สื่อพิษ : กวักมือเรียกหา "ท็อปบู๊ต"
โดย คุณดาวประกายพรึก
ที่มา เวบไซต์ เดลินิวส์
10 พฤษภาคม 2551
ช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา มีการผูกขาดความเป็น “สื่อแท้” และโยนอีกซีกเป็น “สื่อเทียม” กันสนุกสนาน
สื่อแท้ ดูง่ายมาก ต้องเกลียดทักษิณเป็นหลัก
สื่อเทียม ก็ดูง่ายมาก พวกรักทักษิณ จะรักจริงเพราะชอบจริง หรือแค่ให้ความเป็นธรรมอันควรมี ก็ถูกเหมารวมเป็นสื่อเทียม หรือ “สมุนทักษิณ” ทันที
จดหมายเปิดผนึกถึงคนทำงานสื่อ ของ ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์จากรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และ อาจารย์ย่า อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ ถือว่ากล้าทวนกระแส และพูดตรงไปตรงมามาก มากจนน่ากลัว จะถูกโต้กลับอย่างรุนแรงและถูกเหมาว่า เป็นสมุนทักษิณอีก 2 คน....
จดหมายเปิดผนึกของ 2 นักวิชาการ “สันติวิธี” บอกว่า มีร่องรอยว่า ระบอบประชาธิปไตยกำลังเคลื่อนเข้าสู่อันตรายจากความขัดแย้งทางการเมือง ที่อาจทรุดลงเป็นความรุนแรง
ปัจจัยหนึ่ง ที่ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ คือ สื่อมวลชน ซึ่งกำลังกัดกร่อนประชาธิปไตย 3 ทาง ดังนี้
1) สร้างความโกรธแค้นเกลียดชัง ปลุกปั่นสถานการณ์เสียเอง
2) โฆษณาชวนเชื่อ เป็นกระบอกเสียงของฝักฝ่ายทางการเมืองอย่างสุดหัวใจ ให้ร้ายใส่ความคู่ต่อสู้ด้วยเล่ห์เพทุบายสารพัด และ
3) ทั้งหมดนี้ดำเนินไปขณะที่องค์กรสื่อ “เฉยเมย” ต่อการละเมิดจรรยาบรรณ สองประการข้างต้น หรือทำตัวลู่ตามลม เลือกปฏิบัติปกป้องเฉพาะพวก ลงโทษเฉพาะฝ่าย
จดหมายเปิดผนึกบอกอีกว่า สิ่งที่ดูจะหายไปในแวดวงสื่อฯ คือ มาตรฐาน และจรรยาบรรณทางวิชาชีพที่ต้องเคร่งครัดกับหลักการ ความเที่ยงธรรม และความรับผิดชอบที่สูงกว่าประชาชนที่ไม่มีอำนาจสื่ออยู่ในมือ และสูงกว่ากระบอกเสียงชวนเชื่อของฝ่ายต่าง ๆ !!!
เมื่อประกอบอำนาจที่มากขึ้นทุกวัน ผลก็คือ สื่อมวลชนไทยจำนวนหนึ่ง กลายเป็น “อภิสิทธิ์ชน” ที่ใช้อำนาจทำร้ายผู้ที่ไม่มีอำนาจสื่ออยู่ในมือ โดยที่คนในวิชาชีพเดียวกัน ไม่กล้าทักท้วงตรวจสอบ
สื่อมวลชนเช่นนี้ นอกจากไม่เป็นคุณต่อประชาธิปไตยแล้ว ยังกลับจะเป็นโทษอีกด้วย เพราะก่อความโกรธ หนุนความหลง และใช้เหตุผลเพื่อเอาชนะ ส่งผลโน้มน้าวสาธารณชนอย่างผิด ๆ และที่สุด จุดชนวนให้ความแตกต่างทางความเชื่อและความคิดเห็น กลายเป็นความรุนแรง
ขณะที่เสรีภาพสื่อต้องได้รับการปกป้อง สังคมต้องไม่ปล่อยสื่อใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล นำไปสู่ความรุนแรง
ผู้ประกอบวิชาชีพและองค์กรสื่อ ควรจัดการปัญหา “สื่อเป็นพิษ” อันน่าวิตกนี้โดยด่วน ทั้งควรให้สาธารณชนมีส่วนร่วมด้วย โดยที่รัฐบาลไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้แต่อย่างไร
เนื้อหาทั้งหมด ก็แค่นี้ แต่อีกครั้ง ขอบคุณทั้ง 2 ที่กล้ามาก กล้าทวนกระแสหลัก ขณะนี้
อย่างน้อย น่าจะทำให้สื่อบางส่วน หันมาทบทวนตัวเองกันบ้าง
เพราะทุกวันนี้ สื่อพิษ เกินเลยถึงขนาดกวักมือเรียกหา “ท็อปบู๊ต” ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ราวกับมันเป็นอุดมการณ์ไปแล้ว !!!.
