ก่อนถึงวันวินาศ
โดย คุณพญาไม้
ที่มา เวบไซต์ บางกอกทูเดย์
10 พฤษภาคม 2551
ไม่มีการเมืองที่ไหนๆ ในโลก ที่ไม่เหมือนกัน
ในที่สุด กาลเวลาจะพาการเมืองไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าในระบบระบอบไหน หวาดหวั่นเกรงกลัวกันเหลือหลายว่า คอมมิวนิสต์จะแบ่งแยกและเอาชนะได้ในโลก ถึงวันนี้คอมมิวนิสต์ก็กลับกลาย อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยแบบคอมมิวนิสต์ หัวหน้าใหญ่ทั้งรัสเซีย ทั้งจีน.. เปิดประเทศกว้างขวาง รับการติดต่อจากชาติทุนนิยมทั่วหน้า และทำท่าจะเป็นชาติชั้นนำในทางเศรษฐกิจ ไล่บี้สหรัฐอเมริกา
เขียนขึ้นมา เพื่อจะบอกกับการเมืองไทยว่า เมื่อความเป็นจริงมันยืนยันแน่นหนาอย่างนั้น.. ทำไมเราถึงจะไม่ก้าวกระโดดไปข้างหน้า หรือก้าวข้ามกาลเวลา ยุติความขัดแย้งที่กำลังบ่อนทำลายชาติถึงวันนี้
ไม่มีถนนสายกลับสำหรับ “ขุนนาง” และ “กองทัพ” ในการเป็นผู้ยึดครองบริหารประเทศไทย ชัยชนะเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 นั้น.. มาถึงวันอวสานนานแล้ว
ความล้มเหลวของ พล.อ.สุจินดา คราประยูร กับการปฏิวัติ รสช. และ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน กับการปฏิวัติ คมช. ที่ไม่สามารถสืบต่ออำนาจได้.. น่าจะอธิบายได้ดีถึงปรากฏการณ์นี้
ใครก็ตามที่คิดว่า.. ยังสามารถทำการปฏิวัติได้.. ต้องคิดให้ล่วงไปถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจสำเร็จ..ไม่ว่าจากภายนอก หรือภายใน
ประเทศไทยไม่ใช่พม่า.. เราเดินจากมาไกลจนกลับไปไม่ได้แล้ว ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร ไม่ว่าท่านจะโหดเหี้ยมแค่ไหน.. ท่านก็จะไม่สามารถต้านทานความบ้าระห่ำของมวลชน ที่บ้าคลั่งได้ เมื่อถึงเวลาของมัน
ฝ่ายนักเลือกตั้งก็เช่นกัน... ความเสื่อมทางการเมืองทั้งหลายในประเทศนี้ ในวันนี้ เกิดจากพวกท่าน.. เพราะพวกท่านไม่มีรัฐบาลและฝ่ายค้าน ท่านมีกันแต่ผู้ชนะ กับผู้แพ้
ผู้แพ้ที่ทุ่มเทเล่ห์กลมนต์คาถา เพื่อจะกลับมาชนะให้ได้ ผู้ชนะกอบโกยอย่างหิวโหยและบ้าคลั่ง และมองประชาธิปไตยอย่างนางขี้ข้า ที่ซื้อหามาได้จากตลาดค้าทาส
ประชาธิปไตยของไทย.. การเมืองของเรา จึงไม่อยู่ในกรอบแห่งกติกา คือ สภา และเทอมของการเลือกตั้ง
เราจึงมีประเทศเป็นสภา เป็นสมรภูมิ และมีประชาชนทุกคนเป็นนักรบและนักการเมือง แผ่นดินจึงอยู่ในความวุ่นวายแบบไร้จุดจบ นั่นคือเริ่มต้นของสงคราม ที่ไม่มีประเทศไหนอยากประสบ
