จดหมายจากชาวบ้านฯ ถึง อ.ฐิตินันท์ : สะท้อนความคิดรากหญ้า ถึงกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่า 'ปัญญาชน'
โดย คุณ reallogic
ที่มา เวบบอร์ดพันทิป ราชดำเนิน
22 กันยายน 2550
*** จดหมายถึงอาจารย์ฐิตินันท์ จากชาวบ้านคนหนึ่ง ***
เรียน อาจารย์ฐิตินันท์
ผมได้อ่านข้อเขียนในประชาไทเว็บไซต์ที่คัดมาจากงานเสวนา "ครบรอบ 100 ปี ปริทัศน์รัฐธรรมนูญและกบฏปฏิวัติรัฐประหาร - การเมืองสยามประเทศไทยสมัยใหม่ พ.ศ. 2454-2550" ณ หอประชุมศรีบูรพา ม.ธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 15-16 กันยายน 2550 จัดโดยมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
ได้อ่านข้อคิดเห็นของอาจารย์แล้วก็รู้สึกว่า อาจารย์ได้สำนึกถึงความบกพร่องบางส่วน จากการที่ออกมาเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะทางความคิดหรือการกระทำ ที่มีผลทำให้บ้านเมืองประสบปัญหาอยู่ทุกวันนี้
ที่ผมบอกว่า "อาจารย์ได้สำนึกถึงความบกพร่องบางส่วน" ก็เพราะอาจารย์ยังพูดในลักษณะเชิงแสดงความคิดที่ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดในการดำเนินการของรัฐบาลและคณะรัฐประหาร
อาจารย์ครับ ผมอยากให้อาจารย์นึกทบทวนให้ดีๆ อย่าเที่ยวไปโทษผู้อื่นเลย
ไม่ใช่ว่า ผมจะหมายถึงรัฐบาลและคณะรัฐประหารนี้ดีหรือไม่ได้ทำผิดพลาดอย่างที่อาจารย์ว่า เพราะเหตุการบ้านเมืองมาถึงภาวะย่ำแย่อย่างปัจจุบันนี้ี้ มันเกิดมาจากความผิดพลาดของคนหลายฝ่ายรวมถึงตัวอาจารย์เองด้วยเป็นสำคัญ
อาจารย์กำลังได้มองเห็นปัญหา และเริ่มรู้ว่ามันทำให้บ้านเมืองแย่ลง
เสียแต่ว่าอาจารย์ก็ยังมองเห็นว่า เป็นความผิดพลาดและบกพร่องของคนอื่นอยู่ดี
ยังมีอาจารย์ธีรยุทธ บุญมี อีกคนหนึ่ง ที่ออกมาแสดงความเห็นในเชิงตำหนิ หรือชี้ให้เห็นความผิดของผู้อื่นอาจารย์ธีรยุทธให้คะแนนรัฐบาล, คมช., คตส. และหน่วยงานอื่นๆ ว่าทำได้ไม่ดี และไม่ค่อยดี หรือบางหน่วยดีมากในความรู้สึกของเขา
ผมกลับเห็นว่าอาจารย์ธีรยุทธเอง ไม่เคยให้คะแนนในความบกพร่องของตัวเองเลย กลับเที่ยวไปบอกว่าคนโน้นยังทำไม่ดี ทำไม่ได้
ผมไม่รู้ว่านี่เป็นวิธีที่ใช้กันเป็นปกติของพวกเหล่าอาจารย์ ที่จะออกตัวโดยโยนความผิดไปให้คนอื่นหรือไม่
ผมเสียดายจริงๆ ที่เหตุการณ์ดำเนินมาถึงขั้นนี้ ประเทศชาติของเราสูญเสียโอกาสครั้งยิ่งใหญ่
ยิ่งกว่านั้นสิ่งที่กำลังจะดำเนินต่อไป "นอกจากถอยหลังแล้ว ยังเหยียบหางตัวเองอีก"
โลกทุกวันนี้แค่ประเทศชาติย่ำเท้ากับที่ ก็เสียหายมากแล้ว นี่นอกจากถอยหลังแล้ว ยังเหยียบหางตัวเองให้เจ็บปวดหนักขึ้นไปอีก
ผมอยากชี้ประเด็น ให้อาจารย์ย้อนกลับไปคิดถึงข้อคิดของอาจารย์ที่ผมได้อ่านมา ดังนี้ครับ
อาจารย์ว่า- รัฐบาลผิดพลาด เอาคนแก่ที่ไม่สดใหม่มาทำงาน แก้ปัญหาที่ซับซ้อนไม่ได้ จึงล้มเหลวเสียเป็นส่วนใหญ่
ผมอยากบอกว่า รัฐบาลนี้เกิดขึ้นได้ ก็เพราะมีกลุ่มคนที่มีความต้องการยึดอำนาจอธิปไตยไปจากประชาชนครับ อาจารย์ว่าการรณรงค์โค่นล้มทักษิณ เป็นเหตุให้เกิดรัฐประหาร และมันไม่คุ้ม ต้นทุนสูงมาก ผมอยากบอกอาจารย์ว่า การรณรงค์โค่นล้มทักษิณ มันไม่ใช่เหตุของการรัฐประหารหรอกครับ แต่การรณรงค์โค่นล้มทักษิณ มันเป็นกระบวนการแรก ที่วางแผนให้เกิดขึ้น เพื่อสร้างกระแสให้ทำการรัฐประหารได้สะดวก โดยลดการต่อต้านให้น้อยที่สุด ตัวอาจารย์ พวกสื่อ และประชาชน ที่พวกเขาชักจูงได้ เป็นพวกที่เขาหลอกใช้เป็นเครื่องมือไปสู่ความสำเร็จของการยึดอำนาจอธิปไตย ไปจากมือของประชาชนเท่านั้นเองครับ
อาจารย์ว่า - คณะรัฐประหาร ล้มเหลว เพราะมีอำนาจล้นฟ้าจะทำอะไรก็ได้กลับลังเล ประชาชนฉลาดขึ้นคุมได้ยาก ทหารคุมไม่ได้ ทำไม่เป็น และไม่หาคนเป็นมาทำ ในขณะที่มีความคาดหวังจากสังคมสูง
ผมอยากบอกว่า หลังจากการรัฐประหาร อาจารย์และพวกที่โดนหลอกให้ตั้งความคาดหวังไว้ว่า จะได้รัฐบาลในอุดมคติ อยากเห็นการทำลายล้างฝ่ายที่โดนปั่นหัวมาว่าชั่วร้าย ให้สิ้นซากดับสูญไป อยากเห็นรัฐบาลในอุดมคติที่มีจริยธรรม มีคุณธรรม มีแต่คนดี ๆ ทำงานเก่ง ๆ ให้สังคมได้เห็นว่า กลุ่มที่ร่วมรณรงค์โค่นล้มเป็นฝ่ายถูกต้อง ประสบความสำเร็จเหมือนดังที่เขาหลอกมาว่าทำได้ไม่ยาก ถ้ารักชาติรักสถาบัน เมื่อไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง และเริ่มเห็นความหายนะที่กำลังก่อตัวขึ้น ก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิด ตัวเองก็เริ่มเดือดร้อนไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร วิธีที่ดีที่สุดที่จะพอเป็นหนทางรอดในสังคมได้ก็คือ ออกมาตำหนิว่า มันไม่ใช่อย่างนี้ ทำกันไม่ถูก ทำกันไม่ดี ถ้าเกิดการหายนะมันไม่เกี่ยวกับตนนะ
อาจารย์ว่า - คณะรัฐประหารไม่ยอมดึงไทยรักไทยมาเป็นพวก ไม่สานต่อนโยบายในส่วนที่คนชอบ ปฎิเสธทุกอย่างที่ทักษิณทำ เลยทำให้ถอยหลังกลับไป 15 ปี
ผมอยากบอกว่า หัวข้อนี้ก็เป็นข้ออ้างอย่างที่ผมว่าไว้ คือที่ทำอยู่น่ะมันไม่ถูก มันต้องอย่างโน้นซิ มันต้องอย่างนี้ซิ แต่จริง ๆ แล้วมันผิด ตั้งแต่ไปเปิดประตูบ้านให้โจรมันเข้าบ้านมาแล้วครับ พอโจรเข้าบ้านได้แล้ว จะไปบอกว่าให้เอาแค่นี้ซิ อย่าเอาอันโน้นนะ อย่าเอาอันนี้นะ อย่าข่มขืนลูกสาวผมนะ มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ แต่อย่าไปขู่ว่า วันหลังผมจะไม่เปิดประตูบ้านให้เข้ามาอีกแล้วนะ เพราะถ้าผมอยู่ข้างบ้านได้ยินแล้ว คงหัวร่อมิออกร้องไห้ไม่ได้เป็นแน่แท้เลยทีเดียว
อาจารย์ว่า - ทิศทางหลังลงประชามติและหลังเลือกตั้ง แม้จะรับร่างแต่มันเป็นความสำเร็จชั่วคราว จะมีความระส่ำระสาย เกิดคลื่นใต้น้ำอยู่นานหลายสิบปี
ผมอยากบอกว่า ความคิดเห็นอันนี้ของอาจารย์ก็มีเหตุมีผลดีครับ ความผิดและผลที่เกิดนี้ ต้องช่วย ๆ กันรับผิดชอบนะครับ
อาจารย์ว่า - หลังการลงประชามติ ได้เห็นถึง และเห็นด้วยว่า ทหารจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ทหารจะฝังรากลึกในระบอบการเมือง และยังจะมีการรัฐประหารอีก ถ้ารัฐบาลกลับไปสู่ระบบน้ำเน่า มีการต่อรอง การฮั้วกันของนักการเมือง
ผมอยากบอกว่า อาจารย์กำลังขู่คนในบ้านว่า พวกโจรมันจะมาตั้งรกรากอยู่ที่บ้าน ไม่ยอมออกไปแล้วนะ หรือไม่ก็พวกโจรมันจะกลับมาอีก ถ้าขืนคนในบ้านยังทำอะไรไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นคนดี มีจริยธรรมกัน แต่ผมว่าไม่ใช่หรอกครับ โจรมันเข้ามาได้ ก็เพราะคนในบ้านไปเปิดประตูให้พวกมันต่างหากครับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ มันน่าจะคล้ายกับกรณีที่ลัทธิ "โอมชินริเกียว" แพร่ขยายในญี่ปุ่น คนหลากหลายที่มีความรู้ความสามารถ ถูกมอมเมาและชักจูง จนหลงเชื่อในลัทธิ ถึงขนาดสามารถไปสังหารคนบริสุทธิ์ในสถานีรถไฟใต้ดินได้
อาจารย์รู้สึกเหมือนผมไหมครับว่าทุกวันนี้ รายการทีวีต่างๆในบ้านเรา มันดูแตกต่างจากเมื่อก่อนไปมาก มีการโฆษณาชวนเชื่ออย่างมาก มีเรื่องเชื้อชวนให้ลุ่มหลงในไสยศาสตร์มากขึ้น พิธีกรและผู้สื่อข่าว ต่างเห็นดีเห็นชอบไปกับการรัฐประหาร พยายามจะบอกว่า กำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ยังโจมตีและกล่าวหาทักษิณอยู่แทบทุกวัน ทุกสถานี บางคนใส่อารมณ์โกรธแค้นชิงชังทักษิณ ยิ่งกว่าฆาตกรอุกฉกรรจ์เสียอีก อาจารย์ว่ามันผิดปกติไหมครับ ผมว่าอาการเหล่านี้น่าจะเป็นเหมือนพวกโรคจิต ที่ถูกมอมเมาจนทำอะไรก็ได้เพื่อลัทธิของตัวเอง เหมือนพวก"โอมชินริเกียว" ที่ฆ่าได้แม้แต่เพื่อนร่วมชาติเดียวกัน อย่างเชื่อมั่นในเหตุผลของตนเอง ที่คิดว่าถูกต้องแล้ว ดีแล้ว
ที่ผมเขียนมาเสียยืดยาวนี้ ด้วยส่วนลึกของใจจริงแล้วอยากบอกให้อาจารย์ทราบว่า ผมชาวบ้านคนหนึ่งมีความคิดเห็นอย่างไร อาจมีหลายส่วนที่เห็นไม่ตรงกับอาจารย์ หรือไม่ถูกต้องในความคิดของอาจารย์ ก็ขออภัยด้วยครับ แต่ที่กล้าเขียนมาแสดงความคิดเห็นกับอาจารย์ ก็เพราะผมมีความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ความคิดเห็นของทุกคนก็มีความสำคัญต่อสังคมได้เท่าๆกัน เหมือนกับที่ทุกคน ก็มีหนึ่งคะแนนเสียงเท่ากันเมื่อไปออกเสียงเลือกตั้ง
อาจารย์ว่าถูกต้องไหมครับที่ว่า "ในระบอบประชาธิปไตยแบบยั่งยืน ทุกคนมีหนึ่งเสียงเท่ากัน" จริงๆแล้วผมอยากเขียนจดหมายถึงอาจารย์อีกหลายๆท่าน อาทิเช่น อาจารย์ธีรยุทธ อาจารย์เสรี ฯลฯ พูดถึงอาจารย์หลาย ๆ ท่าน อาจารย์สังเกตุไหมครับว่า ทำไมเดี๋ยวนี้อาจารย์แม่ไม่มีภาพปรากฎในทีวีเลยครับ นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผมเห็นความผิดปกติในทีวีปัจจุบัน อีกอย่างที่อยากคุยกับอาจารย์ด้วยใจจริง คือ ไม่มีใครถูกต้องหรือดีพร้อมทั้งหมดหรอกครับ ที่สำคัญคือเราควรรู้จักให้อภัยกัน ให้โอกาสในการแก้ไขสิ่งบกพร่องที่เกิดขึ้นแก่อีกฝ่าย ทุก ๆ คนเกิดมาบนผืนแผ่นดินเดียวกัน ถ้ายังจงเกลียดจงชังกัน คิดจะทำลายล้างกันแล้ว เราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟังครับ
สุดท้ายนี้ ขอให้อาจารย์มีความสุข และได้ใช้วุฒิภาวะ รวมถึงความรู้ความสามารถ ในการสร้างสรรค์ให้บุตรหลานในสังคมไทย ได้เจริญเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ เพื่อที่จะพัฒนาชาติไทยของเราให้เจริญก้าวหน้าทันอารยประเทศ และอยู่ร่วมในสังคมโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ และมีสง่าราศรี
จาก
ชาวบ้านคนหนึ่งที่ถูกปล้นประชาธิปไตยไปโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ปล. ผมลืมบอกอาจารย์ไปอีกเรื่องหนึ่งครับ หลังจากที่คณะรัฐประหารยึดอำนาจแล้ว ทำให้บ้านเมืองสูญเสียทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้ขาดความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและนอกประเทศ ทำให้บ้านเมืองแตกแยกแบ่งขั้วชัดเจนหนักขึ้นไปอีก รวมถึงทำให้ความเชื่อถือกระบวนการยุติธรรมของบ้านเราสูญเสียไป ที่สำคัญคือ พยายามที่จะชักนำให้ประชาชน ไปเลือกพรรคการเมืองที่สนับสนุนเผด็จการ หรือพยายามที่จะสลายพรรคการเมืองเก่าที่ตนไปยึดอำนาจมา สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมทนรับความอยุติธรรม และความไม่ถูกต้องไม่ได้ ผมจึงไปสมัครเป็นสมาชิก "พรรคพลังประชาชน" เพื่อแสดงให้เหล่าเผด็จการได้รับรู้ว่า ประชาธิปไตยต้องมาจากพลังของประชาชน เลือกโดยประชาชน