วันศุกร์, ตุลาคม 17, 2008

สมาพันธ์ปชต.ประนามอานันท์ชื่นชมผู้ก่อการร้ายพธม.คาร์บอมบ์


ที่มา ประชาไท
17 ตุลาคม 2551

การที่นายอานันท์ ปันยารชุนแสดงความชื่นชมต่อการกระทำของ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรีอย่างออกนอกหน้านั้น เท่ากับว่านายอานันท์ ปันยารชุนเห็นด้วยกับการกระทำของ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรีนั่นเอง สมาพันธ์ประชาธิปไตยขอประนามและคัดค้าน “คาร์บอมบ์” ดังกล่าว และไม่ว่าจะมีจุดมุ่งหมายในการประหัตประหาร รถโดยสาร สส.สว.เจ้าหน้าที่รัฐสภาที่จะต้องเคลื่อนผ่านจุดนั้นหรือไม่ก็ตาม “คาร์บอมบ์” หรือก่อการร้ายโดยซุกระเบิดในรถยนต์จำนวนมากเพื่อให้ระเบิดทำลายเป้าหมายที่ต้องการในเมือง รวมถึงการก่อวินาศกรรมทุกรูปแบบ ก็ต้องเป็นสิ่งที่ถูกประนามคัดค้าน และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ไม่ใช่การแสดงออกที่สนับสนุน



แถลงการณ์สมาพันธ์ประชาธิปไตย
คัดค้านการรัฐประหารทุกรูปแบบ คัดค้านการก่อการร้ายและการก่อวินาศกรรมในเมือง


เหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 เกิดขึ้น เริ่มจากความจงใจของ พลตรี จำลอง ศรีเมืองที่อ้างเหตุไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อออกไปให้ตำรวจจับกุมตามกฏหมายไม่เช่นนั้นตำรวจก็จะมีความผิดตามมาตรา 157 ของป.อ. เพื่อปลุกระดมให้พันธมิตรฯ เข้ามาชุนนุมในทำเนียบให้มากขึ้นซึ่งก็สมดังประสงค์ เมื่อจำนวนคนมากพอพันธมิตรฯ ก็เคลื่อนพลปิดล้อมรัฐสภาอย่างแน่นหนาทุกด้าน พร้อมบังเกอร์ลวดหนามยางรถยนต์ราดน้ำมัน มุ่งมั่นที่จะให้ตำรวจใช้กำลังเปิดทางให้สมาชิกรัฐสภาและเจ้าหน้าที่เข้าทำงานอย่างจงใจเจตนา

เท่ากับกระทำการ “ใช้กำลังประทุษร้าย หรือจงใจที่จะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ (เปิดประชุมรัฐสภาไม่ได้) ล้มล้างอำนาจบริหาร (แถลงนโยบายไม่ได้ตามมาตรา176 รัฐธรรมนูญ2550) หรือจงใจให้ใช้อำนาจดังกล่าวไม่ได้” ซึ่งมีความผิดเข้าข่ายเป็นกบฏตาม ป.อ.มาตรา 113 เลยทีเดียว 7 ตุลาคม 2551 จึงเป็นความตั้งใจในการก่อให้เกิดการกระทำที่เข้าข่าย “กบฏ” ชัดเจน

นอกจากนี้จะเห็นได้ชัด แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะใช้แก๊สน้ำตา แต่พันธมิตรฯ ก็ใช้ปืนยิงตำรวจที่หน้ารัฐสภา ยิงปืนเข้าไปในห้องรองประธานวุฒิสภา ขว้างระเบิดเพลิงเข้าไปในกระทรวงศึกษาธิการ ใช้ไม้ปลายแหลมแทงตำรวจทะลุชายโครงด้านขวา ใช้ท่อนเหล็กตีรอง ผบ.ตชด สาหัส ใช้รถพุ่งชน รอง สวป. สน.เตาปูน แล้วถอยรถมาทับซ้ำทำให้ตำรวจต้องใช้ปืนเล็งเพื่อเตรียมยิงยางรถ

ที่สำคัญคือ รถจิ๊ปเชอโรกีของพันธมิตรฯ สายกองทัพธรรม ภายหลังเคลื่อนย้ายที่จอดสามหนแล้วมาจอดที่หน้าพรรคชาติไทย ได้บรรจุระเบิดจำนวนมาก แล้ว พ.ต.ท.นอกราชการ เมธี ชาติมนตรี ในขณะที่ก้าวเข้าไปในรถ (ที่ไม่ใช่ของตน) เกิดระเบิด (ซึ่งได้ฉีกร่างของเขาและเศษส่วนเนื้อสมองได้พุ่งตรงดิ่งไปคาบนยอดใบไม้เหนือร่างเขา) ขึ้นแล้วระเบิดในรถจิ๊ปอีกครั้ง จากนั้นก็จุดระเบิดถังแก๊สของรถอีก ทั้งหมดนี้น่าจะเข้าข่าย “คาร์บอมบ์” ชัดเจน ซึ่งก็คือ “การก่อการร้ายในเมือง” ชนิดหนึ่งนั่นเอง และหากว่า รถโดยสารที่บรรทุก สส.สว.เจ้าหน้าที่หนีการปิดล้อมของพันธมิตรฯ ออกจากรัฐสภาซึ่งต้องเคลื่อนผ่านข้างๆ รถจิ๊ปเชอโรกีดังกล่าวในจังหวะที่คาร์บอมบ์ถูกกดระเบิดด้วยรีโมทคอนโทร ผู้ที่เสียชีวิตก็คงไม่ใช่ คุณเมธี ชาติมนตรีแต่คงจะเป็น สส. สว. เจ้าหน้าที่รัฐสภาแทน

การกระทำทั้งหมดของพันธมิตรฯ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2551ดังกล่าวข้างต้นเข้าข่ายมีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพุทธศักราช 2550 (ที่ออกโดยรัฐบาลรัฐประหารเอง) มาตรา 4 ที่ระบุไว้ว่า เป็นการกระทำที่เป็นการ “ก่อวินาศกรรม”

ในขณะที่การสืบสวนสอบสวนรายละเอียดกำลังดำเนินไปอย่างเคร่งครัดโดยยังไม่มีข้อสรุปออกมา ปรากฏว่า มีผู้ที่เสนอให้ทหารทำการรัฐประหาร หรือเสนอรัฐบาลแห่งชาติ รัฐบาลเฉพาะกิจเฉพาะกาล ซึ่งก็คือการทำรัฐประหารในอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อแก้ไขสถานการณ์ปัจจุบันอย่างน้อยสองท่านคือนายแพทย์ประเวศ วะสี และพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ

สมาพันธ์ประชาธิปไตยขอคัดค้านและต่อต้านข้อเสนอของทั้งสองท่านอย่างเด็ดเดี่ยว เพราะรัฐประหารไม่ใช่ทางออกอย่างแน่นอน แต่จะนำไปสู่ความพินาศวอดวายที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ ประชาธิปไตยมีคำตอบเสมอโดยไม่ต้องรัฐประหาร ผู้ที่เสนอเช่นนี้ดูผิวเผินอาจจะเป็นผู้ปรารถนาดีต่อประเทศ แต่แก่นแท้แล้วคือผู้ที่ปรารถนาร้ายต่อประเทศและประชาชน และสะท้อนให้เห็นจิตวิญญาณอำนาจนิยมของท่าน

ส่วนการที่นายอานันท์ ปันยารชุนแสดงความชื่นชมต่อการกระทำของ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรีอย่างออกนอกหน้านั้น เท่ากับว่านายอานันท์ ปันยารชุนเห็นด้วยกับการกระทำของ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรีนั่นเอง สมาพันธ์ประชาธิปไตยขอประนามและคัดค้าน “คาร์บอมบ์” ดังกล่าว และไม่ว่าจะมีจุดมุ่งหมายในการประหัตประหาร รถโดยสาร สส.สว.เจ้าหน้าที่รัฐสภาที่จะต้องเคลื่อนผ่านจุดนั้นหรือไม่ก็ตาม “คาร์บอมบ์” หรือก่อการร้ายโดยซุกระเบิดในรถยนต์จำนวนมากเพื่อให้ระเบิดทำลายเป้าหมายที่ต้องการในเมือง รวมถึงการก่อวินาศกรรมทุกรูปแบบ ก็ต้องเป็นสิ่งที่ถูกประนามคัดค้าน และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ไม่ใช่การแสดงออกที่สนับสนุนเช่นนี้

สมาพันธ์ประชาธิปไตย
15 ตุลาคม 2551