วันจันทร์, ธันวาคม 22, 2551

บทความ: คุณธรรมไม่กลับ คนไทยจะหลับไม่ตื่น

โดย ใหญ่ บางซื่อ
๑๘ ธ.ค. ๒๕๕๑

ความสับสนเรื่องคุณธรรม กำลังสร้างความขัดแย้ง ความอ่อนแอให้เกิดขึ้นในสังคมไทย จนน่ากลัวอันตราย

กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าพันธมิตรฯที่แกนนำเป็นคนมีความน่าเชื่อถือต่ำ แต่มีวาทะเป็นอาวุธผ่านทางตรงและผ่านสื่อ เที่ยวละลานทุกคนที่ขัดใจ ทั้งก้าวไกลไปยึดที่สาธารณะ สร้างความเดือนร้อนไปทั่วจนถูกข้อหาขบถ และก่อการร้าย แต่คนจำนวนมากว่าเป็นการทำดีทำถูก คนกลุ่มนี้อธิบายว่าที่ทำเช่นนั้นต้องการให้รัฐบาลที่มาตามรัฐธรรมนูญต้องออกไป เพราะเป็นพวกอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งคือ ฯพณฯทักษิณ ที่ถูกกล่าวหาว่าทำไม่ดี และต้องการพรรคพวกตัวเอง คือ พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลแทน

เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งตามกฎหมาย ไปจัดการกับผู้ทำความเดือดร้อนดังกล่าว ต้องถูกกล่าวหาว่าทำความผิดจนไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้

พฤติการณ์ศาลเตี้ยผิดกฎหมายที่คนกลุ่มนี้ทำ และยังลอยนวลอยู่ได้ เพราะมีมือที่มองไม่เห็นให้การคุ้มครอง นัยว่าให้เป็นแนวร่วมนอกสภาฯช่วยกันทำให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลให้ได้ จนหลายคนเรียกว่าเป็นการปฏิวัติเงียบสืบเนื่องจากการปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๙ กย. ๒๕๔๙

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ความวิปริตทางคุณธรรมนี้จึงเป็นการกระทำของกลุ่มเผด็จการไร้คุณธรรมดำเนินการเพื่อให้ได้อำนาจรัฐที่เป็นอันตรายที่สุด ถ้าเหตุการณ์นี้ไม่มีการแก้ไข ไม่มีการนำผู้ผิดมาลงโทษ จะไม่ทราบว่าจะสอนคุณธรรมกันอย่างไร สังคมไทยจะอยู่ได้อย่างไร ยากจะเดา

ไม่คาดคิดว่าคนไทยนับถือพุทธศาสนาอยู่กว่าร้อยละเก้าสิบ จะเข้าไม่ถึงหลักธรรมกันได้มากถึงเพียงนี้ ไม่รู้ หรือไม่เคยถูกฝึกฝนกันบ้างหรืออย่างไร จึงได้หลงผิดกันถึงเพียงนี้

พระพุทธเจ้าได้สอนคุณธรรมให้ชาวโลกมากว่าสองพันห้าร้อยห้าสิบปี ท่านสอนเรื่องอนัตตา อย่าถือตนเป็นไปใญ่ อย่าเห็นแก่ตัว ด้วยการสละความเป็นเจ้าชายออกบวชสละความเป็นตัวตนแสดงให้เห็นความเท่าเทียมกันของมนุษย์

ทรงบัญญัติศีลขึ้นเพื่อให้มนุษย์เคารพซึ่งกันและกัน ไม่ทำร้ายกัน ทำให้มนุษย์เห็นคุณค่าในการเท่าเทียมกันของมนุษย์

ทรงมีปัจฉิมโอวาทให้สาวกทำประโยชน์แก่คนหมู่มาก เพื่อทำให้ทุกคนคิดถึงคนอื่น ประโยชน์ของคนอื่นหรือส่วนรวมมากกว่าของตัวเอง ทรงบัญญัติธรรม เพื่อให้มนุษย์ไม่เห็นแก่ตัว ทำความดีด้วยการทำประโยชน์ต่อผู้อื่น หรือ ต่อส่วนรวม

บัญญัติของพระพุทธเจ้า ได้กลายเป็นปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เพื่อที่มนุษย์โลกจะได้อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข

ทั้งบัญญัติของพระองค์ยังได้กลายเป็นหลักพื้นฐานของมาตรวัดคุณธรรมของนักวิชาการทางสังคมศาสตร์เป็นจำนวนมากทั้งไทยและเทศ

คุณธรรมดังกล่าวนี้ เป็นรากฐานสำคัญสำหรับทุกคน เพื่อให้มีการดำเนินชีวิต และการทำการงาน การทำหน้าที่ได้อย่างเที่ยงตรง เป็นสัมมาชีพ (หากต้องการให้มีคุณธรรม ควรสร้างประโยชน์แก่คนหมู่มาก) ไม่ให้ประกอบมิจฉาชีพอย่างที่ปรากฎดาษดื่นอยู่ทุกวันนี้

จึงเป็นเรื่องที่น่าอับอายเป็นที่สุดที่สังคมไทยอันได้ชื่อว่าเป็นสังคมพุทธ ได้มีความวิปริตทางคุณธรรมโดยเฉพาะในบุคคลชั้นนำ ที่ไม่เข้าใจ ไม่ปฏิบัติตามธรรมะของพุทธองค์มากมายเช่นนี้

ไม่เพียงกลุ่มพันธมิตรฯ และผู้คุ้มครองอยู่ข้างหลังเท่านั้น แต่ยังมีแนวร่วมอีกหลายกลุ่มที่มีพฤติการด้อยหรือไร้คุณธรรม ดังตัวอย่างต่อไปนี้

แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จำนวนหนึ่งเสนอรัฐบาลฯณฯนายกทักษิณ ให้ทำระบบประกันสุขภาพในแบบของรัฐสวัสดิการเฉกเช่นอาระประเทศทั้งหลายในรูปของสามสิบบาทรักษาทุกโรค เมื่อทำได้ผลจนประชาชนมีความสุขกันทั่วหน้า แต่ทำให้รายได้ของแพทย์ และบุคลากรฯลดลง ถ้าแพทย์และบุคลากรฯกลุ่มใดโกรธรัฐบาลด้วยเหตุนี้ แล้วเข้าไปหนุนพันธมิตร แสดงว่าคนกลุ่มนี้คิดได้แต่ประโยชน์ตน ไม่สนใจประโยชน์ของคนหมู่มาก ถือเป็นกลุ่มด้อยหรือไร้คุณธรรม

เมื่อรัฐบาลจัดโครงการกองทุนหมู่บ้าน เพื่อช่วยให้ผู้ยากไร้ได้เข้าถึงทุนสำหรับทำให้กิจการเริ่มได้ อยู่ได้ และก้าวหน้า มีผลทำให้เกิดผู้เสียผลประโยชน์ เช่น นายทุนเงินกู้ ธนาคาร หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ถ้าบุคคลกลุ่มนี้บางคน ไม่พอใจที่เสียผลประโยชน์ตนด้วยเหตุนี้ แสดงว่าเห็นแก่ตัว ไม่คิดถึงประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ที่ด้อยโอกาสว่า และให้การสนับสนุนพันธมิตรฯ แสดงว่าเป็น ผู้ด้อยหรือไร้คุณธรรม

รัฐบาลจัดทำโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์หรือOTOP เพื่อสอนให้ชุมชนผลิตสินค้ามีคุณภาพ และการจัดการคุณภาพเพื่อพัฒนาอย่างมั่นคงให้กิจการ ไม่เป็นตุ๊กตาล้มลุก สร้างสูญเสียเหมือนแต่ก่อน ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ลืมตาอ้าปากได้

ถ้านักธุรกิจ หรือ นายทุนเก่าบางคน ไม่พอใจเพราะเสียผลประโยชน์ตนเพราะการนี้ แสดงว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว คิดแต่ประโยชน์ตนเท่านั้น ไม่คิดถึงคนหมู่มาก และสนับสนุนพันธมิตรฯ ย่อมเป็นคนด้อยหรือไร้คุณธรรม

รัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องราคายาง ได้สำเร็จ ทำให้ผู้ปลูกยางลืมตาอ้าปากได้ ทำให้นายทุน นักธุรกิจ และนักการเมืองจำนวนหนึ่งที่หากินบนหลังชาวสวนยางมาเป็นเวลานาน ไม่พอใจ แสดงยืนยันความเห็นแก่ตัวชัดเจนมากขึ้น และหนุนพันธมิตรฯ ไม่สงสัยว่าเป็นผู้ไร้คุณธรรม

รัฐบาลได้ปราบปรามยาเสพติดจริงจัง และได้ผล ทำให้ประชาชน ครอบครัวมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพซึ่งทราบว่าโจรในเครื่องแบบจำนวนหนึ่งเป็นหัวโจก ทั้งมีอำมาตย์หนุนหลัง ไม่พอใจ ย่อมเป็นการยืนยันความเป็นคนเห็นแก่ตัว และหนุนพันธมิตร ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ไร้คุณธรรม

โดยสรุป จะเห็นได้ว่า รัฐบาลฯพณฯทักษิณ ได้แก้ปัญหาและพัฒนาชาวรากหญ้า
  • ให้พ้นภัยยาเสพติดและภัยเกี่ยวเนื่อง

  • ให้พ้นการเจ็บไข้ได้ป่วย

  • ให้พ้นความไม่รู้ด้วยการเรียนรู้จากการทำงานจริง และ

  • ให้พ้นความยากจน จนทำให้ชาวรากหญ้ามีความเข้มแข็ง เป็นรากแก้วขึ้นอย่างชัดเจน

ทั้งหมดนี้ ทำใหได้ใจของชาวรากหญ้าเลือกพรรคไทยรักไทยอย่างท่วมท้น และผูกพันจนถึงทุกวันนี้ แต่ถูกพวกวิปริตทางธรรมให้ร้ายว่า ขาดคุณธรรม(ไม่ทราบว่าถึงยุคถิ่นกาขาว-คนชั่วหาว่าเป็นคนดี คนดีหาว่าเป็นคนเลว ตามคำทำนายของสมเด็จพระพุทธาจารย์โต หรือไม่ จะถึงคราวหายนะ หรือไม่)

สำหรับตัวอย่างในการดำเนินงานทั่วไป นอกเหนือจากเพื่อประโยชน์ชาวรากหญ้า ของรัฐบาลฯพณฯทักษิณที่เป้าหมายของการให้ร้าย เช่น รัฐบาลทำหวยบนดินเพื่อแก้ปัญหาล๊อตเตอรีขายเกินราคาไปพร้อมกับปราบกลุ่มหวยเถื่อน ซึ่งทราบว่าโจรในเครื่องแบบมีเอี่ยวเป็นส่วนใหญ่ให้หมดไป ทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มจากความเขลา และความบันเทิงจนสามารถนำไปสนับการศึกษาและกิจการอื่นๆเพื่อทำให้คนฉลาดขึ้น

แม้จะเป็นแนวทางที่นานาอารยะประเทศทำกันได้ผลโดยทั่วไป แต่ทำให้มิจฉาชีพหวยใต้ดินจำนวนหนึ่งหรือทั้งหมดไม่พอใจ เพราะไปขัดผลประโยชน์ส่วนตัวซึ่งมีความเห็นแก่ตัวเป็นทุนเดิมทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว เห็นแก่ตัวมากขึ้นด้วยการสนับสนุนพันธมิตรฯ

นักวิชาการด้อยคุณภาพจำนวนหนึ่งที่รู้ไม่จริง เข้าไม่ถึงความรู้ที่ปฏิบัติได้ แต่ต้องการมีอำนาจ ต้องการผลประโยชน์ และมีอุดมการณ์แอบแฝง ขาดจรรยาวิชาชีพ เมื่อรัฐบาลที่ทำประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อ ไม่เรียกใช้ หรือ ขัดผลประโยชน์ จึงไม่ชอบ ได้ช่วยกันใส่ร้ายต่างๆนานา และเข้าไปสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯ ถือว่าเป็นผู้ขาดคุณธรรม

ข้าราชการ และนักวิสาหกิจจำนวนหนึ่ง ขาดวิจารณญาน ขาดโยนิโสมนัสสิการ เห็นแก่หมู่พวก กตัญญูต่อคนไม่ดีที่ให้ประโยชน์ส่วนตัว หลายคนทุจริตคดโกงกันยาวนาน แต่ได้รับผลกระทบกับการบริหารคุณภาพของฯพณฯทักษิณ ทุจริตยากขึ้น จงไม่พอใจ และให้การสนับสนุนพันธมิตรฯ คนกลุ่มนี้น่าละอายที่สุดที่คดโกงกันมานานแต่ไม่รู้สำนึก ไร้คุณธรรม และมีไม่น้อยที่หนุนพันธมิตรฯ

นักธุรกิจ นายทุนขุนศึกเก่าจำนวนหนึ่ง ที่หากินจากอภิสิทธิ์การประมูล และสัมปทาน ร่ำรวยกันเป็นเวลานาน แต่มีผลกระทบจากความคิดในการบริหารแนวใหม่ที่ให้ความเป็นธรรมกับผู้มีความสามารถมากขึ้น ทำให้เสียผลประโยชน์ส่วนตัว เป็นผู้ไร้คุณธรรม และจำนวนไม่น้อยหนุนกลุ่มพันธมิตรฯ

ขุนทหารจำนวนหนึ่ง ไม่รู้จักหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยจากข้าศึกภายนอก กลับเข้ามายึดอำนาจการปกครองที่อำนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชนซึ่งเป็นนายเสียเอง เป็นการกระทำที่ขัดกับวินัยของทหารและผิดหน้าที่อย่างร้ายแรงและอัปยศทึ่สุด ข้อหาการกระทำต้องโทษประหารชีวิต ถือเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวและพวกพ้อง โดยเฉพาะเมื่อทำกับฯพณฯทักษิณ ที่ทำผลงานมหาศาลให้กับประเทศ ทั้งมีหลายคนสนับพันธมิตรฯด้วย ถือเป็นกลุ่มที่ไร้คุณธรรม

สื่อสารมวลชนไร้จรรยาบรรณจำนวนมาก เข้าไปมีผลประโยชน์ทางธุรกิจและการเมือง เข้าไปสนับสนุนพันธมิตรฯและกลุ่มผลประโยชน์ที่ไม่ชอบธรรมหลายกลุ่มที่กล่าวมา สร้างสับสนวุ่นวายด้วยการเสี้ยมบุคคลหรือกลุ่มบุคคลให้ขัดแย้งกัน และมุ่งให้ร้าย ทำลาย ฯพณฯทักษิณ อย่างน่าละอาย เป็นกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องคุณธรรมมาก เพราะเห็นแต่ประโยชน์ของตนเอง และพวกพ้อง สังคมส่วนใหญ่เลวร้ายอย่างไรไม่สนใจ ขอให้พวกตนเองได้ประโยชน์เป็นพอ

ยังมีอีกหลายกลุ่มที่มีความวิปริตและให้ความช่วยเหลือกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ

พรรคประชาธิปัตย์ที่หลังยุคฯพณฯเสนีย์ ปราโมช แล้ว ตกต่ำมาตลอด เพราะสมาชิกจำนวนมากมีประวัติทุจริตคิดมิชอบ ไม่ว่าจะเรื่องทุจริตการเลือกตั้ง ไม่ศรัทธาประชาธิปไตยชอบเชิญคนนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีจนมีผลประโยชน์ตอบแทนกัน การทุจริตเรื่องที่ดิน เรื่องถมดิน เรื่องยางพารา ฯลฯ

แต่ที่ร้ายแรงเมื่อเอาประเทศไปจำนองเพื่อกู้เงินIMFซึ่งบังคับให้ต้องออกกฎหมายหลายฉบับเพื่อปรับและรอนสิทธิ์คนไทยหลายประการ และการทุจริตกรณี ปรส.ไม่น้อยกว่าหกแสนล้านบาททำให้เกิดประโยชน์ร่วมกับหลายฝ่ายที่กล่าวมาแล้ว

เมื่อแพ้เลือกตั้งแก่พรรคไทยรักไทย แม้ไทยรักไทยทำงานได้ผลดี แต่พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านทุกกรณี หยามว่าทำให้ไม่ได้ สามสิบบาทไม่ใช่รักษาทุกโรค แต่ตายทุกโรค

ครั้นเมื่อทำได้ผล กลับกล่าวหาเป็นนโยบายประชานิยม ไม่พอเพียง(ชี้นำไปในทางไม่จงรักษ์ภักดี) และเป็นการซื้อเสียง และเมื่อมีการยุบสภาฯได้เชิญชวนให้ทหารมาทำการปฏิวัติจนกลายเป็นพวกเดียวกันกับทหารบางคนบางกลุ่ม

หลังมีรัฐธรรมนูญฯปี ๒๕๕๐ มีการเลือกตั้งแข่งกับหลายพรรค ร่วมทั้งพรรค พลังประชาชนที่ตั้งขึ้นหลังพรรคไทยรักไทยถูกยุบ พรรคประชาธิปัตย์ได้ลอกนโยบายประชานิยมไปหาเสียง ทั้งๆที่เคยประนามเขามาก่อน แต่ก็แพ้เลือกตั้งทั้งๆที่มีทหารนอกแถวช่วยเหลือ

และเมื่อแพ้เลือกตั้งแก่พรรคพลังประชาชน ได้ทำทุกทางที่รัฐธรรมนุญให้อำนาจ และนอกอำนาจโดยเฉพาะพวกพันธมิตรฯ(ถือเป็นยอดภูมิเข้าน้ำแข็งที่อยู่เหนือน้ำของกลุ่ม)ที่กลุ่มที่กล่าวมาให้การสนับสนุน

พรรคประชาธิปัตย์ที่:-
  • มีการคุ้มครองโดยผู้มีบารมีที่แอบอิงพระราชอำนาจมาหาประโยชน์ให้พรรคพวกตัวเอง(ไร้คุณธรรม)

  • มีการช่วยเหลือจากเจ้านายชั้นสูงที่หลงผิดและถูกข่มขู่จนต้องกระทำมิชอบ

  • มีการสร้างความชอบธรรมด้วยตุลาการไร้จรรยาวิชาชีพ

  • มีการวางแผนทำลายล้างโดยอดีตข้าราชการ และเอกชนจำนวนหนึ่ง

จนทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อใช้อำนาจรัฐในกรอบงบประมาณ ประมาณ สองล้านล้านบาท ในการประชุมสภาฯเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ที่ผ่านมา

ทั้งหมดนี้ เป็นกระบวนการนอกกฎหมาย ไร้คุณธรรมอย่างชัดเจนเพื่อให้ได้อำนาจรัฐที่ยากอย่างที่สุดที่ไว้วางใจได้ เพราะบุคคลและกลุ่มบุคคลที่กล่าวมา คิดแค่ประโยชน์ตน และพวกตนเท่านั้น ไม่เคยนึกถึงคนส่วนใหญ่ของประเทศ การกระทำของเขากับประเทศไทย เท่ากับเผาป่าเพื่อจับหมาตัวเดียว บ้านเมืองจะพินาศฉิบหาย อัปยศเพียงไร ไม่สนใจ ขอเพียงให้ได้อำนาจรัฐทั้งที่มีเสียงน้อยกว่ามาก

ทราบว่าครั้งหลังสุดพรรคประชาธิปัตย์และพรรคพวก ต้องทุ่มสุดตัวเพื่อเป็นรัฐบาลใช้อำนาจรัฐให้ได้ เพราะการกระทำของพรรคพวกของตนคือพันธมิตรฯ ไม่เพียงต้องข้อหาอาญาขบถ และ ก่อการร้าย เท่านั้น หากแต่การเข้าไปยึดสร้างความเสียหายให้กับทำเนียบรัฐบาล และสนามบินทั้งสองแห่ง(อาจรวมสนามบินอื่นๆที่เคยไปปิด)กำลังถึงฟ้องแพ่งเรียกค่าเสี่ยหายในวงเงินมหาศาล ทั้งจากภาครัฐและเอกชน และจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ อีกด้วย

หากไม่ได้เป็นรัฐบาล แกนนำพันธมิตรฯ ไม่เพียงต้องโทษหนักเท่านั้น หากแต่ต้องล้มละลายด้วยค่าปรับมหาศาลนี้ ถ้าได้เป็นรัฐบาลแล้วจะสามารถ
  • คุ้มครองพรรคพวกดังกล่าวในคดีอาญา

  • เอาเงินงบประมาณที่มาจากภาษีอากรของราษฎร์ไปใช้ค่าเสียหายกับพรรคพวก และหากไม่พอ อาจต้องกู้จากต่างประเทศให้เป็นภาระแก่ประชาชน ไม่มีที่สิ้นสุด

จากชื่อเรื่องที่ตั้งไว้ คุณธรรมไม่กลับ คนไทยจะหลับไม่ตื่น เดิมมีความหวังว่าคุณธรรมจะกลับมาง่ายเพราะมีความชอบธรรมในการใช้อำนาจรัฐ และคนส่วนใหญ่ยังมีคุณธรรม คนไทยจะรอดจากหายนะได้

แต่ครั้งนี้ความกังวลมีเพิ่มขึ้นสูงยิ่ง เพราะรัฐบาลอภิสิทธิ์ เป็นรัฐที่ไม่รู้จักคุณธรรม แต่สามารถใข้อำนาจรัฐในวงเงินมหาศาลดังกล่าวแล้ว เข้าทำนองมีอำนาจสูงสุด จะโกงได้มากที่สุดบทเรียนในอดีตเรื่องปรส.ยังหลอกหลอนไม่ทันจบ กลับได้โอกาสสร้างความอัปยศอีกเสียแล้ว

รัฐบาลนี้มีความน่ากลัวมาก ไม่สนใจเสียงข้างมาก เป็นพวกอำนาจนิยม ทำงานไม่เป็นไม่สามารถสร้างคุณค่าจนได้รับความนิยมได้เสียงข้างมาก คนกลุ่มถือว่าเป็นพวกมารเผด็จการ ที่มีการจัดตั้งเป็นระบบมาก โดย
  • อาศัยความไม่อายที่จะทำผิดต่อคนหมู่มากเป็นที่ตั้ง มีพรรคประชาธิปัตย์ทำงานในสภาฯ และหาทางเข้าใช้อำนาจรัฐ

  • มีพันธมิตรฯทำตัวเป็นอันธพาลนอกสภาฯทำผิดกฎหมายอย่างไรก็มีมือที่มองไม่เห็น(ที่แอบสร้างอิทธิพลคุมอำนาจอธิปไตยทั้งสามอำนาจ)

  • อาศัยทหารนอกแถวคอยคุมด้านกำลัง

  • อาศัยกลุ่มบุคคลที่กล่าวมาให้การสนับสนุนทั้งทางทุนทรัพย์ กำลังกาย และปัญญา

  • เป้าหมายต้องคุมอำนาจรัฐให้ได้ และทำได้แล้ว

เพื่อคลายความกังวล และป้องกันคนไทยหลับไม่ตื่น จึงเชิญชวนผู้มีใจเป็นธรรม และมีคุณธรรม ช่วยกันดังนี้
  • พรรคและประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ต้องตระหนักว่ากำลังต่อสู้กับมารกลุ่มใหญ่มาก ทั้งมีการจัดตั้งที่ดี ไม่ง่ายที่จะเอาชนะ จึงต้องเรียนรู้ และมีการจัดตั้งที่ดีในทำนองเดียวกัน จึงจะมีความหวัง

  • เมื่อจัดตั้งดีแล้ว จะต้องวางแผน และดำเนินการตามแผนอย่างมุ่งมั่น และไม่แตกแถว

  • จากนั้นให้ทำทุกทางให้รัฐบาลอภิสิทธิ์มีอายุสั้นที่สุด ยิ่งอยู่นาน ยิ่งจะพาเราหายนะ เพราะรัฐบาลนี้ เป็นรัฐบาลที่ได้มาจากการขบถ ก่อการร้าย ไร้คุณธรรม คิดและทำงานไม่เป็น ได้แต่ลอกนโยบายประชานิยมที่ตนเองเคยประนามมาทั้งหมดอย่างไม่ละอาย เป็นยุคของทรราชครองเมือง โดยแท้

  • ต้องช่วยกันเร่งรัดให้มีการเอาผิดทั้งอาญาและแพ่งแก่กลุ่มพันธมิตรโดยเร็ว

  • ต้องช่วยกันตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษไม่ให้รัฐบาลเอางบประมาณไปช่วยกลุ่มพันธมิตรฯไม่ว่ากรณีใดๆ

  • ต้องช่วยกันติดตามอย่างเข้มงวดจากต้นทางจนถึงปลายทางในการใช้เงิน ไม่ให้มีการทุจริตคดโกงได้ในหมู่นักการเมือง ข้าราชการ และภาคเอกชนที่ขาดคุณธรรม

  • ต้องช่วยกันเชิดชูคนดีให้ได้เป็นใหญ่ หรือกลับมาเป็นใหญ่ และกันอย่าให้คนไม่ดี คนไร้คุณธรรม อย่าให้เป็นใหญ่ได้ ทำให้ได้ตามพระราชดำรัส

  • ต้องช่วยกันในทุกทางในการสร้างความเป็นธรรมในสังคม ทำให้สังคมปฏิบัติต่อกันด้วยมาตรฐานเดียวกัน

  • ต้องเสริมกำลังใจให้ทุกคนไม่ท้อถอย จึงยึดมั่นในคุณงามความดี มีคุณธรรม ทำสัมมาชีพ โดยเฉพาะข้าราชการขอให้ทำในหน้าที่ ไม่ทำในสิ่งไม่ใช่หน้าที่

  • ต้องช่วยกันภวนาให้ผู้ที่หลงผิดได้ใช้ปัญญา กลับตัวให้ได้ และทำให้คนไทยมีพวกเดียว คือผู้มีคุณธรรม ผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้ผิดกฎหมายจะต้องถูกรอนสิทธิ์ ไม่ใช่อภิสิทธิ์

ถ้าทำได้ คุณธรรมจะกลับมา และคนไทยจะหลับและตื่นอย่างเป็นสุข สมกับเป็นสังคมชาวพุทธอย่างแท้จริงได้ ต่อไป.