วันศุกร์, มีนาคม 30, 2550

รายงานสถานการณ์การชุมนุม 30/03/07

ศูนย์ข่าวชาวบ้านบางไซ
Saturdayradio.com
30 มีนาคม 2550

จากการรับฟังการรายงานสดของโฆษกสถานีวิทยุกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ทำให้ทราบว่าสถานการณ์ที่ท้องสนามหลวงยังคงความตึงเครียดอยู่ โดยมีกองกำลังของตำรวจ เทศกิจ พยายามที่จะรวมตัวกันเพื่อกดดันและพร้อมที่จะเข้าเคลียร์เวทีของพิราบขาวและปะทะกับประชาชน โดยมีอุปกรณ์การสลายม๊อบเต็มอัตรา

7.50 น. ยังมีการปราศรัยที่เวทีนกพิราบขาวที่ท้องสนามหลวงโดยมีกองกำลังลังของตำรวจ เทศกิจ รวมกลุ่มประจันหน้ากับประชาชนอยู่

7.53 น. โฆษกรายงานว่ากองกำลังตำรวจได้เลิกแถวและสลายตัวก่อนชั่วคราว กองกำลังเทศกิจได้สลายตัวตาม

7.58 น. มวลชนของกลุ่มพิราบขาวยังยืนดาหน้าตั้งแถวหน้าเวทีอยู่ รถตำรวจได้ขับเคลื่อนออกจากสนามหลวง

8.00 น. โฆษกขอบคุณผู้มีอำนาจที่ได้ออกคำสั่งให้กองกำลังตำรวจและเทศกิจถอนตัวออกจากสนามหลวง

8.30 น. พบรายงานจากบก.ลายจุด แกนนำกลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ประกาศจะจัดการชุมนุมเย็นนี้ที่ท้องสนามหลวง (ดูได้ที่นี่)

ยืนยันชุมนุมศุกร์ที่ 30 มีค นี้
สนามหลวงเป็นสมบัติของชาติ เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ทางการเมืองและประชาธิปไตย กทม. มีหน้าที่ดูแลให้ใช้ประโยชน์แก่ประชาชน คมช. ไม่มีสิทธิห้าม เพราะความมั่นคงของ คมช. ไม่ใช่ความมั่นคงของชาติ

การห้ามใช้สนามหลวง ไม่ทราบว่า คมช. ใช้กฏหมายข้อไหน? แต่มันขัดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน

PTV แม้มีความข้องเกี่ยวกับพรรคการเมือง แต่พรรคการเมืองก็ยังมีสิทธิที่จะทำกิจกรรมพูดคุยกับประชาชน ไม่เหมือนกับ คมช. ที่ผูกขาดการสื่อสารและระบบวิธีคิด

พรุ่งนี้รถที่จะขนเวทีคงถูกสกัด ใครว่างตอนกลางวันไปช่วยกัน หากเวทีขึ้นไม่ได้ แต่ขอให้ประชาชนไปรวมกันที่สนามหลวง ใช้โทรโข่งก็ได้ ชุมนุมกันให้มากที่สุด นั่งเฉยๆ ประชาชนใช้ปากสื่อสารปรับทุกข์ คุยกัน ดูสิว่าเขายังห้ามประชาชนได้อยู่อีกหรือเปล่า

พบกันให้ได้ศุกร์นี้ที่สนามหลวง

บก.ลายจุด
29 มีนาคม 2550, 17: 08 น.


9.33 น. อาสาสมัครรายงานเข้าศูนย์ข่าวชาวบ้านบางไซกล่าวว่า "จากการพูดคุยเจ้าหน้าที่ กทม. ได้ข่าวมาว่าทาง กทม. ได้นำรถขนขยะไปจอดเด็มที หน้า กทม. หมดแล้วตั้งแต่เมื่อเย็น"

10.07 น. อาสาสมัครรายงานเข้าศูนย์ข่าวกล่าวว่า "มีคำสั่งให้เตรียมพร้อมเต็มอัตรา 24 ชม. ตำรวจทุก สน. ส่วนฝ่ายทหาร มีคำเตือนกระซิบมาว่า มันเอาแน่ครับหากมีเงื่อนไขพอ ไม่ว่ายังไงขอให้แนวหน้าคุมสถาการณ์ให้อยู่นะครับ อย่าเริ่มก่อน และระวังมือที่ 3"

10.21 น. อาสาสมัครรายงานเข้าศูนย์ข่าวกล่าวว่า "มีสถานการณ์บางอย่างทางทหารที่ไม่ปกติ มีการเตรียมพร้อมเต็มพิกัด หากมีสถานการณ์ ราบ 11 จะเป็นหน่วยที่เคลื่อนไหวเร็วที่สุด"

10.49 น. อาสาสมัครรายงานเข้าศูนย์ข่าวกล่าวว่า

การเข้าสลายการชุมนุมวันนี้ จะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในส่วนต่างๆประมาณ3000นาย ในเครื่องแบบ และ2000นาย นอกเครื่องแบบ

1. จะตั้งแถวทั้ง 3-4 ด้าน โดยใช้โล่กำบังและตั้งกำแพงเดินตอนผู้ชุมนุมถ้ามีการขว้างปาเจ้าหน้าที่ (เราอย่าใช้ความรุนแรงขว้างปาเจ้าหน้าที่) วันศุกร์ 23 ที่ผ่านมา มันใช้กำลังตำรวจตั้งแถวทั้ง 4 ด้าน เพื่อเป็นการข่มขู่ ว่าให้ชุมนุมอยู่ที่สนามหลวงมันกลัวที่สุดในวันนั้นคือกลัวเครื่อนกลุ่มม็อบไปที่บ้านเปรม มันถึงต้องเตรียมพร้อม ตั้งกำแพงหน้ากระดานทั้ง 4 ด้าน กั้นผู้ชุมนุมไม่ไห้ไปใหน

2. จะใช้รถน้ำประมาณ 4 คันฉีดด้วยความแรงเข้าสลายกลุ่มม็อบ (เตรียมถุงพลาสติกไว้ด้วยกันของที่จะโดนน้ำจะเสียหายเช่นโทรศัพย์มือถือ หรือกล้อง)

3. ถ้าเกิดมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นของกลุ่มม็อบ เจ้าหน้าที่จะใช้แก็สน้ำตา(เตรียมผ้าปิดน่าปิดตาปิดจมูกไปด้วยผืนใหญ่หน่อย และพกน้ำสะอาดติดตัวไว้ตลอดเมื่อแก็สเข้าตารีบล้างออกโดยเร็ว ก็จะไม่เป็นอะไร ที่สำคัญยังไว้ดื่มด้วยเวลาหิวน้ำ )

4. ถ้ามีความรุนแรงมากขึ้นอีก ทหารจะเข้ามาเคลียพื้นที่ทั้งหมด กำลังของทางทหารได้เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ถึงตอนนั้นผมมีประสพการณ์ตอนพฤษภาทมิฬ ทหารจะเดินตั้งแถวเข้ามา และจะเข้าแถวอยู่ห่างผู้ชุมนุมกลุ่มละ 500 คนทุกๆ ด้าน จะมีการยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่เป็นระลอกพอมันยิงกลุ่มผู่ชุมนุมก็จะหมอบลงกับพื้นพอเสียงปืนเงียบ พวกเราก็โห่เสียงดังมากครับคนเป็นหมื่นๆ ข้อ 4.นี้ผมว่ามันยังไม่เกิดแต่ วันต่อๆ ไปเกิดแน่ๆ ถ้ามีการเผามีความรุนแรงมันเล่นพวกเราแน่ๆ


11.15 น. อาสาสมัครรายงานเข้าศูนย์ข่าวกล่าวว่า "ฟังข่าวจากวิทยุชุมชนแท๊กซีบอกว่าคุณจตุพร พรหมพันธ์ อยู่ที่ที่ว่าการ กทม.กำลังจะเข้าพบผู้ว่าฯ แต่ไม่รู้ผู้ว่าฯ อยู่หรือเปล่า รถอุปกรณ์ของ PTV มาจอดรออยู่ที่ลานคนเมืองแล้ว ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ PTV ว่าจะตั้งเวทีที่ลานคนเมืองแน่นอน เริ่มรายการเวลา 15.00 น."

11.15 น. อาสาสมัครรายงานเข้าศูนย์ข่าวกล่าวว่า ผลการเจรจาระหว่างคุณจตุพร พรหมพันธุ์ กับ กทมฯ ทางกทม.ยอมให้จัดและใช้เครื่องเสียงแล้ว

14.41 น. อาสาสมัครรายงานว่า จากคำบอกเล่าของผู้เดินทางเข้ามาที่ลานคนเมือง การตรวจจากตำรวจไม่ค่อยเข้มเท่าไร แต่ด่านของทหาร เข้มมาก เอาทหารฝึกมาตรวจ หน้าเด็กๆ ทั้งนั้น

15.12 น. อาสาสมัครแจ้งว่า "โทรเช็คจากคนรู้จักที่เป็นตำรวจอยู่นนทบุรียังโดนเรียกไปด้วยเลยครับ สงสัยแค่ที่ กทม. ไม่พอ"

15.19 น. อาสาสมัครแจ้งว่า "การเคลื่นไหวกำลังพลของทุกภาค เป็นไปอย่างผิดปรกติ พยายามแจ้งข่าวให้สมาชิกทุกท่าน อย่าพยายามปะทะ ถ้าโดนล้อมให้นั่งลง ยอมให้จับคุกมันไม่พอขังคนจำนวนเป็นหมื่น เพราะตอนนี้แม้นแต่ทหารเองก็ไม่รู้ ว่าตัวเองจะจับผลัดจับพลูไปอยู่ในขั้วอำนาจไหน แต่ทหารระดับล่างรักประชาธิปไตย"

15.23 น. อาสาสมัครแจ้งว่า มีประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกระประท้วงจากเชียงใหม่ ก็ได้เดินทางเข้ากทม.แล้ว

15.34 น. อาสาสมัครแจ้งว่า "ร.11 ยังไม่มีการเคลื่อนไหวครับ เท่าที่เห็น แต่ก็ไม่แน่ ใครที่อยู่แถวๆ ใกล้ๆ ทางเข้าราบ 11 ทางถนนพหลโยธินลองช่วยดูหน่อยครับเพราะผมไม่เห็นการเคลื่อนไหวด้านนั้น"

15.40 น. อาสาสมัครให้ความเห็นว่า "วันนี้ ถ้าการชุมนุนคนออกมาเยอะ รัฐบาลคงออก พรก.ฉุกเฉินในคืนนี้ พวกเราคงต้องจับกลุ่มกันต่อเนืองแล้ว ถ้าเลิก คงจะร่วมติดยากภายใต้ พรก.ฉุกเฉิน"

15.47 น. รายงานข่าวจาก INN

จักรภพแฉทหารจัดม็อบชนพีทีวี
"จักรภพ เพ็ญแข" เผย มีข่าวลือนายทหารบางนาย ระดมชาวบ้าน 21 ชุมชน รอบลานคนเมือง จัดตั้งม็อบชนม็อบพีทีวีก่อนตั้งเวทีปราศรัย เย็นนี้

นายจักรภพ เพ็ญแข โฆษกสถานีโทรทัศน์ พีทีวี ได้เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวลือ เมื่อวานที่ผ่านมาว่า มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ได้ส่งคนลงพื้นที่ ใน 21 ชุมชน เขตพระนคร และได้มีการขอให้ชุมชนทั้งหมด ส่งคนมาชุมชนละ 15 คน แล้วให้ไปรวมตัวกันที่ สวนสันติชัยปราการ ในเวลาประมาณ 15.00 น. ในวันนี้นั้น ค่อนข้างเป็นที่น่าสงสัยว่า หากมีการทำเช่นนั้นจริงก็นับว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะเกรงว่า ผู้ที่กระทำต้องการจะให้เกิดสถานการณ์การปะทะกันของคนสองกลุ่ม

ทั้งนี้ นายจักรภพ ยืนยันว่าในวันนี้ทางกลุ่มผู้ชุมนุม จะมีการพูดถึงเรื่องทางการเมืองและเรื่องเศรษฐกิจ เช่นเรื่องการทำสัญญาเอฟทีเอ ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม จะไม่พูดพาดพิงถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพราะที่ผ่านมาประชาชนเข้าใจผิดไปเอง ส่วน คมช.และรัฐบาล ยังคงจะกล่าวถึงเพราะคงหลีกเลี่ยงไม่ได้


15.50 น. อาสาสมัครแจ้งว่า "เวทีพิราบขาว กทม.เตรียมเข้าเจรจากับกลุ่มพิราบขาวให้รื้อถอนเวที ถ้าฝ่าฝืน จะดำเนินการตามกฏหมายทันที"

16.00 น. ประชนชนได้ทำการโพสต์แผนผังของลานคนเมืองไว้ที่เว็บไซต์แห่งหนึ่ง

16.00 น. อาสาสมัครแจ้งว่า "คนเริ่มทยอยเข้าไปในลานคนเมือง รถยนต์บริเวณรอบ เริ่มมีรถหนาแน่น"

17.00 น. ท่านสามารถรับฟังการปราศรัยออนไลน์ได้ที่
http://www.saturdayradio.com/main.php
http://saturdayradio.rakchat.org/main.php
http://www.rukmuangthai.net/radio.html
http://www.ptvthai.com
http://www.dday5450.org/
mms://202.44.53.12/stream1

17.03 น. อาสาสมัครแจ้งว่า "ตอนนี้ลานคนเมืองมีคนเกือบครึ่งหมื่นแล้วคะ กำลังทะยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเดิน ทั้งรถ ทั้งมาโดยเรือ" ในขณะที่มีผู้โพสต์ป่วนบนอินเตอร์เน็ตแจ้งว่าจะมีการย้ายเวทีไปที่สนามหลวง จากการตรวจสอบทุกทาง พบว่าเป็นการป่วนธรรมดา

17.33 น. อาสาสมัครแจ้งว่า "คนเริ่มหนาแน่นขึ้น คิดว่าจะถึงหมื่นในไม่ช้า เพราะคนกำลังเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ ยังไม่มีท่าทีว่าจะหมด ขณะที่บนเวที กำลังเล่นดนตรี ให้ทุกคนคลายร้อน การจรจรเริ่มติดขัด พิธีกรยังไม่ขึ้นมา การถ่ายทอดกำลังเริ่มขึ้น แต่ต้องรอปรับระบบสักพัก"

20.00 น. จากการรับฟังการปราศรัยผ่านทางวิทยุอินเตอร์เน็ต การชุมนุมปราศรัยดำเนินไปได้ด้วยดี

20.45 น. ท่านสามารถแบ่งเบาภาระแบนด์วิดท์วิทยุอินเตอร์เน็ตของทางกลุ่มคนวันเสาร์ โดยการไปฟังวิทยุ FM 87.75 Mhz ได้ที่ http://www.chupong.com/FRadioPage.htm

22.09 น. อาสาสมัครแจ้งว่า "ผู้คนยังทะยอยเข้ามาลานคนเมือง ยังไม่มีท่าทีว่าจะหมด หลายหมื่นคนแล้วคะ กำลังจะล้นไปที่ถนนสายต่างๆ ไม่มีการต่อต้านจากฝ่ายทหาร ไม่มีการตั้งแถวของหน่อยปราบจราจล มีแต่การรัษาความสงบปรกติ"

ท่านสามารถชมรูปบางส่วนจากงานปราศรัยเวที PTV ได้ที่เว็บคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ http://www.saturdayvoice.com/read.php?id=322

22.50 น. มีปัญหาในการรับฟังวิทยุออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตของสถานีกลุ่มคนวันเสาร์ มาตั้งแต่ช่วงคุณจักรพันธ์ขึ้นกล่าวปราศรัยแล้ว โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด อย่างไรก็ตามมีแนวโน้มที่อาจจะเกิดขึ้นจากการบล็อคหรือถูกโจมตีเว็บไซต์ ดังที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน จนต้องแตกเว็บออกไปหลายเว็บ

22.50 น. จากการรับฟังทางวิทยุของ อ.ชูพงศ์ ทำให้ทราบว่าการปราศรัยของ PTV ได้จบลงแล้ว

สำหรับสถานการณ์การชุมนุมเพื่อต้านเผด็จการของประชาชนนั้น กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการได้เรียกร้องให้ประชาชนเดินทางเพื่อมารวมตัวกันและทำการประท้วงโดยวิธีอหิงสา ที่ท้องสนามหลวงตามสถานที่และเวลาเดิม ดังนั้นไฮไลต์ของการชุมนุมพรุ่งนี้จึงถูกย้ายจากเวทีหน้าศาลาว่าการกรุงเทพฯ ไปยังสนามหลวงตามเดิม

การชุมนุมตามแบบอหิงสาที่กลุ่มคนวันเสาร์กล่าวนั้น จะเป็นการประท้วงอย่างสันติ เป็นการรวมกลุ่มของมวลชนที่มีความเห็นว่า เผด็จการที่ครองอำนาจอยู่นั้นควรจะออกไปได้แล้ว

ขอจบรายงานฉบับนี้แต่เพียงเท่านี้

ภาพข่าวบางส่วนจากเหตุการณ์เมื่อคืนถึงเช้าวันนี้ที่สนามหลวง

ศูนย์ข่าวชาวบ้านบางไซ
ภาพและบรรยายภาพโดย Sailor
30 มีนาคม 2550

ตำรวจตั้งแถว



ปิดทางขึ้นลง รอบสนามหลวง ด้วยรั้วแถมยังเอารถขยะมาบังอีก


ทหารมาแล้ว ทำไมทีภาคใต้มันไม่ไปวะ



ส่วนทางนี้ก็คุมเชิงกันอยู่






ส่วนพวกทหารร่วมกับตำรวจ ตั้งด่านตรวจครับ



คนมุงกันเต็มอยู่ถนนฝั่ง มธ


ตำวจกำลังเรียกรวมพลเพื่อเลิกแถว


มองไปที่เวที มีคนยังปราศรัยอยู่เลยครับ


ยังมีประชาชนอยู่ให้กำลังใจ พิราบขาวครับ แต่บางตา เพราะไปอยู่วงนอกเยอะ



พอช่วงสักตีห้า ตำรวจเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง

ตำรวจเริ่มตั้งแถวอีกครั้ง คราวนี้ทยอยมาให้เพียบ ครับ




ฝั่งพิราบขาว ก็เริ่มตั้งแถวรับมือ เช่นกัน


นพรุจน์พูดบนเวทีให้ตำรวจอย่าก้าวข้ามมาฝั่ง(ถนน)ของเรา ต่างคนต่างอยู่


พิราบขาวมีคนอยู่ประมาณนี้


ฝั่งตำรวจมีเท่านี้เอง (ตำรวจธรรมดา+เทศกิจ+คอมมานโด) คุณคิดว่าเค้ากลัวพิราบขาวไหม


ตอนนี้เริ่มตึงเครียดมากขึ้น เพราะ ท่าทางตำรวจตั้งแถวเตรียมพร้อม
ฝ่ายพิราบขาวก็พร้อมลุยแล้ว จนนพรุจพูดออกมาว่า "เราคือคนที่ตายไปแล้ว เราจึงไม่กลัวอะไรอีกแล้ว"


แต่อยู่ๆ บรรยากาศก็เปลี่ยนไป เอ๊ะ หรือเป็นเพราะ โทรศัพท์สายนี้


ตำรวจเริ่มพักแถว แล้วทยอยเดินกลับ เอาโล่ห์มาเก็บ แล้วก็ทยอยถอนกำลังออกไป
(ตกลงสงสัยตำรวจจะกลัวพิราบขาวแหงๆเลย )



หมิ่นประมาทปี 41 เพิ่งมาลงขออภัยปีนี้

โดย คุณ Tonytui
30 มีนาคม 2550

คุณ Tonytui ได้จับประเด็นจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจที่ได้ทำการหมิ่นประมาท โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อปี 2541 แต่เพิ่งมาลงขออภัยเมื่อปี 2550 อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความตกต่ำของวงการสื่อสารมวลชนเมืองไทย รวมถึงความไม่เอาไหนของระบบศาลบ้านเราที่ไม่สามารถดำเนินการได้เร็วพอ

ประกาศขออภัย ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันเสาร์ที่ 24 มี.ค. 2550

ประกาศขออภัย

ตามที่หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับลงวันที่ 16-17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541 คอลัมน์กรุงเทพการเมือง ได้ตีพิมพ์ข้อความว่า "มาเฟียการเมืองลูบคมกองทัพ ส.ส.ชาติไทยรุกที่ทหาร 6 ไร่" ซึ่งอาจทำให้ประชาชนทั่วไป เข้าใจว่าเป็นนายกมล จิระพันธุ์วาณิช นั้น จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ ปัจจุบัน เชื่อว่าไม่เป็นความจริงจึงขออภัยมา ณ ที่นี้

บรรณาธิการ


"ประกาศขออภัย" ลงวันที่ 24 มี.ค. 2550 แต่ลงข่าวเมื่อวันที่ 16-17 พ.ย. 2541 8 ปีกว่าๆ เอง

ลงในหนังสือพิมพ์มุมล่างด้านขวา หน้า 9 ตอนลงข่าวปี 41 ไม่รู้ว่าลงยังไง

แจ้งกันให้ทราบครับ

tonytui
30 มี.ค. 50
08:20:42

ปล. 1 ในรูปเป็นคำประกาศเมื่อเขาลงข่าวผิดพลาดของ "สื่อ" ที่อังกฤษครับ
ปล. 2 ใครทราบไหมครับ คดีที่ลงข่าวเปลี่ยนตัวประธานงานสำคัญไปถึงไหนแล้ว

กระชากหน้ากาก "จรัญ ภักดีธนากุล"

โดย วิถีไท
ที่มา เว็บบอร์ดประชาไท
30 มีนาคม 2550

ท่านสามารถติดตามการแฉเบื้องหลังของนาย จรัญ ภักดีธนากุล ได้ที่ http://www.prachatai.com/webboard/topic.php?id=78303

มีคำสั่งการปิดสนามหลวงตั้งแต่ 29 - 5 เมษาฯ

29 มีนาคม 2550

มีรายงานจากสำนักข่าว TITV แจ้งว่ามีคำสั่งให้ปิกการใช้สนามหลวงเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม - 5 เมษายน

จากรายงานดังกล่าวเรากำลังรอคำตอบจากทางกลุ่มแกนนำผู้ชุมนุมว่าจะมีท่าทีในการดำเนินการชุมนุมรับฟังการปราศรัยที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์นี้อย่างไร

ล่าสุด สำหรับการชุมนุมในวันเสาร์ที่ 31 มีนาคมนี้ ทางแกนนำคนวันเสาร์ได้ประกาศว่าจะมีการชุมนุมกันเช่นเดิมที่ท้องสนามหลวง โดยท่านสามารถติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการจากกลุ่มแกนนำได้จากเว็บไซต์สองแห่งนี้

http://www.saturdayvoice.com/
http://www.saturdayradio.com/

โดยการชุมนุมดังกล่าวนั้น จะเป็นการชุมนุม"โดยสันติ"ของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับระบอบเผด็จการ และต้องการให้เผด็จการออกไปจากอำนาจ คืนอำนาจให้กับประชาชน รวมถึงการนำรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ กลับมาใช้ใหม่และให้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด

สำหรับการชุมนุมจากแกนนำกลุ่มอื่นๆ หากเราได้รับข่าวสารอย่างไรจะนำมารายงานต่อท่านโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้มีข่าวเพิ่มเติมจากศูนย์ข่าวบางไซโดยกล่าวว่า การประกาศจากฝ่ายเผด็จการที่ต้องการห้ามการใช้สนามหลวงในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น เป็นการห้ามการใช้เวทีและเครื่องเสียงขนาดใหญ่โดยเฉพาะ อันเป็นการเล็งเป้าไปยังการชุมนุมรับฟังการปราศรัยของกลุ่มสถานีข่าว PTV ไม่ใช่เป็นการห้ามการร่วมชุมนุมของประชาชนแต่อย่างใด

PTV เดินหน้าปราศรัย 30 มี.ค. ไม่หวั่น พรก.ฉุกเฉิน
ที่มา Saturdayvoice.com
28 มีนาคม 2550 23:42:46

นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร สถานีโทรทัศน์ พีทีวี และทีมผู้บริหาร แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. จะใช้พระราชกำหนดฉุกเฉิน เพื่อห้ามไม่ให้ พีทีวี ตั้งเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง ในวันที่ 30 มีนาคมนี้ว่า การปราศรัยเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นเพียงการเรียกร้องขอความชอบธรรมในการถูกปิดกั้นการออกอากาศของพีทีวี ซึ่งไม่ได้นำเรื่องส่วนตัวหรือมีวาระซ่อนเร้นทางการเมืองมาชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ จึงอยากให้ คมช. เข้าใจวัตถุประสงค์ของการชุมนุมในครั้งนี้ ด้วย

นายวีระ กล่าวด้วยว่า หากวันที่ 30 มีนาคมนี้ ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ท้องสนามหลวงเพื่อการปราศรัย ก็คงต้องไปร่วมแสดงความคิดเห็นกลางแม่น้ำเจ้าพระยา หรือไม่ก็จะไปพูดที่หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานครแทน

คอนเฟริม์อย่างเป็นทางการ PTV ไม่ถอย จัดปราศรัยหน้าลานคนเมือง กทม. เวลา 16.00น. พรุ่งนี้!

มีการรายงานข่าวแจ้งเข้ามาที่ศูนย์ข่าวชาวบ้านบางไซ โดยทีมประสานงานการจัดการปราศรัย แจ้งยืนยันว่าการจัดการปราศรัยของสถานีข่าว PTV มีการคอนเฟิรม์ เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ไปที่หน้าลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเท่านั้น จึงขอเรียนมาเพื่อให้พี่น้องประชาชนช่วยกันประชาสัมพันธ์ เพื่อไปร่วมกันแสดงพลัง เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดกลับคืนมา

16.15 น. มีรายงานข่าวที่ยังไม่มีการยืนยันกล่าวว่า "ตอนนี้สุรยุทธ์เตรียมออกโทรทัศน์ร่วมการเฉพาะกิจ (นายอานันท์เข้าพบสุรยุทธ์ หารือเคร่งเครียด) รายงานข่าวจาก ASTV (โดยอัญชลีพร และเติมศักดิ์ บอกว่ารถ OB รออยุ่ที่ทำเนียบ) ไม่รู้ข่าวมั่วหรือเปล่า"

16.40 น. มีกระแสการติดต่อสื่อสารเพื่อเรียกร้องให้ประชาชนไปร่วมกันช่วยปกป้องเวทีของ PTV ที่กำลังจะมีการติดตั้งเร็วๆ นี้ เนื่องจากมีการคาดการณ์กันว่า อาจจะมีความพยายามของเผด็จการที่จะมารื้อเวที จึงเรียนมาเพื่อเรียกร้องให้ประชาชนที่ทราบข่าว และต้องการที่จะช่วยกันป้องกันเวทีของ PTV ให้ไปร่วมกันที่ ศาลาว่าการกรุงเทพฯ แต่เนิ่นๆ ในวันพรุ่งนี้

18.00 น. มีกระแสข่าวว่ามีกำลังตำรวจทหารและเทศกิจเข้าทำการรื้อเต๊นท์และเวทีของนกพิราบขาว แต่หลังจากการแจ้งเข้ามาของพลเมืองดีผ่านมาทางศูนย์ข่าวบางไซ พบว่าเป็นข่าวโคมลอย และขณะนี้คุณนพรุจน์ก็กำลังปราศรัยอยู่ตามปรกติ พร้อมๆ กับที่นักตะกร้อก็เล่นตะกร้อกันที่สนามหลวงเช่นเดิม

21.15 น. คุณจักรภพได้ออกมากล่าวทางวิทยุของคุณชูพงศ์ โดยยืนยันว่าจะมีการชุมนุมปราศรัยแน่นอนในวันพรุ่งนี้ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยการตั้งเวที จะเริ่มตั้งตั่งแต่ช่วง 9 โมงเช้า (อีกกระแสที่ฟังกล่าวว่าช่วงบ่ายโมงครึ่ง)และจะมีการเริ่มต้นขึ้นเวทีเพื่อปราศรัยตั้งแต่เวลาประมาณ 5 โมงเย็น โดยมีเวทีหันหน้าไปทางเสาชิงช้า จึงเรียนมาเพื่อเรียกร้องให้ประชาชนที่สนใจ ช่วยกันไปให้กำลังใจ และปกป้องเวทีของ PTV ตั้งแต่เนิ่นๆ

21.59 น. มีรายงานจากศูนย์ข่าวบางไซโดยอาสาสมัครสองท่าน ซึ่งรายงานตรงกันว่า ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 100 นาย และเจ้าหน้าที่เทศกิจอีกประมาณ 100 นาย กำลังเข้าควบคุมการปราศรัยของแกนนำกลุ่มพิราบขาวที่ปราศรัยบนเวที และคุณดาที่ปราศรัยบนรถเคลื่อนที่ ทั้งนี้มีประชาชนที่อยู่โดยรอบประมาณ 100 คน โดยไม่มีการสังเกตเห็นทหารแต่อย่างใด โดยอาสาสมัครได้แจ้งว่า ขณะนี้เทศกิจมีความพร้อมแล้วที่จะเข้าทำการรื้อเวทีของกลุ่มพิราบขาว และหากมีการรื้อเมื่อใด จะมีรายงานให้ทราบโดยทันที

22.30 น. ท่านสามารถรับฟังการถ่ายทอดสดสถานการณ์การประจันหน้าของกลุ่มเทศกิจ-ตำรวจ กับกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยที่ท้องสนามหลวง ได้ที่ http://saturdayradio.rakchat.org/main.php

โดยขณะนี้สถานการณ์ยังมีความตึงเครียด และเป็นการตึงกำลังของเหล่าเทศกิจและตำรวจโดยมีจำนวนมากถึง 1,000 นาย

22.45 น. ประชาชนที่อยู่ล้อมรอบเวทีพิราบขาว จากการรายงานที่ saturdayradio มีเพียง 200 คน โดยมีคุณดา กำลังขึ้นปราศรัยอยู่บนเวทีพิราบขาว

22.50 น. จากการรายงานของโฆษกวิทยุทำให้ทราบว่า มีรถบัสขนาดใหญ่อีกสองคันพร้อมกำลังเข้ามายังบริเวณสนามหลวง โดยคาดว่าเป็นทหาร

22.55 น. มีรถบัสขนาดใหญ่ที่ขับเข้ามายังกลางท้องสนามหลวงเรื่อยๆ ซึ่งในรถเต็มไปด้วยเจ้าหน้าทหารที่เบียดจนถึงบันไดรถ

23.00 น. โฆษกวิทยุได้แจ้งให้ประชาชนที่มีญาติหรือพ่อแม่พี่น้องเป็นทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ขณะนี้ ให้โทรไปหาญาติของตนห้ามไม่ให้ทำร้ายประชาชน ทั้งนี้มีการรายงานว่ามีรถกระบะ และรถอื่นๆ จำนวนมากได้เดินทางเข้ามายังสนามหลวง

22.59 น. พล.อ สนธิ พร้อมแล้ว สั่งทหารลุยม๊อบ ภายใน 30 นาที
รายงานข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคง (21.35 น. พันทิป) เปิดเผยว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้สั่งการให้ทหารเตรียมความพร้อมอยู่ในกรม กองของตนเอง และสามารถเคลื่อนย้ายกำลังอาวุธยุทโธปกรณ์ได้ภายใน 30 นาที หากมีคำสั่งให้มีการเคลื่อนกำลังตามแผนปฐพี 149 เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม 100 % ในการรองรับสถานการณ์หากการชุมนุมของกลุ่มม็อบบานปลาย

23.05 น. โฆษกได้รายงานว่ามีนักข่าวจำนวนหนึ่งได้เดินทางมาถึงสนามหลวงเพื่อเก็บภาพต่างๆ แล้ว ส่วนกำลังทหารได้ตรึงกำลังอยู่

23.15 น. คุณนพรุจน์ขึ้นเวทีพิราบขาวอีกครั้ง และรถกำลังพลต่างๆ ก็ยังตรึงกำลังอยู่ในท้องสนามหลวง รวมถึงรถของประชาชนที่มาให้กำลังใจ

23.17 น. โฆษกได้เล่าว่ามี "กลุ่มคนไทยรักชาติ" จำนวน 50-100 คน ได้เริ่มต้นปราศรัยเพื่อช่วยเหลือกลุ่มพิราบขาวในบริเวณข้างๆ

23.21 น. โฆษกเล่าว่า บรรยากาศที่เคยประจันหน้า บัดนี้เริ่มผ่อนคลายลง และมีการเริ่มต้นถอนกำลังรถของเจ้าหน้าที่บางส่วน ทยอยออกจากสนามหลวง แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีแผนการใดต่อไป

23.23 น. มีกลุ่มสื่อมวลชนจำนวนไม่มากเดินรายล้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำข่าว

23.24 น. ตำรวจได้ถอนกำลังออกจากบริเวณหลังเวทีพิราบขาว

23.28 น. โฆษกรายงานว่า ในการดำเนินการในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ มีการช่วยกันระดมคนกันมาสถานีละ 20 นายเพื่อมาปฏิบัติการ

23.30 น. โฆษกรายงานว่า บนรถตำรวจมีโล่ห์ และอุปกรณ์ในการสลายมวลชนเต็มอัตรา

23.40 น. โฆษกรายงานว่าจากการรับฟังการประกาศทางโทรโข่งของกลุ่มตำรวจ ทำให้ทราบว่าอาจจะมีการปฏิบัติการบางอย่างอีกครั้งในเวลา 12.00 น.

12.00 น. โฆษกรายงานว่า เหตุการณ์ได้ตึงเครียดเพิ่มขึ้นหลังจากมีการตั้งแถวตำรวจประมาณ 140 นาย โดยมีประชาชนประมาณ 100 กว่าคนมามุงดูรอบแถวของตำรวจ

ประชาชนได้ส่งคนมาเจรจากับทางตำรวจ และยังไม่มีเหตุการณ์ผิดปรกติใดๆ

12.05 น. ประชนชนหน้าเวทีพิราบขาวได้รวมตัวกันและมีประชาชนจำนวนหนึ่งได้โบกธง ในขณะที่เวทีของคุณดา ได้เลิกแล้วไม่มีประชาชนอยู่หน้าเวทีแต่อย่างใด

12.09 น. โฆษกแจ้งว่า ตำรวจได้เลิกแถวและกำลังเดินขึ้นรถ โดยสถานการณ์น่าจะคลี่คลายแล้ว โดยประชาชนที่อยู่ล้อมรอบเวทีพิราบขาวมีจำนวนหนึ่ง

ขณะนี้สัญญาณวิทยุได้จบลงแล้ว ได้มีประชาชนอีกท่านหนึ่งได้รายงานเพิ่มเติมดังนี้

"สถานการณ์คืนนี้ไม่น่าวิตกเท่าไหร่ แต่คาดว่าพรุ่งนี้เช้ามันเอาแน่(สายข่าวบอกมา)มีทหารอยู่พอประมาณรอบนอกสุดไม่น่าเกิน 4 หมวด เทศกิจและตำรวจที่รู้จักบอกให้ถอยออกมานอกวง"

ขอจบรายงานข่าวนี้แต่เพียงเท่านี้

วันพฤหัสบดี, มีนาคม 29, 2550

ขนมต้ม: บทวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง

โดย ขนมต้ม

29 มีนาคม 2550

กระทู้นี้เขียน ณ เวลา 18:00 น. วันที่ 29 มี.ค. 2550

ผมจะเขียนกระทู้วิเคราะห์การเมืองช่วงเวลานี้ ให้ฟังกันสักหน่อย คือจะรวบรวมเหตุการณ์ต่างๆ มาอย่างคร่าวๆ แล้วก็จะประมวลสรุปให้อ่านแล้วมานั่งวิเคราะห์กันนะครับ

สองสามวันมานี่ เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งก็คือ ฝ่ายคมช. มีความหวาดหวั่นอย่างที่พวกเราในราชดำเนินนี่ รู้กันดีว่า เป็นเพราะระแวงกลุ่มอำนาจเก่าจะมาเอาคืนบ้าง หรือ กลัวประชาชนจะล่วงรู้ความจริงบ้าง เพราะอะไร

เพราะตัวเองเป็นคนปิดกั้นข่าวสารเอง ปิดกั้นความจริงไม่ให้ประชาชนส่วนอื่นๆ ได้รับรู้ (ยกเว้นสังคมอินเตอร์เน็ต)

แต่ว่าคนทั่วไปเริ่มรับรู้ได้ ก็เมื่อตัวเองเดือดร้อน (น่าสนใจอย่างหนึ่ง ก็คือประดาสื่อที่เคยโจมตีทักษิณนั่นแหละ)

เดือดร้อนอย่างไร เดือดร้อนในเรื่องกินอยู่ปากท้อง ของแพงเอย ขายของไม่ได้เอย น้ำมันขึ้นเอย สารพัดที่จะมี และประชาชนส่วนหนึ่งได้ "ตาสว่าง" แล้วว่า ผลร้ายของการปฏิวัติรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นอย่างไร

หนังสือ The Economist เคยเขียนบทความตีพิมพ์ลงเมื่อหลังปฏิวัติ โดยพาดหัวว่า "Thailand's Dangerous Coup" โดยได้กล่าวตอนหนึ่งว่า แม้จะเป็นการรัฐประหารโดยปราศจากการนองเลือด แต่มันยังไม่จบ ผมดูยังไง มันก็ยังไม่จบ เพราะตอนนี้ คณะทหาร ต่าง "หาทางลง" กันเป็นแถว จะว่าไป ก็รู้สึกเห็นใจ เห็นใจที่ทหารกลุ่มนี้ "ไม่เคย" เรียนรู้ประวัติศาสตร์การเมืองไทยเลย หนำซ้ำ เมื่อไม่กี่วันมานี่ ผบ.ทบ.ยังออกมาพูดกล่าวหา "กลุ่มอำนาจเก่า" ว่าอยู่เบื้องหลังภาคใต้ ซึ่งแน่นอนว่า หากคนพูดคือ "ทักษิณ" รับรองได้เหยียบกันจมแน่ แต่นี่เป็นประธาน คมช. ผู้ซึ่งเคยพูดคำเหล่านี้

1. "รัฐบาลชุดที่แล้วโกง เราได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากประชาชนให้ปฏิวัติเพื่อขจัดคนโกง"
2. "เห็นรัฐบาลชุดที่แล้วโกง จนชาติเหลือแต่กระดูก จนอยากร้องไห้"
3. "ดาวเทียมไทยคมเป็นของไทย โดนสิงคโปร์ดักฟัง จึงควรเอาคืนมาเป็นของคนไทย"
4. "ทหารทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว" (กรณี รองสมุหราชองค์รักษ์ออกมาอ้างพระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้า ฯ)
5. "ผมเป็นคนรู้บุญคุณคน แต่ประเทศชาติต้องมาก่อน ไม่เคยไปวิ่งเต้นขอตำแหน่งจาก ท่าน (ทักษิณ) เลย"
6. "ผมไม่เป็นหรอกนายกรัฐมนตรี เพราะบารมีไม่ถึง"
7. "ผมไม่มีทางจะปฏิวัติ"
ฯลฯ

แสดงให้เห็นว่าประธาน คมช.คนนี้ ไม่มีกึ๋นเอาเสียเลย คือ พูดอะไรเหมือนคนไม่มีความรู้ (ที่พูดแบบนี้ไม่ได้บอกว่าท่านเป็นคนโง่)

การประชุมระหว่างประธาน คมช. กับ พล.อ.สุรยุทธ์ และนายอานันท์ อาจจะพอเดาได้ว่า พล.อ.สุรยุทธ์อาจจะขอลาออก เพื่อดันให้นายอานันท์เข้ามาแทน เพื่อรักษาภาพพจน์ด้านเศรษฐกิจ ที่น่าสนใจก็คือ ข้อเรียกร้องที่ให้มีการพูดไปชัดๆ เลยว่า จะเลือกตั้งวันไหน เมื่อไหร่ วันนี้เราได้ยินแล้วจากปากพล.อ.สุรยุทธ์เอง

ไม่ว่า "นายเก่ากับลูกน้องเก่า" ที่ พล.อ.เปรม เรียกไปกินข้าวด้วย จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการไม่ประกาศ พรก. ฉุกเฉินก็ตาม แต่สิ่งที่เห็นก็คือ การห้ามใช้พื้นที่สนามหลวงเพื่อชุมนุม ทั้งที่เมื่อก่อนคนโจมตีทักษิณอย่างมากมายว่าเป็นเผด็จการ ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม แต่กลับให้ชุมนุมได้อย่างเสรี นี่ก็คงจะแสดงให้เห็นอย่าง "ตาสว่าง" อีกครั้งว่า แท้จริงแล้ว คมช. ไม่ได้มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย ตามชื่อของคณะปฏิรูป ฯ เลย

ผมถึงได้เข้าใจคุณลุงนวมทองที่แกบอกว่า "ทหารไม่เคยรู้จักประชาธิปไตย"

ยิ่งเห็นข่าวที่กองทัพแทบทุกภาคตั้งด่านสะกัดกั้นไม่ให้คนไปร่วมชุมนุม ก็ไม่ทราบว่าจะเอาอะไรไปสะกัด คุณสะกัดได้แต่ตัว แต่คุณสะกัดกั้นหัวใจของเสรีชนไม่ได้

การที่ศาลตัดสินโทษจำคุกแก่สนธิ ลิ้มทองกุลวันนี้ ถ้ามองแง่ร้ายหน่อย อาจจะมองเห็นความพยายามอย่างหนึ่งในการ "ตัดตอน" เพื่อ clean ใครบางคน แต่ถ้ามองในแง่ดีก็คือ ความยุติธรรมตามตัวบทกฎหมายนั้นยังคงใช้ได้อยู่

สิ่งที่จะต้องมานั่งคิดอยู่ต่อไปก็คือ กลุ่มพันธมิตร ฯ ของสนธิ ซึ่งมีแนวร่วมมากมาย และล้วนแต่เป็นผู้ความเชี่ยวชาญในการก่อม็อบมาก่อน จะเอาอะไรมาตอบโต้กลุ่มประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตย เพราะถ้าหากหันไปดูจริงๆ มีใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มพันธมิตร คนเหล่านั้น มีศักยภาพที่จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น

หวังว่าคงไม่เอากลุ่มมอเตอร์ไซด์และกลุ่มที่ยิงใส่ตำรวจจากตึกกรมสรรพากรเหมือนสมัยพฤษภานะ

คู่มือศึกษาม็อบต้านเผด็จการ-ฉบับเปลว คนรากหญ้า

ที่มา พันทิป
29 มีนาคม 2550

ท่านที่ติดตามสถานการณ์การเมืองมาอย่างต่อเนื่อง อาจบอกกับตัวเองได้ว่าเนื้อเรื่องกำลังดำเนินเข้าสู่บทที่ตื่นเต้นเร้าใจ นั่นคือ “มหกรรมม็อบขับไล่เผด็จการ” เนื้อหาสาระของม็อบขับไล่เผด็จการปี ๒๕๕๐ ไม่อาจจะนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์พฤษภา ๒๕๓๕ หรือ ตุลา ๒๕๑๖ เพราะว่า ต่างสถานการณ์ ต่างเงื่อนไข ต่างอุดมการณ์ ต่างกาลเวลา และธรรมชาติของม็อบก็ต่างกัน อีกทั้งคนที่เคยเป็นกรรมการกลางก็กลับกลายมาเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังคมช. นอกจากนี้ยังมีปัจจัยของพันธมิตรฯเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอีก ยิ่งทำให้สถานการณ์มีความยุ่งเหยิงมากขึ้น งั้นลองมาสรุปสถานการณ์และความเป็นไปได้แยกออกเป็นข้อๆดังต่อไปนี้

๑) เนื้อแท้ของม็อบ – เงื่อนไขของการยึดอำนาจเมื่อกันยายน ๒๕๔๙ คือยึดอำนาจจากอธิปไตยของประชาชนที่มอบหมายให้กับกลุ่มทุนใหม่เป็นผู้ดำเนินการบริหารประเทศ (ประชาชนในที่นี้หมายถึงกลุ่มชนชั้นล่างในเมือง ชนรากหญ้าในชนบท และชนชั้นกลางบางส่วน ที่ตื่นตัวทางการเมืองและรักหวงแหนประชาธิปไตยอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน) ทั้งนี้เพื่อคงสถานะของชนชั้นสูงและชนชั้นศักดินาเอาไว้ โดยจัดวางยุทธศาสตร์ปักธงเหลืองบังคับให้ผู้คนในเมืองหลวงเลือกข้าง จึงมีปัญญาชนและนักวิชาการจำนวนมากไปเข้าด้วยกับฝ่ายเผด็จการ ดังนั้นเนื้อแท้ของม็อบที่มาต้านคมช.จึงไม่ใช่ปัญญาชนกับนักศึกษาอย่างที่เคยเป็นมา ม็อบในเมืองหลวงจึงเป็นชนชั้นล่างในเมืองและชนชั้นกลางบางส่วนที่นำโดยปัญญาชนที่อยู่ตรงข้ามกับคมช.และพันธมิตรฯ ขณะที่ม็อบตามหัวเมืองใหญ่ๆต่างจังหวัดเป็นชาวรากหญ้าที่เป็นฐานเสียงของทรท. ดังนั้นเนื้อเเท้ของม็อบคราวนี้จึงแตกต่างไปจากครั้งอดีต และมีความเป็นไปได้เช่นกันว่าแกนนำทรท.บางส่วนคงเทหน้าตักลงมาเล่นเกมม็อบไล่เผด็จการคราวนี้ด้วย ถึงจะมีม็อบกลุ่มต่างๆหลากหลายองคาพยพ แต่ถือว่าเป็นฟากฝ่ายประชาธิปไตยเดียวกัน ที่ต้องการขับไล่เผด็จการออกไป แล้วจะสถาปนาอำนาจอธิปไตยของประชาชนคืนมาโดยผ่านเส้นทางการรื้อฟื้นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ๒๕๔๐

๒) ยุทธศาสตร์ของม็อบ – ม็อบที่เมืองหลวงจะเป็นเพียงหัวเชื้อเท่านั้น ม็อบของจริงที่มีพลังขับเคลื่อนจะเป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่ไม่เคยพบเห็นกันมาก่อน นั่นคือการเกิดขึ้นของม็อบที่ต่างจังหวัดหลายๆจุดพร้อมกันทั้งเหนือและอีสาน ห้วงเวลาที่ผ่านมานั้นแกนนำม็อบของจริงยังไม่ได้ออกมาเดินเกม ถ้าคนพวกนี้ออกมาเมื่อไร (คาดว่าต้นเดือนเมษายนนี่แหละ) เราจะได้เห็นพลังขับเคลื่อนของม็อบอย่างมหาศาล คนพวกนี้ไม่เคยกลัวทหาร มีกลไกการจัดการม็อบและควบคุมสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงได้อย่างเยี่ยมยุทธ์ สามารถพลิกแพลงสถานการณ์จากรับกลายเป็นรุกได้เพียงเสี้ยวนาที หากมีการประกาศพรก.ฉุกเฉินขึ้นมาเมื่อไร ก็จะเข้าทางม็อบต้านคมช.ทันที ผมเชื่อว่าแกนนำม็อบตัวจริงต่างภาวนาให้คมช.เร่งประกาศพรก.ฉุกเฉินด้วยซ้ำไป ยิ่งเกิดเหตุการณ์แทรกซ้อนจนนำไปสู่สภาวะมิคสัญญีขึ้นที่เมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ๆ จะยิ่งทำให้การจัดการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นำไปสู่เป้าหมาย ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะถ้ามีการปราบปรามปรามม็อบจะถูกนำมาขยายผลให้เป็นการปราบปรามประชาชน อันส่งผลให้เงื่อนไขสุกงอมพอดี

๓) ยุทธศาสตร์ฝ่ายคมช.- การออกมาให้ข่าวของหัวหน้าคมช.ว่า ขั้วอำนาจเก่าอยู่เบื้องหลังสถานการณ์ที่สามจังหวัดภาคใต้ หัวหน้าคมช.ออกมาพูดทำไมตอนนี้ ถ้ารู้ตัวก็ออกหมายจับไปเลย นี่เป็นเกมตื้นๆที่อ่านกันไม่ยากเลย นั่นคือ หากว่ามีการก่อม็อบไล่คมช.จนมีเหตุการณ์แทรกซ้อนเลยเถิดไปจนถึงการเกิดความไม่สงบในเมืองหลวง หรือตามจังหวัดต่างๆ คมช.ก็จะโยนข้อหาไปที่ขั้วอำนาจเก่า ทรท.นั่นเอง ยุทธศาสตร์หลักในการต้านม็อบของฝ่ายคมช.จึงเป็นการบังคับใช้กลไกของฝ่ายปกครอง ตำรวจ และสุดท้ายกองกำลังทหาร (กองกำลังทหารมีไว้ในลักษณะป้องปราม ควบคุมประชาชนในพื้นที่ชุมชนต่างๆ และควบคุมเส้นทางสำคัญๆไม่ให้ม็อบสัญจรได้สะดวก ม็อบมืออาชีพจะไม่เดินบนถนนเส้นหลักหรอกครับ เดินข้างถนน หรือแม้กระทั่งดำดิน ก็ทำได้) นอกจากนี้คาดว่าฝ่ายคมช.จะมีการเตรียมการนำคนของตัวเองจำนวนหนึ่งแฝงเข้าไปในกลุ่มม็อบต้านคมช. และพร้อมที่จะออกคำลั่งในคนพวกนี้ก่อกวนสร้างความวุ่นวายสับสนขึ้นในหมู่ของม็อบ เพื่อโน้มนำให้เกิดสถานการณ์ที่เข้าทางคมช.เพื่อจะได้นำมาเป็นข้ออ้างในการจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งกับม็อบเช่นกัน เดิมพันมันสูงมาก ถ้าคมช.เสียท่าก็ไม่มีวันได้อยู่ในประเทศไทยได้อีกต่อไป ความสำเร็จของคมช.ในการต้านม็อบอยู่ที่การควบคุมกลไลข้าราชการฝ่ายปกครองและตำรวจให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งแกนนำม็อบตัวจริงก็รู้ช่องทางนี้เช่นกัน พวกเขาจะหาทางทำให้ข้าราชการเพิกเฉยต่อคำสั่งที่ไม่ชอบธรรมของคมช. โปรดฟังอีกครั้งหนึ่งว่า แกนนำม็อบตัวจริงต้องการเผชิญหน้ากับกองกำลังทหาร ถ้าทหารเคลื่อนพลออกมาเมื่อไร นั่นเท่ากับว่า คมช.กำลังจะพ่ายแพ้ และถ้าหากทหารเคลื่อนพลเข้าปราบปรามหรือลั่นกระสุนปืนเข้าใส่ม็อบเมื่อไร คมช.เตรียมเเพ็คกระเป๋าบินไปเมืองนอกได้เลย

๔) ก๊กที่สามที่จะทำให้เรื่องมันยุ่งขิง - ถ้าหากจะมีการแตกหักกันเพียงสองฝ่ายคือ ม็อบต้านคมช. กับฝ่ายคมช. สถานการณ์คงจะไม่ยุ่งยากนัก สามารถมองเกมเพียงสองมิติก็จะอ่านสถานการณ์ได้ไม่ยาก แต่นี่ดันมีฝ่ายที่สามคือพันธมิตรฯที่หนุนหลังคมช.บางคนอย่างเปิดเผยเข้ามาร่วมด้วย พันธมิตรฯก็แตกคอกันเอง ไม่ได้ร่วมรักสามัคคีกันดังแต่ก่อน ถ้ากล่าวถึงพันธมิตรฯในตอนนี้ ให้หมายถึงหัวหน้าของพวกเขา(ไม่อยากออกชื่อ)และสาวกผจก. ตอนนี้หัวหน้าพันธมิตรฯก็แทบจะไม่มีที่ยืนในสังคมไทย ดิ้นพราดๆตลอดเวลา และกำลังแปรพักตร์ไปจากสายป๋า เป็นไปได้อย่างสูงว่าเมื่อสถานการณ์กำลังมั่วซั่วสับสน พันธมิตรฯจะอาศัยความได้เปรียบจากความชำนาญเกมการเมืองก่อการอะไรบางอย่าง และหนุนหลังใครบางคนให้ยึดอำนาจ เพื่อที่จะได้เป็นใหญ่ในแผ่นดินเสียที เช่นเดียวกันกับแกนนำม็อบตัวจริงที่ไม่กลัวทหาร แกนนำม็อบพันธมิตรก็ไม่กลัวทหารเช่นกัน และรู้จุดอ่อนของทหารเป็นอย่างดี การมีมีก๊กที่สามเข้ามาเกี่ยวด้วยนี่ ทำให้สถานการณ์มันยุ่งยากและอ่านเกมได้ยากลำบาก กลายเป็นเกมสามมิติไปเลย

๕) การก่อตัวของฝ่ายที่สี่ - เมื่อสถานการณ์งวดเข้ามาทุกที เราจะได้เห็นการรวมกลุ่มกันของนายทหารที่ไม่ใช่สายป๋า ที่รวบรวมกำลังทหาร ตำรวจและข้าราชการจำนวนมาก เพื่อกอบกู้สถานการณ์ของบ้านเมือง เพราะถ้าหากม็อบต้านคมช.เป็นฝ่ายชนะ กองทัพจะไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป หรือถ้าหากฝ่ายพันธมิตรสามารถช่วงชิงความได้เปรียบสนัยสนุนให้ใครบางคนยึดครองอำนาจไว้ได้ ประเทศของเราก็จะเป็นเผด็จการอย่างเต็มรูปแบบไปทันที หรือถ้าฝ่ายคมช.ยังเหนียวแน่น ยึดครองอำนาจได้ต่อไป บ้านเมืองก็มีแต่ถอยหลังลงคลองไปเรื่อยๆ ส่งผลผู้คนยากเเค้นลำเค็ญกันทั้งประเทศ ขณะที่ชนชั้นสูงเพียงหยิบมือเดียวที่ควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศและเสวยสุขกัน ดังนั้นฝ่ายที่สี่จึงน่าจะมีบทบาทหลังจากที่ฝุ่นควันทางการเมืองเริ่มจางเพื่อควบคุมสถานการณ์ของประเทศชาติและมีแนวโน้มสูงเป็นอย่างยิ่งว่า ฝ่ายที่สี่นี้จะจับมือกับฝ่ายม็อบต้านคมช.

๖) อำนาจที่มองไม่เห็น – ในที่นี้ขอกล่าวถึงอำนาจที่มองไม่เห็นจากต่างประเทศเท่านั้น อเมริกา นั่นเอง คนรุ่นใหม่อาจไม่รู้กันหรอกว่า การอยู่รอดปลอดภัยของเผด็จการทหารตัวเอ้ๆในประเทศไทยไล่กันมาตั้งแต่ จอมพลป. เผ่า สฤษดิ์ ถนอม ประภาส ตั้งแต่ปี ๒๔๙๐–๒๕๑๖ (แม้แต่ยุครัฐบาลเปรมด้วย) ล้วนแต่เป็นการหนุนหลังของอเมริกาทั้งสิ้นทั้งปวง เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการต้านลัทธิคอมมิวนิสต์และฐานทัพของอเมริกัน โดยที่อเมริกาไม่สนใจหรอกว่าเผด็จการเหล่านั้นจะกดขี่ รีดนาทาเร้น หรือโขกสับประชาชนอย่างไร อเมริกาไม่สนใจว่าเผด็จการมันจะโกงกินกันอย่างมโหฬารอย่างไร นี่คือเรื่องจริง แม้เเต่ตอนนี้ที่สามจังหวัดชายแดนใต้ที่ความรุนแรงกระพือโหมลุกไหม้อย่างไม่ยอมเลิกลานั้น เชื่อกันว่าเป็นการเเทรกแซงของซีไอเอจากอเมริกาเช่นกัน ถ้าอเมริกาถือหางฝ่ายใด ฝ่ายนั้นก็สามารถพลิกเป็นฝ่ายชนะได้โดยง่าย นี่คือปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม เป็นไปได้อย่างสูงว่าอเมริกาไม่ค่อยพึงพอใจต่อคมช.สักเท่าไรนัก

๗) ดำน้ำพยากรณ์ - ความอึมครึมสับสนจะสะเด็ดน้ำภายในเดือนพฤษภาคมนี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการใส่ฟืนเข้าไปในกองไฟที่ก่อติดเรียบร้อยเเล้ว ถ้ามีการใส่จำนวนฟืนที่มากพอเข้าไปในกองไฟ อย่างถูกที่ ถูกจังหวะเวลา ถูกสถานการณ์ ก็เป็นไปได้เช่นกันว่าอาจจะเเตกหักกันเร็วๆนี้ แต่ก็เป็นไปได้สูงเช่นกันว่าม็อบรอบนี้เป็นเพียงการโหมโรง เพื่อที่จะก่อการยืดเยื้อไปจนถึงเดือนตุลาคม ซึ่งจะแตกหักกันตอนนั้น เนื่องจากปัจจัยเร่งทางเศรษฐกิจที่ล้มเหลว วิกฤติรัฐธรรมนูญ วิกฤติความชอบธรรมของผู้ปกครองประเทศ และวิกฤติปัญหาภาคใต้ จะเป็นฝีกลัดหนองที่รอวันแตกในเดือนตุลาคมพอดี แต่ยิ่งยืดเยื้อยาวนานไปเท่าไร ประเทศชาติก็ยิ่งบรรลัยหนักเท่านั้น อยากจะให้สัประยุทธ์กันให้รู้ผลไปเลย ประเทศจะได้ตั้งต้นใหม่กันเสียที

๘) บทส่งท้าย – จุดจบแบบ รสช.นั้นมันดีเกินไปสำหรับพวกคมช. เพราะรสช.ยังเชิดหน้าชูตาอยู่ในสังคมไทยได้ แถมยังได้รับบำเหน็จบำนาญอีกด้วย คมช.และบุคคลที่เกี่ยวข้อง มันต้องจบแบบไม่มีแผ่นดินอยู่ เพราะก้อนดินที่แผ่นดินสยามมีค่าสูงเกินกว่าที่จะนำไปกลบหน้าของคนพวกนี้ - พวกโจรโฉดใช้กำลังเข้ามาล้มล้างรัฐธรรมนูญของประชาชน ยึดกุมอำนาจปกครองประเทศแล้วยังไม่พอ ยังกลับใช้กลไกของรัฐ สร้างวาทกรรมผ่านสื่อของรัฐและเอกชน เนรมิตให้พวกมันกลายเป็นวีรบุรุษกู้ชาติ เป็นพวกมีคุณธรรม มีจริยธรรม เพื่อสร้างความชอบธรรมในการปกครองบ้านเมืองต่อไป – พวกที่สนับสนุนให้โจรโฉดเข้ามาใช้กำลังล้มล้างรัฐธรรมนูญแล้วยังไม่สาแก่ใจ คนพวกนี้ยังดูหมิ่นดูแคลนสติปัญญาของประชาชนและสร้างความแตกแยกให้กับสังคม เนรมิตตัวเองให้กลายเป็นคนที่สร้างภูมิปัญญาให้กับคนไทย ล้างสมองลูกหลานคนไทยกันทั้งโครตพันธุ์ เหตุใดบ้านเมืองของเราจึงได้วิปริตกันได้ถึงเพียงนี้

หยุดความวิปริตในประเทศชาติของเราเสียแต่วันนี้ หยุดพวกโจรโฉดปล้นประชาธิปไตย หยุดพวกสนับสนุนโจรโฉดปล้นประชาธิปไตย หยุดคมช. หยุดพันธมิตรฯ ต้องลากตัวพวกทรราชย์ของเเท้ที่ร่วมกันปล้นประชาธิปไตยไปขึ้นศาลประชาชน ต้องปฎิรูประบบราชการและกองทัพให้เป็นข้าราชการและกองทัพของประชาชน ต้องมีความเสมอภาคของประชาชนในการศึกษา การทำมาหากิน เสรีภาพ ฯลฯ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

เปลว คนรากหญ้า

หมอออก๋อยยังสุดทน จะลางานเข้ากทม.ร่วมประท้วง

เว็บบอร์ดประชาไท
29 มีนาคม 2550

พบการโพสต์ที่ยังไม่ได้รับการกรอง จากคุณหมอท่านหนึ่งที่เป็นแพทย์ทางภาคเหนือ เขียนระบายความรู้สึกเกี่ยวกับความไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารประเทศของเผด็จการ และกล่าวว่าจะมาร่วมประท้วงกับประชาชนท่านอื่นๆ ในดีเดย์ที่กำลังจะถึงนี้

ถึงพี่น้องทุกคน

ผมอาจอยู่ไกลสุดขอบความเจริญของชายแดนเมือง แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้โรงพยาบาลประจำอำเภออมก๋อยที่ได้งบประมาณปีละไม่กี่ล้าน แต่ต้องดูแลคนจำนวนเกือบ 7 หมื่นคนในอำเภอ อยู่กันอยางยากลำบาก เพราะเดิมการจัดสรรงบประมาณเป็นแบบหน่วยงานใหนใหญ่ก็มีงบประมาณมาก โรงพยาบาลเพิ่งจะมาดีขึ้นจนสามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้มากขึ้นจากนโยบาย 30 บาทที่มีการจัดสรรงบประมาณแบบรายหัวที่ทำให้งบประมาณของโรงพยาบาลอมก๋อยจากไม่พอเพียงกลับมามีรงบประมาณมากพอ คิดที่ 1,200 บาท x 60,000 คน ปีละประมาณเกือบ 70 ล้านบาท ทำให้มีหมอและพยาบาลเวชภัณฑ์และงบประมาณที่จะดูแลประชาชนมากขึ้น

หมอที่ออกมาโวยวายส่วนใหญ่คือหมอที่อยู่ในเมืองโรงพยาบาลใหญ่ที่เคยมีงบประมาณจับจ่ายอย่างสะดวกทั้งค่าเวรค่าตอบแทนอะไรอีกจิปาถะ นโยบายเช่นนี้ทำให้อำนาจของดรงพยาบลใหญ่ๆ ลดลงแต่โรงพยาบาลที่ต้องดูแลประชาชนอยู่ได้สามารถพัฒนาตนเองได้
ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าไม่ดีตรงใหน นอกจากพวกหมอในเมืองที่ชนบทยังไม่เคยไปออกมาโวยวาย

****************************************
แล้ววันนี้เกิดอะไรขึ้นกับระบบไม่อยากจะพูดถึงอีกแล้ว มันเริ่มย้อนกลับไปยังรูปแบบเดิมๆ ที่ทำเอาคนที่มีพลังขับเคลื่อนการทำงานในชนบทเพื่อประชาชนที่แท้จริงท้อถอย จนถึงวันนี้งบประมาณยังไม่ตกมาเลย สงสารประเทศไทยและประชาชนไทยตาดำๆ

ผมตัดสินใจลางาน 10 วันเพื่อลงไปกรุงเทพฯ ร่วมประท้วงกับทุกๆ คนครับ

หมอสมิทธิ์

TMCtoday เปิดให้ลงนามถวายฏีกาขับเปรม!

29 มีนาคม 2550

เว็บต้านการรัฐประหาร TMCtoday.com ได้เปิดเว็บเรียกร้องให้ประชาชนมาร่วมลงนามถวายฎีกา ปลดพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ออกจากองคมนตรี โดยจะรวบรวมรายชื่อให้ได้ 100,000 รายชื่อ เพื่อจะยื่นสำนักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวัง ในวัน 5 เมษายน 2550

ท่านสามารถไปร่วมลงชื่อได้โดยใช้เลขรหัสบัตรประชาชน ที่ลิงค์ด้านล่างนี้ ล่าสุดเปิดเว็บวันเดียวคนมาลงชื่อแล้วร่วมพัน

http://tmctoday.com/vote/vote-5-04-2550.php?page=1&category=

วันอาทิตย์, มีนาคม 25, 2550

การ์ตูนโดย เซีย ไทยรัฐ 26/03/50

หนังสือพิมพ์เสรีชนฉบับวันที่ 22-28 มี.ค. 50

ท่านสามารถดาวน์โหลดหนังสือพิมพ์เสรีชนฉบับ PDF ได้ที่
http://001.uploadblaster.com/file_hosting/serichon22-28mar07.pdf








อาคม ซิดนีย์: ตอนที่ ๑๑ ถอดหน้ากากรัฐบุรุษเปรม

25 มีนาคม 2550

ท่านสามารถตามอ่านบทความ "เสียงจากออสเตรเลีย" ในตอนที่ 11 ได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้ โดยบทความตอนนี้มีชื่อว่า "ถอดหน้ากากรัฐบุรุษเปรม" ซึ่งเป็นบทความที่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเฒ่าเจ้าเล่ห์ตนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีจริยธรรมตามจริงๆ ตามที่เราเข้าใจ แถมเป็นตัวการที่แท้จริงที่ทำให้ประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาต่างๆ ไม่สามารถเจริญก้าวหน้าตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา

ตอนที่ ๑๑ ถอดหน้ากากรัฐบุรุษเปรม
http://docs.google.com/Doc?id=d7qgfs4_34db6f5n


ท่านสามารถติดตามบทความก่อนหน้านี้ได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้

http://docs.google.com/Doc?id=d7qgfs4_35fhp9tg

เขายายเที่ยงไม่คืบหน้า ล่าสุดอดีตคนขายที่ดินหายตัวลึกลับ

ศูนย์ข่าวชาวบ้านบางไซ
25 มีนาคม 2550

จากกรณีบ้านและที่ดินบนเขายายเที่ยง จังหวัดนครราชสีมา ของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่เราได้เคยเสนอไปก่อนหน้านั้น ("เจาะลึก..วิบากกรรมบ้านพักเขายายเที่ยง เงินที่ถูกโกงของทหารชั้นผู้น้อย" ขณะนี้ได้มีพลเมืองดีได้รายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมเข้ามายังศูนย์ข่าวโดยมีรายละเอียดว่า

นายนภดลเจ้าของที่ดินที่ซื้อต่อมาจากชาวบ้านและขายต่อให้นายทหารนายหนึ่งก่อนจะโอนให้กับคุณหญิงของ พล.อ.สุรยุทธ์ ได้หายตัวไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอย หนีศาลไม่ยอมไปขึ้นศาลและไม่มีทนายความมาชี้แจงของสาเหตุไม่ไปขึ้นศาล ในคดีช่อโกงที่ดินที่ขายให้กับสวัสดิการทหารบก

ล่าสุดที่บ้านพักในตัวเมืองจ.นครราชสีมา ได้มีแผ่นป้ายผ้าขนาดใหญ่ปิดไว้ที่หน้าตึกแถวความยาวตลอดแนวขายด่วนตึกแถว 5 ห้อง

อนึ่ง ถ้าใครอยู่โคราช ท่านสามารถแวะไปดูได้ ตึกแถวที่อยู่บริเวณถนนมิตรภาพเส้นเก่ามาจากกรุงเทพฯ อยู่ช้ายมือ ก่อนถึงสามแยกไปขอนแก่น(แยกที่จะไปจอหอเส้นเก่า ผ่านวิทยาลัยครูและเทคโนฯ) บริเวณนั้นเขาเรียกกันว่าประตูน้ำ (สังหรณ์ใจว่า งานนี้มีคดีอุ้มกันแล้ว)

วันเสาร์, มีนาคม 24, 2550

รายงานสถานการณ์การชุมนุมที่สนามหลวง 24/03/07

ศูนย์ข่าวชาวบ้างบางไซ
24 มีนาคม 2550

ในวันนี้จะมีการชุมนุมของประชาชนเพื่อรับฟังการปราศรัยจากกลุ่มของคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการที่ท้องสนามหลวง โดยคาดการณ์ว่าจากกระแสของประชาชนที่ดำเนินมาตลอดเวลาที่ผ่านมา รวมถึงเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อวานนี้ซึ่งชี้ให้เห็นถึงพลังของประชาชนที่ไม่ต้องการให้บรรดาคนไม่ดีทั้งหลายปกครองประเทศอีกต่อไป จะทำให้เราเห็นประชาชนมาชุมนุมกันที่ท้องสนามหลวงวันนี้เป็นจำนวนมาก

8.20 น. มีรายงานจากเว็บ Saturdayradio.com ว่าที่ท้องสนามหลวงมีเทศกิจประมาณ 200-300 นาย กำลังทำการขึงรั้วลวดหนามที่สนามหลวง และล้อมกรอบเวทีพิราบขาว ทั้งนี้ยังมีข่าวแจ้งด้วยว่ามีการรวบตัวสมาชิกพิราบขาวจำนวน 7 คน ไปที่ สน.นางเลิ้งด้วย ...ขอแก้ไข.... คุณนพรุจน์และพวกบางส่วนถูกจับกุมตัวไปควบคุมที่กองปราบแถวหลักสี่ ไม่ใช่นางเลิ้ง

8.30 น. มีกระแสการติดต่อสื่อสารเพื่อเรียกระดมประชาชนให้ไปที่ท้องสนามหลวงในวันนี้ เพื่อไปดูความอัปยศที่ทางคณะเทศกิจภายใต้การปกครองของผู้ว่าอภิลักษณ์ และผอ.เขต และเพื่อถ่ายรูปประจานส่งไปให้กับสำนักข่าวต่างประเทศ เนื่องจากรั้วลวดหนามเป็นสัญลักษณ์ของการจำกัดเสรีภาพ เป็นสัญลักษณ์ของเผด็จการ เป็นสัญลักษณ์ที่ต้องการห้ามประชาชนแสดงความคิดเห็น เป็นสัญลักษณ์ที่ต้องการกดประชาชนให้อยู่ภายใต้อุ้งเท้าของเผด็จการ ภาพดังกล่าวหากมีการสื่อถึงประชาชนทั่วโลก จะเป็นที่เข้าใจอย่างง่ายดายถึงการขาดอารยธรรมของบรรดาผู้ปกครองเผด็จการในขณะนี้



10.18 น. มีรายงานจากประชาชนแจ้งเข้ามาว่า บริเวณที่ขึงลวดหนามนั้นเป็นส่วนของเวทีพิราบขาวที่ถูกรื้อออก

10.23 น. แอดมินของเว็บ Saturdayvoice.com ได้แจ้งว่าเผด็จการทหารได้ทำการจัดการปิดเว็บดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อคืน อย่างไรก็ตามแอดมินของเว็บดังกล่าวกำลังทำเรื่องแจ้งไปยังสื่อมวลชนต่างชาติ รวมถึงองค์กรพิทักษ์สิทธิต่างๆ เพื่อดำเนินการจัดการกับเผด็จการที่ริดลอนสิทธิของประชาชน

13.12 น. มีการประชุมของแกนนำต้านเผด็จการโดยมีความเห็นว่า ประชาชนยังไม่ควรดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับกรณีการล้อมลวดหนามเวทีนกพิราบขาว และขอให้ประชาชนรอการตัดสินใจจากแกนนำ

13.18 น. ขณะนี้ saturdayvoice.com ถูกปิดโดย ICT ไปแน่นอนแล้ว จึงใช้ชื่อใหม่ว่า rakchat.org อ่านว่า รักชาติ ดอท โออาจี และอีก 12-24 ชม. ก็สามารถพิมพ์ saturdayvoice.com มาที่ใหม่ได้

14.00 น. จากการรับฟังการปราศรัยในขณะนี้ที่ Saturdayradio.com พบว่ามีการระดมเจ้าหน้าที่ให้เข้ามารื้อเวทีการชุมนุมปราศรัยของคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ และเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าทีและประชาชน หากมีการรื้อถอนเวทีกันจริง และหากมีการปะทะกันจริงๆ เชื่อว่าเหตุการณ์ทั้งหมดจะบานปลาย

15.28 น. มีรายงานปรากฏขึ้นที่เว็บพันทิพแจ้งว่าคุณนพรุจน์ แกนนำกลุ่มพิราบขาว ได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้ว

15.50 น. ได้มีผู้ทำการโพสต์กฏของม๊อบในการต่อสู้กับเผด็จการไว้ดังนี้ (โดยคุณลูกชาวนาไทย)

1. อย่าไปยั่วยุตำรวจหรือทหาร ให้นั่งนิ่งๆ อย่าขยับ อย่าขวางปาตำรวจหรือทหาร เพราะถือเป็นการยั่วยุ อาจเป็นเครื่องมือของมือที่สาม
2. หากเขาจะจับ ก็ให้เอามือประสานกันไว้ เขาอยากจับก็ให้มายกไปขึ้นรถเอง
3. อย่าแตกขบวน อย่าวิ่ง แม้ทหารตำรวจ จะถือโล่เดินเข้ามา เราก็ให้นั่งลง นิ่งๆ เขาก็ทำอะไรไม่ได้
4. เตรียมผ้าเช็ดหน้าไปด้วย หากตำรวจใช้แก้สน้ำตา ให้เอาผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำ ปิดปาก ปิดจมูก หากไม่มีน้ำใช้น้ำลายก็ได้ ก็จะบรรเทาไปได้

ผมจำได้แค่นี้แหละครับ แต่หากม็อบเป็นหมื่น นั่งนิ่งๆ ไม่ขยับ ต่อให้ใช้ทหารทั้งกองพล ก็ทำอะไรไม่ได้ครับ กำลังทหารนั้นมีไม่มาก อย่างมากก็ 3,000 -5,000 คน (นี่ถือว่าหลายกองพันแล้ว เพราะกองพันหนึ่งๆ จะมีแค่ 400-500 คนที่เป็นหน่วยรบ ที่เหลือเป็นหน่วยสนับสนุนไม่ได้ออกแนวหน้า)

สิ่งที่กำลังคนน้อยจะเอาชนะคนมากได้คือ "อาศัยความวุ่นวายครับ แต่หากม็อบ 40,000-50,000 คน นั่งนิ่งๆ ไม่ขยับ เอามือสอดประสานกันไว้ ต่อให้ใช้กำลังทหารหมด "กองทัพภาคที่ 1" ก็สลายไม่ได้ครับ


19.00 ลิงค์สำรองการถ่ายทอดสดวิทยุของการปราศรัยที่สนามหลวง http://www.saturdayradio.rakchat.org/main.php
mms://streaming.internetthai.com/stm10

ท่านสามารถรับชมคลิปวีดีโอที่แสดงหลักฐานการโกหกของ พล.อ.สุรยุทธ์ และพวกพ้องที่กล่าวว่า พล.อ.เปรม ไม่ได้อยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหาร ได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้ โดยคลิปวีดีโอดังกล่าวจะมีหลักฐานจำนวนหนึ่งที่ปรากฏชัด การกล่าวโกหก กล่าวปด ไม่กล้าพูดความจริงของบรรดาเผด็จการ จึงเป็นการทุศีล ไม่ได้มีศีลธรรม เป็นคนลวงโลก ท่านยังสามารถรับชมเหตุการณ์การเดินขบวนไปยังบ้านสี่เสาเทเวศน์ที่นำโดยกลุ่ม 19 กันยาฯ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมาจากคลิปดังกล่าวได้ด้วย

http://www.youtube.com/watch?v=KtV9LoSFUvM

บทความ: ผลสะเทือนจากกรณีม็อบ“พีทีวี”

โดย เปลว คนรากหญ้า
ที่มา เว็บไซต์กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์
24 มีนาคม 2550

การชุมนุมของม็อบการเมือง “พีทีวี” ที่ท้องสนามหลวงเมื่อคืนวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๐ โดยการนำของ วีระ จักรภพ จตุพร ณัฐวุฒิ ไม่ว่าจะมีวัตถุทางการเมืองอย่างไรก็แล้วแต่ หากได้ส่งผลสะเทือนทางการเมืองเลื่อนลั่นอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเชื่ออย่างไรผมจะลองแจกแจงเป็นข้อๆดังนี้

๑) ทักษิณและทรท.ยังคงเป็นปีศาจร้ายที่ยังตามหลอกหลอนคมช.ให้หวาดกลัวอย่างไม่เสื่อมมนต์ขลัง การใช้สรรพกำลังทุกอย่างเพื่อขัดขวางย่อมเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ชัดเจน การระดมตำรวจและเทศกิจจำนวนหลายร้อยคนเพื่อรื้อเวทีปราศรัย การเตรียมใช้แผนปฐีพี ๑๔๙ (แต่สุดท้ายคงประเมินสถานการณ์แล้วว่าถ้าใช้จริงคงบรรลัย จึงระงับไป) การใช้กำลังเจ้าหน้าที่ปิดกั้นไม่ให้ฝูงชนมารวมตัวกันที่สนามหลวง หรือแม้แต่การปิดกั้นสถานีวิทยุที่ถ่ายทอดเสียงจากสนามหลวง การปิดเวบไซต์ที่ถ่ายทอดสัญญาณจากสนามหลวงก็ถูกปิดกั้นเช่นกัน แต่การปิดกั้นหรือการห้าม—กลับเป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับ ชนชั้นกลางในเมืองและต่างจังหวัด หรือแม้ในต่างประเทศ ต่างเฝ้าติดตามข่าวทางอินเทอร์เนตกันอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งเป็นการผลักดันคนที่ยังเป็นกลางทางการเมืองจำนวนไม่น้อยไปยืนอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลและคมช.

๒) การออกมาปกป้องป๋าในทุกวิถีทางราวกับไข่ในหินโดยบุคคลระดับสูงของรัฐบาล คมช.พันธมิตร และบุคคลต่างๆในฝากฝ่ายเดียวกัน มีทั้งการขู่กรรโชก การขู่ที่จะดำเนินการทางกฎหมาย หรือแม้กระทั่งการปลุกม็อบให้ออกมาชนกับม็อบที่ต่อต้านคมช. ย่อมไม่อาจปฏิเสธได้ นั่นเท่ากับว่า ป๋า เป็นกล่องดวงใจ หรือเป็นศูนย์รวมของอำนาจนั่นเอง การโจมตีที่จุดยุทธศาตร์ของแกนกลางอำนาจ ย่อมมีผลทำให้ความชอบธรรมในสายตาประชาชนของขั้วอำนาจเสื่อมถอยดำดิ่งลงไปทุกที ดังนั้นการต่อรองกับทีมงานของพีทีวี เพื่อไม่ให้โจมตีป๋าจึงได้เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้สาระสำคัญของม็อบกลุ่มนี้ที่สนามหลวงลดน้อยถอยลงแต่อย่างใดเลย ภาพของป๋าในวันนี้ในฝ่ายตรงข้ามกับคมช.หรือฝ่ายที่เป็นกลางทางการเมืองได้แปรเปลี่ยนไปแล้วจนสิ้น วันนี้ไม่เหมือนวันวาน สีขาวกลายเป็นสีเทา

๓) การที่ทักษิณและทรท.ถูกไล่จากแกนกลางอำนาจในการบริหารบ้านเมืองเป็นเวลา ๖ เดือน ไม่ได้ทำให้ความนิยมศรัทธาจากชนชั้นกลางและชนชั้นล่างในเมือง รวมทั้งชาวรากหญ้าที่ชนบทได้เสื่อมถอยลงไปเลย การณ์กลับเป็นตรงกันข้ามที่ทำให้คนกลุ่มนี้ยิ่งทุ่มใจรักภักดีต่อทักษิณและทรท.มากยิ่งขึ้น หลายร้อยหลายพันคนแสดงอาการลิงโลดดีใจกันอย่างที่สุด เหมือนกับได้เสพย์ของต้องห้ามที่ห่างหายมาเป็นเวลายาวนานถึงครึ่งปี คมช.และรัฐบาลคงประเมินได้ว่า จะไม่สามารถเปิดโอกาสให้นายวีระและพรรคพวกชุมนุมทางการเมืองที่สนามหลวงได้เป็นครั้งที่สองอีกเป็นอันขาด หากปล่อยให้มีการชุมนุมอย่างอิสระ ปรากฎการณ์สนามหลวงแตกจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน อีกทั้งอาจจะเกิดการชุมนุมทางการเมืองตามหัวเมืองที่ต่างจังหวัดตามมาอีกด้วย -- หากปล่อยให้มีการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นอีก ก็เท่ากับว่า คมช.เเละรัฐบาลกำลังจะกุมสภาพไม่ได้

๔) การอภิปรายบนเวทีของ วีระ จักรภพ จตุพร และณัฐวุฒิ ล้วนแต่โจมตีที่แสกหน้าของรัฐบาลและคมช.แบบตรงๆเเจ้งๆ ทั้งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาที่สามจังหวัดภาคใต้ ปัญหาเศรษฐกิจ การร่างรัฐธรรมนูญที่ซ่อนเงื่อนซ่อนปม ฯลฯ ล้วนแต่ทำลายเครดิตรัฐบาลและคมช.อย่างไม่เหลือเลย หากเทียบว่าเงินลงทุนพีทีวี ๕๐ ล้านบาท ที่ลงทุนไปแล้วได้ออกอากาศเพียงครึ่งวัน แต่การมาเอาคืนที่สนามหลวงเพียง ๔ ชั่งโมง ในทางการเมือง ถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มแสนคุ้ม ได้กำไรนับเป็นร้อยเป็นพันเท่า นอกจากนี้ยังเป็นการรุกทางการเมืองไปยังปชป.และชท. ขณะที่ทรท.ได้เเสดงความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเข้มข้นเพื่อตรึงฐานมวลชน แต่ปชป.และชท.กลับแสดงบทบาทเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายของคมช.เสมอมา นี่คือข้อแตกต่างที่สาวก ทรท.มิอาจที่จะเปลี่ยนใจไปสนับสนุนปชป.หรือชท.ได้เลย

๕) เป็นการตอกย้ำว่า นโยบายสมานฉันท์ที่คมช,และรัฐบาล นำมาโฆษณาชวนเชื่อทางการเมืองนั้นไม่ได้ผล เพราะว่าจะมีปะทะและการตอบโต้ทางการเมืองตามมาอย่างมโหฬาร อย่างนั้นก็เป็นการแผนผลักดันให้นายสนธิลิ้มต้องเเสดงตนออกมาเป็นคู่กรณีกับทีมงานพีทีวีโดยตรง การดิสเครดิตแบบจังๆบนเวทีสนามหลวงย่อมทำให้นายสนธิต้องออกมาตอบโต้ วีระ จักรภพ จตุพร และณัฐวุฒิ อย่างเอาเป็นเอาตาย อย่าลืมว่าบุคคลทั้งสี่ของทรท.มีค่าระดับ”โคน”หรือ”เบี้ยหงาย” ขณะที่สนธินั้นมีค่าระดับ”เรือ” – นี่เป็นแผนการที่ได้รับการวางแผนมาเป็นอย่างดี นายสนธิจะเเก้มืออย่างไรต้องตามคอยดู หากหลงเหลี่ยมลงมาตะลุมบอนด้วย จะถือว่าหลงเหลี่ยมแข้งทันที

การ์ตูนโดย Gag Lasvegas

รายงานสถานการณ์ที่สนามหลวง

ศูนย์ข่าวชาวบ้านบางไซ
Saturdayradio.com
ราชดำเนิน พันทิป
23 มีนาคม 2550

เมื่อเวลาประมาณ 11 นาฬิกา มีกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจ และตำรวจประมาณ 300-400 นาย ได้เข้ามาทำการล้อมเวที PTV ที่ได้จัดตั้งไว้ที่สนามหลวงตั้งแต่เมื่อคืน เพื่อเตรียมไว้สำหรับการชุมนุมปราศรัยในเย็นวันนี้

ขณะที่เกิดเหตุ มีแกนนำคนวันเสาร์ได้แก่คุณสุชาติ นาคบางไซ กำลังอยู่บนเวที PTV เจ้าหน้าที่เทศกิจได้ทำการบุกขึ้นมาบนเวที PTV และมีตำรวจหน่วยปราบจราจลล้อมเวทีไว้ พร้อมโลห์ปราบจราจล

ประชาชนเริ่มมามุงหน้าเวที ไม่ยอมให้ใครมายึดทรัพย์สิน รายงานดังกล่าวได้มีการโพสต์ครั้งแรกที่เว็บ Saturdayvoice.com หลังจากนั้นก็มีการระดมส่งข่าวสารทุกๆ เส้นทางเพื่อเรียกประชาชนให้มาร่วมชุมนุมกันที่สนามหลวงให้มากที่สุด

ท่านสามารถฟังการรายงานสดได้ที่ http://www.saturdayradio.com ซึ่งจะเป็นศูนย์การรายงานข่าวสำคัญ เพื่อการขจัดข่าวลือที่ไม่ถูกต้องที่อาจจะถูกปล่อยออกมาจากผู้ไม่หวังดี และอาจจะทำให้สถานการณ์ต่างๆ อยู่นอกเหนือการควบคุม

11.43 น. รายงานจากศูนย์ข่าวบางไซ คุณดากำลังปราศรัยอยู่ ตำรวจเทศกิจล่าถอยไปอยู่หลังประชาชนแล้ว กองตำรวจนครบาล ยังคงล้อมเวที PTV อยู่ ยังไว้ใจไม่ได้ ขอให้ประชาชนช่วยเดินทางไปที่สนามหลวงด่วนเดี๋ยวนี้เลย คุณนพรุธ ประกาศว่านักข่าวจากทั่วโลกกำลังเดินทางมาที่สนามหลวง กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ที่ใส่เสื้อแดงได้เดินทางมาถึงแล้ว

กองกำลังตำรวจนครบาลเริ่มสลายตัว จากที่ยืนเป็นแถว กลายเป็นกลุ่ม ๆ แต่ยังไม่ไว้ใจฝ่ายทหารที่อยู่ในโรงแรมรัตนโกสินทร์จำนวนมาก คุณมดชมพูมาถึงแล้วและกำลังปราศรัยแทนคุณดา

12.04 น. กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ยืนอยู่บนเวที PTV ราว 10 คน เจ้าหน้าที่เทศกิจล่าถอยไปแล้วเดินไปยืนกันริมสนามหลวง หน้า ม.ธรรมศาสตร์ คุณสุชาติยืนอยู่บนลำโพงใหญ่ของ PTV ยืนยันจะไม่ลงจนกว่าคุณวีระ จะมารับหน้าที่ต่อ

ตำรวจก็ยังยืนกันเป็นกลุ่มๆ มีนายทหารมาชุมนุมอยู่ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์โดยจองโรงแรมไว้ ระหว่างวันที่ 22-28 มีนาคม อ้างประชุมฯ

คุณนพรุธ กำลังขึ้นพูดแทนคุณมดชมพู ตำรวจที่ล้อมรอบเวที PTV เริ่มถอยออกแล้ว (11.56 น.)ยังไม่ไว้ใจฝ่ายทหาร ประชาชนต้องช่วยกันออกมามาก ๆ ทั้งนี้ที่เว็บพันทิป ราชดำเนินได้เปิดกระทู้การรายงานสดขึ้นที่ P5251581

12:05 น. มดชมพูลงจากรถกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่

12.18 น. คุณวีระ มุกสิกพงศ์ และคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ได้เดินทางมาถึงเวที PTV เรียบร้อยแล้ว โดยคุณจตุพรได้ประกาศว่าเวที PTV จะยังเริ่มที่เวลา 16.00 น. วันนี้ เหมือนเดิม

12.21 น. เจ้าหน้าที่ PTV 3 ท่าน กำลังเดินมาถึงเวทีแล้ว (12.00 น.)สักครู่ ถ้าวางใจ คนวันเสาร์ ฯ จะเริ่มออกตระเวนประชาสัมพันธ์รอบกรุงเทพฯ ตำรวจคุมกำลังอยู่ตามต้นมะขาม มีเหตุการณ์ชุลมุนบริเวณต้นมะขามไกลๆ ยังไม่แน่ใจมีอะไรเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามก็มีประชาชนเข้าไปมุงกันเป็นจำนวนมาก คุณนพรุธ ประกาศให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกไป อาจจะมีผู้ยิ่งใหญเดินทางมา เพราะเห็นนักข่าวเข้าไปรุมด้วย

คุณวิภู แถลง มาถึงแล้ว ประชาชนมีราว 100-200 คน

คุณจตุพร พรหมพันธ์ และ คุณวีระ มุสิกพงศ์ มาถึงแล้ว (12.11 น.)โดยคุณจตุพรได้ให้สัมภาษณ์ว่า "ยิ่งกดดันมากเท่าไร จะยิ่งต่อสู้ ยืนหยัดเปิดสถานี ptv ตามปกติ เวทีปราศรัย เริ่ม 16.30 น. คงเดิม ฝากเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาที่สนามหลวงด่วน"

ทั้งนี้การจัดเวทีปราศรัยในวันนี้ จะมีคุณจตุพร พรหมพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ, จักรภพ เพ็ญแข, วีระ มุสิกพงศ์ เป็นผู้ดำเนินรายการบนเวที PTV

12.36 น. คุณจักรภพ เพ็ญแข ได้เดินทางมาถึงสนามหลวงแล้ว โดยมีคุณจตุพรกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่ ในขณะที่กลุ่มคนวันเสาร์ได้นำรั้วเหล็กมาล้อมเวที PTV ไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้บรรดาตำรวจหรือทหารเข้ามาบริเวณเวที PTV ขณะนี้นักข่าวหลายๆ สำนัก จำนวนมากได้เดินทางมาถึงบริเวณที่จัดการชุมนุมแล้ว

ท่านสามารถฟังคลิปเสียงคุณวีระ มุสิกพงศ์ ที่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเมื่อเวลาประมาณ 12.02 น. วันนี้ ได้ที่ http://chinpo.saiyaithai.org/

12:56 น. จากการรายงานเบื้องต้นที่ว่ามีทหารจำนวนมากมาชุมนุมกันที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ หลังจากที่มีพลเมืองดีไปสืบข่าวจึงพบว่าเป็นเพียงการมาทำเวิร์คช็อปบางอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุการณ์การชุมนุมที่ท้องสนามหลวง

13.17 น. ขบวนคาราวานคนวันเสาร์กำลังจะออกเดินทางเพื่อไปประชาสัมพันธ์เรียกร้องให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมฟังการปราศรัยทั่วกรุงเทพฯ

13.54 น. สถานการณ์ที่ท้องสนามหลวงขณะนี้ได้กลับเข้าสู่ภาวะปรกติแล้ว ทั้งตำรวจและเทศกิจได้ถอนกำลังกลับเข้าที่ตั้ง ในขณะที่ขบวนคาราวานของคนวันเสาร์จำนวน 20 คันรถ ได้ออกเดินทางไปตระเวณประชาสัมพันธ์แล้ว






ภาพถ่ายโดยคุณปีศาจสุรา

ท่านสามารถรับฟังเสียงการถ่ายทอดสดได้ที่ลิงค์ต่างๆ เช่น
http://www.saturdayvoice.com/
http://www.saturdayradio.com/
http://radio6.freehomepage.com/
http://203.146.140.102:9030/listen.pls
http://www.rakchat.org/radio.html
http://www.ptvthai.com/

หากท่านต้องการใช้ Media Player ในการรับชม ท่านสามารถป้อนลิงค์ดังกล่าวที่แท๊ปเพื่อเปิดได้
วิทยุ mms://streaming.internetthai.com/stm10
ทีวี mms://202.44.53.12/stream2

ภาพถ่ายเพิ่มเติมจากการชุมนุม















(สองภาพหลังโดยคุณ alphaX ภาพอื่นๆ จากศูนย์ข่าวชาวบ้านบางไซและคุณ Breeze)

20.17 น. มีการประมาณการว่าจำนวนประชาชนที่มารับฟังขณะนี้มีประมาณ 10,000 ถึง 20,000 คน และยังมีประชาชนที่ยังทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ในขณะที่ช่วงเย็นมีกระแสข่าวการสลายกลุ่มผู้ชุมนุม อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ในขณะนี้เป็นคิวของคุณจักรภพ เพ็ญแข กำลังปราศรัยอยู่ ซึ่งสามารถดำเนินการปราศรัยได้อย่างเป็นที่ถูกใจกับประชาชนที่เข้ามาร่วมฟังและประชาชนทางอินเตอร์เน็ตจำนวนมาก

20.32 น. จากการรายงานของโฆษก PTV ทำให้ทราบว่ามีการสกัดกั้นประชาชนสองจุดเป็นอย่างน้อยไม่ให้เข้ามารับฟังการปราศรัย คือ ที่จุดลงทางด่วนแห่งหนึ่ง (ฟังไม่ทัน) และจุดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย