาวิจารณ์ทักษิณ ในช่วงเวลาที่สังคมไทยกำลังฮันนีมูนอยู่กับรัฐบาลทักษิณ 1 แต่ก็ไม่มีน้ำหนักพอที่จะสั่นคลอนโค่นล้มทักษิณได้..แถมทักษิณได้เปิดทางให้สนธิ ลิ้มทองกุล ค่ายผู้จัดการเข้ามาจัดรายการ"เมืองไทยรายสัปดาห์"ทางช่อง9 และสนธิก็ทำหน้าที่เชียร์ทักษิณยกใหญ่ ยกยอปอปั้นให้เป็น"นายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดที่ประเทศไทยเคยมีมา" แล้วก็หันไปสอนสั่งเจิมศักดิ์ที่หลุดจอและหน้าปัทม์วิทยุว่า"ที่ร้องแรกแหกกระเชิงอยู่นั้น เปรียบได้กับ ‘ลูกหมา’ ที่มีนิสัยร้องเสียงดัง"เอ๋งๆ"เมื่อถูกทำให้เจ็บ ซึ่งไม่อาจเทียบได้กับ ‘ลูกเสือ’ เจ็บแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยินเสียงร้อง"
พูดเรื่องสื่อเหี้ยม ม.ม้าหายแล้ว ลืมคนนี้ไปได้ไง..
(ความจริงมีแฟนๆรีเควสต์มาตั้งนานแล้ว ผมก็ไม่มีเวลาจะลากไส้สะที) เขาผู้นี้คือ"เสือน้อย"แต่หุ่นนี่ตัวพ่อซูโม่กิ๊ก
เขาคือ'จารย์เจิม
ที่เอาจารย์เจิมมาเขียนวันนี้ เพราะบ้านเมืองยังอยู่ในบรรยากาศมาคุ
หลังจบสงกรานต์ทมิฬก็เนี่ย มาพูดเรื่องแก้รัดทำนูนกันอีกแร๊ะ...บ้านเมืองเรามันมีเวรกรรมชนิดหนึ่ง เป็นเรื่องเป็นเหตุกันขึ้นมาแต่ละที สิ่งแรกที่คิดทำกันคือแก้รัดทำนูน...
จารย์เจิมนี่ก็จรเข้น้อยหางแดงตัวพ่อเลยแหละเรื่องรัดทำนูนปี50นี่นะ คือแกยังไงไม่รู้ องค์ลงเป็นศาสดาผู้เชี่ยวชาญ แล้วก็องครักษ์พิทักษ์รัดทำนูนฉบับนี้ขึ้นมา ทั้งที่แกนี่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้าว...เออ ถ้าแกพูดเรื่องทำเหล้าสาโทนี่ผมจะเชื่ออยู่ว่าแกรู้จริง
เดี๋ยวแกคงออกมาเต้นว่าห้ามแก้ ซึ่งก็เป็นความตอแหลอย่างแรง
เพราะแกเคยเดินสายทั่วประเทศ ออกทีวีด้วยตอนลงประชามติกันที่ตอนนั้นแยกเป็นพวกเขียวพวกแดงหงะ แกก็เป็นนักยุทธวิธีใช้ได้ คือบอกว่าให้"รับๆไปก่อนค่อยแก้ไขทีหลัง"...
เพราะถ้าไม่รับนะ พวกมึงก็ต้องโดนคมช.ปกครองเผด็จการต่อไป จะไม่มีเลือกตั้ง น้ำก็จะไม่ไหล ภูเขาไฟจะระเบิด มนุษย์ต่างดาวจะยึดครองโลก....โห!ไอ่สัดดด ฟังแล้วคนแม่งก็กลัว เลยยอมผ่านรัดทำนูน50แบบฉิวเฉียด
แล้วพอเข้าแก๊งเหี้ยเหลืองนี่อาการมันจะเหมือนกันทุกตัว คือชอบดึงฟ้าต่ำ มาตอนหลังไม่ได้อ้างเรื่องมนุษย์ต่างดาวจะยึดครองโลกแล้ว ไปอ้างเรื่องอภินิหารแทน
แกบอกว่าแก้ไม่ด๊าย เพราะว่า"ขอให้กลับไปอ่านพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังที่ปรากฏอยู่ในพระราชปรารภของรัฐธรรมนูญ 2550 อีกครั้ง ! พึงตระหนักว่า หลังจากที่ประชาชนมีมติเห็นชอบให้บังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2550 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำริ ปรากฏในพระราชปรารภในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ความตอนหนึ่งว่า
“...เมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว สภาร่างรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบและจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อให้ค
วามเห็นชอบแก่ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ การออกเสียงลงประชามติปรากฏผลว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยเสียงข้างมากของผู้มา
ออกเสียงประชามติเห็นชอบให้นําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาใช้บังคับ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติจึงนําร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยให้ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยสืบไป
ทรงพระราชดําริว่า สมควรพระราชทานพระบรมราชานุมัติตามมติของมหาชน…”
นั่น!รัดทำนูน50เลยกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่งขึ้นมา....เอ้า!กราบบบบบบ
จารย์เจิมนี่เป็นคนอ่างทอง พื้นฐานแกเป็นนักเสดสาด คือจบปริญญาตรีเศรษฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดีมาก) จากธรรมศาสตร์ ปริญญาโทเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต (ธรรมศาสตร์) และปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์การเกษตร จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เมกา
ครอบครัวแกดีอบอุ่นแต่งกับ ดร.จิตริยา เอกอัครราชทูตไทยประจำนอร์เวย์ (นามสกุลเดิม ติงศภัทิย์ เป็นบุตรสาวของ ศ.จิตติ ติงศภัทิย์ อดีตองคมนตรีในรัชกาลปัจจุบัน)
(พูดเรื่องนอร์เวย์นี่น่าไปนะ ใครแต่งเมียใหม่ๆนี่ไปค้างซักคืน แล้วนั่งเรือข้ามฟากไปเดนมาร์คบรรยากาศจะโรมานซ์ ยิ่งไปตอนหน้าร้อนนี่แม่งไม่ต้องนอนกัน เพราะพระอาทิตย์เที่ยงคืน
ใครหื่นๆพาเมียไปฮันนี่มูนไม่ผิดหวัง แต่ใครเป็นลูกเป็นเมีย เขาตบแต่งแล้วชวนไปฮันนี่มูนหน้าร้อนแถวนี้มึงคิดให้ดี...มันไม่ใช่แค่ฟ้าเหลือง อาจจะมีตาย เพราะฟ้าดันสว่างตลอด เจอผัวหื่นๆเข้านี่ตายแน่ๆ ยิ่งกว่าปฎิญญาฟินแลนด์)
กลับมาที่จารย์เจิม เดิมทีแกก็บูชาๆอาจารย์ป๋วย คือทำไงจะลงจากหอคอยงาช้าง เอาวิชาการงานวิจับมาดัดแปลงรับใช้มวลชน คือจะออกแนวๆนี้ แทนที่แกจะเป็นแค่อาจารย์สอนเศรษฐศาสตร์ที่ท่าพระจันทร์ ว่างๆเดินส่องพระ แกก็เริมสร้างชื่อด้วยการเป็นผู้ค้นคว้า วิจัย เชี่ยวชาญ ด้านการตลาดสินค้าเกษตร สินค้าโภคภัณฑ์ และการพัฒนาชนบท เชี่ยวชาญเรื่องราคาข้าว และนโยบายข้าวชนิดหาตัวจับยาก
ทีที้แกมาแจ้งเกิดเปรี้ยงปร้างตอนรสช.ปฏิวัติน้าชาติ แรกๆแกก็ออกมาด่าเลยว่า"ประเทศชาติเหมือนเครื่องบิน การรัฐประหารไม่ใช่แค่การหยุดประเทศ แต่เป็นการทำให้ประเทศย่อยยับ เพราะเครื่องบินตก"...พวกต้านรัฐประหารฟังแล้วก็ซี๊ดซ๊าดเป่าปากปรี๊ด
แต่อีท่าไหนไม่รู้ พอรสช.ตั้งอานันท์เป็นนายกฯ แกก็เข้าไปเจออานันท์ แล้วก็ลัดดาวัลย์ โมงเม่งโมง ที่ตอนนั้นเป็นรัฐมนตรีคุมช่อง11บอกว่าอยากจะนำเสนอปัญหาชาวนาชาวไร่สู่รายการโทรทัศน์เพราะยังไม่มีใครเคยทำมาก่อนเลย จะได้ช่วยเหลือดูแลเกษตรกรในชนบท
อันนี้เป็นที่มาของการแจ้งเกิดแกทางทีวีด้วยรายการ"เวทีชาวบ้าน" ไม่นานต่อก็เปิดรายการ"มองต่างมุม"ซึงเป็นอะไรที่ใหม่มากในพ.ศ.นั้น เพราะจารย์เจิม กำหนดคอนเซ็ปต์ให้เป็นรายการโทรทัศน์ประเภททอล์กสาระ แบบ ‘ถามสด’ ที่ให้ประชาชนในห้องส่งได้มีส่วนร่วมตั้งประเด็นคำถาม พูดกันอย่างตรงไปตรงมา เป็น ‘ตลาดความคิดเสรี เวทีประชาชน’ แล้วเชิญ2ฝ่ายที่เห็นขัดแย้งกันมาโต้กันสดๆ
"มองต่างมุม"จึงเป็นการปฏิวัติรายการโทรทัศน์แบบรายการทอล์กครั้งมโหราฬ เพราะไม่เคยมีใครทำมาก่อน อย่างไรก็ตามแม้เจิมศักดิ์จะบอกว่าเป็นตลาดคงามคิดเสรี เวทีประชาชน เปิดทางให้2ฝ่ายโต้กันได้เต็มที่ แต่ตัวพิธีกรคือเจิมศักดิ์เองก็มักจะมีอคติเข้าข้างทางใดทางหนึ่งอย่างเห็นได้ชัดทั้งสีหน้าแววตา และคำถามที่บางครั้งแทบจะ"ฆ่ากันทางหน้าจอ"ได้
พูดง่ายๆที่ใครต่อใครว่าไอ่พวกแก๊งเด็กนรกเนชั่นมีสีหน้าท่าทางกวนตีนนี่ ย้อนไปตอนนั้นก็ถือว่าจารย์เจิมเป็นผู้บุกเบิกความกวนส้นตีนออกทีวีมาก่อนไอ้พวกนี้นาน
มีบางคราวที่นายสมัคร สุนทรเวช ขณะนั้นเป็นหัวหน้าพรรคประชากรไทย มาออกรายการมองต่างมุม และอาจจะด้วยความที่เจิมศักดิ์เป็นศิษย์ของอาจารย์ป๋วย ที่เคยถูกพิษการเมือง6ตุลาฯเล่นงานอย่างเจ็บปวด โดยเชื่อกันว่าสมัครมีบทบาทสำคัญในคราวนั้น ทำให้จารย์เจิมสวมวิญญาณนักฆ่าหน้าจอต่อสมัครแบบไม่ปรานี
ส่งผลให้เมื่อจบรายการออหมัก(ย่อมาจากคำว่า "ไอ้หมัก")ถึงกับบริภาษว่ารายการนี้ไม่ควรมีต่อไป เพราะว่าไม่ได้มองต่างมุมจริง หากแต่"มองแต่มุมมารดามัน"...!
จากนักวิชาการที่ลงจากหอคอยงาช้างมารับใช้สังคมชาวไร่ชาวนา ขยับไปสนุกกับรายการทอล์กการเมืองแบบ"มองต่างมุม"ก็ทำให้ดร.เจิมศักดิ์รู้ว่าตัวเองเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ไม่ใช่เรื่องประกันราคาข้าว หรือยุชาวบ้านทำเหล้าสาโทขายอย่างแต่ก่อน
แกก็เลยลุยถั่วเดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจสื่อเต็มตัว ทั้งทางทีวีและวิทยุ โดยการก่อตั้งบริษัทวอชท์ด็อก หรือ"หมาเฝ้าบ้าน"ขึ้น
นอกจากเจิมศักดิ์แล้ว บริษัทนี้ก็มีดร.เกษมสันต์ วีรกุล(ผัวเก่าน้องมังคุด) พิรุณ ฉัตรวนิชกุล (กรรมการพรรคคอมฯเก่า) แล้วก็ไอ้แม็คปากเบี้ยว-เถกิง สมทรัพย์ เป็นแกนหลัก
โดยเจิมศักดิ์เคยเล่าว่า ดร.เกษมสันต์ได้มาคุยกับเขาว่า ให้ช่วยพาไปหาดร.ทักษิณ ชินวัตรด้วย ตอนนั้นเป็นปี 2536 หลังจากที่เจิมศักดิ์เข้าวงการโทรทัศน์ได้ซัก 2 ปี และเป็นช่วงที่ทักษิณกำลังเป็นนักธุรกิจดาวรุ่งร่ำรวยจากการขายโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และเครื่องมือสื่อสาร ดังนั้นเกษมสันต์จึงอยากจะไปชวนAISของทักษิณมาลงโฆษณาที่รา้ยการ เจิมศักดิ์ก็พาไป แต่ให้ดร.เกษมสันต์ไปขายเอาเอง
“ไปถึงคุณทักษิณถามว่าถ้าหากจะซื้อรายการทั้งหมดเหมาเลยเท่าไหร่ ผมเนี่ยตัวแข็งเลย ในใจนึกว่ามาเที่ยวนี้คุณทักษิณกลายจะเป็นคนซื้อรายการทั้งหมด กลายเป็นผมจะมาทำรายการให้คุณทักษิณแทนบริษัท วอทช์ด็อก อาจารย์เกษมสันต์ตอบดีมากครับ ตอบว่าผมขอบพระคุณมากครับที่จะเหมาโฆษณาเพียงผู้เดียว แต่ผมเพิ่งหัดทำธุรกิจ ขอให้หัดทำเถอะ ซื้อไปหมดผมก็ไม่สนุก ที่มานี่หวังจะมาขายโฆษณาเพียงแค่ 1-2 นาที”
ซึ่งทักษิณกล่าวตอบว่าถ้าอย่างนั้นก็แล้วไป แต่มีหุ้นให้ซื้อบ้างไหม อยากร่วมทำธุรกิจด้วย ดร.เกษมสันต์ กล่าวตอบไปว่า พวกผมจดทะเบียนแค่ 2 ล้านบาท ถ้าซื้อไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ก็พอซื้อได้ ทักษิณก็เลยซื้อ 10% ก็ประมาณ 2 แสนกว่าบาท แล้วบอกว่าอย่าใส่ชื่อผม ให้ใส่ชื่อพี่เมียคือบรรพจน์ ดามาพงศ์ บอกว่าไม่อยากให้คนอื่นรูว่าถือหุ้นบริษัททำสื่อ
เจิมศักดิ์กลายเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ เพราะออกรายการทางสื่อโทรทัศน์ และวิทยุเป็นประจำ รายได้ก็เข้ามาเป็นกอบเป็นกำ แถมเมื่อลงสมัครส.ว.ในปี2543ก็ชนะเลือกตั้งได้เป็นส.ว.อีกต่างหาก
แต่แล้วปัญหาก็เริ่มขึ้นเมื่อหม้อข้าวเขาถูกทุบ เมื่อถูกช่อง 9 ยกเลิกสัญญาเช่ารายการทีวี"ขอคิดด้วยคน"ของเจิมศักดิ์ ซึ่งก็น่าจะทำให้เสียผลประโยชน์ก้อนโตเอาการ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงน้ำขึ้นของเจิมศักดิ์ เทียบไปแล้วก็เหมือนสรยุทธ สุทัศนะจินดา ในปัจจุบันยังไงยังงั้น
เรื่องนี้ทำให้เจิมศักดิ์เข้าใจว่า ทักษิณ ซึ่งเวลานั้นเข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ๆคือทักษิณ1น่าจะอยู่เบื้องหลังให้ยกเลิกรายการ เพราะทั้งที่เป็นพวกกัน ถือหุ้นอยู่บริษัทด้วยกัน ช่วยอุดหนุนโฆษณาให้ แต่กลับมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามดร.สรจักร์ เกษมสุวรรณ ผอ.อสมท.ในขณะนั้นได้ออกมาตอบโต้ ระบุว่าเจิมศักดิ์ทำตัวไม่เหมาะสม ผิดสัญญากับทางช่อง 9 เอง จึงจำเป็นต้องยกเลิกสัญญา
อย่างไรก็ตามเจิมศักดิ์ก็ปักใจว่างานนี้ทักษิณเป็นคนเล่นกูแน่ เลยชำระสะสางแม่งสะเลย ด้วยการออกหนังสือชุด"รู้ทันทักษิณ"ออกมาวิพากษ์ทักษิณ และกลายเป็นหนังสือขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพราะทักษิณไปงับเหยื่อกล่าวถึงหนังสือเล่มนี้ในรายการ"นายกฯทักษิณพบประชาชน"และการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน...เท่ากับเหลี่ยมช่วยตีให้ดังไปปริยาย
เจิมศักดิ์จึงนับเป็นคนแรกๆที่ออกมาวิจารณ์ทักษิณ ในช่วงเวลาที่สังคมไทยกำลังฮันนีมูนอยู่กับรัฐบาลทักษิณ 1 แต่ก็ไม่มีน้ำหนักพอที่จะสั่นคลอนโค่นล้มทักษิณได้..แถมทักษิณได้เปิดทางให้สนธิ ลิ้มทองกุล ค่ายผู้จัดการเข้ามาจัดรายการ"เมืองไทยรายสัปดาห์"ทางช่อง9 และสนธิก็ทำหน้าที่เชียร์ทักษิณยกใหญ่ ยกยอปอปั้นให้เป็น"นายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดที่ประเทศไทยเคยมีมา" แล้วก็หันไปสอนสั่งเจิมศักดิ์ที่หลุดจอและหน้าปัทม์วิทยุว่า"ที่ร้องแรกแหกกระเชิงอยู่นั้น เปรียบได้กับ ‘ลูกหมา’ ที่มีนิสัยร้องเสียงดัง"เอ๋งๆ"เมื่อถูกทำให้เจ็บ ซึ่งไม่อาจเทียบได้กับ ‘ลูกเสือ’ เจ็บแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยินเสียงร้อง"
สนธิย้ำอยู่หลายหนเรื่อง "เสือเจ็บไม่ร้อง แต่หมาเจ็บมันร้องดังเอ๋ง!" แต่ก็เหมือนกงเกวียนกำเกวียน เพราะต่อมาไม่นานสนธิก็มีเรื่องขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์กับทักษิณบางกรณี เช่น ขอโทรทัศน์ช่องNEWS1ไม่ได้ ขอให้วิโรจน์ นวลแข เป็นกรรมการผู้จัดการแบงก์กรุงไทยต่อ (เพื่อช่วยเรื่องหนี้ของสนธิ)ไม่ได้ และสนธิก็หลุดจอช่อง9 ต้องไปจัดเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ก่อนจะกลายเป็นพันธมิตร นำไปสู่รัฐประหาร19กันยา49ในเวลาต่อมา
ศัตรูของศัตรูคือมิตร ใครจะว่าพายเรือให้โจรนั่งชั่งหัวมัน
หลังรัฐประหาร19กันยา49 ขณะที่สนธิลำพองในชัยชนะ เจิมศักดิ์ที่เคยถูกด่าเป็นหมูเป็นหมาก็ไม่ถือโทษอะไร เพราะเขาอาจถือคติว่า"ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร" เจิมศักดิ์จึงไปขึ้นเวทีกู้ชาติร่วมกับสนธิตั้งแต่ก่อนการรัฐประหาร และต่อมาก็มามีรายการที่ออกอากาศ เช่น รู้ทันประเทศไทย ทาง ASTV ช่อง NEWS1 ของสนธิ และรายการวิทยุ "พูดตรงใจกับ ดร. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง" ทุกวันเสาร์ เวลา 15.00 - 17.00 น. ทาง F.M. 92.25 ด้วย
ในยุคหลังรัฐประหาร19กันยา ดร.เจิมศักดิ์ ได้รับการตบรางวัลให้เป็นกรรมการ และโฆษกประจำคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.)แน่นอนว่ามีพลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นประธานบอร์ด แต่สุดท้ายบอร์ดชุดนี้ถูกหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์พาดหัวด่าอย่างไม่ไยดีว่าสพรั่งนั้นก็คือ"เหลือบ"หาผลประโยชน์จากรัฐวิสาหกิจเหล่านี้...นี่นับว่าเจิมศักดิ์ไปไกลเกินกว่านักวิชาการที่ลงจากหอคอยงาช้างเพื่อมาช่วยชาวนาให้ขายข้าวได้ราคาดีไปไกลโขจริงๆ
เจิมศักดิ์ยังได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 และมีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ให้ประชาชนลงมติรับร่างฉบับนี้ โดยชูคำขวัญว่า"รับไปก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง" โดยเขาชี้อยู่หลายครั้งว่า“ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐธรรมนูญฉบับใดที่ให้ประชาชนเสนอแก้ไขได้ แต่ครั้งนี้ให้ประชาชนเข้าชื่อ 50,000 ชื่อเสนอได้ ทำให้ประชาชนไม่ใช่ผู้นั่งดูการเมืองอีกต่อไป ”
อย่างไรก็ตามภายหลังรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านเพราะคนหลงเชื่อว่า"รับๆไปก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง แก้ก็ง่ายเข้าชื่อกันแค่5หมื่นชื่อ"แบบที่เจิมศักดิ์เคยว่าไว้ มาในเวลานี้เมื่อมีความเคลื่อนไหวจะแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตย สลัดคราบไคลเผด็จการทิ้งไป เจิมศักดิ์ก็ไปเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์แนวหน้า เรื่อง"ทุกข์ของประเทศไทย"ชักแม่น้ำทั้งห้า ในแบบเดียวกับสนธิแอนด์เดอะแก๊งค์ว่า "ปรากฏหลักฐานทำให้เชื่อได้ว่า มีกระบวนการจ้องทำลายสถาบันสูงสุด ที่คนไทยเคารพรัก โดยมีการปล่อยข่าว การแสดงออกถึงความไม่เคารพ และถึงขั้นโจมตี ใส่ร้าย ซึ่งหากประมวลเอกสารหลักฐานจากบุคคลหลายบุคคลที่ได้มีพฤติการณ์ร่วมในลักษณะหมิ่นเหม่่ จาบจ้วง ในช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกันนี้"
จากแต่ก่อนที่ต้านรัฐประหารอย่างแรง อย่างที่ผมบอกไปในตอนต้น มาในยุครัฐบาลสมัคร -สมชายนี่นะ ที่เหี้ยเหลืองมีการประท้วงกัน เจิมศักดิ์นี่ไปคนละคนเลย คือหากมีรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลสมัคร-สมชายที่ชาวบ้านเลือกมาก็ถือว่าเป็นเรืองสุดวิสัย
ทุกวันนี้จารย์เจิมมีความสุขดี แกส่งลูกมือคือไอ้แม็คปากเบี้ยวไปเป็นรองผอ.ข่าวTPBSอยู่ สารคดีอะไรที่ออกแนวๆเหี้ยมม.ม้าหายนี่ว่ากันว่า แกสั่งไอ้แม็คที่เป็นนอมินีทำ....
แกนี่เมพขิงๆว่ามั๊ยสัดด
บทความในซีรีส์ชุดนี้
-ตอน1:ค่ายเนชั่นข้อตกลงกับปีศาจ เบื้องหลังโชคมหาศาล มันคืออาชญากรรม
-ตอน2:จากไดโนเสาร์กลายพันธุ์มาเป็นเหี้ย
-ตอน3:ลิ้มนักแบล็กเมล์เจอแบล็กลิสต์ เจาะลึกสำราญ รอดเพชร
-ตอน4:สมาคมสื่อโจร พวกมึงแหละตัวดีที่ต้องหยุดทำร้ายประเทศไทย
-ตอน5:ขุดประจานแก๊งเด็กนรกเนชั่น จอมขวัญ ธีระ กนก สรยุทธ
--ตอน6:ชื่อของนก นามของไม้ ศักดิ์ศรีของคนชายคามติชน
-(ตอน7):เปลว สีเงินปฏิบัติการแค้นฝังเหลี่ยม